นายวสันต์ กล่าวต่อว่า ในกกต.ตอนนี้เหม็นเน่าคลุ้งไปหมด เคยได้ยินหรือไม่เรื่องเครื่องชั่งเพราะไม่มีเวลานับ ถ้าจะรื้อคนหมดคนไม่เลวก็พอจะมีอยู่ แต่รื้อหมดก็จะไม่มีแขนขา อย่างน้อยต้องดึงไว้แล้วกระทืบๆ ซึ่งเป็นหลักบริหารคน ในสำนักงานกกต.ได้ยินว่ามากันแบบเส้นสาย ยุคนี้ตำรวจเฟื่องฟู รองเลขาธิการฯและผู้บริหารเป็นตำรวจทั้งนั้น อย่างไรก็ดีตนเชื่อว่าไม่ได้รับเลือกเป็นกกต.แน่นอน
เพราะรู้ชะตาตั้งแต่วันที่11สิงหาคมแล้วว่ามีโผออกมาว่ามีสี่คนที่จะไม่เลือก คือ ตน นายแก้วสรร อติโพธิ นายวิชา มหาคุณ และนายนาม ยิ้มแย้ม วันนี้โผยังไม่เปลี่ยนแปลงเพียงแต่ตนกับแก้วสรรจะเปลี่ยนอันดับคนที่จะไม่ถูกเลือกมากที่สุด แต่หากไม่ได้รับเลือกก็จะหาโอกาสเข้าไปทำงานต่อไป
หลังจากวันที่แสดงวิสัยทัศน์เสร็จ
มีคนต่อสายเข้ามาถึงผมว่ามีความตั้งใจจริงจะเป็นกกต.หรือไม่ ถ้าตั้งใจจำเป็นต้องมีเสียงสนับสนุน แต่ผมบอกว่าไม่ต้องการ ซึ่งมีผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อหลายคนที่ต่อสายเหมือนกันและทราบด้วยว่าผู้ที่ต่อสายมาจากสายไหน แต่ไม่ทราบว่าเป็นสายเดียวกับผมหรือเปล่า แต่สำหรับคนที่ต่อมาหาผม หากผมไม่ทราบผมต้องไปเดินท้องนาให้ควายเรียกพี่แล้ว ซึ่งเท่าที่ทราบผู้ที่ถูกต่อสายหลายคนก็รูสึกเฉยๆ นายวสันต์ กล่าว
เมื่อถามว่า มองพฤติกรรมนี้อย่างไร และคนที่ต่อสายมามีสิทธิ์ที่จะเลือกกกต.หรือไม่ นายวสันต์ กล่าวว่า เป็นคนไม่มีสิทธิ์เลือก แต่เชื่อว่าน่าจะรู้จักกับคนที่มีสิทธิ์เลือก และการต่อสายนั้นคงหวังว่าให้ตนเข้าเป็นพวก และรู้กันอยู่ว่าพฤติกรรมเป็นอย่างไร โดยคนที่ต่อสายมาเป็นคนที่สนิทกับตน และพอจะมองออกว่ามาจากสายไหน
http://www.komchadluek.net/2006/08/29/a001_42138.php?news_id=42138