ขอบคุณครับ jerasak แต่ผมขี้เกียจสีซอให้คุณฟัง คุยไปคุณก็ตอบเลี่ยงประเด็นโดยทำเหมือนผู้มีวิชาการมาตบแต่ง
ผมว่าคนอ่านกะทู้ผมแบบใจเป็นกลางๆ ย่อมรู้ดีครับว่าใคร ด่าใครก่อน ใครแต๋วแตกก่อน ใคร ที่ชอบเลี่ยงประเด็น
ผมยกตัวอย่างกะทู้ท่านเภกน่ะ มีตัวเลขบอกจำนวนคนอ่านจะจะ ผมเห็นเยอะสุดในประวัติศาสตร์ 3หมื่นกว่าคน คุณวิเคราะห์ว่าไงล่ะ
คุณยังมาพูดได้ไงว่า
พลังประชาชนที่เชื่อมโยงกันผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่นักการเมืองเกรงกลัว
ถึงขนาดมีการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นเพื่อเฝ้าระวัง (รวมทั้งพยายามแทรกแซง)
ในเมื่อจำนวนคนอ่านมันฟ้องกะตาจะๆ แค่ 3หมื่นกว่าๆ อ่ะสูงสุดผมพิมไปทีแล้ว สมมุติให้แสนคน อ่านแล้วบางคนเชื่อ บางคนไม่เชื่อ
อัตราคนเล่นเนตบ้านเราน่ะ เทียบกับต่างประเทศยังไม่ถือว่าเยอะ บางคนก็เล่นแต่เกมส์-ดูเวปโป้
เรื่องสีซอไม่รบกวนคุณ Tam-mic-ra หรอกครับ อย่าลำบากผมเลย (หรือจะสีให้ตัวเองฟังก็ตามใจ) 
ข้อแตกต่างระหว่างเนื้อหาของคุณและของผมที่สำคัญก็คือ
คุณคุยเรื่องอดีต (ปนปัจจุบัน) แต่ผมคุยถึงเรื่องอนาคตอัตราคนเล่นอินเตอร์เน็ตมันจะไม่อยู่แค่นี้ตลอดไปมีแต่จะมากขึ้นทุกวัน ไม่งั้น ISP ทั้งหลายคงไม่ขยาย bandwidth
จากระดับไม่กี่ 10 เมกกะบิต จนปัจจุบันทะลุหลัก กิ๊กกะบิต ไปแล้ว สมมุติว่ามีคนเล่นรวมกันสัก 10 ล้านคนนะครับ
แบ่งไปเล่นเกมส์ดูเว็ปธรรมะ อะไรก็ตามสัก 9 ล้านคน เหลือสนใจการเมืองสัก 1 ล้านคนก็ถือว่ามีกำลังมหาศาล
การจะไปเทียบกับต่างประเทศบางแห่งเขาก็ใกล้อิ่มตัวแล้ว แต่สำหรับประเทศไทยเรายังขยายตัวได้อีกมากครับ
บอกแบบนี้คุณ Tam-mic-ra รู้สึกถึงโอกาสการขยายตัวในอนาคตไหม ?
เรื่องตัวเลขจำนวนคนอ่านกระทู้ท่านเภก 3 หมื่นคน ที่คุณว่าเยอะสุดในประวัติศาสตร์ และบอกให้ผมวิเคราะห์นะครับ
ผมก็วิเคราะห์ว่า
ในอินเตอร์เน็ตเราไม่รู้หรอกครับว่าจริงๆ แล้วกระทู้หรือบทความเรื่องหนึ่งๆ จะมีคนอ่านกี่คน อย่าลืมว่า
ในอินเตอร์เน็ตการทำสำเนาบทความไปลงในเว็บบอร์ด หรือบล็อกอื่นๆ เป็นเรื่องปกติ กระทู้หรือบทความที่น่าสนใจ
อาจมีการ copy ไป post ต่อเป็นร้อยเป็นพันแห่ง ทั้งยังนำไปส่งเป็น forward mail ได้ บางคนสั่ง print เป็นเอกสาร
แจกจ่ายให้คนอื่นอ่านต่อกันก็มี ไม่นับการตัดบางส่วนไปประกอบบทความของตัวเอง หรือเกิดไอเดียไปต่อยอดเป็น
งานเขียนใหม่ๆ และไม่นับกรณีคนที่ได้อ่านเอาเรื่องในบทความกระทู้ต่างๆ ไปพูดคุยกันต่อในชีวิตประจำวันนะครับ
เพียงส่วนตัวผมเอง ก็ทำทั้งหมดที่ว่าในทุกรูปแบบกับบทความต่างๆ ไปแล้วเป็นร้อยเรื่อง
เท่าที่ผมว่ามา คุณ Tam-mic-ra คิดว่าจะมีกระทู้ที่มีคนรับรู้เกินแสนคนได้หรือเปล่า เทียบกับหนังสือพิมพ์รายวัน
มีจำนวนเยอะก็จริงแต่พอถึงวันรุ่งขึ้นก็กลายเป็นขยะ มันไม่มีการทำซ้ำหรือต่อยอดมากมายเหมือนในอินเตอร์เน็ต
ที่สำคัญสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ประชาชนมีส่วนร่วมได้น้อยมาก ตั้งแต่เกิดมาคุณ Tam-mic-ra เคยมีส่วนร่วม
ได้แสดงออกผ่านสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์แค่ไหนผมไม่ทราบ ส่วนตัวผมเองเคยมีรูปลงหนังสือพิมพ์ก็แค่ครั้งเดียว
เคยออกทีวีแว๊บๆ 2 หน ส่วนวิทยุที่ผ่านมาผมได้แต่ฟังอย่างเดียว หวานใจผมและน้องสาวเธอหน้าตาดีกว่าผมมาก
ได้ปรากฏตัวทางโฆษณาต่างๆ หลายหนแต่ก็ไม่เคยมีบทพูดสักคำ ขณะที่ในอินเตอร์เน็ตผมมีผลงานเป็นความเห็น
ของตัวเองจนถึงป่านนี้เป็นร้อยเป็นพันกระทู้ และนับเฉพาะผลงานของสมาชิกเสรีไทยก็แทบนับกันไม่ถ้วน..
หากไม่มีอินเตอร์เน็ตทั้งหมดที่ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือเปล่าครับ และมองไปในอนาคตสิครับว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง
ผมถึงบอกว่าทั้งหมดที่เราต้องการคือการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ ถ้าเปิดเผยจริงๆ ดูซิว่าจะรอดตาพวกเราได้ยังไงคุณยังมาพูดได้ไงว่า
ทั้งหมดที่บรรยายมาผมมองว่าเป็นระบบที่เหมาะสม มีการถ่วงดุลกันดีอยู่แล้วนะครับ
เพราะหากให้ศาลเป็นผู้ออกกฎหมายเสียเอง แล้วใครจะเป็นคนตรวจสอบศาลจริงไหม
ก็ถือเป็นไอเดียหนึ่งของคุณ Tam-mic-ra ที่คิดนอกกรอบนะครับ แต่ผมไม่เห็นด้วย
มาบอกว่าถ่วงดุลกันดีอยู่แล้ว แต่พวกคุณเต้าข่าวใส่ร้าย นายก ว่า ออกกดหมายเอื้อประโยชน์พวกพ้อง และที่ชัดๆในกะทู้ผม เรื่องทุจริตเชิงนโยบาย
ตามที่ผมได้ตอบแล้วนะครับว่าการแบ่งอำนาจอธิปไตยเป็น 3 ส่วนและพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจผ่านทาง
รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล เป็นความตามรัฐธรรมนูญซึ่งถือเป็นพระบรมราชโองการ และทั้งหมดสอดคล้อง
กับหลักการบริหารประเทศที่ยอมรับกันเป็นสากล ซึ่งรูปแบบดังกล่าวผมเห็นด้วย
ที่ผมบอกว่ามีการถ่วงดุลกันดีอยู่แล้วก็เพราะเมื่อมีการออกกฎหมายโดยทุจริต ศาลก็สามารถวินิจฉัยตัดสิน
ให้เพิกถอนได้ เหมือนกรณี พรฎ.แปรรูป กฟผ. รวมทั้งพิจารณาลงโทษเช่นกรณี กกต. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
ซึ่งระบบดังกล่าวผมเห็นว่าเหมาะสมดีอยู่แล้ว
ส่วนที่คุณ Tam-mic-ra คิดนั้นผมก็บอกตรงๆ ว่าไม่เห็นด้วย ดังนั้นทีคุณเสนอว่า จะให้ศาลเป็นผู้ออกกฎหมาย
ก็เป็นเรื่องของคุณผมไม่เกี่ยว แต่ถ้าจะให้สำเร็จเป็นความจริงคุณต้องไปถวายฎีกา กับเคลื่อนไหวให้มีการแก้ไข
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกระมัง หรือต้องแก้ไขหลักการบริหารประเทศระดับสากลด้วยผมก็ไม่ทราบ
เป็นเรื่องส่วนตัวคุณ Tam-mic-ra หรือสมาชิกท่านอื่นๆ จะคิดทำแล้วล่ะครับ ผมใช้คำว่าสีซอให้คุณ jerasak ฟัง คงไม่โกรธ นะครับ คุณจะอ่านเร็ว-อ่านช้า ก็ตามใจ คงไม่ตีความดับเบิ้ลสแตนดาร์ดครับ
คุณใช้คำว่าอะไรแล้ว ผมจะ
ชอบจะ
โกรธ จะ
ดีใจเสียใจหรือ
สมเพชสังเวชใจ ผมไม่บอกคุณ Tam-mic-ra รู้ได้หรือ?
การใช้คำตีขลุมเอาเองว่าคนอื่นรู้สึกแบบนั้นแบบนี้ก็เหมือน แม้วมอมั่วส่งหนังสือถึงพ่อพุ่มไม้น้อยแห่ง US
แล้วใช้คำตีขลุมว่า "..ท่านปธน.คงเห็นด้วยกับข้าพเจ้า.." ไปเหมาเอาได้ไงว่าเขาคงเห็นด้วย 555555 (หัวเราะ 5 หกที

)
แต่ก็ขอชมนะ ผมคิดว่าคุณ Tam-mic-ra มีพัฒนาการรู้จักเล่นแง่เล่นคำ
ดีกว่าเห็น ครายยยยย เป็น ควาย เยอะเลย.. 
ปล : กระทู้นี้คงใกล้วายเต็มทีไม่ค่อยมีใครแวะมาเพิ่มเติม และผมก็ตอบประเด็นคุณไปหมดแล้ว
เสนอให้คุณ Tam-mic-ra ตอบปิดกระทู้ แล้วเราค่อยไปคุยกันต่อในกระทู้อื่นนะครับ..