1 เมษายน พ.ศ. 2551 14:25:00
ศาลฎีกายกฟ้องคดี"โภคิน"ฟ้อง"สุเทพ"พร้อมสื่ออีก16รายกล่าวหานำความลับลดค่าเงินบาทไปบอก"ทักษิณ" หลังต่อสู้นาน11ปี พยานปากเอก"ทนง-เริงชัย" ย้ำชัด"โภคิน"นั่งโต๊ะร่วมประชุม
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าในวันนี้ ศาลฏีกาได้มีคำพิพากษาคดีที่นายโภคิน พลกุล เป็นโจทก์ยื่นฟ้องตนเป็นจำเลยที่ 1 และสื่อมวลชน อีก 16 ราย เป็นจำเลยที่ 2-16 อาทิ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ และ บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในข้อหาละเมิด เรียกค่าเสียหาย 2,562 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2540 ตนในฐานะฝ่ายค้านในขณะนั้นได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้น ถึงกรณีการประกาศลดค่าเงินบาท
โดยศาลฎีกาได้พิพากษาว่า การที่ตนออกมาแสดงความเห็นเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นการกล่าว หรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทย์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ซึ่งฎีกาเหตุผลของโจทย์ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากขณะนี้ ตนเป็นหนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้อภิปราย พล.อ.ชวลิต กระทำการในสิ่งที่ไม่ควร โดยในการประชุมตัดสินใจประกาศลดค่าเงินบาท ซึ่งปกติจะมีบุคคลที่เข้าประชุมเพียง 3 คน คือ นายกฯ รมว.คลัง และผู้ว่าฯธปท. แต่พล.อ.ชวลิต ได้ให้บุคคลอื่น คือ นายโภคิน พลกุล เข้าร่วมการประชุมในครั้งนั้นด้วย ซึ่งถือเป็นการไม่เหมาะสม เนื่องจาก นายโภคิน มีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบค่าเงินบาท และได้นำความลับในที่ประชุมไปบอกกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และได้หาประโยชน์กับการลดค่าเงินบาท
นายสุเทพ กล่าวว่า พล.อ.ชวลิต ได้ออกมาปฎิเสธในที่ประชุมสภา ว่านายโภคิน ไม่ได้อยู่ร่วมประชุม ส่งผลให้นายโภคิน ฟ้องคดีกับตน เรียกค่าเสียหาย 4,000 ล้านบาท แต่ภายหลังได้ลดจำนวนเหลือ 2,500 ล้านบาท และได้มีการต่อสู้คดีจนถึงวันนี้ เป็นเวลา 11 ปี จนในที่สุดศาลฏีกา โดยมติที่ประชุมใหญ่ได้มีคำพิพากษาว่า สิ่งที่ตนอภิปรายนั้น เป็นการทำหน้าที่ของ ส.ส.อย่างถูกต้อง และมีสิทธิ์ที่จะทำได้ ถือว่าไม่เป็นความผิด เป็นการติชมโดยสุจริต ในการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
แต่ที่สำคัญพยานที่นายโภคินได้อ้างต่อศาล ได้แก่ นายทนง พิทยะ อดีตรมว.คลัง นายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่า ธปท. ได้ให้การว่า นายโภคิน ได้เข้าร่วมอยู่ในที่ประชุมจริง ทั้งที่เป็นพยานให้นายโภคิน แต่ได้ให้การตรงกันข้ามกับนายโภคิน โดยนายเริงชัย ระบุได้ ทักท้วงว่านายโภคิน ไม่ควรอยู่ร่วมประชุมด้วย
แต่พล.อ.ชวลิต กลับบอกว่า ให้อยู่ร่วมได้ไม่เป็นไร ฉะนั้นที่กล่าวหาว่า ตนอภิปรายด้วยข้อความเป็นเท็จ ศาลจึงบอกว่าตนได้อภิปรายในสิ่งที่เป็นความจริง
ผมเป็นส.ส.ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ และพล.อ.ชวลิต และนายโภคิน ถือเป็นบุคคลที่ต้องได้รับการตรวจสอบโดย ส.ส. ดังนั้นการอภิปรายของผม ถือว่าได้ทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว และนายโภคินไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการรับรู้การประชุมดังกล่าว ดังนั้น ศาลฏีกาจึงตัดสินว่าผมไม่มีความผิด กรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่สื่อและ ส.ส. ควรจะได้รับทราบ และเป็นประโยชน์ เพราะการทำหน้าที่อย่างสุจริต และยึดถือประโยชน์ของสื่อ และส.ส. ย่อมได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า การที่นายโภคินฟ้องตน พร้อมเรียกค่าเสียหาย 4,000 ล้านบาท สร้างความตกใจให้กับหลายคน เพราะนายโภคิน เป็นดร.ด้านกฎหมาย แต่ตนก็ได้ต่อสู้มาจนในที่สุดศาลก็พิสูจน์ได้ว่า ศาลยังมีความยุติธรรมให้กับเราได้ ดังนั้นสื่อและประชาชนที่ทำหน้าที่ ให้ประโยชน์ส่วนร่วม ไม่ต้องตกใจ กฎหมายยังศักดิ์สิทธิ์เสมอ หากใครรู้สึกท้อแท้ในสถานการณ์ของบ้านเมืองให้มั่นใจได้ว่า ศาลสถิตยุติธรรมยังเป็นที่พึ่งของประชาชนได้
http://www.bangkokbiznews.com/2008/04/01/WW10_WW10_news.php?newsid=244247************************************************************************
เข้าไปร่วมประชุมด้วย แล้วจะทำตัวเป็น
เยี่ยงนินจา ได้ไงครับ
