ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
26-10-2026, 05:33
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ทำใจกันไว้ซะ จะได้เลือกตั้งแล้ว 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ทำใจกันไว้ซะ จะได้เลือกตั้งแล้ว  (อ่าน 3015 ครั้ง)
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« เมื่อ: 07-10-2007, 09:27 »

ข้อเท็จจริงที่มองให้เห็นว่า เส้นการเดินทางของอำนาจตามกฎหมายหรือเหนือกฎหมาย ไม่ได้เป็นไป
ตามธรรมชาติ หรือการกำหนดโดยทหารโง่ๆ บ้าอำนาจกลุ่มหนึ่ง หรือแม้แต่ทหารแก่ใกล้ลงโลงวิปริต
คงหนึ่ง แต่การจัดการที่ซับซ้อนนี้ต้องมีการจัดทำโดย องค์กรลึกลับในลักษณะที่เป็นคณะโม่งศักดินา
ภิวัฒน์ ไปในแนวทางที่ว่าอย่ากระจายอำนาจให้ชนบทมากไปในตอนนี้ คิดว่าคนชนบทเหมือนสามล้อ
ที่พร้อมจะทำตัวเป็นสามล้อถูกหวยทุกเมื่อโดยไม่มีสมองที่จะทำตัวเป็นแนวอื่น เมื่ออำนาจและโอกาส
ทางสังคมกระจายไป ความเดือดร้อนย่อมตกมาสู่องค์กรโม่งศักดินาภิวัฒน์จัดการประเทศอย่างเลี่ยง
ไม่ได้ จากเหตุการณ์ที่พอมองเห็นว่าการจัดการเป็นคณะทำงาน คือ

1. การได้อำนาจในการแก้ปัญหาทางการเมืองของตุลาการแบบส้มหล่น
2. การที่ตุลาการบางส่วนใช้อำนาจนอกเหนือตัวหนังสือ และแสดงออกถึงความชอบธรรมในการใช้
   อำนาจในการจัดการนักการเมืองหรือองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องนอกตัวหนังสือ ด้วยการอ้าง คำฮิต
   ที่ว่า คุณธรรม จริยธรรม ทั้งที่ไม่มีบทบัญญัติที่แน่นอน พยายามให้ความสำคัญเหนือกฎหมาย จน
   บางครั้งก็เป็นการตีความแบบศรีธนญชัยเพื่อจริยธรรมโดยมีเป้าหมายที่แน่นอน
3. การที่มี พรฎ.เลือกตั้งครั้งก่อนแต่กลับมีการยึดอำนาจแสดงถึงความไม่เป็นเอกภาพของคณะโม่ง
   ศักดินาภิวัฒน์ อาจมีการกลัวเกินเหตุจนลงมือไปก่อนที่จะมีการปรึกษา
4. การได้นายกตามใบบอกเป๊ะ เมื่อลงมือเลยเถิดไปแล้วก็ต้องปรับเข้าแผนใหม่
5. ลูกสมุนบางคนบางคณะไม่รู้เรื่องเพราะความที่ปกปิดเป็นโม่งกันมากเกินไป เลยไปสอยคิงเพาเวอร์
   เซ็นทรัลพัฒนา รวมทั้งเรื่องชินคอร์ป ซึ่งในข้อเท็จจริงเป็นการร่วมงานกันมาก่อน เลยมีกรณีเจอตอ
   อยู่ดีๆ ก็วืดหยุดไปเฉยๆ เช่น เรื่องกฎหมายนอมินี ทั้งที่ตีปี๊บมาตลอดเวลาก่อนหน้า
6. ลูกสมุนที่เป็นยามบางกลุ่มเลี้ยงไม่เชื่องพร้อมแฉได้ตลอดเวลาจึงมีอะไรหลุดๆ มาบ้างพอขำๆ แต่
   ระดับคณะโม่งแล้วแม้จะโดนชนก็ไม่มีการตอบโต้ให้เสียฟอร์มผู้ดี เรื่องจึงหายเฉยๆ แต่คณะยามบ้า
   เลือดก็ไม่หยุดยั้งแฉสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็ต้องคอยดูจุดจบต่อไป
7. ฝ่ายทักษิณด้วยความจงรักภักดีก็ไม่กล้าทำอะไรเกินเลย อย่างมากก็ด่าพวกทหารนอกแถวที่ลงมือ
   โดยไม่คิดหรือปรึกษาคณะโม่งก่อน ไม่มีอะไรทำก็ซื้อทีมฟุตบอลมาบริหารแก้เซ็ง
8. การร่างรัฐธรรมนูญใหม่อำนาจไหลไปสู่คณะตุลาการ นอกจากจะไว้แก้ปัญหาทางการเมืองแล้วยังมี
   อำนาจเหนือนักการเมืองซะด้วย ซ้ำยังเดินเรื่องจริยธรรมพร่ำเพ้อให้เป็นชิ้นเป็นอัน มีคนร่างคนบังคับ
   ใช้เดินคู่กับกฎหมายแต่ว่าใช้กับนักการเมือง ข้าราชการ เพื่อควบคุมไม่ให้เดินไปทางที่ไม่ต้องการ
9. การแอบตัดอำนาจทหารที่ยึดอำนาจออกหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นว่าทหารพวกนี้ยัง
   ชั้นกระจอก มีอำนาจแค่ช่วงสั้น แต่ก็ยังมีการไว้หน้าบ้าง พวกที่กร่างไม่เลิกสุดท้ายก็โดนสอย

ผลจากประชามติและปัญหาของประเทศคงช่วยให้คณะโม่งตาสว่างมั่ง ว่ากำจัดยังไงก็ไม่จบทำเละกว่า
เดิมเผลอๆ อาจยุ่งเหยิงกว่าสามจังหวัดใต้เพราะความรักทักษิณมันฝังลึกเกินคาด และทักษิณก็เป็นสัญ
ลักษณ์ของเศรษฐกิจที่ดีและการบริหารจัดการที่ดี แม้กระทั่งการให้โอกาสประชาชนก็ยังเป็นที่ยอมรับ
ในวงนักวิชาการที่ชอบด่าทักษิณ ถึงขั้นเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของประเทศจุดหนึ่งในรอบเจ็ดร้อยปีเลยที
เดียว ตอนนี้เลยปล่อยวางเพราะทุบมาจนเละแล้วพวกแกนนำก็โดนตัดสิทธิ์ รัฐธรรมนูญก็เอื้อประโยชน์
ให้คณะโม่งอยู่แล้ว ถ้ากลุ่มทักษิณเก่าจะชนะทั้งที่ทีมไม่ครบโดนทั้งคดีและสื่อสารพัดก็ต้องยอม ถ้ายัง
เล่นงานแบบไร้เหตุผลมากกว่านี้คงผลักประเทศเข้าสู่จราจล สำหรับพวกที่ถูกใช้แบบเต็มใจหรือว่าโดน
หลอกก็ไม่รู้ ก็ต้องโดนดีกันมั่งเมื่อไม่รับซิกแนลกันง่ายๆ อย่างเช่นนายทหารเรือหน้าแก่นั่น หรือว่าพวก
หน้าแหลมฟันดำ รวมทั้งไอ้ยามที่ชอบทำตัวเป็นศาสดาหลอกคนปัญญาอ่อนนั่นด้วยในไม่ช้า

สรุปได้ว่า ประเทศไทยเดินได้ด้วยคณะทำงานลึกลับคณะหนึ่งคอยกำหนดทิศทางประเทศให้เป็นไปตาม
เป้าหมายหรือแผนพัฒนาศักดินากระจอกๆ อะไรซักอย่าง ซึ่งที่ผ่านมาหลายปีหลายรัฐบาลก็หลีกไม่พ้น
รวมทั้งทักษิณด้วย แต่เมื่อมีการหลุดประเด็นทำให้ประชาชนมีอำนาจมากเกิน เป็นการสั่นคลอนอำนาจ
ของคณะศักดินาภิวัฒน์ก็เลยต้องมีการสอยทักษิณเกิดขึ้น ผลจากการสอยที่ไม่เป็นเอกภาพก็ออกมาใน
รูปแบบที่เห็น จนกระทั่งเดินตามแผนใหม่เพื่อความเป็นเอกภาพของคณะโม่งไปเรื่อยๆ จนได้รัฐธรรมนูญ
ใหม่ สร้างความมั่นคงให้คณะโม่งแล้ว ก็ปล่อยทุกอย่างให้เดินตามธรรมชาตินิดๆ อย่างไรเสียไม่ว่าใครจะ
ชนะเลือกตั้ง คณะโม่งก็ยังสิงสถิตย์อยู่กับประเทศไทยตลอดไปและจะโผล่ออกมาเทคแอคชั่นอีกเมื่อมี
การแสดงให้เห็นว่าอำนาจคณะโม่งจะโดนสั่นคลอน จินตนาการน้ำแตกได้มันส์วันอาทิตย์จริงๆ เหอ เหอ
บันทึกการเข้า
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 07-10-2007, 09:36 »

อ้าวเฮ้ย  ยังไม่ตายอีกเหรอ ไอแก๊ส  เห็นหายไปนานเลยนะเอ็ง นึกว่าตายไปแล้ว  ไอท้าวคู่ขาเอ็งหายไปไหนแล้ววะ ตายรึยัง
บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
goolnw
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 460


new goolnw


« ตอบ #2 เมื่อ: 07-10-2007, 09:55 »

แล้วคณะโม่งนั้นเป็นใครนะ เหอๆ
บันทึกการเข้า

http://www.oknation.net/blog/goolnw
Goolnw ชอบสมัคร รักทักษิณ
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #3 เมื่อ: 07-10-2007, 14:37 »

แล้วคณะโม่งนั้นเป็นใครนะ เหอๆ

นั่นสิ อยากรู้จัง Rolling Eyes
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #4 เมื่อ: 07-10-2007, 14:42 »

บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #5 เมื่อ: 07-10-2007, 14:49 »





  ไหนอ่ะครับคุณ  โม่ง ใช่รูปในการ์ตูนไหมครับ 
บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #6 เมื่อ: 07-10-2007, 22:29 »

จขกท. สรุปเองในประโยคสุดท้ายเสียแล้ว เลยไม่รู้จะให้ความเห็นยังไง
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นักฝันมีชีวิตเพื่อนิรันดร์กาล ==
ปรมาจารย์เจได
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,771


รักแท้ก็เหมือนผี รู้ว่ามี แต่ไม่เคยเจอ


« ตอบ #7 เมื่อ: 07-10-2007, 22:56 »

ประโยคคลาสสิค ของพี่แถเค้าเลยนะนั่น
จินตนาการน้ำแตกเนี่ย 555

บันทึกการเข้า

http://www.oknation.net/blog/jedimaster



"เมืองดอกบัวงาม  แม่น้ำสองสี  มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน  ถิ่นไทยนักปราชญ์  ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามลำเทียนพรรษา  ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์"

ไม่มีใครเน่าบริสุทธิ์ดุจดั่งมูล ประชาชินสมบูรณ์ซะที่ไหน เมื่อยืนหยัดโชว์จู๋และปาขี้ ประชาชินย่อมมีชีวิตใหม่ เมื่อท้องฟ้าสีขี้ผ่องอำไพ เหลี่ยมจันไsย่อมเป็นใหญ่อยู่ใต้ดิน ...

ขอเชิญร่วมกลุ่มต้านทักษิณใน hi5 ครับ

THAKSIN get out !!
http://www.hi5.com/friend/group/1123605--THAKSIN%2Bget%2Bout%2521%2521--front-html

say no to thaksin !
http://www.hi5.com/friend/group/1186900--say%2Bno%2Bto%2Bthaksin%2B%2521--front-html
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #8 เมื่อ: 07-10-2007, 23:00 »

อยากประหยัดต้องจินตนาการน้ำแตก
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 07-10-2007, 23:03 »

     ใครทำให้แตกวะ แก๊ส ใช่ไอท้าวหรือเปล่า
บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #10 เมื่อ: 08-10-2007, 07:03 »

รศ.ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ นักวิชาการภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ร่วมเสวนา ได้อภิปรายถึงเหตุรัฐประหารที่เกิดขึ้นในวันที่ 19 กันยาฯ 2549 ว่า
...

“ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นมานี้ มีพื้นฐานจากอะไรบ้าง ผมคิดว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ผ่านมา มันทำให้เกิดช่องว่างของคนจนกับคนรวยเพิ่มมากขึ้น เราจะพบว่าคนจนที่ผ่านความยากจนมาสองถึงสามรุ่น อันนี้คือปัญหาใหญ่ เรามักจะนึกถึงคนจนที่อยู่ในปัจจุบัน แต่จริงๆ แล้วคนจนที่ผมหมายถึงในที่นี้คือ คนจนที่ผ่านความจนมาสองถึงสามรุ่น ซึ่งแปลว่าชนชั้นในความหมายกว้างคือการสืบทอดความยากจนมันดำเนินขึ้นมาแล้วปัญหาความยากจนในสังคมไทยและสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี่เป็นปัญหาร่วมกัน อันเกิดจากแผนพัฒนาประเทศแบบเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่เป็นรอยปะทุอันแรกที่สำคัญที่สุดคือ เราสร้างชนชั้นคนจนขึ้นมา อย่าลืมว่าเราไม่ได้สร้างคนจนเท่านั้น เราสร้างชนชั้นคนจนขึ้นมา ลองนึกถึงพี่น้องเกษตรกรทั้งหลายที่ตกอยู่ในปลักของความยากจนมาสองถึงสามรุ่น ผมคิดว่าทั้งหมดคือการสืบทอดความยากจนกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ทำให้เกิดคนยากจน เกิดชนชั้นคนจน และหากพิจารณาแล้วชาวบ้านในชนบทกลายเป็นชนชั้นกรรมาชีพในชนบทแล้ว

อาจารย์อรรถจักร ยังได้กล่าวต่ออีกว่า การสืบทอดชนชั้นคนจน นอกจากจะเกิดจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว ยังเกิดจากการสร้างอุดมการณ์ใหญ่หรือออเดอร์ใหญ่คือ “ความเป็นไทย” ที่ปลอบประโลมคนจนให้ยอมสยบ อดทนต่อความยากจนของตนต่อไป

“พร้อมๆ กับการสืบชนชั้นคนจน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า มีการสร้างอุดมการณ์ชุดหนึ่งขึ้นมา อุดมการณ์หรือออเดอร์ใหญ่ที่จรรโลงความไม่เป็นธรรมในสังคมทั้งหลาย ก็คือออเดอร์ที่เราพูดถึงความเป็นไทย ความเป็นไทยที่มีที่ต่ำที่สูง ความเป็นไทยที่สร้างการปลอบประโลมคนจน ให้อดทนต่อความยากจนอันนั้นๆ ถ้าใครมีพ่อเป็นครูอยากให้ลองนึกถึงเพลง ‘แสงเรืองๆ ที่ส่องประเทืองอยู่ทั่วเมืองไทย’ แล้วครูก็ร้องกัน คือเพลงปลอบใจคนจนให้ยอมสยบอยู่กับความจนตลอดไป”

อาจารย์อรรถจักร ได้ขยายความเรื่องของอุดมการณ์ความเป็นไทย ที่สนับสนุนจรรโลงความไม่เท่าเทียมกันในส้งคมว่า ส่วนหนึ่งเกิดมาจากกลไกอำนาจรัฐแบบลูบหน้าจมูกในระบบราชการ เป็นระบบที่ไร้ประสิทธิภาพ และพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับเฉพาะผู้ที่มีเงินซื้อ

อุดมการณ์ใหญ่อันนี้พร้อมทั้งความเป็นไทยที่สร้างทำให้มีที่ต่ำที่สูงนี้ มันเกิดขึ้นพร้อมๆ กับวิถีการเมืองแบบองคาพยพ ก็คือทำให้คนทั้งหมดไม่เท่าเทียมกัน คนจนก็ต้องอยู่กับความจนไป เพื่อที่จะจรรโลงหาแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจที่มีคนจนเป็นกองทัพอยู่ตรงนี้ พร้อมๆ กันนั้นเองกลไกอำนาจรัฐ กลไกอำนาจรัฐที่จรรโลงทั้งอุดมการณ์จรรโลงทั้งความไม่เสมอภาค ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจทั้งหลาย โดยเฉพาะระบบราชการ ก็เป็นระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ จะให้ความยุติธรรมได้ก็ต่อเมื่อคุณมีเงินที่จะซื้อ การลูบหน้าปะจมูกที่เราคุ้นเคยมาทั้งหมดถามว่ามันจรรโลงอะไร จรรโลงความไม่เป็นธรรมทางสังคมทางเศรษฐกิจขึ้นมา แล้วในขณะเดียวกันมันก็จรรโลงอุดมการณ์ใหญ่ที่ถือคนไม่เท่ากันแบบที่คนไทยชอบเปรียบคือ อีกคนเป็นหัวแม่มือ อีกคนเป็นนิ้วก้อยอะไรทำนองนั้น กลไกระบบราชการก็เป็นแบบนี้”

จากนั้นอาจารย์อรรถจักร จึงได้ พูดโยงเรื่องของอุดมการณ์ใหญ่สนับสนุนความไม่เท่าเทียม กับนโยบายประชานิยมของรัฐบาลทักษิณ โดยมองว่า การเมืองแบบประชานิยม (Populist Politic) ไม่ใช่เพียงแค่การมอบเงินช่วยเหลือแก่ชาวบ้านอย่างที่ส่วนราชการเข้าใจ แต่ยังเป็นการสร้างการเมืองของความหวังขึ้นมา ทำให้คนที่พบกับความยากจนมาสองถึงสามรุ่นได้รับความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ซึ่งคงไม่มีพรรคการเมืองใดจะให้ความหวังแบบนี้กับประชาชนได้อีก

“เพราะฉะนั้นรากฐานความขัดแย้งอันนี้ มันทำให้สังคมไทยจนถึงอย่างน้อยที่สุดก่อน 19 กันยาฯ เป็นสังคมที่ไม่เสมอภาค อุดมการณ์ฝังลึก กลไกอำนาจไม่เสมอภาค ชุดอันนี้มันถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากการปรับตัวของรัฐและโลกานุวัตร เราปฏิเสธไม่ได้เวลาเราพูดถึง การเมืองแบบประชานิยม (Populist Politic) ของทักษิณ เราหรือส่วนราชการจะคิดกันอยู่แค่ว่าเป็นการที่มอบเงินหรือให้ความช่วยเหลือแก่ชาวบ้านเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญใน Populist Politic ทั้งหลายตั้งแต่ เปรอง (Juan Domingo Perón – ประธานาธิบดีอาเจนตินา ช่วง ค.ศ.1946-1955 และ 1973-1974) เรื่อยมา มันเป็นการสร้างการเมืองของความหวังขึ้น ลองนึกถึงชนชั้นคนจนที่อยู่ในบ่วงชนชั้นมาประมาณสองสามรุ่น แล้วก็ได้รับความหวังว่าคุณจะมีชีวิตที่ก้าวหน้าขึ้น เราจะพบว่าสิ่งนี้เองคือพลังที่สำคัญ ถ้าหากเราคิดถึงคนจนโดยผูกกับทักษิณเราก็จะไม่เห็นอะไรอีกเลย เราไม่มีทางที่จะเห็นพรรคการเมืองใหม่ที่จะให้ความหวังกับประชาชนได้ พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ไม่เคยเห็นอะไรเลยในโลกนี้นอกจากตัวเอง ดังนั้นถามว่าประชาชนมาก่อนมันให้อะไร มันก็ไม่ได้ให้ความหวังอะไร แล้วประชาชนมาก่อนนี้คือ รอจนมวลชนเข้มแข็งแล้วประชาธิปัตย์ถึงมา หรือพรรคอื่นๆ ก็ตาม คุณไม่สามารถเล่นการเมืองให้กับชนชั้นได้ซึ่งแตกต่างจากเปรอง แตกต่างจากทักษิณ ที่ผมพูดแบบนี้ไม่ได้แปลว่าเราต้องคิดถึงประชานิยมของทักษิณในแง่ดีอย่างเดียว แต่สิ่งที่เป็นสาระของ Populist Politic ก็คือการให้ความหวัง”

การเมืองแบบประชานิยมนั้น นอกจากจะสร้างการเมืองของหวังให้กับชนชั้นคนจนแล้ว ยังเข้าไปกระแทกรอยปะทุของรากฐานความขัดแย้งอันเดิม บวกกับปรากฏการณ์ของโลกานุวัตร (Globalization) ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของไทยแล้ว สิ่งที่จะให้เผชิญกับโลกานุวัตรท่ามกลางระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพคือสัมปทานรัฐ อาจารย์อรรถจักร์กล่าว

“รอยปะทุที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตรงนี้ก็ถูกกระแทกโดย Populist Politic และถูกกระแทกที่สำคัญคือ Globalization คือ โลกานุวัตร ซึ่งโลกานุวัตรกระทบกับแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน กรณีของโลกานุวัตรที่เข้ามากระทบในสังคมไทยซึ่งคุณไม่มีอะไรเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ ฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม คุณเป็นธุรกิจทารกคือ ขยับขึ้นบนขยับลงล่างไม่ได้ วิธีเดียวที่โลกานุวัตรหรือคนในสังคมไทยจะเข้าเผชิญโลกานุวัตรได้คือสัมปทานรัฐ ดังนั้นสิ่งที่มาประจวบเหมาะกันตรงนี้คือสัมปทานรัฐกับ Populist Politic มันเอื้ออำนวยอยู่สองอย่าง”

จากนั้น อาจารย์จากภาคประวัติศาสตร์จึงได้กล่าวถึงสิ่งที่ส่งผลต่อมาจากสัมปทานรัฐ คือทำให้คนที่สัมปทานรัฐมีอำนาจเข้มแข็งมากขึ้น ขณะเดียวกันการเมืองประชานิยม ก็ทำให้ชนชั้นคนจนรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนจนและมีความหวังว่าจะหลุดพ้นจากความยากจน ตรงนี้ถือได้ว่าเป็น สำนึกทางชนชั้น (Class Consciousness) อย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถทำให้เกิดกองทัพคนจนขึ้นมาได้

“อย่างที่หนึ่งคือ คนที่สัมปทานรัฐสามารถที่จะมีอำนาจเข้มแข็งมากขึ้น ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งมันก็กลายเป็นพลังของชนชั้นคนจน หรือที่เรียกว่าชนชั้นล่าง   หรือจะเรียกชนชั้นล่างแบบที่อาจารย์เคร็ก (เคร็ก เจ. เรย์โนลด์) เรียกว่า Sub-altern Class   กระบวนการนี้จึงทำให้กลายเป็นตัวที่จะทำให้คนจนรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนจนขึ้นมา และคนจนที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนจนนี้รู้สึกว่าตัวเองจะหลุดพ้นจากความยากจนขึ้นมาได้    ต้องกล่าวให้ชัดเจนนะครับว่า คนจนไม่สำคัญ แต่จะสำคัญก็เมื่อคุณรู้สึกว่าจนและมีความหวังจะหลุดพ้น ก่อนหน้าปี 2544 คนจนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองจนแต่ยังไม่มีความหวัง คนที่ ‘รู้สึกจน’ แล้วรู้สึกว่าตัวเองมีความหวัง กระบวนการนี้ถือเป็นการเกิดสำนึกทางชนชั้น (Class Consciousness) แบบหนึ่ง รอยปะทะอันนี้มันจึงทำให้เกิดสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือว่า มันเกิดกองทัพคนจนขึ้นมา”

อาจารย์อรรถจักร ยังได้พูดถึงเหตุการณ์รัฐประหารและสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นว่า มันได้เข้ามาทำลายความหวังของชนชั้นคนจนโดยการกีดกันนโยบายบางอย่าง รวมถึงการทำให้อำนาจระบบราชการพร้อมกับอุดมการณ์ที่สนับสนุนความไม่เสมอภาคกลับคืนมา

“ชนชั้นคนจนที่เติบโตขึ้นมา แล้วก็เริ่มพบว่า การหวนคืนมาของอำนาจระบบราชการที่มันไม่คงที่ ไร้เสถียรภาพ การรื้อฟื้นอุดมการณ์เดิมที่เน้นความไม่เสมอภาค และการสืบต่ออำนาจทางเศรษฐกิจที่ไม่เสมอภาคนั้นมันขัดกับความหวังของเขา สภาที่ปรึกษา ออกคำแนะนำให้ คปค. คมช. โดยให้ยกเลิกนโยบายพักชำระหนี้ กฎหมายป่าชุมชนก็ถูกหมกเม็ด ถูกเปลี่ยนจนหมดรูปทั้งหลาย คือตัวกีดขวางและตัวบางตัวทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายหรือทำลายความหวังของคนจนไปจนหมดสิ้น”

อาจารย์อรรถจักร ยังได้พูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ว่า รากเหง้าของความขัดแย้งจะนำมาซึ่ง “สงครามชนชั้น” ซึ่งเคยมีตัวอย่างให้เห็นแล้วในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงให้ประเทศอื่นๆ ซึ่งมีพื้นฐานความขัดแย้งมาจากสาเหตุที่คล้ายคลึงกัน แล้วสงครามชนชั้นนี้ยังจะทำให้อุดมการณ์ใหญ่ที่จรรโลงความอยุติธรรมถูกทำลายลง

ที่มา: web site ที่พวกเองเกลียด

มาดูการให้ความเห็นเชิงจินตนาการของพวกนักวิชาการกันมั่ง
ถ้าไม่ตกข่าวก็มองออกว่าเป็นเรื่องของชนชั้นล้วนๆ ที่เป็นปัญหา
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #11 เมื่อ: 08-10-2007, 08:47 »

ที่นี่ก็ไปหากราฟข้อมูลตามจำนวนปีมาให้ถูกต้องนะ จาก ข้อมูลที่ให้เนี้ย หาข้อมูลหน่อยๆ ^^'

บ้านเขาเมืองเรา

ฮวน เปโรน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีครั้งแรกในปีเดียวกันกับการก่อตั้ง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ทั้งที่ประเทศเกือบทั่วโลก สมัครเข้าเป็นสมาชิกขององค์การระหว่างประเทศนี้ อาร์เจนตินาไม่ยอมเข้าเป็นสมาชิก เพราะเปโรน ไม่ต้องการให้ข้อมูลทางเศรษฐกิจแก่ไอเอ็มเอฟ หรือในอีกนัยหนึ่ง เปโรนไม่ต้องการให้ใครรู้ ถึงความเป็นไป ในอาร์เจนตินาอย่างแท้จริง และท้วงติงนโยบายของเขา

เปโรนทำอะไร จึงทำให้ชาวอาร์เจนตินารู้สึกอยู่ดีกินดีแต่ไม่อยากให้ไอเอ็มเอฟรู้ ?

คำตอบคือ เปโรนใช้เงินจำนวนมหาศาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และแจกจ่ายประชาชนตามนโยบายประชานิยม เปโรน คงรู้หลักการกระตุ้นเศรษฐกิจของ จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ เป็นอย่างดี เพราะหลักของเคนส์เพิ่งพิมพ์ออกมาไม่นาน และกำลังเป็นที่สนใจของนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก

แต่เปโรนนำความคิดของเคนส์ส่วนหนึ่งเท่านั้น มาใช้ และละเมิดหลักเศรษฐศาสตร์อีกมากมาย จึงทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอยู่ชั่วระยะหนึ่ง และล่มสลายในที่สุด

หลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐานที่เปโรนละเมิดมี 2 ด้านด้วยกัน ด้านแรกเกี่ยวกับการหาเงิน มาใช้จ่ายเพื่อปิดงบประมาณ นอกจากเงินภาษีที่เก็บได้แล้ว เปโรนใช้เงินสำรองของประเทศจนหมด หลังจากนั้นจึงกู้จากต่างประเทศ เมื่อกู้จนไม่มีใครให้กู้อีก ก็หันมาพิมพ์ธนบัตร การใช้เงินแบบนี้ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอยู่ระยะหนึ่ง แต่มันไม่ขยายต่อไปอย่างยั่งยืน

ฉะนั้นเมื่อตอนปลายสมัยของเปโรน เศรษฐกิจของอาร์เจนตินาจึงล่มสลาย เงินเฟ้อในระดับสูงและหนี้สินท่วมท้น ในที่สุดทหารปฏิวัติและไล่เปโรน ออกนอกประเทศ

ด้านที่ 2 เปโรนทำลายกระดูกสันหลังของประเทศ ในสมัยนั้นอาร์เจนตินาเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรหลัก ของโลกหลายอย่าง เปโรนใช้นโยบายแนวสังคมนิยม เก็บภาษีเกษตรสูงมาก และบังคับให้เกษตรกรขายผลผลิตให้รัฐในราคาต่ำ แล้วรัฐนำผลกำไรไปลงทุน ในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อหวังเป็นประเทศอุตสาหกรรม

การสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอยู่ชั่วระยะหนึ่ง แต่มันขยายต่อไปไม่ได้เมื่อไม่มีใครลงทุน ในฐานสำคัญคือ การเกษตร และโรงงานอุตสาหกรรม ต้องขาดทุนเพราะไม่มีประสิทธิภาพ

เงินเฟ้อ หนี้ กระดูกสันหลังของเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และอุตสาหกรรมด้อยประสิทธิภาพจึงเป็นราคาที่แท้จริง หรือสิ่งที่ชาวอาร์เจนตินา ต้องจ่ายเพื่อซื้อการกินดีอยู่ดีชั่วคราว สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบมาถึงปัจจุบัน พอเปโรนหมดอำนาจ อาร์เจนตินาสมัครเข้าเป็นสมาชิกของไอเอ็มเอฟ และไปขอความช่วยเหลือ จากไอเอ็มเอฟเพื่อสะสางหนี้ทันที

คาร์ลอส เมเนม ขึ้นเป็นประธานาธิบดีหลังเปโรนหมดอำนาจ 35 ปี เมเนม ใช้วิธีกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และกู้จากต่างประเทศ จำนวนมหาศาลเช่นเดียวกับเปโรน

แต่ไม่ใช้นโยบายประชานิยม เพื่อทำให้ชาวอาร์เจนตินามีความรู้สึกว่าอยู่ดีกินดี เขาขายรัฐวิสาหกิจจำนวนมาก
ให้เอกชนเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย พร้อมทั้งตรึงค่าเงินของอาร์เจนตินาไว้ในอัตราคงที่ กับเงินดอลลาร์สหรัฐ การกระทำเช่นนี้ทำให้อาร์เจนตินา ไม่มีเงินเฟ้อ และสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศมีราคาถูกลงๆ ช่วยให้ชาวอาร์เจนตินารู้สึกว่ากินดีอยู่ดี

แต่สิ่งเหล่านี้อยู่ได้ไม่ยั่งยืน เพราะหนี้สินพอกพูนขึ้นทุกวัน ในเวลา 10 ปีที่เมเนมมีอำนาจ
หนี้ของอาร์เจนตินาพุ่งจากราว 59,000 ล้านดอลลาร์ ขึ้นไปกว่า 144,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะเดียวกันอาร์เจนตินาส่งสินค้าออกได้น้อย ลงเพราะสินค้าของอาร์เจนตินาแพงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อประสิทธิภาพของการผลิตในอาร์เจนตินาล้าหลังประเทศคู่แข่ง แต่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่

เมื่อเมเนมหมดอำนาจ อาร์เจนตินาไม่สามารถชำระหนี้ได้ และต้องลดค่าเงินมากมาย ทำให้เกิดเงินเฟ้อ และวิกฤติเศรษฐกิจทันที นั่นคือราคาที่แท้จริงของการอยู่ดีกินดีชั่วคราวของชาวอาร์เจนตินาอีกครั้ง
อ้างอิง http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2003q2/article2003may15p1.htm

รศ.ดร.อรรถจักร....ควรจะไปอ่าน ประวัติความเป็นมา ของการล่มสลายของอาเจนติน่าซะมั่ง.............

เขียนบทความด้วยการอธิบายความแบบพูดเฉพาะเปลือก แต่ ไม่อธิบายถึงเนื้อ......กับ ผลที่ตามมา......

ระบอบประชานิยม ไม่ใช่สิงที่เลวร้าย ก็จริงอยู่ แต่ในช่วง หลายปีของระบอบทักษิณ มันไม่ใช่ระบอบประชานิยมที่ ให้คุณกับ ประชาชนอย่างแท้จริง.....ชั่วชีวิตของชาวนา มีแต่ กู้ ....รัฐบาลทักษิณ ไม่ได้สอนให้คนจน รู้จักทำมาหากิน....แต่ สอนให้รู้จัก เอา เงินกู้มาใส่กระเป๋า เพื่อให้รู้สึกว่า ฐานะดีขึ้น...มีเงินมีทองใช้มากขึ้น....ก็ต้องกู้ต่อ เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ที่กู้ก้อนแรก...แล้ว ก็กู้ต่ออีก เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ เงินกู้ก้อนที่แล้ว....สุดท้าย ก็ออกมาเดิน ขบวน เพื่อ ขอยืดการชำระหนี้.....

“ชนชั้นคนจนที่เติบโตขึ้นมา แล้วก็เริ่มพบว่า การหวนคืนมาของอำนาจระบบราชการที่มันไม่คงที่ ไร้เสถียรภาพ การรื้อฟื้นอุดมการณ์เดิมที่เน้นความไม่เสมอภาค และการสืบต่ออำนาจทางเศรษฐกิจที่ไม่เสมอภาคนั้นมันขัดกับความหวังของเขา สภาที่ปรึกษา ออกคำแนะนำให้ คปค. คมช. โดยให้ยกเลิกนโยบายพักชำระหนี้ กฎหมายป่าชุมชนก็ถูกหมกเม็ด ถูกเปลี่ยนจนหมดรูปทั้งหลาย คือตัวกีดขวางและตัวบางตัวทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายหรือทำลายความหวังของคนจนไปจนหมดสิ้น”

นั่นแหละ ปัญหา.....ถ้าการใช้ระบอบประชานิยม 6 ปี ของระบอบทักษิณ มันส่งผลดี ต่อ คนจนแล้ว ....ทำไม ยังมีคนออกมาเรียกร้องให้ มีการพักชำระหนี้ต่อ......

ระบบราชการก็เช่นกัน ระบอบทักษิณ บูรณาการคอรัปชั่น ด้วยการ ร่วมมือกันทั้งระบบ....มันถูกทำลายเรียบร้อยแล้ว...ด้วยการ่วมมือกันคอนรัปชั่น กับนักการเมืองชั่ว ๆ ..


 
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #12 เมื่อ: 08-10-2007, 09:37 »

ข้ามกระทู้มาเลยวุ้ย การจะฟันธงว่า ประชานิยม เป็นตัวทำชาติล่มนั้น ถึงขั้นจินตนาการแค่ครึ่งวิ
น้ำก็แตกนองเป้าเลยนะ เหมือนอย่างระบบการเล่นบอล ถ้ากำหนดว่าเล่น 4-4-2 หรือว่า 4-5-1
หรือว่า 4-3-3 ดีกว่ากัน คงบอกไม่ได้ มันมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอีกแยะ ทั้งตัวผู้เล่น สถานการณ์
ฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งดวงอีกด้วย ในเกมส์ฟุตบอล การสังเกตการณ์ยังอยู่แค่ในขอบเขตของเวลา
ที่แข่งขัน แม้กระทั่งปรับเปลี่ยนรายละเอียดก็แล้วในทีมนึงใช้ได้แต่กับอีกทีมถึงกับเน่า เหมือน
กับผีแดงที่เคยเล่นระบบ 4-5-1 ก็ถึงเน่ามาแล้ว การจะเอาแค่ว่า ประชานิยม แจกเงินนั้นเป็นต้น
เหตุที่ทำให้ประเทศอาร์เจนติน่าล่มจม ผู้วิเคราะห์จะเข้าข่ายความคิดอนุบาลแยกสีสรรที่เรียงเป็น
ระดับไม่ออก แยกได้แต่พวกที่แตกต่างกันชัดเจน เมื่อไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิธีวิทยาศาสตร์
ก็จะใช้ความเชื่อเป็นตัวนำ บวกกับจินตนาการอีกเล็กน้อยก็บำบัดอารมณ์โง่ได้สมใจ พวกนี้ป่วย
การที่จะใช้เหตุผลกับความเชื่อ ถ้าพอใจมีความสุขกับการจินตนาการน้ำแตกแบบนี้ก็ห้ามไม่ได้จ้า
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #13 เมื่อ: 08-10-2007, 10:01 »



เอ้า...อ่านใหม่อีกที.....ไม่เอาเรื่องอาเจนฯ แล้วครับ

เขียนบทความด้วยการอธิบายความแบบพูดเฉพาะเปลือก แต่ ไม่อธิบายถึงเนื้อ......กับ ผลที่ตามมา......

ระบอบประชานิยม ไม่ใช่สิงที่เลวร้าย ก็จริงอยู่ แต่ในช่วง หลายปีของระบอบทักษิณ มันไม่ใช่ระบอบประชานิยมที่ ให้คุณกับ ประชาชนอย่างแท้จริง.....ชั่วชีวิตของชาวนา มีแต่ กู้ ....รัฐบาลทักษิณ ไม่ได้สอนให้คนจน รู้จักทำมาหากิน....แต่ สอนให้รู้จัก เอา เงินกู้มาใส่กระเป๋า เพื่อให้รู้สึกว่า ฐานะดีขึ้น...มีเงินมีทองใช้มากขึ้น....ก็ต้องกู้ต่อ เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ที่กู้ก้อนแรก...แล้ว ก็กู้ต่ออีก เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ เงินกู้ก้อนที่แล้ว....สุดท้าย ก็ออกมาเดิน ขบวน เพื่อ ขอยืดการชำระหนี้.....

“ชนชั้นคนจนที่เติบโตขึ้นมา แล้วก็เริ่มพบว่า การหวนคืนมาของอำนาจระบบราชการที่มันไม่คงที่ ไร้เสถียรภาพ การรื้อฟื้นอุดมการณ์เดิมที่เน้นความไม่เสมอภาค และการสืบต่ออำนาจทางเศรษฐกิจที่ไม่เสมอภาคนั้นมันขัดกับความหวังของเขา สภาที่ปรึกษา ออกคำแนะนำให้ คปค. คมช. โดยให้ยกเลิกนโยบายพักชำระหนี้ กฎหมายป่าชุมชนก็ถูกหมกเม็ด ถูกเปลี่ยนจนหมดรูปทั้งหลาย คือตัวกีดขวางและตัวบางตัวทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายหรือทำลายความหวังของคนจนไปจนหมดสิ้น”

นั่นแหละ ปัญหา.....ถ้าการใช้ระบอบประชานิยม 6 ปี ของระบอบทักษิณ มันส่งผลดี ต่อ คนจนแล้ว ....ทำไม ยังมีคนออกมาเรียกร้องให้ มีการพักชำระหนี้ต่อ......
ระบบราชการก็เช่นกัน ระบอบทักษิณ บูรณาการคอรัปชั่น ด้วยการ ร่วมมือกันทั้งระบบ....มันถูกทำลายเรียบร้อยแล้ว...ด้วยการ่วมมือกันคอนรัปชั่น กับนักการเมืองชั่ว ๆ ..


 
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #14 เมื่อ: 08-10-2007, 11:55 »

รัฐบาลทักษิณ ไม่ได้สอนให้คนจน รู้จักทำมาหากิน....แต่ สอนให้รู้จัก เอา เงินกู้มาใส่กระเป๋า
เพื่อให้รู้สึกว่า ฐานะดีขึ้น...มีเงินมีทองใช้มากขึ้น....ก็ต้องกู้ต่อ เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ที่กู้ก้อนแรก...แล้ว ก็กู้
ต่ออีก เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ เงินกู้ก้อนที่แล้ว....สุดท้าย ก็ออกมาเดิน ขบวน เพื่อ ขอยืดการชำระหนี้


ไม่เอาน่าอย่ามองอะไรมุมแคบอย่างงั้น ทุกอย่างมีดีมีเสีย ถ้าข้อมูลมันไม่ชัดจะยกด้านใดขึ้นมาด่าว่าก็ทำได้
คนจนที่ไปได้ดีเพราะนโยบายทักษิณก็เยอะ พวกที่เดินขบวนขอยืดชำระหนี้มันมีซักกี่เปอร์เซ็นต์กัน เมื่อไม่
สามารถหาข้อมูลที่บันทึกอย่างถูกต้องมาวิเคราะห์ได้ มีแค่เศษส่วนข้อมูลจากข่าว เหมือนกับที่สื่อเลวๆ ชอบ
ใช้วิธีหาคนมากลุ่มเล็กๆ เที่ยวไปด่าตามสถานที่ดังๆ เพื่อให้ดูว่ามีคนไม่เห็นด้วยมากจนเป็นข่าว ข้อมูลมันไม่
ชัดเจนก็ต้องมีวิเคราะห์จากผลประกอบการ ถ้าเคยทำธุรกิจมามั่งน่าจะมองออกนะ นโยบายบางอย่างที่ออกไป
มันปฏิบัติไม่ได้หรือทำแล้วไม่ได้อย่างใจ ไม่ได้หมายความว่านโยบายไม่ดี แต่มีเหตุอื่นๆ อีกมากมายซึ่งต้อง
ใช้เวลา fine tune กันต่อไป แต่ต้องมีความเชื่อมั่นว่านโยบายนั้นดีจริงโดยวิเคราะห์จากผลรวมแล้วค่อยกำจัด
factor อื่นๆ ออกไป จนท้ายที่สุดไม่มีตัวไหนให้โทษแล้วค่อยยอมรับว่านโยบายนั่นห่วย

เรื่องพวกนี้มันไม่มีใครขาวไม่มีใครดำหรอก ต้องมองที่ว่าใครได้ประโยชน์ ชนชั้นปกครองประเทศไทยไอ้ที่ดู
ขาวแปลว่าไม่เคยถูกตรวจสอบ เหมือนอย่างนายกจริยธรรมเขายายเที่ยงนี่แหละ ถึงป่านนี้ยังไม่พาไปดู ชน
ชั้นศักดินาล้วนมีชื่อตัวญาติโยมเกี่ยวข้องกับธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศไทยกันทั้งนั้น พวกนี้จะเสียประโยชน์
ก็ต่อเมื่อระบบการปกครองสร้างคู่แข่งขึ้นมาเยอะๆ และลดจำนวนคนทำงานหนักกินรายได้น้อยลงไป เช่นการ
ยกระดับให้โอกาสคนรากหญ้าเป็นเจ้าของและมีโอกาสขยับขึ้นมาเป็นคู่แข่งได้ ครั้นจะกำจัดให้ย่อยยับลงไป
ก็จะทำให้เศรษฐกิจเน่าไปด้วย เป็นผลร้ายต่อกลุ่มธุรกิจของตนเองอยู่ดี เพราะกลุ่มนี้เชื่อในนโยบายทักษิณ
จนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว จะให้กลับมาเป็นคนจนที่ว่านอนสอนง่ายทำงานหนักเงินน้อยอย่างเดิม คงต้องใช้เวลา
นานมาก ให้ความคิดถึงทักษิณมันจางไปตามเวลา แต่ก็มีการเร่งเวลาด้วยสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เช่นการบิดเบือน
เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง หรือเปิดเพลงปลุกระดมให้เชื่อมั่นในความเป็นคนจนที่ดีของประเทศชาติ

ในทางเศรษฐศาสตร์ต้องทำงานหนักให้เกิดผลผลิตถึงจะสร้างความสบายอยู่ดีกินดีให้ตนเอง แต่เมื่อเกิดความ
ซับซ้อนในระบบต่างคนต่างทำได้เป็นจุดของงานตามความชำนาญ ก็ต้องมีตัวกลางแลกเปลี่ยนคือระบบการเงิน
เกิดขึ้น ความไม่เท่าเทียมสำหรับผู้ทำงานหนักแลกกับผลตอบแทนก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้ทรัพยากร
นั่นแค่ไหน ในประเทศไทยไม่มีน้ำมันไม่สามารถผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับชิบประมวลผลได้ด้วยตัวเอง จำ
เป็นต้องทำงานหนักในด้านอื่นเพื่อหาเงินมาแลกของพวกนี้แปลว่า ทำงานหนักกว่าฝรั่งหรือแขกเพื่อให้มีความ
เป็นอยู่ในระดับเดียวหรือใกล้เคียงกับเค้า ส่วนพวกในประเทศกันเองถ้าพวกรากหญ้าไม่ทำงานหนักแล้วผลผลิต
ก็จะไม่เกิด ความอยู่ดีกินดีก็จำกัดวงอยู่แค่เหล่าศักดินาพ่อค้าซึ่งเป็นเจ้าของงาน ด้วยเหตุนี้ระบอบคอมมิวนิสต์
ถึงใช้ไม่ได้ผลในโลกปัจจุบันเพราะไม่มีแรงจูงใจให้รากหญ้าทำงานหนัก ส่วนในระบบทุนนิยมนั้น เมื่อมีโอกาส
ให้รากหญ้าได้ขยันทำกินโดยมีความเป็นอยู่ที่ดีเป็นเป้าหมาย ก็จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปได้แต่ก็ต้องแลก
ด้วยความด้อยค่าลงของธุรกิจกึ่งผูกขาดของบรรดาศักดินาที่มีต้นทุนแพงขึ้นจากค่าแรงและการบริหารงานที่มี
ประสิทธิภาพต่ำเนื่องจากขาดการแข่งขัน ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เดิมกำหนดว่าเพียง 1 ใน 4 ก็พอเนื่อง
จากว่า ถ้าทำทั้งหมดจะหยุดทั้งระบบ คนรากหญ้าไม่ขยันทำงานเพราะเป้าหมายในชีวิตไม่ชัดเจนขาดแรงจูงใจ
ที่เป็นรูปธรรม แต่คนในเมืองยังต้องการความสบายจากสิ่งที่ประเทศผลิตเองไม่ได้ ต้องทำงานหนักหาผลผลิต
อื่นไปแลก ซึ่งก็ต้องให้รากหญ้าเป็นคนทำแทนนั่นเอง ผู้สรุปและประชาสัมพันธ์เศรษฐกิจพอเพียงจึงบิดเบือน
อย่างแรง ทำเป็นว่าให้ทุกภาคส่วนหยุดทำมากให้ทำแค่พอเพียง ทั้งที่จริงแล้ว ควรจะรวมทั้งระบบค่อยมาพอ
เพียง โดยคนทำมากเกินพอเพียงควรจะต้องรับภาระทางสังคมมากกว่าที่จะหยุดทำเลย คนจนที่คอยโอกาส
จากพวกนักธุรกิจเก่งๆ หรือเศรษฐีศักดินาก็ยังมีเยอะ เมื่อดัชนีจีนี่มันต่ำลงหรือการกระจายรายได้มันดีขึ้นแล้ว
ค่อยพอเพียงถึงจะถูกต้อง ไม่งั้นคนจนคนรากหญ้าคงไม่ต้องเจริญกันพอดี
บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 08-10-2007, 12:15 »

โธ่ ไอ้ตดเอ้ย
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #16 เมื่อ: 08-10-2007, 12:33 »

เกิดอะไร มีอะไร 23 ธันวาคม 2550 วันเลือกตั้ง

โดย ทีมข่าวเฉพาะกิจ

 ... สำหรับปี 2550 วันที่ 23 ธันวาคม ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 14 ค่ำ จะมีเหตุการณ์
อะไรเกิดขึ้นบ้าง และจะได้เลือกตั้ง ส.ส. กันหรือไม่? มีคำทำนายจากบรรดาโหราจารย์
มาฝาก

คนแรก ภิญโญ พงศ์เจริญ อาจารย์โหราฯที่พ่วงตำแหน่งนายกสมาคมโหราศาสตร์
นานาชาติ พูดถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ว่าเป็นช่วงที่บ้านเมืองยังมีปัญหาอยู่ เพราะ
มีตำแหน่งของดวงดาวแบ่งเป็นสองกลุ่ม ค่อนข้างชัดเจน หรือแบ่งเป็นสองฝ่าย คือฝ่าย
ดาวพระเคราะห์ ซึ่งสถิตอยู่ราศีสิงห์ พระเสาร์อยู่ราศีสิงห์ ราหูอยู่ในราศีกุมภ์และเป็นดาว
มฤตยู

ในทางการเมืองมีการจับขั้วทางการเมือง ส่วนจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ มองว่าดาว
พฤหัสบดียก-ยกมาตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 เข้าสู่ภพที่ดี

"ผมมองว่าเหตุการณ์น่าจะดีขึ้น คิดว่าจะมีการเลือกตั้ง แต่ในวันที่ 23 ธันวาคม 2550
มีปัญหาบ้าง
คือดวงดาวทำมุมเล็งกัน คือดาวคู่ศัตรู ดาวคู่มิตร มันจะเกิดปัญหาฟ้องร้อง
กัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอม ผมมองว่าจะเกิดอะไรสักอย่าง และจะมี 2 ช่วงเหตุการณ์สำคัญ
จะมีการเปลี่ยนแปลงคือวันที่ 20-31 ตุลาคม 2550 และอีกช่วงวันที่ 23-27 ธันวาคม
2550 จะไปตรงกับวันเลือกตั้งพอดี.."

โหรภิญโญบอกต่อไปว่า ในช่วงแรกอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีสิ่ง
สำคัญบางอย่างเกิดขึ้น เช่น จะมีการปรับ ครม. หรือมีวาตภัย อุทกภัย จะเกิดความ
เสียหายในชีวิตทรัพย์สิน ต้องเตรียมตัวไว้ในเดือนสิบเอ็ดข้างแรก ส่วนช่วงที่สอง
วันที่23-27 ธันวาคม 2550 ดาวอาทิตย์กับดาวอังคาร ที่เป็นคู่ศัตรูและมีพระเกตุเข้า
มาร่วมด้วย องศาเท่ากันทับกันพอดี จะมีปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้น ถ้ามีการเลือกตั้ง
ก็เป็นการเลือกตั้งในห้วงเวลาที่มีปัญหา มีปัญหาทางสภาพดินฟ้าอากาศด้วย เรื่อง
ของอุบัติภัย ภัยธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม โหรภิญโญว่าการเลือกตั้งน่าจะผ่านไปได้ แต่ก็จะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น
กันมากหลังเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาลเป็นรัฐบาลหลายพรรค ประมาณ 4-5 พรรค
ส่วนพรรคแกนนำน่าจะเป็นพรรคที่มี ดาวพฤหัสบดีเป็นเรือน

"อายุของรัฐบาลใหม่ที่จัดตั้งขึ้นมาจะอยู่ไม่ครบเทอม จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทาง
การเมือง มีความเป็นไปได้ที่จะมีทหารเข้ามาร่วมรัฐบาล เพราะดาวอังคารเป็นทหาร
เป็นตัวแทนของกองทัพ ดาวอังคารโคจรอยู่เหนือราศีเมถุนถึง 8 เดือน

"ต่อจากนี้ไปดวงเมืองจะมีจุดที่ดีและไม่ดี การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะมีขึ้น แต่ไม่ใช่
ปี 2551 แต่จะเป็นปี 2553-2554 เปลี่ยนแปลงแบบพลิกเลย เปลี่ยนแปลงยุคสมัย
คือในทางโหราศาสตร์ ดาวเสาร์เล็งดาวพฤหัสบดีกับมฤตยู ในรอบที่แล้วที่เล็งกันก็
เกิดเหตุการณ์ รสช. ยึดอำนาจ เมื่อปี 2534"

ส่วนเรื่องของเศรษฐกิจนั้น โหรชื่อดังทำนายว่า ดาวเสาร์โคจรตรงราศีจันทร์และจะ
เล็งดาวพระศุกร์ของดวงเมือง ดาวพระศุกร์เป็นดาวเศรษฐกิจ การเงิน การคลังของ
ประเทศ และดาวมฤตยู จรเข้าสู่ราศีมีน จะมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจค่อนข้างจะรุนแรง
แต่รวมๆ แล้วดาวพฤหัสบดียังดีอยู่ หลังวันที่ 16 ธันวาคม 2550 เศรษฐกิจจะดีขึ้น
ตอนนี้ยังไม่ดีเพราะดาวพระศุกร์กำลังโคจรอยู่ภพมรณะ

ด้าน โหรชื่อดังอีกคน อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา ทำนาย เชื่อว่าวันที่ 23 ธันวาคม 2550
มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน
แต่ค่อนข้างจะยุ่งยาก อย่างไรก็ตาม สามารถจัดการให้
ผ่านไปได้ แต่พอเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว ปัญหาก็ยังมีอยู่ จะมีปัญหาเกี่ยวกับรัฐบาลชุด
เก่ายังวุ่นวายไม่จบ

"ส่วนเลข 23 เป็นเลขที่ดี แต่ภาพดวงเมือง สภาพการเมืองยังไม่สดใสต้องมีบุคคลที่
เสียสละ หลังการเลือกตั้งจะมีรัฐบาลผสม แต่อยู่ได้ไม่นานจะมีเวลาประมาณ 2 ปี พรรค
ที่จะมาเป็นแกนนำคงเป็นพรรคประชาธิปัตย์
ร่วมกับหลายๆ พรรค ด้านพรรคไทยรักไทย
ยังไม่เลิกเคลื่อนไหว แต่คนในพรรคยังเป็นเลือดผสม

เรื่องเศรษฐกิจดีขึ้นบ้าง แต่ไม่มาก สรุปคือกลุ่มการเมืองไม่สดใส กฎหมายลูกยังไม่
เสร็จ การแข่งขันการเมือง สำนึกของนักการเมืองยังไม่พัฒนา ต้องรออีกหลายปี จะมี
การเปลี่ยนแปลง"

อีกเกจิโหรคนดัง โสรัจจะ นวลอยู่ ตัดตอนทำนายภาพรวมของเดือนธันวาคม 2550
ซึ่งจะเป็นเดือนที่ต้องจัดการเลือกตั้งว่า ก่อนจะจัดการเลือกตั้งให้ระมัดระวังเรื่องของ
อุบัติภัย เพราะจากดวงเมืองจะเกิดคลื่นสึนามิพัดเข้าถล่มทางฝั่งทะเลอันดามันอีกครั้ง
ซึ่งจะมีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก การบริหารราชการแผ่นดินจะมีอุปสรรคยากเหลือ
ประมาณ รัฐบาลล้มลุกคลุกคลาน เศรษฐกิจของประเทศซบเซา หุ้นตกแบบท้องร่วง

มหาสมุทรแปซิฟิกอาจมีข่าวน่าสยดสยองเกิดขึ้น ในเดือนธันวาคมนี้ราศีธาตุลมทำมุม
สามเหลี่ยมหน้าจั่ว ปลายทิ่มลงที่ราศีแห่งมหาสมุทรแปซิฟิก ประเทศเครือราศีเหล่านี้
คือออสเตรเลีย ฮาวาย และหมู่เกาะต่างๆ อาจเกิดอันตรายอย่างใดอย่างหนึ่ง

ศีลธรรมของโลกจะตกต่ำอย่างหนัก ฝ่ายมิจฉาชีพจะคุกคามสวัสดิภาพของสุจริตชน
อย่างรุนแรง ความบ้าคลั่งของบางประเทศจะสั่งฆ่าคนตายเป็นเบือ หรือมิฉะนั้นอาจ
ใช้อำนาจไม่เป็นธรรมเข้าฟาดฟันศัตรูทางการเมืองให้หมดฤทธิ์หมดเดชไปตามกัน

อินโดนีเซีย เวียดนาม เกาหลี ไต้หวัน โดนพายุโซนร้อนเสียหายมาก

จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงของโลกอย่างฉับพลัน นักการทูตถ้าตัดสินใจหมิ่นเหม่จะพลาด
เปิดโอกาสให้นักการทหารใช้กำลังทันที มีผู้ถือหางทั้งอเมริกา และประเทศในตะวัน-
ออกกลาง เขม็งเกลียวที่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา

อาณาบริเวณที่จะเกิดจุดฆาต คือสหรัฐ อังกฤษ อิสราเอล กลุ่มประเทศปาเลสไตน์
จีน และรัสเซีย บ้านเมืองพินาศ ผู้คนล้มตายจำนวนมหาศาลด้วยอาวุธร้ายแรง อาวุธ
เชื้อโรค ประเทศไทยอาจต้องวางตัวเป็นกลาง สงครามอาจยืดเยื้อจนกลายเป็น
สงครามโลกครั้งที่ 3

"การทำนายดวงเมืองปี 2550 แม้คำทำนายจะค่อนข้างร้ายแรง แต่ขอเตือนก่อนว่า
อย่าหลงเชื่ออย่างงมงาย เพราะวิชาโหราศาสตร์เป็นเพียงทฤษฎีที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้
เป็นหลักในการให้คำพยากรณ์ การพยากรณ์เป็นเพียงการคาดคะเน ซึ่งอาจเกิดหรือ
ไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้
ที่สำคัญจะต้องยึดถือผลกรรมในภพชาติปัจจุบัน ยึดมั่นในผลของ
การกระทำ ทั้งกรรมดีกรรมชั่ว อีกทั้งยึดมั่นในคุณพระรัตนตรัยอย่างแท้จริง.."

แม้คำทำนายโหราจารย์ทั้งหลายจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่จักต้องเกิดขึ้นก็คือ การ
เลือกตั้ง


เป็นการเลือกตั้งเพื่อคืนประชาธิปไตยให้กับปวงชนชาวไทย ซึ่งทุกหน่วยงานภาครัฐ
และทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกันดำเนินการให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น เพราะเหนืออื่นใด
แล้ว

"Vox populi vox dei"

"เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์"


มติชน วันที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10803

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01pra01081050&day=2007-10-08&sectionid=0131
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #17 เมื่อ: 08-10-2007, 16:56 »

โห.......มีคน เอายิ่งกว่า จินตนาการซะอีก(หมอดู) มาแปะช่วย........

ที่อธิบายมาผมไม่รู้หรอก เพราะ คุณแก๊ส สอนไม่ให้จินตนาการ.....แต่ ที่คนจน ยกพวกมาปิดหน้า กระทรวงเกษตร ฯ นี่ มันของจริง ไม่ได้จินตนาการครับ..


 
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #18 เมื่อ: 08-10-2007, 17:13 »

โห.......มีคน เอายิ่งกว่า จินตนาการซะอีก(หมอดู) มาแปะช่วย........

ที่อธิบายมาผมไม่รู้หรอก เพราะ คุณแก๊ส สอนไม่ให้จินตนาการ.....แต่ ที่คนจน ยกพวกมาปิดหน้า กระทรวงเกษตร ฯ นี่ มันของจริง ไม่ได้จินตนาการครับ..


 

ยกพวกมาปิดหน้า กระทรวงเกษตร แสดงว่าจำนวนน้อย เพราะว่าถ้ารากหญ้ามาทั้งหมดจริงๆ ถนนคงไม่มีที่ยืน
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #19 เมื่อ: 08-10-2007, 17:17 »

ยกพวกมาปิดหน้า กระทรวงเกษตร แสดงว่าจำนวนน้อย เพราะว่าถ้ารากหญ้ามาทั้งหมดจริงๆ ถนนคงไม่มีที่ยืน

หลังสุด เห็นว่า เป็นหมื่นเลยน๊ะนั่น.....เมื่อก่อนไม่เห็นมันเยอะงี้เลย

 

บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #20 เมื่อ: 08-10-2007, 20:00 »

หลังสุด เห็นว่า เป็นหมื่นเลยน๊ะนั่น.....เมื่อก่อนไม่เห็นมันเยอะงี้เลย

หมื่นคนจากรากหญ้าทั้งหมดกี่คนมันคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์กัน มันหนีไม่พ้นระบบทุนนิยม
ที่คนเก่งต้องหาเงินเยอะๆ และให้รัฐแบ่งรายได้เหล่านั้นไปอุดหนุนรากหญ้าดีกว่าที่คน
เก่งเหล่านั้นจะหยุดหาเงิน เท่ากับรัฐไม่ได้ส่วนเพิ่มและรากหญ้าก็จะไม่ได้ด้วย ถ้าคิดจะ
พอเพียงก็ให้มีความเป็นอยู่ส่วนตัวที่ไม่สิ้นเปลืองก็พอ ตัวอย่างก็เห็นอยู่แล้วในประเทศ
ไม่อยากพูดมากให้โดนลบ

ในข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ต่างๆ ตามข่าว ไม่ได้เป็นไปตามที่สื่อทั้งหลายประชาสัมพันธ์
ให้คนทั่วไปเข้าใจว่า องค์กรเหล่านี้อยู่อย่างพอเพียง ลองติดตามข่าวจาก link นี่จะพบว่า
http://www.naewna.com/news.asp?ID=68947 องค์กรธุรกิจเหล่านี้ไม่ได้หยุดพักการ
ทำธุรกิจในโลกทุนนิยมแม้แต่น้อย ความหรูหราในการใช้ชีวิตอาจลดลงตามคอนเซ็ปท์พอ
เพียง (หรือเปล่าก็ไม่รู้) แต่กิจกรรมทางด้านธุรกิจไม่เคยหยุด เผลอๆ ก็ไปโผล่เวียดนาม
โน่นลงทุนไม่หยุดหย่อน รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาถ้าเข้าระบบการจัดสรรจากรัฐดีๆ ผ่านทางการ
เก็บภาษี มันก็จะไปให้โอกาสรากหญ้าได้เอง ทั้งจากการที่รัฐอุดหนุนให้เป็นเอสเอ็มอี กอง
ทุนหมู่บ้าน หรือว่าองค์กรธุรกิจเหล่านั้นจ้างงานพวกรากหญ้าที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐใน
เรื่องการศึกษา ซึ่งปัจจุบันการสื่อสารขยายขีดไปไกลมาก ผู้คนต่างจังหวัดมีโอกาสเข้าถึง
ข้อมูลได้ง่ายขึ้นเยอะ ก็ขึ้นอยู่กับความใจกว้างของคนเมืองด้วยว่าจะรับประชานิยมไหวหรือ
เปล่า เพราะนี่เป็นยุคอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแล้วไม่ใช่ยุคฮวน เปรอง

ถ้ามีมุมมองรากหญ้าด้วยใจแคบคิดว่ามันสมองเค้ามีอยู่แค่นั้น ก็เท่ากับไปกดไม่ให้รากหญ้า
ได้สร้างผลผลิตได้มากเท่าที่ความสามารถจะมีได้ ทำได้แค่ตามสั่งโดยขาดแรงจูงใจในความ
ก้าวหน้าของชีวิต ตามคำสั่งของศักดินาใจแคบเท่านั้น ปัญหาก็จะวนเวียนไม่เลิก อยู่กับความ
จนไปชั่วลูกชั่วหลาน ไม่สามารถกระจายอำนาจการปกครอง ซื้อเสียง อบายมุข งมงาย ไม่จบ
ไม่สิ้น ไม่ว่าจะยัดเยียดคุณธรรม จริยธรรม ให้ต้มน้ำกินแค่ไหน ก็ไม่ช่วยหรอก ปากท้องต่าง
หากที่เป็นของจริง
บันทึกการเข้า
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 08-10-2007, 20:04 »

น้าน เด๋วนี้ไอแก๊สทำ OT ด้วยเว๊ย   ได้ข่าวว่าโดนพักงาน นี่หว่า ได้รับอณญาติให้ทำงานเลยต้องโชว์ผลงานซักหน่อยเหรอแก๊ส

ว่าแต่ไอเท้า ไม่ทำ OT กับเอ็งด้วยเหรอวะ   หรือ เอ็งรับสองแรง แลกวันกับไอเท้า แสดงว่าวันนี้ไอเท้ามันนัดเด็กไวชัว 
บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #22 เมื่อ: 08-10-2007, 20:42 »

หลักฐานอีกชิ้นหนึ่งประกอบการจินตนาการก็คือการเพิ่มโทษผู้หมิ่นองคมนตรี
ให้เท่าเทียมกับพระมหากษัตริย์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์อะไรกะเค้า
http://www.senate.go.th/agenda57-50/8.pdf
บันทึกการเข้า
Gamobank
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 229



« ตอบ #23 เมื่อ: 08-10-2007, 21:32 »

ทำใจไว้ตั้งนานแล้วว่ารบ.ที่จะได้ก็แบบเดิมๆผลัดกันขึ้นมาเล่นลิเกให้ดู


แล้วก็มีลิ่วล้อตีนโรงตีนศาลแบบแถมาคอยพยักเพยิดถ้าเข้าทาง
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #24 เมื่อ: 08-10-2007, 21:35 »



อย่างไรก็ตาม การเจรจาซื้อหุ้นในเอเวอร์แลนด์ดังกล่าว จะเข้าลักษณะเป็นการขายคืนบริษัท เอเวอร์แลนด์ ให้กับนายสดาวุธฯ ซึ่งเป็นเจ้าของเก่าหรือไม่ นายสวิจักร กล่าวต่อว่า จะต้องหารือกับผู้ถือหุ้น (ครอบครัว) ก่อน เพราะการถือหุ้นในบริษัทเอเวอร์แลนด์นั้น เป็นการถือหุ้นผ่านทาง ม.ร.ว.ศศิจุฑาวรรณ วรวรรณ สัดส่วนประมาณ 33% ซึ่งต้องรอให้ทางนายสดาวุธฯ เป็นคนเสนอมา ว่าต้องการเป็นลักษณะของการร่วมลงทุนหรือต้องการเข้ามาบริหาร และสามารถเพิ่มมูลค่าหุ้นได้เท่าไหร่ (Ad value) ซึ่งขณะนี้ตนก็รออยู่ว่าทางนายสดาวุธฯ จะเสนออะไรมา

ทั้งนี้ นายสดาวุธฯ เคยเล่าให้ฟังว่าได้สิทธิในการเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัติย์ บริเวณองค์การสะพานปลากรุงเทพ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านถนนเจริญกรุง พื้นที่ 35 ไร่ซึ่งเป็นที่ดินที่มีความน่าสนใจแต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับนายสดาวุธว่าจะเสนออะไรมา
http://www.thannews.th.com/detialColumn.php?id=R3321391&issue=2139&cColumID=61


อ่านๆ เป็นความรู้หน่อยว่าพวกเชื้อเจ้าเค้าทำธุรกิจอะไรกันมั่ง ทั้งเก่งทั้งชาติตระกูลดี
แถมยังเป็นลูกเขยนายมีชัยซะด้วย แจ๋วไปหมด

http://www.bangkokbiznews.com/2007/02/02/news_22703899.php?news_id=22703899
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-10-2007, 21:36 โดย อยากประหยัดให้ติดแก๊ส » บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #25 เมื่อ: 09-10-2007, 18:44 »

ตัดแปะเยอะแยะอย่างงี้...เปลืองแป้งเปียกแย่เลยครับ

 
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: 09-10-2007, 20:05 »

ทั้งเหนียวทั้งด้าน แค่นี้ยังน้อยไป

 
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

หน้า: [1]
    กระโดดไป: