ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
19-09-2026, 07:30
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  การเมืองใหม่...ทางออกแนวทางการปกครองของไทย 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
การเมืองใหม่...ทางออกแนวทางการปกครองของไทย  (อ่าน 1466 ครั้ง)
Thaksinocide
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26



« เมื่อ: 06-09-2008, 12:30 »

เห็นจําลองบอกนี่คือจุดมุ่งหมายสูงสุดของ พธม. ว่าแต่ไม่เห็นเคยอธิบายรายละเอียดอะไรเลยแล้วมันจะเป็นเป้าหมายได้ไง เท่าที่เห็นอธิบายก็พูดกันในเชิง

อุดมคติทั้งนั้น ซึ่งเค้าก็คิดกันมานานแล้วแต่มันเป็นไปไม่ได้ ถ้า 30% ให้ประชาชนเลือกตรงแล้ว 70% มาจากภาคส่วนต่างๆจากการคัดเลือกของภาคส่วนนั้นๆ

แล้วมันมีภาคส่วนอะไรบ้าง แบ่งอย่างไร อยากให้คนที่ร่วมชุมนุมใช้ความคิดและเหตุผลมากกว่าการใช้ความรู้สึกและอารมณ์ร่วม สนธิมักพูดว่าเป็นประชาธิปไตย

โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งทุกวันนี้เรามีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่แล้ว ปัญหาของการเมืองใหม่จึงอยู่ที่คําว่าประชาธิปไตยมากกว่า สุริยะไสบอก

จะลดบทบาทการเลือกตั้งซึ่งโกงกันเยอะ แต่ ณ วันนี้ กกต. มีมติยุบ พปช.แล้วกลไกเดินไปตามทางของมันแล้ว หรือจริงๆแล้วคนไทยมันโง่เลือกเท่าไรไม่ได้

ดังใจซะทีเลยหวังดีจะเลือกแทน
บันทึกการเข้า
Augustine
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 219



« ตอบ #1 เมื่อ: 06-09-2008, 14:49 »

ฝ่านรัฐเค้าเอาแค่เลขไปบิดเบือนครับ
แม่ง พล่ามทุกวัน

จริงๆ Concept หลักๆใน 70 ก็เปลี่ยนจากระบบตัวแทน"พื้นที่" เป็นตัว"กลุ่มสาขาอาชีพ" แทนครับ

ทั้งนี้ ส่วนตัวผมคิดว่าควรจะจัดตั้ง องค์กรภาคประชาชนของแต่ละกลุ่มอาชีพให้มีมาตรฐานเดียวกันเสียก่อน
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย...   ...ที่ไหนเค้าทำกันแบบนี้

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #2 เมื่อ: 06-09-2008, 18:10 »

ผมว่ามีปัญหาในทางปฏิบัติเยอะครับ
แต่ก็มีจุดเด่นน่าสนใจในนั้นเหมือนกัน
ไล่รัฐบาลเรียบร้อยคงได้มาคุยกัน

ในที่สุดก็คงมีการผลักดันเข้าไปใน รธน.
ที่จะต้องแก้ไขในอนาคตแน่ๆ

เสร็จออกมาหน้าตาจะเป็นยังไงยังไม่รู้
แต่ผมไม่คิดว่าจะเหมือนที่พันธมิตรเสนอ
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
raphael99
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #3 เมื่อ: 06-09-2008, 20:18 »

สวัสดีครับ เพื่อน พี่น้อง

จากประเด็นนี้ผมว่า กลุ่มพันธมิตร เรา

มาจัดตั้งเป็นกลุ่มองค์กรที่มั่นคงกันก่อนล่วงหน้าเลยดีไหมครับ

ไม่ใช่เพื่อต่อรองหรืออำนาจ แต่เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารบ้านเมือง

และจับตานักการเมืองว่าน้ำดีน้ำเน่า ^^
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #4 เมื่อ: 06-09-2008, 20:27 »

เก็บข่าวมาให้อ่านเล่นครับ อย่างน้อยข้อเสนอ 70/30 ก็ทำให้ผู้คนได้บริหารสมอง
ได้คิดรูปแบบการคัดสรรตัวแทนใหม่ๆ ได้คิดแก้ปัญหาการเลือกตั้งแบบเดิมๆ

..ไม่อย่างนั้นสังคมอาจวนเวียนคิดว่าระบบการเลือกตั้งมีได้แบบเดียวอย่างที่รู้จัก..
สุดท้ายอาจกลายเป็นลัทธิ "เสียงคลั่งมาก" ในระบอบ "กะลาธิปไตย"

------------------------------------------------------------------------------------------------------
นักวิชาการจุฬาฯ-มธ. แคลงใจการเมืองใหม่ [6 ก.ย. 51 - 18:22]
http://www.thairath.co.th/onlineheadnews.html?id=103261

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 ก.ย.) ภาควิชาการปกครอง และโครงการติดตามการเมืองภาคประชาชน คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง "ยังมีทางเดินไปข้างหน้าอีกไหม ตามระบอบประชาธิปไตย" โดยนักวิชาการเข้าร่วมหลายคน อาทิ ผศ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ รศ.ไชยันต์ ไชยพร ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นายอภิชาต สถิตนิรามัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายอัภยุทย์ จันทรพะ ที่ปรึกษาเครือข่ายสลัม 4 ภาค เข้าร่วม


ทั้งนี้ วงเสวนาพุ่งประเด็นไปที่การเมืองใหม่ ที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเสนอ คือมี ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง 30% และการสรรหา 70% โดย ผศ.ประภาส กล่าวว่า กมรเมืองใหม่ โดยกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการเมืองที่ไม่ไว้วางใจประชาชนในชนบท เพราะมองว่ามีการซื้อเสียงเพื่อให้ได้เป็นตัวแทน และพยายามสร้างระบบการเมืองดุลอำนาจใหม่ โดยให้ทหารเข้ามาเป็นดุลอำนาจทางการเมือง ซึ่งส่วนตัวคิดว่าไม่มีหลักประกันอะไร ที่จะยืนยันได้ว่า ไม่มีปัญหาอื่นตามมา และไม่สามารถตอบคำถามในความเป็นระบอบประชาธิปไตยได้ ซึ่งหากเปลี่ยนรอบการเมืองใหม่จริง ก็เท่ากับเรารื้อบ้าน หรือเผาบ้าน เพื่อจับหนูตัวเดียว โดยไม่รู้ว่าจะมีหลักประกันอะไร และมองว่า ผู้แทนที่พันธมิตรฯ อยากได้ คงจะเหมือน ส.ว.สรรหา


"หากต้องการมีการเมืองใหม่ก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ต้องสร้างกติกาใหม่ จึงต้องการถามว่า  มีทางเลือกอย่างไรในระบอบประชาธิปไตย และไม่แน่ใจว่าทำได้ในเชิงกฎหมายหรือไม่ ดังนั้น คิดว่าการเมืองใหม่ในแนวคิดนี้คงเกิดขึ้นได้นอกรัฐธรรมนูญ ผมจึงอยากตั้งคำถามว่า เราอยากจะกลับสู่วงจรนี้อีกหรือ" หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว


ด้าน รศ.ไชยยันต์ กล่าวว่า การเลือกตัวแทนมาจากกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ในสัดส่วน 70% ทำให้ไม่ได้ตัวแทนที่แท้จริง เพราะเป็นบางสมาคมไม่ได้มีตัวแทนในกลุ่มวิชาชีพที่แท้จริง ฉะนั้น หากเห็นด้วยกับการเมืองใหม่ ก็จะต้องจัดสรรว่าจะทำอย่างไร ให้ได้ตัวแทนที่แท้จริง และกว้างขวาง แต่ก็ต้องตั้งคำถามว่า จะดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหรือไม่


ขณะที่ นายอภิชาติ กล่าวว่าการเมืองแบบมีส่วนร่วมถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะให้มีการถ่วงอำนาจ แต่การเมืองแบบมีส่วนร่วมจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าสังคมไม่ยอมรับการแก้ไขปัญหา และส่วนตัวมองว่าการเมืองใหม่แบบ 70 : 30 เป็นเรื่องยากที่จะมีบุคคลที่ซื่อสัตย์เที่ยงธรรมอย่างแท้จริง โดยไม่ถูกตรวจสอบจากสังคม


"การเมืองใหม่ต้องเริ่มจากการมีเหตุผลและความเท่าเทียม ซึ่งวิธีการประท้วงที่ทำอยู่ในปัจจุบัน จึงเป็นวิธีที่ไม่เคารพหลักการนี้ และพยายามบอกว่า มีคนกลุ่มหนึ่งรู้ดีกว่าคนอื่น ฉลาดกว่า และมีความสามารถบอกได้ว่ารัฐบาลชอบธรรมหรือไม่ แต่ต้องไม่ลืมว่าอาจะเป็นเพียงความชอบธรรม ไม่ชอบธรรมภายใต้สายตาของตัวเองเท่านั้น อาจไม่ใช่สายตาคนอื่น ดังนั้น จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาคุยเรื่องการเมืองใหม่" นายอภิชาติกล่าว


ส่วนบรรยากาศก
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #5 เมื่อ: 06-09-2008, 20:36 »

เก็บข่าวมาให้อ่านเล่นครับ อย่างน้อยข้อเสนอ 70/30 ก็ทำให้ผู้คนได้บริหารสมอง
ได้คิดรูปแบบการคัดสรรตัวแทนใหม่ๆ ได้คิดแก้ปัญหาการเลือกตั้งแบบเดิมๆ

..ไม่อย่างนั้นสังคมอาจวนเวียนคิดว่าระบบการเลือกตั้งมีได้แบบเดียวอย่างที่รู้จัก..
สุดท้ายอาจกลายเป็นลัทธิ "เสียงคลั่งมาก" ในระบอบ "กะลาธิปไตย"


เห็นด้วยกับคุณจี
หากจะออกแบบรถรุ่นใหม่ ก็ต้องสลัดกรอบเดิมทิ้งไปก่อน
ไม่ใช่พอมีคนจะออกแบบรถที่ไม่มีล้อ ก็ออกมาบอกว่ามันผิดหลักการ รถต้องมี 4 ล้อ
 Very Happy
บันทึกการเข้า
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #6 เมื่อ: 06-09-2008, 20:44 »

รอให้กู้ชาติสำเร็จก่อน แล้วค่อยมาคิดสร้างชาติ จะดีไหมครับ

เพราะจะทำให้ไม่มีโฟกัสไปที่จุดเดียว ซึ่งจะทำให้ พลังอ่อนด้อยลง

เพราะจะทำให้เกิดพื้นที่ในการถกเถียงกันเรื่องการเมืองใหม่ ไม่รวมศูนย์

ในการต่อสู้กับรัฐบาล หมักมันด้านกว่าที่คิดควรจะทำให้เสร็จเป็นเรื่องๆไป

เพราะยิ่งปล่อยให้หมักอยู่นานขึ้นเท่าไร ประเทศชาติก็ยิ่งเสียหายมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นตอนนี้ต้องไล่หมักไปให้ได้โดยเร็ว เสร็จแล้วค่อยมาว่ากันเรื่องการเมืองใหม่จะดีไหมครับ

เพราะถ้าหมัก และพรรคพลังประชาชนยังไม่ออกไป การเมืองใหม่ก็ไม่มีทางเกิดหรอกครับ

บางแนวคิดของการเมืองใหม่ยังต้องการการถกเถียงกันอีกมาก

ตอนนี้ก็ได้ concept คร่าวๆแล้ว ว่าการเมืองใหม่จะเป้นอย่างไร

แต่รูปแบบยังต้องการการโต้เถียงกันอีกมาก เพื่อให้สามารถปฎิบัติได้จริง




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-09-2008, 20:52 โดย คนไทยคนหนึ่ง » บันทึกการเข้า
chaturant
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 499



« ตอบ #7 เมื่อ: 07-09-2008, 02:41 »

สวัสดีครับ เพื่อน พี่น้อง

จากประเด็นนี้ผมว่า กลุ่มพันธมิตร เรา

มาจัดตั้งเป็นกลุ่มองค์กรที่มั่นคงกันก่อนล่วงหน้าเลยดีไหมครับ

ไม่ใช่เพื่อต่อรองหรืออำนาจ แต่เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารบ้านเมือง

และจับตานักการเมืองว่าน้ำดีน้ำเน่า ^^


ผมเห็นด้วยน่ะ  ถ้าพัฒนาได้เป็นองค์กรณ์ได้  อาจจะอย่างเช่น มีการคัดเลือกแกนนำโดยเลือกตั้งหลังจากแกนนำหมดวาระ ทำ ASTV ให้เป็นสถานีประชาชนที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลทุกรัฐบาล ทำหน้าที่แทนประชาชนโดยตรง ไม่มีรัฐบาลไหนมาควบคุมได้ เป็นอิสระ รัฐบาลทำดีก็ชื่นชม รัฐบาลเริ่มชั่วอย่างแรกก็เริ่มแถลงการณ์เตือน ถ้ายังเลวไม่หยุด ก็ต้องโดนเหมือนรัฐบาลไอ้หอกหัก  ถ้าทำเป็นระบบทุกอย่าง ต่อไป พธม. จะมีความสำคัุญในการเมืองไทยอย่างมาก ไม่ว่าจะ รัฐบาลไหนจะเข้ามาบริหารประเทศ จะไม่กล้าที่จะ คอร์รัปชั่น เอื้อประโยชน์พวกพ้อง แทรกแซงองค์กรณ์อิสระ ไม่มีจริยธรรม ไม่ยอมเสียสละเพื่อประชาชน และที่สำคัญ การเมืองดี การเมืองสะอาด บริสุทธิ์ ปชช. ก็พร้อมใจที่จะเสียภาษี อย่างภาคภูมิใจ เพื่อ พัฒนาประเทศซักที
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #8 เมื่อ: 07-09-2008, 03:32 »

 
ผมก็ไม่เชื่อในระบบคัดสรร

น่าจะมาคิดว่าทำยังไงให้ระบบเลือกตั้งมันมีคุณภาพมากกว่า

เช่น ซื้อเสียงประหารชีวิต ขายเสียงตัดสิทธิ์เลือกตั้งตลอดชีวิต เป็นต้น Twisted Evil

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #9 เมื่อ: 07-09-2008, 07:28 »

เห็นมีคนข้องใจเรื่องการเมืองใหม่กันเยอะ ผมเลยขุดกระทู้เมื่อปีก่อน
กลับมาให้อ่านกัน (ขอเตือนคนไม่เคยอ่านว่ายาวมากๆๆๆ)

เป็นการเสนอการเมืองที่ใช้ตัวแทนกลุ่มภารกิจ แทน สส.แบบเดิม
โดยมีแนวคิดที่หลายอย่างคล้าย ระบบ 70/30 ของพันธมิตรมาก
จนผมสงสัยว่าอาจมีอะไรเกี่ยวข้องกัน
ถ้าคุณ Thaksinocide สนใจก็ลองอ่านดู รับรองปวดหัวแน่ๆ 

** ระบอบการปกครองแนวใหม่ที่เหมาะสมกับประเทศไทย... **
http://forum.serithai.net/index.php?topic=17506.0
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
bangkaa
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 407



« ตอบ #10 เมื่อ: 07-09-2008, 11:32 »

แนวทาง รูปแบบในการปกครอง เป็นเรื่องที่ประชาชนแสดงออกเป็นความเห็นได้

ไม่ได้เกี่ยวว่าจะถูก หรือ จะผิด... จะควร หรือ ไม่ควรอย่างไร


เป็นแค่การระดมความคิดมาเสนอกันเท่านั้น... ไม่ได้แปลว่า... สุริยะใส จะเอ่ย 70 / 30 แล้วมันต้องเป็นตามนั้น...

จะคนรักแม้ว... จะคนเป็นกลาง... จะคนไทยคนไหนก็ตาม..
หากท่านยังพอมีความรู้ ความเข้าใจอยู่บ้าง... ก็น่าจะเสนอแนวทางต่างๆได้...


*************

ทั้งนี้ การเมืองใหม่... ที่พูดกัน ก็แบ่งเป็นทั้งในทางนิตินัย และ พฤตินัย
ทางพฤตินัย... คือ ความประพฤติ ทัศนคติ ของตนในสังคมที่จะมีวัฒนธรรมทางการเมืองที่ดี มีจิตสำนึกสาธารณะ...

แต่ที่สำคัญ ก็ต้องไม่พ้น การเมืองใหม่ ในทาง นิตินัย
แน่นอน ว่าเกี่ยวข้อง กับรัฐธรรมนูญ แน่นอน
เพราะเราต้อง ออกแบบรูปแบบ รายละเอียดของระบบการปกครองใหม่... ซึ่งก็คือ ระบบประชาธิปไตยนี่ล่ะ... เพียงแต่ปรับปรุงให้เหมาะสมขึ้น...

เป็นที่น่าเสียดายที่ Elite ชนชั้นนำของไทย ยังไม่สามารถทำตรงนี้ได้...
กระบวนการจาก คมช. ก็ไม่สามารถร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ให้ดีได้... แย่เหมือนกับรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมา...

ดังนั้น ขึ้นอยู่กับที่ว่า Elite จะมีความดี และจิตสำนึกพอหรือไม่ ที่จะสร้าง รัฐธรรมนูญ หลักการปกครองที่ดี ที่เหมาะสมให้กับประเทศไทยได้...

Elite ในที่นี้ ก็หมายถึง นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ นายทุน นักวิชากการ นักกฎหมาย ฯลฯ.... ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีพลังมาก ที่สามารถจะเปลี่ยนสังคมได้.... ลำพังประชาชนทั่วไปนั้น ก็ได้แต่เพียงแสดงออกเท่านั้น พลังในการผลักดันไม่ได้มีมากพอหรอก...



 
บันทึกการเข้า

มาทำหน้าที่... ใช้หนี้แผ่นดิน...และมาทำบุญ...
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 07-09-2008, 11:52 »

“พิภพ” ชี้การเมืองใหม่ใกล้บรรลุ เหตุนิสิต-คนระดับสูงตื่นยืนข้าง ปชช.    

โดย ผู้จัดการออนไลน์    7 กันยายน 2551 01:17 น.
 

      
“พิภพ” ชี้การเมืองใหม่ใกล้บรรลุ เหตุคนไทยเข้าใจปัญหานักการเมืองโกงชาติมากขึ้น จากการชุมนุมของพันธมิตรฯ ระบุสังคมระดับสูง นักธุรกิจ ทหาร นักวิชาการ เริ่มตื่นเร่งหารายละเอียดสร้างการเมืองใหม่ร่วมกับประชาชน สุดปลื้มนักศึกษากลับใจเลิกเที่ยวหันชุมนุมพันธมิตรฯ มั่นใจทุกอย่างจะสำเร็จ เพราะมีคนเห็นด้วยกับการชุมนุมมากขึ้น
       
 
       วันที่ 6 ก.ย. เวลาประมาณ 22.30 น. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยบนเวทีในทำเนียบรัฐบาลว่า การต่อสู้ที่ล่วงมากว่า 105 วันนั้น เชื่อมั่นว่าจะสำเร็จ เพราะยิ่งนานคนยิ่งเห็นด้วยเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่จำนวนคนเท่านั้น แต่เป็นคุณภาพของคนที่เห็นด้วย โดยนักศึกษาพอพันธมิตรฯ ชุมนุมกันถึงวันที่ 100 เขาก็เริ่มมาร่วมกับเรามากขึ้น
       
       ทั้งนี้ ที่ผ่านมานักศึกษาบางส่วนก็มาร่วมกับเราตั้งแต่ต้นแล้วเพียงแต่ยังเป็นกลุ่ม เล็กๆ อยู่ โดยตอนนี้องค์กรนักศึกษาต่างๆ เข้ามาร่วมกับเรามากขึ้น ที่น่าสนใจมากคือคุณภาพของคนเพิ่มขึ้น และแม้แต่นักศึกษาเองยังเข้าใจแล้วว่าการเมืองจะทำให้ชีวิตเข้าเปลี่ยนแปลง ได้อย่างไร
       
       “ผมเจอนักศึกษาหญิงคนหนึ่งมากระซิบว่า ลุงหนูขออภัยที่มาร่วมช้า เพราะมัวแต่เที่ยวเพลินไป แต่ตอนนี้หนูคิดได้แล้วเลยมาร่วมกับพันธมิตรฯ เพื่อกู้ชาติ ถ้าประเทศชาติเราเป็นแบบนี้ จะใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ เท่านั้น และมีตัวอย่างแบบนี้กำลังจะเข้าร่วมกับเราอีก เรือนพันเรือนหมื่น นี่เป็นการขยายทั้งปริมาณและคุณภาพ เพราะการศึกษาการเมืองเปลี่ยนชีวิตคนได้ นักศึกษาเคยเที่ยวยังบอกเลยว่าการเมืองจะเปลี่ยนวิถีชีวิตเขา และเขาก็จะเลิกเที่ยวมาเพื่อเรียนการเมือง เนื่องจากเขาถึงการบ้านเมืองให้คนพวกนี้โกงกินอีกไม่ได้แล้ว” นายพิภพกล่าว
       
       นายพิภพ กล่าวว่า หลังจากนี้จะต้องมีการปฏิรูปการศึกษา โดยถ้ามีเวทีการเมืองที่ไหนต้องให้นักเรียนไปเรียนทันที ซึ่งตอนนี้ขนาดนักธุรกิจยังทราบเลยว่า ถ้าปล่อยให้นายสมัครอยู่ บ้านเมืองจะฉิบหาย และทางออกเดียวคือเขาต้องออกไป นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า ความเห็นของนักธุรกจิเหล่านี้ไม่ใช่แค่เพิ่มขึ้นแต่เป็นปึกแผ่นอย่างมาก
       
       ทั้งนี้ หลังจากที่เราสู้กับทักษิณ ตอนนั้นไม่รู้ว่าเขาจะดื้อขนาดไหน จนในที่สุดก็มีรัฐประหารเกิดขึ้น ต่อมาก็เป็นนายสมัครซึ่งเป็นรัฐบาลนอมินีที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 309 และ 237 เพื่อช่วยเหลือนิรโทษกรรมให้นักการเมือง 111 คนและทักษิณ ซึ่งสังคมเห็นได้ชัดว่าเป็นอย่างไร ถ้าปล่อยให้รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศต่อไป และความเห็นแก่ตัวนี้เองจะทำให้บ้านเมืองเสียหายจากการดื้อด้านของนายสมัคร ไม่ใช่เป็นเพราะพันธมิตรฯ ซึ่งหากเป็นที่อื่นแล้วเพียงแค่มีคนไม่ยอมรับ เขาก็ลาออกกันแล้ว แต่นักการเมืองชั่วแบบนี้ไม่เคยคิด โดยขณะนี้ไม่ใช่แค่นักธุรกิจที่มองเห็น แต่ยังร่วมไปถึงทหาร ข้าราชการ อีกด้วย
       
       นายพิภพ กล่าวอีกว่า การที่บอกว่าการเมืองคุณภาพกำลังเกิดขึ้นนั้น เนื่องจากกระแสสังคมระดับสูงรับรู้แล้วว่าประเทศไทยจะต้องมีการเมืองใหม่ และเห็นพ้องต้องกันว่าถ้าระดับจริยธรรมของนักการเมืองเก่าอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งหวังแต่จะใช้งบประมาณแผ่นดินเอาเงินเข้ากระเป๋าอย่างเดียวนั้นจะทำให้ บ้านเมืองล่มจมได้ โดยถ้าเป็นการเมืองแบบเก่าถ้าสมัครลาออก เรื่องจะกลับไปที่สภา และนายกฯ ใหม่ก็มาจากพรรคพลังประชาชนอีก การเมืองก็จะวนเวียนอยู่อย่าง ซึ่งตอนนี้กระแสสังคมระดับสูง ระดับนักธุรกิจ ทหาร ข้าราชการ รู้แล้วจึงวต้องการสร้างการเมืองใหม่ไม่ให้พวกนี้กลับมาบริหารประเทศอีกต่อ ไป


       
       “เป็นข่าวดีที่ผู้มีอำนาจในรัฐ ไม่ว่าจะเป็นตุลาการ ส.ว. กองทัพ นักธุรกิจ ต้องการให้พูดการเมืองใหม่ชัดๆ ว่าจะแก้การเมืองเก่าได้อย่างไร 30-70 เป็นแค่ตัวตุ๊กตา โดยอาจจะเป็น 50-50 หรือ 40-60 ก็ได้ โดยที่มาจะเป็นแบบเลือกทางตรง หรือทางอ้อมด้วยก็มีการเริ่มคิดกันแล้วไม่ว่าสภาสูง สภาต่ำ สัดส่วนนักกการเมืองอาชีพจะมาอย่างไร และนี่ก็เป็นนิมิตที่ดี จากเดิมที่สังคมพูดแต่ว่าสมัครออกไป พลังประชาชนออกไป มันไม่พอ สังคมบอกว่าต้องสร้างการเมืองใหม่ ซึ่งเริ่มคิดกันแล้ว” นายพิภพกล่าว
       
       นายพิภพ กล่าวต่อว่า จึงอยากเชิญชวนให้มาช่วยกันคิด และปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่ เพราะฉะน้นพี่น้องจงภูมิใจว่าเราขจัดนักการเมืองเก่าแล้ว เรายังสามารถสร้างการเมืองใหม่ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุข พวกเราก็ไม่ใช่ลัทธิอย่างที่นายสมัครกล่าวหา ซึ่งนักการเมืองเก่ากลัวการเมืองใหม่ เพราะเดิมเขามีถึง 480 ถ้าจัดใหม่ เขาอาจเหลือแค่ 50 หรือ 30 เปอร์เซ็นต์ เขาไม่พอใจแน่
       
       ตอนนี้เรากำลังทำงานกับนักการเมืองที่เป็นน้ำดีส่วนหนึ่ง ว่าต้องเปลี่ยนแปลง เพราะไม่เช่นนั้น พรรคพลังประชาชนกลับมาอีก เราอาจได้ญาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือได้หมอเลี้ยบเป็นนายกฯ พวกเราต้องออกมาขับไล่อีก เราไม่มีทางหลีกเลี่ยง เพราะฉะนั้นหลังจากนี้อยากให้นักวิชาการที่จะขึ้นมาปราศรัย นอกจากจะบอกว่าทักษิณโกงชาติบ้านเมืองอย่างไรแล้ว ต้องบอกด้วยว่า สมัครทำผิดอย่างไร พรรค พปช. และพรรค พปช.กับพรรคร่วมกำลังรอเงินเข้ากระเป๋า และทำลายแผ่นดินอย่างไร
       
       นอกจากนี้ เราต้องเพิ่มสาระ เพราะสังคมต้องการการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่รูปแบบ แต่ต้องเป็นคุณภาพด้วย เพื่อให้อนาคตดีขึ้น แต่การเปลี่ยนครั้งนี้เป็นแบบประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ว่าอาชีพอะไรต้องช่วยกันคิดเรื่องนี้ เพราะเราจะต้องเปลี่ยนผ่านประเทศนี้ไปสู่การเมืองคุณภาพ โดยทุกอย่างต้องเท่าเทียม ต้องมีบ้านให้ประชาชน ต้องมีการศึกษาฟรีถึงปริญญาตรี และนี่เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้น แต่ก่อนอื่นเราต้องมีรัฐบาลเพื่อสร้างการเมืองใหม่ก่อน และประชาชนต้องมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่รูปแบบเหมือนรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 นี่เป็นอนาคตที่เราทำงานกันมา เพื่อการเมืองใหม่ที่ไม่เป็นรูปแบบเดิมให้ไอ้คนโกงชาติเข้ามาบริหารบ้าน เมืองอีก



http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000105711
บันทึกการเข้า
bangkaa
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 407



« ตอบ #12 เมื่อ: 07-09-2008, 12:10 »

ฮ่า ฮ่า ฮ่า... โพสต์ผิด




 
บันทึกการเข้า

มาทำหน้าที่... ใช้หนี้แผ่นดิน...และมาทำบุญ...
หน้า: [1]
    กระโดดไป: