ขอพูดต่ออีกหน่อย

จากประเด็นในเนื้อหากระทู้ต้นเรื่อง
๑. ค่านิยมรวยทางลัด -- ขอประทานโทษแค่คนอีสานหรือ ตลกที่สุด พวกทำธุรกิจแบบตีหัวเข้าบ้าน มีเยอะแยะ ลูกจีนหลานจีนนี่ก็มาก พวกแชร์แม่ชม้อย สารพัดแชร์ลูกโซ่ นี่ฝีมือคนภาคไหนกันคู้นนน
๒. ค่านิยมมีสามีฝรั่ง - เอ๋า นี่ไม่เคยได้ยินสาวไทยบางคนที่มีการศึกษาดี มีฐานะ บอกว่า อยากแต่งงานกับฝรั่งต่างชาติ เหตุผลก็คือว่า คุณผู้ชายไทยไม่มีความรับผิดชอบ ไม่โรแมนติก และชอบมีภรรยาน้อย บ้างหรืออย่างไร (มาตะเภาเดียวกัน พวกเหมารวม)

ฯลฯ
ถ้าจะแย้ง ยังแย้งได้อีกเพียบ

ขอแย้งคับ ท่านปะทานที่พาผู้คนไปยิงตู้เย็น
๑ ( อุ๊ย...เพิ่งสังเกตนะว่าคุณเหม่ยใช้เลขลาว

)
สำหรับความคิดของไอ้กระพ้ม
ไม่เคยบอกว่าคนอีสานและรากหญ้าอยาก "รวยทางลัด" นะครับ
แต่พูดถึงพฤติกรรม "ถมเท่าไหร่ไม่รู้จักเต็ม - ได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ - หาเรื่องขอได้เรื่อย ๆ"
ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เป็นเพราะโลภมาก อยากได้อะไรต้องเอา้เยอะ ๆ ดี ๆ แบบที่คนกรุง - คนเมืองมี
แต่หมายถึงการดำเนินชีวิต และกิจกรรมทางเศรษฐกิจประเภท
"รั่วตรงโน้นรั่วตรงนี้" + รูไหนรั่วก็ยังรั่วซ้ำู่ร่ำไป + ต้องได้รับการอุดหนุนอนุเคราะห์แทบทุกขั้นตอน"
...ซึ่งถ้าหากภาคธุรกิจอื่นใดมีพฤติกรรมแบบนี้
...เจ๊ง ครับ
ปัญหาเดิม ๆ ซ้ำซาก ตั้งแต่ ราคาตก คุณภาพต่ำ ไม่มีที่จัดเก็บ ผลิตผลล้นตลาด ฯลฯ
แล้วก็แก้ด้วยวิธีการเดิม ๆ คือ ปล่อยเงินกู้ ตั้งกองทุน พักชำระหนี้ ประกันราคา ฯลฯ
...ที่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็คือการ "ใส่เงิน ( งบประมาณของผู้คนทั้งประเทศ รวมทั้งที่ได้มาจากภาคธุรกิจอื่น ๆ ) ลงไป"
จนถ้าหากถอยออกมาแล้ว มองกลับลงไป ก็อาจจะพูดได้ว่า
"ตลอดเวลา 20 ที่ผ่านมา ที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยขยายตัวอย่างรวดเร็วหากเทียบกับช่วงก่อนหน้า ด้วยศักยภาพทางด้านการผลิตและให้บริการของภาคอุตสาหกรรม - พาณิชยกรรม - บริการ นั้น
ธุรกิจภาคการเกษตรของประเทศกลับ "เดืนถอยหลัง" เข้าสู่สภาพเป็นตัวฉุดรั้ง ถึงขั้นแสดงตัวว่าไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างซ้ำซาก"
หากวิเคราะห์ตาม BCG Model ( Star -- Cash Cow -- Problem Child -- Dog )
ก็ต้องบอกว่า ธุรกิจภาคการเกษตร ( หมายถึงรายย่อย - ส่วนรายใหญ่อย่าง CP ต้องเรียกว่า "เกษตรเชิงอุตสาหกรรม" )
กำลังจะหลุดจาก Problem Child ไปเป็น Dog ...แต่บังเอิญ ผู้คนในภาคธุรกิจกลุ่มนี้เป็น "ผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศ"
หรือ "ฐานเสียง" ของนักการเมือง ทั้งนั้น !
จึง "เลิกไม่ได้" แม้ว่า รบ.เปรม จะพยายามผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าไปรองรับแรงงานในส่วนนี้ แล้วลดบทบาทภาคเกษตรลง ให้ค่อย ๆ กลับไปสู่สภาวะเศรษฐกิจพอเพียง - พึ่งพาตัวเองได้ตามอัตภาพ เหมือนเปลี่ยนบทบาทเป็น "ก็อกสอง" ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ
แต่
"รบ.ทุนนิยมจ๋า + ประชานิยมจี๊ด" ในสมัยหลัง ๆ กลับเลือก "เล่นการเมือง" ด้วยการรักษาฐานมวลชนภาคการเกษตรนี้ไว้ แถมยังส่งเสริม สร้างค่านิยมให้แก่ประชาชนในภาคส่วนนี้ เข้าใจว่าตนเป็น "ผู้มีบุญคุณเหนือผู้คนทุกภาคส่วนในแผ่นดิน"
...หรือตั้งหน้าตั้งตา "สอพลอตอแหล เพื่อให้ชาวไร่ชาวนาพากันหลงใหลได้ปลิ้ม" กันไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองจากแก๊งไหน หน้าเหลี่ยมหรือหน้าหล่อ ตัวเตี้ยหรือตัวอ้วน
ตัวอย่างเปรียบเทียบ ...โรงงานแห่งหนึ่ง มีการผลิตสินค้าหลายอย่าง ซึ่งก็มีัทั้งสินค้าที่ "ขายดิบขายดี - ยังขายได้เรื่อย ๆ - ผีเข้าผีออก และ ยิ่งทำยิ่งเจ๊ง"
...ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าไอ้กลุ่มสินค้าประเภท "ยิ่งทำยิ่งเจ๊ง" นั้น สมควร "หมดเวลา" หรือ "ผ่อนเบาซึ่งการสนับสนุนส่งเสริม" ลงได้แล้ว
...หรือถ้าบังเอิญสินค้าตัวนั้นยังเป็น "สิ่งทำขึ้นเพื่อใช้กันเอง - แจกจ่ายกันเองในลักษณะสวัสดิการ" ก็สมควรลดบทบาทลง ให้กลายเป็นเพียงส่วนงานเล็ก ๆ เอกเทศ จากนั้นก็สนับสนุนกันไปตามอัตภาพ โดยพนักงานในส่วนนี้ก็ทำงานไปเรื่อย ๆ สบาย ๆ แบบรับรู้ว่า "เงินไม่มาก + โบนัสไม่มี" หรือถ้าพบว่ามีพนักงานรายไหนที่ยังมีความกระตือรือร้น - ทะเยอทะยาน - ต้องการแสดงศักยภาพ
ก็ให้โอนย้ายไปยังส่วนงานอื่น ๆ ที่ "่กำลังทำเงิน"
ไ่ม่ใช่ดันทุรังทุ่มเทเงินทุนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ลงไปอีก "ซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
ไม่ว่าจะ เพื่อ "แก้ปัญหาซ้ำซากที่เกิดขึ้นแล้วก็ยังเกิดขึ้นอีก ( รั่วรูเดิม )"
หรือ เพื่อ "แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากความเสื่อม ( รูรั่วใหม่อันเกิดจากความเก่า )"
เพียงเพราะ "แผนกนี้คนเยอะี แถมเ็ป็นพวกกรู - คนของกรูทั้งนั้น"
หรือ ถ้าจะอ้างเรื่อง OTOP ว่าเป็น "การแทรกตัวลงไปทดแทนธุรกิจภาคการเกษตร เพื่อลดบทบาทธุรกิจภาคการเกษตรลง"
ก็ต้องทำให้ - บอกให้ผู้คนในภาคการเกษตรเหล่านี้
"รับรู้และตระหนักว่าต่อไป OTOP จะต้องถูกกำหนดให้เป็นกิจกรรมหลักในการหารายได้ของประชากรในชุมชน" ไม่ใช่ไป "ตอแหลเอาใจ" ว่า "OTOP เ็ป็นช่องทางเพิ่มรายได้ - จะได้มีเงินเอาไว้ซื้อของสนองตอบตัณหาที่กิจกรรมภาคการเกษตรไม่่สามารถตอบสนองให้ได้"
OTOP คือ Problem Child ที่ชาวบ้านเองก็ยัง "ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย - ผีเข้าผีออก" และบางคนก็ยอมรับว่า หากไร้การสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น ไม่มีการสนับสนุนทางการตลาด ไม่มีการช่วยเหลือทางด้าน R&D แล้ว ไอ้สิ่งที่เรียกว่า OTOP นี้ก็ ..."ตายหยังเขียด"...
ในขณะเดียวกันนั้น
ภาคการเกษตรก็เป็น Problem Child ที่ชาวบ้านเองก็เห็นเค้าลางแล้วว่า "อนาคตพร่ามัว"
เพราะเมื่อเปรียบเทียบสินค้าี่ที่ตนผลิตกับ "สินค้า ( ผลผลิตด้านการเกษตร ) นำเข้าจากต่างประเทศ" แล้ว ก็เริ่มยอมรับว่า "สู้เขาไม่ได้" ทั้งในด้านคุณภาพ การตลาด และราคา
แบบนี้แล้ว...ยังจะให้ "ชาวบ้านระดับรากหญ้า ( ที่ส่วนใหญ่จะเป็น "รากหญ้าจริง" - ไม่ใช่ "รากหญ้าของทักษิณ" )
ต้องรับภาระดูแล "เด็กมีปัญหา ( Problem Child )" ถึง 2 คน อีกหรือ ?
แค่นั้นไม่พอ
...ยังบังคับกงการให้ภาคธุรกิจส่วนอื่นต้องแบ่งสรรรายได้ ไปถมเทลง ในแบบที่รัฐบาลเองก็ไม่สามารถตอบได้ว่าการสงเคราะห์เหล่านี้สมควรจะจบสิ้นหรือผ่อนคลายลง...เมื่อไหร่
คงไม่ต้องตั้งข้อสังเกตนะว่า หากยังปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปแล้ว ประเทศไทยจะสู้ประเทศอื่น ไม่่ว่าจะเป็นเวียดนาม ลาว เขมร พม่า ได้อย่างไร
...แทนที่จะ "เอาเงินกำไรที่ได้จากภาคส่วนอื่น ๆ" ไปสร้างเสริมพื้นฐาน + ความแข็งแกร่งให้ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาของเยาวชน หรือแม้แต่ทางด้านศักยภาพทางทหาร
...นี่กลับต้องเอามา "เทใส่รูรั่วเก่า ๆ + ปะผุครั้งแล้วครั้งเล่า" ให้กับ "ถังน้ำผู้มีพระคุณต่อปู่ย่าตายายของเรา" ทั้งที่ปัจจุบันนี้เราใช้น้ำจาก "ก๊อก + ท่อประปา และถังพลาสติกราคาถูก ๆ" ในชีวิตประจำวันได้อย่างเพียงพอและสะดวกดาย
เดี๋ยวจะลากยาวไปไกล...ขอกระเด้งกลับมาที่ข้อ
๒ ( สังเกตว่ายังเป็นเลขลาวอยู่

)
การเอาผัวเป็นแขก นิโกร ฝรั่ง หรือมันแกว ของสาวไทยไม่ว่าจะอยู่ในภูมิภาคไหน
...ไม่มีใครเขาติดใจในเรื่อง "รสนิยม"
แต่การ "เอาผัวฝรั่ง" ของสาว ( บางทีก็ไม่สาว ) อีสาน "จำนวนไม่น้อย" เป็นไปในลักษณะ "เอามาแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ"
เพราะหลาย ๆ คน "แทบไม่เคยรู้จักฝรั่ง" ที่กำลังจะมาเป็็นผัวของตน
เพียงแต่รู้ว่า "มันมีเงิน"
แถมยังพอใจที่ "มันแก่แล้ว อยู่ไปอีกไม่กี่ปีมันก็ตาย"
ซึ่งเหล่านี้มิใช่ลักษณะของ "การเอาผัวตามธรรมชาติ"
แต่เป็นการ "หาผู้อุปถัมป์" ทางด้านฐานะการเงิน
...หนักหนาสาหัสแค่ มีการทำวิจัย ด้วยการไปถามเด็กวัยก่อนประถม ในเขตพื้นที่อีสาน ว่า
"หนูอยากเป็นอะไรเมื่อโตขี้น"
แล้วก็ได้คำตอบอันไร้เดียงสา แต่ทำเอานักวิชาการถึงกับอึ้ง ว่า
"อยากเป็นเมียฝรั่งก้ะ..."