อืม กระทู้นี้อาจเกี่ยวกับการเมืองน้อยหน่อย
ชอบแถ พาลไปว่า จขกท หาว่าสร้างภาพ โพสท์เรื่องศาสนา
ใจคิดแบบพาล ก็พิมพ์ออกมาแบบนั้น อยู่ดีๆไปด่าคนอื่นทำไม
จขกท เขาอาจจะมี justification ด้วยแนวทางศาสนาพุทธ ดันหาว่าเขาสร้างภาพ
ถ้าเขียนอะไรที่ลดราคาตัวเอง อยู่เฉยๆดีกว่ามั้ย
แถคิดว่า ไม่มีความดีมาตรฐานในโลก เป็นความคิดที่ผิด
ถ้าไม่มีดี-เลวจริงๆ แล้วกฎหมายเขียนไว้ทำไม ว่าฆ่าคนมีความผิดต้องรับโทษ?
กฎหมายนี้มาจากหลักการอะไรมิทราบ คงไม่ได้มาจากการทำประชามติหรอกนะว่าเสียงส่วนใหญ่คิดว่าฆ่าคนผิดหรือไม่
แถ อยากแสดงออกว่า PT ก็เป็นสิทธิ
แต่ถ้าการเป็น PT แล้ว แปลว่าต้องปฏิเสธสามัญสำนึก คุณธรรมพื้นฐาน มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ
ปล. เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนวิธีเขียนแล้วคิดว่าคนจะจำไม่ได้เหรอ เดี๋ยวก็โดนแม่จับเข้าโรงพยาบาลหรอก
อ้าวมีพาดพิง ตอบซะหน่อย ดูกร แฟนคลับชื่อพระเอกหลังเขา
ความดีมาตรฐานในโลก ที่แท้เกิดมาจากในสมองคนทั้งนั้น ตกลงกันเองในคนหมู่มากก็เป็นความดี
มันคือ "กฎเกณฑ์การอยู่ร่วมกันในสังคม" ชนิดหนึ่งต่างหาก ถ้ามีจริงอยู่ในจิตใจของทุกคนตั้งแต่
เกิดแล้ว คงไม่มีคนป่าล่าหัวมนุษย์ เผาคนที่คิดว่าแม่มด หรือ แม้ในปัจจุบันที่ออกข่าวทอดปลาเก๋า
แค่ครึ่งตัวหลัง แล้วเอาขึ้นโต๊ะเสริฟให้กินโดยที่ปากปลายังขยับ เพื่อแสดงความสด ถ้าทุกคนมอง
ความดีเหมือนกัน ร้านคงเจ๊ง ไม่ได้ถึงมาออกข่าวทีวีหรอก
"ความเชื่อ" ต่างหากที่กำหนดพฤติกรรมออกมา คนในสังคมรับรู้มาจากสิ่งแวดล้อมเดียวกัน กระทบ
อายตนภายใน 6 ไปสร้าง perception ในสมอง ดังที่ว่า "นาม" เกิดขึ้นในดวงจิต จาก "รูป" โดยอาศัย
สติ และ มนสิการ (Attentiveness) นั่นเอง
เมื่อคนส่วนใหญ่ในสภาพแวดล้อมนั้นเชื่อตรงกันว่าแบบนี้ผิด เพื่อสังคมนั้นจะอยู่ด้วยกันได้ ถึงจะมี
กฎหมายออกมา เมื่อมีกฎหมายออกมาแล้วก็ต้องทำตามกฎหมาย ไม่ใช่กฎหมายออกมาจากความ
ดีชั่วถูกผิดที่ขุดหาได้ตามธรรมชาติ แปลว่า กฎหมายก็มาจากความเชื่อร่วมกันของคนในสังคม อาจ
จะเป็นกลุ่มน้อยนิดแต่มีรถถังอย่างในประเทศไทยก็ได้ ความเชื่อว่าดีที่แห่งหนึ่งอาจเป็นเลวในอีกที่
ก็ได้ เช่น เชื่อว่าปฏิวัติดีสมควรยกย่องเอาดอกไม้ไปถ่ายรูปคู่รถถัง ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ร้องยี้
สามัญสำนึก คุณธรรมพื้นฐาน มาจากในสมองทั้งนั้น อย่าได้หลอกตัวเองเลย เราต้องเลือกนับถือ
ศาสนา ไม่ใช่ให้ศาสนามาบงการชีวิตโดยไม่ต้องคิดอะไร เปิดช่องว่างในสมองทะลุกรอบของศาสนา
หรือความเชื่อ ให้ความคิดที่เป็นตัวของตัวเองอยู่ด้วย จะได้ไม่เรียกว่า "งมงาย" ถ้าวันใดเกิดพบหลัก
ฐานว่าการสืบต่อศาสนาหรือชำระพระไตรปิฏกมีคนทำเพี้ยนระหว่างทาง (ไม่มีใครเกิดทันเห็นของจริง
แน่นอน) จะได้ไม่เคว้ง เพราะในความเพี้ยนจากต้นฉบับก็ยังมีความดีที่ใช้ได้ในสังคมที่อยู่ร่วมกันนี้
อาจเป็นว่า ที่เรียกว่า "แก่น" ไม่ได้มาจากต้นทางก็เป็นได้ อย่างไรก็ดีคุณค่าของ "แก่น" ย่อมอยู่ที่
ตัวมันเอง ไม่ใช่ "ที่มา" ว่าจากต้นทางหรือกลางทาง
อธิบายยาวต้องกลับไปศรีธัญญาหาเพื่อนซะหน่อย วิเคราะห์ไว้ในกระทู้ หมอเบื่อเมีย ให้แล้วนะจ๊ะ