ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
09-10-2026, 14:06
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  5 ปี 7 เดือนในมือแม้ว ไทยกำลังจะแพ้ญวน 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
5 ปี 7 เดือนในมือแม้ว ไทยกำลังจะแพ้ญวน  (อ่าน 935 ครั้ง)
taworn09220
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 302


« เมื่อ: 03-10-2006, 09:55 »

5 ปี 7 เดือนในมือแม้ว ไทยกำลังจะแพ้ญวน
 
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้าบริหารประเทศ เมื่อ 9 ก.พ. 2544 ด้วยมาดนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จรวยล้นฟ้า ชาวบ้านร้านช่องฝันไปไกล ได้นักบริหารเศรษฐกิจมืออาชีพ...เมืองไทย คนไทยคงได้รวยตามท่านผู้นำ

5 ปี 7 เดือน 11 วันที่ผ่านไป มีผลงานชิ้นไหนบ้างที่บอกได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยดีขึ้น

ปลดหนี้ไอเอ็มเอฟ...จะว่าใช่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะมีผลงานรัฐบาล นายชวน หลีกภัย ช่วยกู้ชาติให้พ้นวิกฤติเศรษฐกิจรวมอยู่ด้วย กู้เศรษฐกิจติดลบในปี 2541 ให้ฟื้นขึ้นมาเป็นบวก ประเทศชาติเลยมีเงินมีทองเก็บสะสมไว้

รัฐบาลทักษิณมารับช่วงต่อเลยมีเงินไปปลดหนี้ไอเอ็มเอฟ

จะว่ามีผลงานบริหารประเทศทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ตลอด 5 ปี เฉลี่ยแล้วทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นปีละ 5%

รัฐบาลชวน 2 สู้ไม่ได้ เพราะช่วงปี 42-43 นั้นทำเศรษฐกิจให้โตได้แค่ 4.4% กับ 4.6% เท่านั้น

แต่ปรากฏว่าเศรษฐกิจที่โตด้วยฝืมือทักษิณ...กลายเป็นโตแบบอมโรค อ้วนแบบบวมฉุ เพราะตัวเลขเศรษฐกิจที่โตขึ้นนั้น...คนไทยส่วนใหญ่กลับมีหนี้สินรุงรังเพิ่มมากขึ้น

การสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ...ปี 2543 สมัยรัฐบาลชวน 2 ครอบครัวคนไทยมีหนี้สินเฉลี่ย 35,636 บาทต่อครัวเรือน

ปี 2547 ครอบครัวคนไทยมีหนี้สินเพิ่มขึ้นมาเป็นครัวเรือนละ 57,776 บาท

เท่ากับว่ารัฐบาลทักษิณบริหารเศรษฐกิจ ทำให้ครอบครัวไทยมีหนี้เพิ่มขึ้นถึง 62%

นั่นเป็นผลมาจากบริหารเศรษฐกิจปั้นตัวเลขจีดีพีให้โต เพื่อสร้างภาพทางการตลาดลวงตาคนไทยว่าประเทศชาติร่ำรวย...รวยกระจุก จนกระจาย

รวยเฉพาะในหมู่พรรคพวกคนใกล้ชิด...คนส่วนใหญ่จนโดยทั่วหน้า

แค่นั้นไม่พอ เมื่อหันไปดูเศรษฐกิจเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน... ประเทศเกิดใหม่อย่างเวียดนาม

5 ปีที่ผ่านไป ถ้ารัฐบาลทักษิณมีฝีมือบริหารเศรษฐกิจของประเทศได้เหมือนบริหารธุรกิจจริง คงนำพาประเทศชาติแซงหน้าเวียดนามไปไกลลิบ

แต่ที่ไหนได้ สภาพเศรษฐกิจไทยไม่ต่างอะไรกับการถอยหลังลงคลอง โดนเวียดนามไล่บี้จี้หลังมาติดๆ แถมเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมบางประเภท เวียดนามได้แซงหน้าเราไปแล้ว

“10 ปีที่แล้ว เวียดนามล้าหลังไทยประมาณ 40 ปี หรือเจริญพอๆ กับไทยในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่ช่วงเวลา 5 ปีหลังมานี่ เวียดนามเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีใหม่ ไล่ๆกับที่ประเทศไทยได้ พ.ต.ท.ทักษิณมาเป็นนายกรัฐมนตรี

ช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านไป เวียดนามพัฒนาเร็วมาก ตอนนี้ล้าหลังเราแค่ 10 ปีเท่านั้นเอง”

รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ยืนยัน

และที่บอกว่าเวียดนามล้าหลังกว่าไทย 10 ปี เป็นภาพสรุปโดยรวมทั้งประเทศ ที่เวียดนามสู้ประเทศไทยไม่ได้ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำประปา ถนนหนทาง สนามบิน รวมทั้งตัวบทกฎหมายต่างๆ ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนจากต่างประเทศเหมือนของเรา

“รวมทั้งยังไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก แต่คิดว่าไม่เกินปีหน้าเวียดนามคงได้เข้าเป็นสมาชิก WTO แน่

อุตสาหกรรมรถยนต์ เป็นอุตสาหกรรมอีกอย่างที่เวียดนามยังสู้เราไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึงเศรษฐกิจภาคการเกษตร สิ่งทอ แปรรูปอาหารทะเล รวมทั้งอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เวียดนามกำลังแซงหน้าเรา”

เห็นได้จากวันนี้เวียดนามสามารถส่งข้าวออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ ได้มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากไทย ด้วยตัวเลขส่งออกข้าวปีละประมาณ 4-5 ล้านตัน

ส่วนของไทยนั้นส่งออกข้าวประมาณ 6 ล้านตัน

ถึงตัวเลขส่งออกจะสู้ไทยไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่า เวียดนามผลิตข้าวได้น้อยกว่าเรา...เวียดนามมีประชากร 84 ล้านคน ส่วนไทยมี 62 ล้านคน

เวียดนามกินข้าวเหมือนเรา มีคนกินข้าวมากขนาดนี้ ส่งออกไปก็ใกล้ เคียงกับไทย ย่อมต้องผลิตข้าวได้มากกว่าเรา และที่สำคัญอย่าลืมว่า เวียดนามเป็นประเทศเกิดใหม่ ที่พึ่งจะลืมตาอ้าปาก ว่างเว้นสงครามเมื่อปี 2519 นี่เอง

และในอนาคตอันใกล้ ไม่เพียงจะเป็นคู่แข่งไทยในเรื่องข้าวเท่านั้น...ยางพาราก็เตรียมแข่งกับเรา

“เรื่องอุตสาหกรรมประมง และแปรรูปอาหารทะเลที่เมื่อก่อนเราเป็นเจ้าตลาด ตอนนี้เราสู้เวียดนามไม่ได้ บ้านเขาอุดมสมบูรณ์กว่าเรา

เมื่อก่อนเราเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในการส่งออกอาหารทะเลแปรรูป ก็เพราะได้วัตถุดิบจากเวียดนาม แต่ตอนนี้เราเสียไปแล้ว เพราะเวียดนามทำเอง”

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามพัฒนาได้รวดเร็วกว่าไทย ดร.สมภพ ชี้ว่ามาจากปัจจัยหลายอย่าง

ค่าแรงเวียดนามถูก ประมาณวันละ 70 บาท ของไทยวันละ 184 บาท... ประชากรมีมากกว่าไทยแถมยังเป็นประชากรจำนวนมากเป็นคนหนุ่มสาววัยทำงาน ส่วนของไทยประชากรน้อยแถมประชากรวัยทำงานมีน้อย

ประชากรอายุเกิน 60 ปี มีสูงถึง 40% ของประชากรทั้งประเทศ

เวียดนามมีแหล่งพลังงานเป็นของตัวเอง และส่งออกพลังงานไปจำหน่ายในต่างประเทศ ส่วนไทยพลังงานมีน้อยนิด ต้องพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศถึง 90%

เวียดนามใช้การขนส่งสินค้าทางน้ำมาก และให้ความสำคัญในการขนส่งระบบราง แต่ของไทยเน้นขนส่งทางบกเป็นหลัก ทางน้ำและระบบรางไม่สนใจพัฒนา ทำให้การขนส่งสินค้าของไทยเลยมีต้นทุนสูงกว่าเวียดนาม

การศึกษาของเวียดนามดีกว่าไทย ในแง่รัฐบาลส่งเสริมให้คนได้ เรียนรู้ในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูงกว่าด้านสังคมศาสตร์... ส่วนคนไทยได้เรียนเรื่องสังคมศาสตร์มากกว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขนาดกฎหมายขีดเส้นต้องปฏิรูปการศึกษาให้แล้วเสร็จแต่ปี 2545...ทักษิณเป็นนายกฯ เกือบ 6 ปี ถูกคณะปฏิรูปฯ ตะเพิดไปแล้ว วันนี้ปฏิรูปการศึกษาก็ยังไม่เสร็จ

“ปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่ทำให้เวียดนามพัฒนาได้เร็วนั่นก็คือ นโยบายของรัฐบาลชัดเจน เป็นรูปธรรม และมีปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ทุกประการ

แตกต่างกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลทักษิณ แต่ละอย่างล้วนแล้วแต่เป็นนโยบายไม้หลักปักเลน ไม่มีนโยบายเศรษฐกิจไหนเลย ที่ปฏิบัติอย่างเป็นจริงเป็นจัง นโยบายแต่ละอย่างล้วนเป็นทำตามกระแส สร้างภาพทางการตลาดโฆษณาให้ชาวบ้านเคลิ้มฝันไปวันๆ

ตอนแรกบอกว่าจะสร้างประเทศไทยให้เป็นฮับแฟชั่น เอางบ ประมาณมาใช้แล้วก็เงียบ พอกระแสครัวไทยครัวโลกดัง ก็ประกาศนโยบายจะทำประเทศไทยให้เป็นครัวของโลก พอกระแสโลกเรื่องฟู้ดเซฟตี้มาแรง ประกาศนโยบายจะทำ โลจิสติกดังก็ประกาศจะปรับปรุงระบบโลจิสติกของไทย

แล้ววันนี้นโยบายที่กล่าวมา มีอันไหนบ้างที่มีการปฏิบัติและทำให้ เศรษฐกิจประเทศไทยเป็นไปตามทิศทางนั้นบ้าง แม้แต่นโยบายปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเกษตร ปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม ที่ประกาศไว้ตอนเป็นรัฐบาลใหม่ๆ ก็ไม่มีการปฏิบัติจริง”

เมื่อนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ เป็นเหมือนไม้หลักปักเลนอย่างนี้ นักลงทุนจะคาดการณ์ทิศทางการลงทุนให้ถูกต้องได้อย่างไร

บวกกับพฤติกรรม เรียกค่าหัวคิวแพง และข่าวลือธุรกิจใดที่รุ่งเรือง อนาคตไกล มีรายการฮุบมาเป็นสมบัติของพวกตัวเอง

ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก...ทำไม 5 ปี 7 เดือน 11 วัน ที่คนไทย ปล่อยให้เขาครองประเทศไทย...พวกเขายิ่งร่ำรวย แต่ประเทศชาติยิ่งย่ำแย่ และประชาชนยิ่งยากจน.

 
 
บันทึกการเข้า
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #1 เมื่อ: 03-10-2006, 10:03 »

... จึงไม่ใช่เรื่องแปลก...ทำไม 5 ปี 7 เดือน 11 วัน ที่คนไทย ปล่อยให้เขาครองประเทศไทย...พวกเขายิ่งร่ำรวย แต่ประเทศชาติยิ่งย่ำแย่ และประชาชนยิ่งยากจน.

ปล่อยให้คนที่ใจไม่ซื่อ มือไม่สะอาดครองเมือง
ก็ต้องเป็นแบบนี้แหละครับ


 Yell
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
AmmyTr
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #2 เมื่อ: 03-10-2006, 10:04 »

แม้วออกไปแล้ว ยังไงเราก็ไล่ทันครับ เป็นเผด็จการเหมือนกันแล้ว ไม่ต้องาเลือกตั้งให้นโยบายสะดุดครับ เยี่ยมจริง ๆ  
บันทึกการเข้า
แอบอ่าน ซุ่มเงียบ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 249


stand, fight, live or die for what?


« ตอบ #3 เมื่อ: 03-10-2006, 10:35 »

แพ้แล้วเป็นยังไง  ชนะแล้วได้อะไร

แล้วคนเวียดนามมีความสุขมากกว่าคนไทยตรงไหน

ตัวเลขทางเศรษฐกิจ มันบอกถึงการพัฒนาของคนตรงไหนกัน

ชีวิตมนุษย์ก็มีอยู่แค่นี้ อยู่กันได้ไม่ถึงร้อยปี จะแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันไปถึงไหน
บันทึกการเข้า

IF YOU DON'T STAND FOR SOMETHING, YOU MIGHT FALL FOR ANYTHING.
-3-
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,186


« ตอบ #4 เมื่อ: 03-10-2006, 10:41 »

นั่นสินะ

แพ้แล้วเป็นยังไง  ชนะแล้วได้อะไร

แล้วคนเวียดนามมีความสุขมากกว่าคนไทยตรงไหน

ตัวเลขทางเศรษฐกิจ มันบอกถึงการพัฒนาของคนตรงไหนกัน

ชีวิตมนุษย์ก็มีอยู่แค่นี้ อยู่กันได้ไม่ถึงร้อยปี จะแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันไปถึงไหน
บันทึกการเข้า



ประชาธิปไตยตัดสินความต้องการได้ แต่ตัดสินความถูกต้องไม่ได้!!
superager
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152


Olivier@ขบวนการโจ๋เรนเจอร์


« ตอบ #5 เมื่อ: 03-10-2006, 12:01 »

แพ้เรื่องไรไม่สน แต่ในยุคเหลี่ยมแพ้เรื่องปราบทุจริตคอรัปชั่น จริยธรรมทางการเมืือง...

 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: