ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
12-10-2026, 02:05
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  ห้องสาธารณะ  |  อ่านมุมมอง แปรรูปฯ กฟผ. ของ รศ.ดร. พิชิต ใครทำลายชาติกันแน่ น่าสนใจมากส์ 0 สมาชิก และ 6 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2 3
อ่านมุมมอง แปรรูปฯ กฟผ. ของ รศ.ดร. พิชิต ใครทำลายชาติกันแน่ น่าสนใจมากส์  (อ่าน 10565 ครั้ง)
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« เมื่อ: 06-05-2006, 14:05 »

ต้านแปรรูป กฟผ. ใครทำลายสมบัติชาติกันแน่?

มองมุมใหม่ : รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

พลัน ที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาให้พระราชกฤษฎีกาแปลงสภาพการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย (กฟผ.) ให้เป็นบริษัทมหาชน ว่า "มิชอบด้วยกฎหมาย" กลุ่มต่อต้านโลกาภิวัตน์ก็ไชโยโห่ร้อง เปล่งเสียง "ชัยชนะ" กันอย่างกึกก้องว่า พวกตน "ปกป้องสมบัติชาติ" ไว้ได้ในที่สุด

พวก เขาคัดค้านการแปลงสภาพ กฟผ. โดยอ้างว่า กิจการสาธารณูปโภคจะต้องอยู่ในมือของรัฐเท่านั้น การแปลงสภาพ กฟผ. จะมีผลให้เอกชนเข้ามาผูกขาดกิจการไฟฟ้าของประเทศ ทำให้ไฟฟ้ามีราคาแพงเพราะต้องบวกกำไรของเอกชน และที่เลวร้ายกว่านั้น คือ ทุนต่างชาติอาจเข้ามายึดครอง กฟผ.ทำให้ "ทรัพย์สินของชาติ" จำนวนมหาศาลตกไปอยู่ในมือของต่างชาติ นัยหนึ่ง กฟผ. คือ "ชาติ" และการแปลงสภาพ กฟผ. ก็คือ "ขายชาติ"

แต่ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงการบิดเบือนข้อมูล ปลุกปั่นอารมณ์คลั่งชาติและเกลียดกลัวต่างชาติอย่างไร้เหตุผลโดยกลุ่มต่อ ต้านโลกาภิวัตน์เท่านั้น โดยไม่สนใจผลกระทบทางลบที่จะเกิดขึ้นกับคนไทยผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศและ กิจการไฟฟ้าโดยรวมในระยะยาว

ข้อเท็จจริงคือ ปัจจุบัน กฟผ. ไม่ใช่ผู้ผลิตไฟฟ้าเพียงรายเดียวให้กับประเทศไทย แต่มีผู้ผลิตเอกชนร่วมด้วย เพราะที่ผ่านมา เศรษฐกิจและความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น กฟผ.ไม่มีเงินทุนที่จะขยายการผลิตไฟฟ้าให้ทัน จึงต้องมีโครงการให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนเข้ามาลงทุนตั้งโรงไฟฟ้า แล้วป้อนไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของ กฟผ.

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 24,000 เมกะวัตต์ เป็นของ กฟผ. 15,000 เมกะวัตต์ หรือร้อยละ 63 เป็นของโรงไฟฟ้าเอกชน 9,000 เมกะวัตต์ หรือร้อยละ 37 แต่ในการผลิตไฟฟ้าจริงคิดเป็นล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี กฟผ. ผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้เพียงร้อยละ 47 ในขณะที่ผู้ผลิตเอกชนผลิตได้ร้อยละ 50 อีกร้อยละ 3 เป็นการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

ฉะนั้น ครึ่งหนึ่งของปริมาณไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ จึงเป็นไฟฟ้าที่ผลิตโดยเอกชน และค่าไฟฟ้าทุกวันนี้ก็ได้รวมกำไรและดอกเบี้ยของผู้ผลิตเอกชนไว้ด้วยถึงแม้ จะยังไม่มีการแปรรูป กฟผ.เลยก็ตาม ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ เนื่องจาก กฟผ.ยังคงผูกขาดรับซื้อไฟฟ้าแต่เพียงผู้เดียวจากเอกชน ไปขายต่อให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทำให้ค่าไฟฟ้าที่ประชาชนจ่ายทุกวันนี้ต้องรวมกำไรผูกขาดค้าส่งของกฟผ.เข้า ไปอีกทอดหนึ่งด้วย

สถานะทางการเงินของ กฟผ. เห็นได้จากทรัพย์สินซึ่งมีทั้งสิ้น 400,000 ล้านบาท หนี้สิน 240,000 ล้านบาท มีภาระจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยสูงถึงปีละ 40,000-50,000 ล้านบาท ในขณะที่มีกำไรปีละ 20,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนต่อทรัพย์สินเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น กฟผ.ยังโอบอุ้มพนักงานเอาไว้มากถึง 30,000 คนทั่วประเทศ มีค่าใช้จ่ายบริหารทั่วไปสูงถึงประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี รวมเงินเดือน โบนัส สิทธิประโยชน์ต่างๆ ค่าตอบแทนผู้บริหาร และค่าบริหารสำนักงานอื่นๆ คิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 330,000 บาทต่อพนักงานหนึ่งคนต่อปี

ข้อ สำคัญคือ หนี้สินของ กฟผ.ปัจจุบันจำนวน 240,000 ล้านบาท เป็นหนี้สินที่รัฐบาลแบกภาระค้ำประกันอยู่ และถูกรวมไว้ในยอดหนี้สาธารณะของรัฐบาลไทยที่เจ้าหนี้และนักลงทุนต่างชาติ ใช้คำนวณเพื่อประเมินความเข้มแข็งทางการคลังของรัฐบาลไทยด้วย

ข้อ สังเกตคือ ปัจจุบัน มีผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรวม 63 โครงการ เป็นเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 300,000 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับประหยัดเงินลงทุนและหนี้สินของ กฟผ.และลดยอดหนี้สาธารณะที่ค้ำประกันโดยรัฐบาลไปได้ในจำนวนเดียวกัน ถ้าไม่มีผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนเหล่านี้ กฟผ.ก็จะมีหนี้สินสูงถึง 540,000 ล้านบาท มากกว่าทรัพย์สิน เท่ากับว่า กฟผ.จะอยู่ในสภาพล้มละลาย

ปัญหา ขณะนี้คือ ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประมาณว่า ประเทศไทยจะต้องมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมอย่างน้อย 30,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2554 คือ เพิ่มจากปัจจุบันอีก 6,000 เมกะวัตต์ เท่ากับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 6-10 โรง เป็นเงินลงทุนอีก 200,000 ล้านบาท ถ้าจะให้ กฟผ.ขยายตัวรองรับความต้องการส่วนนี้ กฟผ.ต้องมีแหล่งเงินทุนใหม่ที่ไม่ใช่เงินกู้ค้ำประกันโดยรัฐบาล และนี่คือสาเหตุที่ต้องแปลงสภาพ กฟผ.ให้เป็นบริษัทมหาชนแล้วนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

โดย กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 เพื่อให้ กฟผ.สามารถขายหุ้นเพิ่มทุน ระดมเงินจากประชาชนและกู้เงินจากสถาบันการเงินโดยรัฐบาลไม่ต้องค้ำประกัน
หาก บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) สามารถขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าได้เต็มจำนวนอีก 6,000 เมกะวัตต์ กฟผ.ก็จะยังคงมีส่วนแบ่งกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศมากที่สุดคือร้อยละ 70 ที่เหลือเป็นของเอกชน และเมื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ใน กฟผ. ยังคงเป็นกระทรวงการคลัง ก็เท่ากับว่า กิจการไฟฟ้าของประเทศยังคงอยู่ในมือรัฐบาลนั่นเอง

ฉะนั้น การต่อต้านการแปลงสภาพ กฟผ. ก็คือ การทำให้กฟผ.เป็นต้นไม้แคระหรือบอนไซ ไม่สามารถเติบโตไปหาแหล่งเงินกู้มาขยายการผลิตไฟฟ้าได้ และถ้าไม่มีผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหม่เข้ามา ปัญหาที่คนไทยจะประสบในอนาคตอันใกล้คือ วิกฤตการณ์ขาดแคลนไฟฟ้า มีปัญหาไฟฟ้าดับในวงกว้างเป็นช่วงๆ ดังที่กำลังเกิดขึ้นในจีนและฟิลิปปินส์ปัจจุบัน

หากฝ่ายต่อต้านโลกา ภิวัตน์สามารถสกัดการแปลงสภาพ กฟผ. ได้ตลอดไป รัฐบาลก็จะถูกบีบให้หาทางออกที่ถูกต่อต้านน้อยที่สุดคือ ให้บริษัทเอกชนเข้ามาขยายการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 6,000 เมกะวัตต์แทน กฟผ. ผลก็คือ กฟผ. จะลดความสำคัญลงในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าของประเทศ ในขณะที่ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนจะมีส่วนแบ่งและบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ใน สภาพเช่นนี้ แม้ว่า กฟผ.จะยังคงเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ แต่ก็แคระแกร็น ขณะที่กิจการไฟฟ้าส่วนใหญ่ของประเทศจะถูกแปรรูปเป็นของเอกชนเต็มรูปไปในที่ สุด และค่อนข้างแน่นอนว่า เอกชนรายใหญ่ที่เข้ามาจะมีหุ้นส่วนเป็นทุนต่างชาติ ซึ่งมีทั้งเทคโนโลยีและเงินทุนอีกด้วย

ส่วนพวกที่อ้างตัวว่า "รัก กฟผ." "ปกป้องสมบัติชาติ" และกำลังได้ดิบได้ดีอยู่ทั้งในสภาและนอกสภาขณะนี้ ถึงวันนั้น ก็คือผู้ทำลาย กฟผ.และ "ทำลายสมบัติชาติ" นั่นเอง
แก้ไขเมื่อ 30 เม.ย. 49 10:51:16
บันทึกการเข้า
100600
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 553



« ตอบ #1 เมื่อ: 06-05-2006, 14:40 »

ต้านแปรรูป กฟผ. ใครทำลายสมบัติชาติกันแน่?

มองมุมใหม่ : รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

พลัน ที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาให้พระราชกฤษฎีกาแปลงสภาพการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย (กฟผ.) ให้เป็นบริษัทมหาชน ว่า "มิชอบด้วยกฎหมาย" กลุ่มต่อต้านโลกาภิวัตน์ก็ไชโยโห่ร้อง เปล่งเสียง "ชัยชนะ" กันอย่างกึกก้องว่า พวกตน "ปกป้องสมบัติชาติ" ไว้ได้ในที่สุด


ส่วนพวกที่อ้างตัวว่า "รัก กฟผ." "ปกป้องสมบัติชาติ" และกำลังได้ดิบได้ดีอยู่ทั้งในสภาและนอกสภาขณะนี้ ถึงวันนั้น ก็คือผู้ทำลาย กฟผ.และ "ทำลายสมบัติชาติ" นั่นเอง
แก้ไขเมื่อ 30 เม.ย. 49 10:51:16



ทักษิณอ่านบทความนี้จบ
ก็ทะลึ่งตัวลุกขึ้นยืนพรวด มือขวาตบพั๊วะเข้าที่หัวใจอกซ้าย มือซ้ายกำหมัดแน่น
ลืมตัว ร้องตะโกนเอะอะไร้สติขึ้นว่า "มันอิจฉาผม" ... กร้าก กกกกกกกกกก
บันทึกการเข้า

100600
O_envi
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 495



« ตอบ #2 เมื่อ: 06-05-2006, 15:23 »

คุณ killer ครับช่วยตอบหน่อยครับถ้าแปรรูปแล้วประสิทธิภาพการบริหารงานดีขึ้นจริง
ทำไม TOT ถึงบ่นว่าขาดทุนล่ะครับ การบินไทยก็อีกหน่วยงาน
บันทึกการเข้า

The change musts come one by one.It has to start with you
หมายจับ
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: 06-05-2006, 16:20 »

thank killer ที่เอาบทความนี้ มาเปิดปัญญา ให้คนบางคนได้มีความสว่างในปัญญาซะบ้าง

แต่ไม่แน่ใจว่า "มนต์ดำของพวกกู้ซาก"  ยังติดแน่นอยู่หรือเปล่านะซิ
บันทึกการเข้า
micro
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52



« ตอบ #4 เมื่อ: 06-05-2006, 19:31 »

จากผลงานการแปรรูปที่ผ่านมา  ผมไม่ไว้ว่า การแปรรูปจะเป็นการก้ปัญหาอย่างที่ควรจะเป็น

ส่วนที่บอกว่าเป็นหนี้สาธารณะ จำนวนมาก เห็นอยู่ว่ารายได้มากพอที่จะหักหนี้ ลดลงไปได้เรื่อยๆ มันยังมีกำไรอยู่ต่อ


ส่วนค่าบริหารจัดการสูงนั้น เราใช้การ ปฏิรูปองค์กร มาแก้ไขแทนการ แปรรูปจะได้ผลกว่าหรือไม่(ผมเห็นมาตรฐานจากการแปรรูป ปตท แล้ว ไม่เห็นมันจะดีขึ้นเลย นอกจากหากำไรเพิ่มขึ้นอย่างเดียว)
บันทึกการเข้า
GN-001 Exia
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 809


Celestial Being...


« ตอบ #5 เมื่อ: 06-05-2006, 20:21 »

แปรรูปน่ะดี....ถ้าหุ้นไปถึงมือประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่กลุ่มเดียว

อ้อ...ผมอยากรู้ว่า "โรงไฟฟ้าเอกชน" นี่คือบริษัทอะไรเหรอครับช่วยตอบที
บันทึกการเข้า


พวกที่เอาคำว่า "เสรีภาพ" มาบังหน้าเพื่อเบียดเบียนคนอื่นนี่มันเลวที่สุด
::วิญญาณห้อง2::
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 656



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 06-05-2006, 21:05 »

ขำจริงๆ

บริษัทเอกชน ใครถือหุ้นใหญ่........5555 ไปหาดูเถอะ

ถือหุ้นไขว้ไปไขว้มาอยู่ยังงั้น กับ กฟผ.ด้วย

ถึงแปรรูปไปแล้ว ค่าใช้จ่ายพนักงานยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จำนวนพนักงานก็ไม่ลดหรอก อย่ามาอ้างหน่อยเลย ดูอย่าง ปตท.ดิ เห็นๆ การบริหารงานก็ยังคงเหมือนเดิม

จริงๆถ้าจะแปรรูปจริงๆ

สายส่งและเขื่อนไม่ต้องแปรหรอก (ไม่ต้องมาเถียงว่า โอนไปให้กระทรวงการคลังแล้ว โปรดไปศึกษามาใหม่ว่าโอนไปมีเงื่อนไขอะไร) แปรเฉพาะยูนิตที่ผลิตก็พอแล้ว ให้เกิดการแข่งกันจริง ใครจะเลือกซื้อไฟจากโรงไหนก็ได้

สำหรับเมืองไทยมันไม่อย่างนั้น เพราะการถือหุ้นไขว้กันไปไขว้กันมา ผลประโยชน์ทับซ้อนมากมาย สุดท้ายคงเข้าทำนองฮั้วกันซะมากกว่า ไม่ได้แข่งกันจริงหรอก

พูดไปก็เท่านั้น เมืองไทยขนาดการใช้ไฟฟ้ามันเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับมหาอำนาจ ที่ไฟฟ้าแข่งกันโดยเสรี แต่ของพี่ไทย เมื่อถึงวันนั้นก็จะฮั้วกันทำมาหากินขูดเลือดบนเนื้อคนไทย  คนรวยก็มีแต่คนถือหุ้นไฟฟ้า

ประเด็นที่ยกมากล่าวอ้างว่า ถ้าไม่มีบริษัทเอกชน กฟผ.ก็ต้องเป็นหนี้หมดมากกว่าสินทรัพย์

ก็เป็นประเด็นที่ไม่จริง เพราะไม่จำเป็นต้องไปก่อหนี้ รัฐสามารถสร้างโรงไฟฟ้าเองได้โดยตรง ก็แค่เอาเงินมาอุดหนุน ขึ้นกับรัฐว่าจะให้เงินทุน หรือออกเงินกู้ให้..... กิจการรัฐวิสาหกิจ Rating เท่ากับรัฐบาล จะมาบอกได้ยังไงว่าหากผลิตไฟฟ้าเองทั้งหมด กฟผ.จะล้มละลาย..... ถ้ายังงั้น ประเทศล้มละลายไปด้วยแล้ว

ซึ่งหากประเทศไม่มีเงินทุนอย่างนั้นจริง แสดงว่า ประเทศเราแย่แล้ว เพราะมันแปลกมาก ขณะที่ประเทศเติบโต ความต้องการใช้ไฟเพิ่มขึ้น แต่กลับไม่มีเงินมาสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อผลิตไฟ .... ต้องพึ่งเงินทุนจากต่างชาติ..... คุณว่ามันปกติหรือ?????

เพราะฉะนั้น สถานะทางการเงินที่ไปสะท้อนเป็นหนี้สาธารณะนั้น ถูกต้องแล้ว อย่าบิดเบือนกลไก ถ้าไป Blind สถานะของประเทศที่แท้จริง ก็รอวันล่มสลายได้ มันจะไปสะท้อนว่ารัฐบาลทำงานไร้ประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง ปั่นประเทศให้เติบโตเร็วเกินจริง (overheat) จะนำความพินาศมาสู่ประเทศ

ผ่านไปไม่กี่ปี คนไทยลืมกันหมดแล้วรึ

ที่นี่คนเจ็บไม่ใช่พวกคนมีเงินซื้อหุ้น แต่เป็นรากหญ้าที่ซื้อไฟ

ทุกวันนี้บทเรียนของ ปตท. ก็ยังคงหลอกหลอนรากหญ้าอยู่มิใช่หรือ?????
บันทึกการเข้า

--------this is the world-------
(ก้อนหิน) ละเมอ
Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,041



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 06-05-2006, 21:23 »

อ่านบทความข้างต้นจนจบแล้ว มีข้อสงสัยครับ...

1. เราจะหาทางระดมเงินลงทุนโดยวิธีอื่นได้หรือไม่... นอกจากการแปรรูป เช่น การออกพันธบัตร ฯลฯ
2. จะสามารถแน่ใจได้อย่างไรว่า เมื่อแปรรูปไปแล้ว จะไม่เป็นอย่าง ปตท. ที่มีคนใกล้ชิดรัฐบาลถือหุ้นเป็นล้านๆ หุ้น... ในขณะที่ชาวบ้านธรรมดาได้ถือหุ้นกันแค่กระตึ๋งเดียว แล้วต่อมาก็มีหน้ามาประกาศว่ามีกำไรเป็นแสนๆ ล้าน ไม่รู้ว่าจะให้คนไทยภูิิมิใจเรื่องอะไร ในเมื่อกำไรมันไปเข้ากระเป๋าผู้ถือหุ้นหมด...

เป็นคำถามใหญ่ๆ 2 ข้อจากผมครับ...  Confused
บันทึกการเข้า

Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #8 เมื่อ: 07-05-2006, 12:09 »

ปตท. บอกว่าคนใกล้ชิดรัฐบาลถือหุ้นน่ะ
จำนวนหุ้นมันเท่าขี้เล็บ เศษๆ เสี้ยวๆ เห็นเอามาพูดกันจนติดปาก

คุณ วิญญาน ก็ถูกแล้ว โรงงานไฟฟ้าเอกชนเหล่านั้น กฟผ.เข้าไปถือหุ้นด้วยสิ
ทำไม ??? มันพิสดาร ไม่ชอบมาพากลอะไรตรงไหนล่ะ อย่าพูดแบบครึ่งๆกลางๆ
จับแพะชนแกะ พยายามจะทำให้มันดูเหมือนว่า มีอะไรโกงกันอยู่แหงๆ แต่ก็คิดไม่ออก
ก็เลย ค้านเอาไว้ก่อน แต่ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหา หากเมื่อสถานการณ์วิกฤติด้านไฟฟ้า



บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 07-05-2006, 12:14 »

ปตท. บอกว่าคนใกล้ชิดรัฐบาลถือหุ้นน่ะ
จำนวนหุ้นมันเท่าขี้เล็บ เศษๆ เสี้ยวๆ เห็นเอามาพูดกันจนติดปาก

คุณ วิญญาน ก็ถูกแล้ว โรงงานไฟฟ้าเอกชนเหล่านั้น กฟผ.เข้าไปถือหุ้นด้วยสิ
ทำไม ??? มันพิสดาร ไม่ชอบมาพากลอะไรตรงไหนล่ะ อย่าพูดแบบครึ่งๆกลางๆ
จับแพะชนแกะ พยายามจะทำให้มันดูเหมือนว่า มีอะไรโกงกันอยู่แหงๆ แต่ก็คิดไม่ออก
ก็เลย ค้านเอาไว้ก่อน แต่ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหา หากเมื่อสถานการณ์วิกฤติด้านไฟฟ้า



มีคำถามดังนี้ครับคุณ Killer

1. แปรรูป กฟผ. แล้วจะป้องกันการเกิดวิกฤตด้านไฟฟ้าได้อย่างไร
2. ที่บอกว่าคนในรัฐบาลถือเยอะ แสดงว่ามีการเล่นกำลังภายในกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งหุ้นจำนวนมาก โดยไม่โปร่งใส ใช่ไหมครับ
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #10 เมื่อ: 07-05-2006, 12:23 »

ก็ผมถามอยู่นี่ไง ว่าหุ้นปตท.ที่บอกว่าคนใกล้ชิด
รัฐบาลมันเข้าไปถือกันเยอะแยะ น่ะมันเท่าไหร่.???
ใครหน้าไหนบ้าง.????

คนที่ได้ไปก็เป็นพวกที่เล่นหุ้นกันอยู่แล้ว
พวกมาร์เก๊ตติ้งมัน กั๊กหุ้นเอาไว้ให้ขาใหญ่
หรือคนที่มันซี้ๆกัน ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ของวงการเค้า
ไม่เห็นไอ้พวกปลาซิว ปลาสร้อย ในตลาดหุ้น มันโวยวายอะไร
มีแต่ไอ้พวกนอกวงการนี่แหละ เกิดมาไม่เคยเล่นหุ้น...มันจะเป็นจะตายให้ได้...

กฟผ.เค้าวางแผนการผลิตเอาไว้ล่วงหน้า ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้
มันก็เกิดปัญหาเองแหละ โรงไฟฟ้ามันไม่เหมือนในเกมส์ Sim City นะคลิกแล้วนั่งรอแป๊บเดียวเสร็จ
เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา ก็เป็นแบบ จีน ในตอนนี้ ไฟดับทั้งเมือง ครึ่งวัน เต็มๆ ทุกวัน

ก็อยากรู้ว่าไอ้พวกที่กระแดะออกมาแย้วๆ กันในวันนี้มันจะทำหน้ากันยังไง ???
บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 07-05-2006, 12:30 »

ก็ผมถามอยู่นี่ไง ว่าหุ้นปตท.ที่บอกว่าคนใกล้ชิด
รัฐบาลมันเข้าไปถือกันเยอะแยะ น่ะมันเท่าไหร่.???
ใครหน้าไหนบ้าง.????

คนที่ได้ไปก็เป็นพวกที่เล่นหุ้นกันอยู่แล้ว
พวกมาร์เก๊ตติ้งมัน กั๊กหุ้นเอาไว้ให้ขาใหญ่
หรือคนที่มันซี้ๆกัน ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ของวงการเค้า
ไม่เห็นไอ้พวกปลาซิว ปลาสร้อย ในตลาดหุ้น มันโวยวายอะไร
มีแต่ไอ้พวกนอกวงการนี่แหละ เกิดมาไม่เคยเล่นหุ้น...มันจะเป็นจะตายให้ได้...

กฟผ.เค้าวางแผนการผลิตเอาไว้ล่วงหน้า ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้
มันก็เกิดปัญหาเองแหละ โรงไฟฟ้ามันไม่เหมือนในเกมส์ Sim City นะคลิกแล้วนั่งรอแป๊บเดียวเสร็จ
เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา ก็เป็นแบบ จีน ในตอนนี้ ไฟดับทั้งเมือง ครึ่งวัน เต็มๆ ทุกวัน

ก็อยากรู้ว่าไอ้พวกที่กระแดะออกมาแย้วๆ กันในวันนี้มันจะทำหน้ากันยังไง ???


1. การกระจายหุ้นของรัฐบาล ไม่เหมือนเอกชน ที่จะทำยังไงก็ได้นะครับ จะต้องกระจายจริงๆ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการ "กั๊ก" ไว้
2. จำนวนผู้ถือหุ้น ผมไม่ทราบ แต่เท่าที่จำได้ จำนวนหุ้นคือหลัก 10 ล้าน แน่นอนมันไม่เท่าพวกกองทุน หรือพวกผู้ถือหุ้นที่เป็นบริษัทอยู่แล้ว แต่มันคือข้อบ่งชี้ถึงวิธีกระจายหุ้น และผลประโยชน์ทับซ้อนไงครับ
3. พวกปลาซิวปลาสร้อยไม่โวยก็ช่างเขา แต่ผมโวย เพราะหุ้น ปตท. คือสมบัติของชาติ ทุกคนควรมีสิทธิที่จะซื้ออย่าง "เท่าเทียมกัน" (คุณ Killer คงเข้าใจคำนี้นะ)
4. กฟผ. ก็วางแผนการผลิตเสียสิครับ แล้วติดปัญหาอะไร กับการที่แปรรูปไม่ได้ หรือจะเอาเรื่องการผลิตมาจี้เป็นตัวประกัน ว่าถ้าไม่แปรรูป กรูจะไม่วางแผนการผลิต?
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #12 เมื่อ: 07-05-2006, 12:36 »

^
^
ดีจัง ท่าน Fuhrer ไปแล้ว  Very Happy

ไม่งั้นอยู่ใกล้ๆ เครื่องหมายสวัสดิกะ

ผู้มาเยี่ยมชมอาจนึกว่าเวบนี้เป็นกลุ่ม neonazi ได้
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #13 เมื่อ: 07-05-2006, 14:36 »


1. การกระจายหุ้นของรัฐบาล ไม่เหมือนเอกชน ที่จะทำยังไงก็ได้นะครับ
จะต้องกระจายจริงๆ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการ "กั๊ก" ไว้

งั้นเหรอ ดีไม่เอาแบบ มาร์ค ม.7 จะขายบางจากยกล็อตให้ฝรั่ง

2. จำนวนผู้ถือหุ้น ผมไม่ทราบ แต่เท่าที่จำได้ จำนวนหุ้นคือหลัก 10 ล้าน แน่นอนมันไม่เท่าพวกกองทุน หรือพวกผู้ถือหุ้นที่เป็นบริษัทอยู่แล้ว แต่มันคือข้อบ่งชี้ถึงวิธีกระจายหุ้น และผลประโยชน์ทับซ้อนไงครับ

เรื่องนี้ถ้าเห็นว่าไม่ชอบธรรมก็ไปฟ้องศาลหมอเหล็งสิ ทำไม ป.ช.ป.ไม่ฟ้องรู้ไม๊ ???
เพราะมันเป็นเพียงแค่ข้อนินทาหาเรื่อง คนที่ซื้อได้ไปเขาควรจะได้อยู่แล้ว ในทางปกติทั่วไป


3. พวกปลาซิวปลาสร้อยไม่โวยก็ช่างเขา แต่ผมโวย เพราะหุ้น ปตท. คือสมบัติของชาติ ทุกคนควรมีสิทธิที่จะซื้ออย่าง "เท่าเทียมกัน" (คุณ Killer คงเข้าใจคำนี้นะ)

ทุกวันนี้ก็เข้าไปซื้อได้นะ...ในตลท.น่ะ เชิญได้เลย ไม่มีใครห้ามนะ

4. กฟผ. ก็วางแผนการผลิตเสียสิครับ แล้วติดปัญหาอะไร กับการที่แปรรูปไม่ได้ หรือจะเอาเรื่องการผลิตมาจี้เป็นตัวประกัน ว่าถ้าไม่แปรรูป กรูจะไม่วางแผนการผลิต?

เขาวางแผน เขาศึกษา เขาทำอะไรต่อมิอะไรอยู่แล้ว ไม่ต้องไปสอนเขาหรอก
จะแปรรูปฯหรือไม่แปรฯ ก็ช่างเถอะ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างในจีน ละก็
จะขอตามจิกหัวด่า ไอ้พวกคัดค้านทั้งหลายให้ถึงที่สุด


บันทึกการเข้า
Coolly_Jade
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 318


ฉันจะบิน บิน บิน สู่เสรีภาพอันยิ่งใหญ่


« ตอบ #14 เมื่อ: 07-05-2006, 17:39 »

ที่ดินบ้านผมโดนเวนคืนด้วยเหตุผลว่าจะมีการวางเสาไฟฟ้าแรงสูงในเขตนี้
ด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดผมก็จำยอมให้เวนคืนไป
มาวันนี้จะแปร กฟผ ให้เป็นบริษัทมหาชน
ถ้าเป็นบริษัทมหาชนก็แปรว่าไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว
เมื่อไม่ได้เป็นของรัฐ
1.ผมมีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาส่วนนี้คืนได้ไหม เพราะเขาได้ทำผิดวัตถุประสงค์ไปแล้ว   ข้อต่อไปก็คือ
2.แล้วต่อไปเขามีสิทธิที่จะเวนคืนที่ดินตรงไหนได้อีกหรือไม่
3.การที่เขาแปรรูปให้เป็นบริษัทมหาชน โดยยึดนโยบายทุนนิยมเสรี ถามว่าวันนี้เขาผูกขาดหรือมีคู่แข่ง
   แบบนั้นจะมีการแข่งขันเกิดขึ้นหรือไม่
4.ไฟฟ้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการและความมั่นคงทางสังคมถูกแปรไป มีสัญญาหรือข้อผูกพันรับรองหรือไม่
   ว่าไฟฟ้าจะยังคงเห็นแก่สวัสดิการและความมั่นคงทางสังคมมากกว่ากำไรขาดทุน
บันทึกการเข้า

ทักษิณาธิปไตย เสรีทางความคิด เผด็จการต่อการแสดงออก ใครเห็นด้วยเป็นคนดี ใครคัดค้านเป็นกุ๊ย
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #15 เมื่อ: 07-05-2006, 17:47 »

ต้านแปรรูป กฟผ. ใครทำลายสมบัติชาติกันแน่?

มองมุมใหม่ : รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 24,000 เมกะวัตต์ เป็นของ กฟผ. 15,000 เมกะวัตต์ หรือร้อยละ 63 เป็นของโรงไฟฟ้าเอกชน 9,000 เมกะวัตต์ หรือร้อยละ 37 แต่ในการผลิตไฟฟ้าจริงคิดเป็นล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี กฟผ. ผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้เพียงร้อยละ 47 ในขณะที่ผู้ผลิตเอกชนผลิตได้ร้อยละ 50 อีกร้อยละ 3 เป็นการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

ฉะนั้น ครึ่งหนึ่งของปริมาณไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ จึงเป็นไฟฟ้าที่ผลิตโดยเอกชน  และค่าไฟฟ้าทุกวันนี้ก็ได้รวมกำไรและดอกเบี้ยของผู้ผลิตเอกชนไว้ด้วยถึงแม้ จะยังไม่มีการแปรรูป กฟผ.เลยก็ตาม ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ เนื่องจาก กฟผ.ยังคงผูกขาดรับซื้อไฟฟ้าแต่เพียงผู้เดียวจากเอกชน ไปขายต่อให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทำให้ค่าไฟฟ้าที่ประชาชนจ่ายทุกวันนี้ต้องรวมกำไรผูกขาดค้าส่งของกฟผ.เข้า ไปอีกทอดหนึ่งด้วย
........................................................................................................................................................



ในขณะนี้เอกชนสามารถผลิตไฟฟ้าได้จำนวนถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ดังนั้นการขยายตัวของโรงงานเอกชนในอนาคตย่อมสามารถทำได้ ตามหลัก ดีมานด์-ซัพพลาย...

ประเด็นที่คัดค้านกันคือ การนำ กฟผ.ที่รัฐบาลลงทุนด้วยภาษีจำนวนมหาศาล และนำ ดิน น้ำ ลม ไฟ สายไฟ เสาไฟ ไปให้เอกชน คือ กฟผ.มหาชน ซึ่งระยะแรกอาจจะมีกระทรวงการถือหุ้นใหญ่ แต่อนาคต มีใครให้การประกันได้ว่า หุ้นของกระทรวงการคลังจะลดน้อยลง เหมือนหุ้นใน ปตท. ปัจจุบันนี้ที่เกินกว่า 50 เปอร์เซ็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น....?

การแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทมหาชน ทำให้นักธุรกิจการเมืองถือหุ้นเล็ก แต่สามารถบริหารบริษัทมหาชนที่รัฐเป็นคนแต่งตั้ง ซึ่งคือพวกพ้องของตนเอง ได้ร้บผลประโยชน์ทางตรงและทางอ้อมในขณะนี้...

การที่การไฟฟ้าฯ แปรรูปเป็นบริษัทมหาชน เพราะนักธุรกิจการเมืองที่มีอำนาจในการบริหารประเทศ ใช้ 3 นิติกรบริการ ร่าง ปรับเปลียนกฎหมาย และ ตีขลุม ให้ถูกต้อง   จนกระทั่งกลุ่มประชาชนที่นำโดยคุณรสนาและNGO ได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองสูงสุด ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมของเสี่ยฯ และ 3 นิติกรบริการ พูดเอง เออเอง ปฎิบัติเอง นั้น ไม่ถูกต้อง.....!




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-05-2006, 17:50 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #16 เมื่อ: 07-05-2006, 17:55 »

. การกระจายหุ้นของรัฐบาล ไม่เหมือนเอกชน ที่จะทำยังไงก็ได้นะครับ จะต้องกระจายจริงๆ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการ "กั๊ก" ไว้
2. จำนวนผู้ถือหุ้น ผมไม่ทราบ แต่เท่าที่จำได้ จำนวนหุ้นคือหลัก 10 ล้าน แน่นอนมันไม่เท่าพวกกองทุน หรือพวกผู้ถือหุ้นที่เป็นบริษัทอยู่แล้ว แต่มันคือข้อบ่งชี้ถึงวิธีกระจายหุ้น และผลประโยชน์ทับซ้อนไงครับ
3. พวกปลาซิวปลาสร้อยไม่โวยก็ช่างเขา แต่ผมโวย เพราะหุ้น ปตท. คือสมบัติของชาติ ทุกคนควรมีสิทธิที่จะซื้ออย่าง "เท่าเทียมกัน" (คุณ Killer คงเข้าใจคำนี้นะ)
4. กฟผ. ก็วางแผนการผลิตเสียสิครับ แล้วติดปัญหาอะไร กับการที่แปรรูปไม่ได้ หรือจะเอาเรื่องการผลิตมาจี้เป็นตัวประกัน ว่าถ้าไม่แปรรูป กรูจะไม่วางแผนการผลิต?



เสี่ยฯและนักธุรกิจการเมืองในกลุ่มคงไม่ยอมรับหรอกว่า พวกเขาถือหุ้น ครองหุ้นไปเท่าใด นอกจากนั้นอำนาจการบริหารจัดการบริษัทมหาชนแห่งนี้ ผลประโยชน์ทางตรง ทางอ้อมอยู่ในน้ำมือ ตกอยู่ภายใต้"หุ้นเอกชนของเขา หรือไม่  ?



บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #17 เมื่อ: 07-05-2006, 19:36 »

เป็นธรรมดา ที่ต้องตั้งผู้ที่มีความเชี่ยวชาญรอบรู้ เกี่ยวกับตลาดเงินตลาดทุน
เข้าไปเป็นที่ปรึกษา การแปรรูปฯ หรือว่าจะให้เอาตาสียายสาเข้าไปเป็นที่ปรึกษา ??

แต่ปัญหาคือ โอราฬ ไปมีตำแหน่งในชินคอร์ป ศาลมองว่า อาจมีส่วนได้เสีย
ก็เป็นมุมมองของศาล หรือจะวินิจฉัยลึกลงไปถึง สมัยเรียนอนุบาลว่าใครเกี่ยวโยงกันยังไงบ้างก็เชิญ
นายโอราฬเองก็เคยช่วยงาน ป.ช.ป. และทุกรัฐบาลมาเช่นกัน ก็แล้วแต่จะคิด

เรื่องนี้ต้องแยกให้ออก ระหว่าง
1. ควรแปรรูปหรือไม่ คิดให้ตกผลึกเสียก่อน
2. แปรรูปอย่างไรให้ บริสุทธิ์ ยุติธรรมทุกฝ่าย

ถ้ายังคิดมั่วซั่ว โยงไปโยงมาแบบนี้ มันคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกหรอก คุณ ปุถุชน
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #18 เมื่อ: 07-05-2006, 20:44 »

ในขณะที่ผมพูดถึงประเด็นที่คุณต้องการพูดก่อนหน้า
แต่คุณไม่ได้ตอบประเด็นที่ผมพูดถึง
ไปพูดเรื่องอื่น แล้วสรุปว่าได้ตอบผมแล้ว......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
cha_srt
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 276



« ตอบ #19 เมื่อ: 08-05-2006, 08:54 »

เสาสายส่งที่ยื่นอยู่บนที่ดินผม ผมยินดีให้เพราะเสาส่งนั้นเป็นสมบัติ
ของประเทศไทย

ทุกคนที่ยินยอมก็เพราะเหตุนี้เหละ แล้วมาแปรรูปเพื่อมาหวังผล
กำไร และกำไรนั้นไม่ได้ตกเป็นของชาติ ใครจะไปยอม

ส่วนเรื่องการแปรรูปแล้วดีขึ้นนั้น อย่ามาโม้เลย
ไปดู บ.ที่แปรรูปหลาย บ.ว่ามีผลอย่างไร แล้ว ถ้าดีจริง ทำไม
ไม่แปรรูป รถไฟ รถขนส่ง
บันทึกการเข้า
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #20 เมื่อ: 08-05-2006, 09:01 »

งั้นหรือ รัฐเวรคืนที่ดินมหาศาลใจกลางเมือง สร้างทางด่วนประเคนให้ กูมาไก มาโวยกันบ้างเปล่า ???

การรถไฟ มันไม่ได้บริโภคเงินกู้มหาศาลเหมือนกฟผ. ไม่ต้องขยายรางปีต่อปีไม่รู้จบเหมือนกฟผ.
อ้างอะไรคิดเสียก่อน อย่ามั่วตามปากคนอื่น

บันทึกการเข้า
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #21 เมื่อ: 08-05-2006, 11:31 »

คุณ คิลเล่อ กล้ายืนยันไหมครับ ว่า การแปรรูปที่เกิดจาก รัฐบาลเสี่ยทักษิณ มีแต่ความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่มีนอกมีใน แล้วประชาชนจะได้ ประโยชน์ จากการทำกำไร ของ EGAT

สรุป ว่า
1.การแปรรูป เพื่อต้องการเงิน ไปสร้างโรงไฟฟ้า เพื่อความสนองความต้องการการใช้ไฟ้ฟ้า
2.เพื่อปรับปรุงองค์กร

แค่นี้ใช่ไหมครับ ที่ว่าต้องแปรรูป

แต่พ่วงมาด้วยด้วยกำไร สูงสุด และการเอาสมบัติชาติไปเป็นเอกชน

กำไรเนี๊ยะ มาจากใหนบ้างครับ ถามหน่อย

1.หากต้องการเงิน แสดงว่า ไฟฟ้าที่เราใช้กันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีทางทำกำไรได้เลยใช่ไหมครับ ไม่มีทางเอาเงินตรงนี้ไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าได้เลย ออกพันธบัตร์ก็ไม่ได้เลย รัฐบาลก็ไม่มีตังเลย รัฐบาลจะค้ำประกันสาธราณูปโภค ขั้นพื้นฐานของประชาชนไม่ได้เลยเหรอครับ ผมว่าถ้ารัฐบาลไม่ถังแตก ยังงัยเงินสร้างโรงไฟฟ้า ก็มีแน่นอน ไม่ใช่จะแปรรูปเท่านั้น
2.ปรับปรุงองค์กร ทำไมต้องอ้างแปรรูปไม่ทราบครับ ถ้ามันไม่แปร มันทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ ใหนว่ารัฐบาลเก่งงัยครับ ปรับปรุงแค่นี้ไม่ได้เหรอ อย่าอ้างเพื่อให้เกิดการแปรรูปเพื่อพวกพ้องเลย
หากเป็นเหมือน ปตท ผมไม่ยินดีให้แปรรูปครับ
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #22 เมื่อ: 08-05-2006, 13:04 »

โอยย... ดร. แกเปิดประเด็นมาก็เลือกแสดงข้อมูลแล้วครับ..

"กฟผ. ผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้เพียงร้อยละ 47
ในขณะที่ผู้ผลิตเอกชนผลิตได้ร้อยละ 50
อีกร้อยละ 3 เป็นการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน"

ที่บอกว่า "เอกชน" ผลิตได้ร้อยละ 50 น่ะ เอกชนพวกนั้น กฟผ. ก็ไปถือหุ้นอยู่ด้วย
แถมเป็น "หุ้นใหญ่" อีกต่างหาก  ถ้าเอากำลังการผลิต บ.เอกชนที่ กฟผ. ถือหุ้นใหญ่-
มารวมกับ 47% ที่ กฟผ. ผลิตเองก็ปาเข้าไปร่วม 70% ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลย
เป็นมุขเล่นตัวเลขให้เห็นว่า กฟผ. กำลังสูญเสียสัดส่วนการผลิต ที่ทำกันตั้งนานแล้ว

อ้อ.. ผมขอตั้งข้อสังเกต ดร. คนนี้นะครับ รู้สึกว่าชอบตั้งประเด็นสวนกระแสตลอด
ถ้าใครเห็นชื่อแกอีกก็ช่วยดูด้วยแล้วกันครับว่าจริงไหม..
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
อะไรว้า
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #23 เมื่อ: 08-05-2006, 13:27 »

ดร. คนนี้ ให้ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้  เพราะข้อมูลจริงล้วนๆ

 พวกกู้ซาก ไม่อยากให้ สาวกของเขารู้หรอก

มิฉะนั้น จะขายเสื้อ CD ไม่หมด




บันทึกการเข้า
batman
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 158


« ตอบ #24 เมื่อ: 08-05-2006, 14:18 »

ต้องระบุให้ชัดว่าอะไรคือปัญหาของกฟผ
แล้วการแปรรูปจะช่วยแก้ปัญหาอะไร
มีปัญหาการบริหารจัดการ ก็แก้ซิ ทำไมต้องแปรรูป ศึกษาเทคโนโลยีอื่นๆทดแทนบ้าง
มีปัญหาเรื่องเงิน ที่ทำๆมาขาดทุนเหรอ เงินไปไหนหมด รัฐไม่สนับสนุนเหรอ


 

บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 08-05-2006, 14:36 »

หลักใหญ่ของผมคือ "พลังงาน = ความมั่นคงของชาติ"
เราแปรรูปได้แต่ต้องมั่นใจว่ารัฐนั้น "ถือไพ่เหนือกว่า" ในทุกกรณี
ซึ่งในกรณี กฟผ. ผมไม่มีความมั่นใจโดยสิ้นเชิง เพราะขาดความโปร่งใส
เพราะไม่มีการทำประชามติที่จะส่งผลให้เกิดการวิพากษ์กันอย่างกว้างขวาง

และคำถามง่ายๆ ว่า แปรรูปจะแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ก็ยังไม่มีใครตอบได้อย่างชัดเจน
ปัญหาต่างๆ ที่เอามาอ้าง ก็สามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องแปรรูปทั้งสิ้น
เช่น ขาดเงินทุน หรือบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ ถามว่าไม่แปรรูปแล้วแก้ปัญหาไม่ได้หรือ
มันก็แก้ไขได้ทั้งนั้น เพียงแต่ว่าจะแก้ไขหรือปล่อยให้มันเจ๊งเพื่อหาข้ออ้างในการแปรรูป

ผมจึงไม่เห็นความจำเป็นว่าเราจะแปรรูปกันเพื่ออะไร เพื่อใคร
และประชาชนได้ประโยชน์อะไรกับการ "เสี่ยง" ครั้งนี้
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #26 เมื่อ: 08-05-2006, 15:03 »

ดร. คนนี้ ให้ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้  เพราะข้อมูลจริงล้วนๆ

 พวกกู้ซาก ไม่อยากให้ สาวกของเขารู้หรอก

มิฉะนั้น จะขายเสื้อ CD ไม่หมด



อย่าไปให้เครดิต ดร. แกขนาดนั้นเลยครับ มาดูตัวอย่างข้อมูลของ ดร. อีกประโยค ว่าจริงล้วนๆ หรือเปล่า :

"ปัญหา ขณะนี้คือ ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประมาณว่า ประเทศไทยจะต้องมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
อย่างน้อย 30,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2554 คือ เพิ่มจากปัจจุบันอีก 6,000 เมกะวัตต์ เท่ากับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 6-10 โรง
เป็นเงินลงทุนอีก 200,000 ล้านบาท ถ้าจะให้ กฟผ.ขยายตัวรองรับความต้องการส่วนนี้ กฟผ.ต้องมีแหล่งเงินทุนใหม่
ที่ไม่ใช่เงินกู้ค้ำประกันโดยรัฐบาล และนี่คือสาเหตุที่ต้องแปลงสภาพ กฟผ.ให้เป็นบริษัทมหาชนแล้วนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์"

---

แค่ตัวเลข 2 แสนล้านบาทที่เอามาอ้างก็เป็นตัวเลขที่ใช้โฆษณาแล้วครับ
ความจริงแล้วใช้แค่ 1.55 แสนล้าน อ้างเกินเลยไปตั้ง 4 หมื่นกว่าล้าน..

จากข้อมูลการประชุม ครม. เมื่อ 1 พย.48 เกี่ยวกับงบประมาณลงทุนของ กฟผ.
หัวข้อที่ 17 เรื่อง สรุปความคืบหน้าการลงทุนโครงการด้านไฟฟ้าและพลังงาน
พบว่า บมจ.กฟผ. มีโครงการดำเนินการแล้วและโครงการที่พร้อมประมูลในปี 2548
ตามงบลงทุน ปี 2548-2552 รวมทั้งสิ้น 6 โครงการ เป็นการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า
4 โครงการรวม 2,800 เมกะวัตต์

----------------> จำนวนเงินรวม  71,123.17 ล้านบาท

โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม ตามงบลงทุน ปี 2548-2552
รวมทั้งสิ้น 16 โครงการ เป็นการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า 8 โครงการรวม 4,071.6 เมกะวัตต์

----------------> จำนวนเงินรวม  84,015.41 ล้านบาท

** เอาทั้งหมดรวมกัน 71123.17 + 84015.41 ก็เท่ากับ 155,135 ล้านบาท ( หนึ่งแสนห้าหมื่นล้านบาท ) **

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มีรายละเอียดดังนี้ :

บมจ. กฟผ. : โครงการที่ดำเนินการแล้วและโครงการที่พร้อมประมูลในปี 2548 ตามงบลงทุน ปี 2548-2552

  1. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมสงขลา ชุดที่ 1     รวมระบบส่งไฟฟ้า ( 700 MW)   ปี 2548-2551 จำนวนเงิน  16,657.13 ล้านบาท
  2. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนพระนครเหนือ ชุดที่ 1  รวมระบบส่งไฟฟ้า ( 700 MW)  ปี 2548-2552 จำนวนเงิน  17,187.47 ล้านบาท
  3. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนพระนครใต้ ชุดที่ 3     รวมระบบส่งไฟฟ้า ( 700 MW)   ปี 2548-2552 จำนวนเงิน  15,564.79 ล้านบาท
  4. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางประกง ชุดที่ 5 รวมระบบส่งไฟฟ้า ( 700 MW)   ปี 2550-2553 จำนวนเงิน  12,154.71 ล้านบาท
  5. ขยายระบบส่งไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระยะที่ 2                        ปี 2548-2553 จำนวนเงิน    7,794.37 ล้านบาท
  6. ปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก 5 โรง (เขื่อน 5 แห่ง)                              ปี 2548-2553 จำนวนเงิน    1,764.70 ล้านบาท

รวม : งบลงทุนโครงการที่ดำเนินการแล้วและโครงการที่พร้อมประมูลในปี 2548 ทั้งสิ้น  71,123.17 ล้านบาท
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บมจ. กฟผ. : โครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม ตามงบลงทุน ปี 2548-2552
   
  1. ขยายระบบส่งไฟฟ้าระยะที่ 11                                                    ปี 2550-2553 จำนวนเงิน  17,239.27 ล้านบาท
  2. ขยายระบบส่งไฟฟ้าระยะที่ 12                                                    ปี 2551-2555 จำนวนเงิน    8,504.36 ล้านบาท
  3. ขยายระบบส่งไฟฟ้าระยะที่ 13                                                    ปี 2553-2557 จำนวนเงิน        13.82 ล้านบาท
  4. ขยายระบบส่งไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระยะที่ 3             ปี 2551-2557 จำนวนเงิน      314.03 ล้านบาท
  5. ปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม บางปะกง ชุดที่ 1 (380.8 MW)    ปี 2550          จำนวนเงิน   3,146.94 ล้านบาท
  6. ปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม บางปะกง ชุดที่ 2 (380.8 MW)    ปี 2551          จำนวนเงิน   3,208.60 ล้านบาท
  7. ปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม พระนครใต้ เครื่องที่ 3 (310 MW) ปี 2552         จำนวนเงิน   1,355.01 ล้านบาท
  8. ปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม พระนครใต้ เครื่องที่ 1 (200 MW) ปี 2550         จำนวนเงิน   1,004.03 ล้านบาท
  9. ระบบส่งไฟฟ้า 230 เค.วี. เชื่อมโยง กระบี่-พังงา                              ปี 2551-2555 จำนวนเงิน      592.76 ล้านบาท
10. ระบบส่งไฟฟ้า 230 เค.วี. เชื่อมโยง ทวาย-จอมบึง                           ปี 2550-2554 จำนวนเงิน    4,709.67 ล้านบาท
11. ระบบส่งไฟฟ้า 500 เค.วี. ภาคเหนือ- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ           ปี 2550-2554 จำนวนเงิน    2,378.50 ล้านบาท
12. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมแห่งใหม่ ชุดที่ 1 (700 MW)                   ปี 2551-2554 จำนวนเงิน    9,561.91 ล้านบาท
13. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมแห่งใหม่ ชุดที่ 2 (700 MW)                   ปี 2551-2554 จำนวนเงิน    9,561.91 ล้านบาท
14. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมแห่งใหม่ ชุดที่ 5 (700 MW)                   ปี 2552-2555 จำนวนเงิน    3,102.87 ล้านบาท
15. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมแห่งใหม่ ชุดที่ 6 (700 MW)                   ปี 2552-2555 จำนวนเงิน    3,102.87 ล้านบาท
16. ระบบส่งไฟฟ้าสำหรับรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ                   ปี 2551-        จำนวนเงิน  16,218.86 ล้านบาท

รวม : งบลงทุนที่อยู่ระหว่างการศึกษาตามความเหมาะสม   84,015.41 ล้านบาท
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลจาก : สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน) 1 พฤศจิกายน 2548
http://www.eppo.go.th/admin/cab/cab01nov48.html
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คิดว่าบทความของ ดร. คงอาศัยข้อมูลคร่าวๆ จากที่พูดกันทั่วไป เลยได้เลข 2 แสนล้านมาใช้
ที่บอกว่า "ให้ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้" <----------- ไม่ใช่ความจริงครับ ผมขอปฏิเสธ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-05-2006, 15:13 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
davil amature
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154


วันว่าง ยามพัก ใจสู้ศึก


« ตอบ #27 เมื่อ: 08-05-2006, 15:05 »

ไม่ทราบว่า ทุกคนพอจะทราบหรือไม่ว่า กฟผ นั้นมีปัญหาด้าองค์การที่ใหญ่โตและมีพนักงานที่ไร้ประโยชน์จากการใช้เส้นสาย จำนวนมาก แต่ตามหลักแล้ว พนักงานเหล่านั้นจะได้โบนัสเท่ากันทุกคน นั้นหมายความว่าเงินภาษีนั้นส่วนใหญ่ก็จะลงไปสู่พนักงานที่ไร้ประโยชน์เช่นนั้นเท่าใด คิดเอาล่ะกันครับว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรในเมือไม่มีการแปรรูปแล้ว
บันทึกการเข้า

ความจริงมันก็แค่สิ่งที่เรารับรู้ และจิตใจเรายอมรับว่าจริง ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันไม่ใช่เลยก้ได้
cha_srt
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 276



« ตอบ #28 เมื่อ: 08-05-2006, 15:13 »

ไม่ทราบว่า ทุกคนพอจะทราบหรือไม่ว่า กฟผ นั้นมีปัญหาด้าองค์การที่ใหญ่โตและมีพนักงานที่ไร้ประโยชน์จากการใช้เส้นสาย จำนวนมาก แต่ตามหลักแล้ว พนักงานเหล่านั้นจะได้โบนัสเท่ากันทุกคน นั้นหมายความว่าเงินภาษีนั้นส่วนใหญ่ก็จะลงไปสู่พนักงานที่ไร้ประโยชน์เช่นนั้นเท่าใด คิดเอาล่ะกันครับว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรในเมือไม่มีการแปรรูปแล้ว

แล้วคุณเชื่อเหรอว่าแปรรูปแล้วจะแก้ไขสิ่งเหล้านี้ ตอนที่จะแปรรูปยังเสนอให้หุ้น
แก่พนักงานด้วย อย่างนี้เหรอแปรแล้วจะแก้ไข
มีอีกหลาย บ.ที่ถูกแปรรูปไปแล้ว แต่พนักงานยังคงเดิม
แต่ผมว่าถ้าในองค์กรเป็นอย่างนั้น ไม่เห็นจำเป็นต้องแปรรูปเลย ปัญหานี้มีวิธีแก้เยอะ
แยะไป แต่จะแก้ไขหรือเปล่าเท่านั้น
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #29 เมื่อ: 08-05-2006, 15:32 »

ขอสับแหลกอีก 1 ดอก ด้วยความเคารพ อิอิ..

ดร. แกบอกว่า..

"ข้อสังเกตคือ ปัจจุบัน มีผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรวม 63 โครงการ เป็นเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 300,000 ล้านบาท
ซึ่งเท่ากับประหยัดเงินลงทุนและหนี้สินของ กฟผ.และลดยอดหนี้สาธารณะที่ค้ำประกันโดยรัฐบาลไปได้
ในจำนวนเดียวกัน ถ้าไม่มีผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนเหล่านี้ กฟผ.ก็จะมีหนี้สินสูงถึง 540,000 ล้านบาท มากกว่าทรัพย์สิน
เท่ากับว่า กฟผ.จะอยู่ในสภาพล้มละลาย"

---

เพ้อเจ้อครับ.. แกเป็น ดร.ทางเศรษฐศาสตร์ แต่ทำไมเหมือนไม่มีความรู้พื้นฐานทางบัญชี
เคยได้ยินไหมครับ ที่ว่า ------------> [ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน ]

ถ้า กฟผ. ซึ่งมีสินทรัพย์ 4 แสนล้าน กู้เงินมาลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าอีก 3 แสนล้าน คือมีหนี้สินเพิ่มขึ้น
เงินลงทุน (หนี้สิน) ก็จะกลายมาเป็น "สินทรัพย์" เพิ่มขึ้นในอีกฝั่งหนึ่งด้วยเป็นสัดส่วนกัน
ทำให้ กฟผ. มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 7 แสนล้านบาท

แล้วหนี้สิน 5 แสนกว่าล้านจะมามากกว่าสินทรัพย์ (ที่ ดร. แกเรียกว่าทรัพย์สิน) ได้ยังไง ???

* สรุปว่า ดร. แกมั่วแล้วครับผม อย่าไปฟังแกมากเลย *
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #30 เมื่อ: 08-05-2006, 15:42 »

ไม่ทราบว่า ทุกคนพอจะทราบหรือไม่ว่า กฟผ นั้นมีปัญหาด้าองค์การที่ใหญ่โตและมีพนักงานที่ไร้ประโยชน์จากการใช้เส้นสาย จำนวนมาก แต่ตามหลักแล้ว พนักงานเหล่านั้นจะได้โบนัสเท่ากันทุกคน นั้นหมายความว่าเงินภาษีนั้นส่วนใหญ่ก็จะลงไปสู่พนักงานที่ไร้ประโยชน์เช่นนั้นเท่าใด คิดเอาล่ะกันครับว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรในเมือไม่มีการแปรรูปแล้ว

ขนาดเรื่องใหญ่ระดับชาติ อย่างการออก พรฎ.แปรรูป ยังทำได้
แค่การแก้ไขระเบียบการจ่ายโบนัส มันจะเป็นปัญหาได้ยังไง???

คงไม่ถึงขนาดต้องคิด (หนัก) เพื่อแก้ปัญหาถ้าไม่ได้แปรรูปหรอกครับ
ปัญหาคือตั้งหน้าจะแปรรูปอย่างเดียวมากกว่าเรื่องง่ายๆ เลยไม่ยอมแก้
เอาไปตั้งเป็นเงื่อนไขเสียอีกข้อ ว่าแปรรูปแล้วแก้ได้..
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
อะไรว้า
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #31 เมื่อ: 08-05-2006, 16:45 »

ไปบอกว่า ดร. เขามั่ว  ดูถูกมากเกินไปหรือเปล่า  เหลือบตาดูบ้างไหมว่า เขาสอนอยู่ที่ไหน ?

เลือกพูดแต่เรื่องเอาแต่ได้นี่น่า

"ถ้า กฟผ. ซึ่งมีสินทรัพย์ 4 แสนล้าน กู้เงินมาลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าอีก 3 แสนล้าน คือมีหนี้สินเพิ่มขึ้น
เงินลงทุน (หนี้สิน) ก็จะกลายมาเป็น "สินทรัพย์" เพิ่มขึ้นในอีกฝั่งหนึ่งด้วยเป็นสัดส่วนกัน
ทำให้ กฟผ. มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 7 แสนล้านบาท "

แล้วหนี้สิน 3 แสนล้านที่เพิ่มขึ้นมานี่  ใครจ่ายดอกละ   คือมีคนใจบุญให้กู้ฟรี

บอกให้หมดดิ อย่าบอกแค่สิ่งที่อยากให้รู้ 
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #32 เมื่อ: 08-05-2006, 17:34 »

คุณ อะไรว้า ครับ..

แล้วตกลง ดร. แกมั่วหรือไม่มั่วล่ะครับ ที่ว่า กู้แล้วจะมีหนี้มากกว่าสินทรัพย์ ?
จะเป็นใคร สอนอยู่ที่ไหน ถ้ามั่วก็คือมั่วครับ คนเราบางทีความรู้สูงแล้วทะนงตัว
ก็เลยเอาข้อมูลที่จำมาผิดๆ ถูกๆ มาเขียนบทความ แถมประเด็นที่นำเสนอก็ไม่มี
อะไรใหม่แทบจะเหมือนไปลอกเอกสารประชาสัมพันธ์การแปรรูป กฟผ. มาเลย
สมัยนี้มีอินเตอร์เน็ตชาวบ้านอย่างผมก็เลยสะดวกพอจะเถียงอาจารย์คล่องหน่อย
เผื่อ ดร. แกได้อ่านจะได้ขยันค้นข้อมูลมากกว่านี้..

สมัยก่อนตอนเรียนหนังสือเวลาอาจารย์สอนผิด ผมก็ขอโต้แย้งตลอดนะครับ
ผมคิดว่าดีกว่านั่งเงียบๆ แล้วปล่อยให้อาจารย์เอาไปสอนคนอื่นผิดๆ ต่อไปอีก
อย่าว่าแต่ตอนนี้ผมไม่ใช่นักศึกษาแล้ว สามารถถกเถียงกับอาจารย์ได้ในฐานะ-
เสมอกันครับ ผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก

พวกเราที่เรียนหนังสือกันมา มีใครไม่เคยเจออาจารย์ เบลอ หรือ มั่ว บ้างครับ ?

---

ไหนๆ ก็ไหนๆ มาคุยกันเรื่องหนี้สินของ กฟผ. ที่ ดร. พยายามขยายภาพน่ากลัว

ความจริง กฟผ. มีหนี้สินลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 269,758 ล้านบาทเมื่อ 30 กย.45
เป็น 245783 ล้านบาทในปี 2546 และ 226415 ล้านบาทในปี 2547 ตามลำดับ
สุดท้ายเมื่อ 30 กย.48 หนี้สิน กฟผ. ลดเหลือแค่ 194,776 ล้านบาทเท่านั้น!!!

นั่นคือ

 สิ้นปี พศ.2546 หนี้สินลดลง 31,639 ล้านบาท
 สิ้นปี พศ.2547 หนี้สินลดลง 19,368 ล้านบาท
 สิ้นปี พศ.2548 หนี้สินลดลง 23,975 ล้านบาท

และภายในปีนี้มีเงินกู้ระยะยาวที่ครบกำหนดชำระคืนอีก 17,768 ล้านบาทครับ
นั่นคือสิ้น กย.49 กฟผ. จะมีหนี้สินเหลือประมาณ 177,000 ล้านบาทหรือต่ำกว่า
สังเกตว่าเวลาแค่ 4 ปี กฟผ. สามารถชำระหนี้ไปได้ถึงเกือบ 1 แสนล้านบาท!!!

---

ถามว่าใครจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ ก็ต้องเป็น กฟผ. สิครับ และที่ผ่านมารัฐบาลที่เป็น-
ผู้ค้ำประกันหนี้ก็ไม่เคยต้องเดือดร้อนมาใช้หนี้ให้ กฟผ. แต่ได้รับเงินกำไรจาก
การดำเนินงานของ กฟผ. ทุกปี  เขากู้เงินมาลงทุนครับไม่ใช่เอามาใส่ตุ่มฝังดิน
ลงทุนมากก็ยิ่งกำไรมาก แถมชำระหนี้เก่งแบบนี้มีแต่คนอยากให้กู้ครับ..
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #33 เมื่อ: 09-05-2006, 07:44 »

ตกลงกองเชียร์ ดร. หายไปไหนหมดแล้วครับ ทำไมไม่มาคุยกันต่อ ?

ผมลอง search ดูใน google มีคนเอาบทความพิกลพิการนี่ไปโพสเต็มเน็ตไปหมด
ต้องทำบทความไปตามโพสตอบแล้วมั๊งครับ ไม่ไหวครับทำแบบนี้ประชาชนสับสน
นี่ผมก็รอดูอยู่ว่าจะมี ดร. ท่านอื่นๆ มาตอบแก้มั่วแกมั่งหรือเปล่า..
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
อะไรว้า
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #34 เมื่อ: 10-05-2006, 07:57 »

ตลกว่ะ  ให้เวลาทั้งวัน ตอบได้แค่นี้

ก็มันไม่ลงทุนเพิ่ม   เป็นเสือนอนกิน   กำไรทุกปี  หนี้จะไม่ลดได้ไงละพ่อคุณ

ก็เอาไปให้เอกชนผลิต  แล้วซื้อเขามามาขายประชาชนอีกที

กล้าไหม  ให้เอกชนขายตรงให้ประชาชน  เอาแบบ TOT เปิดสัมปทานให้ TRUE MOVE ไง

เก่งจริงอย่าทำตัวเป็นเสือนอนกินดิ


แล้วดอกเบี้ยเงินกู้  กับ การระดมทุนในตลาด

อันไหนถูกกว่ากัน   เด็กๆ ก็ตอบได้
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #35 เมื่อ: 10-05-2006, 08:34 »

คุณ "อะไรว้า"

มีอะไรตลกครับ.. ถามมาแค่ประโยคเดียวจะให้ตอบอะไรนักหนา
แบบนี้เอาเปรียบกัน ไม่ยอมลงทุนนี่นา ผมตอบไปตั้งแต่ตอนเย็น
ตื่นมาคุณตอบผมได้แค่เนี้ย???

ว่าแต่ กฟผ. ไม่ยอมลงทุน ตัวเองจะให้เขาตอบก็หัดลงทุนหน่อย..
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #36 เมื่อ: 10-05-2006, 08:56 »

และที่ห้อยมาประโยคนึง

"แล้วดอกเบี้ยเงินกู้  กับ การระดมทุนในตลาด
อันไหนถูกกว่ากัน   เด็กๆ ก็ตอบได้"

บอกว่าเด็กๆ ก็ตอบได้ แล้วตัวคุณเองมีปัญญาอธิบายหรือเปล่า
ว่าอะไรมันถูกกว่ากันยังไง ไหนลองตอบมาให้ดูหน่อยซิ ?

ผมถามเพราะผมมีหมัดสวน ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่ต้องตอบนะครับ
กลับไปตอดเล็กตอดน้อยในกระทู้ตามประสาของคุณแล้วกัน
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #37 เมื่อ: 10-05-2006, 11:36 »

สงสัยจะมีปัญหาด้าน การทำความเข้าใจ ผมบอกว่า มีสองส่วนแรก

1. การแปรรูป ดีจริงหรือเปล่า ?? ถ้าคิดว่าการแปรรูปดี ก็ว่ากันไปในส่วนที่ว่า จะแปรรูปกันยังไง จริงไม๊

2. กรรมวิธีในการแปรรูปฯ สุจริตแค่ไหน ??? ถ้าคิดว่าควรแปรรูป ก็ควรมาพินาข้อนี้ต่อไป จริงไม๊

อย่าค้านแบบมั่ว โดยคิดว่า ตัวเองรู้
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #38 เมื่อ: 10-05-2006, 13:04 »

สงสัยจะมีปัญหาด้าน การทำความเข้าใจ ผมบอกว่า มีสองส่วนแรก

1. การแปรรูป ดีจริงหรือเปล่า ?? ถ้าคิดว่าการแปรรูปดี ก็ว่ากันไปในส่วนที่ว่า จะแปรรูปกันยังไง จริงไม๊

2. กรรมวิธีในการแปรรูปฯ สุจริตแค่ไหน ??? ถ้าคิดว่าควรแปรรูป ก็ควรมาพินาข้อนี้ต่อไป จริงไม๊

อย่าค้านแบบมั่ว โดยคิดว่า ตัวเองรู้


ไม่ได้มีปัญหาด้านการทำความเข้าใจหรอกครับ
แต่บทความที่คุณ killer ยกมาให้ดูเป็นต้นเรื่อง
อ่านๆ ดูแล้วเป็นการมั่วสนับสนุนการแปรรูป
ผมก็วิจารณ์เรื่องบทความว่ามั่วตรงไหนอย่างไร

ส่วนประเด็นทั้ง 2 ข้อผมตอบไปแล้วตั้งแต่ต้น
สำหรับผมตอนนี้มาถึงประเด็นเรื่อง

ดอกเบี้ยเงินกู้  กับ การระดมทุนในตลาด อันไหนถูกกว่ากัน

ซึ่งคุณ อะไรว้า มาเปิดทิ้งเอาไว้ เมื่อเช้านี้
ว่าเขาจะมาอธิบายรายละเอียดต่อหรือเปล่า
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
อะไรว้า
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #39 เมื่อ: 11-05-2006, 08:10 »

โถนึกว่าอะไร  เห็น "ก๊อบแปะ"  มา  สุดท้ายมาขอข้อมูลไปทำรายงานส่งอาจารย์ซะงั้น  ขอกันตรงๆ แต่แรกก็ได้

เห็นว่ามี "หมัดสวนลุมพินี"  ก๊อปแปะ

พอเจอ "หมัดแย๊ปสวนจตุจักร"  เบาๆ 

ก็มันไม่ลงทุนเพิ่ม   เป็นเสือนอนกิน   กำไรทุกปี  หนี้จะไม่ลดได้ไงละพ่อคุณ

ออกอาการเลยหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ก๊อปแปะมาตั้งเยอะ ทีเรื่อง ดอกเบี้ยเงินกู้  กับ การระดมทุนในตลาด อันไหนถูกกว่ากัน  กลับหาไม่ได้

บอกตรงๆ  คงจะดูถูกกันไปหน่อย เอางี้ละกัน

ไปถามตามนี้นะ

1.  ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์
2.  ไปงาน Money Expo 11-14  นี้  ลองขอความรู้เด็กๆ ที่พึ่งทำงานก็ได้  เขานะรู้

แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ  เอางี้ละกัน จะช่วยเพิ่มปัญญาให้

ลองตั้งกระทู้ถามบอร์ดนี้ซิว่า

"ฝากไปถามนายหน่อย  ทำไมขายหุ้นโรงไฟฟ้าราชบุรีเข้าตลาด  ทำไมไม่กู้เงินเอาละ"

คงมีคนไปถามนายให้อะนะ

แค่นี้น่าจะได้คำตอบแล้วนะ

ปลานะ  จับเอง  อย่ารอให้คนป้อน 

แต่ถ้ายังไม่ได้อีก  อ้อนวอนละกัน  ว่างๆ อารมณ์ดีๆ  จะมาตอบให้
บันทึกการเข้า
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #40 เมื่อ: 11-05-2006, 09:05 »

OK เอาเป็นว่า คุณไม่เห็นด้วยกับการแปรรูปฯใช่หรือไม่ จบ
ไม่ต้องไปร้องแรกแหกกระเชอเรื่องอื่นอีก เช่น กระจายหุ้นให้พวกพ้อง กระจายหุ้นไม่เป็นธรรม มันน้ำเน่า


แต่เสียใจด้วย กฟผ.ได้ดำเนินการ แปรรูปฯมาเน่ินนานหลายปีดีดักแล้ว คุณเกิดหรือยังก็ไม่ทราบ ตอนเค้าเริ่มกัน
การนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นเพียงส่วนหนึ่ง หรือเป็นอีกวิธีหนึ่งเท่านั้น


แสดงว่าคุณไม่ได้คัดค้านการแปรรูปฯ แต่คัดค้านการนำหุ้นเข้า ตลาดหลักทรัพย์ รึเปล่า ??

เอาให้แน่

บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #41 เมื่อ: 11-05-2006, 12:55 »

เรียน คุณ อะไรว้า ..

พริ้วไปเรื่อยๆ แบบนั้นมันไม่ได้ช่วยให้คุณดูดีมีวิชาขึ้นมาหรอกนะ
ที่ตัวคุณเปิดเรื่องมาเอง ในกระทู้นี้ว่า

 *ดอกเบี้ยเงินกู้  กับ การระดมทุนในตลาด อันไหนถูกกว่ากัน*

ผมถาม "ตัวคุณ" ให้ลองอธิบายด้วย "ตัวคุณเอง" ว่าอันไหนถูกกว่า
แล้ว "คุณกับผม" จะได้มาถกกันว่าคิดเหมือนคิดต่างกันอย่างไร

แต่พอบอกให้อธิบายเข้าจริงกลับเลี่ยงให้ไปถามคนอื่นซะอย่างนั้น
แบบนี้จะมาเปิดประเด็นทำไมให้รกที่เปล่าๆ  อยู่เฉยๆ ดีกว่าไหม ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-05-2006, 13:03 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
อะไรว้า
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #42 เมื่อ: 11-05-2006, 13:08 »

อืม  บอร์ดนี้สมาชิกชนชั้นเขามีการบังคับกันให้ตอบด้วยเฟ้ย  แต่ทีเรื่องที่ตัวเองมึนไม่กล้าตอบ กลับทำลืมซะงั้น  พริ้วเก่งจริงๆ เลย ตะเอง

กะธิชอบบิดเบือน ขมขู่ คุกคาม  ลูกน้องก็เหมือนกันเลยเฟ้ย  ฮ่า ฮ่า ฮ่า

กระทู้นี้อาจจะเข้าใจยากซักหน่อย  เลยทำให้ไขว้เขว  มึนงงเพราะชินกับการป้อนความรู้ แต่ก็แถไปซะงั้น โชว์ว่าข้าแน่

ให้ไปหาความรู้มา บอกวิธีจับปลาให้  ก็ยังจะให้ป้อนให้อีก

สลดใจจริงๆ 

บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #43 เมื่อ: 11-05-2006, 13:10 »

OK เอาเป็นว่า คุณไม่เห็นด้วยกับการแปรรูปฯใช่หรือไม่ จบ
ไม่ต้องไปร้องแรกแหกกระเชอเรื่องอื่นอีก เช่น กระจายหุ้นให้พวกพ้อง กระจายหุ้นไม่เป็นธรรม มันน้ำเน่า


แต่เสียใจด้วย กฟผ.ได้ดำเนินการ แปรรูปฯมาเน่ินนานหลายปีดีดักแล้ว คุณเกิดหรือยังก็ไม่ทราบ ตอนเค้าเริ่มกัน
การนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นเพียงส่วนหนึ่ง หรือเป็นอีกวิธีหนึ่งเท่านั้น


แสดงว่าคุณไม่ได้คัดค้านการแปรรูปฯ แต่คัดค้านการนำหุ้นเข้า ตลาดหลักทรัพย์ รึเปล่า ??

เอาให้แน่



จะว่ายังไงดีล่ะครับ คือตามหลักการมันก็ถูกต้องเข้าท่าหมดทุกอย่างว่าต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น
แต่พอทำเข้าจริงมันหมกทุกเม็ดเลยครับ จนเชื่อไม่ได้ว่าตั้งใจจะปรับปรุงให้ดีขึ้นตามหลักการ
ถ้าทำถูกต้องไม่มีปัญหาจริงๆ ใครจะไปค้านได้ ศาลท่านก็คงไม่ตัดสินว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สรุปว่าถ้าทำดีจริงๆ แน่นอนว่าผมเองและทุกๆ คนด้วยก็คงเห็นด้วยและสนับสนุนครับ
แต่ที่ผ่านๆ มามันตั้งคำถามได้แทบทุกจุดเลยจริงๆ เรื่องนี้เลยมีคนค้านเยอะอย่างที่เห็น
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #44 เมื่อ: 11-05-2006, 13:22 »

เรียนคุณ อะไรว้า..

ผมไม่ได้พริ้ว ไม่ได้ทำลืม และก็ไม่ได้ไม่กล้าตอบหรอกนะ
แต่ผมมองว่าคุณมาป่วน มากกว่ามาคุย

ขืนผมเปลืองสมองตอบ ก็เหนื่อยเปล่าๆ สิครับ

แล้วข้อกล่าวหาทำนองว่าผมเคยชินกับการป้อนความรู้
เหมือนว่า คคห. ที่ผ่านมาผมไปขอความรู้อะไรจากคุณนั่น
ผมว่าคุณจะหลงตัวเองไปหน่อยแล้วมั๊งครับ

ผม "ท้า" ให้คุณแสดงภูมิมา เพื่อที่เราจะได้ถกเหตุผลกัน
แต่ถ้าคุณยังยึกยักลีลาแบบนี้ มันก็ยิ่งไปตอกย้ำนะครับ

ว่าคุณอยากมาป่วน ไม่ได้อยากมาคุย!!!
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #45 เมื่อ: 11-05-2006, 14:02 »

ที่ศาลเค้ายกเลิก เพราะ ที่ปรึกษา ดันเสือกเก่งไปหน่อย
ชินคอร์ป จ้างไปทำงานด้วย แล้วยังจ้างให้มาเป็นที่ปรึกษาเรื่องแปรรูปฯนี่อีก
ก็เลยเห็นว่าอาจมีผลประโยชน์แฝงเร้น ก็เท่านั้น
และก็บอกเพียงแค่ว่า ทำประชาพิจารณ์ไม่มากพอ คนโง่ยังเยอะอยู่
ไม่ได้บอกว่า กระบวนการแปรรูปฯใช้ไม่ได้
บันทึกการเข้า
cha_srt
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 276



« ตอบ #46 เมื่อ: 11-05-2006, 14:31 »

ที่ศาลเค้ายกเลิก เพราะ ที่ปรึกษา ดันเสือกเก่งไปหน่อย
ชินคอร์ป จ้างไปทำงานด้วย แล้วยังจ้างให้มาเป็นที่ปรึกษาเรื่องแปรรูปฯนี่อีก
ก็เลยเห็นว่าอาจมีผลประโยชน์แฝงเร้น ก็เท่านั้น
และก็บอกเพียงแค่ว่า ทำประชาพิจารณ์ไม่มากพอ คนโง่ยังเยอะอยู่
ไม่ได้บอกว่า กระบวนการแปรรูปฯใช้ไม่ได้


ที่ปรึกษา เลือกเก่ง เหลี่ยมเลยเสือกเข้าไป ใช่ไหม โธ่ ๆ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #47 เมื่อ: 11-05-2006, 17:30 »

ที่ศาลเค้ายกเลิก เพราะ ที่ปรึกษา ดันเสือกเก่งไปหน่อย
...
ไม่ได้บอกว่า กระบวนการแปรรูปฯใช้ไม่ได้


ศาลปกครองสูงสุดท่านตัดสินว่า *กระบวนการแปรรูป* ก็ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญครับ
ลองอ่านคำพิพากษา 3 หน้าหลังสุดดูครับ มีอยู่เรื่องเดียวเลยคือ *กระบวนการ*

ถ้าคุณ killer สนใจ สามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ

http://www.bangkokbiznews.com/2006/special/law/index.php
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #48 เมื่อ: 11-05-2006, 17:57 »

ที่ศาลเค้ายกเลิก เพราะ ที่ปรึกษา ดันเสือกเก่งไปหน่อย
...
ไม่ได้บอกว่า กระบวนการแปรรูปฯใช้ไม่ได้


ศาลปกครองสูงสุดท่านตัดสินว่า *กระบวนการแปรรูป* ก็ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญครับ
ลองอ่านคำพิพากษา 3 หน้าหลังสุดดูครับ มีอยู่เรื่องเดียวเลยคือ *กระบวนการ*

ถ้าคุณ killer สนใจ สามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ

http://www.bangkokbiznews.com/2006/special/law/index.php

หมายถึงว่า กรอบการแปรรูปทั้งหมดไม่ได้ห้าม ศาลไม่ไ้ดห้ามการแปรรูป
เพราะนั่นคือการไปวินิจฉัย นโยบายฝ่ายบริหารประเทศ
ถ้างั้นละก็ บรรลัยเลย
ศาลมีหน้าที่แค่ดูว่าบางขั้นตอนไม่โปร่งใส เข้าใจไม๊
บันทึกการเข้า
อะไรว้า
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #49 เมื่อ: 15-05-2006, 07:38 »

เรียนคุณ อะไรว้า..

ผมไม่ได้พริ้ว ไม่ได้ทำลืม และก็ไม่ได้ไม่กล้าตอบหรอกนะ
แต่ผมมองว่าคุณมาป่วน มากกว่ามาคุย

ขืนผมเปลืองสมองตอบ ก็เหนื่อยเปล่าๆ สิครับ

แล้วข้อกล่าวหาทำนองว่าผมเคยชินกับการป้อนความรู้
เหมือนว่า คคห. ที่ผ่านมาผมไปขอความรู้อะไรจากคุณนั่น
ผมว่าคุณจะหลงตัวเองไปหน่อยแล้วมั๊งครับ

ผม "ท้า" ให้คุณแสดงภูมิมา เพื่อที่เราจะได้ถกเหตุผลกัน
แต่ถ้าคุณยังยึกยักลีลาแบบนี้ มันก็ยิ่งไปตอกย้ำนะครับ

ว่าคุณอยากมาป่วน ไม่ได้อยากมาคุย!!!



มาถึงก็มาด่าครูบาอาจารย์คนอื่นว่ามั่ว  ใครกันแน่ที่มาป่วน

ตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องมาตอบ  ไปตั้งกระทู้เองดิ  อยากจะรู้อะไรนอกเหนือจากกระทู้

ขี้เกียจตอบพวกชอบคิดว่าคนอื่นมาป่วน แต่ไม่ดูตัวเอง

พวกกะธิกู้ซาก ไม่สนใจกติกา   

อะไรไม่ดีอย่าเลียนแบบนะจ๊ะ  ตะเอง

ปล. ตกลงได้คำตอบไปทำรายงานส่งอาจารย์ตอนปิดเทอมหรือยังจ๊ะ  ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
    กระโดดไป: