http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9490000121310 นายศาสตรา โตอ่อน อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า วันนี้ (27 ก.ย.) ศาลปกครองสูงสุด ได้กลับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นโดยรับคำฟ้องคดีขอให้เพิกถอนสัมปทานชินคอร์ป ภายหลังยื่นคำอุทธรณ์ต่อคำตัดสินของศาลปกครองชั้นต้นที่ไม่รับพิจารณาคดีเมื่อปลายเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา
นายศาสตรา กล่าวว่า เมื่อเดือนมี.ค. 49 ระหว่างที่มีรณรงค์ต่อต้านเครือชินคอร์ปของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตนเองได้ตัดสินใจยื่นฟ้องหน่วยงานของรัฐที่ให้สัมปทานแก่กลุ่มบริษัทชินคอร์ปในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อศาลปกครองชั้นต้น และขอให้ศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐฯ ผู้ให้สัมปทานแก่ชินคอร์ป ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามกฏหมายโดยการเพิกถอนสัญญาสัมปทาน เพราะบริษัทเหล่านั้นขาดคุณสมบัติในการรับสัมปทาน เนื่องจากผู้ถือหุ้นกลายเป็นบุคคลต่างด้าวหลังจากชินคอร์ป ถูกขายให้แก่กลุ่มเทมาเส็กแห่งสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองชั้นต้น ได้ตัดสินไม่รับคำฟ้องโดยให้เหตุผลว่าผู้ฟ้องไม่ใช่คู่สัญญา นายศาสตรา จึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด โดยชี้ว่า ศาลปกครองชั้นต้นตัดสินผิดประเด็น เนื่องจากไม่ได้ฟ้องในฐานะคู่สัญญาแต่ฟ้องในฐานที่ว่าหน่วยงานรัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
นายศาสตรา กล่าวต่อว่า เมื่อศาลปกครองสูงสุด รับคำฟ้องแล้วจะพิจารณาว่าสัญญาสัมปทานต่างๆ ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เป็นอันดับแรก หากศาลฯ พิจารณาตัดสินว่าขัดต่อกฎหมายแล้วหน่วยงานต่างๆ มีหน้าที่ต้องยกเลิกสัญญาสัมปทาน
ที่ผ่านมา สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ให้สัมปทานไอทีวี ก็ไม่ทำหน้าที่ คณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติ ผู้ให้สัมปทานดาวเทียมแก่บริษัทชินแซทเทิลไลน์ฯ ก็เพิกเฉย กระทรวงคมนคมที่ดูแลสัมปทานแอร์เอเชีย ก็ช่วยเหลือให้พ้นผิด กระทรวงไอซีทีที่ดูแลเอไอเอสคู่สัญญาทศท.ก็ไม่ทำอะไรกันสักอย่าง ผมจึงฟ้องให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐทำหน้าที่เพราะเป็นที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าหลังขายหุ้นชินคอร์ปบริษัทเหล่านั้นก็กลายเป็นต่างด้าว
เอาละวา ... เป็นเรื้องงงงงงงงงง....