ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
18-10-2026, 04:50
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เจาะรหัสของดวงดาวจากทักษิณ? : ฤ การยกเขาพระวิหาร เป็นการสะเดาะเคราะห์ของแม้ว 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
เจาะรหัสของดวงดาวจากทักษิณ? : ฤ การยกเขาพระวิหาร เป็นการสะเดาะเคราะห์ของแม้ว  (อ่าน 2708 ครั้ง)
นค
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 86


« เมื่อ: 23-06-2008, 04:05 »

เจาะรหัสของดวงดาวจากทักษิณ?

โดย สิริอัญญา    22 มิถุนายน 2551 15:39 น.

       เคยบอกมาครั้งหนึ่งแล้วว่าคนที่เข้าหาแวดล้อมคุณทักษิณนั้นมีอยู่เพียง 3 พวก คือพวกที่ไปขอเงิน พวกที่ไปขอตำแหน่ง และพวกที่ไปห้อยโหนเพื่อให้ได้ช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ แม้จะมากมายประการใดก็ไม่มีคุณค่าหรือสาระใดๆ
       
        บัดนี้คุณทักษิณก็ได้เปิดเผยรหัสบางอย่างออกมาเองโดยที่ไม่มีใครไต่ถาม นั่นคือรหัสจากดวงดาว
       
        ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคุณทักษิณเพิ่งคุยกับพวกหมอดูมาหยกๆ ไม่คนใดก็คนหนึ่ง หรือหลายคนก็ได้ แล้วมีความมั่นอกครึ้มใจในคำพยากรณ์ของพวกหมอดูนั้น ถึงขนาดเก็บกลั้นไว้ไม่ได้ และนำความออกมาไขรหัสโดยที่ไม่มีใครถาม
       
        ความจริงเรื่องนี้เกิดขึ้นเนื่องจากผู้สื่อข่าวไปถามคุณทักษิณเกี่ยวกับกรณีที่มีไอ้โม่งนำเงิน 2 ล้านบาทใส่กล่องขนมไปติดสินบนศาลถึงที่ทำการของศาลฎีกา แต่คุณทักษิณไม่ตอบคำถามนั้น
       
        กลับพูดขึ้นมาเองว่าขอให้อดทนกันหน่อย ในวันที่ 21 มิถุนายน ศกนี้ ดาวอังคารก็จะย้ายจากราศีกรกฎไปทับดาวเสาร์ในราศีสิงห์แล้ว ทุกอย่างก็จะดีขึ้น และเมื่อถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2551 ก็จะหายปวดหัว ขอให้ทุกคนอย่าสร้างปัญหา
       
        มันหมายความว่าอะไร? และมันสะท้อนอะไร?
       
        เรามองไม่เห็นลม แต่เราสามารถรู้ว่าลมพัดจากทางไหนไปทางไหน อ่อนหรือแรงประการใดได้ก็โดยสังเกตจากสภาพแวดล้อม เช่น การแกว่งไกวไหวเอนของกิ่งไม้ใบหญ้า เป็นต้น
       
        เราไม่รู้และไม่เห็นว่าคุณทักษิณคุยกับหมอดูว่าอย่างไร และหมอดูพยากรณ์ว่าอย่างไร แต่จากคำพูดของคุณทักษิณดังกล่าวนี้ก็ได้สะท้อนและทำให้เรารู้เรื่องราวบางสิ่งบางอย่างได้ ทำนองเดียวกับที่ได้เห็นกิ่งไม้ใบหญ้าแกว่งไกวไหวเอนตามแรงลมฉะนั้น
       
        คำพูดของคุณทักษิณในลักษณะนี้สะท้อนความหมายดังต่อไปนี้
       
        ข้อแรก คุณทักษิณเพิ่งพบกับหมอดูมาไม่เกิน 3 วัน และหมอดูก็ได้ทำนายทายทักว่าสิ่งที่คุณทักษิณมุ่งมาดปรารถนานั้นจักสำเร็จลุล่วงเด็ดขาดในวันที่ 2 กรกฎาคม 2551 โดยจะเริ่มคลี่คลายไปตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2551
       
        ข้อสอง อะไรเล่าที่คุณทักษิณมุ่งมาดปรารถนาสูงสุดในขณะนี้? ก็คงมีอยู่ 3 เรื่องใหญ่ คือ การหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาในคดีทุจริตของ คตส. ในลักษณะถึงรากถึงแก่นเรื่องหนึ่ง การได้รับคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้เรื่องหนึ่ง และการได้กลับเข้ามามีอำนาจทางการเมืองเต็มตัวอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นไม่เรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือทั้ง 3 เรื่องดังกล่าวนี้คือผลคำพยากรณ์ที่หมอดูได้ทำนายทายทัก และทำให้คุณทักษิณพออกพอใจถึงขนาดกลั้นความรู้สึกไว้ไม่ได้
       
        ข้อสาม จากคำพูดที่ว่าดาวอังคารย้ายราศีมาทับดาวเสาร์ในราศีสิงห์ในวันที่ 21 มิถุนายน 2551 และทุกอย่างจะคลี่คลายในวันที่ 2 กรกฎาคม 2551 แสดงว่าหมอดูที่คุณทักษิณได้พบนั้นได้พยากรณ์ดวงเมืองในลักษณะเดียวกับการพยากรณ์ดวงคน
       
        แล้วเรามาดูกันว่าสิ่งที่สะท้อนมานี้มีเค้ามูลประการใดหรือไม่ และบ่งบอกความหมายอะไรต่อไปอีก เนื่องจากเรื่องราวบางเรื่องนั้นแม้ว่าปรากฏการณ์จะเป็นเรื่องหลงงมงาย แต่บางทีก็มีความหมายที่แฝงเร้นไว้ให้พบเห็นได้
       
        ดังเช่นการทุบพระพรหม การทุบวัตถุโบราณที่ปราสาทพนมรุ้ง การบวงสรวงพระเจ้าตากสินที่จังหวัดนครศรีธรรมราช การขี่ช้างแก้เคล็ด แม้ว่าเป็นเรื่องนอกพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องของความเชื่อแบบหลงงมงาย
       เป็นเรื่องการปฏิเสธกฎแห่งกรรมในพระพุทธศาสนาและหาสาระแก่นสารไม่ได้ก็จริงอยู่
       
        แต่มันสะท้อนความหมายว่าคนที่คิดและทำเรื่องเหล่านี้มีขวัญสูงเทียมฟ้า คิดแย่งชิงแผ่นดิน มักใหญ่ใฝ่สูง ริอ่านจะปราบดาภิเษกเถลิงอำนาจเหนือแผ่นดินสยามนี้
       
        ดังนั้นจึงต้องแยกให้ดีระหว่างการกระทำที่เป็นเรื่องความหลงงมงายนอกพระพุทธศาสนา กับความหมายที่สะท้อนของการปฏิบัติดังกล่าวว่าเป็นคนละเรื่อง
       
        เรื่องหลงงมงายเป็นเรื่องหนึ่ง เรื่องความคิดตามความหลงงมงายที่คิดอ่านเรื่องใหญ่หลวงนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
       
        เรื่องหลงงมงายไม่มีสาระแก่นสาร แต่เรื่องความคิดที่ประพฤติปฏิบัติตามความหลงงมงายนั้นย่อมเกิดผลขึ้นในบ้านเมือง ดังที่เห็นๆ กันอยู่ว่าราชอาณาจักรไทยของเรากำลังแตกแยกและกำลังจะเป็นกลียุคทุกทีแล้ว
       
        เมื่อมองและเข้าใจอย่างนี้แล้วก็มาพิจารณาดูกันว่ารหัสจากดวงดาวที่ถูกเปิดเผยมาจากคำพูดของคุณทักษิณนั้น ในทางหลักโหราศาสตร์แล้วมีหลักการและบทพยากรณ์ว่าอย่างไร
       
        ความจริงควรเป็นเรื่องที่คุณยอดธง ทับทิวไม้ จะได้อรรถาธิบายเรื่องนี้ก็จะดีกว่า แต่เพราะเหตุที่คุณยอดธง ทับทิวไม้ กำลังป่วยด้วยความชราภาพ จึงจำใจและจำเป็นที่จะต้องทำหน้าที่นี้แทน และจักพรรณนาไปตามวิชาความรู้เท่าที่มีอยู่อันน้อยนิด
       
        ประการแรก การพยากรณ์ดวงเมืองกับการพยากรณ์ดวงคนนั้นเป็นคนละเรื่อง ดังนั้นหากหมอดูคนไหนเอาวิธีการพยากรณ์ดวงคนมาใช้กับการพยากรณ์ดวงเมืองก็มีแต่จะผิดหัวคะมำไม่เป็นท่า
       
        กรณีของคุณทักษิณที่ไขรหัสแห่งดวงดาวนี้ก็เหมือนกัน สะท้อนถึงการใช้หลักพยากรณ์ดวงคนเอาไปใช้ในการพยากรณ์ดวงเมืองจึงเป็นคนละเรื่อง แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความพอใจแล้วคนพยากรณ์ก็จะได้ซึ่งลาภและอามิส และนี่ก็คือพิษที่อยู่ใกล้ๆ คุณทักษิณสถานหนึ่งเหมือนกัน
       
        ประการที่สอง ในศาสตร์อันลี้ลับนี้จะไม่มีความสมบูรณ์และใช้ไม่ได้เลยหากไม่ครบถ้วนและบูรณาการด้วยวิชาสามภาค คือภาคภูมิดล อันเป็นภาคพื้นดินที่มนุษย์เราท่านได้พักพาอาศัยภาคหนึ่ง ซึ่งมีคัมภีร์อิสีติธาตุและคัมภีร์ทักษาเป็นคัมภีร์หลัก คือภาคนพดล อันเป็นภาคว่าด้วยการโคจรของดวงดาวในจักรราศี ซึ่งมีคัมภีร์สุริยยาตรเป็นคัมภีร์หลักอยู่คัมภีร์หนึ่ง และภาคพยากรณ์อันเป็นภาคถอดรหัสหรือความหมายของความสัมพันธ์ และสัมพัทธ์ระหว่างภาคภูมิดลกับภาคนพดล ซึ่งมีคัมภีร์จักรทีปนี คัมภีร์อินทรภาศบาทจันทร์เป็นคัมภีร์หลักอยู่
       
        กรณีของคุณทักษิณที่ไขรหัสแห่งดวงดาวนี้กล่าวแต่การโคจรของดาวสองดวงคือดาวอังคาร ซึ่งเปลี่ยนราศีในวันที่ 21 มิถุนายน 2551 และดาวพุธ ซึ่งเปลี่ยนราศีในวันที่ 2 กรกฎาคม 2551 จึงห่างไกลจากปูมวิชาที่พึงบูรณาการทั้งสามภาคดังพรรณนามาข้างต้นอย่างมากมาย
       
        ประการที่สาม ราศีสิงห์ที่คุณทักษิณพูดนั้นก็คือเรือนปุตตะในดวงเมืองของกรุงรัตนโกสินทร์หรือดวงเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน เรือนนี้มีพระอาทิตย์เป็นเจ้าเรือน ทั้งเรือนและเจ้าเรือนต่างเป็นธาตุไฟทั้งคู่ และในดวงเมืองนั้นพระอาทิตย์ก็ทรงตำแหน่งเป็นมหาอุตม์กุมลัคนาดวงเมืองอยู่ในราศีเมษ
       
        กรณีนี้หมอดูคงไม่ได้บอกคุณทักษิณว่าราศีสิงห์หมายถึงอะไร และคงไม่ได้หมายถึงกระทรวงมหาดไทยดังที่หมอดูอีกท่านหนึ่งออกมาพูดทางสาธารณะ
       
        อันราศีสิงห์ซึ่งเป็นเรือนปุตตะในดวงเมืองดังกล่าวนี้หมายถึงประชาชน ประชาชนเป็นบุตรของประเทศ จึงเป็นที่มาของบางวลีที่กล่าวถึงแผ่นดินเกิดว่าปิตุภูมิหรือมาตุภูมิ เป็นต้น
       
        เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในราศีสิงห์จึงเป็นเรื่องของประชาชนกับรัฐบาลหรือผู้บริหารประเทศ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น?
       
        ปัจจุบันนี้ดาวพระเสาร์ซึ่งก็คือคนยากคนจน คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมกำลังโคจรอยู่ในราศีสิงห์ ทำมุมในลักษณะตรีโกณกับลัคนาดวงเมือง ไม่ต้องพูดเชิงวิชาการก็เห็นกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าอาณาประชาราษฎรเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า กำลังตกอยู่ในทุกข์เข็ญและพิบัติเป็นต่างๆ กัน ดังที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ปักหลักประกาศความเดือดร้อนทุกข์เข็ญอันจะเป็นกลียุคให้เห็นอยู่ทุกวัน
       
        นั่นคืออิทธิพลของดาวพระเสาร์ซึ่งเป็นธาตุไฟ โคจรเข้าเรือนปุตตะในดวงเมืองซึ่งเป็นธาตุไฟเหมือนกัน แล้วส่งผลกระทบต่อรัฐบาลอย่างหนักหน่วงอยู่ในขณะนี้
       
        ดาวอังคารนั้นบ้างว่าเป็นเทพแห่งสงคราม บ้างก็ว่าเป็นดาวทหารหรือผู้มีสี ซึ่งไม่ผิด แต่ไม่ถูกทั้งหมด
       
        ดาวอังคารเป็นเจ้าเรือนลัคนาดวงเมือง ทรงวางไว้ในตำแหน่งที่เป็นศูนย์พาหะนำหน้าลัคนา ดาวดวงนี้คือดาวประจำพระองค์พระมหากษัตริย์ เพราะพระมหากษัตริย์ก็คือหัวหน้านักรบ เป็นมหาเทพสูงสุดแห่งนักรบทั้งปวง และในรัฐธรรมนูญก็รับรองว่าทรงเป็นจอมทัพไทย
       
        ก่อนวันที่ 21 มิถุนายน 2551 ดาวอังคารอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงเพราะเป็นนิจอยู่ในราศีกรกฎซึ่งเป็นเรือนพันธุของดวงเมือง สะท้อนถึงเรื่องการภายในที่อาจมีความปั่นป่วนขึ้นตามลักษณะลมพัดน้ำแล้วก่อให้เกิดคลื่น
       
        ครั้นลุถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2551 ดาวอังคารซึ่งเป็นมหาเทพแห่งนักรบทั้งปวงจะโคจรผ่านพ้นภาวะอับเฉาเข้าสู่ราศีสิงห์ ซึ่งมีดาวพระเสาร์โคจรอยู่
       
        กรณีนี้ไม่ใช่ดาวทับกัน แต่เป็นเรื่องของดาวอังคารโคจรมาสมทบกับดาวพระเสาร์ ซึ่งทำมุมตรีโกณกับลัคนาดวงเมืองอยู่แล้ว จึงเกิดสภาพเหมือนลมพัดต้องยอดประกายไฟของกองไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ฉะนั้น
       
        ฟันธงไว้ในวันนี้เลยว่าเหล่านักรบทั้งหลายจะเยื้องย้ายเข้าสมทบร่วมทุกข์ร้อนทุกข์เข็ญกับมวลมหาประชาชน
กอบกู้สถานการณ์ให้ฟื้นคืนดีด้วยอานุภาพและบารมีแห่งดาวพระอังคารในครั้งนี้
       
        ที่หมอดูคนหนึ่งบอกต่อสาธารณชนว่าจะเกิดเหตุในวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2551 ก็คงอาศัยการโคจรของดาวอังคารที่โคจรเร็วกว่าดาวพระเสาร์แล้วมาทันในวิถีโคจรกันในวันดังกล่าว ประกอบทั้งดาวพระพุธก็จะโคจรเข้ามาเป็นโยคหน้ากับลัคนาดวงเมือง ทำให้เรื่องราวกระจ่างชัด และดาวจันทร์อันเป็นดาวประจำองค์พระมหาเทวีก็โคจรมาสมทบกับดาวอังคารในห้วงเวลาดังกล่าวด้วย
       
        ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 ดาวพระเกตุซึ่งโคจรอยู่ในราศีกันย์จะโคจรย้อนราศีเข้าสู่ราศีสิงห์อีกดวงหนึ่ง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็จะเกิดขึ้น
       
        พระสุริยันจันทราและมหาเทพแห่งนักรบโคจรมาบรรจบกับมวลมหาประชาชนในราศีธาตุไฟดังนี้ ก็คิดกันเอาเองเถิดว่าจะเป็นประการใด เพราะข้อมูลและความหมายอันพึงรู้พึงเข้าใจก็ได้นำมาแสดงพอเป็นแนวทางฉะนี้แล้ว
       
        ส่วนคุณทักษิณนั้นดาวอะไรเป็นดาวประจำตัว โคจรอยู่ตรงไหน และจะเป็นอย่างไรในสถานการณ์ที่ดาวเดือนโคจรมาประชุมกันเช่นนั้น ในเชิงพยากรณ์ดวงเมืองแล้วเขาไม่ใช้ลัคนากำเนิดว่าเป็นอย่างไร อยู่ที่ไหนหรอก จะบอกให้ จึงอย่าได้เคลิบเคลิ้มไปในคำหมอดูเลย
       
        ขอสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด ขออย่ามีเวรซึ่งกันและกันเลย ขอจงรักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นทั้งปวงเทอญ.

http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000073220

บันทึกการเข้า
วิหค อัสนี
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946



« ตอบ #1 เมื่อ: 23-06-2008, 11:06 »

ดาวอังคารที่จะไปสมทบกับเสาร์ ไปสุมหัวกันอยู่ในเรือนวินาศน์ของแม้วนะนั่น  (ถ้าเป็นเวลาเกิดที่เนปจูนกุมลัคน์)

เดี๋ยวก็รู้กันว่าอะไรเป็นอะไร...

บันทึกการเข้า

_______ดังนี้แล
__เปลวไฟจักลุกโชน
___หามีวันดับลงได้
_ตราบที่ในมือพวกสูเจ้า
ยังแต่น้ำมันเตาให้ราดรดไป
หน้า: [1]
    กระโดดไป: