
อุ๋ย บุดด้า เบลส” เดือดจัดโดดร่วมพันธมิตร จวก “สมัคร” หน้าด้าน ! ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง ซัดกลับเอ็นบีทีควรไปคิดว่าทำไมถึงโดนพันธมิตรบุก บอกอยากจัดรายการแบบ “สัตว์ชั้นต่ำ 3 ตัว” บ้าง ไม่ทราบว่าเอ็นบีทีจะให้เวลาหรือเปล่า ลั่นการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าถูกแกรมมี่ห้ามยินดีลาออก
ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าจะขึ้นมาโชว์เพลงบนเวทีพันธมิตรแต่แล้วก็ต้องล้มเลิกไปเพราะต้นสังกัดแกรมมี่สั่งห้าม แต่ถึงจะไม่ได้ขึ้นเวทีแต่ “อุ๋ย นที เอกวิจิตร์” หนึ่งในสมาชิกวงบุดด้า เบลส ก็ออกมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรอยู่เป็นประจำ ล่าสุดก็โผ่ลที่ทำเนียบร่วมกันต่อต้านรัฐบาลหุ่นเชิด โดยทันทีที่ "บันเทิงออนไลน์" ติดต่อขอสัมภาษณ์เจ้าตัวก็ตอบรับทันที เพราะอึดอัดอยากจะพูดเรื่องการเมืองมานานแล้ว แต่ไม่เคยมีใครเข้ามาถามเพราะรัฐบาลปิดกั้นสื่อมาโดยตลอด
พร้อมจวก “สมัคร สุนทรเวช” ว่าหน้าด้านเห็นผิดเป็นชอบ ซัดกลับเอ็นบีทีควรไปคิดว่าทำไมถึงโดนพันธมิตรบุก บอกอยากจัดรายการแบบ สัตว์ชั้นต่ำ 3 ตัวบ้าง ไม่ทราบว่าเอ็นบีทีจะให้เวลาหรือเปล่า
“ถ้าว่างผมก็จะมาเรื่อยๆ แหละครับ โดยส่วนตัวผมรู้สึกกระดากตัวเองทุเรศตัวเองและก็ประเทศชาติ ถ้าไม่ได้มา หลายๆ คนอาจจะบอกว่าเดี๋ยวมีผลกระทบกับคนรอบข้าง แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองก็ไม่ได้ขึ้นเวที มาในฐานะเป็นประชาชนคนหนึ่ง ผมยินดีมาไม่ใช่ยินดีมาต้องมาเลยแหละ”
“เพื่อนๆ ในวงเขาก็ไม่กล้าห้ามหรอกครับ เพราะเขาก็รู้ว่าผมเป็นคนสุดโต่งกับเรื่องแบบนี้ การที่ผมมาที่นี่สมาชิกในวงก็ไม่ถึงกับแตกแยก ถ้าแตกแยกคงทำงานร่วมกันไม่ได้ แต่มันก็เหมือนมีที่ว่างตรงกลางเล็กๆ คือไม่ได้ชอบรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับทางนี้ทุกอย่าง แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่า ผมเป็นหนี้บุญคุณประชาชนที่มาร่วมกับพันธมิตรนะครับ เพราะถ้าไม่มีประชาชนมันก็แก้รัฐธรรมนูญเสร็จไปตั้งแต่แรกแล้ว”
“เขาบอกว่าพันธมิตรไม่รู้จักพอ แต่ผมว่าคนที่ไม่รู้จักพอคือคุณมากกว่า คุณควรจะออกไปได้แล้ว มาบอกว่าพันธมิตรทำความเสียหายให้กับชาติ ไม่ใช่นะคุณอยู่ทำความเสียหายให้กับชาติยิ่งกว่าอีก แล้วมีหน้ามาพูดได้ไงว่า คุณไม่ใช่นอมินีทักษิณ ตอนหาเสียงคุณก็บอกว่าจะพาทักษิณกลับมา คือแบบโกหกหน้าด้านๆ มันด้านจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว พันธมิตรควรจะมา มันต้องมาครับ ถ้าคิดว่าจะอยู่กับประเทศนี้ต่อไปจะต้องมา”
“น้องๆ วัยรุ่นจะต้องอยู่ในประเทศนี้ไปอีกนานนะครับ น้องอาจจะยังไม่สะอิดสะเอียนกับการเมืองที่เป็นแบบนี้ แต่โดยส่วนตัวผมติดตามข่าวการเมืองมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ดูข่าวการเมืองมาตลอด ดูจนรำคาญแล้วมันสกปรกเหลือเกิน ทุกคนควรจะออกมาทำอะไรบ้างไม่ใช่นั่งซังกะตายไปวันๆ แล้วรอดูผลอย่างเดียว”
“คือคนไทยส่วนใหญ่จะคิดว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ก็จะอยู่แบบกลางๆ ไม่มีอะไรชัดเจน ผมว่ามันควรจะชัดเจน ไม่ได้บอกว่าให้คุณเลือกข้างนะครับ ผมไม่ได้พูดแบบสมัครครับ ไม่ได้พูดแบบไอ้หมัคนะครับว่าคุณต้องเลือกข้าง ให้น้องๆ คิดเองดีกว่ารับรู้ข่าวสารให้ทั่วทุกฝั่ง อย่าไปดูแต่ทีวีฝ่ายรัฐบาล อย่างเวลาที่ผมไปออกทีวีทุกที่ไปพูดเรื่องการเมืองไม่ยอมให้พูด สัมภาษณ์ที่วิทยุก็ไม่ยอมให้พูด จะมีก็แต่เอเอสทีวีนี่แหละที่ยอมให้พูดได้ ซึ่งมันก็มีคนอีกเป็นสิบๆ ล้านที่ไม่มีดู ซึ่งผมว่ามันทุเรศมันเอาเปรียบมากๆ ก็อยากบอกน้องๆ ให้รับรู้ข่าวสารให้ทั่ว และคิดด้วยตัวเองว่า ควรออกมาทำในสิ่งที่ควรทำ อย่าไปคิดเลยว่าเลือกข้าง ให้คิดว่าเราควรทำในสิ่งที่ควรทำดีกว่า”
ไม่หวั่นถ้าจะโดนออกจากแกรมมี่เพราะแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมือง บอกเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่ได้ขึ้นเวทีไม่น่าจะมีปัญหา
“ผมว่ามันเป็นสิทธิ์ส่วนตัวนะ ผมไม่ได้ไปขึ้นเวที ผมไม่ได้ลากเพื่อนๆ ในวงมาด้วย ผมก็ไปของผมเอง ผมเป็นคนไทยถ้าผมไม่มีสิทธิ์ก็ให้รู้กันไป จะบ้าเหรอ(หัวเราะ) คนที่บริษัทยังไม่มีใครมาว่าผม แต่ตอนนั้นที่จะขึ้นเวทีก็มีคนโทรมาเตือนเยอะ ซึ่งตรงนี้ผมก็เข้าใจเพราะมันมีผลกระทบหลายอย่าง ถ้ามีอะไรขึ้นมาบริษัทขาดทุน บริษัทมีผลกระทบ”
“ตรงนี้ผมเข้าใจ ไม่ใช่ว่าผมหัวสุดโต่งไม่ฟังเหตุผล แต่ผมมาตรงนี้ผมไม่ได้ขึ้นเวที ผมมาในฐานะประชาชน ฉะนั้นไม่มีใครห้ามผมได้ ถ้าผมมาแบบนี้แล้วไม่ได้ขึ้นเวทีและยังจะมาห้ามผมออกเป็นออก เอาไงก็เอากัน แต่ก็ยังดีนะครับที่เขาไม่ได้ห้ามแสดงความคิดเห็น ก็ต้องขอบคุณที่ยังมีสมองคิดเป็นคนมีเหตุผลเป็นคนที่เจริญแล้ว”
“คือบริษัทไม่ได้ห้ามแสดงความคิดเห็นนะครับ แต่สื่อที่ไปออกไม่ว่าจะเป็นรายทีวีวิทยุทุกสื่อที่ไปออกจะห้ามพูดเรื่องการเมือง อาจจะออกได้บ้างรายการสดคือผมจะพูดตอดๆ ไป แต่ถ้าเป็นรายการบันทึกเทปอย่าหวัง พูดอะไรไปเขาก็ไปตัดทิ้งหมด ผมไปออกรายการวิทยุไม่มีใครยอมให้พูดหรอกครับ เพราะคนที่จะเดือดร้อนก็คือเจ้าของรายการก็จะโดนทหารที่เป็นเจ้าของคลื่นควบคุม ซึ่งก็รู้อยู่แล้วประเทศไทยสื่อก็โดนรัฐควบคุมอยู่แล้ว ปิดหูปิดตาประชาชน”
“คุณลองไปดูเอ็นบีทีสิ ดูแล้วอยากจะหัวเราะ โทรไปสัมภาษณ์แต่ละคนก็สัมภาษณ์ส.ส.พรรคพลังประชาชน รองโฆษกตำรวจว่ารู้สึกยังไง คุณไม่ลองมาสัมภาษณ์คนแถวนี้บ้างละครับ คนรอบๆ นอกนี่ก็ได้ตามถนนก็ได้เพื่อความยุติธรรม ไม่ใช่สัมภาษณ์แต่คนข้างคุณอย่างเดียว ผมว่าเหมือนเด็กเล่นขายของ โตๆ กันแล้วก็รู้ๆ กันอยู่ว่าตัวเองทำอะไร อย่ามาหลอกกันเลยคนสมัยนี้ก็มีความรู้กันเยอะแล้ว ชนบทห่างไกลเขาอาจจะไม่มีเอเอสทีวีไม่มีเคเบิ้ลดูก็คงจะหลอกได้แค่คนเหล่านี้แหละครับ ระบบน้ำเน่ามันยังคงอยู่เขาก็คงใช้จุดอ่อนตรงนี้แหละครับ”
การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนในวันเป่านกหวีดของพันธมิตรจะมุ่งโจมตีเรื่องที่พันธมิตรบุกเอ็นบีที แต่กลับไม่มีใครมองย้อนกลับไปที่ต้นเหตุว่า ทำไมเอ็นบีทถึงโดนบุก ที่ผ่านมาเอ็นบีทีได้ทำหน้าที่สื่ออย่างเป็นกลางหรือทำตัวเป็นกระบอกเสียงรัฐบาลและ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งเรื่องนี้อุ๋ยบอกว่า เอ็นบีทีควรหันกลับไปมองตัวเอง
“ผมดูผู้ประกาศข่าวผู้หญิงเอ็นบีทีคนหนึ่ง ก็ไม่ทราบชื่อนะครับว่าเป็นใครที่มีคนกันๆ ออกมา ผมรู้สึกว่าทุกช่องพยายามวนภาพแบบนั้น ทั้งที่ก็ไม่มีใครไปถูกต้องตัวเขาเลยนะครับ และผมจำได้ว่าผู้ประกาศคนนี้พูดว่า ทำไมถึงคิดว่าเอ็นบีทีนำเสนอเอนเอียง ถึงได้มาทำลายเอ็นบีที ผมคิดว่าคุณต้องย้อนกลับไปคิดนะครับว่า ทำไมเขาถึงต้องไปทำลายเอ็นบีที”
“แต่ถ้าให้ผมพูดทัศนะส่วนตัว อย่าว่าแต่ทำลายเลย ผมยังเคยคิดเลยว่า อยากจะบุกเข้าไปในเอ็นบีทีตอนที่มันจัดรายการเรื่องจริงวันนี้เลยด้วยซ้ำ แต่โดยส่วนตัวผมก็ไม่เห็นด้วยกับการบุกเข้าไปครั้งนี้เพราะมันเหมือนเป็นการเดินเกมส์ผิด ภาพมันดูเสียเหมือนคุกคามสื่อ ไปทำแบบนี้มันเหมือนกับทำดีมาตลอดแล้วไปเสียแต้มนิดเดียว แต่มันก็มีพลั้งมีพลาดบ้าง”
“แต่เรื่องรายการความจริงวันนี้ไม่รู้จะพูดว่าไงดี เขาเรียกว่า สัตว์ชั้นต่ำ 3 ตัวนั้น คือคุณยังเป็นคนไทยอยู่ไหม คุณหน้าด้านแค่ไหนมันเงินภาษีของคนไทยทั้งนั้น เอาง่ายๆ ผมขอจัดรายการในเอ็นบีทีบ้างได้ไหม สามคนนั้นเป็นใครถึงมาจัด ผมเป็นศิลปินนักร้องผมขอพูดมั่งได้ไหม ผมขอพูดความจริงบ้างได้ไหม”
“คุณกล้าเอาคลิปนี้ไปออกช่องคุณไหมล่ะ สื่ออื่นๆ ที่คิดว่าคุณเป็นกลางคุณกล้าเอาคลิปนี้ไปออกไหม ผมว่าอย่ามาพูดคำว่าเป็นกลางดีกว่าครับ ฟังแล้วตลก สื่อก็โดนรัฐควบคุมอยู่แล้ว คุณไปเอาคำว่าเป็นกลางมาจากไหน โทษทีเถอะนะครับเอ็นบีที คุณไม่กระดากปากบ้างเหรอครับเวลาพูด(หัวเราะ) คือแบบตลก เฮ้อ...ไม่รู้จะพูดว่าอะไรแล้วกลัวจะเป็นคำหยาบ”(หัวเราะ)
จวกรัฐบาลชอบอ้างตัวเป็นประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง แต่เวลายกมือไม่ไว้วางใจในสภาทำไมยกตามมติพรรค ไม่มีประชาธิปไตยที่แท้จริงน้ำเน่าสมควรไปเล่นละครแทนดารา
“ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นประชาธิปไตยจัด คุณยอมรับความเป็นจริงกันบ้างไหม เวลาถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจพวกคุณยกมือตามความรู้สึกจริงๆ บ้างหรือเปล่า ถ้าคุณยึดหลักตามความเป็นจริงก็คงไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่เป็นเพราะคุณยึดหลักตามมติพรรคไงครับถึงเป็นแบบนี้ อันนี้เขาเรียกว่าประชาธิปไตยหรือเปล่าครับ”
“จะมาอ้างว่าคุณมาจากประชาธิปไตย แต่เวลาคุณยกมือในสภาคุณเล่นตามระบอบประชาธิปไตยหรือเปล่าครับ คุณเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า ถ้าคุณเป็นลูกผู้ชายคุณยอมรับความจริงดีกว่า แต่ไม่มีใครยอมรับหรอกครับ คุณก็จะบอกว่าทีคุณยกมือเพราะคิดว่าเขาไม่ได้ทุจริตไม่ได้คอรัปชั่น คือคุณโกหกจนโกหกตัวเองแล้ว(หัวเราะ) คือน่าจะยกเลิกช่องบันเทิงไปเลย เอานักการเมืองไปเล่นละครได้แล้วไม่ต้องแคสเลย แสดงเก่งมาก”
“ในเมื่อเขาบอกว่า เขามาจากการเรื่องตั้ง ซึ่งผมไม่ได้ยอมรับการเลือกตั้งแบบนั้นนะ ผมถือว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงจะต้องมีสื่อที่เป็นกลาง การศึกษาที่แพร่กระจายอย่างทั่วถึงมันถึงจะเป็นประชาธิปไตยที่ยุติธรรมที่ถูกต้อง แต่อย่างนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตยพวกคุณไปหลอกชาวไร่ชาวนาให้เงินล้มวัวล้มควาย คือผมรู้จักไม่ใช่ผมไม่รู้จักคนรากหญ้านะครับ ทำไมผมจะไม่รู้ว่าพวกคุณทำงานกันยังไง คนส่วนใหญ่ของประเทศก็รู้ คุณจะเอาข้อนี้มาอ้างไม่ได้ว่ามาจากเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ นี่ผมก็มาแสดงพลังนะครับ ในเมื่อเขาบอกว่า มาจากเสียงส่วนใหญ่ ก็นี่ไงก็เสียงส่วนหนึ่งเหมือนกันที่ออกมาพูดเหมือนกัน”
“คุณจะเอาเสียงส่วนใหญ่มาอ้างตลอด รัฐธรรมนูญปี 50 เขาไม่ได้ทำโพลค์เหรอครับ มันไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเหรอครับ เอาส้นเท้าคิดหรือเปล่า หมูหมัคนี่ไม่รู้จะพูดว่าอะไรแล้ว บอกว่ามาจากการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญนี่เขาไม่ได้เลือกมาเหรอ ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่เลือกมาเหรอ โง่หรือเปล่า”
“อย่างเมื่อวานดูนายกแถลงมาด่าพันธมิตรว่า วิเศษมาจากไหนมายืนด่าคนอื่นได้ แล้วคุณล่ะส่องกระจกตัวเองตอนที่ไปยืนด่านักข่าวหน้าห้องน้ำหรือเปล่า แล้วคุณล่ะครับเป็นผู้เศษมาจากไหนไปยืนด่าเขาหน้าห้องน้ำแบบนั้น แล้วคุณเป็นใคร”
“คืออย่าบอกว่าหน้าตัวเมียเลยครับ ตัวเมียก็ยังคือเพศแม่ก็ยังหน้าเคารพกว่า ส.ส.ก็คือโสเภณีในสภาจริงๆ ครับสำหรับผม คือมันทุเรศมากหาเสียงคุณก็บอกว่า คุณจะพาทักษิณกลับมา แล้วทำไมคุณถึงไม่ยอมรับว่าเป็นนอมินี ทุกอย่างมันขัดแย้งกันหมดทั้งที่มันก็มีหลักฐานทั้งหมด ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรจริงๆ มันดักดานจริงๆ สำหรับคนที่ยังไม่หูตาสว่างซักที”
จวกการตั้งข้อหากบฏกับแกนนำพันธมิตรถือว่าเป็นเรื่องที่เกินกว่าเหตุ
“การที่ตำรวจออกหมายจับแกนนำผมว่ามันเป็นเรื่องปกติถ้าเขาจะเล่นตามกฎหมาย แต่ข้อหากบฏเกินความเป็นจริงไปมาก คือเราไม่มีอาวุธ คนที่มีอาวุธคือคุณนะครับ คนที่โดนทำร้ายร่างกายโดนตีกลับไปเมื่อคืนคือเหล่าพันธมิตรนะครับ อยากจะบอกตำรวจทหารทุกท่าน ถ้าคุณเป็นลูกผู้ชายจริงๆ คุณกล้าประกาศชื่อนามสกุลจริงของพวกคุณไหมล่ะ ทำลิสต์ออกมาเลยว่าใครออกมาบ้าง ถ้าคุณไม่กลัวลูกเมียคุณเดือดร้อนเหมือนที่คนอื่นเขากลัว”
“ปืนทุกกระบอกที่คุณใช้ ตะบองทุกอันที่คุณใช้ โล่ทุกอันที่คุณใช้มาจากภาษีประชาชนทั้งนั้นนะครับ ถ้าคุณเป็นลูกผู้ชายจริงคุณบอกว่าคุณทำตามหน้าที่ กรมตำรวจทุกกรมที่เอาตำรวจออกมาคุณกล้าเอารายชื่อมาเปิดเผยหรือเปล่าว่าใครบ้างที่ทำงานนี้ ถ้าคุณไม่กลัวลูกเมียคุณเดือดร้อนอย่างที่ประชาชนคนอื่นจะต้องเดือดร้อนกัน”
“เหมือนพฤษภาทมิฬคุณตีคุณยิงแล้วก็จบแล้วคุณก็หายไป แต่คนที่เขาสูญเสียเขายังอยู่คุณกล้าไหมล่ะครับถ้าคุณเป็นลูกผู้ชายตัวจริง อย่ามาอ้างคำว่าเป็นลูกตำรวจแต่ทำนิสัยหน้าตัวเมียอย่างนี้ตลกแล้วครับ กล้าๆ หน่อยจะทำอะไรให้ทำตรงๆ ต่อหน้า อย่าทำแต่ลับหลังไม่ใช่อาศัยตำรวจหมู่มากมาทำชุลมุน กล้าๆ หน่อย”
“พวกผู้บริหารตำรวจทั้งหลายแหล่โดยเฉพาะรองโฆษกผมเห็นแต่เข้าข้างฝ่ายรัฐบาลตลอด คุณคิดว่าตำแหน่งหน้าที่ของคุณมันจะอยู่ไปได้นานแค่ไหน เงินที่คุณเรียนนายร้อยตำรวจมาก็เงินประชาชนทั้งนั้น ที่คุณมีกินมีใช้อยู่ทุกวันนี้ก็เงินภาษีประชาชนทั้งนั้น รู้สึกละอายบ้างไหมครับ คิดถึงลูกเมียคุณบ้าง ลูกคุณไปโรงเรียนแล้วพี่พ่อแม่เป็นแบบนี้มันน่าละอายนะครับ”
ยันถ้าเหตุการณ์จะบานปลายและจบด้วยการนองเลือดก็อยู่ร่วมกับพันธมิตร แต่จะไม่ต่อสู้เพราะเหมือนหมาเห่าแล้วไปเห่าตอบ
“ยังไงผมก็อยู่ครับ ถ้าจะจบด้วยการนองเลือดก็จะอยู่ ผมรู้สึกว่าคนเรายังไงก็ต้องตาย แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ได้มามันมีประโยชน์กับคนทั้งชาติ คนที่มาร่วมมีแต่ความเดือดร้อน แล้วเขาได้อะไร โดยส่วนตัวนะถ้าเขาบุกเข้ามาก็อยากใช้ของแข็งตีให้ตายไปข้างหนึ่ง แต่ถ้าทำแบบนั้นมันเหมือนหมาเห่าแล้วเราไปเห่าตอบมันก็เหมือนมีหมาเพิ่มอีก”
“ผมยอมเจ็บโดยที่เราไม่ทำอะไรเขาเลย ถ้าผมตายขึ้นมาผมก็ยังรู้สึกว่า บางคนฟังแล้วอาจจะเว่อร์แบบที่น้องจอย(ศิริลักษณ์ ผ่องโชค) พูดว่า ตายขอตายอย่างเทพดีกว่า มันตายแบบเทพจริงๆ นะ ตายเพื่ออุดมการณ์ ตายเพื่อความถูกต้อง และก็โดนตะบองที่เราซื้อให้มันมาตีเราตาย เพื่อทำตามความสะใจของคนไม่กี่คน คือจะเอาก็ลองดูดิ ไม่ได้ยั่วยุนะครับ”
ยืนยันว่าวันนี้ไม่ได้เลือกข้าง แต่เลือกทำในสิ่งที่ควรทำ
“วันนี้ถ้าฟังจากที่ผมให้สัมภาษณ์ทั้งหมดก็คงจะนึกออกว่า ผมอยู่ข้างไหน แต่อย่าเรียกว่าผมเลือกข้างเลย คิดว่าผมทำสิ่งที่ควรจะต้องทำดีกว่าครับ ไม่อยากให้แบ่งข้างกัน ถ้าผมออกไปนอกถนนแล้วมีคนสนับสนุนรัฐบาลแต่ไม่ได้มาแตะต้องตัวผมเนี่ย แต่มายืนตะโกนด่าผม ผมก็คงไม่เข้าไปตบเขาหรอกครับเพราะผมมีอารยะธรรมพอไม่ได้อยากใช้ความรุนแรงเหมือนที่รัฐบาลจ้องจะใช้อยู่ตลอด แล้วก็อ้างว่า เป็นมือที่สามหรือเปล่า คุณทำผิดกฎหมายอยู่เราต้องทำ ถ้าเป็นผมจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาดจะไม่มีการฆ่ากันให้ตาย ยังไงก็คนไทยด้วยกัน ผมถือว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้คือการทำสิ่งที่ควรทำ”
เรียกว่ายินดีตายเพื่อชาติ ?
“อย่าให้ถึงขนาดนั้นเลยครับ ถ้าถึงขนาดนั้นก็คงมีคนบอกว่า มึงไม่ลงไปสามจังหวัดภาคใต้เลยล่ะ แต่จะบอกว่า ถ้าไม่มีแกนนำพวกนี้ก็จะไม่มีการรวมคนได้เยอะขนาดนี้ รัฐบาลจะได้รู้ว่ามีคนจำนวนเยอะขนาดนี้มาจับคุณได้ไล่คุณทัน มากดดันคุณได้ทำให้คุณออกอาการหงุดหงิดได้ ซึ่งแกนนำสำคัญมากเขาเป็นหัวเรือเขาเดือดร้อนมีแต่ลบ มีแต่ความเดือดร้อนจ้องจะโดนฆ่า มีแต่เสียกับเสีย เสียสละขนาดนี้ให้คนหมู่มากขนาดนี้แล้ว แค่ออกแรงช่วยเขานิดหน่อยแค่นี้มันจะเป็นไรไปวะ”
“ผมเจอคนโง่ๆ หลายคนนะ อย่าเรียกว่าโง่เลยเรียกว่า คนที่ไม่รู้บางท่าน อย่างแท็กซี่ถามเนี่ยได้คนละ 500 ใช่ไหม คืออยากจะบอกว่า ถ้าให้ก็มาลองสิมาลองไหม ถ้าคิดว่าเงินหาง่ายขนาดนั้นไม่ต้องไปขับแท็กซี่แล้ว คือถ้ามันได้จริงๆ คงไม่มีคนมาขายของแถวนี้หรอกครับ แม่ค้าจะมาขายของทำไม มานั่งเฉยๆ เดินไปเดินมาเอาลูกเอาหลานมารับเงิน 500 ไม่ดีกว่าเหรอ อย่าคิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนฝั่งนปก.หมดนะครับ”
ถ้าเป็นผู้นำประเทศอื่นคนต่อต้านขนาดนี้คงลาออกไปแล้ว แต่คงเป็นเพราะความ “หน้าด้าน” ถึงได้ยังไม่ลาออก
“ประเทศอื่นเขาแค่มีอะไรกับโสเภณีแล้วโดนจับได้เขายังลาออกไปแล้วทั้งที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่นี่มันความชิบหายความพินาศของประเทศชาติแล้วจะอยู่ต่อได้ไง คุณจะบอกว่าตลอด 7 เดือนที่ผ่านมาคุณมาบริหารไม่เห็นได้ทำอะไรเสียหายเลย เรื่องข้าวนี่ไม่เสียหายเหรอวะ เรื่องสร้างรัฐสภานี่ไม่เสียหายเหรอครับ”
“คงเป็นเพราะความหน้าด้านแหละครับ บางคนอาจจะคิดว่าเขาหน้าด้าน แต่จริงๆ แล้วผมคิดว่า เขาเห็นผิดเป็นชอบ คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่คือสิ่งที่ถูกต้อง อวิชาครอบงำอย่างรุนแรง ผมไม่แปลกใจที่เขาเป็นแบบนี้เพราะลักษณะนิสัยที่เขาพูดจาตั้งแต่เป็นผู้ว่ากทม.คนแบบนี้เขาเรียกว่าบัวใต้โคนไม่ใช่บัวใต้น้ำ”
“วันนี้ถ้าจะเกิดการนองเลือดมันก็คงต้องเกิด อย่าลืมนะครับจะตัดมะเร็งคนไข้ก็ต้องเจ็บตัว คิดจะกำจัดคนชั่วให้ออกจากเมืองแล้วจะไม่ให้ประเทศบอบช้ำซักนิดเลยผมว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันต้องมีความเดือดร้อนเกิดขึ้นบ้า มองโลกด้วยความเป็นจริงดีกว่าครับ ไม่ใช่มองอย่างที่คุณอยากให้มันเป็น”
http://manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000102205โย่ นายแน่มาก โดนใจ โดนใจ

ปล.ถ้าผิดกาละเทสะก็ขออภัยครับ เห็นว่าช่วงนี้สถานการณ์เริ่มผ่อนลงมา เลยหามาให้อ่านช่วงพักยกครับ