ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
20-10-2026, 06:20
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เขย่าองคมนตรีไม่รับรองสถานะ'บทเฉพาะกาล'ฟอกแม้ว 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
เขย่าองคมนตรีไม่รับรองสถานะ'บทเฉพาะกาล'ฟอกแม้ว  (อ่าน 2908 ครั้ง)
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« เมื่อ: 22-05-2008, 19:53 »


http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=22/May/2551&news_id=158898&cat_id=501


22 พฤษภาคม 2551    กองบรรณาธิการ

รัฐบาลหน้าบางส่ง ส.ส.โนเนมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ นปก.ให้ "กำนันชัย" แล้ว เขียนหลักการเหตุผลชมระบอบทักษิณสุดยอด จุดชนวนขัดแย้งกำหนดพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ผงะแค้นเก่าต้องชำระ


บทเฉพาะกาลไม่รับรองสถานะขององคมนตรี แถมแผนฟอก "ทักษิณ" ยังอยู่ ชาติไทยถอยตั้งหลัก   อ้างไม่ให้เกียรติเตรียมกำหนดท่าที เปลี่ยนแผนเล่นเกมยาว "หมัก" ยอมควักเงินภาษีประชาชน 2 พันล้านซื้อความรำคาญ  เปิดทำประชามติแก้-ไม่แก้  "แม้ว" เอาด้วย  แต่ กกต.ให้รอไปก่อนเพราะกฎหมายยังไม่มี พันธมิตรฯ เตรียมเคลื่อนทัพ

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม   (ฉบับที่...)  พุทธศักราช...ที่สมาชิกรัฐสภา   จำนวน 164 คน เข้าชื่อเสนอเป็นญัตติ แบ่งเป็นพรรคพลังประชาชน 123 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 5 คน  พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 4 คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย  2 คน และ ส.ว.อีก 30 คน โดยไม่มี ส.ส.พรรคชาติไทยและพรรคประชาราชเข้าชื่อ ถึงมือนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาแล้ว

เป็นที่น่าสังเกตว่าการเข้ายื่นในครั้งนี้มีความพยายามลบภาพรัฐบาลออกไปไม่ให้เกี่ยวข้อง  โดยใช้ ส.ส.ซึ่งไม่เป็นที่รู้จักนักคือ นายบุญจง วงศ์ไตรรงค์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน พร้อมคณะ ส.ส.อีสานอีกประมาณ 30 คน เป็นตัวแทน

สำหรับขั้นตอนต่อไปนายชัยเผยว่า  ต้องตรวจสอบรายชื่อพร้อมทั้งความถูกต้องว่าทำตามขั้นตอนหรือไม่  จากนั้นจะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมภายใน 15 วัน นับแต่วันเปิดประชุมสมัยวิสามัญในวันที่ 9 มิถุนายนนี้

เขาไม่เชื่อว่าการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่การเผชิญหน้า   "ไม่ทราบพันธมิตรเป็นใคร   ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยไปมาหาสู่ และขณะนี้ยังไม่เห็นประชาชนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน มีแต่คนบอกให้แก้เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย

ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของ  164 สมาชิกรัฐสภา ให้เหตุผลในการยื่นว่า สังคมไทยขณะนี้มีปัญหาอันเนื่องจากความขัดแย้งของประชาชน  2  ฝ่าย คือฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และออกมาเคลื่อนไหว  มีท่าทีจะลุกลามต่อไปอันอาจกลายเป็นความรุนแรง  ที่เรียกว่า  "วิกฤติทางรัฐธรรมนูญ"   ในฐานะเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติเห็นว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยใช้วิธีทางกฎหมาย มิใช่ด้วยการยึดอำนาจล้มล้างการปกครอง ทั้งยังจะเป็นแบบอย่างที่ดีในอนาคตอีกด้วย

การยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มิได้เปิดโอกาสให้ภาคการเมืองและประชาชนโดยส่วนใหญ่มีส่วนร่วม  เนื้อหาจึงแฝงด้วยอคติต่อพรรคการเมืองและนักการเมือง  เป็นเหตุให้องค์กรฝ่ายบริหารมีความอ่อนแอ  ปัญหาของบทเฉพาะกาลที่ให้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ  ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินที่มาจากการยึดอำนาจมีอำนาจหน้าที่ต่อไป   ยกเว้นการใช้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้แก่กลุ่มบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะ   ทำให้ผู้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพโดยผลของการยึดอำนาจการปกครองประเทศไม่อาจยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ขึ้นมาปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของตนเองได้  เป็นการทำลายหลักนิติรัฐอย่างรุนแรง อีกทั้งเปิดช่องให้มีการใช้กำลังทำการรัฐประหารอีกต่อไปในอนาต

สำหรับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้  เป็นร่างของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ   (คปพร.)  ซึ่งแปลงสภาพมาจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ  (นปก.)  ที่ให้การสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี มีทั้งสิ้น 15 มาตรา รูปแบบการยกร่างเหมือนกับร่างที่พรรคพลังประชาชนเสนอออกสู่สาธารณะก่อนหน้านี้  และถูกโจมตีอย่างหนักว่าเป็นการล้างความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ   เพราะมีบทเฉพาะกาลที่ล้างบางองค์กรอิสระที่ตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นในรัฐบาลทักษิณ

หลักการการเสนอร่างฯ เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ  เพราะระบุว่าการนำรัฐธรรมนูญปี  2540 มาแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้บทบัญญัติเป็นไปตามการปกครองระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นปัจจุบัน และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทำได้ง่ายขึ้น

บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #1 เมื่อ: 22-05-2008, 19:56 »

เหตุผลยกร่างฯ ต้องการทักษิณกลับ


ส่วนเหตุผล  ได้โจมตีการรัฐประหารเมื่อวันที่  19  กันยายน  2549  ว่าข้ออ้างที่ว่าประชาชนเสื่อมศรัทธาในการบริหารราชการแผ่นดิน  ไร้ประสิทธิภาพในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ  มีการทุจริตและประพฤติมิชอบขึ้นอย่างกว้างขวาง ข้ออ้างเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่ตอลดเวลาในสังคมการเมืองประเทศไทย   จนระบอบประชาธิปไตยมีแต่ล้มลุกคลุกคลานไม่ต่อเนื่อง เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

แม้การบริหารราชการแผ่นดินในช่วงก่อนวันที่  19  กันยายน 2549 อาจจะมีข้อบกพร่อง แต่ก็ไม่ใช่จะไม่มีสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน   โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเกี่ยวกับการดูแลประชาชนผู้ด้อยโอกาส   เพื่อให้ได้รับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพประสบความเร็จอย่างมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  การเข้าถึงยาและหมอ การสร้างโอกาสในการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาให้แก่ประชาชน   รวมถึงการลงทุนและการค้าขายทั้งภายในและภายนอกประเทศ  ทำให้สภาวะเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นอย่างมาก

การยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 และจัดตั้งองค์การต่างๆ ขึ้นมา หรือแต่งตั้งบุคคลเข้าไปอยู่ในองค์กรตามกฎหมายที่มีอำนาจสอบสวน   สืบสวน  ไต่สวนหรือวินิจฉัย  รวมถึงองค์กรที่เป็นรัฐวิสาหกิจ   ก็เป็นการดำเนินการของอำนาจเผด็จการภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย   (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  2549 ซึ่งผู้ยึดอำนาจเป็นผู้จัดให้มีขึ้น มิได้อยู่บนหลักของการบริหราชการแผ่นดินที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งตรงกันข้ามกับระบบที่ดำรงอยู่ก่อนการยึดอำนาจนั้น รวมทั้งการดำเนินการขององค์กรและบุคคลที่อำนาจเผด็จการ   แต่งตั้งขึ้นก็มีเป้าหมายที่จะรองรับเหตุผลในการยึดอำนาจของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มิได้วางตัวเป็นกลางตามหลักกฎหมายภายใต้การปกครองที่เป็นประชาธิปไตย

การล้มล้างรัฐธรรมนูญปี  2540 นั้นเป็นความผิดมหันต์ มีโทษอาญา แต่ผู้ยึดอำนาจก็ได้แก้ไขความผิดของตนโดยวิธีการนิรโทษกรรมจนกลายเป็นประเพณีอันเลวร้ายสืบทอดต่อกันมา     เพื่อปกปิดและปกป้องการกระทำผิดและความไม่โปร่งใสของอำนาจเผด็จการและพวกพ้องจนเป็นที่เอือมระอาของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย   ดังนั้น   เพื่อไม่ให้ประเพณีเช่นนี้สืบทอดต่อไปในภายภาคหน้า  จึงสมควรนำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช 2540 ซึ่งยกร่างขึ้นในสภาวการณ์และบรรยาการที่เป็นประชาธิปไตยและประชาชนมีความรู้สึกร่วมกันว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนกลับมาใช้อีก

บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #2 เมื่อ: 22-05-2008, 20:00 »

(ต่อ)


15    มาตราในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฯ    ได้กำหนดให้คงหมวดพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญปี  2550  เพียงหมวดเดียว แม้จะมีการระบุว่าให้คงหมวด 1 คือหมวดทั่วไปไว้ด้วย แต่ก็มีการแก้ไขในประเด็นที่ยังมีความเห็นขัดแย้งกันสูงในสังคมนั้นคือ   มีการระบุลงไปในมาตรา  3  ให้ยกเลิกความในมาตรา  5  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา 5  ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิด  เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน"

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ  ประชาชนชาวไทยย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน"


ทวนความจำพระราชเสาวนีย์

ประเด็นนี้พระนางเจ้าสิริกิตยิ์  พระบรมราชินีนาถ  เคยมีพระราชเสานีย์เมื่อวันที่  12 สิงหาคม 2550 ตอนหนึ่งความว่า

"...แล้วข้าพเจ้าได้พบปะกับนักเรียนไทย ประมาณ 4 พันคน เขาได้ถามอะไรข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไม่คิดว่าจะถูกถามเรื่องพระพุทธศาสนากับรัฐธรรมนูญ  ซึ่งข้าพเจ้าไม่คิดเลยที่จะโดนถามอย่างนั้น ข้าพเจ้าก็อธิบายไม่ได้มีกระดาษอะไรเลยต้องอธิบายว่า  ข้าพเจ้าคิดเองว่าพระบวรพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดสูงส่งแล้ว  และได้รับการสนับสนุนมาตลอด  ตั้งแต่สมัยสุโขทัย จากคนไทยทั้งชาติ พระบวรพุทธศาสนาเป็นของที่สะอาดสูงสุด  ทุกคนคิดว่าไม่อยากให้เข้าไปพัวพันกับคำว่าการเมือง ข้าพเจ้าพูดเช่นนั้นต่อหน้านักเรียนไทย  4  พันคน  ควรเทิดทูนเอาไว้เหนือเกล้าว่า เป็นแสงสว่างในหัวใจของคนไทยทั้งหลาย
การเมืองบางครั้งก็มีความผิดพลาด บางครั้งก็มัวหมองได้หลายเรื่อง เพราะฉะนั้นไม่ควรเอาพระบวร  พุทธศาสนาไปไว้กับกฎหมายสูงสุดแห่งประเทศไทย คือ รัฐธรรมนูญ ควรจะทิ้งบวรพระพุทธศาสนาไว้เช่นนี้ ที่ถูกเทิดทูนโดยประชาชนทั้งชาติ พอข้าพเจ้าพูดจบ เล่าเหตุผลจบ ข้าพเจ้าได้รับการปรบมือดังสนั่นลั่นไปหมดเลยนาน  ในเมืองไทย ข้าพเจ้าได้ทราบว่าพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่คนนับถือมากกว่า 90  เปอร์เซ็นต์ คงจะไม่ให้ใครมาแตะได้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่า การเมืองบางครั้งมีอะไรหลายอย่าง ไม่ค่อยตรงไปตรงมานัก เพราะฉะนั้นดีแล้วที่พระบวรพระพุทธศาสนาแยกไปเสียให้พ้นจากการเมืองจะดีกว่าไม่ทราบว่าทุกท่านในที่นี้เห็นอย่างเดียว กับข้าพเจ้าหรือเปล่า"

สำหรับมาตราอื่นๆเป็นการนำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาเกือบทั้งหมดโดยมีการแก้ไขเล็กน้อย ในประเด็นการเข้าชื่อของส.ส.เพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ในวรรคหนึ่งของมาตรา  185 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 จากจำนวน "ไม่น้อยกว่าสองในห้า" เป็นจำนวน "ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า"

และแก้ไขจำนวนส.ส.ที่มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล  ในวรรคหนึ่งของมาตรา  186 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 จากจำนวน "ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า" เป็นจำนวน "ไม่น้อยกว่าหนึ่งในหก"

จุดสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมยังอยู่ที่บทเฉพาะกาล พบว่ามีการคุ้มครองสถานะของส.ส.,ส.ว.,รัฐบาลตามรัฐธรรมนูญปี  2550  ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ ไม่มีการรับรองสถานะขององคมนตรีเหมือนในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ     การไม่ระบุเช่นนี้อาจส่งผล    ให้ องคมนตรีที่มาจากการแต่งตั้งโดยพระราชอัธยาศัยของพระมหากษัตริย์ต้องพ้นสภาพไปทั้งคณะ
บทเฉพาะกาลยังให้ส.ว.สรรหามีวาระการดำรงตำแหน่งเพียง  3  ปี นับแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2551
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #3 เมื่อ: 22-05-2008, 20:06 »

สำหรับประเด็นที่เกรงกันมาตลอดว่าจะมีการฟอกความผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณนั้น    ยังคงมีอยู่ในบทเฉพาะกาลของร่างฯนี้  ซึ่งบัญญัติไว้ใน  มาตรา 14 ระบุว่า" บรรดาประกาศ คำสั่ง กฎ หรือการใดที่กระทำโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหาษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือสืบเนื่องจากประกาศ คำสั่ง กฎ หรือการดังกล่าว หรือองค์กรที่จัดขึ้นโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข    ที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย   พุทธศักราช 2550 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ เป็นอันใช้บังคับไม่ได้"........อ่านกระทู้ ประกอบhttp://forum.serithai.net/index.php?topic=26248.0
มาตราที่เคยสร้างความฉงนว่ามีไว้เพื่อการอะไรในร่างแก้ไขของพรรคพลังประชาชน    กลับมาบัญญัติในมาตรา  16  ซึ่งเป็นมาตราสุดท้ายของร่างฯฉบับนี้  ระบุด้วยถ้อยคำเดียวกันว่า " บทบัญญัติใดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช 2550 กฎหมาย หรือกฎที่อ้างถึงบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  2550 ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าบทบัญญัติที่ถูกอ้างถึงนั้น  เป็นการอ้างถึงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช 2550 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ ในบทมาตราที่มีนัยเช่นเดียวกัน"


ในประเด็นสถานะภาพขององคมนตรีนั้น    ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าของร่างฯ   คือนายวิภูมิแถลง พัฒนภูมิไทย  คณะกรรมการ  (คปพร.)ว่า คนที่ร่างดังกล่าวประกอบด้วยคณะกรรมการคปพร.อาทิน.พ.เหวง  โตจิราการ  นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ที่ไม่เขียนเอาไว้ เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาสู่สภา  และจะมีการแปรญัตติเพิ่มเติมในส่วนที่เหมาะสมและจะมีการเขียนในภายหลัง อีกทั้งขณะร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวคณะกรรมการคปพร.ไม่มีนักกฎหมายมหาชนคอยให้คำปรึกษาในเรื่องนี้


"ตุ๊ดตู่"ชุ่ยเซ็นชื่อเสนอโดยไม่อ่าน

ขณะที่นายจตพร  พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน อดีตนปก. ที่ร่วมเข้าชื่อเสนอร่างฯ กลับกล่าวว่า ต้องศึกษารายละเอียดอีก 1-2 วันเพราะขณะนี้ยังไม่ทราบร่างดังกล่าวอย่างชัดเจน

ด้านนายคมสัน  โพธิ์คง  อดีตส.ส.ร. ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะขัดแย้งกับองคมนตรีหรือไม่ ซึ่งตามหลักการองคมนตรี  ตามรัฐธรรมนูญ 40 หรือ 50 แม้จะเป็นองคมนตรีเหมือนกัน แต่ก็เป็นองคมนตรีคนละรัฐธรรมนูญ อยู่ภายใต้อำนาจกติกาและโครงสร้างของรัฐธรรมนูญคนละฉบับ ซึ่งต้องเขียนบทเฉพาะกาลรองรับองคมนตรีไว้เหมือนกับนายกฯและส.ส.

"การที่ไม่เขียนรองรับสถานะองคมนตรีไว้     แม้จะไม่มีผลต่อการมีอยู่ขององคมนตรีแต่ก็จะถูกตีความว่าเป็นองคมนตรีในรัฐธรรมนูญฉบับใด  ซึ่งจะเป็นความตั้งใจหรือพลั้งเผลอก็ไม่ทราบได้"อดีตส.ส.ร.กล่าว



ที่เหลือตามไปอ่าน กันก็แล้วกันครับ......ตามลิ้งค์ในทู้
บันทึกการเข้า
Aha555
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168



« ตอบ #4 เมื่อ: 22-05-2008, 20:36 »

 

มารเหลี่ยมมัน อยากเป็นนายก จนตัวสั่น...
ต้องเร่งล้มรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพราะมันจะได้ไม่ต้องขึ้นศาล
คนฉลาด ๆ มักจะรู้ทันเล่ห์มารเหลี่ยม...
เห็นจะมีแต่พวกรากโง่...โดนหลอกซ้ำซาก
แก๊งมารเหลี่ยมมันบอกจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน
ก๊าก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
รากโง่มันก็เชื๊อ เชื่อ
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #5 เมื่อ: 23-05-2008, 08:58 »

ที่หมวด 15  ในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา 291  เป็นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แต่ ร่างที่ นำยื่น ต่อ คุณปู่ชิดชัย พ่อ คุณเนวิน แห่ง บุรีรัมย์ นคร....ที่ กำลังจะเป็นเจ้าของประเทศ

มันไม่ใช่การแก้ไข รัฐธรรมนูญ แล้ว มั๊งครับ........เพราะ เหลือ มาตรา 1  มาตราเดียว...

ผมว่า มันน่า จะเป็นล้มล้างรัฐธรรมนูญ มากกว่ามั๊ง......เพราะ มันเกินกว่า 90 % ไม่น่าจะเรียกว่า แก้ไขแล้ว

เอาให้พอเลยเพ่ ...ลูกหลาน ศรีธนนชัย ทั้งนั้น


 


บันทึกการเข้า
เพื่อนร่วมชาติ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 777


« ตอบ #6 เมื่อ: 23-05-2008, 09:07 »

ที่หมวด 15  ในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา 291  เป็นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แต่ ร่างที่ นำยื่น ต่อ คุณปู่ชิดชัย พ่อ คุณเนวิน แห่ง บุรีรัมย์ นคร....ที่ กำลังจะเป็นเจ้าของประเทศ

มันไม่ใช่การแก้ไข รัฐธรรมนูญ แล้ว มั๊งครับ........เพราะ เหลือ มาตรา 1  มาตราเดียว...

ผมว่า มันน่า จะเป็นล้มล้างรัฐธรรมนูญ มากกว่ามั๊ง......เพราะ มันเกินกว่า 90 % ไม่น่าจะเรียกว่า แก้ไขแล้ว

เอาให้พอเลยเพ่ ...ลูกหลาน ศรีธนนชัย ทั้งนั้น


 




ถ้าสังเกตคำพูดของพวกมัน จะเห็นว่าไอ้พวกนี้เป็นพวกมีปมด้อย มีปัญหาทางจิตกันทั้งนั้น

สมัยพ่อเหลี่ยมของพวกมัน เห็นประเทศอื่นมีอะไรก็อยากมีกะเค้าบ้าง ทั้งไนท์ซาฟารี แอร์ฟอร์ซวัน ฯลฯ

พอพวกมันเห็นพันธมิตรชุมนุมต่อต้าน พวกมันก็อยากมีม็อบมั่ง บอกพันธมิตรทำได้ ทำไมพวกมันจะทำมั่งไม่ได้

พอมาถึงเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ไอ้หมักเมถุนนี่แหละ บอกว่าทีทหารยังฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ แล้วทำไมพวกมันจะแก้รัฐธรรมนูญมั่งไม่ได้

โรคจิต
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: