ปรับเปลี่ยนวิธีเลือกผู้แทนเข้าไปบริหารประเทศเป็นแนวความคิดที่ดี ให้ได้คนดีที่มีความมั่นคงไในคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรุมม
มีความรู้ความสามารถมีจิตสาธารณะ เห้แก่ประโยชน์ชาติ
ปัญหาสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การแบ่งสรร งบประมาณชาติ ทำอย่างไรจะเอามาใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ
เพราะเป็น ตัณหา ที่ทำให้พวกนักการเมือง รุมทึ้ง กันเพื่อให้คุ้มทุน ในการเลือกตั้ง
ขอเสนอว่า น่าจะเปลี่ยนวิธีจัดสรรงบประมาณ อาจแบ่งเป็น งบประจำสำหรับพัฒนาจังหวัด
ทุกจังหวัด แต่ละจังหวัด ไปดุแลงบประมาณส่วนนี้ เพื่อพัฒนาจังหวัดของตน
จะเป็นงบประมาณโครงการเฉพาะหน้า โครงการระยะสั้น หรือ โครงการระยะยาว งบผูกพันต่อเนื่อง
หากมีการโกงกินกัน คนในจังหวัด ปชช ในจังหวัดนั้น ๆ ก็ตรวจสอบกันเอง
จังหวัดไหนที่คนมีคุณภาพ ก็สามารถเอางบที่ได้มา พัฒนา คุณภาพชีวิต การศึกษาได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
จังหวัดไหนที่มีแต่ สส โกงกิน ก็จะมีการเปรียบเทียบได้
ที่สำคัญ คือ แต่ละจังหวัดก็มีปัญหาแตกต่างกัน งบตรงนี้ก็เอาไปใช้พัฒนาให้ตรงตามปัญหาของจังหวัดได้
อาจแบ่งสัดส่วนงบประมาณทั้งหมดให้จังหวัดทุกจังหวัดเท่ากัน 50 %
ีอีก 50 % จึงแบ่งไปให้แต่ละกระทรวง
สรุปคือ ต้องแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณแต่ละปี ปรับเปลี่ยนวิธีแบ่งสรรงบประมาณที่ถึงมือ ปชช โดยตรง
ไม่ต้องผ่านการยกมือของสภาโจรอีกต่อไป
เมื่อโอกาสจะโกงกินงบประมาณน้อยลง การถอนทุนก็จะน้อยลง หรือ ไมีมีอีกต่อไป
ความคิดของคุณสุริยะใส และพันธมิตร ก็เป็นแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ ในการปรับเปลีี่ยนวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนราาฎร์
และหาวิธีได้คนมีคุรภาพให้มากที่สุด
ส่วนการปรับเปลี่ยนงบประมาณก็เป็นวิธีเสริมเพื่อให้ ปชต ไทย การเมืองไทยก้าวหน้า
เพราะนักเลือกตั้งเข้ามาโกงกินจากงบประมาณ หากคุณสุริยะใสและพันธมิตรจะมองเรื่องการจัดสรรงบประมาณ
ในทางการเมือง ก็จะดีขึ้น เพราะการจัดสรรงบประมาณในบ้านเราเป็นไปแบบแนวทางเก่ามาหลายสิบปีแล้ว
หรือ ๖๐ กว่าปี แล้ว นับวัน ก็ยิ่งมีกลดกงมากขึ้น จะปล่อยให้เป็นการตรวจสอบ หน่วนงานราชการตรวจสอบเท่านั้น
คงไม่ทันกลโกงของนักเลือกตั้ง การปรับเปลี่ยให้ ปชช เจ้าของเงิน เจ้าของภาษีอากรตรวจสอบโดยตรง
ยกตัวอย่าง จัดหวัดสามารถนำงบไปจัดการศึกษาได้โดยตรงดดยไม่ต้องรอ ศธ หรือ รมต ศธ
ซึ่งเข้ามาโกงข้อสอบให้พวกพ้องลูกหลานว่านเครือ
แต่ให้ตรวจสอบงบประมาณการศึกษา ซึ่งก็มีผู้แทนจังหวัดดุแลเรื่องนี้
หากมีปัญหามากจึงส่งให้หน่วยกลาง หรือ คตง