ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
18-10-2026, 03:00
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  บทความหมอประเวศ วะสี : เรื่องรัฐธรรมนูญ ( อ่านแล้วกระจ่างแจ้ง ) 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
บทความหมอประเวศ วะสี : เรื่องรัฐธรรมนูญ ( อ่านแล้วกระจ่างแจ้ง )  (อ่าน 2213 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« เมื่อ: 05-04-2008, 03:17 »

บทความหมอประเวศ: เรื่องรัฐธรรมนูญ
 
แก้รัฐธรรมนูญมาตรา237 แก้ที่ตัวเองตัดกรรมแก้หลักการก่อเวร

พรรคร่วมรัฐบาลได้มีมติจะแก้รัฐธรรมนูญมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย และเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ ถ้าการถกเถียงใช้เหตุใช้ผลใช้ประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้งก็เป็นเรื่องที่ดี มีความเป็นอาริยะดีกว่าการใช้อำนาจ การเอาสีข้างเข้าถูหรือการข่มขู่แบบอันธพาล ซึ่งเป็นอนาริยะ คนไทยต้องร่วมกันขับเคลื่อนประเทศด้วยวิถีอาริยะ จึงจะพ้นวิกฤติได้ วิถีอนาริยะจะนำประเทศเข้าไปสู่ความรุนแรง สังคมไทยควรจะร่วมกันวิเคราะห์การแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ ในที่นี้จะจำกัดอยู่จำเพาะมาตรา 237

1.การใช้เงินซื้อเสียงคือต้นเหตุวิกฤติทางการเมือง

การเมืองจะเป็นไปด้วยดีมีประโยชน์ต่อประเทศต่อเมื่อนักการเมืองมีความสุจริต มีความรู้ความสามารถ ตั้งใจอุทิศตัวเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ใช่เข้ามาโดยหวังตักตวงผลประโยชน์เข้าตัวเอง

การเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมามีการใช้เงินจำนวนมากไปซื้อเสียงเพื่อเข้าสู่อำนาจทางการเมืองจนเรียกกันว่าMoney Politics หรือระบบเงินเป็นใหญ่หรือธนาธิปไตย ธนาธิปไตยทำให้การเมืองบิดเบี้ยวไปจากนิยามของนักการเมืองที่ดีข้างต้นในเรื่องความสุจริต ความรู้ความสามารถ การอุทิศตัวเพื่อส่วนรวม ความไม่ตักตวงผลประโยชน์เข้าตนเอง

เมื่อขาดนักการเมืองคุณภาพคุณธรรมก็บริหารบ้านเมืองไม่ได้ผล สังคมรังเกียจ แล้วก็เกิดปฏิวัติรัฐประหารซึ่งก็แก้ปัญหาไม่ได้เกิด เป็นวงจรน้ำเน่าทางการเมืองวนเวียนอยู่อย่างนั้น ทำให้ประเทศไม่สามารถพัฒนาไปสู่ความเจริญอย่างแท้จริงได้

ในเมื่อการใช้เงินซื้อเสียงคืออุปสรรคของประเทศจึงมีความพยายามที่จะสกัดกั้นการใช้เงินซื้อเสียงด้วยประการต่างๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ธนาธิปไตยยังครองพื้นที่ทางการเมืองไทยเรื่อยมา ในร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ผู้ร่างจึงพยายามหากลไกที่จะสกัดกั้นธนาธิปไตยโดยวางยาให้แรง รัฐธรรมนูญมาตรา 237 คือยาแรงขนานนั้น แต่ก็ต้องมาดูกันว่าจะได้ผลหรือไม่

2.รัฐธรรมนูญมาตรา 237 วรรคสอง ของมาตรา 237 มีความดังต่อไปนี้ 

ถ้าการกระทำของบุคคลตามวรรคหนึ่งปรากฏหลักฐานอันเชื่อได้ว่าหัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารของพรรคการเมืองผู้ใด มีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยหรือทราบถึงการกระทำนั้นแล้ว มิได้ยับยั้งหรือแก้ไขเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ตามมาตรา 68 และในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง และกรรมการบริหารพรรคการเมืองดังกล่าวมีกำหนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมือง

เจตนารมณ์ของมาตรานี้คือให้พรรคการเมืองมีความรับผิดชอบร่วมกันดูแลซึ่งกันและกันอย่าให้ทำผิด ถ้าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรครู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยให้ทำผิด ต้องถูกยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง การบัญญัติโทษให้แรงโดยหวังว่าจะเกิดความกลัวเกรงไม่กล้าทำผิด แต่ก็ปรากฏว่ามีกรณีการทำผิดตามมาตรานี้ และถูกส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาซึ่งอาจถูกตัดสินให้ยุบพรรคชาติไทย มัชฌิมาธิปไตย และพลังประชาชน

ประเด็นของการจะแก้รัฐธรรมนูญมาตรา237 คือ ถ้ามีการทำผิดให้ลงโทษเฉพาะตัวบุคคลไม่ให้ยุบพรรค

3.ประเด็นที่เกิดตามมาจากการแก้มาตรา 237  

การแก้มาตรา237 ดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดประเด็นตามมามากมาย เช่น

(1) ขนาดมีบทลงโทษที่หนักยังไม่เกรงกลัว ถ้าแก้ไขให้เบาก็จะยิ่งไม่เกรงกลัวในการทำผิดยิ่งกว่านี้ การเมืองก็จะไม่พ้นวิกฤติ บ้านเมืองก็จะติดขัดต่อไป

(2) การมีบทลงโทษที่หนัก ถ้าเราไม่ทำผิดเสียอย่าง บทลงโทษที่ว่าหนักก็ไม่มีปัญหาอะไรแก่เรา ที่ว่ารัฐธรรมนูญไม่ดีๆ นั้น ที่จริงรัฐธรรมนูญไม่ดี หรือผู้ปฏิบัติผิดรัฐธรรมนูญไม่ดี

(3) ถ้าเราทำผิดกฎหมายแล้ว แทนที่จะแก้ที่ตัวเองกลับไปแก้กฎหมาย ตรรกะนี้ถ้านำไปใช้กันได้ก็จะเกิดเรื่องน่าเกลียดน่ากลัวที่พิลึกพิลั่นต่อไปได้มาก หวังว่าโจรคงจะไม่ขอแก้กฎหมายให้การเป็นโจรไม่มีความผิด หรือนักเรียนขอแก้ไขวินัยโรงเรียน หรือขอแก้การสอบให้ง่ายเข้า

(4) จริงอยู่พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภา อาจใช้อำนาจของเสียงข้างมากแก้รัฐธรรมนูญได้ แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าคือการใช้อำนาจนั้นทำเพื่อตัวเองหรือเพื่อความถูกต้องดีงามของบ้านเมือง

(5) ถ้ามีข้อสงสัยในเรื่องทำเพื่อตัวเองหรือเพื่อความถูกต้องดีงามในบ้านเมือง แม้จะแก้รัฐธรรมนูญได้ แต่จะมีต้นทุน (Cost) ที่สูงมาก คือขาดความเชื่อถือไว้วางใจ (Trust) เช่นว่าถ้าใช้อำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองได้ ต่อไปรัฐบาลจะทำอะไรๆ อย่างอื่นเพื่อตัวเองอีกหรือไม่

(6) รัฐบาลที่ขาดความเชื่อถือไว้วางใจจากสังคมอยู่ได้ยาก ทำอะไรๆ จะลำบากไปหมด หรืออาจเกิดการต่อต้านขึ้นมาได้ ถ้าเราดูในประวัติศาสตร์ของจีน ซึ่งมีการบันทึกที่ยาวนานที่สุดจะเห็นได้ว่าเมื่อรัฐบาลขาดความชอบธรรม จะเกิดความกระด้างกระเดื่อง เกิดกบฏ หรือเกิดการลุกฮือของราษฎร  จนเป็นเหตุให้เปลี่ยนราชวงศ์อยู่บ่อยๆ 

(7) รัฐบาลจะมั่นคงต่อเมื่อตั้งอยู่ในความถูกต้อง พยายามรักษาน้ำใจของคนในชาติ มีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนเข้ามารวมพลังสร้างชาติบ้านเมือง มีวจีสุจริต มิใช่โฮกฮากขากถุยทะเลาะกับผู้คน หาความสัตย์มิได้เป็นประจำวัน 

(Cool การแก้ไขตัวเองเป็นการตัดกรรม แต่การแก้ไขหลักการจะก่อเวรต่อๆ ไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด จนอาจถึงเกิดจลาจลในบ้านเมือง

(9) คนไทยพึงรู้เท่าทันว่า คนที่ฉลาดๆ บางคนที่ออกแบบวางตัวองค์ประกอบของรัฐบาล อาจจงใจให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมือง ต้องระวังอารมณ์ ใช้การต่อสู้ที่เป็นวิถีอาริยะให้มากที่สุด เพื่อป้องกันการจลาจล

4.การต่อสู้ตามวิถีอาริยะ

เมื่ออำนาจจักรภพอังกฤษอันเกรียงไกรที่สุดในโลกเข้าครอบครองกดขี่อินเดียอินเดียไม่มีอำนาจทางพละกำลังที่จะไปต่อสู้กับอังกฤษได้เลย อังกฤษเป็นฝ่ายขาดความชอบธรรม หรือเป็นอธรรม คนอินเดียที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพของตนเองเป็นฝ่ายธรรมะ ในธรรมาธรรมะสงครามคราวนั้น มหาตมะ คานธี ได้นำการต่อสู้ด้วยอหิงสธรรม ฝ่ายธรรมะมีชัยในที่สุด อังกฤษยอมปล่อยอินเดียเป็นอิสระ

คนขาวได้ใช้อำนาจเข้าปกครองประเทศแอฟริกาใต้และใช้สิทธิเหยียดผิว(Apartheid) อย่างรุนแรง คนแอฟริกาใต้ที่พยายามต่อสู้เพื่ออิสรภาพของตนเองถูกสังหารและถูกจองจำไปเป็นอันมากท่ามกลางความกดดันจากประชาคมโลก คนขาวที่ปกครองแอฟริกาใต้อยู่ก็ไม่กล้าลงจากอำนาจเพราะกลัวคนดำจะแก้แค้น เนลสัน แมนดาลา ผู้นำต่อสู้เพื่ออิสรภาพได้รับความเชื่อถือจากทุกฝ่ายสัญญาว่าจะใช้อหิงสธรรม คนขาวจึงกล้าลงจากอำนาจปล่อยให้แอฟริกาใต้มีอิสรภาพ

การใช้อำนาจครอบงำเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเป็นอธรรม จะก่อให้เกิดการต่อสู้เพื่ออิสรภาพเสมอ การใช้อำนาจครอบงำอินเดียของคนอังกฤษและครอบงำแอฟริกาใต้ของคนขาวเป็นสิ่งที่ตรงไปตรงมาเห็นได้ง่าย แต่อำนาจครอบงำโดยเงินขนาดมหึมาที่เข้ามายึดอำนาจทางการเมืองนั้นซับซ้อนมากกว่า  การต่อสู้เพื่อปลดแอกจากการครอบงำต้องใช้ความจริง ความมีเหตุมีผล สันติวิธี อยู่ภายในกรอบของกฎหมาย มีความสุภาพ และอหิงสธรรม

นี้คือหนทางธรรมอันเป็นอาริยวิถี

ใครใช้หนทางอธรรมอันเป็นอนาริยวิถีจะพ่ายแพ้ในที่สุดเพราะธรรมย่อมชนะอธรรมเสมอ

อาริยวิถีย่อมชนะใจสาธารณะ


เราคนไทยด้วยกันอย่าไปแบ่งเป็นพวกรักทักษิณกับพวกเกลียดทักษิณเลย แต่เป็นพวกที่รักความถูกต้องดีงามในบ้านเมืองด้วยกัน หนีห่างจากอนาริยวิถี ใช้อาริยวิถี ไม่ใช้อำนาจครอบงำด้วยประการใดๆ แต่เคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้ประชาธิปไตยเป็นธรรมาธิปไตย และประเทศไทยสามารถก้าวหน้าไปสู่ความเจริญอย่างแท้จริงได้ในที่สุด และเราคนไทยมีความภูมิใจร่วมกันในความถูกต้อง


ประเวศ วะสี
 

ที่มาคมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/2008/04/04/x_pol_k001_197054.php?news_id=197054
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-04-2008, 03:19 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #1 เมื่อ: 05-04-2008, 04:58 »

เมื่อรัฐธรรมนูญถูกแก้เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง
ก็ไม่ใช่รัฐธรรมนูญของคนทั้งประเทศอีกต่อไป

เมื่อรัฐบาลใช้อำนาจเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ก็ไม่ใช่รัฐบาลของคนทั้งประเทศอีกต่อไป


ปวงชนต้องหันมายึดหลักธรรม เลิกเคารพรัฐธรรมนูญ
หันมาต่อสู้ด้วยอาริยวิถี กับรัฐบาลที่ลุแก่อำนาจ

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 05-04-2008, 05:20 »

ก็ในเมื่อประชาชนลงมติรับแล้ว หากจะแก้ไขก็มีทางเดียว

กลับไปตั้ง สสร.ชุดใหม่ ให้ประชาชนร่วมแก้ไข แบบ 2540

หากดันทุรัง ก็มีเรื่องแน่นอนครับ


ไม่ใช่ให้นักการเมืองมาแก้ไขกฎประเทศ เพื่อประโยชน์นักการเมือง
บันทึกการเข้า

Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #3 เมื่อ: 05-04-2008, 05:34 »

อ้างถึง
    ถามถึงการตั้งส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญแทน  นายสมัคร  แย้งว่า คุณไม่เข้าใจเลยว่าเขามีระบบเลือกตั้งเอาตัวแทนไปทำงานในสภา  นี่เป็นระบบรัฐสภา  ตกลงตั้งส.ส.ร.ต้องยกสภานี้ไปเหรอ แล้วกฎหมายอื่น  ๆ ทำไมไม่ตั้งส.ส.ร. กฎหมายทุกฉบับไม่ตั้งส.ส.ร.ทุกฉบับไม่ดีเหรอ คนเป็นส.ส.ทั้งสภา 480 คนไม่มีปัญญาจะวินิจฉัยเรื่องนี้เหรอ วุฒิสมาชิกอีก 200 คน จะไปตั้งคนอื่นมาอีกทำไม
    ถามว่าเหตุใดส.ส.จึงไม่ร่างรัฐธรรมนูญปี 40 เองแต่ต้องให้ส.ส.ร.ร่าง นายสมัคร อธิบายว่า
    เขาทะเลาะกันมาตั้งแต่ปฏิวัติปี  34 เขาเถียงกันตั้งแต่คุณอานันท์มาเป็นนายกฯหนที่ 2 ว่ารัฐธรรมนูญจะต้องแก้ไข  แล้วจะต้องแก้ไขต่อไปทำให้มันดี ตอนนั้นเขาก็ตกลงกันไว้ว่าเขาจะฟังความประชาชน ผมฟังความตอนนั้นแล้ว
    "เขาตั้งส.ส.ร.มา  100 คน เขาเอามาจากไหน ไม่ใช่ประชาชนเลือกมาแต่เขาตั้งมา แต่เอาไปตามต่างจังหวัด  แต่ละจังหวัดเขาทำกันอย่างไรรู้ไหม มีประชากรเป็นล้าน มีคนโหวตได้ตั้งหลายแสน แต่มีคนมาร่วมประชุม  800  คน แล้วทุกคนก็เข้าคิวมีไมโครโฟนอยู่แล้วก็บอกว่าต้องการอะไร จดยิก ๆ ต้องการอะไรจดยิก   ๆ  แล้วก็เสร็จแล้วประชุมครั้งที่  1  แล้วก็กลับมาทำซอร์ทติ้ง  อะไรซ้ำกันๆๆๆ ยกร่างไป แล้วก็ออกมาอีก เชิญอีก แล้วก็ 800 คนเก่านั่นกลับมา เสร็จเรียบร้อยลงมติบอกว่าโอเคเห็นชอบ ไอ้นี่ล่ะที่คนหยิบมือหนึ่งเท่านั้นเอง คนที่สนใจการเมือง คนเป็นแสน ๆ จะมาอยู่ในห้องประชุมได้ยังไง  นั่นล่ะส.ส.ร.แต่เราก็ไม่ว่า ส.ส.ร.จัดการทำพิธีออกมามันดี มันดีเราก็ชอมว่าดี แล้วยังไงจะเอาอีกก็ได้ผมไม่ว่าหรอก แต่ว่าให้ผมแก้ตรงนี้ก่อน แล้วจะร่างใหม่ก็ได้ "

http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=5/Apr/2551&news_id=156749&cat_id=501

คลิ้กไปอ่านมันแถกกก เต็มๆได้ครับ
มันเอาแน่ ไม่กลัวใคร นอกจากลูกพรรค(ของไอ้แม้ว)


พวกเวรนี่มันมาแบบประชาธิปไตย
แต่พอนั่งเก้าอี้มีอำนาจปุ๊บ

แปลงร่างเป็นเผด็จการปั๊บ จัญไsแท้ๆ


บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
หน้า: [1]
    กระโดดไป: