จากการประชุมองค์กรเครือข่ายประชาสังคม
อีสานที่อุบลฯเมื่อวาน
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000104026มีการสรุปสถานการณ์ปัญหาประเทศและหาทางออก
ร่วมกันโดยมีจุดยืนและมีความปราถนาเห็นสิ่ง
ดีๆเกิดขึ้นในสังคมไทย
และได้เขียนจอหมายเปิดผนึกถึงพล.อ.
อนุพงษ์ เผ่าจินดา
โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้..........................................
จดหมายเปิดผนึก
เรียน พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่นับถือ
ในนาม เครือข่ายประชาสังคมอีสาน ขอให้ท่านได้โปรดแสวงหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด ภายใต้สถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังวิปริต ดังนี้
1. ขณะนี้ สส. พรรคพลังประชาชนส่วนใหญ่กำลังรู้สึกว่านายกฯสมัครมิได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ หลังจากที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และทันทีที่ท่านกล่าวชัดเจนเมื่อวานว่าจะไม่ทำอะไรมากกว่ามิให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่เลวร้ายลงกว่านี้ เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมืองที่จะนำปัญหาเข้าไปแก้ไขในสภา ท่านยังเสริมด้วยว่า ประตูที่จะเกิดปฏิวัติรัฐประหารปิดตาย มีแต่ประตูการเมืองเท่านั้นที่เป็นทางออก
2. แม้แนวทางและโลกทัศน์ของท่านจะได้รับการสรรเสริญจากวิญญูชนว่าเป็นจุดยืนที่ถูกต้อง ท่านอาจไม่เชื่อว่าความคิดอ่านของท่านในความพยายามรักษาบ้านเมืองกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับนายกฯสมัคร ซึ่งเมื่อวานนี้เช่นกันได้พูดกับสื่อซีเอ็นเอ็นหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือไม่รับรองว่าจะไม่เกิดรัฐประหาร
3. จากทัศนคติของผู้เป็นหัวหน้ารัฐบาลในสถานการณ์เช่นนี้ จึงเชื่อแน่ว่าท่านในฐานะ ผบ.ทบ. จะไม่พ้นจากภาวะกดดันจนอาจต้องเผชิญกับความรุนแรงที่ได้มีการวางกับดักไว้ล่วงหน้า และเสี่ยงที่จะบานปลายเป็นจลาจลกลางเมืองในที่สุด เมื่อถึงตอนนั้น ทุกอย่างก็สายเกินกว่ามาตรการสันติวิธีจะแก้ไขได้
4. ท่านพูดไม่ผิดที่ว่าทหารไม่อยู่ในฐานะแก้ปัญหาการเมือง แต่ท่านก็ตระหนักได้ทันทีว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลนอกจากออกมาผิดปกติ ผิดกาละเทศะ เพราะหาได้มีข้าศึกมาประชิดติดชายแดนที่ไหนไม่ ยังกำลังพ่นพิษร้ายยังความสูญเสียในเชิงเศรษฐกิจ การค้า ระบบขนส่ง บริการ การท่องเที่ยว จิปาถะ อย่างมิอาจประมาณได้ และนี่คือปัญหาใหญที่กระทบผลประโยชน์ของชาติที่วันนี้ท่านอยู่ในสถานะที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสามารถสนองภารกิจนี้ได้เพียงเสนอให้รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยพลัน ท่านตัดสินใจได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะได้อานิสงส์เร็วขึ้นเท่านั้น
5. เพียงให้เหตุผลต่อนายสมัครอย่างเป็นกิจจะลักษณะว่าทหารมีบทเรียนมากเกินพอแล้ว ที่จะไม่ขอเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่นักการเมืองก่อขึ้นซ้ำซาก นายกฯสมัครควรเลือกกลไกในระบบรัฐสภายุบสภาหรือไม่ก็ลาออก ปลดชนวนวิกฤต ไม่ต้องรอให้ถึงวันที่ข้าราชการพร้อมใจกันใส่เกียร์ว่าง หรือสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจรวมตัวเอกฉันท์เพื่อกดดันรัฐบาลผ่านมาตรการที่จะสร้างความเดือดร้อนทับถมทวีโดยใช่เหตุ หากนายสมัครจะรู้สึกเสียหน้าบ้าง (ทั้งๆที่ไม่ควรมองเช่นนั้น) ก็ยังดีกว่าถูกมองว่าเป็นผู้นำมีมิจฉาทิฐิ สมาธิสั้น ปัญญาเบาจนส่งผลให้บ้านเมืองบอบช้ำเพราะคนๆเดียว
6. แต่หากกล่าวเฉพาะนายสมัคร บุคคลนี้ก็ไม่สมควรเป็นผู้นำประเทศอยู่แล้วเพราะเคยก่อกรรมทำเข็ญให้กับบ้านเมืองมากว่า 30 ปี วิญญูชนต่างทราบกันทั่ว และได้อโหสิให้โมฆะบุรุษผู้นี้เพื่อเห็นแก่การอยู่ร่วมกันโดยสันติสุขมานานแล้ว จนกระทั่งราว 12 เดือนที่ผ่านมา นายสมัครกลับมาเผยตัวตนที่อัปลักษณ์ให้สังคมต้องระอาใจ อีกครั้ง เมื่อยอมตนเป็นนอมินีทางการเมือง ต่อเรื่องที่วิปริตผิดมนุษยมนาเช่นนี้ ซีเอ็นเอ็นสื่อระดับโลกโดย แดน ริเวิร์ส ได้ถามว่าไม่เป็นการน่าละอายหรือที่ทำเช่นนั้น นายสมัครตอบว่าตนไม่ได้ทำผิดกฏหมาย
7. เมื่อวาน แดน ริเวิร์ส ถามนายสมัครว่าทักษิณยังคงชักใยอยู่เบื้องหลังหรือไม่ นายสมัครแสดงอาการโกรธาออกนอกหน้าก่อนเหวี่ยงว่า สื่อไม่มีสิทธิถามคำถามนี้ ความจริงสื่อถามได้แน่นอน หลังจากเกิดเหตุการณ์บาดเจ็บกว่า 40 คน ตายอย่างน้อย 1 ศพเมื่อวานซืน และรู้กันโดยทั่วไปว่ามีการจัดตั้งฝูงชนแล้วคลื่อนตัวไปปะทะกับผู้ชุมนุมในทำเนียบ
ถ้าจำไม่ผิด แดน ริเวิร์ส เคยสัมภาษณ์ทักษิณผ่านเครือข่ายซีเอ็นอ็นปีกว่ามาแล้ว ครั้งนั้นส่งผลให้ตัวเขาถูกสื่อเทศหลายสำนักบอยคอตทำนองว่ามีส่วนได้ส่วนเสียในความพยายามโปรโมทผู้นำลี้ภัยการเมือง
ไม่ว่าแดนบริสุทธิ์หรือไม่ แต่ใครก็พอจะเห็นได้ไม่ยากว่า วันนี้คนไทยมีผู้นำรัฐบาลที่ไร้สำนึกและทรยศได้แม้กับตัวเอง เป็นอันตรายยิ่งนัก
8. เดิมพันที่เป็นสมบัติประชาชาติรอการถลุงสูงพอที่นายสมัครจะยอมให้ทั้งโลกประจานว่ามีผู้บงการชักใยเขาอยู่เบื้องหลัง มีอะไรที่นายสมัครจะต้องเสียมากกว่านี้อีก
จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
องค์กรเครือข่ายประชาสังคมอีสาน: กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุดรธานี เลย ขอนแก่น และอุบลราชธานี ขอบคุณเวบ
อารยา ครับ
ที่มา
http://aryaforum.freeforums.org/topic-t442-15.html