ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
17-10-2026, 23:50
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  “ม.ล.วัลย์วิภา” ยันไทยเสียดินแดนให้กัมพูชา 4.6 ตารางกิโลเมตร (3,000ไร่) 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
“ม.ล.วัลย์วิภา” ยันไทยเสียดินแดนให้กัมพูชา 4.6 ตารางกิโลเมตร (3,000ไร่)  (อ่าน 3415 ครั้ง)
oho
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 712


« เมื่อ: 22-06-2008, 20:04 »

นักวิชาการยันไทยเสียดินแดนให้กัมพูชา 4.6 ตร.กม.
 แหล่งข่าว
22 มิถุนายน 2551 17:33 น.
 
 

       “ม.ล.วัลย์วิภา” ยันไทยเสียดินแดนให้กัมพูชา 4.6 ตารางกิโลเมตร (3,000ไร่) ตามข้อผูกพันในแถลงการณ์ร่วมที่ “นพดล ปัทมะ” ลงนามกับกัมพูชาในการขอขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก   เผย การกระทำของนพดลและรัฐบาลชุดนี้ขัดมติ ครม.ปี 2505  ชี้ “สมัคร” พูดง่ายๆ ทั้งที่ไทยจะเสียดินแดน แนะคนไทยร่วมกันทำหนังสือคัดค้านไปถึงคณะกรรมการมรดกโลก และส่งไปยังสถานทูตกัมพูชา พร้อมนัดระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน 24 มิ.ย.นี้ ที่สถาบันไทยคดีศึกษา
       
       วันนี้ (22 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมชั้น 9 ตึกอเนกประสงค์ สถาบันไทยคดีศึกษา ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ สถาบันไทยคดีศึกษา เปิดเผยข้อมูลในประเด็นที่นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา (Joint Communique) และแผนผังที่แนบท้ายแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2551 ซึ่งมีทั้งหมด 6 ข้อด้วยกันแต่ที่น่าสนใจ ก็คือ ในข้อที่ 1.ที่ระบุว่าไทยสนับสนุนการลงทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการพิจารณามรดกโลกครั้งที่ 32 เมื่อเดือน ก.ค.2551 ณ Quebec ประเทศแคนาดา โดยการกำหนดเขตรอบดินแดนนั้นระบุตามหมายเลข 1 ในแผนที่ซึ่งจัดทำโดยกัมพูชา รวมถึงหมายเลข 2 คือ ด้านตะวันออกและด้านใต้ของปราสาทก็ถูกรวมเข้าไปในแผนที่ดังกล่าวด้วย

 
   
 
 
       และในข้อที่ 2.ที่ระบุว่า เพื่อเห็นแก่ความปรองดอง กัมพูชาจะยอมรับการเสนอให้ปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยละเว้นการระบุว่าพื้นที่บริเวณด้านเหนือและด้านตะวันตกของตัวปราสาทว่าเป็นของใคร และในข้อที่ 5 ที่ระบุว่า การลงทะเบียนปราสาทพระวิหารให้เป็นมรดกโลกจะต้องปราศจากการละเมิดสิทธิของกัมพูชาและไทย ในการกำหนดเขตแดนในการทำงานของคณะทำงานร่วม The Joint Commission for Land Boundary (JBC) ของทั้งสองประเทศ ซึ่งแถลงการณ์ร่วมทั้ง 3 ข้อนั้นบ่งชี้ว่าไทยยอมรับแผนที่ปักปันที่ทางกัมพูชาทำเสนอในขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในมาตรการส่วน 1:200,000 โดยไม่ได้ยอมรับแผนที่ของฝ่ายไทยที่ยึดถือแผนที่มาตรส่วน 1:50,000 ตามมติคณะรัฐมนตรีปี 2505 ซึ่งถือเป็นการขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี และการที่ไทยยอมรับพื้นที่ตามแผนผังจะถือว่าเป็นการยอมรับพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกาของกัมพูชาเท่ากับว่าไทยต้องเสียดินแดนที่เป็นปัญหาทับซ้อนกันให้กับกัมพูชาถึง 4.6 ตารางกิโลเมตร (3,000 ไร่)

       

 
 
 
 
      “ที่นายกฯสมัคร ในรายการสนทนาประสาสมัครเมื่อเช้านี้โดยบอกว่าเป็นเรื่องของเขา ไม่ได้มีการชี้แจงอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างดูง่ายไปหมด ทั้งที่มันเป็นเรื่องเสียดินแดน และที่พูดก็พูดจากความเข้าใจพื้นฐานจากรูปภาพเท่านั้น ซึ่งรูปภาพที่พูดถึงกันนี้ไม่มีผลอะไรนอกจากความเข้าใจ ซึ่งเรื่องเส้นเขตแดนจะต้องมีการรับรองทางกฎหมาย เวลามีกรณีพิพาทจะไม่มีผลเลย และครั้งนี้มีการกระทำที่รองรับจาก รมว.ต่างประเทศ ของไทยเราก็จะไม่มีประเด็นที่สามารถโต้แย้งได้อีกเพราะเราได้ยอมรับเส้นเขตแดนของกัมพูชาไปในตัวจากแถลงการณ์ร่วมนี้แล้ว ดังนั้น การเจรจาต่อไปต้องยึดตามที่ลงนามไว้ และจะมีผลต่อการพัฒนาร่วมกัน หลังจากการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกแล้ว ส่วนที่มีการออกมาระบุว่าแถลงการณ์ร่วมนี้เป็นเพียงบันทึกเท่านั้นคงต้องให้นักกฎหมายมาตีความแต่หากดูตามข้อ 5 ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าห้ามละเมิดสิทธิของกัมพูชา” ม.ล.วัลย์วิภา กล่าว
       
       ม.ล.วัลย์วิภา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนอยากให้ภาคประชาชนรวมตัวกันทำหนังสือคัดค้านผ่านยูเนสโก ไทยไปถึงคณะกรรมการมรดกโลกรวมถึงส่งหนังสือคัดค้านไปยังสถานทูตกัมพูชา หรือขอความร่วมมือไปยังอีโคโมส ประเทศไทย เพื่อให้แจ้งต่อคณะกรรมการมรดกโลกว่าประชาชนชาวไทยไม่เห็นด้วย หรืออาจจะมีกลไกตามระบอบประชาธิปไตยเพื่อทำให้เรื่องนี้ตกเป็นโมฆะ     
 
       อย่างไรก็ตาม ในวันอังคารที่ 24 มิถุนายนนี้ เวลา 13.00 น.ที่สถาบันไทยคดีศึกษา ตนอยากเชิญชวนนักกฎหมาย นักวิชา องค์กรภาคเอกชน และผู้ที่มีความสนใจเรื่องเขาพระวิหารร่วมระดมความคิดเห็นและศึกษาแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา และเอกสารการยื่นขอจดทะเบียนมรดกโลก เพื่อดำเนินการรวบรวมรายชื่อประชาชนในการคัดค้านการยื่นขอจดทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกต่อไป

 
 
บันทึกการเข้า
บักหัวเถิก
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 438



« ตอบ #1 เมื่อ: 22-06-2008, 21:15 »

                           เรื่องนี้ ว่ากันยาก ต้องรออันทะมิดไปฟ้องศาลปกครองก่อนเดี๋ยวก็รู้กันอะ
                                                                       
บันทึกการเข้า

DAWN
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 180


« ตอบ #2 เมื่อ: 22-06-2008, 23:31 »

เห็นด้วยกับท่านอาจารย์ ม.ล.วัลบ์วิภา ผมคิเว่า บรรดาสื่อมวลชนควรเร่งบอกกล่าวแก่ประชาชน
เพื่อจะได้รวมแรงร่วมใจกันทวงสิทธิ์ คืน รัฐบาลไม่ทำอะไรแล้วละครับ ม้นเป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนแล้ว

 
บันทึกการเข้า

Shr
oho
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 712


« ตอบ #3 เมื่อ: 23-06-2008, 15:07 »

ปธ.มรดกโลกอัด “นพเหล่” ขึ้นทะเบียนบันได-สระตราวแค่งานพีอาร์ ชี้ต้องไล่รัฐบาลเร็วที่สุด
 
แหล่งข่าว 23 มิถุนายน 2551 13:58 น.
 

   
       ประธานกรรมการมรดกโลกเผย   “นพดล”ออกมาพูดจะขอมติครม.ขึ้นทะเบียนสระตราว-บันไดเขาพระวิหาร เป็นเพียงการประชาสัมพันธ์และ “ประแป้ง” เท่านั้น ทำไปเพื่อลดกระแสความขัดแย้ง ไม่ได้มีผลดีต่อประเทศแต่อย่างใด  ย้ำประชาชนควรเร่งขับไล่รัฐบาลออกไปก่อนวาระพระวิหารจะเข้าที่ประชุมต้นเดือนหน้า เพราะหวังพึ่งรัฐบาลชุดนี้ให้ยกเลิกคงไม่ได้

       
       วันนี้ (23 มิ.ย.) ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ ประธานคณะกรรมการมรดกโลก ให้สัมภาษณ์ผ่าถึงกรณีที่นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ได้เตรียมการให้ครม.ลงมติเห็นชอบขึ้นทะเบียนสระตราวและบันไดเขาพระวิหารว่า เป็นเพียงงานประชาสัมพันธ์ล่าสุดของนายนพดลเท่านั้น เพราะขั้นตอนการเสนอขอขึ้นทะเบียนได้ ไม่ใช่เสนอลอยๆ มันต้องมีการเตรียมเอกสารเพื่อเสนอ ต้องมีบทพรรณนา มีแผนที่ มีสไลด์ มีภาพถ่าย ไม่ใช่จู่ๆ ไม่เตรียมอะไรแล้วจะเสนอขึ้นมา เพราะถึงเสนอไป ทางคณะกรรมการมรดกโลกก็จะดำเนินการชะลอเรื่อง และให้กลับไปตระเตรียมข้อมูลมาก่อน
       

       “อย่างเร็วที่สุดก็คือกลับมาพิจารณาในปีหน้า ซึ่งก็ไม่ได้มีผลดีอะไรต่อกรณีเขาวิหารใดๆ ให้ฝ่ายไทยเลย เป็นเพียงแผนประชาสัมพันธ์อันใหม่ของนพดล ที่ทำเพื่อลดกระแสการต่อต้านของประชาชนเท่านั้น เป็นเพียงการประแป้งของรัฐมนตรีต่างประเทศ”
       

       อย่างไรก็ตาม ประธานคณะกรรมการมรดกโลกเปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลเซ็นยินยอมยกเขาพระวิหารให้เขมรไปทั้งที่ร่างกายยังป่วยและอยู่ในระยะพักฟื้นอยู่นั้น เมื่อ 3 วันก่อนมีโทรศัพท์ที่ถือว่าค่อนข้างแปลกมาสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องเขาพระวิหาร
       
       “เป็นผู้ชายโทรมา เขาก็พูดดีนะ ถามว่าคณะกรรมการมรดกโลกเคยเอาวาระเขาพระวิหารเข้าประชุมไหม ก็ตอบเขาว่าไม่เคย แต่ก็ยืนยันมาตลอดมาตั้งแต่ปี48 จนบัดนี้ ก็ถือว่าเป็นการถามที่ค่อนข้างแปลก เพราะเป็นคำถามที่คนธรรมดาไม่ถามกัน”
       
       นอกจากนี้ ศ.ดร.อดุลยังกล่าวต่อไปอีกว่า ใกล้จะถึงเวลาที่จะเปิดประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่จะจัดขึ้นในต้นเดือนหน้า (ก.ค.) แล้ว ประชาชนต้องผนึกกำลังปกป้องสมบัติชาติเอาไว้
       
       “อย่างที่ชี้แจงไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า ทางเดียวที่ทำได้ก็คือ ต้องให้รัฐบาลแถลงระงับการลงนามสนับสนุนการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของเขมร แต่เชื่อว่ารัฐบาลนี้คงไม่ทำ ดังนั้นที่จะทำได้ก็คือ เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่วาระเขาพระวิหารจะเข้าที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก” ศ.ดร.อดุลกล่าว


 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: