วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3822 (3022)
ไอทีทำคาร์โก้สุวรรณภูมิเดี้ยง ผู้ส่งออกระส่ำ-งัดแผนฉุกเฉินโลว์เทค
"สุวรรณภูมิ" โกลาหลหนัก โปรเจ็กต์ "ฟรีโซนโอเปอเรเตอร์" คุมการนำเข้า-ส่งออก คาร์โก้สะดุด เจอพิษระบบ "ไอที" ACCS เสียเงินจ้างเอาต์ซอร์ซแทกส์ 10 ปี ดอดซื้อโปรแกรมจากต่างชาติมาใช้ทดสอบแล้วไม่ผ่าน "แอร์ไลน์นานาชาติ-เอเย่นต์-ศุลกากร-การบินไทย/บางกอก แอร์ฯ" รุมทุบโต๊ะ ทอท.ดิ้นพล่านดึง นอร์ธ มิวนิก แอร์พอร์ต ทำแผนฉุกเฉิน หันพึ่งโลว์เทค คาด 5 กลุ่มธุรกิจ "อิมพอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต" ระส่ำหนัก
หลังจากคณะกรรมการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) ซึ่งมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติครั้งล่าสุดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบการการบินโอนย้ายกิจกรรมทั้งหมดจากดอนเมืองมายังสุวรรณภูมิ 28 ก.ย.นี้อย่างแน่นอน พบว่ายังมีปัญหาอยู่ที่ "ฟรีโซนโอเปอเรเตอร์" ซึ่งทำหน้าที่คุมการนำเข้า-ส่งออก คาร์โก้ทั้งประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมส่งออก ยังไม่พร้อม จะต้องมีการทำแผนปฏิบัติฉุกเฉินขึ้นมาเพื่อใช้แก้สถานการณ์ไปก่อน
...
ในระหว่างการทดสอบร่วมกันทั้ง 6 กลุ่ม เพื่อประเมินความพร้อมร่วมกับระบบไอทีของผู้ใช้ทั้ง 5 กลุ่ม พบว่าเป็นอุปสรรคและปัญหาอย่างรุนแรง ตามโปรแกรมจะต้องทดสอบทั้งการนำสินค้าเข้า ซึ่งมีรายละเอียดงานถึง 43 ขั้นตอน แต่ขณะนี้เพิ่งจะทดสอบไปเพียง 14 ขั้นตอนก็ต้องหยุด เพราะระบบไอทีของ ACCS กับกรมศุลกากรไม่สามารถเชื่อมข้อมูลกันได้ ส่วนการส่งสินค้าออกมีรายละเอียดงาน 29 ขั้นตอน ขณะนี้ยังไม่ได้ลงมือทดสอบแต่อย่างใดจนกระทั่งบริษัท นอร์ธ มิวนิก แอร์พอร์ต จำกัด ที่ปรึกษาการทดสอบและเตรียมความพร้อมสุวรรณภูมิมีมติร่วมกับทุกหน่วยงานระหว่างการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ให้นำ "ปฏิบัติการฉุกเฉินคาร์โก้" เข้ามาให้บริการวันเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ 28 ก.ย.นี้ ขอยกเลิกการนำระบบ ACCS ของแทกส์ แต่ให้ผู้ประกอบการสายการบิน สมาชิกทาฟ่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฟรีโซนโอเปอเรเตอร์นำรูปแบบปฏิบัติเดิมของกรมศุลกากรด้วยการใช้ระบบ EDI เนื่องจากทุกหน่วยคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็ให้ใช้แก้ปัญหาไปพลางๆ ก่อน จนกว่าแทกส์จะปรับระบบ ACCS ให้เข้ากับการใช้งานของหน่วยอื่นได้
...
บมจ.การบินไทยรายงานเช่นกันว่า ปัญหาใหญ่สุดมี 2 เรื่อง คือ สายการบินและเอเย่นต์ทาฟ่าจะไม่มีพื้นที่สต๊อกสินค้าให้ลูกค้า และคลังสินค้าแบบใหม่ที่ลงทุนไว้มีพื้นที่ด้านหน้าน้อยมากไม่สามารถจัดเก็บหรือพักสินค้าได้ หากกลับไปใช้ระบบปฏิบัติคาร์โก้แบบเดิมเหมือนดอนเมือง เนื่องระหว่างเดินเรื่องขอกรมศุลกากรนำเข้า เคลียร์ออก หรือถ่ายโอน (transfer) จากคลังสินค้า (warehouse) จะเคลื่อนย้ายสินค้าไปไหนไม่ได้ และแบบก่อสร้างคลังสินค้าการบินไทย หรือบางกอก แอร์เวย์ส หรือแทกส์ เองก็ตามด้านหน้าคลังจะเหลือพื้นที่น้อยมากประมาณ 150-200 ตร.ม.เท่านั้น เปรียบเทียบกับสินค้าที่ต้องหมุนเวียนเข้าออกแต่ละชั่วโมงเป็น 1,000 เบอร์ รองรับกันไม่ได้อย่างแน่นอน อีกทั้งจะก่อให้เกิดความโกลาหล และ/ หรือ เป็นไปได้ที่สินค้าสูญหายหรือไม่ก็เสียหายเพราะสภาพความคงทนต่างกัน
นายกฤษฏ์ ศิริจรรยา ผู้จัดการสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ (TAFA/ทาฟ่า) เปิดเผยว่า ทางนอร์ธ มิวนิก แอร์พอร์ต มีมติร่วมขอให้ใช้แผนปฏิบัติการคาร์โก้ฉุกเฉินตั้งแต่ 28 ก.ย.นี้ ทาฟ่าซึ่งดูแลเอเย่นต์สมาชิกกว่า 140 บริษัทต้องเร่งจัดเตรียมความพร้อม โดยกระจายให้เอเย่นต์และลูกค้ารับรู้ถึงวิธีการขนส่งตามแผนฉบับใหม่ ซึ่งยังเข้าไปใช้ไอทีระบบ ACCS ไม่ได้
ปัญหาที่ทาฟ่าเห็นตรงกับการบินและผู้ประกอบการทั่วไปตรงกัน 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องแรก รูปแบบคลังสินค้าสำหรับจัดเก็บหรือพักมีพื้นที่รองรับไม่เพียงพออย่างแน่นอน
...
http://www.matichon.co.th/prachachart/prachachart_detail.php?s_tag=02p0101280849&day=2006/08/28จะเปิดได้ตาม สั่ง ไหมหนอ...