เปิดปูมคดีแต่งเติม-เหยียดหยาม'ธงชาติ' ศาลฎีกาห้าม-สั่งจำคุกกับTHAKSIN ฟีเวอร์
มติชน วันที่ 01 พฤษภาคม 2551 เวลา 22:02:16 น.
จากกรณีมีผู้นำธงชาติไทย ไปสกรีนคำว่า 'THAKSIN' และคำว่า 'WELCOME THAKSIN' ทั้งในและนอกสนามกีฬา ที่ประเทศอังกฤษ จนเกิดเป็นกรณีพิพาทขึ้น 'มติชนออนไลน์'ขอพลิกปูมคดีที่เกี่ยวข้องกับธงชาติซึ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เพื่อนำไปศึกษาและเปรียบเทียบ
แน่นอนว่า การที่แฟนฟุตบอลทีมแมนเชสเตอร์ ซีตี้เขียนตัวเลขหรืออักษรใดๆลงบนธงชาติไทย เช่น คำว่า 'THAKSIN' และ 'WELCOME THAKSIN' และยังนำไปใช้ ชักหรือแสดงในสนามฟุตบอล ประเทศอังกฤษระหว่างการแข่งขัน ย่อมมีความผิดตาม มาตรา 53 พ.ร.บ.ธง พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ทางการไทยจึงเอาผิดใครไม่ได้ แต่ถ้าผู้รู้เห็นเป็นถึงอดีตอัครเสนาบดีเห็นแล้วไม่ห้ามปราม หรือรู้เห็นเป็นใจย่อมแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะว่า เป็นอย่างไร
คำถามคือ เคยมีคดีตัวอย่างเกี่ยวกับการกระผิดต่อธงชาติไทยหรือไม่และผลเป็นอย่างไร
'มติชนออนไลน์' พลิกดูคำพิพากษาศาลฎีกาเก่าๆพบคำพิพากษาที่น่าสนใจดังนี้
คดีแรก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5199/2533 ระหว่าง พนักงานอัยการ จังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ กับ นายบุญแหล...จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2532 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงคืน
ก) จำเลยทำให้เสียทรัพย์โดยใช้ไม้ตีทุบจนเกศเศียรพระพุทธรูปแตกหักเสียหาย นอกจากนี้ยังใช้ไม้ทุบเคาะทรัพย์สินอื่นๆ และฉีกทำลายธงชาติไทย 1 ผืน รวมราคาทั้งสิ้น 320 บาท ซึ่งทรัพย์สินทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
ข) กับใช้ไม้ทุบที่เศียรพระพุทธรูปอันเป้นที่เคารพในทางศาสนาของประชาชนและนักเรียนซึ่งประดิษฐานไว้ในโรงเรียนบ้านกกกว้าว จนเศียรแตกหักเสียหาย อันเป็นการเหยียดหยามศาสนา
ค) และใช้มือฉีกทำลายธงชาติไทยอันมีความหมายถึงประเทศไทยเพื่อเหยียดหยามประเทศชาติ เหตุเกิดที่ตำบลช่องแค อำเภอตาคลี จังหวันครสวรรค์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 118, 206, 360, 360 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดที่กระทำต่อเนื่องอาจเป็นความผิดหลายกระทงได้ หากฟังได้ว่าผู้กระทำผิดมีเจตนาหลายอย่างแต่ละอย่างเป็นความผิดที่สมบูรณ์แยกจากกันได้ในตัว การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้อง และจำเลยรับสารภาพว่ากระทำผิดจริงฟังได้ว่า จำเลยฉีกธงชาติไทยอันมีความหมายถึงรัฐเพื่อเหยียดหยามประเทศชาติและยังใช้ไม้ตีทุบเกศเศียรพระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของพุทธศาสนิกชน อันเป็นการเหยียดหยามศาสนาอันเป็นคนละเจตนา
แต่ละเจตนาเป็นความผิดในตัวเองแยกจากกันเป็นความผิดคนละกระทง แม้กระทำต่อเนื่องกัน และโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษโดยการบรรยายฟ้องแยกความผิดไว้แล้ว และแต่ละกระทงดังกล่าวคือเจตนาในการทำให้เสียทรัพย์เช่นเดียวกัน จึงเป็นความผิดหลายบทในแต่ละกระทำ กล่าวคือ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 118, 360, 360, 90 กระทงหนึ่ง และมาตรา 206, 360 ทวิ, 80 อีกกระทงหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 118 (ผู้ใดกระทำการใดๆต่อธงหรือเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐเพื่อเหยียดหยามประเทศชาติ ต้องระหว่างโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ), 360, 90 กระทงหนึ่งให้ลงโทษตามมาตรา 360 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 6 เดือน และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206, 360 ทวิ, 90 อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษตามมาตรา 360 ทิว อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุก 1 ปี 6 เดือน
จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยมีกำหนด 9 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คดีที่สอง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2097/2497 ระหว่างอัยการจังหวัดลำปางโจทก์กับ นายแป้น....จำเลย
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแต่งกายสวมถุงเท้าซึ่งทอเป็นรูปและสีของธงไตรรงค์อันเป็นธงชาติของประเทศไทย ปรากฏตัวอยู่ในที่สาธารณสถานอันเป็นการแสดงความลบหลู่หยาบคายต่อธงชาติไทยโดยไม่สมควรขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479 มาตรา 20, 23 และริบถุงเท้าของกลาง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยสวมถุงเท้าสีธงชาติโดยวิตถารวิธีเป็นการแสดงกิริยาหยาบคายขาดความเคารพต่อธงชาติ พิพากษากลับศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479 มาตรา 20, 23 จำคุก 1 เดือน ปรับ 200 บาท ลดฐานรับสารภาพกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 15 วัน ปรับ 100 บาท ถุงเท้าริบ
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยน่าจะซื้อถุงเท้านั้นซึ่งวางขายโดยมิได้นึกคิดว่าคล้ายสีธงชาติไทยดังจำเลยแถลงข้อต่อสู้ เพียงเท่านี้จะฟังว่าจำเลยมีเจตนาดูหมิ่นขาดความเคารพต่อธงชาติไทยยังไม่ถนัดการกระทำของจำเลยขาดเจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43
พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ถุงเท้าคืนจำเลย
คดีที่สาม ไม่ใช่คดีอาญา แต่เป็นการใช้ธงชาติ ทำสัญลักษณ์พรรคการเมือง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3898/2525 ระหว่างนายอุทัย พิมพ์ใจชน หัวหน้าพรรคปฏิวัติผู้ร้อง กับนายพิศาล มูลศาสตรสาทร นายทะเบียนพรรคการเมือง กระทรวงมหาดไทย ผู้คัดค้าน
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีก่อนคือคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 680/2525 คณะผู้เริ่มจัดตั้งพรรคปฏิวัติได้มอบอำนาจให้ผู้ร้องคดีนี้ยื่นคำร้องว่า คณะผู้เริ่มจัดตั้งพรรคปฏิวัติได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอแก้ไขภาพเครื่องหมายของพรรค แต่นายทะเบียนไม่อนุญาตโดยอ้างว่ามีลักษณะขัดต่อพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479 มาตรา 20(2)
คณะผู้เริ่มจัดตั้งพรรคเห็นว่าภาพเครื่องหมายพรรคปฏิวัติไม่มีลักษณะฝ่าฝืนบทกฎหมายดังกล่าวหรือกฎหมายอื่น จึงขอให้ศาลฎีกาสั่งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองอนุญาตและรับรองให้ภาพเครื่องหมายของพรรคปฏิวัติที่ขอแก้ไขใหม่เป็นภาพเครื่องหมายของพรรคปฏิวัติได้
ปัญหาว่าภาพเครื่องหมายของพรรคปฏิวัติมีลักษณะเป็นการประดิษฐ์ภาพลงในแถบสีธงชาติอันจะเป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติธงพ.ศ. 2522 มาตรา 53(1) หรือไม่ พระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 มาตรา 5 บัญญัติว่า "ธงที่มีความหมายถึงประเทศไทยและชาติไทยได้แก่ (1) ธงชาติมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 6 ส่วน ยาว 9 ส่วน ด้านกว้างแบ่งเป็น5 แถบตลอดความยาวของผืนธง ตรงกลางเป็นแถบสีน้ำเงินกว้าง 2 ส่วนต่อจากแถบสีน้ำเงินแก่ออกไปทั้งสองข้างเป็นแถบสีขาวกว้างข้างละ 1 ส่วนต่อจากแถบสีขาวออกไปทั้งสองข้างเป็นแถบสีแดงกว้างข้างละ 1 ส่วน ธงชาตินี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ธงไตรรงค์"
มาตรา 53 บัญญัติว่า "ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อธงตามมาตรา 5 หรือมาตรา 6 ดังต่อไปนี้ (1) ประดิษฐ์รูปตัวอักษรตัวเลข หรือเครื่องหมายอื่นใดในผืนธงรูปจำลองของธง หรือในแถบสีธง นอกจากที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น (2) ฯลฯ ต้องระวางโทษ ฯลฯ
ได้ความว่าภาพเครื่องหมายพรรคปฏิวัติตามข้อบังคับของพรรคปฏิวัติ พุทธศักราช 2525 หน้า 25 เป็นรูปวงกลม 2 วงซ้อนกันโดยวงกลมเล็กอยู่ภายในวงกลมใหญ่ พื้นระหว่างเส้นรอบวงกลมใหญ่กับวงกลมเล็กเป็นสีขาวมีชื่อพรรคปฏิวัติกับข้อความอุดมการณ์ของพรรคลงไว้ ส่วนภายในวงกลมเล็กพื้นส่วนใหญ่ตอนบนเป็นสีฟ้า พื้นตอนล่างเป็นสีเขียวแสดงเป็นผืนนา มีรูปธรรมจักรทับด้วยภาพรัฐธรรมนูญอยู่กลางวงกลมเล็ก มีแถบสีธงชาติลอยอยู่ข้างรูปธรรมจักรข้างละชิ้น แถบสีธงชาติแต่ละชิ้นโค้งขนานกับวงล้อของธรรมจักรและขนานกับเส้นรอบวงกลมเล็ก ส่วนบนของแถบสีธงชาติแต่ละชิ้นสูงกว่ารูปธรรมจักรเล็กน้อยและส่วนล่างก็ต่ำลงไปกว่ารูปธรรมจักรเล็กน้อย
รูปธรรมจักรและแถบสีธงชาติอยู่ในส่วนล่างที่พื้นเป็นสีฟ้าภาพรัฐธรรมนูญและซี่ธรรมจักรเป็นสีเหลือง พื้นระหว่างซี่ธรรมจักรเป็นสีขาวเห็นว่าแถบสีธงชาติสองชิ้นมีขนาดเท่ากันตั้งอยู่ในระดับเดียวกัน สองข้างของรูปธรรมจักร แม้มีสีฟ้าซึ่งเป็นสีพื้นคั่นระหว่างรูปธรรมจักรกับแถบสีธงชาติแต่ละชิ้น แต่สีฟ้าส่วนนี้มีความกว้างเท่ากันตลอดโอบอยู่สองข้างของวงล้อธรรมจักรลักษณะเช่นนี้ก่อให้เกิดภาพต่อเนื่องว่า มีกรอบสีฟ้าอยู่รอบวงล้อธรรมจักร โดยส่วนบนของกรอบสูงขึ้นไปกว่าแถบสีแดงของแถบสีธงชาติ และส่วนล่างของกรอบจะต่ำลงไปกว่าแถบสีแดงแถบล่างของแถบสีธงชาติ กรอบส่วนบนส่วนล่างนี้เป็นสีฟ้าจึงกลมกลืนกับสีพื้น แต่มีลักษณะตัดแถบสีแดงแถบบนและแถบล่างของแถบสีธงชาติไมให้ติดต่อกัน
เห็นได้ว่าการที่แถบสีธงชาติเป็นสองชิ้นก็เพราะสีรูปธรรมจักรพร้อมด้วยกรอบสีฟ้าของธรรมจักรทับอยู่นั่นเอง หากยกเอารูปธรรมจักรซึ่งทับด้วยพานรัฐธรรมนูญพร้อมด้วยแถบสีฟ้าของธรรมจักรออกเสีย แถบสีธงชาติทั้งสองชิ้นก็จะต่อกันได้เป็นชิ้นเดียวกัน ดังนี้ถือว่าเป็นการประดิษฐ์รูปธรรมจักรทับด้วยพานรัฐธรรมนูญ อยู่ในกรอบสีฟ้าในแถบสีธงชาติ
การที่ผู้คัดค้านไม่ยอมรับจดทะเบียนพรรคปฏิวัติเคยอ้างว่าภาพเครื่องหมายของพรรคปฏิวัติมีลักษณะเป็นการประดิษฐ์ภาพลงบนแถบสีธงชาติอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 มาตรา 53(1) จึงเป็นการชอบแล้ว
พิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
http://www.weopenmind.com/board/index.php?topic=6888.0ผมไปอ่านกระทู้นี้ของคุณแคน จากเวบของเขา....
น่าจะให้คนที่สนใจว่าธงชาติของ'นักประชาธิปไตยแม๊วๆ'..
หรือเทียบเคียงกับนายโชติศักดิ์ด้วย....