ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
13-10-2026, 19:59
378,182
กระทู้ ใน
21,926
หัวข้อ โดย
9,412
สมาชิก
สมาชิกล่าสุด:
MAN4U
หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
|
ทั่วไป
|
สภากาแฟ
|
เปิดงานวิจัย นโยบายทักษิณ เอื้อประโยชน์ กลุ่มชินฯ อื้อซ่า
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า:
[
1
]
ส่งหัวข้อนี้
พิมพ์
เปิดงานวิจัย นโยบายทักษิณ เอื้อประโยชน์ กลุ่มชินฯ อื้อซ่า (อ่าน 1969 ครั้ง)
taworn09220
ขาประจำ
ออฟไลน์
กระทู้: 302
เปิดงานวิจัย นโยบายทักษิณ เอื้อประโยชน์ กลุ่มชินฯ อื้อซ่า
«
เมื่อ:
01-10-2006, 09:20 »
เปิดงานวิจัย นโยบายทักษิณ เอื้อประโยชน์ กลุ่มชินฯ อื้อซ่า
เปิดสาระสำคัญ ดร.วิทยากร เชียงกูล คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เสนองานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า เรื่อง นโยบายของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ การทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Conflict of Interest) ต่อที่ประชุมสัมมนาการเมืองการปกครองไทย 2549 ที่โรงแรมเซ็นทรัล โซฟิเทล เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2549 ที่ผ่านมา
งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์แนวนโยบายและมาตรการของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงปี 2544-2548 ว่ามีกรณีใดบ้างที่ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Conflict of Interest)กรณีเหล่านั้นส่งผลกระทบต่อกลุ่มทางสังคมกลุ่มต่างๆ และการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศอย่างไร และจะป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างไร
ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) หมายถึง ผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวมของผู้มีอำนาจหน้าที่ที่ต้องตัดสินใจทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ขององค์กรภาคธุรกิจเอกชน และเจ้าหน้าที่ภาคประชาสังคม (Civil Society)
ในงานวิจัยชิ้นนี้จะเน้นเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นนักการเมือง เนื่องจากมีบทบาทก่อให้เกิดปัญหานี้ในระดับสูงกว่าข้าราชการประจำ
ปัญหาการทับซ้อนของผลประโยชน์เกิดขึ้นเมื่อการกำหนดนโยบายพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคม หรือการตัดสินใจทางการเมือง ถูกแทรกแซงด้วยผลประโยชน์เฉพาะของบริษัทธุรกิจเอกชน ทำให้ผลที่ออกมา คือ นโยบายหรือมาตรการที่ให้ผลประโยชน์กับบริษัทธุรกิจเอกชนบางราย บางกลุ่ม แต่สังคมโดยรวมเสียประโยชน์ ผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นรูปแบบใหม่ของการทุจริตคอร์รัปชั่นมีพบมากขึ้นในยุคที่รัฐเข้าไปมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และการหาประโยชน์จากธุรกิจในโลกสมัยใหม่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น มีลักษณะแตกต่างจากการทุจริตคอร์รัปชั่นรูปแบบเก่า คือ กฎหมายอาจจะเอาผิดไม่ได้ หรือกฎหมายอาจยังล้าสมัย มีช่องโหว่อยู่ แต่สหประชาชาติ องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) และประเทศส่วนใหญ่ถือว่า เป็นเรื่องผิดจริยธรรมและขัดต่อหลักความเป็นธรรมและระบบการบริหารงานที่ดี (Good Governance) และถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการทุจริตคอร์รัปชัน
จากข้อมูลของนักวิชาการ วุฒิสมาชิก สมาชิกผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน สื่อมวลชน องค์กร ประชาชนจำนวนมากยืนยันไปในทางเดียวกันว่า มีการดำเนินนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลในหลายด้านที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ระหว่างผลประโยชน์ของสาธารณชน กับผลประโยชน์ของเจ้าของ/ผู้มีตำแหน่งทางการเมือง เครือญาติหรือพรรคพวกของผู้มีตำแหน่งทางการเมือง
นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ และพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีข้อมูลที่มีน้ำหนักว่าเกี่ยวโยงกับปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน อาทิ การที่นายกรัฐมนตรี (รวมทั้งรัฐมนตรีคนอื่นๆ) เลือกใช้วิธีโอนหุ้นให้ลูกและญาติก่อนเข้ารับตำแหน่ง แทนที่จะโอนหุ้นให้นิติบุคคลดูแลบริหารหุ้นแทนโดยไม่เข้าเกี่ยวข้องตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูก
ทั้งนักการเมืองเหล่านั้นยังคงใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตนเอง เช่น บริษัทชินคอร์ปของครอบครัวชินวัตรหลายทาง เช่น นโยบายนำภาษีสรรพสามิตมาใช้กับบริษัทธุรกิจด้านโทรคมนาคม เอื้อประโยชน์แก่บริษัทธุรกิจที่ลงทุนอยู่แล้ว (เช่น เอไอเอส ของชินคอร์ป)
การแก้ไขขอลดค่าสัมปทานสถานโทรทัศน์ไอทีวีลง และเลื่อนเวลาการออกอากาศรายการประเภทบันเทิงจากภาคดึกมาเป็นภาคหัวค่ำ ซึ่งมีผู้ชมมาก (Prime Time) เพื่อจะได้มีรายได้จากการโฆษณาเพิ่มขึ้น เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทที่ได้รับสัมปทานซึ่งมีนักการเมืองที่เป็นรัฐบาลถือหุ้นใหญ่
การให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ยกเว้นภาษีการสั่งเข้าวัสดุอุปกรณ์ให้กับบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ในเครือชินคอร์ป และสนับสนุนให้ธนาคาร EXIM BANK (ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า) ของรัฐให้เงินกู้คิดดอกเบี้ยต่ำกับรัฐบาลพม่า โดยรัฐบาลไทยค้ำประกันเงินกู้ให้พม่า เพื่อจะใช้ซื้อบริการจากบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน)
ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนทำให้ผู้มีอำนาจทางการเมืองเร่งรัดการใช้ทรัพยากรกับแบบใครมีอำนาจใครได้ มุ่งหากำไรสูงสุดของเอกชน และการเติบโตของตัวเลขเศรษฐกิจภาพรวม โดยไม่คำนึงต้นทุน และผลตอบแทนทางสังคม หรือผลกระทบต่อประชาชนส่วนรวม การเร่งรัด การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณสมบัติ งบประมาณ ฯลฯ เพื่อผลิตสินค้าและบริการแสวงหาผลกำไรสูงสุดของเอกชน ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมเติบโต แต่เป็นประโยชน์กับเจ้าของธุรกิจส่วนน้อยมากกว่าประชาชนทั่วไป และทำให้เกิดการทำลายสภาวะแวดล้อม การขาดความสมดุลระหว่างเมืองกับชนบท การกระจายทรัพย์สินและรายได้ที่ไม่เป็นธรรมปัญหาความยากจนและปัญหาสังคมเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจขั้นพื้นฐานอ่อนแอ มีโอกาสนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจสังคมที่รุนแรงยิ่งขึ้นในระยะต่อไป
แนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและผลประโยชน์ทับซ้อน ได้แก่ 1.แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปทางการเมือง ให้ประชาชนมีสิทธิและอำนาจในการจัดตั้งองค์กรที่เป็นฝ่ายประชาชนหรือฝ่ายเป็นกลาง เป็นอิสระ มีขีดความสามารถที่จะตรวจสอบและถอดถอนนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐได้เพิ่มขึ้น 2.ตราพระราชบัญญัติตั้งองค์กรอิสระเพิ่มขึ้น เช่น องค์กรอิสระข้อมูลข่าวสารองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค องค์กรอิสระสภาพแวดล้อมแห่งชาติ องค์กรอิสระเพื่อความโปร่งใส และปฏิรูปกระบวนการได้มาซึ่งคณะกรรมการองค์กร ควรให้ได้คนที่เป็นกลาง เป็นอิสระจากพรรคการเมืองจริงๆ
3.ปฏิรูปและบังคับใช้กฎหมายให้ผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองและครอบครัวต้องโอนหุ้นให้ทรัสต์ และห้ามผู้มีตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องที่จะเอื้อประโยชน์ให้บริษัทที่ตนถือหุ้นอยู่ด้วย 4.ออกกฎหมายกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการระดับสูงและคู่สมรส รายงานและเปิดเผย (DISCLOSURE) สถานะการเป็นเจ้าของทรัพย์สินตอนเริ่มเข้ารับตำแหน่ง และหลังจากพ้นตำแหน่ง หรือต้องรายงานทุกปี
5.การใช้หลักให้ผู้เกี่ยวข้องงดเว้น (Recusal) การเข้าร่วมพิจารณาเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น ถ้าคณะกรรมการของหน่วยงานรัฐกำลังพิจารณาว่าจะจ้างบริษัทที่ปรึกษาเอกชนหรือให้บริษัทเอกชนเข้ามาประมูลรับงาน และมีกรรมการบางคนที่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์กับบางบริษัทกรรมการผู้นั้นต้องงดเว้นไม่เข้าร่วมการพิจารณาครั้งนั้น เป็นต้น
.....ผู้จัดการออนไลน์
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
ออฟไลน์
กระทู้: 13,486
Re: เปิดงานวิจัย “นโยบายทักษิณ” เอื้อประโยชน์ “กลุ่มชินฯ” อื้อซ่า
«
ตอบ #1 เมื่อ:
01-10-2006, 09:41 »
คิดว่าไม่เกินอีก 1 เดือนน่าจะมีอายัดทรัพย์รัฐมนตรี
บันทึกการเข้า
http://canthai.hi5.com
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
ออฟไลน์
กระทู้: 4,183
น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว
Re: เปิดงานวิจัย “นโยบายทักษิณ” เอื้อประโยชน์ “กลุ่มชินฯ” อื้อซ่า
«
ตอบ #2 เมื่อ:
01-10-2006, 10:09 »
คำว่า "ผลประโยชน์ทับซ้อน" เนี่ย
ดูไปเหมือนสากกะเบือที่คอยทิ่มแทงรูทวารมันมาตลอด
เจอคำนี้ถามเข้าทีไรหน้าเขียวหน้าแดงร้องโอ้กอ้ากทุกที
บันทึกการเข้า
"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว"
รสนา โตสิตระกูล
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
ออฟไลน์
เพศ:
กระทู้: 4,637
Worrior in The Blue Armor
Re: เปิดงานวิจัย นโยบายทักษิณ เอื้อประโยชน์ กลุ่มชินฯ อื้อซ่า
«
ตอบ #3 เมื่อ:
01-10-2006, 11:59 »
ใครทำผิดก็ต้องโดนเช็คบิลไปตามกระบวนการทางกฎหมายครับ แต่ผมสงสัยว่าทำไมพวกลิ่วล้อถึงสนับสนุนคนโกง เอาความชอบมาอยู่เหนือเหตุผล
บันทึกการเข้า
ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^
PJSOFT
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
ออฟไลน์
กระทู้: 154
Re: เปิดงานวิจัย “นโยบายทักษิณ” เอื้อประโยชน์ “กลุ่มชินฯ” อื้อซ่า
«
ตอบ #4 เมื่อ:
01-10-2006, 13:31 »
ใจเย็นครับ เดี๋ยวก็โดนเขาสวนกลับมาหรอก....
เขาจะสวนว่า
เหตุผลคืออะไร ?
บันทึกการเข้า
หน้า:
[
1
]
ส่งหัวข้อนี้
พิมพ์
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
ทั่วไป
-----------------------------
=> ห้องสาธารณะ
=> สภากาแฟ
=> ชายคาพักใจ
=> ร้อยรักษ์กวีวรรณ
=> ตะกร้าข่าว
-----------------------------
ด้านเทคนิค
-----------------------------
=> ปัญหาการใช้งาน
-----------------------------
ทั่วไป
-----------------------------
=> สโมสรริมน้ำ
-----------------------------
ด้านเทคนิค
-----------------------------
=> ห้องทดสอบ
===> ทดสอบบอร์ดย่อย
Powered by SMF 1.1.20
|
SMF © 2005, Simple Machines
|
Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.068 วินาที กับ 23 คำสั่ง