ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
26-09-2026, 18:18
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  ห้องสาธารณะ  |  เปิดที่อยู่เพนต์เฮ้าส์หรูแค่300ล.ให้ลูกสาวอยู่ใช้ชื่อมาเฟียรัสเซียซื้อ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
เปิดที่อยู่เพนต์เฮ้าส์หรูแค่300ล.ให้ลูกสาวอยู่ใช้ชื่อมาเฟียรัสเซียซื้อ  (อ่าน 1608 ครั้ง)
Ka_Ka (^<^)
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 12-07-2006, 09:16 »

เปิดที่อยู่เพนต์เฮ้าส์หรูแค่300ล.ให้ลูกสาวอยู่ใช้ชื่อมาเฟียรัสเซียซื้อโยงใย'แก๊งค์ฟอกเงิน'

11 July 2006 14:46


ฮอตไลน์สายตรงจากลอนดอน เปิดที่อยู่ “เพนต์เฮ้าส์” สุดหรูของผู้มีอำนาจ มูลค่าเกือบ 300 ล้านบาท ตั้งอยู่ย่านย่าน High Street แถวเคนซิงตัน แต่ใช้ชื่อ “มาเฟียรัสเซีย” ผู้ยิ่งใหญ่ที่ค้าของเถื่อนซื้อ “เอกยุทธ” ปูดลูกสาวคนรองอาศัยอยู่บ้านหลังนี้จริง หลังเคยพบออกมาเปิดประตูด้วยตัวเอง แฉเพิ่มมีการทุ่มเงินอีกพันล้านบาทซื้อบ้านหลังใหญ่ติดกับเศรษฐีค้าเหล็กระดับโลก

นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานบริหารเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ เปิดเผยทางไกลจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่า ตนได้รับการติดต่อจากบุคคลหลายฝ่ายในเมืองไทย ที่อยากทราบถึงบ้านพักของผู้มีอำนาจรัฐในไทยคนหนึ่ง ที่มาซื้อบ้านพักในลอนดอน โดยมีข่าวออกมาว่า ไปซื้อแฟลตแบบเพนต์เฮ้าส์สุดหรูราคา 320 ล้านบาทเอาไว้ ซึ่งหลังจากได้มีการตรวจสอบรายละเอียดแล้วพบว่า เป็นแฟลตหรูมีที่ตั้งอยู่เลขที่ 2 AKA No.50 Maple Lodge, Marloes Road W85UN ซึ่งตั้งอยู่บน High Street ย่านเคนซิงตัน ในใจกลางกรุงลอนดอน ซึ่งราคาประเมินที่พัก เวลานี้อยู่ที่ประมาณ 3-4 ล้านปอนด์เศษ หรือประมาณ 210-280 ล้านบาท

“มีคนโทรศัพท์ทางไกลจากเมืองไทยมาหาผมหลายคน ต่างก็อยากรู้ว่า ผู้มีอำนาจรัฐคนนี้ไปซื้อเพนต์เฮ้าส์สุดหรูไว้จริงหรือไม่ และตั้งอยู่ตรงไหน ผมเลยให้ทีมงานติดตามดู ก็พบว่า เป็นเพนต์เฮ้าส์สุดหรู มีรั้วรอบขอบชิด คล้ายคอนโด มีหลายบล็อก ซึ่งคนทั่วไป เข้าไปไม่ได้ง่ายๆ โดยเพนต์เฮ้าส์หลังนี้อยู่ใกล้กับบ้านพักของภรรยานายอาสา (สารสิน ราชเลขาธิการ) และที่ผมรู้แน่ๆ เพราะลูกสาวคนรองของครอบครัวผู้ยิ่งใหญ่นี้ที่เดินทางมาศึกษาต่อที่ลอนดอนได้พักอาศัยอยู่เพนต์เฮ้าส์หลังนี้จริง เคยถึงขนาดออกมาเปิดประตูต้อนรับคนแปลกหน้าด้วย”นายเอกยุทธกล่าวและว่า สำหรับรถยนต์ที่ครอบครัวนี้ซื้อให้ลูกไว้ใช้ที่ลอนดอน ก็คือ รถมินิออสตินสีน้ำเงินคันเล็กๆ นั่นเอง ซึ่งตนยังเคยขับรถสวนกันในลอนดอนเลย อย่างไรก็ตาม ทราบมาว่า ขณะนี้ลูกสาวคนรองนี้ได้กลับเมืองไทยไปพักผ่อนช่วงวันหยุดกับครอบครัวนี้แล้ว

นายเอกยุทธ กล่าวต่อว่า สำหรับเพนต์เฮ้าส์สุดหรูหลังนี้ เมื่อมีการตรวจสอบรายชื่อไป พบว่า ผู้ลงทะเบียนเป็นเจ้าของคือชาวรัสเซีย และเมื่อตรวจสอบลึกไปถึงเส้นสายภายในพบว่า เป็นถึงระดับ “มาเฟีย” ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับเศษเหล็กต่างๆ และมีฐานใหญ่อยู่ในไซปรัส ซึ่งถนัดในเรื่องการค้าของเถื่อนนั่นเอง ตนก็เลยไม่รู้ว่า บ้านพักหลังนี้ตกลงเป็นของผู้มีอำนาจรัฐคนนี้จริงหรือไม่ หรือว่ามีการใช้ชื่อแฝง (นอมินี) หรือว่ามีการทำธุรกิจลับๆ กลับมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่กลุ่มนี้ ซึ่งจากข้อมูลที่ตนได้รับเวลานี้ ยังไม่อยากเชื่อว่า บุคคลที่มีอำนาจรัฐในไทยจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับมาเฟียที่ค้าของเถื่อนชาวรัสเซีย ที่รับรู้กันดีว่า เชี่ยวชาญเรื่องการฟอกเงินระดับโลก ทั้งที่ตัวเองมีตำแหน่งใหญ่โตในเมืองไทย

นายเอกยุทธ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จากการติดตามกระบวนการพวกฟอกเงินระดับชาติของกลุ่มมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ พบว่า มีการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ในการฟอกเงิน โดยจะไปตั้งบริษัทจดทะเบียนในสาธารณรัฐมอริเชียส (Republic of Mauritius) ซึ่งเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกาประมาณ 2,400 กิโลเมตร และห่างจากประเทศมาดากัสการ์ประมาณ 800 กิโลเมตร มีพื้นที่ 1,860 ตารางกิโลเมตร จากนั้นเมื่อมีการจดทะเบียนบริษัทเสร็จแล้ว ก็จะมีการโยกย้ายถ่ายเทเงินเข้ามาทำธุรกรรมต่างๆ ในประเทศลิกเกนสไตน์ ซึ่งมีกฎหมายพิเศษที่ทำให้ยากต่อการติดตามธุรกรรมด้านการเงินของผู้ที่ไปลงทุน ซึ่งรูปแบบนี้เข้าข่ายการฟอกเงินรูปแบบใหม่ที่บรรดากระบวนการค้าของเถื่อนกำลังนิยมทำกัน

ทั้งนี้เพราะที่ลิกเกนสไตน์นี้ จะมีการเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำมาก และบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ก็จะมีช่วงปลอดภาษีให้ ทั้งนี้ขึ้นกับประเภทธุรกิจด้วย โดยภาษีสำหรับ estate tax เก็บในอัตรา 0.2-0.9% ส่วนภาษีเงินได้เก็บในอัตรา 4-18% สำหรับบริษัทถือหุ้น (holding company) ที่มีถิ่นที่อยู่ในลิกเกนสไตน์ก็จะได้รับสิทธิพิเศษไม่ต้องเสียภาษี ลิกเกนสไตน์จึงเป็นแหล่งดึงดูดการลงทุนนอกประเทศ (off-shore investment) ที่สำคัญของยุโรป

“เชื่อว่า ผู้มีอำนาจรัฐของไทยคนนี้ คงมีการโยกย้ายถ่ายเทเงิน และมีการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านเครือข่ายมาเฟียชาวรัสเซียผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ ซึ่งรูปแบบเดิมที่นิยมใช้วิธีไปจดทะเบียนที่เกาะบริติชเวอร์จิ้น (BVI) นั้นเชยเสียแล้ว เพราะที่เกาะมอริเชียสนี้ จะยุ่งยากในการติดตามหาข้อมูลมากกว่า และเมื่อมีการโอนมาทำธุรกรรมด้านการเงินที่ลิกเกนสไตน์ต่อ ก็จะได้รับสิทธิพิเศษไม่ต้องเสียภาษี โดยเฉพาะหากสามารถหาคนลิกเกนสไตน์มาถือหุ้นในบริษัทนั้นๆ ได้ เรื่องนี้ทีมงานของผมที่สั่งให้ติดตามดูเส้นทางการเงินของครอบครัวผู้มีอำนาจรัฐคนนี้มาตลอด ก็สืบจนพบว่า มีการโยกย้ายการทำธุรกรรมด้านการเงินมาไว้ที่ลิกเกนสไตน์จริง ผมก็ไม่รู้ว่า หน่วยงานของรัฐอย่าง ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ป.ป.ช. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ตลท. (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) หรือแม้แต่กรมสรรพกรจะรู้รายละเอียดเรื่องเหล่านี้หรือไม่ ทั้งนี้คงต้องรอให้ผู้มีอำนาจรัฐคนนี้กระเด็นตกเก้าอี้เสียก่อน ถึงจะติดตามเส้นทางการโอนเงินของเขาออกมาตีแผ่ให้สังคมรับรู้ได้”นายเอกยุทธกล่าว

นายเอกยุทธ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ตนยังทราบด้วยว่า ผู้มีอำนาจรัฐในเมืองไทยคนนี้ ยังได้ไปซื้อบ้านหลังใหญ่อีกแห่งหนึ่ง มูลค่าประมาณ 15 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,050 ล้านบาท โดยบ้านหลังนี้มีรั้วรอบขอบชิด มีพื้นที่หลายเอเคอร์ อยู่ในย่านคนรวย ใจกลางกรุงลอนดอนเช่นกัน และมีพื้นที่ตั้งใกล้กับบ้านของเศรษฐีระดับโลกคนหนึ่งที่ทำการค้าในธุรกิจเหล็ก ซึ่งจัดว่าติดอันดับรวยมาก เพราะเคยถึงขนาดจัดงานแต่งงานให้ลูกสาว ใช้เงินจัดงานไปถึง 10 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 700 ล้านบาทมาแล้ว โดยการไปซื้อบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ ยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก อีกทั้งครอบครัวผู้ยิ่งใหญ่นี้ ยังมีความพยายามที่จะทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่า ลูกสาวตัวเองที่มาเรียนอยู่ที่ลอนดอน ยังพักอยู่ที่เพนต์เฮ้าส์ย่าน High Street ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่า ไม่อยากเปิดเผย หรือกลัวที่ต้องเปิดเผยต่อป.ป.ช.ซึ่งต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินกันแน่


บันทึกการเข้า
Ka_Ka (^<^)
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 12-07-2006, 09:17 »

นายเอกยุทธ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ตนยังทราบด้วยว่า ผู้มีอำนาจรัฐในเมืองไทยคนนี้ ยังได้ไปซื้อบ้านหลังใหญ่อีกแห่งหนึ่ง โดยเที่ยวไปคุยกันในหมู่คนไทยในลอนดอนว่า มีมูลค่าประมาณ 15 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,050 ล้านบาท ทั้งๆที่ ราคาที่ตนให้ทีมงานประเมิน พบว่า ไม่น่าจะเกิน 7-8 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 490-560 ล้านบาทเท่านั้น เข้าใจว่า คงพยายามจะอวดร่ำอวดรวย เพราะบ้านหลังนี้มีรั้วรอบขอบชิด มีพื้นที่หลายเอเคอร์ อยู่ในย่านคนรวย ใจกลางกรุงลอนดอนเช่นกัน และมีพื้นที่ตั้งใกล้กับบ้านของเศรษฐีระดับโลกคนหนึ่งที่ทำการค้าในธุรกิจเหล็ก ซึ่งจัดว่าติดอันดับรวยมาก เพราะเคยถึงขนาดจัดงานแต่งงานให้ลูกสาว ใช้เงินจัดงานไปถึง 10 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 700 ล้านบาทมาแล้ว โดยการไปซื้อบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ ยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก อีกทั้งครอบครัวผู้ยิ่งใหญ่นี้ ยังมีความพยายามที่จะทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่า ลูกสาวตัวเองที่มาเรียนอยู่ที่ลอนดอน ยังพักอยู่ที่เพนต์เฮ้าส์ย่าน High Street ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่า ไม่อยากเปิดเผย หรือกลัวที่ต้องเปิดเผยต่อป.ป.ช.ซึ่งต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินกันแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา คอลัมน์ “ลัดดาซุบซิบ” ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ได้ลงเนื้อความรายละเอียดตอนหนึ่ง...ว่า “ในความเป็นจริงเวลาไปลอนดอนปีสองปีก่อนพ.ต.ท.(...) คุณหญิง(....) ชอบเช่าเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อยู่ ต่อมาทั้งสองตกลงใจซื้อแฟลตแบบเพนต์เฮาส์ในราคา 2 ล้านปอนด์ ประมาณ 320 ล้านบาท บนถนนไฮสตรีต เคนซิงตัน ละแวกเดียว กับบ้านลูกสาวพงส์ สารสิน ชื่อ “วัลยา ปังศรีวงศ์” ซึ่งอยู่ดูแลลูกเรียนหนังสือ 3 คน เป็นหญิง 1 กับฝาแฝดชาย2
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: