ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
16-10-2026, 09:00
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  อกุศลเร้ากุศล 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
อกุศลเร้ากุศล  (อ่าน 2716 ครั้ง)
Upasaka
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57



« เมื่อ: 27-02-2007, 19:19 »

ความหมาย ความสำคัญและระดับแห่งสัมมาทิฏฐิ

อ้างถึง
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔
มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

...สัมมาทิฏฐิเป็นไฉน ความรู้ในทุกข์ ความรู้ในเหตุให้ทุกข์เกิด
ความรู้ในความดับทุกข์ ความรู้ในข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
อันนี้เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ...

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖
มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์

             [๒๕๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาองค์ทั้ง ๗ นั้น สัมมาทิฐิย่อมเป็น
ประธาน ก็สัมมาทิฐิย่อมเป็นประธานอย่างไร คือ ภิกษุรู้จักมิจฉาทิฐิว่ามิจฉาทิฐิ
รู้จักสัมมาทิฐิว่าสัมมาทิฐิ ความรู้ของเธอนั้น เป็นสัมมาทิฐิ ฯ
             [๒๕๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มิจฉาทิฐิเป็นไฉน คือ ความเห็นดังนี้ว่า
ทานที่ให้แล้ว ไม่มีผล ยัญที่บูชาแล้ว ไม่มีผล สังเวยที่บวงสรวงแล้ว ไม่มีผล
ผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้วไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกหน้าไม่มี มารดาไม่มี
บิดาไม่มี สัตว์ที่เป็นอุปปาติกะไม่มี สมณพราหมณ์ทั้งหลายผู้ดำเนินชอบ ปฏิบัติ
ชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้โลกหน้าให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในโลกไม่มี
นี้มิจฉาทิฐิ ฯ
             [๒๕๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัมมาทิฐิเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เรากล่าวสัมมาทิฐิเป็น ๒ อย่าง คือ สัมมาทิฐิที่ยังเป็นสาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ
ให้ผลแก่ขันธ์ อย่าง ๑ สัมมาทิฐิของพระอริยะ ที่เป็นอนาสวะ เป็นโลกุตระ
เป็นองค์มรรค อย่าง ๑ ฯ
             [๒๕๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัมมาทิฐิที่ยังเป็นสาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ
ให้ผลแก่ขันธ์ เป็นไฉน คือ ความเห็นดังนี้ว่า ทานที่ให้แล้ว มีผล ยัญที่บูชา
แล้ว มีผล สังเวยที่บวงสรวงแล้ว มีผล ผลวิบากของกรรมที่ทำดี ทำชั่วแล้ว
มีอยู่ โลกนี้มี โลกหน้ามี มารดามี บิดามี สัตว์ที่เป็นอุปปาติกะมี สมณพราหมณ์
ทั้งหลาย ผู้ดำเนินชอบ ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้โลกหน้าให้แจ่มแจ้ง
เพราะรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในโลก มีอยู่ นี้สัมมาทิฐิที่ยังเป็นสาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ
ให้ผลแก่ขันธ์ ฯ
             [๒๕๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัมมาทิฐิของพระอริยะที่เป็นอนาสวะ
เป็นโลกุตระ เป็นองค์มรรค เป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัญญา ปัญญินทรีย์
ปัญญาพละ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ความเห็นชอบ องค์แห่งมรรค ของภิกษุผู้มี
จิตไกลข้าศึก มีจิตหาอาสวะมิได้ พรั่งพร้อมด้วยอริยมรรค เจริญอริยมรรคอยู่
นี้แล สัมมาทิฐิของพระอริยะที่เป็นอนาสวะ เป็นโลกุตระ เป็นองค์มรรค ฯ
บันทึกการเข้า
Upasaka
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57



« ตอบ #1 เมื่อ: 27-02-2007, 19:22 »

ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้น 2 วิถีทางแห่งสัมมาทิฐิ คือ ศรัทธา และ ปัญญา

วิถีแห่งปัญญา อาศัย โยนิโสมนสิการ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑
สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค

[๑๗๒] สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรายังไม่เล็งเห็นธรรมอันอื่นแม้สักอย่าง
หนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุให้อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้ว
ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เหมือนความถึงพร้อมแห่งการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย อันภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญ
อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘....

วิถีแห่งศรัทธา อาศัย กัลยาณมิตร

[๑๗๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใน
ธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอัน
กำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะ
เป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วย
องค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล....



พิจารณาพุทธพจน์จะเห็นได้ว่า ผู้บริบูรณ์สัมมาทิฏฐิ โดยวิถีแห่งปัญญานั้น
ได้แก่บุคคล 2 ประเภท คือ พระพุทธเจ้า และ พระปัจเจกพระพุทธเจ้า
(ซึ่งมักท่องติดปากว่า ทรงตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง)
สังเกตุได้ว่าแม้พระอรหันต์อย่างพระอัญญาโกณฑัญญะ พระสารีบุตร  นั้น
ยังต้องอาศัยพระพุทธเจ้าเป็นกัลยาณมิตร เพื่อแจ้งในอริยสัจ
ด้วยเหตุนี้กัลยาณมิตรจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากในพุทธธรรม

บันทึกการเข้า
Upasaka
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57



« ตอบ #2 เมื่อ: 27-02-2007, 19:25 »

จึงขอให้พุทธศาสนิกชนพึงเข้าใจด้วยว่า บุคคลที่พึ่งตัวเองได้ 100%
ในทางพุทธธรรมนั้นมีเพียง พระพุทธเจ้า และ พระปัจเจกพระพุทธเจ้า เท่านั้น
แต่พระพุทธเจ้ามิได้แบ่งชั้นวรรณะในการสั่งสอนพุทธธรรมเลย
ส่วนจะปฏิบัติได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล
ให้ลองพิจารณา โพธิปักขิยธรรม มาประยุกต์ใช้ ในหน้าที่การงานดู

http://84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=352

ตอบคำถามเรื่องยัดเยียด

ยัดเยียดหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาโดยแยบคายว่าบุคคลนั้นๆ มีพื้นจิตเป็นเช่นใด
หากบุคคลผู้นั้นเกิด อโยนิโสมนสิการ เกิดอกุศลจิต เป็นบ่อเกิด อวิชชา คือไมู่้แจ้งในสัจธรรม
ก็จะมีความเห็นผิด คือ มิจฉาทิฐินั่นเอง เนื่องด้วยขาด ปัจจัย 2 ประการคือ
กัลยาณมิตร และ โยนิโสมนสิการ

ทารกเหมือนผ้าขาวเพราะมีอวิชชา จึงไม่รู้จักแยกแยะกุศล อกุศล
อุปมาดัง ทารกเล่นอาจม หาก ไม่มีกัลยาณมิตรคอยอบรมสั่งสอน ก็จะไม่รู้ว่า
ตนเกลือกกลั้วอยู่กับของสกปรก

ดังดรุณโฉมงามผู้หลงระเริงในการเที่ยวเล่นยามราตรี ถูกชักจูงโดยโมฆะบุรุษ
ไม่ฟังคำตักเตือนของบิดา อกตัญญู อกตเวที มักขะ

อกตัญญูเป็นไฉน อกตัญญู คือไม่รู้คุณท่าน
อกตเวทีเป็นไฉน อกตเวที คือไม่ตอบแทนคุณท่าน
มักขะเป็นไฉน มักขะ คือหลู่คุณท่าน หลู่ความดีของผู้อื่น
ลบล้างปิดซ่อนคุณค่าความดีของผู้อื่น เช่น

ท่านให้ของแก่เรา แทนที่จะขอบคุณกลับนึกตำหนิว่า เอาของไม่ดีมาให้
หรือเมื่อมีใครพูดถึงความดีของท่าน ทนไม่ได้ ไม่ชอบ จึงยกเรื่องที่ไม่ดีของท่านมาพูด
เพื่อปฏิเสธว่าไม่ใช่คนดี เป็นต้น จะเห็นได้ว่าบุคคลผู้ประกอบด้วยมักขะนั้น
มีธรรมอันลามกกว่า พวกอกตัญญู อกตเวทีเป็น 100 เท่า 1000 เท่า
บันทึกการเข้า
Upasaka
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57



« ตอบ #3 เมื่อ: 27-02-2007, 19:27 »

ประชาธิปไตยนี้พูดเรื่องเสรีภาพกันมาก แต่เสรีภาพที่ประกอบไปด้วย อวิชชา จะมีประโยชน์อันใด
ประชาธิปไตย คือ ให้อำนาจกับประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับ
บุคคลผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจนั้น ตัดสินใจอย่างไร ถือตนเป็นใหญ่ ถือโลกเป็นใหญ่ หรือ ถือธรรมเป็นใหญ่

พุทธธรรมในระดับสมมติสัจจะนั้น เปรียบได้ดังดาบ 2 คม เพราะอะไร
เพราะหากมีมิจฉาทิฐิเสียแล้ว เจตนาในการก่อกรรมก็จะบิดเบือนตามโมหะจริตของตน
เห็นตัณหาเป็นฉันทะบ้าง เห็นความเพียรในตัณหาเป็นกุศลบ้าง
ใช้เมตตากรุณาในทางไม่ชอบบ้าง(ระบบอุปถัมป์) แทนที่จะมีมุทิตา กลับ *อิสสา เขาบ้าง
มีอโยนิโสมนสิการบ้าง พิจารณาพุทธธรรมในแง่เพ่งโทษบ้าง หลู่คุณบ้าง

ดูตัวอย่างพระเทวทัตนั้นแล
http://84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=07&A=3218&Z=3240
http://84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=07&A=3383&Z=3406
http://84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=07&A=3493&Z=3543
http://84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=07&A=3616&Z=3644
http://84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=07&A=3697&Z=3769
http://84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=07&A=3987&Z=4061


เอตาทิสานิ กตฺวาน   สพฺพตฺถมปราชิตา
 สพฺพตฺถ โสตฺถี คจฺฉนฺติ   ตนฺเตสํ มงฺคลมุตฺตมนฺติ

 “เทวะมนุษย์ทั้งหลายกระทำมงคลเช่นนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ปราชัยในที่ทุกสถาน
ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทั้งปวง นี้คืออุดมมงคลของเทวะมนุษย์เหล่านั้น.”

http://84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=353
บันทึกการเข้า
Kna
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 119


Highly Flammable


« ตอบ #4 เมื่อ: 27-02-2007, 19:31 »

สาธุ... 
บันทึกการเข้า
อังศนา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,860


Can't fight the moonlight!


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 27-02-2007, 19:47 »

..สาธุค่ะ 
อ่านแล้วมีพลังใจว่ามิได้ยืนผิดด้าน 


บันทึกการเข้า

แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย 
ดาวยังพราย ศรัทธา เย้ยฟ้าดิน (จิตร ภูมิศักดิ์)
engg
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 388


« ตอบ #6 เมื่อ: 28-02-2007, 11:16 »

ขอบพระคุณครับ

กาลามสูตร
บันทึกการเข้า
เก็ดถวา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 2,753



« ตอบ #7 เมื่อ: 28-02-2007, 11:21 »


สาธุค่ะ
บันทึกการเข้า

Avada Kedavra!!!!!!!
Upasaka
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57



« ตอบ #8 เมื่อ: 28-02-2007, 20:59 »

engg เข้าใจกาลามสูตรว่าอย่างไร
บันทึกการเข้า
Upasaka
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57



« ตอบ #9 เมื่อ: 28-02-2007, 21:12 »

มาอ่านนิยายจีนกันบ้างดีกว่า

มู่หยงฟู่ เป็นคุณชายแห่งตระกูลมู่หยง เป็นบุตรชาย มู่หยงป๋อ
ผู้สะสมคัมภีร์ยุทธ ของทุกสำนัก ศึกษาอย่างทะลุปรุโปร่ง
จึงเข้าใจถึงจุดแข็งและจุดด้อย ของวิชาแต่ละสำนัก

ยืมหอกสนองคืนผู้ใช้

จึงกลายมาเป็นวิชาประจำตระกูล ของสกุล มู่หยง
ทุกคนที่ประมือกับสกุลมู่หยง จะถูกลอกเลียนแบบวิชาของสำนักตัว
และตายด้วย วิชาของตัวเอง

แต่ยืมหอกสนองคืนผู้ใช้ มีจุดอ่อนอยู่ที่ ขาด พลังวัตรอันล้ำลึก
เรียกได้ว่า รู้เพียงเป็ด บินได้ วิ่งได้ ว่ายน้ำได้ เพราะขาดการฝึกฝน
ที่สม่ำเสมอ วิชานี้จึงใช้ได้กับ จอมยุทธผู้ด้อยพลังวัตรเท่านั้น

----------------

เสียดายที่ชอบแถมีความใฝ่รู้น้อยกว่า มู่หยงฟู่ นัก
จึงมิอาจเข้าใจถึงจุดอ่อนของวิชาสำนักอื่น ไม่ว่าจะเป็น
สำนักทักษิณ สำนักเกล็ดหิมะ สำนักปุถุชน
ข้อคิดเห็นจึงคลาดเคลื่อน ตามโมหะจริต ดัง ข้างล่างนี้

1. ธรรมคืออะไร คือ ความดี

ธรรมไม่ใช่แค่ความดีความชั่ว
ลัทธิ ศาสนาในชมพูทวีป ครั้งพุทธกาล มีมากมาย ก็สอนเรื่องดีชั่วอยู่แล้ว
สอนให้กตัญญู สอนให้ใฝ่รู้ สอนไม่ให้คบคนพาล สอนให้ทำบุญ 
แล้วพระพุทธเจ้าท่านจะสละเวลาเพื่อตรัสรู้สิ่งที่มีอยู่แล้วไปใย


2. ยัดเยียด คือ อะไร การอบรมเด็กน้อยในวัยยังไม่บรรลุนิติภาวะ
จะยัดเยียดให้เด็กเชื่อก็ยังทำได้

[๒๕๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มิจฉาทิฐิเป็นไฉน คือ ความเห็นดังนี้ว่า
ทานที่ให้แล้ว ไม่มีผล ยัญที่บูชาแล้ว ไม่มีผล สังเวยที่บวงสรวงแล้ว ไม่มีผล
ผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้วไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกหน้าไม่มี มารดาไม่มี
บิดาไม่มี
สัตว์ที่เป็นอุปปาติกะไม่มี สมณพราหมณ์ทั้งหลายผู้ดำเนินชอบ ปฏิบัติ
ชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้โลกหน้าให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในโลกไม่มี
นี้มิจฉาทิฐิ ฯ

เมื่อชอบแถเป็นใหญ่จงเร่งโครงการสร้างปัญญาประดิษฐ์(AI)ให้สำเร็จเถิด
สรรพสิ่งอาจจะอยู่ใต้บัญชาชอบแถซักวัน


3. เด็กก็จะเป็นนกแก้วนกขุนทองไปตามเรื่องตามราว ขาดความคิดสร้างสรรค์
เพราะไม่เคยต้องคิดเอง

ปัญญา ไม่ใช่ ความรู้
ความรู้จึงต้องคู่ปัญญา
ความคิดที่ไม่มีความรู้เรียกว่าจินตนาการ
จินตนาการที่ทำสำเร็จเรียกว่าความคิดสร้างสรรค์
ความรู้ที่ไม่มีปัญญาเรียกว่า หนังสือ


4. อวิชชา คือ อะไร แต่ละศาสนาย่อมแตกต่าง

หมั่นศึกษาให้มาก จะเข้าใจความหมายของสมมติสัจจะ

5. ประชาธิปไตย ในทางพระ มีสามอย่าง

พระไม่เคยสอนเรื่องประชาธิปไตยและพระไม่เคย
ใช้ระบอบการปกครองอื่นใดเลยตลอด 2550 ปี นอกจากคณะสงฆ์
อธิปไตย 3 คือคำสอนเรื่องการตัดสินใจ ไม่ใช่ ระบอบการปกครอง


5. เสียงส่วนใหญ่ย่อมกำหนดความดีงามของตัวเอง

เหตุผลข้อ 1

6. ไม่มีความดีมาตรฐานอยู่ในโลกนี้ ขึ้นกับการยอมรับของประชาชนในสังคมนั้น

เหตุผลข้อ 1

7. จงอย่าได้เอาศาสนาพุทธมาอยู่เหนือระบอบการปกครองในประเทศ

เหตุผลข้อ 1


แนะนำ
ศึกษามากๆ อ่านมากๆ เจริญสติมากๆ เจริญปัญญามากๆ
เมื่อถึงกาลอันควร
หากเสรีไทยเวบบอร์ดยังคงอยู่ แม้ Upasaka สิ้นชีพ
ก็จะสั่งเสียศิษย์ให้มา ยกวาทะ ชอบแถ
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #10 เมื่อ: 28-02-2007, 21:29 »

 
ประชาธิปไตยในทางแถ..
ถือทักษิณ ถือพจมานเป็นใหญ่
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
เก็ดถวา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 2,753



« ตอบ #11 เมื่อ: 28-02-2007, 21:31 »


โอววว เก็ดถวาชอบคำตอบคุณ Upasaka มากนะคะ

นานๆ หนูจะชอบอ่านคำตอบแบบธรรมะซักที ขอบพระคุณนะคะ


 
บันทึกการเข้า

Avada Kedavra!!!!!!!
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #12 เมื่อ: 28-02-2007, 21:36 »

ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพูดภาษาเดียวกันหรือเปล่า
“ธรรม” ความหมายในพจนานุกรม ราชบัณฑิตสถาน
แปลว่า “คุณความดี” หรือ “คำสั่งสอนในศาสนา”
อาจจะแปลได้ว่า “ความจริง”, “ความยุติธรรม”,
“ความถูกต้อง” จะมากกว่านี้คงเป็นภาษาอื่นนะคะ
ดิฉันมิอาจดัดจริตใช้ภาษาที่ผู้คนไม่อยากอ่านรู้
เรื่องเยี่ยงนี้ จริงอยู่ อธิปไตยในทางพระมี 3 ประการ
คือ อัตตาธิปไตย (ถือตนเป็นใหญ่), โลกาธิปไตย
(ถือความนิยมของชาวโลกเป็นใหญ่) และ
ธรรมาธิปไตย (ถือธรรมเป็นใหญ่) ดิฉันคงไม่เถียง
แต่เพราะว่าเป็นบอร์ดการเมือง จึงต้องโยงไปถึง
เรื่องการปกครองของประเทศไทยไม่ใช่คณะสงฆ์
ไม่ชอบจะให้ความเห็น “ผิดที่ผิดทาง” เหมือนคน
“ไม่รู้กาละเทศะ” คิดเอาศาสนามาปนกับนิยายจีน
ในบอร์ดการเมืองเช่นนี้ ขอมอบสุภาษิตให้คิด
Always yield to temptation, because it may not
pass your way again.
บันทึกการเข้า
เก็ดถวา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 2,753



« ตอบ #13 เมื่อ: 28-02-2007, 21:41 »


หนูชักงงนะคะ พี่ชอบแถ

เปลี่ยนชื่อเป็น snakeflow แล้วต้องแสดงตัวเป็นผู้หญิงด้วยเหรอ???

ชักสับสนแล้วนะ เล่นอะไรอ่ะ

 
บันทึกการเข้า

Avada Kedavra!!!!!!!
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #14 เมื่อ: 01-03-2007, 07:00 »


หนูชักงงนะคะ พี่ชอบแถ

เปลี่ยนชื่อเป็น snakeflow แล้วต้องแสดงตัวเป็นผู้หญิงด้วยเหรอ???

ชักสับสนแล้วนะ เล่นอะไรอ่ะ

 

เพื่อจะบอกว่า การเปลี่ยนตัวเองเพื่อหลอกชาวบ้านในบอร์ดนี้มันทำง่าย แค่เปลี่ยนชื่อ login เฉยๆ
ยังมีแฟนคลับ คุณหิมะ มาด่า ก็ต้องขอโทษ คุณหิมะ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย ที่แกล้งล้อเลียน แต่ก็ยังมี
บางคนที่ไม่ได้เปลี่ยน login แต่เพิ่ม login แล้วก็สร้างบุคลิกให้แก่ login ต่างๆ โดยไม่ทราบวัตถุ
ประสงค์ที่แท้จริงว่าทำเพื่ออะไรในบอร์ดการเมืองเล็กๆ แห่งนี้ สังเกตดูง่ายๆ อย่างการที่ใช้ภาษา
ประหลาด เพื่อให้รู้สึกว่าเป็นผู้เลื่อมใสพุทธศาสนาแบบขึ้นสมอง นำมาสั่งสอนคนในบอร์ดการเมือง
จริงๆ มันเป็นการผิดที่ผิดทางชัดๆ บอร์ดศาสนามีเยอะแยะ แต่กลายเป็นว่าแตะต้องไม่ได้เพราะนำ
ศาสนาพุทธมาบังหน้า เพียงแค่รู้จักพระพรหมคุณาภรณ์ก็สามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องศาสนาอย่าง
น่านับถือสุดขีดได้แล้วในบอร์ดนี้ ลองพิจารณากันเอาเองจะชอบแถบ้างแต่ก็มีเหตุผลอยู่เสมอครับ
บันทึกการเข้า
อังศนา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,860


Can't fight the moonlight!


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 01-03-2007, 07:43 »


เพื่อจะบอกว่า การเปลี่ยนตัวเองเพื่อหลอกชาวบ้านในบอร์ดนี้มันทำง่าย แค่เปลี่ยนชื่อ login เฉยๆ
ยังมีแฟนคลับ คุณหิมะ มาด่า ก็ต้องขอโทษ คุณหิมะ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย ที่แกล้งล้อเลียน แต่ก็ยังมี
บางคนที่ไม่ได้เปลี่ยน login แต่เพิ่ม login แล้วก็สร้างบุคลิกให้แก่ login ต่างๆ โดยไม่ทราบวัตถุ
ประสงค์ที่แท้จริงว่าทำเพื่ออะไรในบอร์ดการเมืองเล็กๆ แห่งนี้ สังเกตดูง่ายๆ อย่างการที่ใช้ภาษา
ประหลาด เพื่อให้รู้สึกว่าเป็นผู้เลื่อมใสพุทธศาสนาแบบขึ้นสมอง นำมาสั่งสอนคนในบอร์ดการเมือง
จริงๆ มันเป็นการผิดที่ผิดทางชัดๆ บอร์ดศาสนามีเยอะแยะ แต่กลายเป็นว่าแตะต้องไม่ได้เพราะนำ
ศาสนาพุทธมาบังหน้า เพียงแค่รู้จักพระพรหมคุณาภรณ์ก็สามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องศาสนาอย่าง
น่านับถือสุดขีดได้แล้วในบอร์ดนี้
ลองพิจารณากันเอาเองจะชอบแถบ้างแต่ก็มีเหตุผลอยู่เสมอครับ



..ข้าพเจ้าไม่มีความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น 
เพียงอยากจะให้สาธุชนได้พิจารณาทุรวาจาสีน้ำเงิน 
และคำยกเยิรตนเองสีแดงเท่านั้นแล 

บันทึกการเข้า

แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย 
ดาวยังพราย ศรัทธา เย้ยฟ้าดิน (จิตร ภูมิศักดิ์)
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #16 เมื่อ: 01-03-2007, 09:15 »

จะบอกให้ว่าไอ้เรื่องสร้างตัวตนในเว็บบอร์ดอะไรนั่น ถ้าไม่นู้บจริงเค้ารู้กันทั้งนั้นแหละพ่อรูปหล่อ

อุตส่าห์ลงทุนลงแรง ยอมแปลงเพศมาเล่นลิเกเพื่อการศึกษาให้ดู

ปลอมเป็นกะเทย แต่ตอนจบเป็นร้อยตำรวจปลอมตัวมา

...ดูหล่อทีเดียว
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
Upasaka
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57



« ตอบ #17 เมื่อ: 01-03-2007, 10:28 »

ธรรม คือ ความจริง ชอบแถ กล่าวชอบแล้ว

ประชาธิปไตยเป็นชื่อระบอบการปกครองชนิดหนึ่ง
ประชาธิปไตย ถือการ ตัดสินใจ ของประชาชนเป็นใหญ่
อธิปไตย 3 คือ เรื่องของการ ตัดสินใจ
หลายท่านเข้าใจผิดคิดว่าพระพุทธเจ้าสอนเรื่องระบอบธรรมมาธิปไตย
จึงเป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจ

Upasaka ถือเรื่องกาละเทศะเป็นใหญ่เช่นกัน
น้อยครั้งนักที่จะแสดงความเห็นในกระทู้สมาชิกท่านอื่น
และถ้าไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่คำจริง คงไม่ตั้งกระทู้ที่นี่
ไม่ว่าจะเป็นพุทธธรรมใน เรื่องคำพูด เรื่องเทวดา เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
เรื่องทิฐิ เรื่องอธิปไตย ล้วนสามารถประยุกต์ใช้ได้กับสถานการณ์บ้านเมือง

90% (โดยประมาณ)ของคนไทย นับถือพุทธศาสนา
เมื่อพิจารณาจำนวนภิกษุแล้ว ไม่ถึงกึ่งของพุทธบริษัททั้งหมด
พุทธบริษัท 4 ประกอบไปด้วย ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
ต่อให้ภิกษุ ทั้งหมดของประเทศไทยเป็นพระอรหันต์
ก็คงไม่สามารถทำให้ประเทศไทยสู่สันติสุขได้
หาก อุบาสก อุบาสิกา ยังยกหน้าที่นั้นให้ภิกษุเท่านั้น

เมื่อถึงคราวมีข่าวเกี่ยวกับพระปฏิบัติในทางมิชอบ
ก็ได้แต่ตีโพยตีพายว่าศาสนาเสื่อม ศาสนางมงาย เข้าตำรา
ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดเราเท่าเส้นผม
ก็ภิกษุนี้มาจากไหน  คนที่งมงายมาจากไหน ก็มาจากเราๆกันนี่แหล่ะ

แตะต้องได้วิพากษ์วิจารณ์ได้ เรื่องใดที่ชอบแถมีความรู้บริบูรณ์
Upasaka ไม่เคยก้าวล่วง ว่ากล่าวติเตียน ในองค์ความรู้นั้น
แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด Upasaka ก็จะแนะนำชอบแถ เมื่อถึงกาลอันควร
และที่อยากจะเตือนคือ อย่ากล่าวล่วงถึงท่านเลย Upasaka นับถือท่านมาก
การที่ต้องอ้างอิง เนื่องด้วยจำเป็นเพื่อแสดงว่า ไม่ได้กล่าวลอยๆ
การใช้หลักฐาน อ้างอิง มีที่มาที่ไป เป็นมารยาทของบอร์ดการเมืองมิใช่หรือ

ในฝ่ายคันถธุระ ถัดจากท่านพุทธทาส ก็มีท่านที่เป็นเสาหลักให้พุทธศาสนา
เนื่องด้วยคำสอนท่านสามารถสอบเทียบได้ตามพระไตรปิฏกทั้งหมด
ทุกวันนี้มีพระจาก ศรีลังกา บังคลาเทศ เขมร หรือแม้แต่อินเดียเอง ต้องเรียน ก. ไก่ ข. ไข่
เพื่อที่จะสามารถอ่านพระไตรปิฏกฉบับอักษรไทย ที่คงคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้ครบถ้วนที่สุดนี้
ซึ่งเป็นมรดกอันล้ำค่าของชาติไทย ที่คนไทยไม่รู้คุณค่า
การคงไว้ซึ่งสำนวน การอ้างอิงพุทธพจน์ และ พระไตรปิฏก ก็ด้วยเหตุผลดังกล่าว

การที่ชอบแถไม่สามารถเข้าใจวัตถุประสงค์นี้ก็เนื่องด้วย
ชอบแถตั้งท่าทีในการแบ่งข้าง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย คอยเพ่งโทษ ทิฐิบังตา

บันทึกการเข้า
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #18 เมื่อ: 01-03-2007, 19:38 »

อืม กระทู้นี้อาจเกี่ยวกับการเมืองน้อยหน่อย

ชอบแถ พาลไปว่า จขกท หาว่าสร้างภาพ โพสท์เรื่องศาสนา
ใจคิดแบบพาล  ก็พิมพ์ออกมาแบบนั้น อยู่ดีๆไปด่าคนอื่นทำไม 
จขกท เขาอาจจะมี justification ด้วยแนวทางศาสนาพุทธ ดันหาว่าเขาสร้างภาพ
ถ้าเขียนอะไรที่ลดราคาตัวเอง อยู่เฉยๆดีกว่ามั้ย

แถคิดว่า ไม่มีความดีมาตรฐานในโลก เป็นความคิดที่ผิด
ถ้าไม่มีดี-เลวจริงๆ  แล้วกฎหมายเขียนไว้ทำไม ว่าฆ่าคนมีความผิดต้องรับโทษ?
กฎหมายนี้มาจากหลักการอะไรมิทราบ  คงไม่ได้มาจากการทำประชามติหรอกนะว่าเสียงส่วนใหญ่คิดว่าฆ่าคนผิดหรือไม่

แถ อยากแสดงออกว่า PT ก็เป็นสิทธิ
แต่ถ้าการเป็น PT แล้ว แปลว่าต้องปฏิเสธสามัญสำนึก คุณธรรมพื้นฐาน  มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ

ปล. เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนวิธีเขียนแล้วคิดว่าคนจะจำไม่ได้เหรอ  เดี๋ยวก็โดนแม่จับเข้าโรงพยาบาลหรอก
บันทึกการเข้า
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #19 เมื่อ: 01-03-2007, 19:51 »

จขกท  ผมชอบ excerpt เรื่องสัมมาทิฎฐินี้นะครับ 

ผมฝึกสมาธิ จนเห็นจิตใจตัวเองว่า จิตสงบ กับจิตเต็มไปด้วยความฟุ้งซ่าน ต่างกันแค่ไหน

จากนั้นมา ผมรู้ว่า จิตใจ การที่จิตให้ความสำคัญกับบางอย่าง เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของคนเราตลอดเวลา
เราอาจจะรู้ตัว หรือไม่ก็ได้  อย่างที่เค้าว่า กรรมส่อเจตนา นะครับ

จากนั้นมา ถ้าใครถามว่า นั่งสมาธิแล้วได้อะไร
ส่วนตัวผมคิดอยู่เสมอว่า ผลที่เลิศที่สุดของการนั่งสมาธิ ไม่ใช่ผลทางวัตถุ ไม่ใช่ลาภยศสรรเสริญ
แต่เป็นการที่จิตถูกฝึกฝนให้รับรู้ในสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างที่มันเป็นจริงๆ  จิตเป็นสัมมาทิฎฐิ ไม่เห็นผิดเป็นชอบนี่แหละครับ
เป็นจุดเริ่มที่สำคัญที่สุดของการกระทำต่างๆในชีวิต


ปล. ถึงแม้จะรู้จักสัมมาทิฎฐิแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าผมจะประเสริฐกว่าใครนะครับ
เป็นแค่คนธรรมดา  บางครั้งสติก็คุมการกระทำได้ บางครั้งก็ขาดสติครับ
บันทึกการเข้า
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #20 เมื่อ: 01-03-2007, 22:12 »

^
^
สนับสนุน ทหาร รัฐบาล เผาแผ่นดิน ก็เห็นผิดเป็นชอบแล้ว
ถ้าฝึกแล้วยังเห็นอย่างงี้อีก ก็เลิกเหอะ เสียเวลา 

ตูไล่เหลี่ยม หนุนเศรษฐกิจพอเพียงเฟ้ย  ถึงจะดีใจที่ไอ้เหลี่ยมถูกถีบ แต่ก็ไม่เคยออกตัวเชียร์ปฏิวัติ
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #21 เมื่อ: 02-03-2007, 07:13 »

อืม กระทู้นี้อาจเกี่ยวกับการเมืองน้อยหน่อย

ชอบแถ พาลไปว่า จขกท หาว่าสร้างภาพ โพสท์เรื่องศาสนา
ใจคิดแบบพาล  ก็พิมพ์ออกมาแบบนั้น อยู่ดีๆไปด่าคนอื่นทำไม 
จขกท เขาอาจจะมี justification ด้วยแนวทางศาสนาพุทธ ดันหาว่าเขาสร้างภาพ
ถ้าเขียนอะไรที่ลดราคาตัวเอง อยู่เฉยๆดีกว่ามั้ย

แถคิดว่า ไม่มีความดีมาตรฐานในโลก เป็นความคิดที่ผิด
ถ้าไม่มีดี-เลวจริงๆ  แล้วกฎหมายเขียนไว้ทำไม ว่าฆ่าคนมีความผิดต้องรับโทษ?
กฎหมายนี้มาจากหลักการอะไรมิทราบ  คงไม่ได้มาจากการทำประชามติหรอกนะว่าเสียงส่วนใหญ่คิดว่าฆ่าคนผิดหรือไม่

แถ อยากแสดงออกว่า PT ก็เป็นสิทธิ
แต่ถ้าการเป็น PT แล้ว แปลว่าต้องปฏิเสธสามัญสำนึก คุณธรรมพื้นฐาน  มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ

ปล. เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนวิธีเขียนแล้วคิดว่าคนจะจำไม่ได้เหรอ  เดี๋ยวก็โดนแม่จับเข้าโรงพยาบาลหรอก

อ้าวมีพาดพิง ตอบซะหน่อย ดูกร แฟนคลับชื่อพระเอกหลังเขา

ความดีมาตรฐานในโลก ที่แท้เกิดมาจากในสมองคนทั้งนั้น ตกลงกันเองในคนหมู่มากก็เป็นความดี
มันคือ "กฎเกณฑ์การอยู่ร่วมกันในสังคม" ชนิดหนึ่งต่างหาก ถ้ามีจริงอยู่ในจิตใจของทุกคนตั้งแต่
เกิดแล้ว คงไม่มีคนป่าล่าหัวมนุษย์ เผาคนที่คิดว่าแม่มด หรือ แม้ในปัจจุบันที่ออกข่าวทอดปลาเก๋า
แค่ครึ่งตัวหลัง แล้วเอาขึ้นโต๊ะเสริฟให้กินโดยที่ปากปลายังขยับ เพื่อแสดงความสด ถ้าทุกคนมอง
ความดีเหมือนกัน ร้านคงเจ๊ง ไม่ได้ถึงมาออกข่าวทีวีหรอก

"ความเชื่อ" ต่างหากที่กำหนดพฤติกรรมออกมา คนในสังคมรับรู้มาจากสิ่งแวดล้อมเดียวกัน กระทบ
อายตนภายใน 6 ไปสร้าง perception ในสมอง ดังที่ว่า "นาม" เกิดขึ้นในดวงจิต จาก "รูป" โดยอาศัย
สติ และ มนสิการ (Attentiveness) นั่นเอง

เมื่อคนส่วนใหญ่ในสภาพแวดล้อมนั้นเชื่อตรงกันว่าแบบนี้ผิด เพื่อสังคมนั้นจะอยู่ด้วยกันได้ ถึงจะมี
กฎหมายออกมา เมื่อมีกฎหมายออกมาแล้วก็ต้องทำตามกฎหมาย ไม่ใช่กฎหมายออกมาจากความ
ดีชั่วถูกผิดที่ขุดหาได้ตามธรรมชาติ แปลว่า กฎหมายก็มาจากความเชื่อร่วมกันของคนในสังคม อาจ
จะเป็นกลุ่มน้อยนิดแต่มีรถถังอย่างในประเทศไทยก็ได้ ความเชื่อว่าดีที่แห่งหนึ่งอาจเป็นเลวในอีกที่
ก็ได้ เช่น เชื่อว่าปฏิวัติดีสมควรยกย่องเอาดอกไม้ไปถ่ายรูปคู่รถถัง ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ร้องยี้

สามัญสำนึก คุณธรรมพื้นฐาน มาจากในสมองทั้งนั้น อย่าได้หลอกตัวเองเลย เราต้องเลือกนับถือ
ศาสนา ไม่ใช่ให้ศาสนามาบงการชีวิตโดยไม่ต้องคิดอะไร เปิดช่องว่างในสมองทะลุกรอบของศาสนา
หรือความเชื่อ ให้ความคิดที่เป็นตัวของตัวเองอยู่ด้วย จะได้ไม่เรียกว่า "งมงาย" ถ้าวันใดเกิดพบหลัก
ฐานว่าการสืบต่อศาสนาหรือชำระพระไตรปิฏกมีคนทำเพี้ยนระหว่างทาง (ไม่มีใครเกิดทันเห็นของจริง
แน่นอน) จะได้ไม่เคว้ง เพราะในความเพี้ยนจากต้นฉบับก็ยังมีความดีที่ใช้ได้ในสังคมที่อยู่ร่วมกันนี้
อาจเป็นว่า ที่เรียกว่า "แก่น" ไม่ได้มาจากต้นทางก็เป็นได้ อย่างไรก็ดีคุณค่าของ "แก่น" ย่อมอยู่ที่
ตัวมันเอง ไม่ใช่ "ที่มา" ว่าจากต้นทางหรือกลางทาง

อธิบายยาวต้องกลับไปศรีธัญญาหาเพื่อนซะหน่อย วิเคราะห์ไว้ในกระทู้ หมอเบื่อเมีย ให้แล้วนะจ๊ะ
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #22 เมื่อ: 02-03-2007, 18:24 »

ตัวอย่างของ "ความเชื่อ" ที่ว่าการจู่โจมเป็นเรื่องดี โดยบิดเบือนเอามาปนกับคำสอนของศาสนา

"การต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชรัฐปัตตานี เป็นข้อบังคับต่อชาวมลายูปัตตานีทุกคน เพราะเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า แผ่นดินปัตตานีถูกยึดครองโดยสยาม ดังนั้นการต่อสู้(ญิฮาด) กับผู้ยึดครองจึงเป็นไปกฎข้อบังคับโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับการละหมาดและการถือศิลอด ดังนั้นเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 50 นั้นเป็นข้อยืนยันว่า พวกเรากำลังจู่โจมพร้อมทั้งได้รับการสนุบสนุนจากประชาชน และเราขอสาบานว่าจะทำการจู่โจมต่อไป จนชนชาวสยามจะไม่มีความสงบ และชาวสยามที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้จะไม่มีความปลอดภัยตราบใดที่ยังคิดที่จะอาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้ต่อไป จงจำไว้ว่าเราจะทำลายทุกด้าน ไม่ว่าด้านการเมือง เศรษกิจ จนกว่าชาวสยามจะออกไปอย่างมือเปล่าลงชื่อ "

ลงชื่อกลุ่มนักรบปัตตานีดารุสลาม
http://www.bangkokbiznews.com/2007/03/02/WW03_0301_news.php?newsid=57132

บันทึกการเข้า
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #23 เมื่อ: 02-03-2007, 18:41 »

^
^
^
เยอะจัง  

ไม่หรอกแถ  การทำลายชีวิตนั้นนับเป็นสิ่งเลวอย่างแน่นอน จริงๆอ้ะ

เพราะ คนเราก็เป็นสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีความกลัวตายเป็นสัญชาตญาณ
ถ้าเห็นอันตรายจะสะดุ้ง หรือหลบ เป็นกลไกป้องกันชีวิต (โดยไม่ต้องไตร่ตรองเหตุผลก่อนทำ)
ถ้าคิดว่าเจ็บตัวดี ตายแล้วดี จะสะดุ้งหลบทำไม จริงป๊ะ

การฆ่า หรือทำร้ายร่างกาย ถ้าเราตกเป็นผู้ถูกฆ่า ถูกทำร้าย เราย่อมว่าไม่ดีแน่ๆ ไม่ต้องอ้างสังคมความเชื่อ

แต่ไอ้ที่ต้องอ้างสังคมความเชื่อน่ะ  เป็นการที่เราจะฆ่า จะทำร้าย จะทำความเลวกับคนอื่นต่างหาก
จึงได้หาข้ออ้างทางสังคมความเชื่อ อ้างอำนาจเหนือโลกอะไรซักอย่าง ที่จะทำร้ายคนอื่น

ผมเชื่อเองอ่ะนะ ว่านอกเหนือจากเรื่องการฆ่าแล้ว  ยังมีเรื่องอื่นๆอีกที่เป็นพื้นฐาน เหมือนกันทุกวัฒนธรรม
รวมกันหลายๆเรื่อง ก็เลยกลายเป็นจิตสำนึกไง

ปล. ไม่ได้อยากจะเถียงเพื่อเอาชนะนะครับ  ผมคิดแตกต่างไปก็พิมพ์ออกมา  อย่าซีเรียส

ไอ้เรื่องปลาเก๋าเนี่ย เคยดูสารคดี มันเป็นเมนูจีน มีมานานแล้ว
อยากรู้เหมือนกัน ถ้าคนทำอาหารต้องลงไปแช่ในน้ำมันเดือดๆครึ่งตัว แล้วจะยังคิดว่าตัวเองน่าอร่อยอยู่อีกมั้ย  
บันทึกการเข้า
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #24 เมื่อ: 02-03-2007, 18:46 »

ตัวอย่างของ "ความเชื่อ" ที่ว่าการจู่โจมเป็นเรื่องดี โดยบิดเบือนเอามาปนกับคำสอนของศาสนา

"การต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชรัฐปัตตานี เป็นข้อบังคับต่อชาวมลายูปัตตานีทุกคน เพราะเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า แผ่นดินปัตตานีถูกยึดครองโดยสยาม ดังนั้นการต่อสู้(ญิฮาด) กับผู้ยึดครองจึงเป็นไปกฎข้อบังคับโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับการละหมาดและการถือศิลอด ดังนั้นเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 50 นั้นเป็นข้อยืนยันว่า พวกเรากำลังจู่โจมพร้อมทั้งได้รับการสนุบสนุนจากประชาชน และเราขอสาบานว่าจะทำการจู่โจมต่อไป จนชนชาวสยามจะไม่มีความสงบ และชาวสยามที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้จะไม่มีความปลอดภัยตราบใดที่ยังคิดที่จะอาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้ต่อไป จงจำไว้ว่าเราจะทำลายทุกด้าน ไม่ว่าด้านการเมือง เศรษกิจ จนกว่าชาวสยามจะออกไปอย่างมือเปล่าลงชื่อ "

ลงชื่อกลุ่มนักรบปัตตานีดารุสลาม
http://www.bangkokbiznews.com/2007/03/02/WW03_0301_news.php?newsid=57132



อืม นี่ไง  พอจะทำร้ายคนอื่น ก็อ้างได้ว่าเป็นความเชื่อ เอาศาสนามา เอาวัฒนธรรมมาอ้าง
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #25 เมื่อ: 02-03-2007, 21:08 »

^
^
^
เยอะจัง  

ไม่หรอกแถ  การทำลายชีวิตนั้นนับเป็นสิ่งเลวอย่างแน่นอน จริงๆอ้ะ

เพราะ คนเราก็เป็นสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีความกลัวตายเป็นสัญชาตญาณ
ถ้าเห็นอันตรายจะสะดุ้ง หรือหลบ เป็นกลไกป้องกันชีวิต (โดยไม่ต้องไตร่ตรองเหตุผลก่อนทำ)
ถ้าคิดว่าเจ็บตัวดี ตายแล้วดี จะสะดุ้งหลบทำไม จริงป๊ะ

การฆ่า หรือทำร้ายร่างกาย ถ้าเราตกเป็นผู้ถูกฆ่า ถูกทำร้าย เราย่อมว่าไม่ดีแน่ๆ ไม่ต้องอ้างสังคมความเชื่อ

แต่ไอ้ที่ต้องอ้างสังคมความเชื่อน่ะ  เป็นการที่เราจะฆ่า จะทำร้าย จะทำความเลวกับคนอื่นต่างหาก
จึงได้หาข้ออ้างทางสังคมความเชื่อ อ้างอำนาจเหนือโลกอะไรซักอย่าง ที่จะทำร้ายคนอื่น

ผมเชื่อเองอ่ะนะ ว่านอกเหนือจากเรื่องการฆ่าแล้ว  ยังมีเรื่องอื่นๆอีกที่เป็นพื้นฐาน เหมือนกันทุกวัฒนธรรม
รวมกันหลายๆเรื่อง ก็เลยกลายเป็นจิตสำนึกไง

ปล. ไม่ได้อยากจะเถียงเพื่อเอาชนะนะครับ  ผมคิดแตกต่างไปก็พิมพ์ออกมา  อย่าซีเรียส

ไอ้เรื่องปลาเก๋าเนี่ย เคยดูสารคดี มันเป็นเมนูจีน มีมานานแล้ว
อยากรู้เหมือนกัน ถ้าคนทำอาหารต้องลงไปแช่ในน้ำมันเดือดๆครึ่งตัว แล้วจะยังคิดว่าตัวเองน่าอร่อยอยู่อีกมั้ย  

อันที่เป็นความเชื่อ มันเถียงกันไม่จบหรอก ไม่มีประโยชน์ที่จะมาเถียงเอาชนะ

เพราะไม่มีใครบอกถูกบอกผิดได้ แค่พอรู้ว่าใครคิดยังไงก็พอแล้ว
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: