ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
14-10-2026, 05:06
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เคยมีคดีตัวอย่างเกี่ยวกับการกระผิดต่อธงชาติไทยหรือไม่ และผลเป็นอย่างไร? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
เคยมีคดีตัวอย่างเกี่ยวกับการกระผิดต่อธงชาติไทยหรือไม่ และผลเป็นอย่างไร?  (อ่าน 3665 ครั้ง)
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« เมื่อ: 11-05-2008, 00:49 »

เปิดปูมคดีแต่งเติม-เหยียดหยาม'ธงชาติ' ศาลฎีกาห้าม-สั่งจำคุกกับTHAKSIN ฟีเวอร์
มติชน วันที่ 01 พฤษภาคม 2551 เวลา 22:02:16 น.

จากกรณีมีผู้นำธงชาติไทย ไปสกรีนคำว่า 'THAKSIN' และคำว่า 'WELCOME THAKSIN' ทั้งในและนอกสนามกีฬา ที่ประเทศอังกฤษ จนเกิดเป็นกรณีพิพาทขึ้น 'มติชนออนไลน์'ขอพลิกปูมคดีที่เกี่ยวข้องกับธงชาติซึ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เพื่อนำไปศึกษาและเปรียบเทียบ

แน่นอนว่า การที่แฟนฟุตบอลทีมแมนเชสเตอร์ ซีตี้เขียนตัวเลขหรืออักษรใดๆลงบนธงชาติไทย เช่น คำว่า 'THAKSIN' และ 'WELCOME THAKSIN' และยังนำไปใช้ ชักหรือแสดงในสนามฟุตบอล ประเทศอังกฤษระหว่างการแข่งขัน ย่อมมีความผิดตาม มาตรา 53  พ.ร.บ.ธง พ.ศ. 2522  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ทางการไทยจึงเอาผิดใครไม่ได้ แต่ถ้าผู้รู้เห็นเป็นถึงอดีตอัครเสนาบดีเห็นแล้วไม่ห้ามปราม หรือรู้เห็นเป็นใจย่อมแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะว่า เป็นอย่างไร

คำถามคือ เคยมีคดีตัวอย่างเกี่ยวกับการกระผิดต่อธงชาติไทยหรือไม่และผลเป็นอย่างไร

'มติชนออนไลน์' พลิกดูคำพิพากษาศาลฎีกาเก่าๆพบคำพิพากษาที่น่าสนใจดังนี้

คดีแรก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5199/2533 ระหว่าง พนักงานอัยการ จังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ กับ นายบุญแหล...จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2532 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงคืน

 ก) จำเลยทำให้เสียทรัพย์โดยใช้ไม้ตีทุบจนเกศเศียรพระพุทธรูปแตกหักเสียหาย นอกจากนี้ยังใช้ไม้ทุบเคาะทรัพย์สินอื่นๆ และฉีกทำลายธงชาติไทย 1 ผืน รวมราคาทั้งสิ้น 320 บาท ซึ่งทรัพย์สินทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ

 ข) กับใช้ไม้ทุบที่เศียรพระพุทธรูปอันเป้นที่เคารพในทางศาสนาของประชาชนและนักเรียนซึ่งประดิษฐานไว้ในโรงเรียนบ้านกกกว้าว จนเศียรแตกหักเสียหาย อันเป็นการเหยียดหยามศาสนา

 ค) และใช้มือฉีกทำลายธงชาติไทยอันมีความหมายถึงประเทศไทยเพื่อเหยียดหยามประเทศชาติ เหตุเกิดที่ตำบลช่องแค อำเภอตาคลี จังหวันครสวรรค์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 118, 206, 360, 360 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดที่กระทำต่อเนื่องอาจเป็นความผิดหลายกระทงได้ หากฟังได้ว่าผู้กระทำผิดมีเจตนาหลายอย่างแต่ละอย่างเป็นความผิดที่สมบูรณ์แยกจากกันได้ในตัว การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้อง และจำเลยรับสารภาพว่ากระทำผิดจริงฟังได้ว่า จำเลยฉีกธงชาติไทยอันมีความหมายถึงรัฐเพื่อเหยียดหยามประเทศชาติและยังใช้ไม้ตีทุบเกศเศียรพระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของพุทธศาสนิกชน อันเป็นการเหยียดหยามศาสนาอันเป็นคนละเจตนา

แต่ละเจตนาเป็นความผิดในตัวเองแยกจากกันเป็นความผิดคนละกระทง แม้กระทำต่อเนื่องกัน และโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษโดยการบรรยายฟ้องแยกความผิดไว้แล้ว และแต่ละกระทงดังกล่าวคือเจตนาในการทำให้เสียทรัพย์เช่นเดียวกัน จึงเป็นความผิดหลายบทในแต่ละกระทำ กล่าวคือ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 118, 360, 360, 90 กระทงหนึ่ง และมาตรา 206, 360 ทวิ, 80 อีกกระทงหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 118 (ผู้ใดกระทำการใดๆต่อธงหรือเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐเพื่อเหยียดหยามประเทศชาติ ต้องระหว่างโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ), 360, 90 กระทงหนึ่งให้ลงโทษตามมาตรา 360 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 6 เดือน และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206, 360 ทวิ, 90 อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษตามมาตรา 360 ทิว อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุก 1 ปี 6 เดือน

จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยมีกำหนด 9 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

คดีที่สอง คำพิพากษาศาลฎีกาที่  2097/2497 ระหว่างอัยการจังหวัดลำปางโจทก์กับ นายแป้น....จำเลย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแต่งกายสวมถุงเท้าซึ่งทอเป็นรูปและสีของธงไตรรงค์อันเป็นธงชาติของประเทศไทย ปรากฏตัวอยู่ในที่สาธารณสถานอันเป็นการแสดงความลบหลู่หยาบคายต่อธงชาติไทยโดยไม่สมควรขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479 มาตรา 20, 23 และริบถุงเท้าของกลาง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยสวมถุงเท้าสีธงชาติโดยวิตถารวิธีเป็นการแสดงกิริยาหยาบคายขาดความเคารพต่อธงชาติ พิพากษากลับศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479 มาตรา 20, 23 จำคุก 1 เดือน ปรับ 200 บาท ลดฐานรับสารภาพกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 15 วัน ปรับ 100 บาท ถุงเท้าริบ

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยน่าจะซื้อถุงเท้านั้นซึ่งวางขายโดยมิได้นึกคิดว่าคล้ายสีธงชาติไทยดังจำเลยแถลงข้อต่อสู้ เพียงเท่านี้จะฟังว่าจำเลยมีเจตนาดูหมิ่นขาดความเคารพต่อธงชาติไทยยังไม่ถนัดการกระทำของจำเลยขาดเจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43

พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ถุงเท้าคืนจำเลย

คดีที่สาม ไม่ใช่คดีอาญา แต่เป็นการใช้ธงชาติ ทำสัญลักษณ์พรรคการเมือง คำพิพากษาศาลฎีกาที่  3898/2525 ระหว่างนายอุทัย พิมพ์ใจชน หัวหน้าพรรคปฏิวัติผู้ร้อง กับนายพิศาล มูลศาสตรสาทร นายทะเบียนพรรคการเมือง กระทรวงมหาดไทย ผู้คัดค้าน

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีก่อนคือคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 680/2525 คณะผู้เริ่มจัดตั้งพรรคปฏิวัติได้มอบอำนาจให้ผู้ร้องคดีนี้ยื่นคำร้องว่า คณะผู้เริ่มจัดตั้งพรรคปฏิวัติได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอแก้ไขภาพเครื่องหมายของพรรค แต่นายทะเบียนไม่อนุญาตโดยอ้างว่ามีลักษณะขัดต่อพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479 มาตรา 20(2)

คณะผู้เริ่มจัดตั้งพรรคเห็นว่าภาพเครื่องหมายพรรคปฏิวัติไม่มีลักษณะฝ่าฝืนบทกฎหมายดังกล่าวหรือกฎหมายอื่น จึงขอให้ศาลฎีกาสั่งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองอนุญาตและรับรองให้ภาพเครื่องหมายของพรรคปฏิวัติที่ขอแก้ไขใหม่เป็นภาพเครื่องหมายของพรรคปฏิวัติได้

ปัญหาว่าภาพเครื่องหมายของพรรคปฏิวัติมีลักษณะเป็นการประดิษฐ์ภาพลงในแถบสีธงชาติอันจะเป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติธงพ.ศ. 2522 มาตรา 53(1) หรือไม่ พระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 มาตรา 5 บัญญัติว่า "ธงที่มีความหมายถึงประเทศไทยและชาติไทยได้แก่ (1) ธงชาติมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 6 ส่วน ยาว 9 ส่วน ด้านกว้างแบ่งเป็น5 แถบตลอดความยาวของผืนธง ตรงกลางเป็นแถบสีน้ำเงินกว้าง 2 ส่วนต่อจากแถบสีน้ำเงินแก่ออกไปทั้งสองข้างเป็นแถบสีขาวกว้างข้างละ 1 ส่วนต่อจากแถบสีขาวออกไปทั้งสองข้างเป็นแถบสีแดงกว้างข้างละ 1 ส่วน ธงชาตินี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ธงไตรรงค์"

 มาตรา 53 บัญญัติว่า "ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อธงตามมาตรา 5 หรือมาตรา 6 ดังต่อไปนี้ (1) ประดิษฐ์รูปตัวอักษรตัวเลข หรือเครื่องหมายอื่นใดในผืนธงรูปจำลองของธง หรือในแถบสีธง นอกจากที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น (2) ฯลฯ ต้องระวางโทษ ฯลฯ

ได้ความว่าภาพเครื่องหมายพรรคปฏิวัติตามข้อบังคับของพรรคปฏิวัติ พุทธศักราช 2525 หน้า 25 เป็นรูปวงกลม 2 วงซ้อนกันโดยวงกลมเล็กอยู่ภายในวงกลมใหญ่ พื้นระหว่างเส้นรอบวงกลมใหญ่กับวงกลมเล็กเป็นสีขาวมีชื่อพรรคปฏิวัติกับข้อความอุดมการณ์ของพรรคลงไว้ ส่วนภายในวงกลมเล็กพื้นส่วนใหญ่ตอนบนเป็นสีฟ้า พื้นตอนล่างเป็นสีเขียวแสดงเป็นผืนนา มีรูปธรรมจักรทับด้วยภาพรัฐธรรมนูญอยู่กลางวงกลมเล็ก มีแถบสีธงชาติลอยอยู่ข้างรูปธรรมจักรข้างละชิ้น แถบสีธงชาติแต่ละชิ้นโค้งขนานกับวงล้อของธรรมจักรและขนานกับเส้นรอบวงกลมเล็ก ส่วนบนของแถบสีธงชาติแต่ละชิ้นสูงกว่ารูปธรรมจักรเล็กน้อยและส่วนล่างก็ต่ำลงไปกว่ารูปธรรมจักรเล็กน้อย

รูปธรรมจักรและแถบสีธงชาติอยู่ในส่วนล่างที่พื้นเป็นสีฟ้าภาพรัฐธรรมนูญและซี่ธรรมจักรเป็นสีเหลือง พื้นระหว่างซี่ธรรมจักรเป็นสีขาวเห็นว่าแถบสีธงชาติสองชิ้นมีขนาดเท่ากันตั้งอยู่ในระดับเดียวกัน สองข้างของรูปธรรมจักร แม้มีสีฟ้าซึ่งเป็นสีพื้นคั่นระหว่างรูปธรรมจักรกับแถบสีธงชาติแต่ละชิ้น แต่สีฟ้าส่วนนี้มีความกว้างเท่ากันตลอดโอบอยู่สองข้างของวงล้อธรรมจักรลักษณะเช่นนี้ก่อให้เกิดภาพต่อเนื่องว่า มีกรอบสีฟ้าอยู่รอบวงล้อธรรมจักร โดยส่วนบนของกรอบสูงขึ้นไปกว่าแถบสีแดงของแถบสีธงชาติ และส่วนล่างของกรอบจะต่ำลงไปกว่าแถบสีแดงแถบล่างของแถบสีธงชาติ กรอบส่วนบนส่วนล่างนี้เป็นสีฟ้าจึงกลมกลืนกับสีพื้น แต่มีลักษณะตัดแถบสีแดงแถบบนและแถบล่างของแถบสีธงชาติไมให้ติดต่อกัน

เห็นได้ว่าการที่แถบสีธงชาติเป็นสองชิ้นก็เพราะสีรูปธรรมจักรพร้อมด้วยกรอบสีฟ้าของธรรมจักรทับอยู่นั่นเอง หากยกเอารูปธรรมจักรซึ่งทับด้วยพานรัฐธรรมนูญพร้อมด้วยแถบสีฟ้าของธรรมจักรออกเสีย แถบสีธงชาติทั้งสองชิ้นก็จะต่อกันได้เป็นชิ้นเดียวกัน ดังนี้ถือว่าเป็นการประดิษฐ์รูปธรรมจักรทับด้วยพานรัฐธรรมนูญ อยู่ในกรอบสีฟ้าในแถบสีธงชาติ

การที่ผู้คัดค้านไม่ยอมรับจดทะเบียนพรรคปฏิวัติเคยอ้างว่าภาพเครื่องหมายของพรรคปฏิวัติมีลักษณะเป็นการประดิษฐ์ภาพลงบนแถบสีธงชาติอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 มาตรา 53(1) จึงเป็นการชอบแล้ว

พิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้อง


http://www.weopenmind.com/board/index.php?topic=6888.0


ผมไปอ่านกระทู้นี้ของคุณแคน จากเวบของเขา....
น่าจะให้คนที่สนใจว่าธงชาติของ'นักประชาธิปไตยแม๊วๆ'..
หรือเทียบเคียงกับนายโชติศักดิ์ด้วย....

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
หน้า: [1]
    กระโดดไป: