ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
12-10-2026, 19:18
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  คำว่า 'รัฐบุรุษ' นั้นยังน้อยเกินไปสำหรับความเสียสละและความดีของพ.ต.ท. ดร. ทักษิณ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2] 3 4 5
คำว่า 'รัฐบุรุษ' นั้นยังน้อยเกินไปสำหรับความเสียสละและความดีของพ.ต.ท. ดร. ทักษิณ  (อ่าน 19854 ครั้ง)
Coolly_Jade
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 318


ฉันจะบิน บิน บิน สู่เสรีภาพอันยิ่งใหญ่


« ตอบ #50 เมื่อ: 29-06-2006, 17:22 »

อย่างทักษวย ....... นี่อะนะ
เอาแค่เป็นคนดีรู้รักษาวาจา ไม่พูดจากลับกลอกให้ได้ก่อนเถอะ
แค่เรื่องง่ายๆแค่นี้ยังทำไม่ได้เลย
ริอาจอยากจะเป็นรัฐบุรุษ
มีแต่พวกbuffaloเท่านั้นแหละที่หลงชื่นชมเชิดชู

ให้ทักษวย....มีความเป็นคนสักหน่อยยังยากเลย......เฮ่อ

รัฐบุรุษ.............กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
บันทึกการเข้า

ทักษิณาธิปไตย เสรีทางความคิด เผด็จการต่อการแสดงออก ใครเห็นด้วยเป็นคนดี ใครคัดค้านเป็นกุ๊ย
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #51 เมื่อ: 29-06-2006, 17:27 »


- ลูกเต้ากี่คนๆหรือแม้แต่น้องสาวก็มีปัญหาฉาวโฉ่เรื่องการศึกษา
ด้วยความเคารพจริง....3 ข้อแรกที่ถามมาน๊ะดีมากครับ  แต่ข้อสุดท้ายนี่ห่วยและไร้รสนิยมเหมือนกับเรื่องข่าวลือว่า ทักิณให้คนบ้าไปตีรูปปั้นพระพรหม



ห่วย - ไร้รสนิยม แต่มันดันเสือกจริงนี่ขอรับ  Mr. Green  Mr. Green

เอ้า อันนี้ของน้องสาว เอาไปอ่านทะลวงให้สมองมันเปิดหน่อย
เดี๋ยวเจอของลูกสาวจะเอามาเพิ่มให้อีก อาจจะพอช่วยให้เกิดปัญญาได้บ้าง
  Mr. Green  Mr. Green

"อลงกรณ์" เปิดเอกสารเพิ่ม "เยาวเรศ" ใช้วุฒิการศึกษา ปวช.ปลอม
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2549 13:08 น.
 
 
              นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวก่อนเข้าไต่สวนมูลฟ้องคดียื่นฟ้องนางเยาวเรศ ชินวัตร ฐานฟ้องเท็จข้อหาหมิ่นประมาท และฟ้องเท็จฐานใช้เอกสารปลอม กรณีกล่าวหานางเยาวเรศเรียกรับสินบนก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 300 ล้านบาท ว่าวันนี้นำพยานเอกสารเบิกเงิน และหลักการจ่ายเงิน จำนวน 25 ล้านบาท ให้นางเยาวเรศ พร้อมเอกสารการถอดสถานภาพนางเยาวเรศออกจากการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หลังพบว่าขาดคุณสมบัติเนื่องจากเอกสารการศึกษาระดับ ปวช.และปวส.จากสถาบันแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ที่ใช้ยื่นสมัครเรียนต่อไม่มีชื่อนางเยาวเรศอยู่ในสถาบัน ยื่นต่อศาล เพื่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นบุคคลไม่น่าเชื่อถือ พร้อมเรียกร้องให้นางเยาวเรศลาออกจากตำแหน่งประธานสภาตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องจากขาดคุณสมบัติ และไม่เหมาะอยู่ในตำแหน่งผู้นำสตรี


ฮ่าๆๆๆ   ชอบน๊ะครับที่มีคคหท.เชยๆแบบนี้


ม่ะ...นั่งลงและสงบสติอารมณ์นิดนึงก่อนนะ ตอนนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ในศาลเพราะคุณเยาวเรศได้ฟ้องคุณอลงกรณ์แล้ว ใจเย็นๆครับ...ผมจะไม่แปลกใจสักนิดเลยน๊ะหากคุณสารภาพว่าเชื่อเรื่องนายกฯทักษิณจ้างคนบ้าไปทุบรูปปั้นท้าวพระพรหม ฮ่าๆๆ
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #52 เมื่อ: 29-06-2006, 17:31 »

A Tuky มองคนเป็น 2 ฝั่ง คือ พวกเสียผลประโยชน์ กะ พวกได้ผลประโยชน์ ไม่เคยมองว่า มีอีกมากที่เขาไม่ได้สนใจว่าจะเสียผลหรือได้ผล แต่ยึดความถูกต้อง ความเหมาะสม เป็นหลัก

A Tuky สามารถจะทำให้คนทั้งแผ่นดินยกย่องได้ สามารถที่จะเลือกเป็นคนดีของแผ่นดิน เพราะคนอีกครึ่งหนึ่งของชาติเคยให้โอกาสมัน แต่น่าเสียดายที่ทางนั้นมันไม่เลือก

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเป็นเช่นนี้ คนเราหามีความสมบูรณ์ไม่ มีคำถาม "คุณเคยเห็นนายกของคนไทยคนไหนที่สมบูรณ์ที่สุด" แน่นอนว่าคำตอบคือ ไม่

คนกลุ่มหนึ่งมองความเจริญของชาติ คือ ความเจริญทางด้านวัตถุเป็นหลัก แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งมองยึดด้านจริยธรรมเป็นหลัก A tuky เติบโตมาจากการซื้อขายสัมปทานชาติ ผ่านรูปแบบการโกงกินในวงการค้ามาหลายรูปแบบ แต่ A Tuky ไม่สามารถที่จะลบความเป็นพ่อค้าออกจากสันดานตัวเองได้ ความวุ่นวายจึงเกิด เพราะ A Tuky ยึดปรัชญา ในโลกนี้มีคน 2 จำพวก พวกได้กับพวกเสีย

อย่างไรก็ตามโลกนี้ไม่เที่ยง การมีอยู่ของ A Tuky หรือไม่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สำคัญอยู่ที่การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เท่านั้นพอ วันนี้ A Tuky คือตัวปัญหาอย่างชัดเจน หาก A Tuky ยังไม่สำนึกอย่างแท้จริง คำว่า รัฐบุรุษ สำหรับ A Tuky บอกได้คำเดียวว่า "ฝันกลางวัน"  Undecided


คุณทักษิณยึดหลักการบริหารประเทศแบบอดีตนายกฯมาการ์เร็ต แทรชเชอร์ครับ คือ ให้รางวัลแก่คนดีและให้บทลงโทษแก่คนชั่วในสังคม ไปดูตัวอย่างของนโยบายประชานิยมต่างๆ และ นโยบายทางสังคมได้เลยครับ....ว่าจริงไหม!?!
บันทึกการเข้า
so what?
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,729


« ตอบ #53 เมื่อ: 29-06-2006, 17:33 »

ท่าทางยังเมาหมัด คุยเรื่องคนโกงเอนทรานซ์
คนโกงวุฒิการศึกษา ดันโยงไปศาลพระพรหมโน่น

ถ้างั้นเอาอันนี้ไปก่อน มาตรฐานรัฐบุรุษของอะไรจ๊ะมันต้อง
เซ็นเช็คเด้งแล้วบอกว่า ม่าช่ายลายเซ็นโผมมม  
Mr. Green  Mr. Green



เชิญอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา
คำพิพากษา

ในพระประมาภิไธยพระมหากษัตริย์

ที่ 149/2532 ศาลฎีกา

วันที่ 20 มกราคม 2532

ความ แพ่ง

ระหว่าง นางชม้อย เชื้อประเสริฐ โจทก์

นายสันต์ สมิตเวช จำเลยที่ 1
พันตำรวจตรีทักษิณ ชินวัตร จำเลยที่ 2

เรื่อง ตั๋วเงิน

จำเลยที่ 2 ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2529

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเช็คธนาคารเอเชีย จำกัด สาขาเชียงใหม่ เลขที่ 1076909 ลงวันที่ 29 กันยายน 2525 จำนวนเงิน 1,300,000 บาท (หนึ่งล้านสามแสนบาทถ้วน) เป็นเช็คออกให้แก่ผู้ถือ จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย มอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังเพื่อรับรองเป็นประกัน สำหรับจำเลยที่ 1 เมื่อถึงกำหนดวันที่ลงเช็ค โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีของโจทก์ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาสยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อให้เรียกเก็บเงินจากธนาคารตามเช็ค ปรากฏว่า ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2525 โดยให้เหตุผลในใบคืนเช็คว่า “โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย” โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คหลายครั้ง แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยเสีย โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 1,300,000 บาท นับแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2525 จนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 1 ปี รวมเป็นดอกเบี้ย 97,500 บาท ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 1,300,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอีก 97,500 บาท และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 1,300,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ไม่ถึงจำนวนเงินตามเช็คตามฟ้อง โดยเป็นหนี้เพียง 750,000 บาท จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ไปแล้วบางส่วน โจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละห้าถึงเจ็ดต่อเดือน และนำดอกเบี้ยที่ค้างชำระมาทบรวมเป็นเงินต้นเป็นการไม่ชอบ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดใช้เงินตามฟ้องทั้งหมด ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์มิใช่ผู้ทรงเช็คตามฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมายและได้เช็คมาโดยไม่สุจริต ลายมือชื่อด้านหลังเช็คที่โจทก์อ้างว่าเป็นลายมือชื่อผู้ค้ำประกันการจ่ายเงินตามเช็ค มิใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 คำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายให้ชัดเจนว่า โจทก์ได้เช็คพิพาทมาจากจำเลยที่ 1 เพื่อชำระหนี้ชนิดใด ทำให้จำเลยที่ 2 ไม่ทราบว่าจะให้การต่อสู้อย่างไรและเกี่ยวข้องกับเช็คตามฟ้องในทางใด ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คตามฟ้อง จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลัง พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 1,300,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อไป นับแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2525 จนกว่าชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ทางพิจารณาโจทก์ก็นำสืบว่า เมื่อเดือนกันยายน 2523 จำเลยที่ 2 ได้ซื้อโรงภาพยนตร์พร้อมที่ดินจากนายธรรมนนท์ สมิตเวช บิดาจำเลยที่ 1 ในราคา 8,500,000 บาท แต่ระบุในสัญญาไม่ถึง 8,500,000 บาท โดยจำเลยที่ 2 ให้นางพจมาน ชินวัตร ภริยาลงลายมือชื่อเป็นผู้ซื้อ จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้ให้ความยินยอม ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายหนังสือสัญญาขายที่ดิน ลงวันที่ 28 กันยายน 2523 เอกสารหมาย จ.3 ได้ชำระราคาเป็นเงินสดบางส่วน ที่เหลือชำระเป็นเช็คหลายฉบับ โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้สั่งจ่าย ต่อมาจำเลยที่ 1 นำเช็คที่จำเลยที่ 2 ออกให้เพื่อชำระค่าโรงภาพยนตร์และที่ดินมาชำระหนี้โจทก์ 3 ฉบับคือ เช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาสะพานกรุงธน ลงวันออกเช็ควันที่ 29 กันยายน 2524 จำนวนเงิน 1,800,000 บาท และเช็คธนาคารเดียวกัน ลงวันออกเช็ควันที่ 29 กันยายน 2525 จำนวนเงิน 1,300,000 บาท ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเช็คเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 ส่วนเช็คอีกฉบับหนึ่ง ลงวันออกเช็ควันที่ 29 กันยายน 2526 จำนวนเงิน 1,800,000 บาท ไม่ได้ถ่ายสำเนาไว้ เมื่อเช็คตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมายเลข จ.4 ถึงวันออกเช็ค โจทก์ได้เรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า บัญชีปิดแล้ว ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายใบคืนเช็คเอกสารหมาย จ.4

โจทก์จึงติดต่อให้จำเลยที่ 2 มาชำระเงินตามเช็คดังกล่าว จำเลยที่ 2 นัดให้โจทก์ไปพบที่ห้องทำงานของจำเลยที่ 2 ที่กรมตำรวจในวันที่ 16 เมษายน 2525 ครั้นถึงวันนัดโจทก์ นายนภศูล สวัสติเวทิน ทนายโจทก์ และจำเลยที่ 1 ไปพบจำเลยที่ 2 ที่ห้องทำงานของจำเลยที่ 2 ได้มีการเจรจากัน ในที่สุดจำเลยที่ 2 บอกว่า จะออกเช็คให้ใหม่และขอเช็คเก่าคืน แต่ในขณะนั้นจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้เปิดบัญชีใหม่ ขอให้จำเลยที่ 1 ออกเช็คไปก่อน โดยจำเลยที่ 2 สลักหลังเป็นประกันให้ โจทก์ยอมตกลงในวันนั้น จำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คให้โจทก์ 3 ฉบับ โดยจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสลักหลังต่อหน้าโจทก์และนายนภศูล

คือ เช็คธนาคารเอเชีย จำกัด สาขาเชียงใหม่ ลงวันออกเช็ควันที่ 29 กันยายน 2525 จำนวนเงิน 1,300,000 บาท ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.6 ซึ่งเป็นเช็คที่โจทก์นำมาฟ้องในคดีนี้ เช็คธนาคารเอเชียทรัสต์ จำกัด สาขาเชียงใหม่ ลงวันออกเช็ควันที่ 1 ตุลาคม 2526 จำนวนเงิน 1,800,000 บาท และเช็คธนาคารเอเชียทรัสต์ จำกัด สาขาเชียงใหม่ ลงวันออกเช็ควันที่ 1 ตุลาคม 2527 จำนวนเงิน 1,800,000 บาท ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.7 และ จ.8 ตามลำดับ (โจทก์ขออนุญาตส่งสำเนาภาพถ่ายแทน เพราะต้นฉบับจะนำไปดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่) ครั้นเช็คตามฟ้องถึงวันออกเช็คแล้ว โจทก์เรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2525 โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คตามฟ้องแล้ว จำเลยทั้งสองเพิกเฉยเสีย

จำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ 2 นำสืบว่า จำเลยที่ 2 รู้จักโจทก์ แต่ไม่เคยมีหนี้สินผูกพันกับโจทก์ และไม่เคยออกเช็คตามฟ้องให้โจทก์ เมื่อพุทธศักราช 2523 จำเลยที่ 2 ซื้อโรงภาพยนตร์และที่ดินจากบิดาจำเลยที่ 1 ในราคา 8,500,000 บาท ได้ชำระราคาเป็นเช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาสะพานกรุงธน รวม 5 ฉบับ จำนวนเงิน 1,300,000 บาท 1 ฉบับ, จำนวนเงิน 1,800,000 บาท 4 ฉบับ ลงวันออกเช็คห่างกันฉบับละ 1 ปี จำเลยที่ 2 ตกลงกับจำเลยที่ 1 ว่าไม่ให้นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ได้มีการนำเช็คมาแลกเงินสดไปจากจำเลยที่ 2 แล้วทุกฉบับ วันที่ 26 เมษายน 2525 จำเลยที่ 2 ลาป่วยไม่ไปทำงาน

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 ออกเช็คตามฟ้องแล้วมอบให้โจทก์ เมื่อถึงวันออกเช็คแล้ว โจทก์นำเช็คตามฟ้องไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2525 ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า คำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้บรรยายถึงมูลหนี้ตามเช็คจึงขาดสาระสำคัญไปนั้น เห็นว่า เช็คตามฟ้องเป็นเช็คออกให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ และตามกฎหมายถือว่าผู้ถือเป็นผู้ทรงและบุคคลผู้ลงลายมือชื่อในเช็คย่อมต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็ค โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลัง เมื่อถึงวันออกเช็คแล้ว โจทก์นำเช็คตามฟ้องเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้เงินตามเช็คให้โจทก์ แม้มิได้บรรยายถึงมูลหนี้ก็ถือได้ว่า คำฟ้องของโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว จึงไม่เคลือบคลุมดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 มิได้สั่งลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังเช็คตามฟ้อง และโจทก์เบิกความเท็จไม่น่าเชื่อถือ จะเห็นได้จากการที่โจทก์เบิกความในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คและจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังเช็คตามฟ้องและเช็คอื่นอีก 2 ฉบับ ที่ที่ทำงานของจำเลยที่ 2 ที่กรมตำรวจ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2525 แต่ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 52/2527 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นจำเลย ในข้อหากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค โจทก์ฟ้องและเบิกความว่า จำเลย (จำเลยที่ 1 ในคดีนี้) สั่งจ่ายเช็คตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.7 ในคดีนี้ (ซึ่งโจทก์นำสืบในคดีนี้ว่า ออกพร้อมกับเช็คตามฟ้องคดีนี้) เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2525 และในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 24358/2527 ของศาลอาญาที่จำเลยที่ 2 ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในข้อหาเบิกความเท็จ นายนภศูล ทนายโจทก์ก็ได้เบิกความว่า โจทก์กับนายนภศูลไปพบจำเลยที่ 2 ที่ที่ทำงานของจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2525 จำเลยที่ 2 มิได้ไปทำงานเพราะลาป่วย มีใบลาเป็นหลักฐาน คดีจึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังเช็คตามฟ้อง และจำเลยที่ 2 ไม่เคยสั่งจ่ายเช็คให้จำเลยที่ 1 เพราะผู้ซื้อโรงภาพยนตร์และที่ดินคือ นางพจมาน ภริยาจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยนั้น โจทก์มีตัวโจทก์และนายนภศูลทนายโจทก์คนเดิมมาเบิกความว่า จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย และจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังเช็คตามฟ้อง และเช็คตามสำเนาภาพถ่ายหมาย จ.7 และ จ.8 ที่ที่ทำงานของจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2525 ปรากฏรายละเอียดตามที่ศาลฎีกายกขึ้นกล่าวในข้อนำสืบของโจทก์

ปรากฏว่า จำเลยที่ 2 อ้างใบลาหยุดราชการในวันที่ 26 เมษายน 2525 เป็นพยาน เพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่า โจทก์เบิกความเท็จ พยานหลักฐานของโจทก์ไม่น่าเชื่อถือและเชื่อไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังเช็คตามฟ้อง จำเลยที่ 2 อ้างอิงข้อเท็จจริงในฎีกาว่า เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 52/2527 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์บรรยายฟ้องและเบิกความว่า จำเลยที่ 1 ออกเช็คเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2525 ตามสำเนาภาพถ่ายคำฟ้องและคำให้การพยานโจทก์ท้ายฎีกา เอกสารหมายเลข 1 และหมายเลข 2 และนายนภศูล ทนายโจทก์คนเดิมเบิกความเป็นพยานโจทก์ (จำเลยที่ 2 ในคดีนี้) ในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 24358/2527 ของศาลอาญาว่า โจทก์และนายนภศูลไปพบจำเลยที่ 2 ที่ห้องทำงานของจำเลยที่ 2 ที่กรมตำรวจเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2525 มิใช่วันที่ 16 เมษายน 2525 ตามสำเนาภาพถ่ายคำให้การพยานเอกสารท้ายฎีกาหมายเลข 3

พิจารณาแล้วเห็นว่า เดิมนายนภศูลเป็นทนายโจทก์ในคดีนี้ และเป็นผู้ลงลายมือชื่อเป็นโจทก์และเรียงฟ้องในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 52/2527 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่า ในคดีนี้ เมื่อจำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาแล้ว นายนภศูลในฐานะทนายโจทก์ยื่นคำร้อง ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2530 ขอถอนฟ้องโดยอ้างว่า โจทก์และจำเลยที่ 2 ตกลงกันแล้ว จำเลยที่ 2 รับสำนำคำร้องแล้วไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นสั่งนัดพร้อมเพื่อสอบถามเรื่องโจทก์ขอถอนฟ้อง ถึงวันนัด โจทก์และทนายคนใหม่มาศาลแถลงว่า โจทก์ไม่เคยตกลงหรือยินยอมให้นายนภศูลถอนฟ้องดังที่นายนภศูล ยื่นคำร้องไว้และยืนยันขอดำเนินคดีในขั้นฎีกาต่อไป

ศาลฎีกาพิเคราะห์พฤติการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว เห็นว่า คำฟ้องในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 52/2527 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ และคำเบิกความของนายนภศูลในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 24358/2527 ของศาลอาญา หาทำให้พยานหลักฐานของโจทก์ไม่น่าเชื่อถือและฟังไม่ได้ดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกาหรือไม่ ที่โจทก์เบิกความในคดีดังกล่าวว่า จำเลยที่ 1 ออกเช็คเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2525 อาจเกิดจากความหลงถือหรือต้องเบิกความไปตามคำฟ้องก็ได้ อย่างไรก็ตามจำเลยที่ 1 จะลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ 2 จะลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังในเช็คตามฟ้องในวันที่ 16 หรือวันที่ 26 เมษายน 2525 ก็หาใช่สาระสำคัญไม่

ในปัญหาว่า จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังหรือไม่นั้น จำเลยที่ 2 ก็มิได้นำสืบปฏิเสธว่า ลายมือชื่อผู้สลักหลังในเช็คตามฟ้องมิใช่ลายมือชื่อของตน ในเรื่องของมูลหนี้นั้น จำเลยที่ 2 ก็ได้นำสืบว่า เมื่อพุทธศักราช 2523 จำเลยที่ 2 ซื้อโรงภาพยนตร์และที่ดินจากบิดาจำเลยที่ 1 ในราคา 8,500,000 บาท ชำระราคาเป็นเช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาสะพานกรุงธน 5 ฉบับ จำนวนเงิน 1,300,000 บาท 1 ฉบับ จำนวน 1,800,000 บาท 4 ฉบับ เป็นเช็คส่วนตัวของจำเลยที่ 2 ข้อนำสืบดังกล่าว....กับพยานหลักฐานของโจทก์ แต่ที่จำเลยที่ 2 นำสืบว่า จำเลยที่ 1 นำเช็คดังกล่าวมาแลกเงินสดไปจากจำเลยที่ 2 ทุกฉบับแล้วนั้น ข้อนำสืบข้อนี้มีแต่คำเบิกความของจำเลยที่ 2 ลอยๆ เท่านั้น ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คตามฟ้อง และเหตุที่จำเลยที่ 1 จะออกเช็คตามฟ้อง และจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังก็เกิดจากมูลหนี้ดังที่โจทก์นำสืบ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คตามฟ้องให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรง ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาตั้งผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้สลักหลังในเช็คตามฟ้องนั้น ศาลฎีกาได้มีคำสั่งในเรื่องนี้ไว้แล้ว จึงไม่สั่งซ้ำอีก

พิพากษายืนให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 3,000 บาทแทนโจทก์

องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา
นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
นายประมาณ ชันซื่อ
นายนิเวศน์ คำผอง
คนบางบอน
บันทึกการเข้า
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #54 เมื่อ: 29-06-2006, 17:34 »


คนที่ยกย่องและสนับสนุนนายกฯทักษิณ คือ คนดี ครับ


ไม่ใช่คนแน่นอน!
เพ่นพ่านมากไปแล้ว
ท่านปุถุชนกรุณาจับไปขังเถอะครับ

 Yell
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
สเลเต
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 211



เว็บไซต์
« ตอบ #55 เมื่อ: 29-06-2006, 17:48 »

โอ...พระเจ้าช่วย...กล้วยทอด
มีกระทู้แบบนี้ในโลกด้วย
บันทึกการเข้า

เหมือนจะพร้อมให้หอมดอก...สเลเต
แวะไปชมบ้านหลังน้อยกันได้นะคะ

http://mahahong.bloggang.com

และแอบประชาสัมพันธ์งานรวมเล่มชิ้นแรกด้วยค่ะ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mahahong&month=03-2006&date=28&group=1&blog=1
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #56 เมื่อ: 29-06-2006, 17:55 »

เออ...

พี่น้องครับ...

ผมมิได้เข้าเสรีไทยมานาน...

เลยสงสัยว่า....

เหตุไร.เดียวนี้เสรีไทยมีคนแบบนี้แล้วหรือครับ..5555

ปล.

แถวบ้านผมเขาร้องออกเป็นเสียงเดียวกันว่า เ_วบุรุษ 

เว้นไว้ในฐาณะที่เราเข้าใจกัน...
บันทึกการเข้า
นายเบียร์
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 997



« ตอบ #57 เมื่อ: 29-06-2006, 17:55 »

กระทู้ใช้ภาษาPrบบนี้สมแล้วที่หลุดออกมาจากคุณและงานที่คุณทำจริงๆ หึๆ Twisted Evil
บันทึกการเข้า

saopao
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 199



« ตอบ #58 เมื่อ: 29-06-2006, 18:04 »

ถาม หา EQ
แหม  IQ สูงเหลือเกินนะที่ตั้งกระทู้นี้

รัฐบุรุษ ที่ยุบสภาหนีการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ  ในรัฐสภา เนี่ยนะ
รัฐบุรุษ ที่งุบงิบ อนุมัติ FTA โดยม่ผ่านสภา เนี่ยนะ

คนที่ไม่ยึดถือระบบรัฐสภาจะเป็นรัฐบุรุษยังไง
บันทึกการเข้า

ประกายดาว
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,266


" ดาว " ดวงน้อยประกาย นั่นยังพร่างพราย.....


« ตอบ #59 เมื่อ: 29-06-2006, 18:05 »

ประกายดาว คงต้องขอบคุณ คุณ เจ้าของกระทู้ นะคะ

 Very Happy

ที่ทำให้เพื่อนๆ ในเสรีไทย ได้รับความเพลิดเพลิน และ ได้มีโอกาส แสดงความคิดเห็น
ใน เรื่อง พฤติกรรม ของ คุณ ทักษิณ กันอีกครั้ง...อย่างมีทิศทาง ไม่ต่างกัน มากนัก
แต่คำว่า รัฐบุรุษ คงต้อง ขอให้ ละเสียเถิดค่ะ

มัน ไม่เป็น ผลดี  จริงๆ ...บรรพบุรุษในแผ่นดินไทยทั้งหลาย ท่านคงไม่ยินยอม

 Cool

ตอนนี้ ในวงการ กฏหมายระดับนานาประเทศ ต่างก็ ยอมรับไม่ได้ ในความไม่สง่างาม
ของ มิสเตอร์ หน้าเหลี่ยมคนนี้ จาการที่ รัฐ ตกเป็น จำเลยในคดีท่งธุรกิจ หลายๆ คดี
ของประเทศ กรณีทำสัญญาหลายๆ อัน ฝ่ายต่างประเทศขอให้ รัฐบาลไทยตั้งคนกลางของประเทศ
เข้าเป็น ดูแล ...ทำได้ยังไงคะ ตั้ง ดร. สุวรรณ ที่ปรึกษา ของตัวเอง ให้ขายขี้หน้า นานาประเทศ
สรุป ...ไม่มีผู้เป็นกลางทางกฏหมาย ที่ได้รับความเชื่อถือ

น่าละอาย ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-06-2006, 18:07 โดย ประกายดาว » บันทึกการเข้า



วันที่ดาว ทวงฟ้า นภากระจ่าง
ดาวล้านดวง ทวงทาง ระหว่างฝัน
ผุดขึ้นมา  คราเดียว พร้อมพร้อมกัน
ประกาศมั่น.... วันนี้... เสรีไทย



http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=twinkling-stars&group=1
HILTON (ปาล์มาลี)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,310



« ตอบ #60 เมื่อ: 29-06-2006, 18:09 »

ปิดกระทู้ไปเถอะ  อ๊วกเต็มบอร์ดแล้ว
บันทึกการเข้า
numtien
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33


« ตอบ #61 เมื่อ: 29-06-2006, 18:17 »

ดี เลียได้ดี นับถือ ๆ
บันทึกการเข้า
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #62 เมื่อ: 29-06-2006, 18:35 »

รัฐบุรุษแบบทักษินนี่มันเป็นง่ายไปหน่อยมั้ง

ใจก็อยากประกาศกฎอัยการศึกใจจะขาด

เรียก ผบ 3 เหล่าทัพไปตีกอล์ฟด้วยก็หลายครั้ง ไม่รู้เอาผลประโยชน์อะไรเข้าล่อบ้าง

ทหารก็ไม่เห็นด้วย ให้ประกาศกฎอัยการศึกสักที

สุดท้าย ก็ต้องไปตะโกนกลางสนามหลวง พี่จำลอง เพื่อนสนธิ มาคุยกัน

พอเขาไม่ไปคุยด้วย ก็ไปแหกปาก ตามต่างจังหวัด ด่าสนธิ จำลองไปเรื่อย คนกลับกลอก ชั่วช้าขนาดนี้

ถ้าจะได้เป็นรัฐบุรุษ ก็ชาติหน้าตอนบ่ายๆเหอะ
บันทึกการเข้า

สนธิเหยียบหน้าเหลี่ยม
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


« ตอบ #63 เมื่อ: 29-06-2006, 18:43 »

ทักษิณ คือบุรุษผู้นิยมชมชอบในการ รับสัมประทานจากรัฐ  และครั้งนี้ ทักสินก็ต้องการ ทำสัมประทานผูกขาดบริหารประเทศ
เป็นรัฐบุรุษหรือไม่  ผมขอวิจารณ์ว่า ไม่สมควรได้รับเลยกับคำนี้  เห็นได้โดยการจ้างพรรคเล้กลงเลือกตั้ง เพื่อที่จะ เลี่ยงกฎ20% ของรัฐธรรมนูญ   ทักสินมีเงินมาก การที่จะจ้างใครไม่ใช่เรื่องยาก ถ้างานจ้างนี้ผ่าน ทักสินก้กินรวบประเทสไทย โดยอาศัยเงิน  ถือว่าทำทุจริตเพื่อให้ได้อำนาจในการปกครองประเทศ  ต้องเรียกว่า โมฆะทุรบุรุษ จึงจะถูกต้องครับ
บันทึกการเข้า
cameronDZ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,827


my memory


« ตอบ #64 เมื่อ: 29-06-2006, 18:59 »

อยากฮาก

ไม่ใช่สิ ฮาก ไปแล้ว
(น่าจะมีคนแปลออกอยู่นะ Mr. Green)
บันทึกการเข้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ ขอขมา
จากใครแม้แต่สักคนเดียวเลย
...เช่นกัน คำขอบคุณ ก็ยังไม่เคยมีสักคำ...
แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในใจพวกเขาคงคิดคำเหล่านี้อยู่บ้างหรอก
...แค่คิด ไม่ต้องบอกออกมา ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว...
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #65 เมื่อ: 29-06-2006, 19:15 »

ผมชักสงสัย....ว่า คุณ "อะไร....." เป็นพวกต่อต้านทักษิณ จึงได้เปิดกระทู้แบบนี้ .........เอ้าไหน ก็มีกระทู้แล้ว.....

ผมเห็นว่านายกทักษิณ เป็น รัฐบุรุษไม่ได้หรอกครับ ผมมีเหตุผลตั้งหลายข้อ

1. ทักษิณ เลว และ ขี้โกง เหลือเกิน

2.ทักษิณ เลวและขี้โกง จริง ๆ

3.ทักษิณเลวและขี้โกง มั้ก..มาก

4.ทักษิณเลวและโกง เหลือเชื่อ........ฯลฯ
บันทึกการเข้า
kobkla
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 97


« ตอบ #66 เมื่อ: 29-06-2006, 19:38 »

เห็นกระทู้นี้ตั้งแต่เที่ยง  ตอนแรกว่าจะตอบ  คิดไปคิดมา จะตอบไปทำไมวะ  ปล่อยกระทู้มันตกๆไปเถอะ
แต่เห็นตอนเย็น ยังมีคนมาตอบ ก็เลยต้องขอบอกหน่อยว่า จะตอบกระทู้นี้ไปทำไม
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #67 เมื่อ: 29-06-2006, 19:39 »

อันที่จริงชื่อคุณ A-Rai-Ja เวลานี้ได้รับความนิยมที่นี่ไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเขียนกระทู้ล่อเป้าก็เป็นเป้าได้โดยอัตโนมัติ
คือเขียนอะไร รับรองต้องมีคนเข้ามาด่า เอ๊ย โต้แย้ง แล้วจะเขียนแบบให้คนเขาหมั่นไส้ตั้งแต่เห็นชื่อกระทู้ไปทำไมกัน
สารที่คุณต้องการสื่อ (ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นการแก้ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับตัวคุณทักษิณ) มันจะไปไม่ถึงผู้รับ
เพราะพอมองหีบห่อปั๊บก็เกิดอารมณ์จนไม่พิจารณาอื่นใด

ความสงสัยของดิฉันจึงมีว่า คุณไม่ได้กะมาโต้แย้งแสดงเหตุผลเพื่อคุณทักษิณจริง
เพราะถ้าใช่ วิธีที่ทำอยู่นี้ใช้ไม่ได้ผลนะคะ
แถมจะ backfire ทำให้ผู้คนที่อ่านยิ่งพาลเกลียดทั่นของคุณมากกว่าเดิม
กับประการนี้อาจสรุปไกลไปจนได้ถึงว่า ที่จริงแล้วคุณกะมาทำลายคุณทักษิณแบบแอบแฝงต่างหาก
หรือจริงๆ แล้วคุณเป็นคนเกลียดทักษิณจำแลงมา
(กระบวนท่านี้คุณปุถุชนถนัด แต่ที่ยังไม่มากล่าวหาคุณ อาจเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา)

แต่ถ้าคุณ A-Rai-Ja แท้จริงไม่ได้ล้ำลึกขนาดนั้น เป็นแค่คนรักทักษิณที่คิดตื้นๆ
ไม่ฉลาดเลอเลิศอะไรอย่างที่ตัวเองหลงภูมิใจไปเอง
ที่ทำอยู่นี่เพียงแค่มายั่วโมโหคนอ่านเอามัน
ข้อมูลแก้ต่างอะไรก็แค่ยกมาประกอบพอให้กระทู้ดูไม่น่าเกลียด
เพื่อจะได้มีการโต้ตอบให้คุณเก็บไปหัวเราะด้วยความขบขัน
ก็ถือว่าเป็นสีสันของบอร์ดนี้ให้ดิฉันหายเลี่ยนบ้างเท่านั้น
ก็จะเข้าใจ จขกท. ได้ว่าไหนๆ เขียนอะไรคนที่นี่ก็คงไม่เชื่อไม่รับฟังอยู่แล้ว
ขอระบายอารมณ์รักและภักดีให้มันสุดๆ ไปเลยแล้วกัน
อันนี้ขอบอกว่าคิดผิดนะคะ คนที่รับฟังอย่างมีสติย่อมมีอยู่บ้าง
เพียงแต่เขาเหล่านั้นอาจไม่เสนอหน้ามาเขียนให้เสี่ยงต่อการถูกคนส่วนใหญ่รุมด่า
และโดนยัดเยียดข้อกล่าวหา คนรักทักษิณปลอมๆ จำแลง แปลงกาย อะไรนั่นให้วุ่นวาย

ดังนั้นคิดดูใหม่แล้วกันว่ามาเขียนกระทู้งี่เง่ายั่วโมโหแบบนี้หาอะไร
หาเรื่องก็จะได้เรื่อง เอามันก็คงสมใจ
แต่ถ้าอยากประเทืองปัญญาอย่างที่เที่ยวว่าใครต่อใครไม่มี EQ/ IQ
ก็ควรต้องไปพิจารณาตัวเองใหม่ ว่าพฤติกรรมที่ทำอยู่นั้นมันต่างอะไรกับที่ว่าผู้อื่น

ป.ล. มัวแต่เขียนยืดยาวอยู่ ขณะจะกดส่ง เห็นข้อความคุณ 55555 แสดงความสงสัยเหมือนกัน
       เป็นอย่างไหนก็เลือกเอานะจ๊ะ คุณ อะไรจ๊ะ  Laughing
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #68 เมื่อ: 29-06-2006, 19:43 »

เผลอแป๊บเดียวออกทะเลไปเรียบร้อย

อ้อ ที่ข้างบนหน่ะ ทหารบก เพราะอยู่ในเมือง อากาศเค้าคงเอาด้วย ลองเรียกมาช่วยงานดูดิ

ส่วนเรือ เค้าไม่เคยยุ่งเรื่องการเมืองมาแต่ไหนแต่ไร

ส่วนว่าทำไมมีแต่บก เพราะมันใกล้มือไง ที่ท่านสนธิขยับทหารบ่อยๆ เพราะกลัวพวกนอกแถว

ในกรุงเทพ พวกญาติโกโหติกา รวมทั้งเพื่อนร่วมรุ่น เค้าคุมไว้หมด ของท่านสนธิ กำลังอยู่ป่าหวายโน่น

ส่วนตำรวจ เป็นพวกทักษิณอยู่แล้ว เพียงแต่รอไฟเขียวอยู่

ที่ไม่ได้ทำอะไร ก็อย่างที่บอก ขืนทำขึ้นมา ท่านสนธิคงไม่ยืนหัวโด่งนิ่งๆ ให้ทักษิณทำตามใจตัวเองแน่

มันเลยยันกำลังกันเป็นเส้า ถึงได้ไม่เกิดเรื่องเกิดราว (แต่เครดิตเรื่องใกล้ชิดม๊อบยังยกให้ท่านโกวิทที่ยังเห็นแก่ประชาชน)

ส่วนตำรวจที่ไปเฝ้าม๊อบ บางส่วนหน่ะ เค้าเข้าใจ ยืนนานๆ บางคนก็เห็นด้วยไปกับม๊อบ

แต่วันที่ไปพารากอนหน่ะ ริมรั้วมีตำรวจมายืนตามมุมอับ มองด้วยสายตาแปลก

ทีแรกยืนดูเค้ายังไม่รู้สึกตัว เลยไปยืนจ้องหน้าให้เค้ารู้ สายตาแบบนั้นหายไปแว๊บนึง

ประมาณว่า กรูไม่กลัวมึงหรอกเฟ้ย อยู่ในรั้วหน่ะ แต่ถ้าถือปืนวิ่งออกมา ตูก็เผ่นเหมือนกัน  Mr. Green  Mr. Green
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
ผู้ทำลาย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,496


lynnicky


เว็บไซต์
« ตอบ #69 เมื่อ: 29-06-2006, 19:44 »

เข้ามาอ๊วกอีกรอบว้อยยยยยย

รมบ่จอย -*-

สติปัญญาคิดแต่จะเลีย นี่ เจ้าของกระทู้ ถ้าเอาเวลานี้ไปตั้งใจเรียนให้จบ ม.3 แล้วทำมาหากินดีๆ ชีวิตจะต้องดีขึ้นแน่นอน

เลิกพฤติกรรมแบบนี้เหอะ เละเทะจริงๆ
บันทึกการเข้า

แสนยานุภาพผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #70 เมื่อ: 29-06-2006, 19:47 »

อ้าว ตอบหลังหนูหิมะพอดี ตอบ pm ข้อยด้วย ข้อยอยากรู้  Mr. Green
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
somchai
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« ตอบ #71 เมื่อ: 29-06-2006, 20:02 »

เวรเอ๊ย 

อุตส่าห์หนีจากราชดำเนิน  ก็เพราะไอ้กระทู้เฮงซวยแบบนี้เต็มไปหมด

มันยังเสือกมาหลอกหลอนในนี้อีกเรอะ  ชิ่วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   แปลว่า ไปๆๆๆ
ๆๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
บุรุษไร้นาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 633


Trust NO ONE !!!


« ตอบ #72 เมื่อ: 29-06-2006, 20:13 »

ผมขอคำนี้ให้มัน ไอ้สารเลวตัวนี้ ดีกว่าครับ

ส้นตีน

มันเหมาะกับ ไอ้เหลี่ยมมากๆ
บันทึกการเข้า

เงินยิ่งใช้ ยิ่งหมด บุญ ยิ่งทำ ยิ่งได้

.......กูจะสู้แม้รู้ว่าพวกกูน้อย              สู้ไม่ถอยแม้รู้ว่าจะดับสลาย
แผ่นดินนี้พ่อกูอยู่ปู่กูตาย                   กูสุดอายหากเสียทีไพรีครอง
       ใครบ้างเหวยจะร่วมสู้กับกูบ้าง     ใครบ้างเหวยจะอยู่ข้างไทยใจหาญ
ใครบ้างเหวยจะละสุขสนุกสำราญ       ใครบ้างเหวยยอมวายปราณเพื่อไทยคง
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #73 เมื่อ: 29-06-2006, 20:20 »

อ้อ พิมพ์ตกไปอีกแระ ลืมเลย ตอบยาว

ที่จะขู่ม๊อบหน่ะไม่ใช่

เพราะพี่แกกะจะสลายม๊อบเลย ไม่ใช่ขู่เฉยๆ แกพยายามจะสลายม๊อบอย่างจริงๆ จังๆ ใครว่าแกขู่ ถ้าใช้กำลังได้แกก็จะทำ แต่ใครๆ ก็ขวางแกโม๊ด  Mr. Green
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #74 เมื่อ: 29-06-2006, 20:25 »

คุณอะไรจ๊ะ คุณบอกว่า

คุณทักษิณยึดหลักการบริหารประเทศแบบอดีตนายกฯมาการ์เร็ต แทรชเชอร์ครับ คือ ให้รางวัลแก่คนดีและให้บทลงโทษแก่คนชั่วในสังคม ไปดูตัวอย่างของนโยบายประชานิยมต่างๆ และ นโยบายทางสังคมได้เลยครับ....ว่าจริงไหม!?!

ผมสงสัยว่าคุณอะไรจ๊ะเมาเบียร์หรือเปล่าครับ ? โยงไปถึงจิ๋มเหล็กโน่น (ขอโทษที่ไม่สุภาพ แต่คนอังกฤษเค้าเรียกเธออย่างนั้นจริง ๆ)



บันทึกการเข้า
Wadoiji
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 801


รักษ์ประชาธิปัตย์


เว็บไซต์
« ตอบ #75 เมื่อ: 29-06-2006, 20:34 »

ขอท่านได้รับการคารวะอย่างจริงใจจากคนดีๆในสังคมไทยเรานี้ด้วยเถิด!

คนไหนคือคนดีๆที่คารวะคุณทักษิณอย่างจริงใจ?  

หรือคุณกำลังจะบอกว่าคือคุณ?  Mr. Green


คนที่ยกย่องและสนับสนุนนายกฯทักษิณ คือ คนดี ครับ



โอ๊ย!!!!! เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็น!!! นอกจากหัวหน้า ด้าน ลูกน้องหัวหน้า ด้าน พวกลิ่วล้อในเน็ตยัง ด้าน อีก!!!

นับถือจริงๆว้อย!!!
บันทึกการเข้า

แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #76 เมื่อ: 29-06-2006, 20:42 »

นี่เพิ่งจะเห็นที่แกพูดกะข้าราชการวันนี้ เห็นสงบๆ ไปหลายวัน สงสัยหายช๊อคจากเรื่องยุบพรรคหรือไงไม่รู้ ลูกบ้าอาละวาดอีกแล้ว สงสัยโดนหมอผีเป่ากบาลมาหรือไงไม่รู้ มีการข่มขู่ข้าราชการสำทับอีกด้วยแน๊ นี่พี่แกนึกว่าศาลที่กำลังจะตัดสินยุบพรรคแกเป็นอำนาจนอกระบบหรือไงไม่รู้ เลยซี้ซั้วพูดแบบนั้นออกมาได้

แถมเอาวิธีซัดดัมมาใช้อีกด้วย จะไปจัดรายการวิทยุ ตูว่าแล้วเชียวผิดปากที่ไหน เพิ่งบ่นไปแหมบๆ ในกระทู้ข้างล่างว่า ช่วงใกล้เลือกตั้งซัดดัมชอบส่งเสียงตามสาย ไปไซโคชาวบ้านว่า แกคือผู้วิเศษเลิศเลอ แหม ไม่อยากจะติงเลยว่าวิธีแบบนี้ ประเทศประชาธิปไตยเค้าไม่ทำกัน มีแต่พวกเผด็จการเค้าทำ นายกฯ ดันอยากจะเอาอย่างเค้าไม่คิดว่าควรไม่ควร เด๋วก็ได้เรื่องหรอก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-06-2006, 20:47 โดย แอ่นแอ๊น » บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #77 เมื่อ: 29-06-2006, 21:03 »

เออ ฟังไป ฟังมา ทำไมท้ายๆ แกด่าตัวเองไม่รู้

แกว่า เจ้าภาพเป็นเยอรมัน กรรมการเป็นเยอรมัน ไลแมนด์เป็นเยอรมัน แบบนี้ไม่มีใครเล่นด้วย

แถมบอกว่า กติกา อย่างนั้นอย่างนี้ บอกว่า คนเลวๆ ชอบเล่นกับกติกา คนดี ทำตามกติกา

ท่าทางแกจะช๊อคหนัก ท้ายๆ ยืนด่าตัวเองให้คนในพรรคกับข้าราชการฟัง  งงแกนะเนี่ย ท่าทางอาการหนัก  Mr. Green
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
บุรุษไร้นาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 633


Trust NO ONE !!!


« ตอบ #78 เมื่อ: 29-06-2006, 21:11 »

สงสัยเจ้าของกระทู้ เป็นลูกไอ้เหลี่ยม

ไหน พี่เหลี่ยม บอกว่ารักเดียวใจเดียว ทำไม มีเมียหลายคน สำส่อนไปทั่ว ไม่ใส่ถุง ระวังเป็นเอดส์นะครับ
บันทึกการเข้า

เงินยิ่งใช้ ยิ่งหมด บุญ ยิ่งทำ ยิ่งได้

.......กูจะสู้แม้รู้ว่าพวกกูน้อย              สู้ไม่ถอยแม้รู้ว่าจะดับสลาย
แผ่นดินนี้พ่อกูอยู่ปู่กูตาย                   กูสุดอายหากเสียทีไพรีครอง
       ใครบ้างเหวยจะร่วมสู้กับกูบ้าง     ใครบ้างเหวยจะอยู่ข้างไทยใจหาญ
ใครบ้างเหวยจะละสุขสนุกสำราญ       ใครบ้างเหวยยอมวายปราณเพื่อไทยคง
fSCT
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


เว็บไซต์
« ตอบ #79 เมื่อ: 29-06-2006, 21:48 »

คุณอะไรจ๊ะ คุณนี่ช่างแสนดี
ช่วยไขข้อข้องใจ ความเคลือบแคลงใจต่างๆ
ดีเลย ขอไปเก็บข้อความ ที่เคยมีคนรวบรวมไว้ มาให้คุณอะไรจ๊ะช่วยตอบ
เพราะเคลือบแคลงสงสัยมานานแล้วเหมือนกัน อยากได้คำตอบที่ชัดเจน
และช่วยตอบให้หมดเลยนะ
ตอบหมดเมื่อไร จะขนมาให้อีก

อ้อ!! ตอบแบบ คนมี EQ สูงส่งด้วยนะจ๊ะ
อย่าตอบแบบอันธพาล สำนวนชวนหาเรื่องอีกล่ะ นะจ๊ะ คุณอะไรจ๊ะ คนดีที่หนึ่งเลย

อ้างถึง
แผนการฟินแลนด์
ข้อแรก คือให้ความสำคัญกับการยึดรากหญ้า ประชาชน เกษตรกรที่ยากจนไว้ให้ได้ทั้งหมด
ข้อสอง คือต้องใช้ระบบทุนนิยมดำเนินการเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องทรัพย์สินของประเทศ
ข้อสาม ประเทศไทยจะต้องมีพรรคเดียว
ข้อสี่ จะต้องรื้อระบบราชการทั้งหมด ให้รับใช้รัฐบาลเท่านั้น
และข้อห้า จะต้องให้สถาบันกษัตริย์เหลือเพียงเป็นสัญลักษณ์

จากปฏิญญาฟินแลนด์ แตกไปเป็นการกระทำเลวๆ ต่างๆ ตัวอย่างเช่น
1. นโยบาย บริโภคนิยม ส่งเสริมหนี้ภาคครัวเรือน ฟุ้งเฟ้อ มอมเมาประชาชน และรัฐไม่เคยแถลงผลสำเร็จ
- กองทุนหมู่บ้าน
- ธนาคารประชาชน
- แปลงสินทรัพย์เป็นทุน
- หวยบนดิน
- ออกหวยซื้อหุ้น Liverpool
- เปิดบ่อนเสรี
- เปิดเสรีสุรา
- เอาเบียร์ช้างเข้าตลาดหุ้น
- กทม. เมืองแฟชั่น
- ครีมหน้าเด็ง
- บัตรสมาชิก ไทยแลนด์อีลิทการ์ด
- Complex Entertainment
- Mega Project
- ส่งเสริมเงินกู้ทั้งในและนอกระบบ (Bank & Non-Bank)
เงินกองทุนหมู่บ้านต้องเป็นเงินสร้างผลผลิต ต้องเป็นเงินที่ทำให้ชาวบ้านสามารถผลิตสินค้าออกมาทำมาค้าขายได้ แต่เงินกองทุนหมู่บ้านนั้นคือเงินจับจ่ายใช้สอยในทางที่ไร้สาระที่สุด
- เศรษฐกิจตามแนวทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ เน้นการบริโภค
มุ่งแต่ตัวเลขการเติบโต และเศรษฐกิจที่โตกระจุกอยู่แต่ในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น
มีคนเพียงแค่ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งประเทศเท่านั้นที่ได้รับผลดี

- เปิดประเทศทำเขตการค้าเสรี ทำเอฟทีเอกับต่างประเทศ
ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้สินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้าเกษตรจากต่างชาติเข้ามาตีตลาดสินค้าของไทย
เกษตรไทยต้องล้มละลาย

- ใช้งบประมาณแผ่นดินหาเสียง (ทัวร์นกขมิ้น)

2. นโยบายสร้างภาพ หาเสียง ฉาบฉวย หลอกลวง และรัฐไม่เคยแถลงผลสำเร็จ
- 30 บาท รักษาทุกโรค เป็นนโยบายหาเสียง ทำความอ่อนแอให้กระบวนการรักษาพยาบาล
แล้วตัวเองไปแอบกว้านซื้อโรงพยาบาลเอกชน แล้วทำให้การรักษา 30 บาทฯ นั้นเป็นการรักษาไปอย่างตามมีตามเกิด
- พักหนี้เกษตรกร
- ปฏิรูปการศึกษา
- จัดระเบียบสังคม
- ผู้ว่า CEO
- ปราบปรามผู้มีอิทธิพล
- ลงทะเบียนคนจน
- ส่ง 23 รมต. แก้ปัญหาภาคใต้ (แต่ไม่มีใครไป)
- ไปนอนวัดที่นราธิวาส
- ไปนอนที่สนามบินสุวรรณภูมิ
- ทำกับข้าว
- สร้างภาพไม่ให้ขายบุหรี่เปิดเผย แต่อนุมัติเงิน 18,000 ล้านบาทสร้างโรงงานยาสูบสุดแพงที่เชียงใหม่ นายหน้าที่ดินเครื่องจักรเป็นใคร ?

3. นโยบาย และการกระทำสิ้นคิดของ นายก และคนในรัฐบาล
- เปิดบ่อนเสรี
- ซื้อหุ้น Liverpool
- เปลี่ยนนาข้าวเป็นนากุ้ง (ทำให้น้ำและดินเน่าเสีย)
- สร้างคอนโดเป็นบ้านพักคนชรา (ให้อาศัยอยู่ห้องทึบในตึกสูง)
- ตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่ อ.เชียงแสน (แหล่งโบราญสถาน)
- สส.รัฐบาลเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน
- โภคินนั่งเก้าอี้ ประธานรัฐสภา ยกมือเลือกนายก (ไม่เหมาะสม ไม่เป็นกลาง)
- ทักษิณ เป็นประธานประกอบพิธีศาสนา ในอุโบสถวัดพระแก้ว (ประธานต้องเป็นกษัตริย์ เท่านั้น)
- ประชุม ครม. บนรถไฟ (ไปเที่ยว)
- ประชุม ครม. บนประสาทพนมรุ้ง
- ยึดและฟ้องผู้ทำสติกเกอร์ “ยิ่งรวยยิ่งโกง” (อ้างหมิ่นฯ โยนผิดให้ฝ่ายค้าน)
- กำหนดแบ่ง Zone พื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เป็น 3ระดับ (3 สี แดง, เขียว, เหลือง)
- ย้าย 3 ข้าราชการที่ไม่สนองนโยบายขายลำไย ไปประจำใน 3 จังหวัดภาคใต้
- ติด UBC 3 จังหวัดภาคใต้
- เปลี่ยนเพลงชาติไทยใหม่ มีให้เลือก 6 แบบ (แต่งโดยแกรมมี่)
- พานทองแท้ลอกโพยข้อสอบที่ ม.ราม
- ปิดถนนแข่งรถซิ่ง
- โครงการ อาชีวะปราบขอทาน
- นโยบายปิดปอเนาะทั่วประเทศ
- เปลี่ยนสนามบินดอนเมือง เป็นสนามเทนนิส
- การซื้อเครื่องบินส่วนตัวก่อนซื้อเครื่องบินพระราชพาหนะ
- ชาวบ้านรากหญ้ามีแต่หนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ เปิดโครงการให้กู้เงินอีกสถาบันมาล้างหนี้อีกสถาบันยิ่งเสียดอกมากขึ้น คนจนจะไม่มีอีกต่อไป เพราะอดตายกันหมดแล้ว
- เอาวัตถุทั้งรถและบ้านมายั่วแจกให้แท็กซี่ไปฟังตนปราศรัย แล้วยังมีหน้าพูดจายั่วยุคนที่คิดเห็นต่างตนว่ารับจ้าง
- จ้างคนงานชั่วคราวป่าไม้มาก่อกวนการเสวนาตามระบอบประชาธิปไตยถึงกรุงเทพ ฯ


4. ทุจริต หรือส่อเจตนาทุจริต
- คดีซุกหุ้น (โอนให้คนรับใช้ คนขับรถ)
- ค่าโง่ทางด่วน
- ค่าโง่ ITV และตามมาด้วยการเข้าไปมีหุ้นส่วนในนามชินครอปฯ
- บ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน
- โครงการรับจำนำข้าว
- โครงการรับซื้อลำไย
- โครงการโคล้านตัว
- โครงการแจกต้นกล้ายาง
- เครื่องตรวจระเบิด CTX
- ทุจริตกล้ายาง
- ทุจริต ยูเรียปลอม ในโครงการฝนหลวง เจ้หอยออกมาเห่า บอกจะจัดการ แต่เงียบ
- ที่จอดรถ สนามบินสุวรรณภูมิ
- สิงคโปร์เป็นนายหน้า  เป็นตัวแทน เวลาโอนเงินที่คอร์รัปชั่นไป ก็โอนไปที่สิงคโปร์
แล้วก็เอาเงินจากสิงคโปร์ซึ่งเป็นเงินคอร์รัปชั่น กลับเข้ามาเมืองไทย มาซื้อประเทศไทยต่อ
- งบประมาณในการจัดซื้อซึ่งตั้งไว้ 35,000 ล้านบาท
แต่จากการรายงานของหนังสือพิมมอสโคว์ไทม์ของรัสเซียรายงานว่า
กองทัพอากาศไทยได้ตกลงซื้อเครื่องบินซู30 จำนวน 12 ลำ
ด้วยวงเงินงบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท มีส่วนต่างกันถึง 1 หมื่น 5 พันล้านบาท
- คอมมิชชั่นเครื่องบิน SU-30 MK กำลังจะเข้าปาก*** พวกกัลยาณมิตรกลับใจไม่น่ามาขวางเลย
- พวกพ้องได้ผลประโยชน์ข้างเคียงก่อสร้างไนท์ซาฟารี



5. เหตุการณ์ และคดีที่มีเงื่อนงำ และเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาล
- ชิปปิ้งหมูถูกฆ่าตาย (เกี่ยวข้องธุรกิจอุปกรณ์ดาวเทียมไทยคม)
- อุ้มทนายสมชายฯ
- กรือเซะ, ตากใบ
- ฆ่าตัดตอนคดียาเสพติด 2500 กว่าศพ
- ตำรวจบุกทุบทำลายบ้านฉลอง เรี่ยวแรง (ก่อนวันสอบซ่อม สส. นนทบุรี)
- จับยาบ้าผิดตัว ตำรวจบุกยิงถล่มชาวบ้านอยุธยา (บ้าน/ตู้เย็น พรุ่นทั้งหลัง)
- ข้อสอบ Ent. รั่ว (ก่อนอุ้งอิ๋งติดจุฬาฯ)
- นายนิธินันท์ หรือ ลัทธพล ออกมาแฉทุจริตที่จอดรถ สนามบินสุวรรณภูมิ กลับไปกลับมา
- รันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิแตกร้าว
- นายวิชิต สุรพงษ์ชัย นายโอฬาร ชัยประวัติ นายทนง พิทยะ ก่อนจะมาเป็นประธานกรรมการของการบินไทย
ซึ่งเหล่านี้บางคนก่อนเข้ามาเป็นบอร์ดการบินไทย แจ้งเพียงว่าเป็นบอร์ดของธนาคาร แต่กลับไม่ยอมแจ้งว่าเป็นบอร์ดของชินคอร์ป
ด้วย (แอร์เอเซีย)


6. การระเมิดสิทธิเสรีภาพ
- รัฐบาลคุกคาม แทรกแซงการเสนอข่าวของสื่อมวลชน
- ปลด 23 พนักงาน ITV (หลังจากชินคอป์เข้าบริหาร)
- บังคับให้ สส.กลุ่มวังน้ำเย็นถอนชื่อ การคัดค้านเสนอผู้ว่า สตง.
- งัดห้องทำงานผู้ว่า สตง. (คุณหญิงจารุวรรณฯ)
- สั่งปิดวิทยุชุมชนที่วิจารณ์รัฐบาล (อ้างคลื่นรบกวนเครื่องบิน)
- ถอดรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น

7. ด้านเศรษฐกิจ / ตลาดหุ้น
- คลังฮุบหุ้น TPI
- หลอกแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ขายสมบัติชาติ แอบแบ่งหุ้นให้พรรคพวก และต่างชาติ
แต่รัฐยังเป็นเจ้าของและแทรกแซงได้เหมือนเดิม เช่น การบินไทย, ปตท., อสมท.,
กฟผ., กสท., TOT
- รัฐวิสาหกิจที่ขาดทุน รัฐบาลไม่มีความสามารถพัฒนาให้มีกำไรได้ แต่กลับเก่งขายรัฐวิสาหกิจที่มีกำไรให้ต่างชาติ
- รัฐพยายามหาทางเอาเงินประชาชน กบข. (ราชการ) กองทุนประกันสังคม, กบช.
(เอกชน) ไปใช้จ่ายในโครงการต่างๆอย่างฟุ่มเฟือย
- GMM แกรมมี่ และคนในรัฐบาลซื้อหุ้น นสพ. การเมือง 5 ฉบับ (มติชน, ข่าวประชาชาติธุรกิจ, Bangkok Post, Post Today) พร้อมกัน โดยไม่สมเหตุสมผล
และฟังไม่ขึ้น ส่อเจตนาเข้ามายึดครอง)

8. ด้านกฎหมาย / อำนาจนิยม ที่ส่อเจตนาทุจริต และสร้างฐานอำนาจ เพื่อผลประโยชน์
- แต่งตั้ง ญาติ พี่น้อง เพื่อน พรรคพวก ดำรงตำแหน่งในหน่วยราชการ การเมือง ตำรวจ ทหาร เพื่อรวบอำนาจบริหาร – ปกครอง
- แทรกแซงองค์กรอิสระ ด้วยวิธี ดูด, ดึง, ซื้อ, ส่งคนเข้าไปคุม เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ, ศาลปกครอง, กลต., ปปง., ปปช., คตง., สว.(บางส่วน)
- ครอบงำและทำลายองค์กรอิสระจนเป็นง่อยเปลี้ย ขาดความสมดุลการตรวจสอบ
- ครอบงำทีวี ทั้ง 6 ช่อง บงการเป็นกระบอกเสียงของตน เสนอข่าวด้านเดียว ใครพูดเรื่องคอร์รัปชั่นโดนปลดรายการ จ้างชมพู่และหน้าจืดคนที่รับใช้เผด็จการทรราชมาทุกยุคทุกสมัย มาดูถูกชาวบ้านทางช่อง 5 และช่อง 9 เหมือนสถานีทีวีเป็นสมบัติส่วนตัวของพวกโกงกันทั้งโคตรหรือไง มันคิดว่าทรัพย์สาธารณะ สภา ทำเนียบของประชาชนเป็นสมบัติของบริษัทมันทั้งสิ้น

- แทรกแซงสถาบันสงฆ์ (ออก พรก.แต่งตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราชโดยพละการ)
- ศาลรัฐธรรมนูญ และประธาน สว. แทรกแซงและแต่งตั้งผู้ว่า สตง. คนใหม่อย่างมีเงื่อนงำ และไม่มีเหตุผลสมควร
- การสรรหา กสช. และ กทช. ไม่โปรงใส
- พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ถูกตีกลับ
- พระราชกฤษฎีกา บำเหน็จบำนาญ สส. และ สว.
- ออก พระราชกำหนด สรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม เพื่อผลประโยชน์ และกีดกันคู่แข่งทางธุรกิจทั้งในและนอกประเทศ (AIS)
- ออก พระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อสร้างฐานอำนาจเบ็ดเสร็จ
- โผทหารของนายก และ การลงนามแต่งตั้งช้ากว่าปกติ
- รัฐบาลทักษิณ ประกาศนโยบายเสรีทางการบิน ซึ่งจนถึงวันนี้ ประเทศไทยยังไม่ได้ประโยชน์จากเสรีดังกล่าวเลย
 เว้นแต่ชินคอร์ปที่ไปเปิดสายการบินแอร์เอเชียแข่งกับการบินไทย สายการบินของชาติ
บริษัทเล็กๆที่มีอยู่แล้วของไทยที่อยากจะบินในประเทศ มีเพียง 5 เส้นทางบินในประเทศเท่านั้นที่บินแล้วกำไร
ฉะนั้นสายการบินใดๆที่จะบินใน 5 จุดดังกล่าว จะต้องพ่วงเส้นทางบินที่ขาดทุนไปด้วยอีก 19 สาย
แต่สายการบินที่มาทีหลังไม่ต้องบินใน 19 สายนั้น บินในสายการบินกำไรล้วนๆ”นายสมศักดิ์ กล่าว

วันที่ชินคอร์ปขายให้กับเทมาเส็กจากที่เคยถือหุ้นกันคนละ 50%กับมาเลเซีย ทำให้มีปัญหาใบอนุญาตการบินหรือไม่
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ใบอนุญาตต้องมีคนไทยไม่น้อยกว่า 51% ถือหุ้น
ดังนั้นในวันที่ขายทะเบียน ขาดทั้งบริษัทและเครื่องบิน แต่ยังมีการเอื้อให้บินได้อยู่
ทั้งที่ต้องหยุดการบิน เนื่องจากเส้นทางการบินเส้นเดียวกับการบินไทยอยู่แล้ว
การที่เราเปิดโอกาสให้แอร์เอเชียซึ่งกลายเป็นสายการบินของต่างชาติเข้ามากอบโกยผลประโยชน์
 โดยต่อสัญญาให้ทั้งที่มีสิทธิจะยุติสัญญา ถือว่าเรารักคนอื่นมากกว่าคนไทย

นอกจากนี้นายสมศักดิ์ยังเปิดเผยด้วยว่า บริษัทแอร์เอเชียได้ขอยกเว้นภาษีและได้รับอนุมัติภาษีบางประการนานถึง 8 ปี
โดยขอใช้สิทธิส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ ทั้งที่ธุรกิจการบินถือว่าเป็นธุรกิจบริการ
ไม่ใช่อุตสาหกรรมตามที่กล่าวอ้าง และนอกจากการยกเว้นภาษีดังกล่าวนี้แอร์เอเชียยังได้รับสิทธิลดค่าเช้าสนามบินถึง 50 เปอร์เซ็นต์ด้วย

-วงศาคณาญาติพวกพ้องยิ่งมั่งคั่ง แต่เงินคลังประเทศถังแตก ต้องกู้เป็นแสนๆล้านจะตามมาอีกหลายงวด
- กำไรจำหน่ายสลากกินแบ่งเคยเข้าคลังเข้ารัฐ ปัจจุบันไม่เข้าคลัง รัฐบาลเอาไปแจกจ่ายใครกันอย่างไรเปิดเผยเสียที
- ภาคอีสานจากการ สำรวจพบว่ามี แร่ทองแดงและโพแทสเซียม สมบูรณ์ที่สุดในโลก ร่างพ.ร.บ.เสียเปรียบให้ต่างชาติเข้าครอบครองในการทำเหมืองดังกล่าวสิ้น
- ไปสิงคโปร์ 4 วันเพื่อบรรลุข้อตกลงให้ต่างชาติซื้อหุ้นได้เงินเกือบแสนล้าน แท้จริงเป็นการโยกหุ้นไปอยู่ในกองทุนต่างชาติเพื่อหลบหนีภาษีและป้องกันการถูกยึดในภายหลังหมดอำนาจ แอบตั้งบริษัทที่ไม่รักชาติ เพื่อซุกซ่อนสมบัติ เลี่ยงภาษีที่เกาะหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น
- จ้างผู้สมัครพรรคอื่นให้ลงสมัคร ส.ส. เพื่อหาความชอบธรรมในสภา มหาโจรหน้าเหลี่ยมใช้สภาและอาศัยอาศัยรูปแบบประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือในการปล้นชาติกินเมือง



9. ปัญหา บ้านเมือง
-พ.ต.ท.ทักษิณ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ปัญหาภาคใต้ รวมทั้งการสั่งนโยบายที่ผิดพลาดในหลายครั้ง ซึ่งล้วนแต่ทำให้ปัญหายิ่งลุกลามหนักยิ่งขึ้น
- ระเบิด และคนถูกฆ่า ใน 3 จังหวัดภาคใต้ (ที่เปลี่ยน แม่ทัพ, ผอ., ผู้กำกับ, รมต., รองนายก แล้วหลายคน แต่ยังไม่เปลี่ยน นายก จึงแก้ปัญหาไม่ได้)
- ราคาน้ำมันแพงเกินเหตุ (แต่ ปตท. กำไรแสนล้าน)
- เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนถูกสอนให้ กู้เงิน ใช้เงิน แต่ไม่เน้นให้ความรู้ในการประกอบอาชีพ และประหยัดในแบบ เศรษฐกิจพอเพียง)
- ไม่มีระบบตรวจสอบ และ คานอำนาจรัฐบาล (ฝ่ายค้าน, องค์กรอิสระ เป็นง่อยทำอะไรไม่ได้
- รมต. ก่อนจะรับ หรือพ้นตำแหน่ง ไม่มีการแสดงบัญชีทรัพย์สินให้ประชาชนรู้เหมือน
เมื่อก่อน
- ปัญหาสังคม, ครอบครัว, บัตรเครดิตเต็มเมือง, ประชาชนเป็นหนี้ท่วมตัว, ตกงาน, อาชญากรรม, จี้, ปล้น, การพนัน, โรคจิต, ทิ้งเด็ก, รถซิ่ง, นักเรียนตีกัน, ขายตัว, ส่วยตำรวจ
- การมอมเมารากหญ้าด้วยนโยบายประชานิยมก็ได้รับคำเตือนจากนักวิชาการมาแล้วว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
- ปัญหายาเสพติดนอกจากถูกตั้งคำถามในเรื่องขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม เพราะฆ่าคนไปหลายพันคน จนถูกร้องเรียนไปที่สหประชาชาติ และข้อเท็จจริงก็คือ ไม่มีใครเชื่อว่า ยาเสพติดได้ลดน้อยลงไปจากสังคมไทย นอกจากมันถูกทำให้เสมือนหายไปด้วยกระบวนการการข่าวและการตลาดอย่างที่พ.ต.ท.ทักษิณถนัด

10. สิ่งที่ทักษิณซื้อ
- บุคคล และองค์กร เช่น ข้าราชการ, สส., สว., พรรคการเมือง, องค์กรอิสระ,
นักวิชาการ, สื่อมวลชน, ประชาชน, วัง, ประเทศไทย
ธุรกิจ เช่น
- สัมปทานโทรคมนาคม โทรศัพท์เคลื่อนที่ (บ. AIS)
- ดาวเทียมไทยคม, IP Star (บ. ชินแซคฯ)
- อินเตอร์เนท (บ. CS Loxinfo)
- สายการบิน (AIR ASIA)
- สถานีโทรทัศน์ (ITV)
- มหาวิทยาลัย (ม.ชินวัตร)
- โรงพยาบาล (พญาไท)
กว้านซื้อโรงพยาบาลเอกชนอย่างหนัก โดยใช้นโยบาย 30บาท ให้ ร.พ. ของหลวงง่อบเพลี้ย ขาดประสิทธิภาพก่อน

- ธนาคาร (Non-Bank Capital OK)
- บริษัทโฆษณา
- ฯลฯ

11. คำพูด คำสัญญา ที่ไม่เป็นจริง
- ผมจะแก้ปัญหาจราจรให้ได้ภายใน 6 เดือน
- จะขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5 % ภายในตุลาคม 2548 (ภายหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ สุริยะฯ)
- โครงการย้ายที่ตั้งรัฐสภาไปรังสิต (บ.ไทยเมล่อน)
- โครงการย้ายส่วนราชการ ไป จ.นครนายก

12. วีรกรรม และคำคม
- ด่านักวิชาการที่ให้คำแนะนำรัฐบาล
- ด่าวิชาชีพทนาย
- ด่า UNSCR กลางที่ประชุมสหประชาชาติ (ห้ามยุ่งกับปัญหาภาคใต้ไทย)
- “UN ไม่ใช่พ่อ”
- “พวกนี้มันโจรกระจอก” (ปัญหาภาคใต้)
- “ไม่ต้องตกใจ มันแค่โรคอหิวาระบาด” (ปัญหาไข้หวัดนก)
- “เป็นพระอยู่ส่วนพระ ไม่สมควรพูดเรื่องการเมือง ถ้าพูดก็ไม่สมควรเรียกว่าพระ”
- “แมง...ไอ้พวกนักวิชาการก็เอาแต่ติ”
- “พูดเรื่องพระราชอำนาจ ระวังเหาจะกินหัว”
- ม๊อบ 4 ก.พ. เป็นพวกกุ๊ย พวกง่าว
- “ถ้าพระเจ้าอยู่หัวกระซิบรับสั่งกับผมคำเดียว ทักษิณออกเถอะ รับรองกราบพระบาทออกแน่นอนครับ”
- "ไม่เคยมีใครสนใจคนจน" ซึ่งพูดคำนี้ออกมาได้อย่างไร เพราะในหลวงทำเพื่อพสกนิกรกว่า 60 ปีแล้ว


13. คนมีอุดมการณ์ แต่ถูกกลั่นแกล้ง และอยู่ในรัฐบาลไม่ได้
- ดร.เกษม วัฒนะชัย
- ดร.ปุระชัย เปรี่ยมสมบูรณ์
- นายวิโรจน์ นวลแข
- คุณหญิงจารุวรรณ  กลั่นแกล้งเรื่อง สถานภาพ โดย สว ข้างรัฐบาล
- การข่มขู่กรณีโยกย้ายทหารจากนายทหารบางคน


14. จงใจทำลายสถาบันศาสนา และพระมหากษัตริย์
- ต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นแค่สัญลักษณ์
- ให้ฝรั่งบางคนเขียนหนังสือทำลายสถาบัน รวมทั้งมีวีซีดีทำร้ายสถาบันด้วย
- รวมถึงกรณีแต่งตั้งสังฆราชสองพระองค์
- การซื้อเครื่องบินส่วนตัวก่อนซื้อเครื่องบินพระราชพาหนะ
- แอบเปิดสนามบินสุวรรณภูมิเอง โดยพลการ

15.  บุคคลสำคัญที่ขับเคลื่อนในระบอบทักษิณ ตัวอย่างเช่น
ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ส.
นายทักษิณ ชินวัตร
นางพจมาน ชินวัตร
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #80 เมื่อ: 29-06-2006, 22:01 »

อ้าว ตอบหลังหนูหิมะพอดี ตอบ pm ข้อยด้วย ข้อยอยากรู้  Mr. Green

ตอบให้แล้วจ้ะ  Very Happy
แต่สงสัยว่าทำไมต้องหลังไมค์
ไม่เห็นจะเป็นเรื่องส่วนตัวคิกขุอะโนเนะ นินทากาเลที่ตรงไหน
เวบนี้ไม่ได้ห้ามแสดงออกว่าชอบใครเชียร์ใครนี่นา
หรือว่ากลัวลุงแคนกลับมาอาละวาด
แต่แกก็ไม่ได้ห้ามแสดงออกว่าชอบใคร
แค่ห้ามแปะรูปใหญ่ใน signature ไม่ใช่รึ?

ป.ล. ขออภัยที่ตอบช้า พอดีดู Agassi (สลับกับ Nadal) ไปด้วย
       คุณแอนดูเทนนิสวิมเบิลดันหรือเปล่า?
       ภราดรกับดนัยตกรอบไปหมดแล้ว
       เหลือแต่แทมมี่ที่คงจะแข่งรอบสองวันนี้ ไม่รู้จะเอามาให้ดูไหม?
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #81 เมื่อ: 29-06-2006, 22:34 »

ไม่แน่นะ

เมืองไทยอาจจะมีรัฐบุรุษคนแรกที่ถูกประชาชนขับไล่ และตามเช็คบิล  Laughing  Laughing  Laughing
บันทึกการเข้า
woot0013
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #82 เมื่อ: 29-06-2006, 22:44 »

 Frown Frown Frown Frown............................รับไม่ได้ครับ
บันทึกการเข้า
misterban
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17



« ตอบ #83 เมื่อ: 29-06-2006, 22:57 »

ไม่ อ๊วก หรอกครับ เสียดายมื้อกลางวัน

ขอ เยี่ยวใส่ ดีกว่า
บันทึกการเข้า

อย่าปล่อยให้คนชั่ว...ลอยนวล
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #84 เมื่อ: 30-06-2006, 00:09 »

เออ...

พี่น้องครับ...

ผมมิได้เข้าเสรีไทยมานาน...

เลยสงสัยว่า....

เหตุไร.เดียวนี้เสรีไทยมีคนแบบนี้แล้วหรือครับ..5555


ปล.

แถวบ้านผมเขาร้องออกเป็นเสียงเดียวกันว่า เ_วบุรุษ 

เว้นไว้ในฐาณะที่เราเข้าใจกัน...



เพราะคนส่วนหนึ่งเรียกร้องให้"เสรีไทยเว็บบอร์ด" เปิดกว้าง เป็น"กลางตกขอบ"(คำพูดจารย์'อัง) รับความคิดเสรีไม่มีขอบเขต โดยเฉพาะกระทู้แสดงความคิดเห็นยกย่องคุณทักษิณ เพื่อถ่วงดุล..........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


ปล.เจ้าของกระทู้ใช้สิทธิ ใช้โอกาสที่คนอื่นๆ แผ้วทางไว้ว่า  กระทู้นี้เป็นการแสดง การเปิดกว้างรับความคิดเห็นเป็นกลางที่มีสาระ ความคิดเห็นที่แตกต่างกันของ"เสรีไทยเว็บบอร์ด" ตามความหมาย หรือไม่.....?

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-06-2006, 00:12 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Ires
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 172



เว็บไซต์
« ตอบ #85 เมื่อ: 30-06-2006, 01:01 »

เจ๊ดเข้! เขียนออกมาได้ ริยำจริง
บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #86 เมื่อ: 30-06-2006, 01:35 »

สำหรับลูกผู้ชายที่ประสพความสำเร็จด้านการศึกษา อาชีพการงาน ครอบครัว และการบริหารประเทศชาติตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา คุณทักษิณกลายเป็น idol แบบอย่างที่ดีสำหรับหลายๆคน เมื่อคุณทักษิณขึ้นสู่ตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดในช่วงปี 2548-2549 และมีคะแนนกว่า16ล้านเสียงเกินพอที่จะเป็นนายกฯอีกสมัย แต่คุณทักษิณกลับเสียสละไม่ยอมรับตำแหน่งนายกฯด้วยเหตุผลที่ไม่อยากให้ประเทศชาติยุ่งเหยิงจากการชุมนุมของคนไม่กี่หมื่นคน

- คนไม่กี่หมื่นคน คือคนที่ตัดสินใจเสียสละออกไปชุมนุม แต่คนที่เชียร์อยู่ที่บ้าน ผมคิดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ถ้าดูจากผล no vote ดังนั้นเหตุผลปัญญาอ่อนของหน้าเหลี่ยมจึงไม่สมเหตุสมผลใดๆ ทั้งสิ้น (ขออภัยถ้าเป็นเหตุผลที่เจ้าของกระทู้คิดเอาเอง)

หากผู้นำประเทศไม่ใช่คนชื่อทักษิณ ชินวัตร....การใช้กฏหมายเข้าจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทำผิดกฏหมายอย่างซ้ำซากอาจต้องเกิดขึ้นแน่นอน

- ถ้าเป็นป๋าเปรม ผมว่าไม่เกิด แถมยังไม่มีการชุมนุมอีกต่างหาก  Laughing

อ่านใจดูก็รู้ว่าคุณทักษิณไม่เคยกลัวการกดดันของกลุ่มพันธมิตรแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่คุณทักษิณกลัวก็คือ คนไทยกว่า 60 ล้านคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยจากผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ

- อ่านใจเก่งจังครับ แต่ผมอ่านว่าหน้าเหลี่ยมทนการกดดันและสภาวการณ์จากรอบด้านไม่ไหวมากกว่า

 หากคุณทักษิณเลือกใช้กระบวนการนิติศาสตร์แทนหลักรัฐศาสตร์ในการดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุม อีกทั้งจะทำให้งานมงคลฉลองครบ 60 ปีแห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องพลอยได้รับผลกระทบไปด้วยจากการชุมนุมดังกล่าว

- อย่าเอามาอ้างเลยครับ ตอนแรกหน้าเหลี่ยมก็อ้างอย่างไร้สาระว่างานมหามงคลต้องมีรัฐบาล สรุปแล้วรัฐบาลรักษาการก็ดำเนินการได้โดยไม่เห็นมีปัญหาอะไร เดากันไปเรื่อยเปื่อย

การเสียสละตำแหน่งนายกฯของคุณทักษิณที่ทำให้น้ำตาของประชาชนทุกชนชั้นไหลรินจึงเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการเสียสละของคุณทักษิณเป็นสิ่งที่งดงามและเป็นแบบอย่างที่ดีว่า ผู้นำที่ดีพร้อมเสียสละเพื่อคนในสังคม

- แสดงว่าเป็นนายกฯ นี่ต้องมี "ผลประโยชน์" มากเลยสินะครับ เลยต้องใช้คำว่า "เสียสละไม่เป็นนายกฯ"  Laughing

คำว่า 'รัฐบุรุษ' สำหรับคุณงามความดีของคุณทักษิณจึงน้อยไปจริงๆ เชื่อว่าคนไทยหลายๆคนชื่นชมและพร้อมจะกล่าวขานบุรุษผู้นี้ว่า 'ผู้เสียสละเพื่อประชาชนแห่งยุคสมัย'

พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง!!

- หลายๆ คนนี่ กี่สิบคนครับ  Mr. Green


บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
chaidan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 203



« ตอบ #87 เมื่อ: 30-06-2006, 01:37 »

ถ้าท่าน "รัฐบุรุษ" ของ คุณ ARJ ช่วยทำให้พี่น้องชาวสามจังหวัดชายแดนใต้ไม่ต้องตายรายวันได้เมื่อไร ผมเจอท่านจะเข้าไปกราบตีนเลยครับ ;D
ปล. ช่วงนี้ก็เริ่มมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นบ่อยๆอีกแล้ว ท่าน รัฐบุรุษ  กรุณาสนใจหน่อยนะครับ อย่ามัวแต่หาเสียง



คุณเผลอใจ เรียกไปแล้วน่ะ จะบอกให้...........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ปล. อย่าไปสนใจว่าจะสอบได้สอบตกEQของสาวกฯ....

อ่า~~~~~ สงสัยผมคงจะใกล้โดนล้างสมองสำเร็จแล้ว เป็นแน่แท้ เิอิ้ก เอิ้ก  Mr. Green
พยามเข้าน่า~~~~~ ตะเอง~~~~~
ป.ล. แล้วไงครับ?(ฝากถึง ARJ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-06-2006, 01:46 โดย chaidan » บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #88 เมื่อ: 30-06-2006, 03:30 »

ไม่ตอบกระทู้สักหน่อย คุณอะไรจ๊ะ คงจะงอนผม

อะ แวะมาตอบแล้วนะจ๊ะ อะไรจ๊ะคนดี

มา มา จุ๊บ ๆๆๆๆ



 Very Happy
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
1ktip
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,457



« ตอบ #89 เมื่อ: 30-06-2006, 05:54 »

ถ้าคุณ A-Rai-Ja รู้สึกเช่นนี้จากหัวใจจริงๆ ผมรู้สึกสงสารคุณจนอ๊วกไม่ออกเลยนะ  Confused
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #90 เมื่อ: 30-06-2006, 08:56 »

คำว่า 'นักล่อเป้า' นั้นยังน้อยเกินไปสำหรับความเลียซะเละถึงความดีของทักษิณโดยคุณ A-Rai-Ja

..ต่อให้ไปตั้งที่ "คอห่านฟ้า" ยังสงสัยเลยว่าจะมีคนรับไม่ได้หรือเปล่า..

คิดอีกทางนึง คุณ A-Rai-Ja คงใกล้หมดมุขแล้วกระมังถึงได้ตั้งกระทู้อะไรแบบนี้
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #91 เมื่อ: 30-06-2006, 09:04 »

ท่าทางยังเมาหมัด คุยเรื่องคนโกงเอนทรานซ์
คนโกงวุฒิการศึกษา ดันโยงไปศาลพระพรหมโน่น

ถ้างั้นเอาอันนี้ไปก่อน มาตรฐานรัฐบุรุษของอะไรจ๊ะมันต้อง
เซ็นเช็คเด้งแล้วบอกว่า ม่าช่ายลายเซ็นโผมมม  
Mr. Green  Mr. Green



เชิญอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา
คำพิพากษา

ในพระประมาภิไธยพระมหากษัตริย์

ที่ 149/2532 ศาลฎีกา

วันที่ 20 มกราคม 2532

ความ แพ่ง

ระหว่าง นางชม้อย เชื้อประเสริฐ โจทก์

นายสันต์ สมิตเวช จำเลยที่ 1
พันตำรวจตรีทักษิณ ชินวัตร จำเลยที่ 2

เรื่อง ตั๋วเงิน

จำเลยที่ 2 ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2529

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเช็คธนาคารเอเชีย จำกัด สาขาเชียงใหม่ เลขที่ 1076909 ลงวันที่ 29 กันยายน 2525 จำนวนเงิน 1,300,000 บาท (หนึ่งล้านสามแสนบาทถ้วน) เป็นเช็คออกให้แก่ผู้ถือ จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย มอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังเพื่อรับรองเป็นประกัน สำหรับจำเลยที่ 1 เมื่อถึงกำหนดวันที่ลงเช็ค โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีของโจทก์ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาสยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อให้เรียกเก็บเงินจากธนาคารตามเช็ค ปรากฏว่า ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2525 โดยให้เหตุผลในใบคืนเช็คว่า “โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย” โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คหลายครั้ง แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยเสีย โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 1,300,000 บาท นับแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2525 จนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 1 ปี รวมเป็นดอกเบี้ย 97,500 บาท ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 1,300,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอีก 97,500 บาท และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 1,300,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ไม่ถึงจำนวนเงินตามเช็คตามฟ้อง โดยเป็นหนี้เพียง 750,000 บาท จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ไปแล้วบางส่วน โจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละห้าถึงเจ็ดต่อเดือน และนำดอกเบี้ยที่ค้างชำระมาทบรวมเป็นเงินต้นเป็นการไม่ชอบ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดใช้เงินตามฟ้องทั้งหมด ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์มิใช่ผู้ทรงเช็คตามฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมายและได้เช็คมาโดยไม่สุจริต ลายมือชื่อด้านหลังเช็คที่โจทก์อ้างว่าเป็นลายมือชื่อผู้ค้ำประกันการจ่ายเงินตามเช็ค มิใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 คำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายให้ชัดเจนว่า โจทก์ได้เช็คพิพาทมาจากจำเลยที่ 1 เพื่อชำระหนี้ชนิดใด ทำให้จำเลยที่ 2 ไม่ทราบว่าจะให้การต่อสู้อย่างไรและเกี่ยวข้องกับเช็คตามฟ้องในทางใด ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คตามฟ้อง จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลัง พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 1,300,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อไป นับแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2525 จนกว่าชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ทางพิจารณาโจทก์ก็นำสืบว่า เมื่อเดือนกันยายน 2523 จำเลยที่ 2 ได้ซื้อโรงภาพยนตร์พร้อมที่ดินจากนายธรรมนนท์ สมิตเวช บิดาจำเลยที่ 1 ในราคา 8,500,000 บาท แต่ระบุในสัญญาไม่ถึง 8,500,000 บาท โดยจำเลยที่ 2 ให้นางพจมาน ชินวัตร ภริยาลงลายมือชื่อเป็นผู้ซื้อ จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้ให้ความยินยอม ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายหนังสือสัญญาขายที่ดิน ลงวันที่ 28 กันยายน 2523 เอกสารหมาย จ.3 ได้ชำระราคาเป็นเงินสดบางส่วน ที่เหลือชำระเป็นเช็คหลายฉบับ โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้สั่งจ่าย ต่อมาจำเลยที่ 1 นำเช็คที่จำเลยที่ 2 ออกให้เพื่อชำระค่าโรงภาพยนตร์และที่ดินมาชำระหนี้โจทก์ 3 ฉบับคือ เช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาสะพานกรุงธน ลงวันออกเช็ควันที่ 29 กันยายน 2524 จำนวนเงิน 1,800,000 บาท และเช็คธนาคารเดียวกัน ลงวันออกเช็ควันที่ 29 กันยายน 2525 จำนวนเงิน 1,300,000 บาท ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเช็คเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 ส่วนเช็คอีกฉบับหนึ่ง ลงวันออกเช็ควันที่ 29 กันยายน 2526 จำนวนเงิน 1,800,000 บาท ไม่ได้ถ่ายสำเนาไว้ เมื่อเช็คตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมายเลข จ.4 ถึงวันออกเช็ค โจทก์ได้เรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า บัญชีปิดแล้ว ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายใบคืนเช็คเอกสารหมาย จ.4

โจทก์จึงติดต่อให้จำเลยที่ 2 มาชำระเงินตามเช็คดังกล่าว จำเลยที่ 2 นัดให้โจทก์ไปพบที่ห้องทำงานของจำเลยที่ 2 ที่กรมตำรวจในวันที่ 16 เมษายน 2525 ครั้นถึงวันนัดโจทก์ นายนภศูล สวัสติเวทิน ทนายโจทก์ และจำเลยที่ 1 ไปพบจำเลยที่ 2 ที่ห้องทำงานของจำเลยที่ 2 ได้มีการเจรจากัน ในที่สุดจำเลยที่ 2 บอกว่า จะออกเช็คให้ใหม่และขอเช็คเก่าคืน แต่ในขณะนั้นจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้เปิดบัญชีใหม่ ขอให้จำเลยที่ 1 ออกเช็คไปก่อน โดยจำเลยที่ 2 สลักหลังเป็นประกันให้ โจทก์ยอมตกลงในวันนั้น จำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คให้โจทก์ 3 ฉบับ โดยจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสลักหลังต่อหน้าโจทก์และนายนภศูล

คือ เช็คธนาคารเอเชีย จำกัด สาขาเชียงใหม่ ลงวันออกเช็ควันที่ 29 กันยายน 2525 จำนวนเงิน 1,300,000 บาท ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.6 ซึ่งเป็นเช็คที่โจทก์นำมาฟ้องในคดีนี้ เช็คธนาคารเอเชียทรัสต์ จำกัด สาขาเชียงใหม่ ลงวันออกเช็ควันที่ 1 ตุลาคม 2526 จำนวนเงิน 1,800,000 บาท และเช็คธนาคารเอเชียทรัสต์ จำกัด สาขาเชียงใหม่ ลงวันออกเช็ควันที่ 1 ตุลาคม 2527 จำนวนเงิน 1,800,000 บาท ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.7 และ จ.8 ตามลำดับ (โจทก์ขออนุญาตส่งสำเนาภาพถ่ายแทน เพราะต้นฉบับจะนำไปดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่) ครั้นเช็คตามฟ้องถึงวันออกเช็คแล้ว โจทก์เรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2525 โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คตามฟ้องแล้ว จำเลยทั้งสองเพิกเฉยเสีย

จำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ 2 นำสืบว่า จำเลยที่ 2 รู้จักโจทก์ แต่ไม่เคยมีหนี้สินผูกพันกับโจทก์ และไม่เคยออกเช็คตามฟ้องให้โจทก์ เมื่อพุทธศักราช 2523 จำเลยที่ 2 ซื้อโรงภาพยนตร์และที่ดินจากบิดาจำเลยที่ 1 ในราคา 8,500,000 บาท ได้ชำระราคาเป็นเช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาสะพานกรุงธน รวม 5 ฉบับ จำนวนเงิน 1,300,000 บาท 1 ฉบับ, จำนวนเงิน 1,800,000 บาท 4 ฉบับ ลงวันออกเช็คห่างกันฉบับละ 1 ปี จำเลยที่ 2 ตกลงกับจำเลยที่ 1 ว่าไม่ให้นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ได้มีการนำเช็คมาแลกเงินสดไปจากจำเลยที่ 2 แล้วทุกฉบับ วันที่ 26 เมษายน 2525 จำเลยที่ 2 ลาป่วยไม่ไปทำงาน

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 ออกเช็คตามฟ้องแล้วมอบให้โจทก์ เมื่อถึงวันออกเช็คแล้ว โจทก์นำเช็คตามฟ้องไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2525 ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า คำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้บรรยายถึงมูลหนี้ตามเช็คจึงขาดสาระสำคัญไปนั้น เห็นว่า เช็คตามฟ้องเป็นเช็คออกให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ และตามกฎหมายถือว่าผู้ถือเป็นผู้ทรงและบุคคลผู้ลงลายมือชื่อในเช็คย่อมต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็ค โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลัง เมื่อถึงวันออกเช็คแล้ว โจทก์นำเช็คตามฟ้องเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้เงินตามเช็คให้โจทก์ แม้มิได้บรรยายถึงมูลหนี้ก็ถือได้ว่า คำฟ้องของโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว จึงไม่เคลือบคลุมดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 มิได้สั่งลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังเช็คตามฟ้อง และโจทก์เบิกความเท็จไม่น่าเชื่อถือ จะเห็นได้จากการที่โจทก์เบิกความในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คและจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังเช็คตามฟ้องและเช็คอื่นอีก 2 ฉบับ ที่ที่ทำงานของจำเลยที่ 2 ที่กรมตำรวจ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2525 แต่ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 52/2527 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นจำเลย ในข้อหากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค โจทก์ฟ้องและเบิกความว่า จำเลย (จำเลยที่ 1 ในคดีนี้) สั่งจ่ายเช็คตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.7 ในคดีนี้ (ซึ่งโจทก์นำสืบในคดีนี้ว่า ออกพร้อมกับเช็คตามฟ้องคดีนี้) เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2525 และในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 24358/2527 ของศาลอาญาที่จำเลยที่ 2 ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในข้อหาเบิกความเท็จ นายนภศูล ทนายโจทก์ก็ได้เบิกความว่า โจทก์กับนายนภศูลไปพบจำเลยที่ 2 ที่ที่ทำงานของจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2525 จำเลยที่ 2 มิได้ไปทำงานเพราะลาป่วย มีใบลาเป็นหลักฐาน คดีจึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังเช็คตามฟ้อง และจำเลยที่ 2 ไม่เคยสั่งจ่ายเช็คให้จำเลยที่ 1 เพราะผู้ซื้อโรงภาพยนตร์และที่ดินคือ นางพจมาน ภริยาจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยนั้น โจทก์มีตัวโจทก์และนายนภศูลทนายโจทก์คนเดิมมาเบิกความว่า จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย และจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังเช็คตามฟ้อง และเช็คตามสำเนาภาพถ่ายหมาย จ.7 และ จ.8 ที่ที่ทำงานของจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2525 ปรากฏรายละเอียดตามที่ศาลฎีกายกขึ้นกล่าวในข้อนำสืบของโจทก์

ปรากฏว่า จำเลยที่ 2 อ้างใบลาหยุดราชการในวันที่ 26 เมษายน 2525 เป็นพยาน เพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่า โจทก์เบิกความเท็จ พยานหลักฐานของโจทก์ไม่น่าเชื่อถือและเชื่อไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังเช็คตามฟ้อง จำเลยที่ 2 อ้างอิงข้อเท็จจริงในฎีกาว่า เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 52/2527 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์บรรยายฟ้องและเบิกความว่า จำเลยที่ 1 ออกเช็คเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2525 ตามสำเนาภาพถ่ายคำฟ้องและคำให้การพยานโจทก์ท้ายฎีกา เอกสารหมายเลข 1 และหมายเลข 2 และนายนภศูล ทนายโจทก์คนเดิมเบิกความเป็นพยานโจทก์ (จำเลยที่ 2 ในคดีนี้) ในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 24358/2527 ของศาลอาญาว่า โจทก์และนายนภศูลไปพบจำเลยที่ 2 ที่ห้องทำงานของจำเลยที่ 2 ที่กรมตำรวจเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2525 มิใช่วันที่ 16 เมษายน 2525 ตามสำเนาภาพถ่ายคำให้การพยานเอกสารท้ายฎีกาหมายเลข 3

พิจารณาแล้วเห็นว่า เดิมนายนภศูลเป็นทนายโจทก์ในคดีนี้ และเป็นผู้ลงลายมือชื่อเป็นโจทก์และเรียงฟ้องในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 52/2527 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่า ในคดีนี้ เมื่อจำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาแล้ว นายนภศูลในฐานะทนายโจทก์ยื่นคำร้อง ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2530 ขอถอนฟ้องโดยอ้างว่า โจทก์และจำเลยที่ 2 ตกลงกันแล้ว จำเลยที่ 2 รับสำนำคำร้องแล้วไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นสั่งนัดพร้อมเพื่อสอบถามเรื่องโจทก์ขอถอนฟ้อง ถึงวันนัด โจทก์และทนายคนใหม่มาศาลแถลงว่า โจทก์ไม่เคยตกลงหรือยินยอมให้นายนภศูลถอนฟ้องดังที่นายนภศูล ยื่นคำร้องไว้และยืนยันขอดำเนินคดีในขั้นฎีกาต่อไป

ศาลฎีกาพิเคราะห์พฤติการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว เห็นว่า คำฟ้องในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 52/2527 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ และคำเบิกความของนายนภศูลในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 24358/2527 ของศาลอาญา หาทำให้พยานหลักฐานของโจทก์ไม่น่าเชื่อถือและฟังไม่ได้ดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกาหรือไม่ ที่โจทก์เบิกความในคดีดังกล่าวว่า จำเลยที่ 1 ออกเช็คเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2525 อาจเกิดจากความหลงถือหรือต้องเบิกความไปตามคำฟ้องก็ได้ อย่างไรก็ตามจำเลยที่ 1 จะลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ 2 จะลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังในเช็คตามฟ้องในวันที่ 16 หรือวันที่ 26 เมษายน 2525 ก็หาใช่สาระสำคัญไม่

ในปัญหาว่า จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังหรือไม่นั้น จำเลยที่ 2 ก็มิได้นำสืบปฏิเสธว่า ลายมือชื่อผู้สลักหลังในเช็คตามฟ้องมิใช่ลายมือชื่อของตน ในเรื่องของมูลหนี้นั้น จำเลยที่ 2 ก็ได้นำสืบว่า เมื่อพุทธศักราช 2523 จำเลยที่ 2 ซื้อโรงภาพยนตร์และที่ดินจากบิดาจำเลยที่ 1 ในราคา 8,500,000 บาท ชำระราคาเป็นเช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาสะพานกรุงธน 5 ฉบับ จำนวนเงิน 1,300,000 บาท 1 ฉบับ จำนวน 1,800,000 บาท 4 ฉบับ เป็นเช็คส่วนตัวของจำเลยที่ 2 ข้อนำสืบดังกล่าว....กับพยานหลักฐานของโจทก์ แต่ที่จำเลยที่ 2 นำสืบว่า จำเลยที่ 1 นำเช็คดังกล่าวมาแลกเงินสดไปจากจำเลยที่ 2 ทุกฉบับแล้วนั้น ข้อนำสืบข้อนี้มีแต่คำเบิกความของจำเลยที่ 2 ลอยๆ เท่านั้น ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คตามฟ้อง และเหตุที่จำเลยที่ 1 จะออกเช็คตามฟ้อง และจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สลักหลังก็เกิดจากมูลหนี้ดังที่โจทก์นำสืบ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คตามฟ้องให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรง ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาตั้งผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้สลักหลังในเช็คตามฟ้องนั้น ศาลฎีกาได้มีคำสั่งในเรื่องนี้ไว้แล้ว จึงไม่สั่งซ้ำอีก

พิพากษายืนให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 3,000 บาทแทนโจทก์

องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา
นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
นายประมาณ ชันซื่อ
นายนิเวศน์ คำผอง
คนบางบอน



กร๊ากกกกกก....โถ นึกว่าจะเอาข้อมูลมายิง 'อะไรจ๊ะ' ให้ร่วงคากระทู้นี้ซะอีก(อุตส่าห์หลงตื่นเต้นจนปวดเยี่ยว) Rolling Eyes

ม่ะ....นั่งลงและตั้งสติดีๆ ฟังให้ดีน๊ะว่า....

Nobody is perfect, so all the leaders! 

คนทำธุรกิจที่เคยล้มมาหลายครั้งก่อนจะรวยสุดๆแบบคุณทักษิณที่ต้องคดีเช็คเด้ง...แล้วทำไมต้องตื่นเต้น? แสดงว่าโคตรตระกูลของคุณคงไม่เคยทำธุรกิจใดๆมาเลยม้างตลอดรากเหง้าที่ผ่านมาน๊ะ

ขนาดผู้นำอันดับ 1 ของโลกอย่าง John F. Kennedy หรือ Bill Clinton ยังเคยสูบกัญชาและนอกใจเมียยังไม่เห็นคนอเมริกันเค้าด่าหรือไม่ยอมรับความสามารถของอดีตประธานาธบดีทั้ง 2 ท่าน....กะอีแค่เช็คเด้ง(เพราะไม่มีเงินจ่าย)คุณเอามาเป็นประเด็นเพื่อพยายามบอกว่านายกฯทักษิณเลว!?!......เชยครับ


ผมว่าคุณน่าจะขยันหาข้อมูลไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวนายกฯทักิณและผู้นำต่างๆทั่วโลกมากกว่านี้น๊ะครับ....ไม่ได้ด่าน๊ะ Rolling Eyes
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #92 เมื่อ: 30-06-2006, 09:14 »

ถาม หา EQ
แหม  IQ สูงเหลือเกินนะที่ตั้งกระทู้นี้

รัฐบุรุษ ที่ยุบสภาหนีการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ  ในรัฐสภา เนี่ยนะ
รัฐบุรุษ ที่งุบงิบ อนุมัติ FTA โดยม่ผ่านสภา เนี่ยนะ

คนที่ไม่ยึดถือระบบรัฐสภาจะเป็นรัฐบุรุษยังไง


ใครว่าทักษิณหนีการอภิปราย? ช่วงเวลาดังกล่าวฝ่ายค้านประกาศชัดเจนว่าจะไม่ร่วมการอภิปรายรัฐบาลเพราะไม่ต้องการเป็นเครื่องมือซักฟอกให้กับรัฐบาล อีกทั้งการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรเริ่มรุนแรงและไม่ยอมรับการมีทรท.คุมสภา นายกฯจึงคืนอำนาจให้กับปชช.ตัดสินใจตามระบอบปชต.ทุกประการ...แล้วจะว่านายกฯหนีได้ไงเนี่ย?

การทำFTAกับประเทศต่างๆไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องเข้าสภา เพราะกฎหมายเปิดโอกาสให้รัฐบาลในฐานะผู้บริหารได้ตัดสินใจดำเนินการโดยมีคณะกรรมการและอนุกรรมการต่างๆในสภาเป็นผู้ดูแล
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #93 เมื่อ: 30-06-2006, 09:20 »

ประกายดาว คงต้องขอบคุณ คุณ เจ้าของกระทู้ นะคะ

 Very Happy

ที่ทำให้เพื่อนๆ ในเสรีไทย ได้รับความเพลิดเพลิน และ ได้มีโอกาส แสดงความคิดเห็น
ใน เรื่อง พฤติกรรม ของ คุณ ทักษิณ กันอีกครั้ง...อย่างมีทิศทาง ไม่ต่างกัน มากนัก
แต่คำว่า รัฐบุรุษ คงต้อง ขอให้ ละเสียเถิดค่ะ

มัน ไม่เป็น ผลดี  จริงๆ ...บรรพบุรุษในแผ่นดินไทยทั้งหลาย ท่านคงไม่ยินยอม

 Cool

ตอนนี้ ในวงการ กฏหมายระดับนานาประเทศ ต่างก็ ยอมรับไม่ได้ ในความไม่สง่างาม
ของ มิสเตอร์ หน้าเหลี่ยมคนนี้ จาการที่ รัฐ ตกเป็น จำเลยในคดีท่งธุรกิจ หลายๆ คดี
ของประเทศ กรณีทำสัญญาหลายๆ อัน ฝ่ายต่างประเทศขอให้ รัฐบาลไทยตั้งคนกลางของประเทศ
เข้าเป็น ดูแล ...ทำได้ยังไงคะ ตั้ง ดร. สุวรรณ ที่ปรึกษา ของตัวเอง ให้ขายขี้หน้า นานาประเทศ
สรุป ...ไม่มีผู้เป็นกลางทางกฏหมาย ที่ได้รับความเชื่อถือ

น่าละอาย ...


มิบังอาจครับ.....'อะไรจ๊ะ'รู้สึกเป็นเกียรติ์มั่กๆที่ได้ใช้เวทีแห่งนี้ชี้ทางสว่างให้กับผู้หลงผิดในข้อมูลด้านลบต่างๆเกี่ยวกับตัวนายกฯทักษิณ ประเด็นก็คือ สังคมไทยไม่ควรสนับสนุนให้มีการกล่าวร้ายผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผลและหลักฐาน ไม่ใช่เฉพาะนายกฯทักษิณเท่านั้นน๊ะครับ....หากท่านอื่นโดนรังแกจากบางคนในสังคม ก็เป็นหน้าที่ของ 'อะไรจ๊ะ' ที่จะออกมาเอาข้อมูลที่แท้จริงมาแฉกันจะจะ

นับจากนี้ไปบอร์ด 'เสรีไทย' จะไม่เหมือนเดิมแล้วครับ....ที่นี่จะไม่ใช่สวรรค์ของนักหยิบโหย่งด้านข้อมูลอีกต่อไป และพฤติกรรมการด่าหยาบคายไร้รากของบางคนจะต้องได้รับการปฎิเสธ

หรือว่าจะมีใครไม่เห็นด้วยไหมครับ!?! Rolling Eyes
บันทึกการเข้า
cameronDZ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,827


my memory


« ตอบ #94 เมื่อ: 30-06-2006, 09:30 »

ขอบคุณที่สุด

ถ้าไม่มีคุณ ผมก็ไม่รู้จะอ้วกใส่อะไร

อ้วกกกกกก
บันทึกการเข้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ ขอขมา
จากใครแม้แต่สักคนเดียวเลย
...เช่นกัน คำขอบคุณ ก็ยังไม่เคยมีสักคำ...
แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในใจพวกเขาคงคิดคำเหล่านี้อยู่บ้างหรอก
...แค่คิด ไม่ต้องบอกออกมา ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว...
Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #95 เมื่อ: 30-06-2006, 09:34 »

นับจากนี้ไปบอร์ด 'เสรีไทย' จะไม่เหมือนเดิมแล้วครับ....ที่นี่จะไม่ใช่สวรรค์ของนักหยิบโหย่งด้านข้อมูลอีกต่อไป และพฤติกรรมการด่าหยาบคายไร้รากของบางคนจะต้องได้รับการปฎิเสธ

อะไรจ๊ะ มา "ยกระดับ" บอร์ดนี้ให้แล้วครับ นับว่าเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ทุกท่านไม่แสดงความชื่นชมกันหน่อยหรือครับ  Laughing
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #96 เมื่อ: 30-06-2006, 09:39 »

การทำFTAกับประเทศต่างๆไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องเข้าสภา เพราะกฎหมายเปิดโอกาสให้รัฐบาลในฐานะผู้บริหารได้ตัดสินใจดำเนินการโดยมีคณะกรรมการและอนุกรรมการต่างๆในสภาเป็นผู้ดูแล

นับจากนี้ไปบอร์ด 'เสรีไทย' จะไม่เหมือนเดิมแล้วครับ....ที่นี่จะไม่ใช่สวรรค์ของนักหยิบโหย่งด้านข้อมูลอีกต่อไป

ไม่ทราบว่ากฎหมายมาตราไหน 'พลาดท่า' เปิดโอกาสให้รัฐบาลตัดสินใจดำเนินการเรื่อง FTA ได้เองครับ
เพื่อไม่ให้คุณ A-Rai-Ja กลายเป็นนักหยิบโหย่งด้านข้อมูลเสียเอง รบกวนเอากฎหมายที่ว่ามาให้ดูด้วย..
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
so what?
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,729


« ตอบ #97 เมื่อ: 30-06-2006, 09:41 »

กร๊ากกกกกก....โถ นึกว่าจะเอาข้อมูลมายิง 'อะไรจ๊ะ' ให้ร่วงคากระทู้นี้ซะอีก(อุตส่าห์หลงตื่นเต้นจนปวดเยี่ยว) Rolling Eyes

ม่ะ....นั่งลงและตั้งสติดีๆ ฟังให้ดีน๊ะว่า....

Nobody is perfect, so all the leaders! 

คนทำธุรกิจที่เคยล้มมาหลายครั้งก่อนจะรวยสุดๆแบบคุณทักษิณที่ต้องคดีเช็คเด้ง...แล้วทำไมต้องตื่นเต้น? แสดงว่าโคตรตระกูลของคุณคงไม่เคยทำธุรกิจใดๆมาเลยม้างตลอดรากเหง้าที่ผ่านมาน๊ะ

ขนาดผู้นำอันดับ 1 ของโลกอย่าง John F. Kennedy หรือ Bill Clinton ยังเคยสูบกัญชาและนอกใจเมียยังไม่เห็นคนอเมริกันเค้าด่าหรือไม่ยอมรับความสามารถของอดีตประธานาธบดีทั้ง 2 ท่าน....กะอีแค่เช็คเด้ง(เพราะไม่มีเงินจ่าย)คุณเอามาเป็นประเด็นเพื่อพยายามบอกว่านายกฯทักษิณเลว!?!......เชยครับ


ผมว่าคุณน่าจะขยันหาข้อมูลไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวนายกฯทักิณและผู้นำต่างๆทั่วโลกมากกว่านี้น๊ะครับ....ไม่ได้ด่าน๊ะ Rolling Eyes

คนสูบกัญชากับนอกใจเมียน่ะ มาตรฐานความเลวมันเทียบไม่ได้กับ
ไอ้คนที่เซ็นเช็คเด้งพอขึ้นศาลกลับบอกว่าไม่ใช่ลายเซ็นตัวเองหรอก เบื๊อกเอ๊ย
เช็คเด้งธรรมดา พอขึ้นศาลแล้วยอมรับผิดจ่ายเค้าไปก็หมดเรื่อง ไม่มีใครติดใจหรอก
เพราะใครๆเขาก็เข้าใจว่าคนทำธุรกิจมันช็อตกันได้

แต่เด้งแล้วยังด้านโกหกว่าไม่ได้เซ็นนี่ มันส่อเจตนาโกงอย่างจะๆนะ เบื๊อก
ลองคิดดูว่าถ้าศาลเกิดบ้าจี้บอก เฮ้ย ไม่น่าจะใช่ลายเซ็นมันจริงๆนะ
ทีนี้จะเป็นไง เสร็จไอ้เหลี่ยมเลยใช่ป่าว


นี่ก็ไม่ได้ด่าเหมือนกันนะ เบื๊อก   Mr. Green  Mr. Green
บันทึกการเข้า
That's right.
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 79



« ตอบ #98 เมื่อ: 30-06-2006, 09:42 »

ชื่นชม.. ชื่นชม "ยกระดับ" ประทบใจ  Mr. Green
บันทึกการเข้า
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #99 เมื่อ: 30-06-2006, 09:53 »

ขอท่านได้รับการคารวะอย่างจริงใจจากคนดีๆในสังคมไทยเรานี้ด้วยเถิด!

คนไหนคือคนดีๆที่คารวะคุณทักษิณอย่างจริงใจ?  

หรือคุณกำลังจะบอกว่าคือคุณ?  Mr. Green


คนที่ยกย่องและสนับสนุนนายกฯทักษิณ คือ คนดี ครับ



โอ๊ย!!!!! เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็น!!! นอกจากหัวหน้า ด้าน ลูกน้องหัวหน้า ด้าน พวกลิ่วล้อในเน็ตยัง ด้าน อีก!!!

นับถือจริงๆว้อย!!!

โห เป็นกระทู้แนะนำ โอ้ยย

คุณอะไรจ๊ะผมติดใจ คำนี้มาก ขอถอนคำพูดได้ไหมครับ คนที่ยกย่องและสนับสนุนนายกฯทักษิณ คือ คนดี ครับ เหอๆ

สมมติว่า ผม ข่มขืน เด็ก 15 แต่ผมยกย่องทักษิณ ผมเป็นคนดีใช่ไหมครับ ตรรกะอุบาทชวนให้ลำใส้ใหญ่พันกับลำใส้เล็ก

ไอ้เรื่องเช็ค เด้งนี่ คุณทักษิณยอมรับใช่ไหม ว่าลายเซ็นต์ตัวเองแต่ไม่มีตังจ่าย คุณอะไรจ๊ะ เชียร์จนหน้ามืดตามัวหรือเปล่า ผมเห็นแต่ไม่ยอมรับว่าเป็นลายเซ็นต์ตัวเอง แมนมากๆ อะไรจ๊ะ ยังจะเถียงแทนอีก

เรื่องแย่ๆ ก็ปล่อยๆไปบ้าง ส่วนเรื่องดีผมก็เห็นนะ ทำไมอะไรจ๊ะไม่ยกมาเชียร์บ้างหล่ะครับ อย่างเช่น ตอแหลดี แบบเนี๊ยะ  เป็นนายกที่ตอแหล ดีออก เห็นๆ กันอยู่ น่าจะเชียร์ขึ้น คนเสรีไทยจะได้มองท่านนายกใหม่ได้บ้าง

คนที่ทำให้ คนไทยแตกแยก คุณอะไรจ๊ะ ยังยกย่อง คุณอะไรจ๊ะ เห็นคนรวย คนมีอำนาจ ทำอะไรก็ดีไปหมด ถึงเค้าจะทำอะไรเลวๆ บ้างก็ไม่เป็นไรเพราะคุณอะไรจ๊ะรักไปแล้ว  

คุณอะไรจ๊ะ เชื่อและรัก นักการเมืองมากกว่าประชาชน เหรอ ทำไมต้องทำให้ประชาชน แตกแยกกันเอง ประชาชนอยากตรวจสอบนักการเมือง ทำไมคุณอะไรจ๊ะไม่ช่วยกัน ถ้าคิดไม่ได้ ผมจะมอบคำขวัญให้คุณอะไรจ๊ะไว้เป็นคติประจำใจ

ตดคนอื่นโครตจะเหม็นในเรื่องกลิ่น     ตดทักษิณ หวานลิ้นชวนหลงไหล
                   ตดหน้าเหลี่ยมจะกี่ครั้งไม่เป็นไร   ตดคนอื่นไปไกลไกลกูเหม็นเกิน
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
หน้า: 1 [2] 3 4 5
    กระโดดไป: