ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
18-10-2026, 05:34
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ศาลยกฟ้อง'สุเทพ'กล่าวหา 'โภคิน'รู้เห็นลดค่าเงินบาท ( ศาลฎีกา ) 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ศาลยกฟ้อง'สุเทพ'กล่าวหา 'โภคิน'รู้เห็นลดค่าเงินบาท ( ศาลฎีกา )  (อ่าน 2882 ครั้ง)
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« เมื่อ: 01-04-2008, 19:39 »

1 เมษายน พ.ศ. 2551 14:25:00
 
 

 
ศาลฎีกายกฟ้องคดี"โภคิน"ฟ้อง"สุเทพ"พร้อมสื่ออีก16รายกล่าวหานำความลับลดค่าเงินบาทไปบอก"ทักษิณ" หลังต่อสู้นาน11ปี พยานปากเอก"ทนง-เริงชัย" ย้ำชัด"โภคิน"นั่งโต๊ะร่วมประชุม

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าในวันนี้ ศาลฏีกาได้มีคำพิพากษาคดีที่นายโภคิน พลกุล เป็นโจทก์ยื่นฟ้องตนเป็นจำเลยที่ 1 และสื่อมวลชน อีก 16 ราย เป็นจำเลยที่ 2-16 อาทิ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ และ บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในข้อหาละเมิด เรียกค่าเสียหาย 2,562 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2540 ตนในฐานะฝ่ายค้านในขณะนั้นได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้น ถึงกรณีการประกาศลดค่าเงินบาท

โดยศาลฎีกาได้พิพากษาว่า การที่ตนออกมาแสดงความเห็นเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นการกล่าว หรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทย์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ซึ่งฎีกาเหตุผลของโจทย์ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากขณะนี้ ตนเป็นหนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้อภิปราย พล.อ.ชวลิต กระทำการในสิ่งที่ไม่ควร โดยในการประชุมตัดสินใจประกาศลดค่าเงินบาท ซึ่งปกติจะมีบุคคลที่เข้าประชุมเพียง 3 คน คือ นายกฯ รมว.คลัง และผู้ว่าฯธปท. แต่พล.อ.ชวลิต ได้ให้บุคคลอื่น คือ นายโภคิน พลกุล เข้าร่วมการประชุมในครั้งนั้นด้วย ซึ่งถือเป็นการไม่เหมาะสม เนื่องจาก นายโภคิน มีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบค่าเงินบาท และได้นำความลับในที่ประชุมไปบอกกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และได้หาประโยชน์กับการลดค่าเงินบาท 
 

นายสุเทพ กล่าวว่า พล.อ.ชวลิต ได้ออกมาปฎิเสธในที่ประชุมสภา ว่านายโภคิน ไม่ได้อยู่ร่วมประชุม ส่งผลให้นายโภคิน ฟ้องคดีกับตน เรียกค่าเสียหาย 4,000 ล้านบาท แต่ภายหลังได้ลดจำนวนเหลือ 2,500 ล้านบาท และได้มีการต่อสู้คดีจนถึงวันนี้ เป็นเวลา 11 ปี จนในที่สุดศาลฏีกา โดยมติที่ประชุมใหญ่ได้มีคำพิพากษาว่า สิ่งที่ตนอภิปรายนั้น เป็นการทำหน้าที่ของ ส.ส.อย่างถูกต้อง และมีสิทธิ์ที่จะทำได้ ถือว่าไม่เป็นความผิด เป็นการติชมโดยสุจริต ในการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แต่ที่สำคัญพยานที่นายโภคินได้อ้างต่อศาล ได้แก่ นายทนง พิทยะ อดีตรมว.คลัง นายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่า ธปท. ได้ให้การว่า นายโภคิน ได้เข้าร่วมอยู่ในที่ประชุมจริง

ทั้งที่เป็นพยานให้นายโภคิน แต่ได้ให้การตรงกันข้ามกับนายโภคิน โดยนายเริงชัย ระบุได้ ทักท้วงว่านายโภคิน ไม่ควรอยู่ร่วมประชุมด้วย แต่พล.อ.ชวลิต กลับบอกว่า ให้อยู่ร่วมได้ไม่เป็นไร ฉะนั้นที่กล่าวหาว่า ตนอภิปรายด้วยข้อความเป็นเท็จ ศาลจึงบอกว่าตนได้อภิปรายในสิ่งที่เป็นความจริง

“ ผมเป็นส.ส.ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ และพล.อ.ชวลิต และนายโภคิน ถือเป็นบุคคลที่ต้องได้รับการตรวจสอบโดย ส.ส. ดังนั้นการอภิปรายของผม ถือว่าได้ทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว และนายโภคินไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการรับรู้การประชุมดังกล่าว ดังนั้น ศาลฏีกาจึงตัดสินว่าผมไม่มีความผิด กรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่สื่อและ ส.ส. ควรจะได้รับทราบ และเป็นประโยชน์ เพราะการทำหน้าที่อย่างสุจริต และยึดถือประโยชน์ของสื่อ และส.ส. ย่อมได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย ” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวว่า การที่นายโภคินฟ้องตน พร้อมเรียกค่าเสียหาย 4,000 ล้านบาท สร้างความตกใจให้กับหลายคน เพราะนายโภคิน เป็นดร.ด้านกฎหมาย แต่ตนก็ได้ต่อสู้มาจนในที่สุดศาลก็พิสูจน์ได้ว่า ศาลยังมีความยุติธรรมให้กับเราได้ ดังนั้นสื่อและประชาชนที่ทำหน้าที่ ให้ประโยชน์ส่วนร่วม ไม่ต้องตกใจ กฎหมายยังศักดิ์สิทธิ์เสมอ หากใครรู้สึกท้อแท้ในสถานการณ์ของบ้านเมืองให้มั่นใจได้ว่า ศาลสถิตยุติธรรมยังเป็นที่พึ่งของประชาชนได้
 
 
http://www.bangkokbiznews.com/2008/04/01/WW10_WW10_news.php?newsid=244247
************************************************************************


เข้าไปร่วมประชุมด้วย แล้วจะทำตัวเป็นเยี่ยงนินจา ได้ไงครับ 

บันทึกการเข้า
chaidan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 203



« ตอบ #1 เมื่อ: 01-04-2008, 21:20 »

อีกหนึ่งบทพิสูจน์ วิกถตเศษรฐกิจปี 40  Mr. Green
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 01-04-2008, 21:29 »

ต้องพิสูจน์ต่อว่า ระหว่างนั้นโทรไปบอกใครหรือเปล่า

หรือก่อนนั้นมีแนวโน้มการทำประกันความเสี่ยงมาก่อนนานแค่ไหน

เรื่องทุจริตเชิงนโยบายแบบนี้ หน้าเหลี่ยมชอบอยู่แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-04-2008, 21:31 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #3 เมื่อ: 01-04-2008, 21:36 »

ผมคลับคล้ายคลับครา ว่า  อภิปรายคราวนั้นได้เปิดทีวีดูอยู่ด้วย

และก็เป็นบทพิสูจน์อย่างหนึ่ง ว่าใครกล่าวเท็จ ในสภาฯ

ถึงแม้เวลาล่วงเลยมาพอสมควรแล้วก็ตาม

แต่กรรมใดใครก่อ ย่อมไม่โรยราลงไปด้วยตามเวลา
บันทึกการเข้า
morning star
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,119


don't let them make up your mind


« ตอบ #4 เมื่อ: 01-04-2008, 21:49 »

อย่าปล่อยให้เรื่องแบบนี้ลอยหายไปกับสายลม


ช่วยดัน
บันทึกการเข้า

อย่าเดินตามใคร เพราะเรามีจุดมุ่งหมายของเราเอง
THE THIRD WAY
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,821


Love looks not with eyes, but with the mind.


« ตอบ #5 เมื่อ: 01-04-2008, 22:13 »

เสียดายกับขบวนการที่เป็นอยู่
กว่าเรื่องราวความเป็นจริงจะยุติ
เวลาที่พ้นผ่านไป
คนชั่วบางคน
ได้ไปทำความชั่วซ้ำซาก

ถ้าขบวนการพิจารณารวดเร็วกว่านี้
น่าจะเป็นความหวังครับ
บันทึกการเข้า

ความรักนั้นหวาน ไม่ว่าจะรับหรือให้
************************
การขับไล่ทรราช เป็นภารกิจของเจ้าของประเทศ
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 01-04-2008, 22:45 »

ความยุติธรรมที่มาช้าเกินไปก็ไม่ใช่ความยุติธรรมประการหนึ่ง
บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #7 เมื่อ: 01-04-2008, 22:46 »

นายสุเทพ กล่าวว่า พล.อ.ชวลิต ได้ออกมาปฎิเสธในที่ประชุมสภา ว่านายโภคิน ไม่ได้อยู่ร่วมประชุม ส่งผลให้นายโภคิน ฟ้องคดีกับตน เรียกค่าเสียหาย 4,000 ล้านบาท แต่ภายหลังได้ลดจำนวนเหลือ 2,500 ล้านบาท และได้มีการต่อสู้คดีจนถึงวันนี้ เป็นเวลา 11 ปี จนในที่สุดศาลฏีกา โดยมติที่ประชุมใหญ่ได้มีคำพิพากษาว่า สิ่งที่ตนอภิปรายนั้น เป็นการทำหน้าที่ของ ส.ส.อย่างถูกต้อง และมีสิทธิ์ที่จะทำได้ ถือว่าไม่เป็นความผิด เป็นการติชมโดยสุจริต ในการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แต่ที่สำคัญพยานที่นายโภคินได้อ้างต่อศาล ได้แก่ นายทนง พิทยะ อดีตรมว.คลัง นายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่า ธปท. ได้ให้การว่า นายโภคิน ได้เข้าร่วมอยู่ในที่ประชุมจริง

ทั้งที่เป็นพยานให้นายโภคิน แต่ได้ให้การตรงกันข้ามกับนายโภคิน โดยนายเริงชัย ระบุได้ ทักท้วงว่านายโภคิน ไม่ควรอยู่ร่วมประชุมด้วย แต่พล.อ.ชวลิต กลับบอกว่า ให้อยู่ร่วมได้ไม่เป็นไร ฉะนั้นที่กล่าวหาว่า ตนอภิปรายด้วยข้อความเป็นเท็จ ศาลจึงบอกว่าตนได้อภิปรายในสิ่งที่เป็นความจริง


“ ผมเป็นส.ส.ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ และพล.อ.ชวลิต และนายโภคิน ถือเป็นบุคคลที่ต้องได้รับการตรวจสอบโดย ส.ส. ดังนั้นการอภิปรายของผม ถือว่าได้ทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว และนายโภคินไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการรับรู้การประชุมดังกล่าว ดังนั้น ศาลฏีกาจึงตัดสินว่าผมไม่มีความผิด กรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่สื่อและ ส.ส. ควรจะได้รับทราบ และเป็นประโยชน์ เพราะการทำหน้าที่อย่างสุจริต และยึดถือประโยชน์ของสื่อ และส.ส. ย่อมได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย ” นายสุเทพ กล่าว



'โภชิน' โกหกประชาชน คนไทยกว่า 11 ปี Exclamation
นายกฯ'บิ๊กจิ๊ว' รมว.คลัง 'ทนง ลำใย' ผู้ว่าฯแบงค์ชาติ และ 'โภชิน' รู้เรื่อง'ลดค่าเงินบาท' ปลายเดือนมิถุนา 2540
แต่ประกาศให้สาธารณชนรู้วันที่ 2 กรกฎาคมคม 2540.....

ทำให้'ผู้มีอิทธิพลเหนือโภชิน' รู้ข่าวการลดค่าเงินบาทก่อนคนไทยอื่น ๆ
'ผู้มีอิทธิพลฯ' อวดอ้าง คุยโม้กับคนไทยว่า เขาฉลาด หลักแหลม
จึงวิเคราะห์สถานการณ์ได้ถูกต้อง.... Exclamation

ทำให้นักธุรกิจการเมือง นักธุรกิจสัมปทานอย่างเขา
ร่ำรวยมหาศาลร่วมกับเพื่อนสิงกะโปโตกกลุ่มหนึ่ง
บนความพินาศของเศรษฐกิจไทยจนถึงทุกวันนี้ Exclamation

ส่วนนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ นักการเงิน นายธนาคาร
เช่น ดร.โอฬาร ดร.โกร่ง ดร.ณรงค์ ฯลฯ
โง่กว่า วิเคราะห์สถานการณ์ไม่ถูกต้อง.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


คำวินิจฉัยของศาลฏีกา
ทำให้รู้ว่านักธุรกิจการเมือง
และนักกฏหมาย กลุ่มนี้
โกหก หลอกลวง
และทำร้ายประเทศไทยยาวนานเพียงใด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-04-2008, 22:48 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #8 เมื่อ: 01-04-2008, 22:53 »

เสียดายกับขบวนการที่เป็นอยู่
กว่าเรื่องราวความเป็นจริงจะยุติ
เวลาที่พ้นผ่านไป
คนชั่วบางคน
ได้ไปทำความชั่วซ้ำซาก


ถ้าขบวนการพิจารณารวดเร็วกว่านี้
น่าจะเป็นความหวังครับ


นักธุรกิจการเมืองและบริวาร
รู้ดีว่ากว่า'ความยุติธรรม'จะปรากฏ.....

พวกเขาอาจจะตายไปก่อน หรือหมดอายุความ...... Exclamation


ถึงจะรู้ช้าอย่างนี้...

วันนี้ พรุ่งนี้ ยังมีคนที่ได้รับผลประโยชน์ร่วม และบริวาร
ยังไม่สำนึก ยังเต็มใจรับใช้นักธุรกิจการเมือง
นักการเมืองที่ฉ้อราษฎร์บังหลวงต่อไป......
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
jnaj1
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 170


« ตอบ #9 เมื่อ: 02-04-2008, 00:15 »

ข้อเท็จจริง คือ ทักษิณไม่ได้ซื้อดอลล่าร์เก็บตูมเดียว 500 ล้านดอล ภายใน 2 วัน อย่างที่ชอบเล่ากัน

แต่ทยอยเก็บมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว แต่มาโผล่ในงบดุลที่ประกาศ 2 วันก่อนหน้านั้นพอดี


จากรายการของคุณปานเทพ   "เพราะว่าบริษัทของคุณทักษิณ ผมไปสืบมาแล้วพบว่า แท้ที่จริงเป็นอย่างนี้ ในการปิดงบก่อนวันที่ 30 มิถุนายน ก่อนลอยค่าเงินบาทเพียงแค่ 2 วัน มีปรากฏงบดุลในไตรมาสครึ่งปีของบริษัทเอไอเอสและบริษัทย่อยว่า บริษัทเอไอเอสและบริษัทย่อย ทำสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ซื้อล่วงหน้า ในนามบริษัท 114 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ และบริษัทย่อย ซึ่งกลายเป็นบริษัทชินคอร์ปในภายหลัง ซื้อดอลลาร์ล่วงหน้า 326 ล้านเหรียญสหรัฐฯ"


500 ล้านดอล นี่เฉพาะที่ซื้อในนาม บริษัท เท่านั้น

ไม่นับเงินส่วนตัว ที่ซุกไว้ในบริษัทอย่างวินมาร์ค ที่ ปชป เคยออกมาตีข่าวอยู่พักนึง ก็เงียบไป



คำถามคือ

ทำไมทักษิณถึงมั่นใจขนาดนั้น ที่กล้าลงทุนซื้อดอลล่าร์เก็บ มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ก่อนหลายเดือน

ทั้งๆที่การลดค่าเงินบาท ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทย

คำตอบ คิดว่าเกี่ยวกับ คอนเน็คชั่นระหว่างโซรอส กับ ทักษิณ นั่นเอง

คาดว่าตอนนั้น ทักษิณเข้าร่วมกับ Carlyle Group ซึ่งมีโซรอสเป็นสมาชิกแล้วด้วย
บันทึกการเข้า
jnaj1
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 170


« ตอบ #10 เมื่อ: 02-04-2008, 00:16 »

คำตอบจากประชัย

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประ ธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัททีพีไอ เปิดแถลงข่าวกรณีหนังสือ"บันทึกลับวิกฤติเศรษกิจ 2540"และ กรณีการประกาศลอยตัวค่าเงินบาทว่า ในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการลอยตัวค่าเงินบาทโดย ตรงและเท่าที่อ่านเนื้อหาสาระของหนังสือดังกล่าวตามที่มีการเผยแพร่ออกมาคง จะไม่ตรงตามข้อ เท็จจริงเท่าใดนัก และเข้าใจว่าพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี อาจต้องการจะฟอก ตัวเองและต้องการที่จะให้ประชาชนรับทราบว่ามีใครบ้างอยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์ครั้งนั้น ตลอดจนต้อง การให้ประชาชนทราบว่าถูกหลอกจากทีมงานเศรษฐกิจในขณะที่ตัวเองดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2540 ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศต้องล้มทั้งระบบ

ทั้งนี้นายประชัยกล่าวว่า ขณะนี้เชื่อว่ากลุ่มนายทุนและนักการเมืองระดับประเทศที่ถูกอ้างอิง ในหนังสือเล่มนี้คงจะกว้านซื้อหนังสือเพื่อทำลายไปแล้ว พร้อมทั้งอ้างข้อมูลจากคำบอกเล่าของ นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทยที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายก รัฐมนตรี หัวหน้าพรรคไทยรักไทย เคยให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่พรรคความหวังใหม่ที่มี พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้าพรรคมาตลอดโดยล่าสุดก่อนที่จะมีการตั้งพรรคไทยรักไทยคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ภริยาของพ.ต.ท.ทักษิณให้เงินสนับสนุนพรรคความหวังใหม่เป็นเงินราว 700 ล้านบาท

นายประชัยอ้างอีกว่า หลังจัดตั้งรัฐบาลที่มี พล.อ.ชวลิต เป็นนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับความไว้วางใจจาก พล.อ.ชวลิต ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจทั้งหมด ซึ่งช่วงแรกนายอำนวย วีรวรรณ เป็นรมว.คลัง แต่ต่อมาเมื่อเริ่มมีสัญญาณของวิกฤติเศรษฐกิจ นาย อำนวยจึงตัดสินใจลาออกเพื่อแสดงสปิริต จึงมีการแต่งตั้งให้นายทนง พิทยะ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บริหาร ของธนาคารทหารไทยมาดำรงตำแหน่งรมว.คลังแทน โดยนายทนงได้รับแต่งตั้งในโควตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้นายทนงเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นผู้มีความใกล้ชิดและเป็นมือทำงานของ พ.ต.ท. ทักษิณ

นายประชัยกล่ าวว่า วิกฤติเศรษฐกิจส่อสัญญาณอันตรายเมื่อนายจอร์จ โซรอส พ่อมดการเงิน โลก วางแผนโจมตีค่าเงินบาทของ ไทยเมื่อต้นปี 2540 ผ่านบริษัทไฟแนนซ์ใหญ่อย่างโกลด์แมนแซร์ค เลห์แมนบราเธอร์ จีอีแคปปิตอล ซึ่งขณะนี้บริษัทเหล่านี้ก็มาเชิญบริษัททีพีไอและเจ้าของบริษัทสื่อสาร โทรคมนาคมรายใหญ่ของประเทศ 2 ท่าน ซึ่งปัจจุบันนักธุรกิจคนนั้นเป็นนักการเมืองระดับผู้บริหาร ชั้นสูงของประเทศให้มาช่วยกันซื้อดอลลาร์เพื่อปั่นราคา

" ตอนนั้นเขามาชวนผม ผมถามว่าใครเป็นคนสั่งโจมตีค่าเงินบาท เขาบอกว่าจอร์จ โซรอส จึงถามไปว่าเขาต้องการเท่าไหร่ เขาตอบว่า 3 บาท ผมคิดว่ามันไม่คุ้มกับการทำลายประเทศ เรา ก็เลยไม่ร่วมมือ เขาเลยหมายหัวเราไว้ แต่นักธุรกิจสื่อสารยักษ์ใหญ่สองท่านนั้นได้ซื้อดอลลาร์ตั้งแต่ ต้นปีสะสมซื้อไปเรื่อยๆ

นายประชัยยังชี้ถึงความผิดพลาดของผู้บริหารประเทศขณะนั้นในการนำเงิน ดอลลาร์ที่มีสำรอง อยู่ไปต่อสู้ค่าเงินบาทกับต่างชาติที่มีทุนเหนือกว่ามาก ขณะเดียวกันก็มีการใช้อิทธิพลทางการเมือง ออกมาตรการห้ามส่งเงินบาทออกนอกประเทศ ปรากฏว่าภรรยาของนักธุรกิจสื่อสารผู้ยิ่งใหญ่รายหนึ่ง หิ้วเงินสดๆ เป็นกระเป๋าออกไปยังประเทศสิงคโปร์เพื่อขายต่างชาติเพื่อให้ต่างชาติเล่น เงินบาทต่อ ซึ่งประเมินกันว่าครั้งนี้ภรรยานักธุรกิจสื่อสารคนดังกล่าวกำไรไปหลายหมื่น ล้านบาท ซึ่งนี่คือการ ทำลายล้างประเทศโดยทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเรื่อยๆ

นายประชัยยังเล่าถึงเหตุการณ์ช่วงที่นางทนงเป็นรมว.คลังว่า ได้พบพูดคุยกับนายทนงเพื่อ ชี้ว่าปัญหาประเทศขณะนั้นคือการขาดสภาพคล่องประมาณ 1 แสนล้านบาท ต้องเพิ่มสภาพคล่องเพราะ เงินสำรองขณะนั้นยังพอมีอยู่ราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่นายทนงไม่ยอมทำตามเพราะไม่รู้เจตนา ที่แท้จริบของนายทนง ในที่สุดก็เกิดวิกฤติโดยนายทนงอ้างว่าการที่นายอำนวยไปสู้เงินดอลลาร์ 4 หมื่น ล้านดอลลาร์ ทำให้เงินในท้องพระคลังของประเทศหมด ซึ่งเป็นการหลอกลวงประชาชน

" ผมขอกล่าวหาว่า นายทนงโกหกประชาชนว่าเงินในท้องพระคลังหมดแล้วซึ่งโทษอย่างนี้ในสมัย โบราณต้องประหารชีวิต หลอกลวงทุกคนตั้งแต่พล.อ.ชวลิต เบื้องสูงก็ถูกหลอกหมด ซึ่งที่จริงมันไม่ใช่ มันเป็นการทำลายประเทศ ถ้าตอนนั้นยอมลดค่าเงินบาทไป 3 บาท หรือ 4 บาท ตามที่โซรอสต้อง การมันก็จบ เพื่อยุติทั้งหมด ตัดบัญชีเลิกเล่นต่อ ไม่ต้องไปลอยค่าเงินบาทเมืองไทยก็ไม่ต้องเสียหาย หนักถึงขนาดนี้ " นายประชัยกล่าว พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า การที่นายทนงทำเช่นนี้อาจจะมีเบื้องหลัง กับนักธุรกิจด้านสื่อสารบางคนที่กลายเป็นนักการเมืองอยู่ในขณะนี้ที่ต้อง การเก็งกำไรจากค่าเงินบาท ที่อ่อนค่าลงด้วยการซื้อดอลลาร์ไว้จำนวนมหาศาล ซึ่งหากซื้อไว้ 3 พันล้านดอลลาร์ กำไรแค่ดอลลาร์ ละ 3 บาท ก็จะกำไรแค่ 9 พันล้านบาท แต่อาจจะมีการคิดว่าทำอย่างไรให้เงินบาทตกลงมากกว่านี้ เพื่อเก็งกำไรได้มากขึ้น

นอกจากนี้ นายประชัยยังอ้างว่า บุคคลในรัฐบาลชุดนี้อีกหลายคนน่าจะมีส่วนรับผิดชอบและรับรู้ ต่อวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 อาทิ นายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทย นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีต ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

"นักธุรกิจโทรคมนาคมสื่อสาร 2 ท่านผมถือว่าได้กำไรมากที่สุดจากการลอยตัวค่าเงินบาท ครั้งนั้นบนความฉิบหายของประชาชน และถือเป็นการทำลายชาติ ทำลายคนไทยด้วยการไปร่วมมือ กับจอร์จ โซรอส ขณะที่ตัวเองกำไรมหาศาล ซึ่งหากตอนนั้นถ้าเขาซื้อดอลลาร์ไว้ 3 พันล้านดอลลาร์ ก็จะกำไรทันทีถึง 6 หมื่นล้านบาท" นายประชัยกล่าว

นายประชัยกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ที่ผ่านมารู้สึกผิดหวังในตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ในการดำเนิน การแก้ปัญหาประเทศชาติที่ผ่านมาเพราะไม่ทำตามสัญญาที่รับปากเอาไว้ และยอมรับว่า ใน การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเขาเป็นหนึ่งในการลงคะแนนสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ให้เป็นนายกรับมนตรี โดยเหตุผลการเลือกตั้งนั้นเนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณรับปากจะแก้ไข พ.ร.บ ขายชาติ 11 ฉบับ แต่ 4 ปี ที่ผ่านมากลับไม่มีการดำเนินการ มีแต่ลุแก่อำนาจ และใช้อำนาจที่มีอยู่ทำลายฝ่ายตรงข้ามที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของตัวเอง ทั้งนี้การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้จะเป็นบทพิสูจน์ ว่าประชาชนต้องการคนที่บ้าอำนาจมาบริหารประเทศหรือไม่ ทั้งนี้ขอยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง เพียงแต่อยากเตือนสติคนไทยว่าที่ผ่านมาถูกหลอก มาโดยตลอด

ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ สมาชิกพรรคไทยรักไทยในฐานะผู้เขียนหนังสือ "บันทึกลับวิกฤต เศรษฐกิจ 2540" กล่าวถึงกรณีที่นายประชัย ออกมากล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณอาจได้ประโยชน์จาก การลอยตัวค่าเงินบาทว่า ผู้ที่จะได้ประโยชน์จากการลอยตัวค่าเงินบาทนั้นมี 3 กลุ่มคือ 1.คนรู้ไส้หรือ รู้ข้อมูลภายในล่วงหน้า 2.คนที่ประเมินสถานการณ์ได้เอง และ 3.คนที่ตื่นตระหนกกับกระแสข่าวลือ

สำหรับพ.ต.ท.ทักษิณนั้นตนได้ระบุไว้ในหนังสือว่าพ.ต.ท.ทักษิณเคยให้ สัมภาษณ์ว่า ประเทศ จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่ลอยตัวค่าเงินบาท ก็เป็นการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประ เทศไทยเท่านั้น ซึ่งถ้าพ.ต.ท.ทักษิณจะได้ประโยชน์ก็น่าจะอยู่ในกลุ่มที่ 2 มากกว่าไม่ถือว่ามีความผิด

ทั้งนี้การหนังสือของตนนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่มีเอกสารราชการเป็นหลักฐาน รองรับ ไม่ใช่ข้อ คิดเห็นที่เสนอขึ้นมาเพื่อให้เกิดการต่อสู้ทางการเมือง ส่วนการออกมาแถลงของนายประชัยนั้นตน ไม่ทราบว่ามีความอคติกับใครหรือไม่ที่ออกมาตอนนี้ เพราะที่ผ่านมานายประชัยถือว่า มีความขัด แย้งกับผู้บริหารแผนฟื้นฟูทีพีไอมาตลอด

นายปานเทพกล่าวด้วยว่า ข้อมูลที่นายประชัยเปิดเผยนั้นเป็นเพียงคำบอกเล่าของบุคคลคน หนึ่งเท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงแต่อย่างใด แต่เป็นการหยิบยกบางบทของหนังสือมาวิจารณ์ เท่านั้น สำหรับผมนั้นบันทึกเหตุการณ์นั้นจะแบ่งหลักฐานเป็น 3 ชั้น คือเอกสารราชการ บันทึก จากสื่อมวลชน และคำบอกเล่า สิ่งที่นายประชัยพูดนั้นเป็นเพียงหลักฐานชั้ น 3 ไม่มีน้ำหนักพอ แต่ ถ้านายประชัยมีหลักฐานรองรับก็ขอให้เปิดเผยออกมาอย่าเล่นการเมืองแล้ว เบี่ยงเบนข้อเท็จจริง”
ด้านนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ กล่าว ในเรื่องเดียวกันว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยลงมติในการลดค่าเงินบาทแต่ไม่รายงานให้ นายกรัฐมนตรีทราบแต่ปล่อยให้เกิดช่องว่างถึง 11 วัน ปล่อยให้มีการโจมตีค่าเงินบาทอย่าง ต่อ เนื่อง ถือว่าเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐขณะนั้นมีส่วนรู้เห็นในการแสวงหาประ โยชน์จากวิกฤติเศรษฐกิจของชาติ และคาดว่ามีกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากความพินาศของเศรษฐกิจ ไทยอย่างน้อย 5 กลุ่มคือ 1.กลุ่มธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง 2.กลุ่มธุรกิจน้ำเมา 3.กลุ่มสื่อสาร ยักษ์ใหญ่ได้ไปไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาท 4.กลุ่มนักการเมือง และ 5.กลุ่มเครือญาติและผู้ใกล้ชิดนัก การเมือง

ทั้งนี้ เรียกร้องให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนสาธารณะที่มีผู้เชี่ยวชาญด้าน เงินทุน เจ้าหน้าที่เงินทุนจากต่างประเทศ และองค์กรที่เกี่ยวข้องต่างๆ เข้ามาตรวจสอบโดยให้ธปท.เปิด เผยรายชื่อผู้ที่ขายเงินบาทในช่วง 15 วัน ก่อนการประกาศลดค่าเงินบาท ซึ่งจะทำให้เห็นว่ามีกลุ่มใด ที่ได้ประโยชน์บ้าง นอกจากนั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ควรจะ ใช้กฎหมายฟอกเงินเป็นเครื่องมือในการขอความร่วมมือกับธนาคาร DSB BANK ในประเทศสิงค โปร์ ตรวจสอบบัญชีใหญ่ที่ขายเงินในช่วงนั้นด้วย

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ Naewna
บันทึกการเข้า
Gamobank
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 229



« ตอบ #11 เมื่อ: 02-04-2008, 00:21 »

รู้ทั้งรู้แต่ก็เอาผิดไม่ได้ มือยาวๆมาสาวกันตามแบบนักกินเมืองที่ทำตามระบอบประเพณีนิยม
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #12 เมื่อ: 02-04-2008, 10:01 »

ถ้าได้อ่านคำวินิจฉัยของศาลฏีกาและคำให้สัมภาษณ์ของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ
ประกอบข้อมูลต่าง ๆ ในอดีตแล้วสอบยันกัน
แล้วจะ'เข้าใจ' หนังสือหรือการแสดงความคิดเห็นของ'ปานเทพ'ณ วันนั้นและวันนี้แตกต่างกัน....

วันนั้น'ปานเทพ' เป็นคนสนิทสนมกับ'บิ๊กจิ๋ว' รองนายกฯร่วมรัฐบาลทักษิณ....
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 02-04-2008, 13:48 »

อยากให้ เทพ เทือก เอาคืน ข้อหาฟ้องเท็จ จะได้ดู กิ้งกือตกท่อ อดีตรัฐมนตรี นักกฏหมายระดับด๊อกเตอร์ติดคุก
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #14 เมื่อ: 02-04-2008, 14:36 »

*  ช่วงวิกฤตปี  40  ....  ทำให้คนหลายคน   " ล้มทั้งยืน "

    ช่วงนั้นมีคน    ตกงาน  รวมถึง   ล้มละลาย  .......  หลายคนมาก 
 
    มีพี่รู้จักกันคนหนึ่ง ... แพ้พิษเศรษฐกิจในช่วงนั้นรวมถึงมีปัญหาส่งผลกระทบถึงครอบครัว

    จนเขาตัดสินใจไปทำงานที่ เมกา  และ ไม่กลับมาเหยียบแผ่นดินไทยเลยตั้งแต่ตอนนั้น  !!!

    รวมถึงคงมีคนอีกหลายคนที่เจอปัญหาเรื่องค่าเงิน  ...........

    ถ้าจำไม่ผิด ... ดูหมือนมีการรู้ล่วงหน้าก่อนประกาศ  11  วันใช่ไหมค่ะ ???  ( ถ้าจำ จำนวนวันผิด  ขออภัย   ด้วย )

    ถามว่า ...................  ระยะเวลา  10  กว่าวัน  >  ข้อมูล  รั่วไหล  ไปให้ใครมั่ง  < 

    และขอถามอีกหนึ่งคำถามว่า  .......... คนไทยด้วยกันที่เกี้ยเซียะเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและคนแค่ไม่กี่คน

    แต่ ...  ทำลายคนหลายคนให้  ล้มทั้งยืน  >>  หัวใจคุณทำด้วยอะไร  ???

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-04-2008, 14:38 โดย see - u » บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                      *    The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #15 เมื่อ: 02-04-2008, 23:09 »

*  ช่วงวิกฤตปี  40  ....  ทำให้คนหลายคน   " ล้มทั้งยืน "

    ช่วงนั้นมีคน    ตกงาน  รวมถึง   ล้มละลาย  .......  หลายคนมาก 
 
    มีพี่รู้จักกันคนหนึ่ง ... แพ้พิษเศรษฐกิจในช่วงนั้นรวมถึงมีปัญหาส่งผลกระทบถึงครอบครัว

    จนเขาตัดสินใจไปทำงานที่ เมกา  และ ไม่กลับมาเหยียบแผ่นดินไทยเลยตั้งแต่ตอนนั้น  !!!

    รวมถึงคงมีคนอีกหลายคนที่เจอปัญหาเรื่องค่าเงิน  ...........

    ถ้าจำไม่ผิด ... ดูหมือนมีการรู้ล่วงหน้าก่อนประกาศ  11  วันใช่ไหมค่ะ ???  ( ถ้าจำ จำนวนวันผิด  ขออภัย   ด้วย )

    ถามว่า ...................  ระยะเวลา  10  กว่าวัน  >  ข้อมูล  รั่วไหล  ไปให้ใครมั่ง  < 

    และขอถามอีกหนึ่งคำถามว่า  .......... คนไทยด้วยกันที่เกี้ยเซียะเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและคนแค่ไม่กี่คน

    แต่ ...  ทำลายคนหลายคนให้  ล้มทั้งยืน  >>  หัวใจคุณทำด้วยอะไร  ???





คำวินิจฉัยของศาลฯ ทำให้รู้ว่า'โภชิน' โกหกประชาชน คนไทยกว่า 11 ปี

นายกฯ'บิ๊กจิ๊ว' รมว.คลัง 'ทนง ลำใย' ผู้ว่าฯแบงค์ชาติ และ 'โภชิน' รู้เรื่อง'ลดค่าเงินบาท' ปลายเดือนมิถุนา 2540
แต่ประกาศให้สาธารณชนรู้วันที่ 2 กรกฎาคมคม 2540..... 


ทำให้'ผู้มีอิทธิพลเหนือโภชิน' รู้ข่าวการลดค่าเงินบาทก่อนคนไทยอื่น ๆ
'ผู้มีอิทธิพลฯ' อวดอ้าง คุยโม้กับคนไทยว่า เขาฉลาด หลักแหลม
จึงวิเคราะห์สถานการณ์ได้ถูกต้อง....

ทำให้นักธุรกิจการเมือง นักธุรกิจสัมปทานอย่างเขา
ร่ำรวยมหาศาลร่วมกับเพื่อนสิงกะโปโตกกลุ่มหนึ่ง
บนความพินาศของเศรษฐกิจไทยจนถึงทุกวันนี้

ส่วนนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ นักการเงิน นายธนาคาร
เช่น ดร.โอฬาร ดร.โกร่ง ดร.ณรงค์ ฯลฯ
โง่กว่า วิเคราะห์สถานการณ์ไม่ถูกต้อง.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


คำวินิจฉัยของศาลฏีกา
ทำให้รู้ว่านักธุรกิจการเมือง
และนักกฏหมาย กลุ่มนี้
โกหก หลอกลวง
และทำร้ายประเทศไทยยาวนานเพียงใด
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
so what?
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,729


« ตอบ #16 เมื่อ: 02-04-2008, 23:36 »

สมควรด้วยประการทั้งปวงแล้วครับที่เรียกพรรคชั่วพรรรคนี้ว่าพรรคปล้นชาติ เพราะเจ้าของพรรคมันก็เอาเงินที่ได้จากความอิ๊บหายของประเทศชาตินั่นแหละ มาเลี้ยงไอ้พวกหมาในรางน้ำข้าวที่หัวสลอนอยู่ในสภา   Mr. Green
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #17 เมื่อ: 05-04-2008, 01:47 »

ข่าวคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ชนะคดีนี้
ไม่เป็น'ข่าวดัง' ที่จะถกเถียงกันบ้างเหรอ..... Confused:


สาระสำคัฐของคำวินิจฉัยของศาลฏีกา
ทำให้'สุเทพ เทือกสุบรรณ' พ้นผิด.....

แต่คนไทยยังไม่นึก ไม่เฉลียวใจว่าคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ถูกฟ้องเพราะอะไร... Confused:

ไม่คิดโยงใยไปถึง'นายใหญ่'ที่ได้รับรู้ข้อมูลจากที่ประชุมผ่าน'โภชิน'ผู้แพ้คดีศาลฏีกา.... Exclamation


ไม่คำนึง ไม่ใช้สติปัญญา พิจารณาข้อเท็จจริง
และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 05-04-2008, 02:22 »

ทักษิณรับเองมีข้อมูลล่วงหน้าแผนลดค่าเงินบาท      
วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 2008 11:32น. 
กิตติพงษ์ สุ่นประเสริฐ
ศูนย์ข่าวอิศรา สถาบันอิศราฯ
 
เปิดหลักฐานรายงานประชุมสภาระบุชัดทักษิณพูดเองว่า มีพรายกระซิบให้รู้เรื่อง"ชวลิต"เรียกประชุมเตรียมลดค่าเงินบาท แต่ไม่บอกว่ารู้แล้วทำอะไรต่อ แถมบอก "เสธ.หนั่น" ก็รู้ด้วย

จากการที่ศาลฎียกยกฟ้องคดีที่นายโภคิน พลกุล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก นายสุเทพ เทือสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กับหนังสือพิมพ์อีก 8 ฉบับเป็นเงินกว่า 2,500 ล้านบาท กรณีที่นายสุเทพอภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อวันที่ 26 กันายน 2540 โจมตีเรื่องการลดค่าเงินบาทว่า สงสัยนายโภคินจะนำความลับเรื่องการลดค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ของรัฐบาลไปบอก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้บริษัทของ พ.ต.ท.ทักษิณได้ประโยชน์จากการลดค่าเงิน

คำพิพากษาดังกล่าวทำให้สาธารณชนรู้ข้อเท็จจริงว่า ในการประชุมเรื่องการลดค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2540 ซึ่งเป็นความลับที่สุดยนั้น นอกจากมีพล.อ.ชวลิต ในฐานะนายกรัฐมนตรี นายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเริงชัย มะระกานนท์  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ในที่ประชุมแล้ว ยังมี นายโภคิน พลกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในที่ประชุมด้วยและข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้ศาลฎีกาชี้ให้เห็น 'ข้อพิรุธสำคัญ'จนกระทั่งนำไปสู่การยกฟ้องคดีที่นายโภคินฟ้องนายสุเทพ

"สำนักข่าวอิศรา"ได้ตรวจสอบรายงานการประชุมสภาครั้งดังกล่าวและพบข้อมูลที่น่าสนใจอีกเรื่องคือพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งขณะนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีได้ลุกขึ้นตอบนายสุเทพซึ่งมีข้อความตอนหนึ่งที่เขารับว่ารู้เรื่องการประชุมลดค่าเงินบาทเพราะมีคนแจ้งไป ดังรายละเอียดต่อไปนี้

"เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม ( 2540 ) กลางคืนวันนั้น บังเอิญผมทานข้าวกับผู้ใหญ่ที่ผมนับถือร่วมกับนักหนังสือพิมพ์อาวุโสคนหนึ่ง ประมาณ 4 ทุ่ม มีคนโทรมาบอกผมว่าได้มีการพบปะกันอย่างซีเรียสมากที่ทำเนียบ มีคน 4 คนคือ นายกฯ ( พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ), นายเริงชัย มะระกานนท์ ( ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยขณะนั้น ), นายทนง พิทยะ และ นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ( รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ) เพราะผมรู้ว่า นายชัยวัฒน์ เป็นผู้จัดการกองทุนรักษาระดับ ผมเลยเดาแล้วยังบอกกับผู้ใหญ่คนนั้นกับนัก นสพ. อาวุโส ว่า สงสัยจะมีการลดค่าเงินบาทแน่ เพราะถ้ามีผู้จัดการทุกรักษาระดับเข้าไปร่วมด้วยในการพิจารณาซีเรียสอย่างนั้น ผมเดาว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น ผู้ใหญ่ที่ผมนับถือคือ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ ครับ ผมอยู่กับท่านวันที่ 1 กรกฏาคม ตอน 4 ทุ่ม" ที่มา -- รายงานการประชุมสภาผู้แทนฯชุดที่ 20 ปีที่ 1 ครั้งที่ 25-26  ( สมัยสามัญครั้งที่ 2 เล่ม 21 พ.ศ. 2540 ) หน้า 179 -181--

เป็นที่น่าสังเกตว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยพูดเลยว่าเขาทำอย่างไรต่อไปหลังรู้ข้อมูลดังกล่าวและบุคคลที่โทรศัพท์มาบอกเขาเป็นใคร

( ศูนย์ข่าวอิศรา เป็นำนักข่าวกลางของสมาคมนักข่าว ข่าวนี้เผยแพร่ทั้ง ไทยรัฐและมติชน )


 
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
    กระโดดไป: