ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-09-2017, 06:03
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ==ไขปริศนาอานุภาพ"แก๊สน้ำตา" .. ตำรวจใช้ระเบิดแก๊สน้ำตาที่คล้าย "ประทัดยักษ์" ?== 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
==ไขปริศนาอานุภาพ"แก๊สน้ำตา" .. ตำรวจใช้ระเบิดแก๊สน้ำตาที่คล้าย "ประทัดยักษ์" ?==  (อ่าน 12499 ครั้ง)
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« เมื่อ: 09-10-2008, 08:22 »

ในที่สุดก็พบข้อสรุปแล้วครับ แก๊สน้ำตาที่ตำรวจใช้ในวันที่ 7 ตุลา 51 น่าจะมี 2 ชนิด

และชนิดที่ทำอันตรายถึงขั้นขาขาด คือชนิดที่อันตรายคล้ายประทัดยักษ์


ภาพตำรวจกำลังบรรจุกระสุนแก๊สน้ำตาชนิดอันตรายที่ห้ามยิงใส่คนโดยตรง
จากกระทู้ห้องหว้ากอ พันทิป : การระเบิดของแก๊สน้ำตา มีอำนาจทำลายขนาดไหน?
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X7088506/X7088506.html
ความคิดเห็นที่ 53 จากคุณ : ruddy01   - [ 11 ต.ค. 51 19:47:12 ]


มีคำเตือนที่ปลอกกระสุนชัดเจนว่าห้ามยิงใส่คนโดยตรงจะทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือตายได้
"Do Not Fire Directly At Persons As Serious injury or Death"

---------------------------------------------------------------------------------------------

ไขปริศนาอานุภาพ"แก๊สน้ำตา" หรือว่าตำรวจปฏิบัติผิดหลักสากล!
8 ตุลาคม พ.ศ. 2551 07:54:00
http://suthichaiyoon.com/WS01_A001_news.php?newsid=5532

เหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ปิดล้อมอาคารรัฐสภา เมื่อเช้าตรู่วานนี้ (7 ต.ค.)
ซึ่งตำรวจใช้วิธียิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุม เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่าครึ่งร้อย โดยในจำนวนนั้นมีคนขาขาด 2 ราย
และนิ้วขาดอีก 1 รายนั้น ได้กลายเป็นปริศนาว่า แก๊สน้ำตาที่เป็นเครื่องมือใช้ควบคุมฝูงชน มีอานุภาพทำลายล้างถึงขั้น
ทำให้ขาขาดได้เลยเชียวหรือ?

ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์จากหน่วยงานความมั่นคง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแก๊สน้ำตาที่ทั่วโลกใช้ควบคุมฝูงชนว่า
โดยทั่วไปแก๊สน้ำตามีด้วยกัน 2 ชนิด คือ "ชนิดขว้าง" กับ "ชนิดที่ยิงจากอาวุธปืนเฉพาะ" โดยแก๊สน้ำตาชนิด
ที่ยิงจากอาวุธปืน มีความเร็วต้นประมาณ 50-60 เมตรต่อวินาที

       แก๊สน้ำตาทั้ง 2 ชนิดสามารถแยกย่อยได้อีก 2 แบบ คือ แบบปล่อยควันสารระคายเคือง
และแบบมีระเบิดเสียงผสมกับควันสารระคายเคือง!

       วัสดุที่ใช้ทำแก๊สน้ำตานั้น คืออะลูมินัม โดยแก๊สน้ำตาแบบระเบิดเสียงผสมกับควันสารระคายเคือง เมื่อถูกยิง
ออกจากอาวุธปืนจะมีลักษณะการระเบิดใกล้เคียงกับ "ระเบิดเสียง" หรือ Stunt bomb มีวัตถุประสงค์เพื่อข่มขวัญ
มีระดับความดังประมาณ 130 เดซิเบล หากเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพ เสียงระเบิดจะใกล้เคียงกับประทัดยักษ์


       นอกจากนี้ ยังสามารถแบ่งชนิดสารระคายเคืองของแก๊สน้ำตาได้อีก 2 แบบ ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะของแก๊สน้ำตา
เรียกว่าแบบ CN กับ CS โดยแก๊สน้ำตาแบบ CN นั้น ปัจจุบันองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศห้ามใช้แล้ว
และในยุโรปหรืออเมริกาก็ไม่มีการใช้ ทั้งยังเลิกผลิตแล้วด้วย เนื่องจากเป็นสารระคายเคืองที่มีพิษ ทำให้ผิวพุพอง
และมีสารพิษตกค้าง ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบันเจ้าหน้าที่จึงใช้แก๊สน้ำตาแบบ CS เป็นส่วนใหญ่ เพราะจะปลอดภัยกว่า

       อย่างไรก็ดี แก๊สน้ำตาแบบ CN ยังมีการผลิตและใช้อยู่หลายประเทศ แต่จะเป็นกลุ่มประเทศค่ายคอมมิวนิสต์
เช่น จีน อิสราเอล และประเทศทางตะวันออกกลาง กระนั้นในแง่ของการตรวจสอบว่าแก๊สน้ำตาที่ใช้เป็นสารต้องห้าม
หรือไม่ สามารถให้ผู้รับผิดชอบเก็บตัวอย่างสารจากพื้นดินที่แก๊สน้ำตาตกอยู่ไปตรวจสอบได้

       ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์ กล่าวอีกว่า การควบคุมหรือสลายฝูงชนนั้น ตามหลักปฏิบัติสากลจะมีขั้นตอนต่างๆ อยู่
โดยเริ่มจากการใช้เจ้าหน้าที่ถือโล่และกระบองผลักดันฝูงชน หากไม่ได้ผลก็จะใช้รถฉีดน้ำเข้าเสริมการปฏิบัติ ส่วนการ
ใช้แก๊สน้ำตานั้นจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายในกรณีที่ฝูงชนบ้าคลั่ง ไม่สามารถควบคุมได้แล้ว จึงจะสั่งใช้แก๊สน้ำตา

       ที่สำคัญการใช้แก๊สน้ำตาแบบยิงด้วยอาวุธปืน จะมีหลักการใช้อาวุธประเภทนี้เป็นพิเศษกำกับอยู่อีก กล่าวคือ
เจ้าหน้าที่ผู้ใช้ต้องได้รับการฝึกฝนมาเป็นการเฉพาะ ไม่ใช่ว่าให้ใครก็ได้มาใช้ และการยิงจะต้องยิงเป็นวิถีโค้งทำมุม
ไม่ต่ำกว่า 45 องศาจากระยะไกล และจุดตกของแก๊สน้ำตานั้นจะต้องเป็นจุดที่ฝูงชนเบาบาง แต่อยู่เหนือลม เพื่อให้
กระแสลมพาสารระคายเคืองเข้าไปยังกลุ่มฝูงชน

       ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องกำหนดจุดตกเป็นจุดที่ฝูงชนเบาบาง ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มีการขว้างแก๊สน้ำตาที่ถูกยิงออกไปแล้ว
กลับมายังเจ้าหน้าที่ เนื่องจากก่อนที่แก๊สน้ำตาจะทำงาน มีระบบหน่วงเวลาหลายวินาที

       ส่วนเหตุการณ์ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่บริเวณหน้ารัฐสภาเมื่อช่วงเช้า
วานนี้นั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์ วิเคราะห์ว่า จากภาพข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชนว่า เจ้าหน้าที่ที่ใช้แก๊สน้ำตา
น่าจะไม่ได้รับการฝึกฝนมาจนเชี่ยวชาญ และยิงแก๊สน้ำตาด้วยวิธีที่ผิดหลักปฏิบัติสากล คือ เป็นการยิงในระยะใกล้
ไม่ได้ยิงในลักษณะวิถีโค้ง จุดตกแก๊สน้ำตาอยู่กลางฝูงชน ไม่ได้ตกในจุดที่ฝูงชนเบาบาง ส่วนแก๊สน้ำตาที่ใช้นั้น
น่าจะเป็นแก๊สน้ำตาแบบมีระเบิดเสียงผสมกับสารระคายเคือง

       สำหรับผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขึ้นขาขาดนั้น ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ เห็นว่า น่าจะถูกแก๊สน้ำตาแบบมีระเบิดเสียง
ผสมกับสารระคายเคือง เพราะมีอันตรายใกล้เคียงกับประทัดยักษ์ หากจุดตกแก๊สน้ำตาอยู่ในระยะประชิด ก็มีความเป็นไปได้
ที่อาการจะสาหัสถึงขั้นขาขาด


       “แก๊สน้ำตาแบบที่มีระเบิดเสียงนั้นอานุภาพไม่ต่างจากประทัดยักษ์ หากถือไว้หรืออยู่ใกล้มากก็ทำให้บาดเจ็บสาหัส
ได้เช่นกัน เช่น ถ้าถือประทัดยักษ์ขณะระเบิดก็ทำให้นิ้วขาดได้ และเมื่อบวกกับวิธีการยิงแก๊สน้ำตาซึ่งไม่ถูกวิธีด้วยแล้ว
ก็มีความเป็นไปได้ว่าผู้ที่ขาขาดนั้นถูกแก๊สน้ำตาชนิดนี้ขณะเกิดระเบิดเสียงในระยะที่ใกล้มาก
” ผู้เชี่ยวชาญ ระบุ

       เขายังให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า แก๊สน้ำตาที่นำมาใช้งาน หากเป็นของเก่าที่เสื่อมสภาพก็ทำให้เกิดการระเบิดได้เช่นกัน
นอกจากนี้จุดตกของแก๊สน้ำตาแบบที่มีระเบิดเสียง หากตกในจุดที่มีหิน กรวด หรือเศษวัสดุอยู่แล้วเกิดระเบิดขึ้น แรงดัน
จะทำให้หิน กรวด หรือเศษวัสดุต่างๆ กระเด็นเป็นสะเก็ดคล้ายสะเก็ดระเบิดทำอันตรายแก่ผู้ที่อยู่ในรัศมีได้เช่นกัน ดังนั้น
เมื่อเกิดการยิงแก๊สน้ำตาแบบมีระเบิดเสียงผสมอยู่ด้วย ประชาชนควรอยู่ห่างไม่ต่ำกว่า 5 เมตรถึงจะไม่ได้รับอันตรายสาหัส
แต่ก็อาจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ด


       อย่างไรก็ดี เสียงระเบิดปริศนาระหว่างสลายการชุมนุมยังจำเป็นต้องค้นหาความจริงกันต่อไป เพราะผู้บาดเจ็บขาขาด
รายหนึ่งบอกกับแพทย์ที่ทำการรักษาว่า เขาเห็นวัตถุทรงกลมที่คาดว่าจะเป็นระเบิดปิงปอง หรือระเบิดน้อยหน่าตกอยู่ข้างตัว
ก่อนที่เสียงระเบิดจะดังขึ้น และทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส

       แต่ไม่ว่าเหยื่อความรุนแรงจากการสลายการชุมนุมจะโดนอานุภาพจากแก๊สน้ำตา หรือระเบิดชนิดอื่นที่ใครแอบพกพาเข้ามา
เจ้าหน้าที่ที่เข้าสลายการชุมนุมแบบข้ามขั้นตอนที่ถูกต้อง ย่อมไม่อาจหลีกหนีความรับผิดชอบ!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-10-2008, 06:23 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #1 เมื่อ: 09-10-2008, 08:33 »

สภาพผู้ได้รับบาดเจ็บขาขาด จากเหตุการณ์สลายการชุมนุม เช้าวันที่ 7 ตุลา 51
เป็นไปได้สูงที่เกิดจากโดนระเบิดแก๊สน้ำตา แบบที่คล้ายประทัดยักษ์

ภาพจากบล็อก tyty ที่ oknation ครับ..
http://www.oknation.net/blog/tyty1789/2008/10/08/entry-2






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-10-2008, 09:01 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #2 เมื่อ: 09-10-2008, 08:39 »

เมื่อตรวจสอบจากคลิปวิดีโอเหตุการณ์ เช้าวันที่ 7 ตุลา 51

mms://tv.manager.co.th/videoclip/11News1/Footage/Criminal at Parliament_071008_H.wmv

ในวินาทีที่ 59 ยืนยันได้ชัดเจนว่ามีการใช้ระเบิดแก๊สน้ำตา
ที่มีเสียงดังมาก และมีแรงระเบิดอย่างรุนแรงผิดธรรมดา
ถึงขนาดยางรถยนต์ที่เรียงซ้อนกันไว้กระดอนออกจากกัน

...

เมื่อเทียบกับคลิปเหตุการณ์ตอนเย็นวันที่ 7 ตุลา 51
มีการใช้แก๊สน้ำตาเพื่อเปิดทางให้ ส.ส. ออกจากสภาฯ

http://files.thaiday.com/Clip_071008/Criminal%20at%20Parliament2_071008_H.wmv

มีการใช้แก๊สน้ำตาหลายครั้ง แต่ความรุนแรงเทียบกับ
ที่ระเบิดยางรถยนต์ในตอนเช้าไม่ได้เลย

นอกจากนี้แก๊สน้ำตาที่ใช้ตอนเย็นไม่มีเสียงดังอีกด้วย
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #3 เมื่อ: 09-10-2008, 08:53 »

ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีการใช้อาวุธไม่เหมาะสมในการสลายการชุมนุม
กระทั่งเป็นเหตุให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายมากมาย

รัฐบาลในฐานะผู้สั่งการให้สลายการชุมนุมย่อมต้องรับผิดชอบ
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
จะบ้าตาย
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120



« ตอบ #4 เมื่อ: 09-10-2008, 14:58 »

   เยี่ยมครับคุณจี   ผมก็สังเกตุ ว่าตอนตำรวจยิงโชว์นักข่าว มันมีแต่ควันค่อยๆฟุ้งออกมา

แต่ในภาพข่าว ยางรถยนต์ยังสะเทือน 
บันทึกการเข้า
1ktip
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,457



« ตอบ #5 เมื่อ: 10-10-2008, 05:01 »

ผมก็รู้สึกว่าช็อคเวฟมันแรงมาก แก้วหูผมสะเทือนไปหมด และขนาดโดนแค่ประทัดยังทำให้เกิดแผลเหวอะได้เลย

ที่ยิงมานี่ลูกใหญ่กว่าประทัดเยอะ จะมีแผลฉีกขาดแบบที่เห็นก็มีโอกาสเป็นไปได้ โดยเฉพาะการยิงเข้าใส่ฝูงชน

บวกกับเศษสะเก็ดระเบิดที่เป็นเศษพลาสติกที่หมอพบฝังอยู่ตามแผลก็ยิ่งเข้าเค้า

ถ้าเป็นงั้นจริง คนที่โดนถล่มใส่ทุกคน มีโอกาสกลับบ้านเก่าไม่ต่างกันเลย
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #6 เมื่อ: 10-10-2008, 05:32 »

ผมก็รู้สึกว่าช็อคเวฟมันแรงมาก แก้วหูผมสะเทือนไปหมด และขนาดโดนแค่ประทัดยังทำให้เกิดแผลเหวอะได้เลย

ที่ยิงมานี่ลูกใหญ่กว่าประทัดเยอะ จะมีแผลฉีกขาดแบบที่เห็นก็มีโอกาสเป็นไปได้ โดยเฉพาะการยิงเข้าใส่ฝูงชน

บวกกับเศษสะเก็ดระเบิดที่เป็นเศษพลาสติกที่หมอพบฝังอยู่ตามแผลก็ยิ่งเข้าเค้า

ถ้าเป็นงั้นจริง คนที่โดนถล่มใส่ทุกคน มีโอกาสกลับบ้านเก่าไม่ต่างกันเลย

ตามข้อมูลในบทความบอกว่า ระเบิดเสียงแบบนี้เสียงดังถึง 130 เดซิเบล
ผมลองเช็คดูแล้วพบว่าดังกว่าเครื่องเจาะพื้นคอนกรีตเสียอีกครับ

จากแรงระเบิดที่เห็นก็ชัดเจนว่า ทุกคนที่โดนถล่มมีโอกาสเสียชีวิตจริงๆ
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #7 เมื่อ: 10-10-2008, 05:46 »

ความเห็นจากแพทย์ 3 สถาบัน ที่สัมผัสผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 51 โดยตรงครับ
นอกจากนี้มีความเห็น อดีตผู้บัญชาการ สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และความเห็น จาก อดีตแม่ทัพภาคที่ 4

ตอนนี้ผมค่อนข้างมั่นใจแล้วว่า การบาดเจ็บเสียชีวิตมาจากใช้แก๊สน้ำตาแบบระเบิดรุนแรง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------
แพทย์3รพ.ยันไม่ใช่แก๊สน้ำตา แต่อดีตผบ.นิติฯเผยทำในจีน รุนแรงถึงตาย
10 ตุลาคม พ.ศ. 2551 05:00:00
http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/10/news_302049.php

แพทย์จุฬาฯ-ราม-วชิระ ชำแหละ เหยื่อสลายม็อบไม่ได้เกิดจากแก๊สน้ำตาเพราะอานุภาพรุนแรง
แม้แต่กระสุนยางก็รุนแรงฝังในตัว ด้านผบ.นิติวิทยาศาสตร์แฉแก๊สน้ำตาที่ใช้ผลิตในจีน อานุภาพ
รุนแรงถึงตาย คนละแบบกับที่ตร.สาธิต

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ - ในการเสวนาวิชาการเรื่อง “อาการของผู้บาดเจ็บจากการสลายการชุมนุม”
โดยมีศัลยแพทย์รักษาผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มพันธมิตร 3 โรงพยาบาลเข้าร่วม อาทิ
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลวชิระพยาบาล พร้อมมีการนำเสนอภาพในการรักษาผู้บาดเจ็บ
และผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์การชุมนุมมาแสดง เพื่อชี้ให้เห็นถึงลักษณะบาดแผลที่เกิดขึ้นยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตั้งแต่
บาดเล็กน้อยจากการถูกสะเก็ดระเบิด รวมถึงบาดแผลที่เกิดจากการสูญเสียอวัยวะ ทั้งนิ้วมือ แขน ขา เท้า และอวัยวะส่วนอื่นๆ
เพื่อรวมกันวิเคราะห์ว่าเกิดจากการใช้แก๊สน้ำตาหรืออาวุธชนิดใด 

นพ.ศิรชัย จินดารักษ์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่ได้ติดตามการสลายการชุมนุม เมื่อเปรียบเทียบการใช้แก๊สน้ำตาในสลาย
กลุ่มผู้ชุมนุมทั่วโลก จะเห็นได้ว่า เหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมามีความแตกต่างกับประเทศอื่นๆ อย่างมาก เพราะเกิดบาดเจ็บ
ตั้งแต่เล็กน้อยถึงขั้นบาดเจ็บรุนแรง

ดังนั้นในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บแพทย์จำเป็นต้องมีข้อมูลเพื่อเตรียมตัวในการช่วยผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด รวมทั้งใช้ในการประเมิน
เพื่อเป็นข้อมูลวิชาการในการรักษาผู้บาดเจ็บต่อไป

นพ.อัฉริยะ สาโรวาท ภาควิชาศัลยกรรม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า  ในส่วนของ น.ส.อังคณา
ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบ ที่เสียชีวิตระหว่างการนำส่ง ลักษณะบาดแผลพบว่ามีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อบริเวณหน้าอก
ต้นแขน เต้านมด้านซ้ายหายไป ซีกโครงด้านซ้ายหักทั้งหมด มีเลือดออกที่ช่องปอด ซึ่งทางนิติเวชสรุปว่า เกิดจากการ
กระแทกด้วยของแข็งความเร็วสูง และมีความร้อน อีกทั้งบริเวณ “แผลโดยรอบมีเขม่าดำ แต่ไม่พบวัตถุที่เป็นโลหะ
ที่สะเก็ดระเบิดใดๆ ในร่างกาย”

นอกจากนี้จากการรักษาผู้บาดเจ็บรายอื่นๆ พบว่า บางรายมีบาดแผลสาหัสที่ข้อเท้า ขา มือ และแขน โดยเนื้อเยื่อเละเป็นชิ้นๆ
บางรายลึกถึงกระดูก มีถึงขึ้นกระดูหักเป็นเศษเล็กเศษน้อย ทำให้ต้องมีการตัดอวัยวะส่วนนั้นออกไป เพราะไม่สามารถรักษาได้

นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ขณะนี้อยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก และบริเวณลำคอ
ซึ่งพบว่าหลอดลมถูกตัดขาด ทำให้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และอีก 1 รายสูญเสียดวงตา 1 ข้าง

นพ.รัฐพลี ภาคอรรถ ผู้ช่วยอำนวยการด้านผู้ป่วยวิกฤต ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า
เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างการชุมนุม จากบาดแผลที่เกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา ซึ่งตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะที่บริเวณ
สะพานมัฆวานรังสรรค์ จากการรักษาผู้บาดเจ็บรายหนึ่งซึ่งมีบาดแผลเป็นรูหน้าขา รักษาไม่หาย ทำให้ต้องผ่าตัดและพบว่า
มีกระสุนยางฝังตัวอยู่  จะเห็นได้ว่า แม้เพียงการใช้กระสุนยางก็ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ดังนั้นเหตุการณ์สลายกลุ่มผู้ชุมนุม
ที่ผ่านมาคงไม่ต้องพูดถึง

นพ.รัฐพลี กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลจุฬาฯ ตั้งอยู่ไกลจากจุดเกิดเหตุ แต่มีการนำส่งผู้บาดเจ็บกว่า 10 ราย ซึ่งส่วนมีบาดแผลที่มี
รอยฉีกขาด บางรายมีสะเก็ดทั่วร่างกาย รอยฟกซ้ำที่หน้าตา บางรายสูญเสียเส้นเอ็น ลึกกระดูก และเท่าที่ดูเห็นว่าไม่น่าจะเกิดจาก
แก๊สน้ำตาได้ อีกทั้งแผลส่วนใหญ่ยังมีรอยเขม่าดำๆ โดยรอบ อีกทั้งจากฟิลม์เอ็กซ์เรย์บาดแผลยังชี้ว่าไม่ใช่เกิดจากแรงกระแทก
โดยตรงจากของแข็ง เช่น การทุบตี แต่เกิดจากแรงกระแทกในแนวบิดเฉียงที่แรงกระทำรุนแรง วิ่งไม่ตรงไปตรงมา

“จากภาพบาดแผลที่ปรากฏ ไม่คิดว่าอาวุธธรรมดาทำให้เกิดแผลเหล่านี้ได้ ไม่ใช่อาวุธปืน กระบอง ซึ่งในฐานะแพทย์คงบอก
ไม่ได้ว่าเป็นอาวุธใด และใครเป็นคนทำ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นรู้สึกว่ารุนแรงมากที่เกิดขึ้นกับคนไทย เป็นภาพสะเทือนใจ ไม่ว่าใครถูกผิด
อาวุธร้ายแรงแบบนี้ก็ไม่ควรนำมาใช้กับคนไทยทั่วไป บาดแผลมีกระดูกโผล่ กระดูกหัก ที่ถูกแรงกระทำรุนแรงมาก ไม่ใช่แค่
กระดูกหักธรรมดา แต่เกิดจากแรงบิด แรงหมุน ทั้งเส้นเลือด กล้ามเนื้อ เส้นประสาท โดยบางรายหมอไม่สามารถรักษาอวัยวะ
ผู้บาดเจ็บได้ ต้องตัดทิ้ง เพื่อรักษาชีวิตผู้บาดเจ็บไว้ ผมคิดว่าสภาพแบบนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใคร และในฐานะบุคลากรแพทย์
ขอบอกว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเราคงต้องทำหน้าที่รักษาต่อไป” นพ.รัฐพลี


ด้าน พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา อดีตผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด
กล่าวว่า จากการนำเสนอภาพของสื่อมวลชนในเหตุการณ์ เห็นว่า แก๊สน้ำตาที่ใช้มี 2 แบบ ลักษณะยาวประมาณ 6 นิ้ว ขนาด
น้ำหนัก 2 ขีด เวลายิงจะเร็วมาก 200 feet/session ดังนั้นจึงมีแรงกระแทกมหาศาล และเมื่อตกพื้นจะระเบิดออก มาจากประเทศจีน
ต่างจากแก๊สน้ำตาที่ใช้ในกลุ่มประเทศรวย เมื่อตกพื้นจะไม่ระเบิด แต่แก๊สน้ำตาจะค่อยๆ ซึมออกมาแทน

“แก๊สน้ำตาที่ใช้ขว้างออกไป เมื่อกระทบพื้นจะระบิดตูมและมีไฟลุกขึ้น ขณะที่แก๊สน้ำตาที่ผลิตจากสหรัฐอเมริกา เมื่อตกพื้นจะดังฟึบ
แล้วแก๊สค่อยๆ ซึมออกมา ดังนั้นบาดแผลของผู้บาดเจ็บที่เกิดการเผาไหม้ย่อมเกิดขึ้นได้ รวมถึงน้ำหนักและแรงความเร็วของแก๊สน้ำตา
หากวิ่งมากระทบอวัยวะส่วนใดย่อมทำให้ขาด ชนขา ขาก็ขาดได้ เช่นเดียวกับนิ้วและมือ และเมื่อเกิดการระเบิด ไฟลุก ก็ทำให้เนื้อ
ส่วนนั้นรุ่งริ่ง มีรอยไหม้เหมือนภาพบาดแผลที่ปรากฏในข่าว” พล.ต.ท.อัมพร กล่าว และว่า ศัลยแพทย์ทั่วไปหากเคยรักษาเด็กที่ถือ
ประทัดระบิดในมือ หากเป็นประทัดลูกเล็กๆ นิ้วและมือเนื้อจะแหว่ง แต่หากเป็นประทัดลูกใหญ่มือก็จะถูกแรงระเบิดตัดขาดไป ดังนั้น
แรงระเบิดแก๊สน้ำตาคงไม่ต้องพูดถึง

พล.ต.ท.อัมพร กล่าวต่อว่า สิ่งที่แพทย์พบในร่างกายผู้บาดเจ็บ จะมีชิ้นส่วนเล็กๆ ที่เป็นพลาสติกบางๆ นั้น เป็นพลาสติกที่ห่อหุ้ม
แก๊สน้ำตาไว้ และจากการสอบถามแพทย์ ไม่พบสะเก็ดระเบิดที่เป็นโลหะ ดังนั้นจึงตัดประเด็นการใช้ระเบิดที่เป็นระเบิดแท้จริงออกไป
แต่น่าจะเกิดจากการใช้แก๊สน้ำตานี้มากกว่า

ต่อข้อซักถามว่า จากการแถลงข่าวของตำรวจระบุว่า นส.อังคณาเสียชีวิตจากระเบิดที่พกมาเอง พล.ต.ท.อัมพร กล่าวว่าไม่ว่าจะเป็น
ระเบิดปิงปอง หรือระเบิดลูกเกลี้ยง หากระเบิดขึ้นจะต้องพบเศษโลหะในร่างกาย แต่การตรวจของแพทย์ไม่พบ ดังนั้นการที่จะพกระเบิด
มาเองจากที่ตำรวจตั้งข้อสังเกตหรือไม่ ให้สังคมกลับไปคิดเอง และคิดว่าคงตอบเองได้ เพราะทุกคนมีสติสัมปชัญญะเท่ากัน อย่างไร
ก็ตามจากเขม่าที่ติดตามร่างกายสามารถตอบได้ว่าเกิดจากอะไร แต่ตอนนี้ต้องรอผลการชันสูตรก่อน

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในวันที่ตำรวจแถลงข่าวยืนยันใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุม และมีการสาธิตการใช้แก๊สน้ำตานั้น เป็นแบบเดียวกับ
ในวันที่สลายผู้ชุมนุมหรือไม่ พล.ต.ท.อัมพร กล่าวว่า เท่าที่เห็นไม่เหมือนกันแต่เป็นแก๊สน้ำตาที่ผลิตโดยสหรัฐ เป็นแบบเซฟตี้
เพราะเป็นลักษณะควัน เมื่อกระทบพื้นแล้วจะค่อยๆ ไหลออก อย่างไรก็ตามเท่าที่ทราบประเทศไทยมีการใช้แก๊สน้ำตาในทุกแบบ

ต่อข้อซักถามว่า เหตุใดเมื่อแก๊สน้ำตาที่ใช้มีความรุนแรง จึงมีการนำมาใช้สลายกลุ่มชุมนุม พล.ต.ท.อัมพร กล่าวว่า ทุกคนมีความรู้
เกี่ยวกับอาวุธ แต่รู้ไม่จริง ที่รู้จริงมีไม่กี่คน และหากรู้ว่ายิ่งแล้วทำให้เกิดความรุนแรงอาจไม่ทำแบบนี้ก็ได้ เพราะแม้แต่กระสุนยาง
ที่ใช้ยังทะลุหน้าแข่งได้ ซึ่งตนก็ไม่เคยทราบ แต่เพิ่งทราบจากของแพทย์เมื่อครู่

อย่างไรก็ตามการปราบจลาจล แม้ใช้กระสุนยางก็จะไม่ยิงโดยตรง แต่จะยิงที่พื้นให้กระเด้ง ดังนั้นในรายที่กระสุนยางทะลุนั้น
ไม่รู้ว่าเกิดจากตำรวจอ่อนซ้อมหรือตั้งใจกันแน่ ก็บอกไม่ได้

ต่อข้อซักถามเพิ่มเติมว่า แสดงว่าความสูญเสียจากการสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้น อาจเกิดจากผู้รู้ผู้สั่งการไม่มีความรู้ในการใช้
พล.ต.ท.อัมพร กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่รู้ว่าภายในจิตใจใครเป็นอย่างไร แต่คนที่มีความรับผิดชอบที่ดีก็อีกเรื่องหนึ่ง


ด้าน พล.อ.ปานเทพ ภูวนารถนุรักษ์ อดีตแม่ทัพภาค 4 และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า ตนอยู่ในสนามรบมาหลายปี
เคยชินกับบาดแผลสงคราม เวลาที่มีคนเจ็บ ตนจะไปรับด้วยตนเอง และจะตามไปในห้องผ่าตัดด้วยทุกครั้ง ตนไม่เคยพูดเสียงเครือ
แบบนี้มาก่อน แม้ว่าทหารจะเสียชีวิตบาดเจ็บก็ตาม

แต่ในเหตุการณ์ในวันที่ 7 ตุลาคมนั้น ตนอยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลยิงใส่ประชาน
ที่กำลังเดินกลับจากรัฐสภาไปทำเนียบรัฐบาล โดยไม่ได้มีการคุกคามเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ตนเคยชินกับเสียงอาวุธต่างๆ รู้ว่า อะไรเป็นเสียงปืน ระเบิด แก๊สน้ำตา หากแก๊สน้ำตาเมื่อตกพื้นจะดังป๊อก แต่กลับได้ยินเสียง
ตกป๊อกและมีเสียงบึ้มตามมา ตนนั่งอยู่ในรถ มีลูกหนึ่งตัดกิ่งไม้ขาดไม่ใช่แก๊สน้ำตา

“ผมเห็นภาพข่าว มีทั้งปืนยาง ปืนแก๊สน้ำตา และปืนเอ็ม 79 ปืนลูกซอง ซึ่งหากกลับไปดูภาพจะเห็นอาวุธเหล่านี้ และจากการ
เก็บกวาดก็พบกระสุนลูกซองจำนวนมาก หรือกระสุนลูกปลายที่ม็ดเล็กมากเหมือนถั่วเขียวไว้ยิงนก แต่หากยิงใกล้ๆ พุงโหวได้
ทั้งนี้ผมมีคำถามนิดเดียวว่า ในขณะแพทย์ผ่าตัดนั้นได้กลิ่นแก๊สน้ำตาจากแผลผู้บาดเจ็บหรือไม่ ถ้าได้กลิ่นก็ใช่แก๊สน้ำตา เพราะ
กลิ่นจะคงทนมาก แต่ถ้าไม่ได้กลิ่นแก๊สน้ำตา ก็ไม่ใช่เกิดจากกระสุนแก๊สน้ำตาแน่นอน”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-10-2008, 05:52 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
karasu
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21


« ตอบ #8 เมื่อ: 10-10-2008, 05:47 »

น่าจะไอ้นี่หรือเปล่าครับ ไปเห็นจากกระทู้ข้างๆพอดี



แล้วถ้ามันแรงขนาดนั้น แถมยิงเข้าใส่ในแนวตรงอีก ต่อให้แนวโค้งแต่ลงตัวผู้ชุมนุมก็สาหัสอยู่ดี ดีไม่ดีถึงตายได้ง่ายๆถ้าโดนจุดสำคัญ

-*-
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #9 เมื่อ: 10-10-2008, 05:51 »

บางส่วนจากข่าวมติชน มีรายละเอียดบางอย่างมากขึ้นครับ 

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1223559758&grpid=00&catid=42
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผู้เชี่ยวชาญชี้แก๊สน้ำตาทำขาขาดได้

ขณะที่ พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา อดีตผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด กล่าวว่า แก๊สน้ำตาที่ใช้มี 3 แบบ คือ 1.รุ่นที่สั่งซื้อจากสหรัฐราคาแพง เมื่อยิงจะไม่มีการระเบิด ไม่มีลูกไฟ มีเพียงควันซึมออกมาเท่านั้น เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้สาธิตสื่อมวลชน 2.รุ่นที่สั่งซื้อจากประเทศจีน ราคาถูก มีความยาว 6 นิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลาง 38 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2 ขีด เมื่อยิงออกไปและตกกระทบ หรือชนกับวัตถุอื่นจะระเบิดเสียงดัง เพื่อให้ควันแตกตัวออกจากพลาสติคที่เป็นทุ่นห่อหุ้ม การระเบิดดังกล่าวมีอันตรายต่อผู้ที่อยู่ใกล้จุดระเบิดได้ เพราะการยิงต้องใช้ความเร็วสูง ประมาณ 200 ฟิตเปอร์เซ็นต์ มีแรงโมเมนตัมมหาศาล และ 3.แก๊สน้ำตาแบบขว้าง จะมีกระเดื้องระเบิดติดอยู่ด้วย เมื่อใช้ต้องดึงกระเดื้องออกแล้วปาใส่พื้นที่เป้าหมายทำให้ระเบิดแล้วควันแตกตัว

"จากการชมภาพข่าวการสลายการชุมนุม เห็นว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตาทั้ง 3 แบบ ซึ่งแบบขว้างและแบบที่ซื้อจากจีนทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัส ขาและแขนขาดได้ อาการบาดเจ็บไม่ต่างจากถูกประทัดยักษ์ระเบิดใส่มือ เท้า เพราะปืนที่ใช้ยิงแก๊สน้ำตามีความเร็วสูง เมื่อกระทบหรือชนอวัยวะใดของร่างกาย เช่น ขา หรือแขน มีอานุภาพทำให้แขน ขา หักได้ทันที เมื่อเกิดการระเบิดขึ้นจะทำให้อวัยวะที่หักอยู่แล้วขาดรุ่งริ่งได้ ทั้งนี้ ระเบิดจากแก๊สน้ำตาจะพบสะเก็ดระเบิดที่เป็นเศษพลาสติคเท่านั้น ไม่มีเศษโลหะอื่น หรือเศษแก้วปะปน" พล.ต.ท.อัมพรกล่าว

ปลอกแก๊สมีคำเตือนยิงตรงตัวตายได้

พล.ต.ท.อัมพรกล่าวว่า สำหรับศพของ น.ส.อังคณา ไม่ได้ร่วมตรวจชันสูตรศพ แต่โอกาสเป็นแก๊สน้ำตาก็มีสูง เพราะมีอานุภาพทำร้ายล้างที่รุนแรงเช่นเดียวกับระเบิดอื่นๆ หากขณะเกิดเหตุมีการยิงแก๊สน้ำตาเข้าไป และ น.ส.อังคณา นอนหมอบทับแก๊สน้ำตาไว้ใต้อก ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้เสียชีวิต หากเป็นระเบิดชนิดประดิษฐ์เอง ที่ศพน่าจะมีเศษวัสดุของระเบิดชนิดๆ นั้น หากดูตามลักษณะบาดแผลที่หัวเข่ากระจุย หรือบาดแผลอื่นๆ จะเป็นการพกมาเองด้วยการหนีบที่รักแร้ หรือหัวเข่า เชื่อว่า ประชาชนมีสติสัมปชัญญะเหมือนกันจะวิเคราะห์ได้ หากเป็นคุณๆ จะหนีบไว้หรือไม่

ส่วน นพ.อธิศพันธุ์ จุลกทัพพะ อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาฯ กล่าวว่า เก็บปลอกแก๊สน้ำตาจากบริเวณการชุมนุม พบมีคำเตือนเป็นภาษาอังกฤษ ระบุว่า อย่ายิงตรงตัวบุคคล เพราะจะทำให้เกิดการเสียชีวิตได้Ž ไม่ทราบว่าตำรวจผู้ยิงอ่านคำเตือนออกหรือไม่
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #10 เมื่อ: 10-10-2008, 06:02 »

น่าจะไอ้นี่หรือเปล่าครับ ไปเห็นจากกระทู้ข้างๆพอดี



แล้วถ้ามันแรงขนาดนั้น แถมยิงเข้าใส่ในแนวตรงอีก ต่อให้แนวโค้งแต่ลงตัวผู้ชุมนุมก็สาหัสอยู่ดี ดีไม่ดีถึงตายได้ง่ายๆถ้าโดนจุดสำคัญ

-*-


คงไม่ใช่ครับ.. แก๊สน้ำตาแบบกระป๋องไม่ได้ระเบิดรุนแรง
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #11 เมื่อ: 10-10-2008, 06:06 »

ตอนแรกเราก็นึกว่าตำรวจจะใช้ของดี มัวแต่คิดว่า เป็น M79จาก US ปรากฎว่าเป็นปืนจากจีนเพราะถูกกว่ากันมาก

------------------------------------------------------------------------------------------

The 38mm riot gun (grenade launcher) series was developed by China North Industries Group Corporation (NORINCO) 208 Research Institute. These weapons were intended for uses by Chinese public security (police) forces and the People’s Armed Police (PAP) in riot control operations. The riot guns fire a range of 38mm non-lethal rounds from a smoothbore barrel to a range of 100~120m. The weapon first entered service in the early 1990s and widely equipped by the Chinese police and internal security forces.

38mm Single-Shot Riot Gun

The 38mm riot gun was first introduced by 208 Research Institute in 1989 and has been widely equipped by the police forces and internal security forces of the PAP since the early 1990s. The weapon was available in two variants: the long-barrel shoulder-fired riot gun and the short-barrel pistol riot gun. Both weapons are single-shot, with a break open, smoothbore barrel firing low-velocity non-lethal anti-riot rounds. The shoulder-fired version has a shoulder stock and a forward handgrip to provide greater control.
(สังเกตง่ายๆ ปืนจีนจะมีมือจับด้านหน้า คือปืนที่ตำรวจคนที่สองจากซ้ายในรูปกระทู้ด้านบนครับ ตรงตัวอักษร "น" สีแดงในภาพ)

38mm Riot Control Grenades

The 38mm non-lethal riot control grenade is available in several variants:

-  Tear Gas (Explosion)          ( ลูกกระสุนแก๊สน้ำตาชนิดระเบิด )
-  Tear Gas (Smoke)              ( ลูกกระสุน แก๊สน้ำตาชนิดควัน  )
-  Stun/Disorientation
-  Rubber Buckshot (Kinetic Energy)
-  Dye Marking
-  Training Round

75% of the components on the 38mm riot control grenade are made from plastic. The grenade is in a cylinder shape, which is 37.5mm in diameter and 122.5mm in length. The grenade weights about 135g and has a maximum range of 130m (depending on the type of the launcher).

The Tear Gas grenade can generate 300 cubic metres of CS gas.

The Stun grenade can generate 164db of noise within 5m radius at the point of impact.

The training round is similar to the Explosion Tea Gar grenade in general ballistic character and generates explosion noise at the point of impact.

--------------------------------------------------------------------
จะเห็นว่าลูกกระสุนแก๊สน้ำตามีสองแบบ
แบบ ระเบิด กับ แบบควัน

แบบระเบิด ยิงไปตกตรงไหนก็ระเบิดตรงนั้น แขน ขาถึงได้กระจุยขนาดนั้น



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-10-2008, 06:52 โดย คนไทยคนหนึ่ง » บันทึกการเข้า
vorapoap
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 512



เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 10-10-2008, 06:21 »

อยากทราบหมายเลขรุ่นของระเบิดครับ
บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #13 เมื่อ: 10-10-2008, 06:23 »


The Tear Gas grenade can generate 300 cubic metres of CS gas.

The Stun grenade can generate 164db of noise within 5m radius at the point of impact.

The training round is similar to the Explosion Tea Gar grenade in general ballistic character and generates explosion noise at the point of impact.

--------------------------------------------------------------------
จะเห็นว่าลูกกระสุนแก๊สน้ำตามีสองแบบ
แบบ ระเบิด กับ แบบควัน

แบบระเบิด ยิงไปตกตรงไหนก็ระเบิดตรงนั้น แขน ขาถึงได้กระจุยขนาดนั้น

Stun grenade สร้างเสียงได้ดังขนาด 164 เดซิเบล ในระยะ 5 เมตร!!!

ถ้ายิงเข้าไประเบิดใกล้ๆ ตัว อาจถึงขนาดหูแตกได้นะครับ

ขนาดเสียงเครื่องบินยังดังแค่ 130 เดซิเบล เท่านั้น
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #14 เมื่อ: 10-10-2008, 06:27 »


อยากทราบหมายเลขรุ่นของระเบิดครับ

ข้อมูลที่หามาได้เบื้องตันมีเท่านี้ครับ  จะเอารายละเอียดกันจริงๆ

คงต้องไปขอจากทางผู้ซื้อ คือตำรวจละครับ ขนาดข้อมูลใน Internet ก็แทบจะหาไม่ได้

ข้อมูลที่ผมเอามาลงยังเป็นหน้าที่เก็บไว้ของ Google เลยครับ ในเวบเดิมก็ไม่มีแล้ว

ที่หาเจอเพราะตำรวจพุดว่าเป้นปืนขนาด 38มม ซึ่ง M79 จะมีขนาด 40มม ครับ และลูกกระสุนที่

เอามาโชว์ก็เป็นทรงกระบอกพลาสติกซึ่งตรงกับปืนที่ผลิตในจีนครับ

key word ที่ใช้หา "38 mm grenade launcher" ครับ

แต่อย่างน้อยเราก็รู้ว่ากระสุนแก็สน้ำตาของจีนมีสองแบบครับ

ที่เอายิงโชว์ก้คงเป็นแบบควันซึ่งอันตรายน้อยกว่ามากครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-10-2008, 06:44 โดย คนไทยคนหนึ่ง » บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #15 เมื่อ: 10-10-2008, 06:50 »

อยากทราบหมายเลขรุ่นของระเบิดครับ


เคยเห็นในข่าวที่เว็บผู้จัดการนะครับ ว่าเก็บปลอกกระสุนได้
และมีข้อความเตือนที่ปลอกกระสุนว่าห้ามใช้ยิงโดนคนตรงๆ

ในข่าวมีหมายเลขรุ่นของกระสุนด้วยครับ แต่ตอนนี้หาไม่เจอ
ไม่รู้หน้าข่าวหายไปไหนแล้วครับ
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
vorapoap
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 512



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 10-10-2008, 07:30 »

เว็บต้นทาง sino อะไรนั่น เข้าไม่ได้แล้วอ่ะครับ ขึ้นว่า system path ผิด ประมาณนั้น Sad
บันทึกการเข้า

Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #17 เมื่อ: 10-10-2008, 13:39 »

เคยเห็นในข่าวที่เว็บผู้จัดการนะครับ ว่าเก็บปลอกกระสุนได้
และมีข้อความเตือนที่ปลอกกระสุนว่าห้ามใช้ยิงโดนคนตรงๆ

ในข่าวมีหมายเลขรุ่นของกระสุนด้วยครับ แต่ตอนนี้หาไม่เจอ
ไม่รู้หน้าข่าวหายไปไหนแล้วครับ

http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000119873
บันทึกการเข้า
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #18 เมื่อ: 10-10-2008, 19:52 »

เว็บต้นทาง sino อะไรนั่น เข้าไม่ได้แล้วอ่ะครับ ขึ้นว่า system path ผิด ประมาณนั้น Sad
หน้าของ เวบ www.sinodefence.com มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนของ small_arms/38mm_riotgun ถูกลบไปแล้วครับ

ข้อมูลที่ผมได้ มาจาก "หน้าที่ถูกเก็บไว้" ของ Google ครับ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #19 เมื่อ: 10-10-2008, 20:12 »


ขอบคุณครับ คุณ Solidus ผมเอาข้อมูลในลิงค์มาลงกระทู้เลยแล้วกัน

---

การ์ดพันธมิตรฯ โชว์ระเบิดแก๊สน้ำตา-เผยพบธง นปก.ในรถตำรวจ
โดย ผู้จัดการออนไลน์   9 ตุลาคม 2551 05:06 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000119873




       หัวหน้าการ์ดโชว์พันธมิตรฯ นำหลักฐานปลอกกระสุน ไดนาไมต์ และระเบิดแก๊สน้ำตา ที่เก็บได้ในที่ชุมนุมหน้ารัฐสภา
หลังตำรวจเข้าสลาย เผยมีข้อความระบุชัด ห้ามยิงใส่คนโดยตรง อาจเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต และต้องยิงอย่างน้อย 150 หลา
แต่เอามายิงแค่ระยะ 10 เมตร พร้อมพบธง นปก.ในรถตำรวจ
       
       เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา นายกิตติชัย ใสสะอาด หัวหน้าการ์ดของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ได้แถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับนำปลอกกระสุน แก๊สน้ำตา ทั้งที่ใช้แล้วและไม่ได้ใช้รวมทั้งระเบิดไดนาไมต์
มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า จะเห็นได้ว่าตำรวจมีการใช้แก๊สน้ำตาหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีระเบิดแบบขว้างซึ่งตน
ได้มอบให้ทนายไปแล้วอีกด้วย
       
       ที่สำคัญที่ด้านข้างของแก๊สน้ำตาที่ยังไม่ได้ใช้ ชื่อว่า federal รุ่น 206-T-40 มีการระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามยิงใส่คนโดยตรง
เพราะอาจจะทำให้บาดเจ็บรุนแรง และทำให้เสียชีวิตได้ รวมทั้งยังระบุด้วยว่าจะต้องยิงในระยะ 150 หลา เป็นอย่างน้อย
และห้ามยิงใส่ไฟหรือของร้อนพร้อมกับทำให้ระเบิดทันที ซึ่งการสลายการชุมนุมในครั้งนี้ จากประสบการณ์ของตนมองว่า
เจ้าหน้าที่ตำรวจนำแก๊สน้ำตามาใช้มากเกินความจำเป็น นอกจากนี้ ในที่ชุมนุมยังพบอุปกรณ์อื่นแฝงมาด้วย อย่างไรก็ตาม
ยังพบว่ามีการพบธงสีแดงซึ่งมีข้อความเขียนว่า ปกป้องประชาธิปไตย อยู่ในรถของตำรวจด้วย ซึ่งตรงนี้เป็นที่น่าแปลกใจ
และเป็นที่รู้กันดีว่า ธงดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของ นปก.
       
       นายกิตติชัย กล่าวต่อว่า เท่าที่ตนได้อยู่บนเวที บริเวณสี่แยกการเรือน เห็นได้ชัดเจนว่าแนวยิงแก๊สน้ำตาอยู่หน้าแถว
ของตำรวจ ซึ่งอยู่ห่างผู้ชุมนุมไม่ถึง 10 เมตร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังยิงวิถีตรง แทนที่จะเลือกยิงวิถีโค้ง เมื่อถามว่าทาง
ตำรวจก็มีหลักฐานที่อ้างว่าได้อาวุธมาจากกลุ่มผู้ชุมนุม
       
       นายกิตติชัย กล่าวอีกว่าว่า เรามีเพียงไม้กอล์ฟ ไม้เบสบอล และก่อนที่จะมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนก็จะ
บอกให้นำไปเก็บก่อนทุกครั้งเพราะเราไม่เคยคิดที่จะบุก เพียงแต่จะขอใช้พื้นที่ มีแค่ธงเท่านั้น ซึ่งถ้าหากมี ตนก็ไม่แน่ใจ
ว่าเป็น นปก.แฝงหรือไม่ เพราะก่อนที่เราจะฝ่าแนวตำรวจเราจะยกมือขึ้นทุกครั้ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราไม่มีอาวุธ

บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
1ktip
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,457



« ตอบ #20 เมื่อ: 10-10-2008, 20:16 »

อ้างถึง

คม-ชัด-ลึก วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2551 19:14:00

รามาฯชี้ “น้องโบว์”ตายจากแก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำระเบิด

 
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 10 ตุลาคม ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี มีการแถลงข่าวภายหลังจากที่นายสุรสิงห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551 ของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เข้าข้อมูลผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ
ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อนำมาประมวลข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เข้าใจตรงกัน

ผศ.พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เปี้ยวนิ่ม หัวหน้าหน่วยนิติเวช ภาควิชาพยาธิวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า จากการชันสูตรศพน.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ
หรือน้องโบว์ วัย 27 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า พบว่า มีแผลขนาดใหญ่มาก เป็นรอยไหม้ มีเขม่าดำ
กระดูกต้นแขนหักซี่โครงหักเป็นแนวยาว อวัยวะภายในเลือดออก เยื่อหุ้มปอดซ้ายและผนังหัวใจทะลุ ม้ามและตับซ้ายแตก

หัวหน้าหน่วยนิติเวช กล่าวอีกว่า ลักษณะแผลไม่เรียบ แสดงว่าเกิดจากความแข็ง มีรอยไหม้แสดงว่าวัตถุมีความร้อน ตับและม้ามแตกแสดงว่าวัตถุมีแรงอัด
ซึ่งเข้ากับลักษณะของระเบิดมากที่สุด และเกิดการระเบิดในระยะใกล้ตัว ไม่ติดกับลำตัว เนื่องจากแผลร้าวเป็นแนวยาว หากระเบิดในระยะติดตัว
ร่างผู้เสียชีวิตจะต้องแตกเป็นชิ้นเล็กๆมากกว่านี้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้เสียชีวิตจะพกวัตถุระเบิดไว้ประชิดติดตัว
น่าจะเป็นการที่วัตถุมากระทบโดนตัวและกระเด็นตกใกล้ตัวก่อนจะเกิดการระเบิดมากกว่า

ศ.นพ.วิรัติ พาณิชย์พงษ์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตหัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในฐานะคณะอนุกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคมฯ กล่าวว่า ภาพที่เห็นจากสื่อต่างๆ มีการตกกระทบของวัตถุแล้วเกิดเปลวไฟ และระเบิด
เป็นการยืนยันว่าตำรวจมีการใช้แก๊สน้ำตาจริง แต่เมื่อกระทบพื้นหรือตัวบุคคลจะมีแรงอัดระเบิดเป็นไฟไหม้ผิวหนัง เนื้อเกิดการฉีกขาดจากหน้าไปหลัง
ศ.นพ.วิรัตฺ กล่าวอีกว่า เมื่อนำผลการชันสูตรศพ และพิสูจน์หลักฐานมาประมวลร่วมกัน สามารถระบุได้ว่า ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำ ที่สามารถจุดระเบิดได้
ซึ่งในประเทศสหรัฐฯจะใช้แก๊สน้ำตาชนิดที่ทำให้เกิดควันฟุ้งเพียงอย่างเดียว ซึ่งสิ่งที่ต้องสอบสวนต่อไปก็คือ การยิงแก๊สน้ำตาใส่ฝูงชน
กระทำโดยผู้เชี่ยวชาญหรือไม่และมีความรู้หรือไม่ว่าวัตถุนั้นสามารถทำอันตรายถึงชีวิตได้

“กรณีศพน.ส.อังคณาก็น่าจะเข้าข่ายแก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำระเบิดแต่ยังไม่ 100 % จะต้องส่งเสื้อผ้าหรือชิ้นเนื้อไปตรวจนิติวิทยาศาสตร์
ว่ามีสารเคมีที่ใช้ในการผลิตแก๊สน้ำตาหรือไม่ถ้ามีก็ยืนยันได้”ศ.นพ.วิรัติกล่าว

ผศ.พล.อ.ต.นพ.วิชาญ กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ได้ส่งเสื้อชั้นในไปให้พนักงานพิสูจน์หลักฐานตรวจหาสารเคมีที่พบที่ตัวศพแล้ว ซึ่งเป็นการทำตามขั้นตอน
แต่หากญาติไม่เชื่อในการตรวจสอบของหน่วยงานดังกล่าว สามารถมาร้องเพื่อขอให้โรงพยาบาลส่งไปตรวจที่หน่วยงานอื่นได้

“กรณีศพของน้องโบว์ เสียชีวิตจากการระเบิดของแก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำแน่ เพราะเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปชันสูตรศพยังแสบตามากจนต้องออกมาล้างหลายรอบ
และที่ตัวศพไม่พบสะเก็ดระเบิดที่เป็นโลหะ แต่หากเป็นระเบิดจากแก๊สน้ำตาที่มีบรรจุภัณฑ์เป็นพลาสติกเมื่อเกิดการระเบิดจะไม่พบสะเก็ด “ผศ.พล.อ.ต.นพ.วิชาญกล่าว

รศ.นพ.ธันย์ สุภัทร์พันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า กรณีของนายชิงชัย อุดมเจริญกิจ หรือนายตี๋ ที่มือขวาขาดและมีการกล่าวอ้างว่ามือซ้ายกำระเบิดนั้น
เจ้าหน้าที่รายงานสรุปลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เวลาประมาณ 19.05 น. ชายไทยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรามาฯ โดยรถพยาบาลของโรงพยาบาลบางคล้า
ผู้ป่วยยังมีสติสามารถชูสองนิ้วซ้ายได้ แพทย์จึงทำการล้างตัวด้วยความรสดเร็วและไม่ได้ทำการเก็บสัมภาระหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าใดๆ

เวลา 19.09 น. ผู้ป่วยได้รับการย้ายเข้าห้องฉุกเฉิน เริ่มมีอาการซึมลง ผู้ตรวจสอบค้นหาหลักฐานเพื่อระบุตัวตนของผู้ป่วยแต่ไม่พบ จึงระบุเป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ
มือขวาถูกพันด้วยผ้ายืด มือซ้ายกำสิ่งของลักษณะกลมแบนคล้ายฝาขนมครก 2 ชิ้น ประกบกัน ใหญ่ขนาดเหรียญ 10 บาท ขนาดไม่เท่ากันหุ้มด้วยพลาสติกใสคล้ายกรอบพระ
ภายในเป็นก้อนคล้ายหินสีดำ แต่เห็นไม่ชัดเนื่องจากมีคราบเลือดอยู่ ขอบนอกถักด้วยหนังหรือเชือก โดยทั้ง 2 อัน ผูกติดกันด้วยหนังคล้ายพวงกุญแจ จึงเก็บใส่ถึงพลาสติก
ไม่ได้เขียนระบุชื่อที่ถุง และวางไว้ที่บริเวณหน้าขาผู้ป่วย

เวลา 19.19 น.ผู้ป่วยถูกนำตัวไปห้องผ่าตัดทันที พยาบาลห้องผ่าตัดรายงานว่า ไม่พบสิ่งของที่วางไว้บนตัวผู้ป่วย คาดการณ์ว่าอาจมีการสูญเสียระหว่างทาง
ขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมายังห้องผ่าตัด และผู้ป่วยรายนี้ทางนิติเวชที่ห้องฉุกเฉินยังไม่ทันถ่ายภาพ เนื่องจากผู้ป่วยต้องการความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

นพ.อากาศ พัฒนเรืองไล นิติเวชแพทย์ กลุ่มพยาธิแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)
ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมี 2 ราย คือ 1.นางรุ่งทิวา ธาตุนิยม อายุ 46 ปี ชาวอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา และ2.นายอดิศร สนใจแท้ อายุ 36 ปี
สำหรับบาดแผลของนางรุ่งทิวา จากการตรวจวิเคราะห์พบว่า เกิดจากเนื้อเยื่อถูกทำลายจากวัตถุที่มีแรงระเบิด ส่งผลให้กระดูกเบ้าตา ตา กะโหลก
เนื้อสมองเสียหายมีเลือดออกบอบช้ำมากและยังอยู่ในภาวะช็อก

“การทำลายล้างของวัตถุชนิดนี้สูงมาก โดยทำลายกระดูกเบ้าตา ตา กะโหลกศีรษะ สมองซีกซ้ายทั้งบริเวณส่วนหน้า ส่วนกลาง และส่วนท้ายทอยฉีกขาดเยอะมาก
มีอาการบวมจนไปทับก้านสมอง บาดแผลที่เกิดขึ้นค่อนข้างลึก ไม่พบสะเก็ดระเบิด แต่มีเขม่าร่วมกับบาดแผลที่เกิดการระเบิด พบมีจุดสีดำรอบๆ แผล
แม้ว่าเวลาจะผ่านไปถึง 2-3 วัน การสมานแผลก็ไม่เกิดขึ้น เนื่องจากมีสารเคมีทำให้แผลหายช้า และยืนยันว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจะพกระเบิดมาเอง
แล้วเกิดการระเบิดทำลายที่บริเวณใบหน้าและศีรษะ”นพ.อากาศกล่าว

นพ.อากาศ กล่าวต่อว่า ส่วนบาดแผลที่บริเวณข้อมือก็ค่อนข้างลึก พบว่ามีวัตถุฝังอยู่ในบาดแผลด้วย ซึ่งวัตถุดังกล่าวเป็นพลาสติกทรงกระบอก
เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร เป็นวัสดุที่มีลักษณะพิเศษไม่ใช่สิ่งของที่อยู่บริเวณเกิดเหตุอย่างแน่นอน แต่น่าจะเป็นชิ้นส่วนที่มาจากแก็สน้ำตาที่สามารถระเบิดได้
และขณะนี้ยังไม่มีการขอหลักฐานไปตรวจพิสูจน์ ดังนั้นวัตถุดังกล่าวจึงยังอยู่ที่ห้องผ่าตัดโรงพยาบาลราชวิถี อย่างไรก็ตาม ผู้ได้รับบาดเจ็บรายนี้ถูกส่งตัวต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แล้ว

นพ.อากาศ กล่าวอีกว่า ส่วนบาดแผลของผู้ได้รับบาดเจ็บอีกรายนั้น ลักษณะบาดแผลเกิดจากวัตถุที่มีแรงระเบิดทำให้มีการทำลายของเนื้อเยื่อด้านข้างลึกประมาณ 1 เซนติเมตร
ถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง และกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร นอกจากนี้พบว่าบาดแผลเป็นจุดกระจายไปทั่วบริเวณ และมีบาดแผลที่ลึกและถูกทำลายสูงเป็นบางจุดด้วย

นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บรายที่มีบาดแผลที่เท้าขวา มีการฉีกของเนื้อเยื้อ กล้ามเนื้อและผิวหนังกระดูกแตก
อยู่ในสภาพเละแหลกละเอียดจึงต้องทำการตัดขาในระดับใต้เข่าออกไป ซึ่งจากบาดแผลที่แพทย์ได้ทำการรักษานั้น ผู้บาดเจ็บไม่ได้พิการมาก่อนอย่างแน่นอน เพราะพบยังมีบางส่วนของนิ้วเท้าด้วย

นพ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่ลำคอและหน้าอก พบว่าหลอดลมส่วนต้น กระเดือกฉีกขาด ต้องใส่ท่อหายใจ ซึ่งในรายเดียวกันพบว่ามือขวา
บริเวณนิ้วและกระดูกมือได้รับความเสียหายอย่างมาก ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย ไม่พบชิ้นส่วนของโลหะเช่นเดียวกัน


เหลือแค่การพิสูจน์ยิงกระสุนที่ถูกนำมาใช้ให้ชัดเจน
บันทึกการเข้า
nekoyo
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #21 เมื่อ: 11-10-2008, 13:40 »

น่าจะเอาไปยัดปากพวกตั้งงบประมาณสั่งซื้อจริงๆๆๆๆ มิน่าบ้านเมืองถึงไม่เจริญเพราะพวกนี้มันกินงบประมาณนิเองสั่ง๙ื้อแต่ของถูกเอามาใช้ แต่ตั้งงบไว้แพงๆๆ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #22 เมื่อ: 11-10-2008, 15:07 »

ตอนนี้มีคลิปวิดีโอยืนยันแล้วนะครับว่าระเบิดแก๊สน้ำตาที่ตำรวจใช้มีหลายแบบ
คือ คลิปวิดีโอที่ตำรวจปาระเบิดแก๊สน้ำตาโดนพวกเดียวกันแต่ไม่เป็นอะไรเลย
เพราะมีแค่ควันแก๊สที่ไม่มีกำลังอัด

Tear Gas Attack Thai Police(Somchai Government)-Slow
http://www.youtube.com/watch?v=W4l7LD-7rAg

คาดว่าระเบิดแก๊สน้ำตาที่ปาออกไปจะเป็นแบบสีขาวหน้าตาคล้ายไข่เป็ด
ที่ต่อมาตำรวจนำมาทดสอบต่อหน้าสื่อมวลชนว่าไ่ม่มีอันตราย



...

เทียบกับแรงระเบิดที่เห็นในคลิปสลายการชุมนุมตอนเช้า ที่ยางรถยนต์กระเด็น
ในตอนต้นของคลิปประมาณวินาทีที่ 59 จะเห็นได้ว่าแรงระเบิดแตกต่างกันมาก

mms://tv.manager.co.th/videoclip/11News1/Footage/Criminal at Parliament_071008_H.wmv

ถ้าตำรวจในคลิปแรกโดนระเบิดในคลิปนี้เข้ากลางวง น่าจะถูกระเบิดตัวกระเด็น
ไม่ใช่วิ่งหนีควันออกมาได้เฉยๆ

ระเบิดในคลิปทั้ง 2 น่าจะเป็นคนละแบบกันอย่างแน่นอน และปัญหาก็คือระเบิด
ที่ทำให้ยางรถยนต์กระเด็นออกจากกันได้นั้น คือระเบิดอะไร?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-10-2008, 16:02 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #23 เมื่อ: 11-10-2008, 20:50 »






38mm CS EXPLOSIVE PROJECTILE NF02 

SPECIFICATIONS:

  The anti-riot projectile is designed for crowd control when a dense cloud of irritant smoke and strong sound is needed. This projectile can be launched by NORINCO 38mm anti-riot gun or compatible model.

1、Design features:

Diameter: 37/38mm
Length: 125mm
Agent weight: CS 40grams
Charge weight: 62 grams
Total weight: 135grams
Flight weight: 80grams
Body material: plastic

2、Performance:

Delay time: 2.8-3.8 seconds
Max. Effective range for LR: 140m
Max. effective range for SR: 80m
Net explosive weight: 5grams
Shelf Life: 5 years from the date of MFG. (properly stored)
UN Number: UN 0301
Hazard class: 1.4G

3、WARNING:

(1)To be used only by law enforcement and qualified personnel trained in riot control tactics.
(2)Do not fire directly at persons as serious injury or death could occur.
(3)Do not use in any manner if this device has been subjected to poor storage conditions or stored longer than eight years from the date of manufacture.
(4)It should be kept from exposing to sun and rain.
(5)For outdoor use only. Potential fire hazard.
 
Link กระสุนแบบต่างๆที่ใช้กับปืนกระบอกนี้ครับ
http://www.norincoequipment.cn/product_list_English.jsp?activityid=145&cssid=2
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-10-2008, 20:53 โดย คนไทยคนหนึ่ง » บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #24 เมื่อ: 11-10-2008, 22:31 »

ระเบิดในคลิปทั้ง 2 น่าจะเป็นคนละแบบกันอย่างแน่นอน และปัญหาก็คือระเบิด
ที่ทำให้ยางรถยนต์กระเด็นออกจากกันได้นั้น คือระเบิดอะไร?

พูดถึงเรื่องระเบิดนี้ ก็แปลกดีในพันทิบแม้แต่ห้องหว้ากอที่ปากบอกว่าไม่ขอพูดเกี่ยวกับการเมืองหลายคนกลับไม่ยอมพูดถึงระเบิดชนิดนี้
บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #25 เมื่อ: 11-10-2008, 22:56 »






3、WARNING:

(1)To be used only by law enforcement and qualified personnel trained in riot control tactics.
(2)Do not fire directly at persons as serious injury or death could occur.

(3)Do not use in any manner if this device has been subjected to poor storage conditions or stored longer than eight years from the date of manufacture.
(4)It should be kept from exposing to sun and rain.
(5)For outdoor use only. Potential fire hazard.
 
Link กระสุนแบบต่างๆที่ใช้กับปืนกระบอกนี้ครับ
http://www.norincoequipment.cn/product_list_English.jsp?activityid=145&cssid=2


ตามข้อ 3.(1) คำเตือน To be used only by law enforcement ให้ใช้ภายใต้ขอบข่ายของกฏหมาย

ประชาชนนั่งที่หน้าทำเนียบกันโดยสงบ แต่ไอ้พวกเหี้esมาถึงก็ยิงเอายิงเอาโดยที่ประชาชนไม่ทันตั้งตัว


and qualified personnel trained in riot control tactics. และต้องใช้โดยบุคคลผู้ได้รับการฝึกฝนในการควบคุมจลาจล

ไอ้พวกเหี้esที่สั่งให้ ตชด. เข้ามายิงประชาชนนั้น ไม่รู้หรือว่า สากลเขาใช้เจ้าหน้าที่ที่ฝึกมา

เฉพาะในการเผชิญหน้ากับฝูงชน .. ตชด. มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้หรือ

ไอ้พวกเหี้esสัตว์นรกฆาตกรกระหายเลือดพวกนี้ มันใช้ ตชด. เหมือนแผนเดียวกับ ๖ ตุลา ๑๙ ไอ้ริยำบัดซบ 

...


...
บันทึกการเข้า
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #26 เมื่อ: 11-10-2008, 23:07 »


ภาพจากห้องหว้ากอพันทิปครับ การยิงที่ถูกวิธี กระสุนจะระเบิดกลางอากาศ สัเกตคลื่นกระแทกที่พื้นซิครับ


กระสุนที่กำลังใส่ จะเป้นชนิดเดีนวกัยปลอกที่ กระทุ้คุณSolidus ที่ข้างปลอกพิมพ์ไว้ แปลได้ความว่า
 ห้ามยิงใส่คนโดยตรง อาจเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต


การยิงไฟแลบออกจากปากกระบอกขนาดนี้ ลองคิดว่าเมื่อกระสุนกระทบประชนในระยะน้อยกว่า10เมตรซิครับว่าจะมีสภาพเป็นอย่างไร

บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #27 เมื่อ: 12-10-2008, 02:15 »



กระสุนที่กำลังใส่ จะเป้นชนิดเดีนวกัยปลอกที่ กระทุ้คุณSolidus ที่ข้างปลอกพิมพ์ไว้ แปลได้ความว่า
 ห้ามยิงใส่คนโดยตรง อาจเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต



มีคำเตือนที่ปลอกกระสุนชัดเจนว่าห้ามยิงใส่คนโดยตรงจะทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือตายได้
"Do Not Fire Directly At Persons As Serious injury or Death"

...

ขอบคุณมากครับ... คราวนี้หลักฐานหนักแน่นชัดเจนว่ามีการใช้กระสุนแก๊สน้ำตา
ที่มีคำเตือนข้างปลอกกระสุนว่า ห้ามยิงใส่คนโดยตรง อาจเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต
ประกอบกับมีคลิปวิดีโอที่แสดงการระเบิดอย่างรุนแรงจากการยิงแก๊สน้ำตา

รัฐบาลปฏิเสธความรับผิดชอบในการสลายการชุมนุมไ่ม่ได้อีกแล้วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-10-2008, 05:20 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #28 เมื่อ: 12-10-2008, 02:30 »

*  เอาข่าว ...ผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดออกมาให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกะแก๊สน้ำตาที่ยิงใส่ประชาชน มาแปะค่ะ

    ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ ตร.ใช้แก๊สน้ำตาอานุภาพร้าย ทำแขน-ขาขาดได้ !

    ตำรวจถูกจับโกหกอีกครั้ง หลังผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดออกมายืนยัน ภาพเหตุการณ์สลายการชุมนุมเห็นชัดว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตา
    3 ชนิดยิงใส่ประชาชน โดย 2 ชนิดที่อานุภาพร้ายแรงทำคนแขน-ขาขาดได้ ตำรวจไม่นำมาสาธิตให้ดู ด้านแพทย์ชี้ปลอกแก๊สน้ำตา
    ที่ ตร.ยิง ระบุชัด “ ยิงโดนตัว  ตายได้ ”

       
    พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา อดีตผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด กล่าวว่า
    แก๊สน้ำตาที่ใช้มี 3 แบบ  คือ  1. รุ่นที่สั่งซื้อจากสหรัฐฯ ราคาแพง เมื่อยิงจะไม่มีการระเบิด ไม่มีลูกไฟ มีเพียงควันซึมออกมาเท่านั้น
    เป็นชนิดเดียวกับที่ตำรวจสาธิตให้สื่อมวลชนดู   2. รุ่นที่สั่งซื้อจากประเทศจีน  ราคาถูก   มีความยาว  6  นิ้ว  เส้นผ่านศูนย์กลาง
    38 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2 ขีด เมื่อยิงออกไปและตกกระทบ หรือชนกับวัตถุอื่นจะระเบิดเสียงดัง เพื่อให้ควันแตกตัวออกจากพลาสติก
    ที่เป็นทุ่นห่อหุ้ม การระเบิดดังกล่าวมีอันตรายต่อผู้ที่อยู่ใกล้จุดระเบิด เพราะการยิงต้องใช้ความเร็วสูง ประมาณ 200 ฟุตต่อวินาที
    3.แก๊สน้ำตาแบบขว้าง จะมีกระเดื่องระเบิดอยู่ด้วย เมื่อใช้ต้องดึงกระเดื่องออก แล้วปาใส่พื้นที่เป้าหมายทำให้ระเบิดแล้วควันแตกตัว

       
    “จากการชมภาพข่าวการสลายการชุมนุม เห็นว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตาทั้ง 3 แบบ ซึ่งแบบขว้างและแบบที่ซื้อจากจีน ทำให้เกิดการ
    บาดเจ็บสาหัส ขาและแขนขาดได้ อาการบาดเจ็บไม่ต่างจากการถูกประทัดยักษ์ระเบิดใส่มือ เท้า เพราะปืนที่ใช้ยิงแก๊สน้ำตามีความเร็วสูง
    เมื่อกระทบหรือชนอวัยวะใดของร่างกาย เช่น ขาหรือแขน มีอานุภาพทำให้แขน ขา หักได้ทันที เมื่อเกิดการระเบิดขึ้นจะทำให้อวัยวะ
    ที่หักอยู่แล้วขาดรุ่งริ่งได้ ทั้งนี้ ระเบิดจากแก๊สน้ำตาจะพบสะเก็ดระเบิดที่เป็นเศษพลาสติกเท่านั้น ไม่มีเศษโลหะอื่น หรือเศษแก้วปะปน”

       
    ด้าน นพ.อธิศพันธุ์ จุลกทัพพะ อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาฯ กล่าวว่า ตนเก็บปลอกแก๊สน้ำตาได้จาก
    บริเวณที่มีการสลายการชุมนุม พบมีคำเตือนเป็นภาษาอังกฤษระบุว่า
“อย่ายิงตรงตัวบุคคล เพราะจะทำให้เกิดการเสียชีวิตได้” ไม่ทราบว่า
    ตำรวจผู้ยิงอ่านคำเตือนออกหรือไม่


    http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000120993
บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #29 เมื่อ: 12-10-2008, 03:04 »

ลองแวะไปดูที่เว็บขายอาวุธปราบจราจลยี่ห้อ NORINCO ของจีน
ตามที่คุณคนไทยคนหนึ่ง นำรุ่น NF02 มาให้ดูแล้ว

http://www.norincoequipment.cn/product_list_English.jsp?activityid=145&cssid=2

พบกระสุนแก๊สน้ำตาแบบระเบิด หน้าตาคล้ายกระสุนตำรวจไทยเช่น รุ่น NF07
มี ปลอกเป็นพลาสติก ยิงแล้วมีเสียงดังมาก และปล่อยสาร CN (แก๊สน้ำตา)
ต่างกันที่รุ่นนี้ปล่อยสีติดผู้ชุมนุมด้วยเป็นพิเศษ

มีคำเตือนว่า ห้ามยิงใส่คนโดยตรงเพราะอาจทำให้บาดเจ็บรุนแรง หรือเสียชีวิตได้
และมีคำเตือนด้วยว่าถ้าเก็บไม่ดีหรือหมดอายุอย่านำมาใช้


38mm CS EXPLOSIVE DYING PROJECTILE NF07 

SPECIFICATIONS:
The anti-riot projectile is designed for crowd control. Exploding the projectile, there is a combined effect of explosive sound,
spraying red color dying liquid, forming a 6-8m large and 1.5 meters high irritant smoke cloud. this projectile can be launched
by NORINCO 38mm anti-riot gun or compatible model. Offered for your choice dying projectile without CS smoke.

1、Design features:
Diameter: 37/38mm
Length: 125mm
Agent weight: CS 10 grams
Charge weight: 45grams
Total weight: 120grams
Flight weight: 65grams
Body material: plastic

2、Performance:
Delay time: 2.8-3.8seconds
Range: 80-100 meters
Dying liquid: Red color, remaining on skin or clothes for at lest 48 hours for identification
Net explosive weight: 1.5grams
Shelf Life: 5 years from the date of MFG. (properly stored)
UN Number: UN 0301
Hazard class: 1.4G

3、WARNING:
(1)To be used only by law enforcement and qualified personnel trained in riot control tactics.
(2)Do not fire directly at persons as serious injury or death could occur.
(3)Do not use in any manner if this device has been subjected to poor storage conditions
     or stored longer than eight years from the date of manufacture.

(4)It should be kept from exposing to sun and rain.
(5)For outdoor use only. Potential fire hazard.
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #30 เมื่อ: 12-10-2008, 03:27 »

นอกจากนี้มีรุ่นที่ปลอกเป็นโลหะอลูมิเนียม เช่น รุ่น NF06 ที่ยิงทะลุหน้าต่างได้
รุ่นนี้มีแต่แก๊สน้ำตาไม่มีเสียงดังครับ แต่ body เป็นโลหะเหมือนของตำรวจไทย

เช่นเดียวกันมีคำเตือนว่า ห้ามยิงใส่คนโดยตรงอาจบาดเจ็บสาหัสหรือตายได้
และห้ามนำมาใช้หากเก็บไม่ดี หรือหมดอายุแล้ว

38mm CS SMOKE WINDOW PENETRATING PROJECTILE NF06 

 
SPECIFICATIONS:
The anti-riot projectile is designed for RIOT control when a penetrating shot and a dense cloud of irritant smoke is need. This projectile can be launched by NORINCO 38mm anti-riot gun or compatible model. Offered for your choice plastic shell with flight weight 80g and total weight 135g.

1、Design features:
Diameter: 37/38mm
Length: 125mm
Agent weight: CS 30 grams
Charge weight: 75grams
Total weight: 220grams
Flight weight: 120grams
Body material: aluminum

2、Performance:
Delay time: 3-4seconds
Range: 20-30 meters
Max. effective range for LR: 100m
Max. effective range for SR: 50m
Net explosive weight: 3.5grams
Shelf Life: 5 years from the date of MFG. (properly stored)
UN Number: UN 0301
Hazard class: 1.4G

3、WARNING:
(1)To be used only by law enforcement and qualified personnel trained in riot control tactics.
(2)Do not fire directly at persons as serious injury or death could occur.
(3)Do not use in any manner if this device has been subjected to poor storage conditions
     or stored longer than eight years from the date of manufacture.

(4)It should be kept from exposing to sun and rain.
(5)For outdoor use only. Potential fire hazard.
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #31 เมื่อ: 12-10-2008, 06:31 »

อีกอย่างไม่ควรใช้คำว่า "กระสุนแก็สน้ำตาคุณภาพต่ำ" จากจีน ครับ

เพราะถ้ามองในแง่ระยะการยิงจะไกลกว่าของทางตะวันตกมาก

ของจีนยิงได้ไกลถึง 100-120 เมตร แต่ของทางตะวันตกจะแค่ 30-60เมตรเอง

แต่เมื่อยิงได้ไกลแล้วแรงปะทะของกระสุนก็จะรุนแรงกว่ามาก

ที่เป็นเช่นนี้เพราะแนวคิดในการออกแบบต่างกัน ของทางตะวันตกจะระวังเรื่องอันตรายกับฝูงชน

แต่ของจีนออกแบบไว้รับฝูงชนบ้าคลั่งขนาดใหญ่แบบจตุรัสเทียนอันเหมิน ผู้ยิงจะต้องอยู่ไกลๆ

เพื่อจะได้ปลอดภัยจากการถูกฝุงชนมากระทืบคนยิงครับ
บันทึกการเข้า
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #32 เมื่อ: 12-10-2008, 20:33 »

 วันนี้ ( 12 ต.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ สนามยิงปืนมณฑลทหารบกที่ 11 ถ.อำนวยสงคราม พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ,พล.ท.ดนัยธร วงษ์ไทย ผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ (ผบช.สนว.ตร.) และพล.ท.อุทิศ สุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ที่ 11 ร่วมกันทดสอบการยิงแก๊สน้ำตา ทุกชนิดที่มีในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบว่าแก๊สน้ำตาที่ตำรวจใช้สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่หน้ารัฐสภา และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมาสามารถทำให้เกิดอันตรายได้หรือไม่

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่าในการทดสอบวันนี้ได้นำแก๊สน้ำตาทั้งหมด ประกอบด้วยแก๊สน้ำตาประเภทลูกยิง 4 รุ่น ซึ่งผลิตในประเทศจีนและสเปน อย่างละ 1 รุ่น และผลิตในสหรัฐอเมริกา 2 รุ่น แก๊สน้ำตาชนิดขว้าง 2 รุ่นซึ่งผลิตจาก จีน และสหรัฐอเมริกา โดยจะทดสอบด้วยการยิงใส่ผ้าดิบเพื่อเก็บสารเคมีไปตรวจหาสารประกอบวัตถุระเบิด โดย สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ และ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จะแยกกันไปตรวจสอบและนำผลมาเปรียบเทียบกันอีกครั้ง

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวต่อว่าการทำสอบในครั้งนี้ไม่ได้ทดสอบเรื่องความรุนแรงของแก๊สน้ำตา แต่ทำเพื่อหาที่มาของสารประกอบวัตถุระเบิด ซึ่งโดยทั่วไป แก๊สน้ำตาที่ได้มาตรฐานจะไม่มีสารประกอบวัตถุระเบิด
       
       “แก๊สน้ำตาที่ทำการทดสอบทั้ง 6 รุ่น รุ่นที่ผลิตจากสหรัฐอเมริกาถือว่ามีประสิทธิภาพสูงที่สุด ส่วนรุ่นที่คาดว่าอาจมีสารประกอบวัตถุระเบิดคือ รุ่นที่ผลิตจากจีนซึ่งมีคุณภาพต่ำ แต่จะต้องรอผลการทดสอบอีก 2 วัน ซึ่งนายสุรสีห์ โกศลนาวิน นายสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์สลายการชุมนุม จะเป็นผู้แถลงผลการทดสอบต่อสาธารณชน ” ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการทดสอบพบว่า แก๊สน้ำที่ผลิตจากประเทศจีน ทั้งแบบยิง และแบบขว้าง ซึ่งแจกจ่ายออกจากกองพลาธิการและสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 มีความรุนแรงจนทำให้กระสอบผ้าดิบฉีกขาดและพื้นดินเป็นหลุมกว้าง 5 – 8 เซนติเมตร และคราบเขม่าที่พบในการทดสอบตรงกับที่ติดอยู่กับเสื้อผ้าผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์สลายการชุมนุม

---------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ้างอิงจาก : http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000121166


บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #33 เมื่อ: 12-10-2008, 21:06 »

       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการทดสอบพบว่า แก๊สน้ำที่ผลิตจากประเทศจีน ทั้งแบบยิง และแบบขว้าง ซึ่งแจกจ่ายออกจากกองพลาธิการและสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 มีความรุนแรงจนทำให้กระสอบผ้าดิบฉีกขาดและพื้นดินเป็นหลุมกว้าง 5 – 8 เซนติเมตร และคราบเขม่าที่พบในการทดสอบตรงกับที่ติดอยู่กับเสื้อผ้าผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์สลายการชุมนุม


ถ้าผลสอบออกมาเกิดจากการใช้กระสุนแก๊สน้ำตาคงต้องฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทพวกตำรวจที่ให้ข่าวว่าพกระเปิดปิงปอง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: