ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
10-10-2026, 04:09
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  ห้องสาธารณะ  |  จะมี หรือ ไม่มี ทรท ก็ต้องมี 30 บาท 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
จะมี หรือ ไม่มี ทรท ก็ต้องมี 30 บาท  (อ่าน 3878 ครั้ง)
ppl
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 72



« เมื่อ: 26-04-2006, 18:03 »

มีไม่มี ทรท ก็ต้องมี 30บาท

ความเป็นจริงคือ
หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญ
ใครเป็นรัฐบาลต้องปฎิบัติ คนไทยต้องได้รับการรักษาฟรี ตามรัฐธรรมนูญ
โดยเริ่มจากข้าราชการประจำกระทรวงสาธารณสุข ได้คิดไว้เพื่อตอบสนองตามรัฐธรรมนูญ
คือ คุณหมอสงวน นิตยาลำพงศ์ คุณหมอวิชัย โชควิวัฒน์ (ขออภัยถ้าพิมพ์ชื่อผิด)
เป็นหมอชนบทดีเด่น


30 บาทรักษาทุกโรค
เป็นเพียงการนำสิ่งที่มีในรัฐธรรมนูญมาเป็นการหาเสียง
เพิ่มคำว่า 30 บาทเข้าไปให้เป็น Gimmick น่าจดจำ น่าสนใจเท่านั้น
ชาวบ้านต่างดีใจรักษาโรคถูก ทักษิณใจบุญ

ดังนั้น
มีไม่มี ทรท ก็ต้องมี หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
บันทึกการเข้า

มันเป็นลิขิตสวรรค์
ลูกไทย หลานไทย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,196


วันนี้วันดี วันที่เป็นไท


« ตอบ #1 เมื่อ: 26-04-2006, 18:14 »

แต่ตอนนี้ก็กลายเป็น brand ของไทยรักไทยไป
บันทึกการเข้า

Ŋēmŏ mē ĩmρưŋē ĺдċęşšįҐ
(ก้อนหิน) ละเมอ
Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,041



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 26-04-2006, 18:41 »

ขอแสดงความคิดเห็นสักนิด
ถ้าจะทำ 30 บาทต่อ ก็ต้องแก้ไข ไม่ใช่ดันทุรังทำเหมือนในตอนนี้ครับ
บันทึกการเข้า

ppl
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 72



« ตอบ #3 เมื่อ: 26-04-2006, 21:17 »

ครับเห็นด้วยว่าถ้าจะทำต่อต้องแก้ไข
แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่จริงจังกับปัญหาคนป่วย

หาเสียงเสร็จไม่จริงใจกับนโยบาย
ไม่มีการจัดงบประมาณ
ถึงเวลาทำจริงปล่อยเฉพาะแพทย์ทำกันไป

รพ.ชนบทเป็นหนี้ประมาณ 1,400 ล้านบาทเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ปัจจุบันเพิ่มเป็น 2,000 กว่าล้านบาท
โดยเฉลี่ยต่อคนต่อปีใช้เงินในการรักษาพยาบาลประมาณเป็นเงิน 1,659 บาท
โดยจะนำเงินคนไม่ป่วยมารักษาคนป่วย คล้ายระบบประกัน
ประมาณโดย ดร.อัมมาร สยามวลา ว่าปัจจุบันน่าจะอยู่ที่ 2,000 ต่อคนต่อปีด้วยซ้ำไป
แต่ปัจจุบันรัฐจ่ายให้ต่อคนเป็นเงิน 1,600
เมื่อเงินไม่พอเป็นหนี้สะสมมาเรื่อยก็ไม่มีเงินซื้อยา ซื่อเครื่องมือแพทย์ จ้างแพทย์
ชาวบ้านป่วยก็ได้ยาไม่มีคุณภาพ เพราะทาง รพ.ไม่มีเงินซื้อยา
คนที่พอมีเงินก็ย้ายไป รพ.เอกชน
เมื่อ รพ.เอกชนรายได้ดีก็มีการเข้าไปซื้อหุ้น รพ.เอกชนจากชินคอร์ป


ปีแรกจัดงบประมาณให้พอใช้จ่าย ปีที่ 2 ลดทอนลง
หมอที่ทนไม่ได้กับการที่ไม่มียา เครื่องมือที่ดีมารักษาคนไข้ก็รวมตัวกันออกข่าว
ก็จะโดนย้าย ปลด ตั้งกรรมการสอบ
จนรัฐมนตรีสาธารณสุข มีการตั้งคนมาดูแลการเงินเพราะคิดว่าหมอคงไม่มีความรู้ทางด้านการเงิน
คือ ดร.โอฬาร ไชยประวัติ เป็นคนของชินคอร์ป (คงรู้จักกันดีนะครับกับเรื่อง กฟผ) โดยมีค้าจ้างปีละ 10 ล้านบาท
ในตอนเริ่มโครงการ ดร.อัมมาร สยามวลา ได้เขียนโครงการไว้ชัดเจน
แต่ทางรัฐต้องการเอาคนของตนเองเข้ามานั้งเป็นบอร์ด
โดยมีคนที่เกี่ยวข้องกับการทุตจริตยาปี 40 ติดมาด้วย


มันเลยเกิดปัญหาอย่างในปัจจุบัน
ถ้าทำโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง
ผมว่ามันน่าจะเป็นโครงการที่ดีครับ
บันทึกการเข้า

มันเป็นลิขิตสวรรค์
(ก้อนหิน) ละเมอ
Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,041



เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 26-04-2006, 21:24 »

ผมเจ็บใจ รบ. นี้ตรงที่ พอ รพ.หมดปัญหาแก้หนี้เน่า... ไปเรียกร้องกับทักษิณ
มันกลับเบี่ยงเบนประเด็นว่า หมอต้องการเงินเพิ่ม ต้องการสบาย ... ไปเรื่อย
ทั้งๆ ที่ความจริง จากโครงการ 30 บาททำให้คนไข้ทะลักโรงพยาบาลเอกชนมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก...
บันทึกการเข้า

samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #5 เมื่อ: 28-04-2006, 11:18 »

เราก็มองออก พอมีโครงการ30บาท คนฝากรัฐบาลแปลงทุนด้านโรงพยาบาลโรงงานยาทำไม แต่คนที่มองไม่ออกก็คงยึดติดกับการรักษาแบบ30บาทที่ทักกี้เสนอให้ มีคนโพสบอกที่ รดน.ว่าเป็นโรคตับผ่าตัดด้วย30บาทเลยรอดชีวิต ถ้าผมรูว่าใครผมอยากไปถามจริงๆว่าเค้าเป้ฯใคร รอดมาได้ไง
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
ผู้ทำลาย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,496


lynnicky


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 28-04-2006, 18:04 »

โครงการไหนที่ดีอยู่แล้ว รัฐบาลชุดต่อไปก็ต้องมาสานต่อครับ แต่หากมีข้อบกพร่องอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ก็สมควรด้วยที่จะแก้ไข
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-04-2006, 19:42 โดย lynnicky » บันทึกการเข้า

แสนยานุภาพผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน
(ก้อนหิน) ละเมอ
Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,041



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 28-04-2006, 18:31 »

เราก็มองออก พอมีโครงการ30บาท คนฝากรัฐบาลแปลงทุนด้านโรงพยาบาลโรงงานยาทำไม แต่คนที่มองไม่ออกก็คงยึดติดกับการรักษาแบบ30บาทที่ทักกี้เสนอให้ มีคนโพสบอกที่ รดน.ว่าเป็นโรคตับผ่าตัดด้วย30บาทเลยรอดชีวิต ถ้าผมรูว่าใครผมอยากไปถามจริงๆว่าเค้าเป้ฯใคร รอดมาได้ไง
ไม่รู้ว่าโรคตับอะไรเนาะ
- ตับอักเสบ ไม่ใช้วิธีการผ่าตัด
- มะเร็งตับ ผ่าตัดได้ แต่ไม่หาย...ต้องให้เคโมต่อ
- ฝีในตับ ไม่ใช้การผ่าตัด แต่ใช้ยารักษา
บันทึกการเข้า

samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #8 เมื่อ: 29-04-2006, 10:21 »

เราก็มองออก พอมีโครงการ30บาท คนฝากรัฐบาลแปลงทุนด้านโรงพยาบาลโรงงานยาทำไม แต่คนที่มองไม่ออกก็คงยึดติดกับการรักษาแบบ30บาทที่ทักกี้เสนอให้ มีคนโพสบอกที่ รดน.ว่าเป็นโรคตับผ่าตัดด้วย30บาทเลยรอดชีวิต ถ้าผมรูว่าใครผมอยากไปถามจริงๆว่าเค้าเป้ฯใคร รอดมาได้ไง
ไม่รู้ว่าโรคตับอะไรเนาะ
- ตับอักเสบ ไม่ใช้วิธีการผ่าตัด
- มะเร็งตับ ผ่าตัดได้ แต่ไม่หาย...ต้องให้เคโมต่อ
- ฝีในตับ ไม่ใช้การผ่าตัด แต่ใช้ยารักษา

ใน รดน.มันเชียร์ลืมความเป้นจริงไงครับ ผมเลยอยากไปหาว่าคนที่เค้าบอกเป้นใคร จะทำเป้นเด็กซิลไว้ศึกษา
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 29-04-2006, 14:41 »

ถ ถ ถ ถ ถ ถ ถูกต้อง...นะคร้าบบบบ Laughing Laughing Laughing
บันทึกการเข้า

นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 29-04-2006, 14:58 »

ที่น่าเจ็บใจ อยู่ตรงที่ ตัวเองออกนโยบาย 30 บาท

และตัวเองอีกแหละไปกว้านซื้อโรงพยาบาลเอกชน

เอาทั้งเงิน ทั้งกล่อง ทั้งคะแนนเสียง เอาหมดทุกอย่างจริงๆ

บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
พี่แคนแฟนคลับ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


« ตอบ #11 เมื่อ: 29-04-2006, 18:06 »

เห็นด้วยครับ แต่ต้องปรับปรุง

ไม่รู้แหละ ใครทำกรรมอะไรไว้ ขอให้เป็นมะเร็ง (อย่าลืมใช้ 30 บาทรักษาทุกโรคด้วยนะ) คิกๆ

คนต้นคิดเขาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรอก มันเพี้ยนน่ะครับ
บันทึกการเข้า

"คนจะยืนหยัดอยู่ยืนยง ไม่หลงมัวเมาเป็นอื่น เอาใหม่เมื่อล้ม สลบแล้วฟื้น กลับมายืนได้เอง คุณธรรมปักอยู่ในใจ ไม่ใช่แค่เป็นคนเก่ง ทำสิ่งที่รู้ เพื่อคนทั้งหลาย ไม่ทำลายเสียเอง จึงอยู่นาน"
Wadoiji
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 801


รักษ์ประชาธิปัตย์


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 01-05-2006, 05:58 »

ที่จริงเรื่อง30บาทเนี่ย... มันมีตั้งแต่สมัยท่านชวนมิใช่หรือ?
บันทึกการเข้า

samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #13 เมื่อ: 01-05-2006, 12:05 »

ที่จริงเรื่อง30บาทเนี่ย... มันมีตั้งแต่สมัยท่านชวนมิใช่หรือ?

มีเป้นบัตรสุขภาพ ครอบครัวละ5คน ใบนึงตกปีละกี่ร้อยผมจำไม่ได้ ผมเคยเอาไปใช้ทำฟันที่โรงพยาบาล ไม่ต้องเสียตังเลยครับ
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
Wadoiji
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 801


รักษ์ประชาธิปัตย์


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 01-05-2006, 12:11 »

^
เคยอ่านเจอน่ะค่ะ แต่รายละเอียดมันน้อยมาก เลยไม่ค่อยเข้าใจ... มีแบบที่เด็กประถมกับคนแก่รักษาฟรีใช่มั้ยคะ?
บันทึกการเข้า

samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #15 เมื่อ: 01-05-2006, 20:50 »

^
เคยอ่านเจอน่ะค่ะ แต่รายละเอียดมันน้อยมาก เลยไม่ค่อยเข้าใจ... มีแบบที่เด็กประถมกับคนแก่รักษาฟรีใช่มั้ยคะ?

เอ ผมจำไม่ได้แล้วซิ แล้วจะถามพี่สาวมให้นะ พี่สาวเป็นพยาบาลมานเดือบ20ปีคงมีรายละเอียดเยอะกว่า
แต่ที่แน่ๆ ตอนนั้นผมก็ไม่เด็กแล้วนะ20+ยังรักษาฟันฟรีเลย
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
visitna
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 209



« ตอบ #16 เมื่อ: 07-05-2006, 10:26 »

ผมไม่เห็นด้วยจะเหมือน  ขสมก.  ถ้าจะเห็นด้วยต้องให้ถือบัตรเดียว
เข้ารับการรักษาได้ทุกแห่ง  ไม่ใช่บ้านอยู่เบตงไปทำงาน กท. ป่วยแล้วต้อง
กลับมาเบตง  ชาวบ้านลำบากมาก   แต่รัฐมีเงินพอไหม   ทุกวันนี้โรงพยาบาลลดประสิทธิภาพ
ลงเยอะ   ไปแบบนี้อีกสักพักโรงพยาบาลเจ๋ง  มีของใช้แต่แพงนิดดีกว่าไม่มีของ  คนมีรายได้ช่วยกันออก
เพิ่มคนจนให้ฟรีแบบของท่านชวนน่าจะดีกว่า  ขอให้สกรีนคนจนจริงๆถือบัตรสงเคราะห์
อย่าให้พวกใส่สร้อย 10 บาทถือบัตรสงเคราะห์แบบที่แล้วมา โรงพยาบาลตอนนี้ดิ้นกันสุดฤทธิ์
เรื่องมันยาว  เอาว่า 30 บาทไม่มีทางรักษาทุกโรค  ถึงคุณมีบัตรทองแต่คุณต้องเอาเงินไปเป็นพัน
คุณถึงจะได้รับบริการครบ   30 บาทจึงเป็นแค่ชื่อ แค่โฆษณาชวนเชื่อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-05-2006, 10:35 โดย visitna » บันทึกการเข้า
davil amature
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154


วันว่าง ยามพัก ใจสู้ศึก


« ตอบ #17 เมื่อ: 08-05-2006, 23:52 »

ถ้ากล่าวเช่นนั้น ทำไมตอน ปชป เป็นรัฐบาลถึงไม่ทำล่ะครับ หรือว่าคิดเองไม่ทัน


หมอแม้ไม่มีเงินก็ต้องรักษาครับ ด้วยจริยธรรมของแพทย์ ตอ่ให้ไม่มีเงินเดือนก็ต้องรักษา เพราะนั่นคือหัวใจของแพทย์

บันทึกการเข้า

ความจริงมันก็แค่สิ่งที่เรารับรู้ และจิตใจเรายอมรับว่าจริง ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันไม่ใช่เลยก้ได้
samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #18 เมื่อ: 08-05-2006, 23:58 »

ถ้ากล่าวเช่นนั้น ทำไมตอน ปชป เป็นรัฐบาลถึงไม่ทำล่ะครับ หรือว่าคิดเองไม่ทัน


หมอแม้ไม่มีเงินก็ต้องรักษาครับ ด้วยจริยธรรมของแพทย์ ตอ่ให้ไม่มีเงินเดือนก็ต้องรักษา เพราะนั่นคือหัวใจของแพทย์



เค้าทำบัครสุขภาพแล้วครับ เคยใช้หรือเปล่าครอบครัวละไม่เกิน5คน ถ้าเกินก้เปิดบัตรที่2 ค่าบัตรปีละไม่กี่ร้อยจำไม่ผิด350-500บาท ผมยังเคยไปทำฟันฟรีเลย
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
davil amature
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154


วันว่าง ยามพัก ใจสู้ศึก


« ตอบ #19 เมื่อ: 09-05-2006, 02:05 »

งั้นก็ช่วยบอกรายละเอียดหน่อยสิครับ ว่าไอ้บัตรสุขภาพน่ะมันมีกฏเกรณ์ในการตัดสินอย่างไร เขาถึงออกให้ แล้วทำไมมันถึงล้มเหลว มีคนจนต้องนอนตายหน้าโรงพยาบาลเพราะไม่มีเงินรักษามากมาย (ผมว่าส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการทุจริตยาในตอนนั้นน่ะนะ)
บันทึกการเข้า

ความจริงมันก็แค่สิ่งที่เรารับรู้ และจิตใจเรายอมรับว่าจริง ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันไม่ใช่เลยก้ได้
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 09-05-2006, 02:15 »

ถ้ากล่าวเช่นนั้น ทำไมตอน ปชป เป็นรัฐบาลถึงไม่ทำล่ะครับ หรือว่าคิดเองไม่ทัน


หมอแม้ไม่มีเงินก็ต้องรักษาครับ ด้วยจริยธรรมของแพทย์ ตอ่ให้ไม่มีเงินเดือนก็ต้องรักษา เพราะนั่นคือหัวใจของแพทย์



แล้วทำไมรัฐบาลก่อนหน้า ปชป. ไม่ทำละครับ Laughing ตรรกะแบบนี้ใช้ไม่ได้หรอกครับ

ส่วนเรื่องเงิน อย่าพูดแบบเห็นแก่ตัว แพทย์ก็คน เป็นอาชีพเหมือนทุกอาชีพที่ต้องได้รับค่าตอบแทนตามสมควร
อีกทั้งค่าเครื่องมือและค่ายา ก็ต้องมีให้พร้อมครับ ปล่อยให้ขาดแคลนไม่ได้
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 09-05-2006, 02:21 »

งั้นก็ช่วยบอกรายละเอียดหน่อยสิครับ ว่าไอ้บัตรสุขภาพน่ะมันมีกฏเกรณ์ในการตัดสินอย่างไร เขาถึงออกให้ แล้วทำไมมันถึงล้มเหลว มีคนจนต้องนอนตายหน้าโรงพยาบาลเพราะไม่มีเงินรักษามากมาย (ผมว่าส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการทุจริตยาในตอนนั้นน่ะนะ)

มีคนจนนอนตายหน้าโรงพยาบาลมากมายเลยเหรอครับ ผมเพิ่งทราบ
ข่าวจากแหล่งไหนเหรอครับ
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
davil amature
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154


วันว่าง ยามพัก ใจสู้ศึก


« ตอบ #22 เมื่อ: 09-05-2006, 02:38 »

เยอะครับ คุณเคยเห็นคนโดนไล่ออกจากห้องฉุกเฉินเพราะไม่มีเงินไหมล่ะ คุณเคยเห็นคนนอนป่วยที่เก้าอี้ยาวหน้าโรงบาลโดยที่หมอไม่เหลียวแลไหม คุณเคยไปคุยกับคุณอนาถาที่ไม่มีแม้เงินจะรักษาตัวไหม คุณเคยไปงานศพของคนที่ต้องตายเพราะไม่ได้รับการรักษาหรือปล่าวครับ ถ้าไม่เคยขอแนะนำให้ไปดูบ้างนะครับ ซากเน่าของเขายังคงรอใครซักคนมาพูดคุยด้วยเสมอ



นี่เป็นของฝากครับเรื่องจริยธรรมของแพทย์
จริยธรรมในวิชาชีพแพทย์

แพทย์มีหน้าที่บำบัดรักษาความเจ็บป่วยซึ่งนำความทุกข์ทรมานมาสู่มนุษย์ และไม่มีมนุษย์ผู้ใดจะหลีกเลี่ยงการเกิด แก่ เจ็บ ตายได้ วิชาชีพแพทย์จึงได้รับการยกย่องให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรีมาตั้งแต่สมัยโบราณจวบจนปัจจุบัน ผู้ที่ทำหน้าที่แพทย์ในสมัยโบราณมักเป็น “ผู้รู้” ในสังคม เช่น นักปราชญ์หรือนักบวชในศาสนา ซึ่งมีกรอบที่ต้องประพฤติปฏิบัติแตกต่างจากสามัญชนอยู่แล้ว ดังจะเห็นได้จากในคัมภีร์ไบเบิ้ลซึ่งบันทึกเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ได้ทำการรักษาผู้เจ็บป่วยมากมาย คนในสมัยโบราณเชื่อว่าความเจ็บป่วยเกิดจากอำนาจของภูติผีปีศาจ จึงเป็นหน้าที่ของพระ พราห์มณ์หรือนักบวชที่จะต้องทำการรักษาโดยการขับไล่ปีศาจ ต่อมาเมื่อมนุษย์มีความรู้เรื่องธรรมชาติมากขึ้น

มีความเข้าใจในเรื่องเหตุผลและระเบียบวิธีวิทยาศาสตร์ ทำให้เกิดวิวัฒนาการทางการแพทย์ สังคมได้เรียกร้องคุณธรรมและจริยธรรมความเป็นแพทย์ หลักฐานที่สำคัญที่แสดงว่าสังคมตระหนักถึงความสำคัญของจริยธรรมในทางการแพทย์คือคำปฏิญาณของ
ฮิปโปเครตีส (Hippocratic Oath) ซึ่งเป็นแพทย์ชาวกรีก มีชีวิตอยู่ในช่วง 470 ปีก่อนคริสตกาล อ้างว่าสืบเชื้อสายมาจากเทพอพอลโลและ Aesculapius ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการรักษาโรคของกรีกโบราณ คำปฏิญาณของฮิปโปเครตีสกล่าวถึงประเด็นหลักของจริยธรรมการแพทย์คือ ความศักดิสิทธิ์และบริสุทธิ์สูงส่งของวิชาชีพแพทย์ ความมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย การรักษาความลับของผู้ป่วยและกล่าวถึงการป้องกันมิให้แพทย์กระทำการฉ้อฉลเบียดบังเอาประโยชน์จากผู้ป่วย รวมทั้งโทษของการกระทำดังกล่าว คำปฏิญาณของฮิปโปเครตีสถือเป็นแนวปฏิบัติของแพทย์ในยุคต่อมา แต่ก็ได้ผ่านการดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในยุคสมัยต่างๆ

ในปีค.ศ.1948 สมาคมแพทย์แห่งโลก (World Medical Association) ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศของวิชาชีพแพทย์ได้จัดการประชุมนานาชาติที่กรุงเจนีวาโดยมีวัตถุประสงค์จะ
ปรับปรุงคำปฏิญาณของฮิปโปเครตีสให้ทันสมัย หลังจากนั้นได้มีการประชุมอีกหลายครั้งในปีค.ศ.1949, 1968 และล่าสุดในปีค.ศ.1988 ที่อิตาลีโดยเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับการทดลองในมนุษย์และสิทธิผู้ป่วย

ในซีกโลกตะวันออก มีหลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างจริยธรรมการแพทย์กับศาสนา เช่น อินเดียมีหลักฐานอยู่ในคัมภีร์ฤคเวทและอายุรเวท ในอารยธรรมจีนมีการอ้างอิงหลักปรัชญาเต๋า ในประเทศไทยซึ่งยึดหลักพุทธศาสนามีหลักการให้มนุษย์พ้นทุกข์และเห็นการเกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นเรื่องธรรมชาติ พระสงฆ์มีบทบาทมากในด้านจิตใจและการรักษาโรคโดยใช้สมุนไพร การแพทย์แผนตะวันตกได้เข้ามามีบทบาทในประเทศไทยจากการเผยแพร่ของแพทย์มิชชันนารีจาก
ประเทศตะวันตกในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ (Cool

ศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์

เนื่องจากเป็นที่ยอมรับเป็นสากลว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่พิเศษบนโลก ด้วยว่ามนุษย์มีสติปัญญาคิดหาเหตุผลได้ สามารถคิดหลักตรรกะที่ลึกซึ้งได้ สามารถประยุกต์แนวความคิดและนำมาพัฒนาให้เกิดความเจริญงอกงามเป็นวัฒนธรรมได้ และที่สำคัญที่สุดมนุษย์มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี สามารถเลือกจะทำดีหรือทำชั่วได้ ในทางปรัชญาวิทยาศาสตร์ถือว่ามนุษย์เป็นพัฒนาการขั้นสูงสุดของสิ่งมีชีวิต มนุษย์จึงมีสิทธิโดยธรรมชาติ เป็นสิทธิมนุษยชนซึ่งไม่อาจถูกลบล้างหรือยกเลิกความเป็นมนุษย์ได้ (inalienable right) ในทางคริสตศาสนาถือว่ามนุษย์ทุกคนเป็นบุตรของพระเจ้า มีเกียรติและศักดิ์ศรีที่จะได้อยู่ร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระเจ้า ดังนั้นวิชาชีพใดๆที่กระทำกับมนุษย์โดยตรง ก็จะต้องถูกผูกมัดให้มีข้อกำหนดเป็นพิเศษ วิชาชีพนักบวช แพทย์ ครู ฯลฯ เป็นวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีและคุณค่าของมนุษย์ ดังนั้นนอกจากจะต้องประพฤติตนเป็นคนดีในสังคมเป็นพื้นฐานแล้ว ยังจะต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นพิเศษตามข้อกำหนดของจริยธรรมวิชาชีพอีกด้วย ตัวอย่างเช่นในทางพุทธศาสนา บุคคลสามัญถือศีล 5 ข้อ แต่พระสงฆ์ต้องถือศีล 227 ข้อ ในทางคริสตศาสนา บุคคลสามัญถือบัญญัติ 10 ประการ แต่พระสงฆ์ทางคริสต์จะต้องปฏิบัติมากกว่านั้นคือต้องถือความเป็นพรห์มจรรย์ตลอดชีวิต แพทย์นั้นนอกจากจะถือเบญจศีลเบญจธรรมเป็นพลเมืองดีแล้วยังต้องถือปฏิบัติตามจริยธรรมทางการแพทย์อีกด้วย

ค่าตอบแทนในการประกอบวิชาชีพ

แพทย์สามารถใช้วิชาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวให้มีฐานะอันสมควรอยู่ได้ในสังคม ค่าตอบแทนจากการประกอบวิชาชีพ (fee) มีลักษณะพิเศษจากค่าจ้างทำงานของอาชีพโดยทั่วไปคือ

1. มีจำนวนเงินที่ไม่สูงมากนัก

2. ไม่อาจเรียกร้องเงินเป็นเงื่อนไขในการให้บริการ

หลักฐานทางประวัติศาสตร์แสดงว่าแพทย์ในยุคโบราณได้ค่าตอบแทนวิชาชีพในการดำรงชีวิต เป็นจำนวนที่ไม่สูงนัก และแพทย์ก็ไม่ได้ร่ำรวยกว่าอาชีพอื่น (8,9) จากการที่แพทย์ยึดหลักว่าคุณค่าของวิชาชีพแพทย์ไม่อาจประเมินค่าเป็นตัวเงิน กล่าวคือไม่อาจถูกซื้อหรือขายได้ เช่นเดียวกับคุณค่าของชีวิตมนุษย์ซึ่งไม่อาจประเมินเป็นตัวเงินได้ นับตั้งแต่ยุคของฮิปโปเครตีส แพทย์ได้ยึดหลักจริยธรรมคือประกอบวิชาชีพให้ดีที่สุด รักษามาตรฐานของวิชาชีพให้สูงสุดอยู่ตลอดเวลาโดยไม่คำนึงถึงอามิสสินจ้าง ซึ่งหมายความว่าถึงจะไม่มีเงินค่าจ้างตอบแทน หรือผู้ป่วยจะยากจนขัดสนเพียงใด แพทย์ก็ต้องให้การดูแลรักษาอย่างดีที่สุด ซึ่งการปราศจากผลประโยชน์ทางลาภยศศฤงคารมาแทรกแซงนี้เองทำให้วิชาชีพแพทย์ได้รับการยกย่องอย่างสูง
มาทุกยุคทุกสมัย


อ้างอิงจาก
http://www.mahidol.ac.th/mahidol/ra/raog/ethic1.html

เชิญลองอ่านดูนะครับ

นอกจากแพทย์จะเป็นคนแล้ว แพทย์คือบุลคลที่คนไข้ฝากชีวิตอันมีค่าของเขาไว้ด้วย อย่าลืมซะล่ะครับ
บันทึกการเข้า

ความจริงมันก็แค่สิ่งที่เรารับรู้ และจิตใจเรายอมรับว่าจริง ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันไม่ใช่เลยก้ได้
samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #23 เมื่อ: 09-05-2006, 10:06 »

แล้วคุณคิดว่า ตอนนี้ไม่มีเหรอ ตอนนี้ก้มีมีเยอะด้วยแฟนผมตกบันไดพอมีปัญหาที่หลังต้องผ่าตัด 30บาทก็ไม่ได้รักษาสุดท้ายก้ต้องจ่ายเองกว่า3หมื่นบาทแล้ว30บาททำอะไรได้เหรอ ส่วนเรื่องบัตรสุขภาพ รายละเอียดก็ไม่มีอะไรครับ ใครหรือครอบครัวไหนเป้นคนไทยก้สามารถทำได้ แต่อย่างที่บอกผมจำราคาไม่ได้แล้วจริงๆ บ้านผมเป้นชนชั้นกลางหาเช้ากินค่ำ แต่ก็ทำบัตรที่ว่านี่แหละสมัยนายกชวน แล้วก็เคยไปทำฟันอย่างที่บอก แล้วจะเอารายละเอียดอะไรอีกเหรอครับ
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
ppl
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 72



« ตอบ #24 เมื่อ: 09-05-2006, 10:43 »

ผมจะไขข้อข้องใจเรื่องทุจริตยาให้

(ผมว่าส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการทุจริตยาในตอนนั้นน่ะนะ)
จะได้รู้กันว่าตอนนั้นมันตอนไหน
บันทึกการเข้า

มันเป็นลิขิตสวรรค์
มะตาด
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


« ตอบ #25 เมื่อ: 09-05-2006, 11:17 »

น่าจะกำหนดเงื่อนไขใหม่ 30บาทให้เฉพาะคนยากจนจริงๆๆ(ลงทะเบียนไว้แล้วไม่ใช่เหรอ)   คนพอมีเงินก็ใช้ประกันสังคม หรือทำประกันสุขภาพจะจ่ายเงินเป็นเดือนหรือปีก็ว่ากันไปถึงเวลาเจ็บป่วยก็รักษาฟรี เอาแบบนี้น่าจะดีกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-05-2006, 11:19 โดย มะตาด » บันทึกการเข้า
davil amature
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154


วันว่าง ยามพัก ใจสู้ศึก


« ตอบ #26 เมื่อ: 09-05-2006, 11:44 »

บัตรคุณภาพไม่ทราบว่าใช่ตัวหนี้หรือปล่าว

บัตร สวัสดิการประชาชนด้านการรักษาพยาบาล

หากท่านได้ติดตามข่าวในระยะนี้จะพบว่าได้มีการพูดถึงบัตร ที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอยู่หลายประเภทเช่น บัตรสุขภาพ บัตรสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล หรือบัตร สปร. และบัตรประกันสังคม หลายท่านอาจสงสัยและสับสน ว่าบัตรอะไรใช้อย่างไร ผู้เขียนใคร่เรียนทำความเข้าใจดังนี้ครับ

บัตรสุขภาพ เป็นบัตรที่ท่านสามารถซื้อเพื่อประกันการเจ็บป่วยของท่าน โดยซื้อได้ที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัย ราคา 500 บาท ใช้รักษาพยาบาลได้ 5 ท่าน เป็นเวลา 1 ปี หมดอายุต้องซื้อใหม่(หมดอายุบัตรนะครับ ไม่ใช่หมดอายุท่าน)

บัตรประกันสังคม ก็เป็นบัตรใช้ในการรักษาพยาบาลสำหรับลูกจ้างโรงงาน หรือลูกจ้างสถานที่ต่างๆ (อยากรู้รายละเอียดต้องรอดู โก๊ะตี๋ ผีหน้ารัก อธิบายหน้าจอทีวี)

ส่วน บัตรประกันสุขภาพประชาชนด้านการรักษาพยาบาลหรือบัตรสปร. ก็คือบัตรที่กระทรวงสาธารณสุขออกให้เฉพาะผู้ที่ยากจน และผู้ที่สังคมควรช่วยเหลือเกื้อกูล เมื่อสมัยก่อนเรียกว่าบัตรสงเคราะห์ประชาชนผู้มีรายได้น้อย หรือบัตร สปน. หรือบัตรสงเคราะห์ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบัตรสปร. ขณะนี้ท่านที่มีบัตรนี้อยู่ได้หมดอายุไปแล้วเมื่อ 30 กันยายน 2540 แต่เราต่ออายุให้ใช้ได้ถึง 31 มกราคม 2541

ในปีใหม่นี้จะดำเนินการออกบัตรสปร.ให้ใหม่ มีหลักเกณฑ์อยู่ 8 ประเภท ดังนี้

1. เด็กอายุ 0-12 ปี ได้แก่เด็กอายุ 0-12 ปีทุกคน ยกเว้นเด็กที่พ่อแม่เบิกได้

2. ผู้มีรายได้น้อย ได้แก่ผู้ที่อายุระหว่าง 13-60 ปี

คนโสด มีรายได้ไม่เกินเดือนละ 2000 บาท

ครอบครัว มีรายได้รวมกัน ไม่เกินเดือนละ 2800 บาท

3. นักเรียน เฉพาะนักเรียนที่อายุเกิน 12 ปีขึ้นไป และเรียนยังไม่จบชั้น ม.3

4. ผู้พิการ เฉพาะผู้พิการตามเกณฑ์พรบ. และอายุอยู่ระหว่าง 13-60 ปี

5. ทหารผ่านศึก เฉพาะตามเกณฑ์ทหารผ่านศึก และ อายุระหว่าง 13-60 ปี

6. ภิกษุ/ผู้นำศาสนา เฉพาะอายุระหว่าง 13-60 ปี

7. ผู้สูงอายุ ได้แก่ผู้ที่อายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ยกเว้นผู้ที่เบิกได้

8. บัตรชั่วคราว สำหรับผู้มีสิทธิตามข้อ 1-7 แต่ชื่อไม่ได้อยู่ในทะเบียนบ้าน

ท่านที่มีสิทธิในบัตรในประเภทใด โปรดอย่าชะล่าใจ มัวแต่รอเจ้าหน้าที่มาดำเนินการให้ อาจผิดพลาดได้ จะให้ดีท่านต้องติดตามเรื่องด้วยนะครับ ที่สถานีอนามัย หรือโรงพยาบาล

อ้างอิงจาก
http://www.geocities.com/HotSprings/Resort/2535/leaflet001.html


ลองอ่านดูแล้วคิดว่าอย่างไร
ขอแนะนำหนังสือเล่มนี้ครับ
http://161.200.139.232/cgi-bin/main/2003/2005-10-31-n01.asp?topid=4808300003&tm=1&rid=r0
สุขภาพดีถ้วนหน้า
สุขภาพดี ไม่ต้องแพง / นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เขียน
ลองไปหาอ่านดู

ส่วนบัตร สุขภาพนั้น เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ใบละ 500 บาทและมีอายุการใช้งาน 1 ปี

ในกรณีที่ตามหาข้อมูล ลองไปหาตามวิจัยต่าง ๆ ได้ครับ เช่น
(มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)  ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลขาณุวรลักษบุรีในการให้บริการประชาชนที่มีบัตรประกันสุขภาพ( รักดาว พวงทอง) ซึ่งเขาจะบอกปัยหาที่ซ้ำ ๆ กันคือที่ที่รัฐออกให้จะแพงกว่าค่าบัตรสำหรับคนที่ป่วยบ่อย ๆ และ็ก็น้อยกว่าค่าบัตรสำหรับคนที่มีสุขภาพดีครับ แถมโครงการนี้มีปัญหาในด้านการประชาสัมพันธ์

และผมยังขุดหาไม่พบว่าโครงการนี้เป็นโครงการของนายชวนหลีกภัย เพราะเนื่องจาก โครงการนี้มีในช่วง ปี 2538 -2539 ซึ่งเป็นการคาบเกี่ยวระหว่างนายชวน หลีกภัย และ นายบรรหาร ศิลปะอาชา จะฟันธงว่าเป็นของนายชวนเลยก็คงไม่ได้ครับ เพราะต้องให้เครดิตคุณบรรหารด้วยที่ยังคงโครงการนี้ต่อมา จงปัจจุบันก็ไม่ได้หายไปแต่ไปอยู่ในรูป บัตรประกันคุณภาพ ที่ติดปากประชาชนทั่วไปไงครับ
บันทึกการเข้า

ความจริงมันก็แค่สิ่งที่เรารับรู้ และจิตใจเรายอมรับว่าจริง ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันไม่ใช่เลยก้ได้
samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #27 เมื่อ: 11-05-2006, 17:03 »

ก็จะเป้นของใครก้ได้ สรุปก้คือหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีมานานพอสมควรแล้ว แต่ ทรท.ขู่คนไทยว่าไม่มีเค้าไม่มีหลักประกัน(30บ.)ซึ่งไม่เป้นความจริง รับไม่ได้ครับคำพูดแบบนี้
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
davil amature
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154


วันว่าง ยามพัก ใจสู้ศึก


« ตอบ #28 เมื่อ: 11-05-2006, 22:27 »

ก็จะเป้นของใครก้ได้ สรุปก้คือหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีมานานพอสมควรแล้ว แต่ ทรท.ขู่คนไทยว่าไม่มีเค้าไม่มีหลักประกัน(30บ.)ซึ่งไม่เป้นความจริง รับไม่ได้ครับคำพูดแบบนี้


มีมานานก็จริงครับ แต่ใครที่คิดนโยบายก็เป็นของคนนั้นครับ และที่ว่า 30 บาทอาจจะหายไปเพราะว่า ในการเลือกตั้งคราวก่อน พรรค ปชป บอกว่าจะเลิก 30 บาทแต่จะเปลี่ยนเป็นการรักษาฟรีครับ ซึ่งนโยบายนี้โดนโรงพยาบาลด่าถ้วนหน้าครับ ว่า แค่ 30 บาทก็จะแย่แล้วรักษาฟรี ไม่ยิ่งหนักหรือ ประมาณนี้ล่ะครับ
บันทึกการเข้า

ความจริงมันก็แค่สิ่งที่เรารับรู้ และจิตใจเรายอมรับว่าจริง ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันไม่ใช่เลยก้ได้
samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #29 เมื่อ: 11-05-2006, 22:30 »

การรักษาฟรี อาจจะไม่ได้หมายความว่า เจ็บทุกอย่างฟรีหมด อาจจะมีแนวนโยบายที่แตกต่าง หรือคล้ายคลึงหรือปรับมาตราฐานใหม่
แต่ตอนนี้ผมรู้สึกถึงคำที่ว่า ไม่มี ทรท.ไม่มี30บาท ไม่จริงนะครับ เพราะผมจำได้ว่า คุณอภิสิทธิ์ เคยบอกว่า30บาทจะมีแต่จะปรับให้เหมาะสมให้โรงพยาบาลไม่เดือดร้อน
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
หน้า: [1]
    กระโดดไป: