1 ตุลาคม 2549 18:47 น.
"พล.อ.สุรยุทธ์" เปิดใจ 2 เหตุผลหลักตัดสินใจรับตำแหน่งนายกฯ คือ ปัญหาการเมือง และจังหวัดชายแดนใต้ ระบุทำหน้าที่ฝ่ายบริหารตามกรอบเวลา 1 ปี ก่อนเปิดให้มีเลือกตั้ง ขอเวลา 1 สัปดาห์ตั้งทีมเศรษฐกิจ พร้อมยึดหลักคุณธรรม เศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักบริหารประเทศ
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี คนที่ 24 แถลงข่าวและตอบคำถามสื่อมวลชน หลังเข้าพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 24 ของประเทศไทย
โดยกล่าวว่าเหตุผล 2 ประการ ที่เข้ามารับตำแหน่ง คือ ประการแรก คือ ปัญหาเรื่องทางการเมือง ประการที่สอง ปัญหาในเรื่องของภาคใต้ "ผมตระหนักดีว่าปัญหาทั้ง 2 ปัญหา เป็นความสำคัญและต้องการความปรองดองเข้าใจที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา ซึ่งถือเป็นปัญหาที่สำคัญของเรา เหตุหลักๆ ที่พอจะประมวลได้ก็น่าจะเกิดจากความไม่เป็นธรรมในสังคมของเรา ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาทั้งพรรคการเมือง และปัญหาสถานการณ์ทางภาคใต้ ดังนั้นผมจึงขอเรียนวิงวอนต่อพี่น้องประชาชนทุกคนว่า ผมขอใคร่ความร่วมมือที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาทั้งสอง"
"การที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาทั้งสองนี้ก็อยู่ที่ความสามัคคี ความรักใคร่ปรองดองของพวกเราทุกคนที่จะร่วมมือกันแก้ไข ในหน้าที่ของผมนั้น ซึ่งถือว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถภายในกรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวได้กำหนดไว้ นั่นก็คือประมาณ 1 ปี เมื่อจบสิ้นวาระแล้วก็เป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนทุกคนที่จะได้มีการเลือกตั้ง เพื่อสรรหาฝ่ายบริหารที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่ตามความต้องการของพี่น้องประชาชนทุกคน"
จากนั้น ได้เปิดโอกาสให้สื่อได้ซักถาม โดยผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรอบแนวทางที่จะสร้างความมั่นใจในการลงทุนด้านเศรษฐกิจอย่างไร และมีใครอยู่ในใจที่จะอยู่ในทีมเศรษฐกิจแล้วหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่มี ผมจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนี้ในการที่จะเลือกบุคคลที่จะมาร่วมในคณะรัฐมนตรีชั่วคราว และหลักจากนั้นก็จะมีการชี้แจงนโยบายในเรื่องที่จะสร้างความมั่นใจในเรื่องเศรษฐกิจ คงจะต้องมีการหารือก่อน เพราะว่าคงมิใช่นโยบายของผมแต่เพียงผู้เดียว คงเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรีที่จะต้องช่วยกันพิจารณาในการบริหารงาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่า ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล ผู้ว่าฯธปท. มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะร่วมทีมหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ขอพิจารณา ผมตอบได้เพียงเท่านั้น
ถามอีกว่า ก่อนหน้านี้เคยประกาศว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้ท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ที่ตนได้รับหน้าที่ในฐานะผู้บริหารนี้ เนื่องจากทางหัวหน้า คปค. หรือประธานคณะมนตรีความมั่นคงได้พบและอธิบายถึงเหตุผลที่จำเป็นที่ต้องดำเนินการเข้ามาปฏิรูปการปกครองในช่วงนี้
"ผมก็ได้รับฟังและได้มีการหารือกันว่าความเหมาะสมเป็นอย่างไรบ้าง มีบุคคลอื่นที่ทางคณะมนตรีได้ไปพบหรือหารือไว้ในใจอย่างไรบ้าง นั้นก็เป็นเรื่องที่ท่านประธานได้บอกผมว่า ในทุกๆ ด้านแล้ว ก็อยากจะให้ผมเข้ามารับภาระ ท่านก็ตอบตรงๆ ผมเองก็ไม่มีความคิดที่จะรับหน้าที่ในการบริหารนี้ แต่ว่าด้วยความจำเป็นก็ต้องรับเพื่อแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมือง ผมมองถึงปัญหาในระยะยาวของบ้านเมืองของเรา หากเราร่วมมือกันและแก้ไขได้ก็เหมือนกับว่าเราผ่านช่วงเวลาวิกฤตินี้ไปแล้ว และสามารถฟันฝ่าฟันอุปสรรคเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของบ้านเมืองของเรา"
ถามว่า การพิจารณาสรรหาบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งคณะรัฐมนตรี จะเน้นในเรื่องอะไรเป็นพิเศษ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ก็คงจะเรียนได้ว่า ตนจะพยายามเลือกบุคคลที่จะมาร่วมงานในลักษณะที่เป็นกลาง มีความรู้ มีความสามารถ และมีความเต็มใจที่จะมาร่วมกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง
ถามว่า ท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรีแบบไหนของประเทศไทย พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ก็คงเป็นแบบตัวของตัวเอง ก็คือ พยายามที่จะเป็นกันเองกับทุกๆ ส่วน พยายามที่จะลงไปรับข้อมูลจากทุกๆ ภาค ทุกๆ ส่วน และถ้าเป็นไปได้ก็คงมีโอกาสไปพบปะกับประชาชนในทุกๆภาค ทุกๆส่วนให้มากที่สุดเท่าที่เวลาของผมจะอำนวย
ถามว่า ใน 1 ปีของการบริหารงานของท่านอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยได้ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ผมคงจะไม่สามารถพูดถึงอนาคตข้างหน้าได้ แต่อยากจะเรียนว่าผมขอความร่วมมือจากทุกๆ ท่านเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าในปัจจุบัน คงจะตอบได้เพียงเท่านี้ว่าเราอยากได้รับสิ่งที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ถามว่า ที่ผ่านมาข้าราชการมีปัญหาในการทำงานในส่วนรัฐบาลที่แล้ว และภายใต้การบริหารงานของท่าน ข้าราชการจะปฏิบัติหน้าที่อย่างไร พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ผมจะยืนอยู่บนระบบคุณธรรม สร้างความเป็นธรรมในระบบการบริหารงานเป็นหลัก ซึ่งระบบคุณธรรมนี้หมายถึงดูเรื่องความสามารถ ประสิทธิภาพ และความซื่อตรงเป็นหลักที่สำคัญ
ถามว่า ในส่วนของเศรษฐกิจ จะเน้นหลักอะไร พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า
จะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทาน เราคงไม่ได้มุ่งเรื่องของตัวเลขจีดีพีมากนัก แต่คงจะดูในเรื่องของตัวที่วัดความผาสุกของพี่น้องประชาชนมากกว่าถามว่า ในเรื่องการปราบทุจริตที่ขณะนี้มีการตั้ง คตส. และป.ป.ช. แล้ว ทางรัฐบาลจะให้การสนับสนุนอย่างไรบ้าง พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของฝ่ายบริหารเราก็จะให้ความร่วมมือมากที่สุด เพราะในการดำเนินการนั้นจะยืนอยู่บนหลักของความยุติธรรมโดยใช้กฎหมาย และองค์กรอิสระ หรือหน่วยงานด้านความยุติธรรมก็คงมีหน้าที่ดำเนินการไป หากต้องการการสนับสนุน เช่น หลักฐาน เอกสารต่างๆ เราก็พร้อมให้การสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง
http://www.bangkokbiznews.com/2006/10/01/w001_142296.php?news_id=142296