วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เวลา 21:24:59 น. มติชนออนไลน์
กรรมของแบงก์ชาติ-ก.ล.ต.?..โดยประสงค์ วิสุทธิ์
แน่นอน"นายใหญ่"ย่อมไม่ผิดหวังด้วยสติปัญญา ระดับนายแพทย์ นายสุรพงษ์แสดงได้อย่างสมบทบาท
ลอยตัวในทุกเรื่อง ตีสีหน้าไม่รู้เดียงสากับการกระทำของตนเอง
เคยมีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ประเทศไทยมีกรรมที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อสมัคร สุนทรเวช
(ตอนนี้คนวิจารณ์อาจเปลี่ยนใจแล้วเพราะฤทธิ์ของคนชื่อสมัครนี่แหละ
ที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและคุณหญิงพจมาน ภรรยา พาครอบครัวหนีคดีอาญาแผ่นดิน
ไปเสวยสุขอยู่อังกฤษ-ดูได้จากรูปประชาสัมพันธ์ ที่เผยแพร่มาให้คนไทยไปพลางๆก่อนจนว่า
"วันของผมจะมาถึง ขอให้ผู้สนับสนุนผมอดทนอีกนิด.." )
ตอนนี้อาจมีคนวิพากษ์วิจารณ์แล้วว่า เป็นกรรมของกระทรวงการคลังมีสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นรัฐมนตรี
นาย สุรพงษ์ที่ไปบรรยายงานไหน มักเริ่มต้นด้วยเปรียบอาการป่วยไข้ทางเศรษฐกิจเหมือนการเจ็บป่วยทางร่างกาย
ที่ต้องการการรักษาเช่นเดียวซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะนายสุรพงษ์ร่ำเรียนมา ทางการแพทย์
แต่ที่ต้องมาอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญทางด้าน เศรษฐกิจ
เป็นเพราะความต้องการของ"นายใหญ่"ที่ต้องการให้คนที่ไว้วางใจอย่าง ที่สุด
ให้มาอยู่ในตำแหน่งที่จะสามารถกุมชะตากรรมเศรษฐกิจของประเทศไว้ในมือ
แน่นอน"นายใหญ่"ย่อมไม่ผิดหวังด้วยสติปัญญาระดับนายแพทย์ นายสุรพงษ์แสดงได้อย่างสมบทบาทลอยตัวในทุกเรื่อง
ตีสีหน้าไม่รู้เดียงสากับการกระทำของตนเองในแต่งตั้งคณะกรรมการธนาคารแห่ง ประเทศไทย(ธปท.)
และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ที่ น่าจะเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เนื่องจากคณะกรรมการคัดเลือกมีส่วนได้ส่วน เสีย และยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า
มีการส่งคนเพื่อเข้าไปควบคุมอำนาจเบ็ดเสร็จในตลาดเงินและตลาดทุนผ่านหน่วย งานทั้งสองนายสุรพงษ์อ้างว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการต่างๆในช่วงที่ผ่านมา ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้ง
ก็มีแหล่งที่มาที่หลากหลาย และแต่ละคนก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ความสามารถและเป็นตัวของตัวเองทุกคน
ดังนั้น คงไม่มีใครสามารถจะไปกำหนดให้ทำอะไรได้
ทั้งๆที่ข้อเท็จจริงเห็นชัดว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก กรรมการ ธปท.และ ก.ล.ต.และกรรมการอื่นๆในหน่วยงานทั้งสอง
นายสุรพงษ์ใช้เพียงบริการของคู่ซี้นายนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง
และ นายวิจิตร สุพินิจ อดีตผู้ว่าการ ธปท.(ยุคธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ(บีบีซี)เจ๊งยับเยินกว่าแสนล้านบาท) และพวกเป็นหลัก
ทั้งนี้ นายวิจิตร ได้รับการแต่งตั้งจากนายสุรพงษ์ให้เป็นประธานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ทั้งๆที่นายวิจิตรถ่างขานั่งเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบธนาคารทหาร ไทยและประธานบริษัทจีสตีล
ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ส่วน ประธานและกรรมการ ธปท.นั้น หลายคนต้องคดีอาญาแผ่นดินร่วมกับนายสุรพงษ์และพ.ต.ท.ทักษิณ
เช่นเดียวกับกับนายนิพัทธที่ต้องคดีร่ำรวยผิดปกติถูกอัยการฟ้องยึดทรัพย์ให้ ตกเป็นของเป็นแผ่นดิน
เป็นทั้งประธานคณะกรรมการคัดเลือก ก.ล.ต.และกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
(นายนิพัทธได้รับเลือกจากนาย วิจิตรในฐานประธาน ก.ล.ต.และจากกรรมการ ก.ล.ต.
ที่นายนิพัทธเป็นผู้คัดเลือกจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า การเลือกนายนิพัทธให้เป็นกรรมการตลาดหุ้นเป็นการลักษณะต่างตอบแทน)
ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ หนึ่งกรรมการ ก.ล.ต.ผุ้ทรงคุณวุฒิที่นายนิพัทธเป็นผู้คัดเลือกนั้นคือ
นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นกรรมการสอบสวนนางธาริษา วัฒนเกส
ผู้ว่าการ ธปท.ในเรื่องการเพิ่มทุนธนาคารไทยธนาคารเพื่อหาข้อบกพร่องในการปฏิบัติ
หน้าที่ของนางธาริษาซึ่งจะเป็นข้ออ้างในการปลดนางธาริษาพ้นจากตำแหน่งผู้ว่า การ ธปท.
จากข้อมูลดังกล่าวเห็นได้ว่า กระบวนคัดเลือกกรรมการและกรรมการทั้งม ธปท. ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์
ล้วนมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมายเล่นกันอยู่ไม่กี่คน และตัวบุคคลตั้งแต่ตัวรัฐมนตรีคลัง
และกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งมีมลทิน ถูกกล่าวหาในคดีอาญาและร่ำรวยผิดปกติ
ขณะที่ทั้.ธปท.และสำนักงาน ก.ล.ต.มักอวดอ้างว่า จะทำให้ตลาดเงินและตลาดทุนมีธรรมาภิบาล
โปร่งใสด้วยการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะลักษณะต้องห้ามของผู้
บริหารและกรรมการสถาบันการเงิน และบริษัทจดทะเบียนเพียงแต่ถูกกล่าวโทษและถอดถอนก็ห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการ
และผู้บริหารอีกจนกว่าคดีจะถึงที่สุดว่าไม่มีความผิด
จึงนับเป็นเรื่องน่าละอายอย่างมากที่ผู้กำหนดและกำกับนโยบายเศรษฐกิจในเกือบ
ทุกระดับมุ่งแต่แสวงหาผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะพวกอย่างไร้หิริโอตตัปปะ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1218810444&catid=05แฉ หมอเลี๊ยบกันได้เลยพี่น้องงงงงงงงง