พอดีไปอ่าน กระทู้ในเวปอื่นมา เลยเห็น ลายเซ็น คุณนพดลเลยเอามาให้ดู ( อยู่ในรูปที่ 2 ที่เขียนว่า NPน่ะ)

------------------------------------------------------------------------------------------------------
ยกเลิกแถลงการณ์ร่วม...ชนวนเหตุทำไทยเสียเปรียบ กัมพูชาต้องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกมาก จึงยอมรับเงื่อนไขที่ไทยเสนอทั้งหมดนั่นคือ ให้กัมพูชาตัดพื้นที่ทับซ้อนออกและขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท จนนำมาสู่แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาที่นพดล อดีตรมต.ก.ต่างประเทศไปดำเนินการเจรจาต่อเนื่องจากรมต.ก.ต่างประเทศสมัยรัฐบาลสุรยุทธ เพื่อให้ได้รับความสนับสนุนจากไทยในการขึ้นทะเบียนครั้งนี้
โดยแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว ทำให้ไทยได้เปรียบในหลายด้าน ดังนี้
ประการแรก
แถลงการณ์ร่วมทำให้กัมพูชายอมรับพื้นที่ที่เป็นของเขาจริงๆ เพียงบริเวณที่ตั้งตัวปราสาทเท่านั้น ตามข้อ 2
2. ด้วยเจตนารมณ์แห่งมิตรภาพและความร่วมมือกัน
ราชอาณาจักรกัมพูชายอมรับว่า ปราสาทพระวิหารที่จะเสนอขอขึ้นทะเบียนไว้ในบัญชีมรดกโลก ในขั้นนี้จะไม่ได้รวมพื้นที่กันชนทางด้านเหนือและด้านตะวันตกของปราสาท 
ประการที่สอง แถลงการณ์ร่วมทำให้ไทยยังคงรักษาพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.เอาไว้ได้ โดยที่กัมพูชายอมตัดออกจากแผนผังในการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก และยังทำให้ไทยมีสิทธิในพื้นที่นี้
ตรงกันข้ามทำให้กัมพูชาไม่สามารถอ้างความเป็นเจ้าของได้อย่างเต็มที่จนกว่าจะมีการปักปันเขตแดนเสร็จเรียบร้อย ตามข้อ 4
4. ระหว่างที่รอผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการร่วมเพื่อการปักปันเขตแดนทางบก (Joint Commission for Land Boundary หรือ JBC) เกี่ยวกับพื้นที่ด้านเหนือและด้านตะวันตกรอบๆ ปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้รับการระบุให้เป็น หมายเลข 3 ในแผนที่ที่อ้างอิงไว้ในวรรค 1 ข้างต้น
แผนการบริหารจัดการพื้นที่เหล่านี้จะได้รับการจัดทำในลักษณะของการประสานร่วมมือกันระหว่างทางการผู้รับผิดชอบของกัมพูชาและทางการผู้รับผิดชอบของไทย โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการอนุรักษ์ระหว่างประเทศ ด้วยทัศนะที่มุ่งรักษาคุณค่าอันเป็นสากลที่โดดเด่นของทรัพย์สินดังกล่าวนี้ แผนการบริหารจัดการดังกล่าวนี้จะบรรจุไว้ในแผนการบริหารจัดการสุดท้ายสำหรับปราสาทพระวิหารและบริเวณรอบๆ ปราสาท ซึ่งจะยื่นเสนอต่อศูนย์กลางมรดกโลก (World Heritage Centre) ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2010 เพื่อการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณามรดกโลก ในการประชุมครั้งที่ 34 ในปี 2010

ประการสุดท้าย
แถลงการณ์ร่วมยืนยันชัดเจนว่า การขึ้นทะเบียนมรดกโลกของกัมพูชา จะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการปักปันเขตแดนที่ดำเนินการมาตลอด ตามข้อ 5
5. การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารไว้ในบัญชีมรดกโลกครั้งนี้ จะไม่ทำให้เสื่อมเสียสิทธิ์ของราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย ในการกำหนดปักปันเขตแดนของคณะกรรมการร่วมเพื่อการปักปันเขตแดนทางบก (JBC) ของประเทศทั้งสอง

แต่เมื่อแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ที่นพดล อดีตรมต.ก.ต่างประเทศไปลงนามไว้ ถูกระงับการใช้ ทำให้ข้อตกลงต่างๆ ในแถลงการณ์ร่วมเป็นอันยุติ และส่งผลให้กัมพูชากลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบไทยทันที นั่นคือ
1. กัมพูชาสามารถขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องขอความร่วมมือใดๆ จากไทยอีก ดังนั้น จากนี้ไปการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชาจะหาข้อตกลงร่วมได้ยากขึ้น ไม่ว่าไทยจะยื่นข้อเสนอใดๆ ไปในการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อน กัมพูชาก็อาจไม่สนใจหรือถ่วงเวลาการเจรจาให้ยืดเยื้อออกไปได้ ( ตรงข้อนี้ ถ้าเราสนับสนุุนแล้วเขมรจะเกรงเราเพราะคิดว่าที่ได้เพราะเรามีส่วนสนับสนุน ถ้ามีปัญหากับเราแล้วมรดกโลกจะมีปัญหา แต่วันนี้รู้แล้วว่าไทยไม่มีผลใดๆต่อการขึ้นมรดกโลก )
2. กัมพูชาสามารถอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องอ้างอิงแถลงการณ์ร่วมในข้อ 4 อีกต่อไป ซึ่งส่งผลให้กัมพูชากล้ากล่าวหาว่าไทยรุกล้ำอธิปไตยของเขา พร้อมทั้งปฏิเสธความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ บนพื้นที่ทับซ้อนร่วมกับไทย ตามที่เคยมีการเจรจากันมาก่อนหน้านี้
3. ไทยมีโอกาสเสียดินแดนบนเขาพระวิหารให้กัมพูชาสูง หากข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนถูกนำขึ้นไปสู่ศาลโลกอีกครั้ง เนื่องจากไทยและกัมพูชาต่างถือแผนที่คนละฉบับ แต่กัมพูชาได้เปรียบไทยเพราะสามารถอ้างแผนที่ของฝรั่งเศสที่ตนถืออยู่ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะแผนที่ดังกล่าวนี้ เคยทำให้กัมพูชาชนะไทยในคดีบนศาลโลกมาแล้วเมื่อปี 2505
สมุดปกขาวของกระทรวงต่างประเทศ กรณีปราสาทพระวิหาร รวมถึงแถลงการณ์ร่วม ดูได้ที่
http://www.mfa.go.th/internet/information/20154.pdf อีกทั้งแผนที่ของฝรั่งเศสที่กัมพูชายึดถืออยู่นี้ ก็ได้รับการยอมรับจากฝ่ายไทยมาตลอด แม้แต่ในสมัยรัฐบาลชวนที่ได้เป็นผู้ริเริ่มตั้งคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (JBC) ยังยึดถือแผนที่ของฝรั่งเศสฉบับเดียวกับที่กัมพูชายึดถือ ในการปักปันเขตแดน ตามบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชาที่ปรากฎอยู่ในมติครม.2543 ดังนี้
http://www.spokesman.go.thข่าวที่ 06/130
วันที่ 13 มิถุนายน 2543
สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรี
วันนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี
นายอรรคพล สรสุชาติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางรัตนา จงสุทธนามณี และนายปาน
พึ่งสุจริต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกันแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล
ตึกนารีสโมสร สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
17. เรื่อง ผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (JBC) ครั้งที่ 2
1. พื้นฐานทางกฎหมาย การสำรวจและปักหลักเขตแดนทางบกจะดำเนินกากรโดยใช้เอกสารหลักฐานที่
ผูกพันไทยและกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ คืออนุสัญญาฉบับลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1904 สนธิสัญญา
ฉบับลงวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 1907 กับพิธีสารแนบท้าย และแผนที่แสดงเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามาตราส่วน
1:200,000 ซึ่งจัดทำขึ้นตามผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน
http://www.thaigov.go.th/webold/news/cab/43/cab13jun43.doc................................................................................................
หมายเหตุ ข้อมูลเพิ่มเติมจาก พันเอก นพดล โชติศิริ
(กรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด)
ประการแรก
สนธิสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ว่าด้วยดินแดนและข้อตกลงอื่น ๆ
ฉบับลงนาม ณ กรุงปารีส วันที่ 13 กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ศก 122 (ค.ศ. 1904)
ประการที่ 2
สัญญาว่าด้วยการปักปันเขตแดนระหว่างพระเจ้าแผ่นดินสยามกับประธานาธิบดี
แห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ฉบับลงนาม ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 มีนาคม
รัตนโกสินทร์ศก 125 (ค.ศ. 1907) กับพิธีสารว่าด้วยการปักปันเขตแดนแนบท้ายสนธิสัญญาฉบับลงวันที่ 23 มีนาคม
รัตนโกสินทร์ศก 125 (ค.ศ. 1907)
ประการที่ 3
สิ่งที่ใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายคือ แผนที่ซึ่งจัดทำขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดน
ระหว่างสยามกับอินโดจีน มาตราส่วน 1:200,000 ซึ่งจัดทำขึ้นตามอนุสัญญา ค.ศ. 1904
และ 1907 ที่ผ่านมารวมทั้งเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับอนุสัญญา ค.ศ. 1904
และ 1907 ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส
กล่าวโดยสรุป
1. แผนที่ของฝรั่งเศสที่กัมพูชายึดถือ ได้รับการยอมรับจากทางการไทยมาก่อนหน้านี้นานแล้ว รวมทั้งรัฐบาลชวนเมื่อปี 2543 แต่กลับมีผู้บิดเบือนว่า นพดล อดีตรมต.ก.ต่างประเทศไปเซ็นยอมรับแผนที่กัมพูชา ทั้งที่ไม่เกี่ยวกันเลย
2. กัมพูชาสามารถขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ได้ด้วยข้อมูลและแผนผังของกัมพูชาเอง ไม่เกี่ยวกับแถลงกาารณ์ร่วมไทย-กัมพูชาแล้ว เพราะถูกศาลระงับมติครม. ทำให้แถลงการณ์ไม่มีผลบังคับใช้ แต่กลับมีผู้บิดเบือนว่า ที่ไทยมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนอยู่ทุกวันนี้ เพราะนพดลไปเซ็นแถลงการณ์ร่วม ทั้งที่แถลงการณ์ร่วมไม่ได้ถูกใช้แล้วในการขึ้นทะเบียน ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในวันขึ้นทะเบียน
ๆลๆ
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6827568/P6827568.html-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จะยก เฉพาะลายเซ็นมา ก็กระไรอยู่ เลยยกมาทั้งกระทู้ 