ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
17-10-2026, 12:31
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  อหังการกัมพูชา เมินเจรจาผู้นำระดับจังหวัดของไทย 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
อหังการกัมพูชา เมินเจรจาผู้นำระดับจังหวัดของไทย  (อ่าน 2055 ครั้ง)
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« เมื่อ: 08-07-2008, 14:02 »


-  เอกสารแปล  -
ราชอาณาจักรกัมพูชา
ชาติ   ศาสนา  พระมหากษัตริย์
ศาลากลางจังหวัดพระวิหาร
ที่  ๑๘๙ - กพช/คต.                            ตะแบงมีชัย  วันที่ ๓๐ มิ.ย.๕๑
ผู้ว่าราชการจังหวัด
กราบเรียน
ฯพณฯผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ   แห่งราชอาณาจักรไทย
   ข้าพเจ้าได้รับหนังสือของท่าน ที่ ศก ๐๐๑๖.๒/๑๔๒๙๗ ลงวันที่  ๒๖  มิ.ย.๕๑ แล้ว โดยผ่านเจ้าหน้าที่ประจำช่องผ่านแดนปราสาทพระวิหาร  เมื่อวันที่ ๒๗  มิ.ย.๕๑
   ในนามของระดับผู้นำจังหวัดพระวิหาร และในนามที่รับผิดชอบโดยตรง ขอแสดงความนับถืออย่างลึกซึ้งถึง ฯพณฯ  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษที่มีความประสงค์จะพบปะเจรจากับกระผมเกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์  และการพัฒนาร่วมกันระหว่างจังหวัดทั้งสองที่ดีงามนี้  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้น ทั่วราชอาณาจักรกัมพูชา  รวมทั้งจังหวัดพระวิหารของข้าพเจ้าด้วยนั้น กำลังมีงานมากมายเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง  ส.ส.สมัยที่ ๔ ของรัฐสภา  ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ ๒๗ ก.ค.๕๑ ข้างหน้านี้  ที่ไม่สามารถมีเวลาให้ข้าพเจ้าพบปรึกษาหารืองานร่วมกับ ฯพณฯ ในวันที่ ๓ ก.ค.๕๑ ตามการเสนอขอนั้นได้  หากตามการพิจารณาของข้าพเจ้า  ห้วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อพบปะปรึกษาเรื่องงานกันได้ในเดือน ธ.ค.๕๑  ในระหว่างนี้ไม่เพียงแต่การปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์อันดี และการพัฒนาร่วมกันระหว่างจังหวัดทั้งสอง ตามที่ท่านยกเสนอขึ้นมาเพียงเท่านั้น  แต่เราสามารถพบปะหารือกันเกี่ยวกับปัญหาอื่น  ๆ  อีกด้วย
   ด้วยเหตุนี้ ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดโปรดทราบและขออภัยมา ณ  ที่นี้ด้วย
   ขอ  ฯพณฯโปรดรับความนับถืออย่างสูงสุดจากกระผม

ผู้ว่าราชการจังหวัด
     ตราจังหวัด
      ลายเซ็น
    เปรียบ  ตัน
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
-3-
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,186


« ตอบ #1 เมื่อ: 08-07-2008, 14:10 »

ประโยคที่ว่า

"หลังเลือกตั้งก็คุยได้นะครับ"

หายไปไหนหว่า หาไม่เจอ หรือว่าตั้งใจไม่คุยเรื่องนี้แล้ว 
บันทึกการเข้า



ประชาธิปไตยตัดสินความต้องการได้ แต่ตัดสินความถูกต้องไม่ได้!!
watson
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 393


« ตอบ #2 เมื่อ: 08-07-2008, 14:16 »

มันคงเห็นว่าเราเป็นชนชาติที่โง่เขลาเบาปัญญาไม่มีความหมายในสายตาของมัน เพราะว่าเราแพ้มันทุกเรื่อง อีกหน่อยคงต้องยกประเทศให้มันไปเลย
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #3 เมื่อ: 08-07-2008, 14:37 »


-  เอกสารแปล  -
ราชอาณาจักรกัมพูชา
ชาติ   ศาสนา  พระมหากษัตริย์
ศาลากลางจังหวัดพระวิหาร
ที่  ๑๘๙ - กพช/คต.                            ตะแบงมีชัย  วันที่ ๓๐ มิ.ย.๕๑

...

ไม่รู้ว่าในภาษาเขมร "ตะแบงมีชัย" หมายความว่าอย่างไร
แต่ความหมายในภาษาไทย "ตะแบง" ไม่ดีแน่ๆ   
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #4 เมื่อ: 08-07-2008, 15:19 »

จับตากก.บริหารรอบพระวิหาร แค่หลุมพลาง -ที่ไทยหลงกล
 
 
นักโบราณจับตาตั้งกก.7 ชาติ บริหารพื้นที่รอบปราสาทเขาพระวิหาร แค่หลุมพลางที่ไทยหลงกล ชี้ กัมพูชาเอา 7 ประเทศมาค้านอำนาจบริหารจัดการในดินแดนไทย ระบุ ไม่จำเป็นต้องยอมรับคณะกรรมการร่วมมาบริหารเพราะเป็นดินแดนของไทย


(8ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ให้สัม ภาษณ์จากเมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ภายหลังที่คณะกรรมการมรดกโลกสมัยที่ 32 มีมติให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยระบุว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการ 7 ชาติรวมไทยและกัมพูชามาดูแลนั้น .ดร.อดุล วิเชียรเจริญ อดีตประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก กล่าวว่า จากการติดตามการให้สัมภาษณ์ของนายปองพลที่ระบุว่าคณะกรรมการมรดกโลก ฝ่าผืนหลักการที่ให้ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้นั้น แท้จริงแล้วกรรมการมรดกโลกไม่ได้ฝ่าฝืนอะไร ศ

เพราะถือว่าปราสาทพระวิหารเข้าหลักเกณฑ์ข้อที่ 1 แต่ที่ถือว่าผิดปกติและอาจจะนอกกรอบไปมากก็คือการที่มาบอกว่าคณะกรรม การมรดกโลก แนะนำให้ไทยนำเสนอพื้นที่เชื่อมต่อในฝั่งไทย รวมทั้งอุทยานแห่งชาติ และบริ เวณพื้นที่เทือกเขาพนมดงรักไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะพื้นที่ที่เราอยากจะเสนอเชื่อมนั้นคงเป็นไปไม่ได้แล้ว การเอาพื้นที่เราไปร่วมประกอบถ้าเป็นทางวัฒน ธรรม ซึ่งได้แนะตลอดว่าต้องเสนอขึ้นทะเบียนร่วมกัน ถ้าจะทำตรงนี้ ซึ่งเป็นจุดยืนมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมาได้ยืนยันมาตลอดให้ขึ้นร่วมกัน เพื่อให้เป็นเจ้าของร่วมกัน เพื่อทำแผนอนุรักษ์ เพราะเราจะได้กำหนดพื้นที่อนุรักษ์ร่วมกัน

“ต้องไม่ลืมว่าองค์ประกอบหลักคือตัวปราสาทพระวิหารและสิ่งที่รอบๆร่วมสมัยที่จะ เอาเข้าไปเป็นส่วนประกอบรอง การจะมาขอขึ้นเองคงไม่ได้ ถ้าจะมีการทำอย่างนั้นเขมรต้องเห็นด้วย เพราะตัวองค์ประกอบหลักอยู่ที่นั่น แต่ที่ผ่านมาทำมาเขาก็ไม่ยอมให้ไทยเข้าร่วมอยู่แล้ว จึงออกมาเป็นแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าเป็นการพูดเพื่อปลอบใจ และลดกระแสมากกว่า อีกทั้งถ้าเป็นไปตามข้อเสนอดังกล่าว ยิ่งเป็นได้ยากมากเพราะการเสนอขึ้นทะเบียนอุทยานนั้น ทางไอยูซีเอ็นจะเป็นหน่วยงานประเมินมรดกโลกทางธรรมชาติที่จะเสนอขึ้นทะเบียนมีความโดดเด่นและมีคุณค่า ศักยภาพหรือไม่ ทั้งนี้ขอบอกได้เลยว่าพื้นที่ที่กล่าวถึงไม่มีคุณค่าเด่นอะไร นอกจากนี้ถ้าอยากจะขึ้นทะเบียน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปผูกพันกับตัวปราสาทด้วย” ศ.ดร.อดุล กล่าว

นอกจากนี้อดีตประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก กล่าวว่า สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและถือเป็นสิ่งผิดปกติอย่างมากก็คือการที่บอกว่าจะให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 7 ชาติรวมทั้งไทยและเขมร เข้ามาดูแลจัดการพื้นที่มรดกโลกปรา สาทพระวิหาร นัยนี้แสดงว่าจะต้องมีการจัดทำแผนร่วมกัน ซึ่งก็รวมถึงจะมาใช้พื้นที่ฝั่งไทยด้วย ทั้งนี้เห็นว่าเรื่องดังกล่าวนายปองพลควรจะแถลงคัดค้าน เพื่อไม่ให้ไทยเสียเปรียบ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงฟังดูนอกกรอบและพึลึกมาก ทั้งนี้จากที่มีประสบการณ์ 10 ปีและเป็นประ ธานมา 2 สมัยได้พิจารณามาและรู้ระเบียบข้อบังคับอย่างดีการที่คณะกรรมการมรดกโลกชุดนี้จะตะแบงออกมานอกกรอบแบบนี้ โดยเฉพาะการให้ชาติอื่นมาจัดการพื้นที่เป็นเรื่องประหลาดมาก 

“ เรื่องที่เอาชาติอื่นมาจัดการในพื้นที่มรดกโลกครั้งนี้ ไม่เคยมีกรณีแบบนี้มาก่อนว่าเอา 7 ชาติมาช่วยกำหนดแผนการจัดการเลย เรื่องนี้เหมือนกับเอาชาติอื่นมาคานอำนาจหากไทยมากกว่า ทั้งนี้จะกระทบดินแดนอธิปไตยของไทยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ และหลังจากนพดล ปัทมะ ได้เซ็นแถลงการณ์ร่วมไปเมื่อ 18 มิ.ย.51 เท่ากับเป็นการยังมัดมือ เรื่องแผนจัดการพื้นที่ เป็นพันธกรณีตามอนุสัญญาฯ และเป็นข้อตกลงที่ผูกพันราชอาณาจักรเข้าตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญเท่ากับว่าเราปิดประตูเรื่องการทวงคืนปราสาทพระวิหารตามคำสั่งของศาลโลกเรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม อยากเห็นมติที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่เป็นลายลักษณ์อักษรจอีกครั้ง จึงจะชัดเจน”

ด้านอ.ศรีศักดิ์ วัลลิโรดม นักโบราณคี วัฒนธรรม กล่าวเช่นกันว่า การที่ คณะกรรมการมรดกโลก ให้ตั้งคณะกรรมการบริหารร่วมทั้ง 7 ชาตินั้น ให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบเนื่องจาก อาจจะตกหลุมพรางได้ เพราะ ดินแดนที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนนั้นเป็รนดินแดนไทย ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ ทั้ง 7 ประเทสเข้ามาช่วยบริหาร เมื่อเป็นของเราเราก็สามารถบริหารจัดการเองได้
[/ color]



http://www.komchadluek.net/2008/07/08/x_main_a001_210427.php?news_id=210427

 

คนไทยต้องใส่ใจความคิดเห็นของดร.อดุล วิเชียรเจริญ อดีตประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก  และ อาจารย์.ศรีศักดิ์ วัลลิโรดม นักโบราณคี วัฒนธรรม มากกว่านายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ซึ่งได้แสดงความคิดเห็นเพี้ยนๆ ก่อนเดินทางไปเป็นผู้สังเกตุการณ์....
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
หน้า: [1]
    กระโดดไป: