เช้าทำผิดรธน.-บ่ายเจอยุบพรรค! 'สมัคร'กลับบ้าน เก็บตัวเงียบ พลังประชาชนยอมรับคำตัดสินกรณี 'ยงยุทธ-นพดล' พร้อมให้กำลังใจ'สมัคร'ทำงานด้วยความอดทน ใช้อำนาจที่ได้มาให้นานที่สุด ด้านนายกฯกลับไปเก็บตัวเงียบที่บ้านพัก กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงผลการประชุมส.ส.ของพรรค ว่า ที่ประชุมได้มีการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ทางการเมือง ทั้งกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยว่าการลงนามในแถลงการณ์ร่วมขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ซึ่งเห็นตรงกันว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวจะเป็นบรรทัดฐาน หากมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกว่าการลงนามในแถลงการณ์ใด ๆ ก็ตามหากมีผลผูกพัน ฝ่ายบริหารจะต้องนำเรื่องเข้าสภาก่อนที่จะดำเนินการ ซึ่งเราก็ยอมรับในข้อตัดสินดังกล่าว
สำหรับกรณีที่ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งวินิจฉัยคดีให้ใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภานั้น สมาชิกได้หารือกันอย่างกว้างขวางและยอมรับการตัดสินดังกล่าวโดยดุษฎี ซึ่งทุกคนก็รับฟัง แต่รู้สึกเสียใจกับนายยงยุทธ ที่ถูกคำพิพากษาตัดสิทธิทางการเมือง แต่ก็ต้องต่อสู้กันต่อไปด้วยเหตุผลและหลักฐานที่เรามีอยู่
ส่วนคำพิพากษานั้นเราก็เคารพ ซึ่งทุกคนก็เข้าใจตรงกันว่าสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันไม่มั่นคง บริหารงานเป็นไปโดยลำบาก เพราะมีกติกาเขียนขึ้นมาตีกรอบให้พลังประชาชนเกิดปัญหา ซึ่งขอยืนยันว่าสมาชิกพรรคทุกคนได้หล่อหลอมความสามัคคีและมีเจตจำนง ที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเหนียวแน่น โดยจะใช้เวลาที่ยังมีอยู่ สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น
ทั้งนี้พรรคขอให้กำลังใจนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้ทำงานอย่างอดทน เพื่อให้บ้านเมืองหลุดพ้นจากปัญหา ถึงแม้ว่าเวลาทางการเมืองของพรรคจะมีมากหรือน้อยแค่ไหนก็เชื่อว่าประชาชนยังต้องการรัฐบาลที่เข้มแข็งให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหา และมั่นใจว่านายกฯ และรัฐมนตรีจะไม่ไหวหวั่น พร้อมที่จะต่อสู้ต่อไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จากนี้ไปทิศทางทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ร.ท.กุเทพกล่าวว่า รัฐบาลมาจากอำนาจการเลือกตั้งของประชาชนตามรัฐธรรมนูญและมีวิธีการที่จะแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจนแน่นอน ส่วนวิบากกรรมที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบันที่กระบวนการยังอยู่ในชั้นศาลก็ต้องใช้พยานหลักฐานและเหตุผล ไปต่อสู้หักล้างกัน
ต่อข้อถามว่า รัฐบาลจะมีความชอบธรรมในการบริหารงานต่อไปหรือไม่ เพราะทั้งศาลฎีกาและศาลรัฐธรรมนูญล้วนมีคำวินิจฉัยที่ไม่ส่งผลดีต่อการทำงาน โฆษกพรรคกล่าวว่า เรื่องต่าง ๆ ที่อยู่ในกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกา ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องที่เกิดเพราะการเมืองนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลมีความชอบธรรมที่จะบริหารงานต่อไป โดยยึดถืออำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่ารัฐบาลควรจะพิจารณาคืนอำนาจให้กับประชาชนหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมในการทำงาน ร.ท.กุเทพกล่าวว่า เราวิเคราะห์กันว่า นายกฯ และรัฐมนตรีคนอื่น อาจจะมีคดีที่ถูกดำเนินการอื่นๆ ตามมาอีก ซึ่งปัญหาในแง่กฎหมายมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่เมื่อศาลชี้กรณีขัดมาตรา 190 ก็ต้องทำตาม ถือเป็นขั้นตอนปกติ ตราบใดที่ยังใช้อำนาจที่มาจากประชาชน รัฐบาลก็ยังสามารถทำงานตามกฎหมายต่อไปได้ ส่วนที่การเรียกร้องให้ยุบสภาเพื่อเป็นทางออกนั้น ตนเห็นว่าคดีที่นายยงยุทธโดนใบแดงก็คงไม่แตกต่างจากพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย เมื่อมีการตัดสิน ขั้นตอนต่อไปก็ไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งการที่ทุกคนกังวลว่าพรรคจะถูกยุบจนมีการเสนอทางออกต่าง ๆ ออกมานั้น ตนเห็นว่าขั้นตอนของการยุบพรรคการเมืองต้องใช้ระยะเวลาอีกยาว
ดังนั้นไม่ควรที่จะทำให้การบริหารงานสะดุด ควรที่จะใช้อำนาจที่ได้มาให้ยาวนานที่สุดในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งเรื่องนี้เราไม่ได้วิตกและไม่ได้คิดว่าการยุบพรรคจะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องให้ความสำคัญจนรัฐบาลต้องหยุดทำงานในทุกเรื่อง เพราะเมื่อถึงเวลานั้น เราก็ยังมีเวลาที่จะเตรียมพรรคใหม่ได้ทัน จึงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบในขณะนี้
สมัคร"เก็บตัวเงียบอยู่ที่บ้านพักย่านนวมินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่าหลังจากประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จเรียบร้อย นายกฯ ได้เดินทางออกตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยขึ้นรถที่จอดอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน และออกจากทำเนียบฯ เพื่อเข้าเฝ้าถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เนื่องในวันพระราชสมภพ ในเวลาประมาณ 15.00 น.
จากนั้นเวลา 15.20 น. นายกฯ เดินทางกลับเข้าทำเนียบฯ และใช้เวลาอยู่ประมาณ 5 นาที จากนั้นเดินทางออกจากทำเนียบฯ อีกครั้ง ซึ่งจากการสอบถามคนใกล้ชิด บอกว่านายกฯ เดินทางกลับไปบ้านพักที่หมู่บ้านโอฬาร ถนนนวมินทร์ 81 และยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน
http://www.bangkokbiznews.com/ โดน'สองดอก'อย่างนี้....
ไม่ต้องให้หมอมาลินีวิเคราะห์ก็ได้......
'หมัก เมถุน' ประสาทแดก ไร้วุฒิภาวะอารมณ์แน่ๆ....
พรุ่งนี้ยังต้องคอยตอบคำถาม'นักข่าวสาว' กรณีทุจริต
รับสินบนสร้างอุโมงค์น้ำจากญี่ปุ่น.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า