ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
17-10-2026, 16:36
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ธอส.2แห่งล้มละลาย! US วัวพันหลัก วิกฤติศ.ก.โลกเต็มตัว และเกิดจาก USA !! 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ธอส.2แห่งล้มละลาย! US วัวพันหลัก วิกฤติศ.ก.โลกเต็มตัว และเกิดจาก USA !!  (อ่าน 3871 ครั้ง)
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« เมื่อ: 13-07-2008, 14:53 »

แบงก์ US เจ๊ง รัฐเข้าควบคุมกิจการไปอีกแห่ง/บ.รถ Big-3 ร่อแร่ (น้ำมันจะแพงต่อ)

ยังนึกถึงสมัยปี 2540 ได้หรือเปล่าที่มีข่าวธนาคารไทยที่นั่นที่นี่ออกอาการ NPL พุ่งแล้วก็เจ๊ง จนธปท.ต้องเข้าควบคุมกิจการ

เวลานี้ในอเมริกา อาการน่ากลัว เป็นธนาคารที่รับฝากเงิน แล้วไปปล่อยกู้โดยเน้นสินเชื่อบ้าน ธนาคารนี้ชื่อว่า IndyMac Bank  เกิดข่าวลือเรื่องหนี้เน่าก่อน เสร็จแล้วราคาหุ้นร่วงลงเกิน 80% แล้วข่าวลือก็เป็นจริง จากนั้นบรรษัทประกันเงินฝาก (FDIC) ก็เข้าไปลดทุนเดิมแล้วควบคุมกิจการ

กำลังมีธนาคารชื่อดังอีก 1 แห่งที่ออกอาการร่อแร่คือ Washington Mutual และอีกมากมายที่พยายามปิดข่าวหนี้เน่า เพื่อเก็บอาการเอาไว้

แบ๊งก์เจ๊ง ดอลล่าร์ร่วง น้ำมันแพง เงินเฟ้อ สถานการณ์แบบนี้จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนกว่าอเมริกาจะยอมรับความจริงว่า ตัวเองกำลังล้มละลาย และคือตัวการวิกฤติเศรษฐกิจโลก และเป็นหนี้เอเชียมหาศาล

หากลดดอกเบี้ยเพื่อซื้อเวลาต่อไป เงินก็จะเฟ้อต่อจนทำลายอเมริกา แต่ถ้าขึ้นดอกเบี้ย  NPL ก็จะพุ่งต่อจนจะมีธนาคารอีกจำนวนมากของอเมริกาเจ๊ง

ทางออกคือ อเมริกาจะต้องเคารพนโยบายการค้าเสรีที่ตัวเองไปประกาศและเทศนาไว้ทั่วโลก และยอมให้ จีน สิงคโปร์ อาหรับ เกาหลี เข้าไปฉีดเงินเพื่อครอบครองสถาบันการเงินในอเมริกา

แต่อเมริกากลับทำตรงกันข้ามด้วยการกีดกันทางการค้าทุกประเภท แล้วประกาศว่า จะต้องปกป้องกิจการตัวเองจาก Sovereign Wealth Funds ซึ่งเป็นการซื้อเวลาไปเรื่อยๆ แล้วสถานการณ์ก็แย่ลงอีก เปรียบเสมืือน เศรษฐีลูกค้ารายใหญ่ที่กำลังล้มละลาย เอาลูกระเบิดถอดสลักออกมาห้อยคอ แล้วขู่เจ้าหนี้ (ได้แก่ จีน อาหรับ สิงคโปร์ เอเชีย) ว่า "พวกมึงต้องช่วยกู ไม่งั้นถ้ากูตาย พวกมึงก็เจ๊งไปด้วย (พวกมึงต้องช่วยกันอุ้มกู้ ไม่งั้นเงินดอลที่พวกมึงถืออยู่ก็กลายเป็นกระดาษ Exclamation Exclamation Exclamation)"



IndyMac bank seized by US amid intensifying crisis

13 hours ago

LOS ANGELES (AFP) — Federally-seized IndyMac Bank was due to reopen Monday after suffering one of the biggest bank closures in US history, as the troubled US mortgage industry struggles to stem further meltdown.

The regulatory Office of Thrift Supervision (OTS) announced Friday it had placed the California-based bank, worth an estimated 32 billion dollars, under the control of the Federal Deposit Insurance Corporation (FDIC).

The mortgage lender, which will reopen as IndyMac Federal Bank, marked the largest bank failure in a year of mortgage and foreclosure crisis highlighted by a surge in defaults and a plunge in housing prices which are rippling through the US economy.

The FDIC stressed Saturday that it was seeking to return the bank to private operation within a few months.

"When we reopen Monday, we will begin the process of marketing this bank to try to get it back into the private sector. We expect that to take about 90 days," FDIC spokesman David Barr said on CNN television.

Barr said the FDIC had already fielded more than 9,000 calls from panicky customers wondering if their money was safe.

FDIC guarantees 100 percent of personal investments up to 100,000 dollars.

The bank was the fifth FDIC-insured failure of the year, and is expected to cost the FDIC between four and eight billion dollars, wiping out as much as 10 percent of its 53-billion-dollar Deposit Insurance Fund.

OTS regulators said the closure was prompted by withdrawals of 1.3 billion dollars made by the bank's customers since June, when doubts were raised publicly about the bank's long-term viability.

"The institution failed today due to a liquidity crisis," OTS director John Reich said Friday.

The decision had been anticipated after IndyMac's share price collapsed. The bank's stock, which traded at more than 28 dollars per share one year ago, closed Friday at just 28 cents per share.

The company announced in the past week it had halted lending and was planning to shed 3,800 jobs, more than half of its work force.

At its peak in 2006, the company, which had been reeling under the foreclosure crisis, employed 10,000 people. The latest layoffs would have reduced the work force to around 3,400.

IndyMac's woes came as US mortgage finance giants Fannie Mae and Freddie Mac were being pushed to the brink as a meltdown in their share prices in the past week raised fears of a government bailout.

The government-chartered, shareholder-owned Fannie Mae and Freddie Mac underpin some five trillion dollars in home loans.

In volatile trade Friday, shares plunged some 50 percent for both firms before a partial recovery. Freddie Mac ended with a loss of three percent and Fannie was down 22 percent, but both have lost around 75 percent since the start of the year.

The two firms said separately that they were "adequately capitalized" and had ample liquidity despite swirling market fears, while Treasury Secretary Henry Paulson on Friday offered no indication of imminent intervention.

"Today our primary focus is supporting Fannie Mae and Freddie Mac in their current form as they carry out their important mission," Paulson said.

IndyMac bank had been sent into freefall after comments by Democratic Senator Charles Schumer last month concerning the bank's health prompted a flood of withdrawals by panicked customers.

Schumer had sent letters to federal regulators, quoted in the Wall Street Journal, saying he was "concerned that IndyMac's financial deterioration poses significant risks to both taxpayers and borrowers and that the regulatory community may not be prepared to take measures that would help prevent the collapse of IndyMac."

The OTS's Reich said in the newspaper that Schumer's comments gave the bank "a heart attack."

Schumer quickly responded: "If OTS had done its job as regulator and not let IndyMac's poor and loose lending practices continue, we wouldn't be where we are today," the Journal quoted him as saying.

Reports said IndyMac's collapse was the second biggest in US history behind the 1984 failure of the 40-billion-dollar Continental Illinois Bank.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-07-2008, 09:24 โดย 华人万岁 » บันทึกการเข้า

AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 13-07-2008, 15:04 »

Freddie Mac กับ Fannie Mae เป็นบรรษัทปล่อยกู้สินเชื่อบ้านใหญ่สุด 2 แห่ง เป็นของรัฐบาล แต่การบริหารเป็นองค์กรอิสระแยกต่างหาก (คล้่ายๆ ธ.อาคารสงเคราะห์) ก็กำลังร่อแร่ ราคาหุ้นร่วงเหมือนน้ำตก

นาย Paulson รมว.คลัง กล่าวว่า ต้องยอมปล่อยให้แบ๊งก์เจ๊ง ไม่มีทางเลือก แต่มีคนบอกว่า ให้รัฐบาลเอาเงินภาษีประชาชน(พิมพ์เงิน)เข้าไปอุ้มต่อ




บันทึกการเข้า

AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 13-07-2008, 15:47 »

บริษัทรถที่เคยเป็นสัญลักษณ์ความมั่งคั่งอเมริกากำลังทรุดหนัก เจอ ญี่ปุ่น เกาหลี ตีตลาดด้วยรถขนาดเล็กรับยุคน้ำมันแพง   ถ้าไม่ปล่อยเจ๊ง มีหวังตกเป็นของ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน หรือ อินเดีย แน่นอน

Market valuations for GM, Ford skid as fears accelerate
Fri, July 11, 2008

 Shares of General Motors Corp. slid to another record low yesterday, as speculation swirled about the financial viability of U.S.-based automakers and a possible bankruptcy filing at GM.

GM shares fell 64 cents, or 6.2 per cent, to close at $9.69, after tumbling to $9.32 earlier, passing Monday's five-decade low by 60 cents.

Yesterday's low marked the Detroit-based automaker's lowest share price since July 2, 1954, when its stock dropped to $9.15, according to the Center for Research in Security Prices in Chicago. The price is adjusted for splits and other changes.

Carl-Peter Forster, president of GM Europe, called rumours that the automaker is near bankruptcy "baseless."

But Forster acknowledged the automaker must restructure its U.S.-businesses in the next 18 months. ..
.............................

บันทึกการเข้า

PANTHEP
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #3 เมื่อ: 13-07-2008, 15:55 »

OMG Oh my god 

สนน  สนน้านหน้า 
บันทึกการเข้า

1ktip
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,457



« ตอบ #4 เมื่อ: 13-07-2008, 19:34 »

นักลงทุนทิ้งหุ้นภาคอสังหาฯ-การเงิน หันไปปั่นกลุ่มพลังงานแทน พอน้ำมันแพง ต้นทุนการผลิต-นำเข้าเพิ่ม
เศรษฐกิจชะลอตัว อสังหาฯ ขายไม่ออก ความสามารถในการชำระหนี้ลด เจ๊งเป็นงูกินหาง
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #5 เมื่อ: 13-07-2008, 20:26 »

ผมกับเพื่อน ๆ เคยตั้งวงคุยเรื่องเหล่านี้
โดยเฉพาะเรื่อง "รูปแบบการบริหารงาน" ในลักษณะ "ผู้บริหารรับจ้าง" หรือ CEO และพฤติกรรม Share Holder ทั้งในตลาด - นอกตลาด ของวิสาหกิจอเมริกัน

เราสรุปออกมาได้คำเดียวว่าสุดท้ายแล้ว 
อเมริกาจะต้อง "เจ๊ง" หรือ "เสร็จเอเชีย"

เพราะรูปแบบองค์กร อันได้แก่ ภาระอำนาจ - การจัดจ่ายสิทธิประโยชน์ - สวัสดิการ - ความรับผิดชอบ ของผู้ร่วมชะตากรรม ในองค์กรอเมริกันนั้นแตกต่างกันในระดับ "ฟ้ากับเหว"
...เป็นฟ้ากับเหวที่ไม่สมเหตุสมผล  คือ  แทนที่ "ยิ่งสูงยิ่งเสี่ยงและต้องยิ่งต้องใช้สิบนิ้วร่วมประสาน ( แต่ยิ่งเสี่ยงก็ยิ่งได้ผลตอบแทนมาก )" กลับกลายเป็นว่า "ยิ่งต่ำยิ่งเสี่ยงและยิ่งสูงก็ยิ่งกร้าว ( ร้าว )"
...เสี่ยงนี้คือ เสี่ยงกับการตกงาน - สูญเสียโอกาสก้าวหน้า ( ก็ตกงานนี่ )
ซึ่งบรรดาเจ้าของธุรกิจก็ไม่แคร์นัก  เนื่องจากรู้ว่า "พวกมันตกงานแล้วก็ไปกินสวัสดิการจากรัฐ"

องค์กรของอเมริกันไม่แคร์กับการเข้า - ออกของพนักงานทุกระดับ
ดีไม่ดีอาจไม่มีใครแคร์กับ "การอยู่รอดขององค์กร" เสียด้วยซ้ำ
เพราะทุกคนเห็นองค์กรเป็นเพียงแหล่งปั๊มเงิน
และเมื่อไหร่ที่ "ปั๊มไม่ออก" ก็มองหาวิธี "ขายซาก"
โดยเฉพาะ "ขายให้ไอ้พวกเศรษฐ๊จากเอเชียงี่เง่า"

รูปการอย่างนี้ไม่มีหนทางอื่นนอกจากเกิดการ "ล้มคว่ำ"
...ซึ่งบรรดานักเศรษฐศาสตร์อเมริกันก็รู้   
และรู้ว่าในที่สุดแล้วรัฐก็จะต้องทำ "เรื่อง" อย่างใดอย่างหนึ่ง
อันมีลักษณะไม่ต่างจากการ "ไปปล้นชาติอื่น" มาอุดรูรั่วและปกปิดแผลเน่า ๆ ของตน" จนได้

อเมริกาเป็นประเทศที่อยู่ได้ด้วยสงครามกับต่างประเทศมาโดยตลอด
...เพราะสงครามนอกจากจะช่วยให้คนอเมริกันเลิกหันหน้ามาตะโกนด่ารัฐบาลตัวเองแล้ว
สงครามยังเป็น "รูเปิด" เข้ามาของประดา "ทุน ทรัพยากร และตลาด" ที่ได้มาจากการเข้ายึดครองประเทศอื่น ไม่ว่าระหว่างทำสงครามหรือจบสงคราม
...เป็น "รูเปิด" ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับ "รูระบาย" ประชาชนวัยทำงานที่ตกงาน
โดยเฉพาะพวกที่อพยพไปจากยุโรป ตอ. คนผิวดำ  Hispanics  หรือลูกครึ่งเอเชีย

ในสถานการณ์ "ปกติ"
รูปแบบเศรษฐกิจ - การจัดการ - การบริหารแบบอเมริกัน ก็เป็นเพียง "กลไกเพื่อการกอบโกยประโยชน์เข้าหาคนเพียงกระหยุ่มมือเดียว" โดยอาศัย "การขายฝัน" และ "ขู่เข็น" ประชาชนในสังคมให้ "จม" อยู่กับสิ่งเพลิดเพลินแบบดาด ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์  อเมริกันฟุตบอล  บาสเก็ตบอล  แม็คโดนัล  วอลล์มาร์ต  ฮอลลีวู้ด  ฯลฯ
...เหมือนการควบคุมสัตว์ในโรงเลี้ยง  ให้ "กิน - นอน - วิ่งเล่นอย่างมีความสุขเพลิดเพลิน" ก่อน "ถึงเวลาก็ต้อนเข้าโรงเ้ชือด"
...โดยที่ประชาชน "อเมริกัน" ก็ดูจะเชื่ออย่างสนิทใจจริง ๆ ว่าสิ่งเหล่านี้คือ "ความสุข" และ "ดีที่สุดแล้ว" เมื่อเทียบกับสิ่งที่ไอ้พวกยุโรปเชย ๆ และไอ้พวกเอเชียจอมดักดานมันได้รับอยู่ในแต่ละวัน


เหตุการณ์ที่ว่าวันหนึ่งอเมริกาจะตกต่ำ - ล่มจมนั้น "มีแน่"
แต่ต้องหลังจากมันหาเรื่อง "ปล้น" ใครไม่ได้อีกแล้ว
ส่วนในเวลานี้ "วันนั้นของอเมริกา" ดูจะยังไม่รีบเร่งมาถึง
เพราะยังมีอิหร่าน  ให้เข้าไปปล้น
- มีเกาหลีใต้  ให้เข้าไปปล้น ( แต่ส่งบิลล์เรียกเก็บเงินไปที่โซลและโตเกียว )
- มีพม่า  ให้เข้าไปปล้น
- มีเวเนซุเอลา  ให้เข้าไปปล้น
ฯลฯ

...เป็นการ "เข้าไปปล้น"
ในขณะที่ผู้คนในประเทศอื่น ๆ จำต้อง
"เชื่อว่าอเมริกาทำถูกต้องสมควรแล้ว"
และรับรู้พฤติกรรมอันธพาลอย่าง "ไม่รู้สึกไม่รู้สา"
อีกตามเคย
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-07-2008, 21:15 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

XYLITOL
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #6 เมื่อ: 13-07-2008, 21:22 »

ฟองสบู่ เมกาใกล้แตกเต็มที ถ้าแตกจริง ผู้คนในโลกจะต้องตีอกแล้วร้องไห้ เพราะสินค้าที่ตนผลิตออกมาจะไม่มีคนซื้อ เวลาขณะนี้ กรุงเตหะรานของอิหร่าน สุ่มเสี่ยงกับการถูกโจมตีอย่างยิ่ง ทันทีทีระเบิดลูกแรกลงที่อิหร่าน เมื่อนั้นก็ถึงคราวสิ้นยุค อเมริกาครองโลก หลังจากอเมริกาครองโลกมานับแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง   อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ไม่ว่ายิ่งใหญ่เพียงใดต่างก็ล่มสลายทั้งนั้น  อเมริกา ก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือกฏเกณฑ์ นี้  อยู่ที่ว่าจะเร็วหรือช้าเท่านั้น



 
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 14-07-2008, 19:02 »

ธอส.2แห่งล้มละลาย! US วัวพันหลัก วิกฤติศ.ก.โลกเต็มตัว และเกิดจาก USA !!

อเมริกา ใช้วิธีตรงกันข้ามกับที่สั่งสอนชาวโลกไว้ว่า การฉีดเงินเพิ่มเพื่ออุ้มธนาคารที่กำลังล้มละลายเป็น moral hazard  แต่เวลานี้อเมริกากำลังจะสร้าง moral hazard ซะเอง และเป็นการทำผิดหลักการครั้งใหญ่ที่สุดโลก ด้วยการเข้าไปอุ้ม Freddie Mac & Fannie Mae ที่เปรียบเสมือนธนาคารอาคารสงเคราะห์ขนาดยักษ์ 2 แห่ง ในทางเทคนิคถือว่า ล้มละลายไปแล้ว ซึ่งมีสินเชื่อและหนี้ค้ำประกันบ้านอยู่ในบุ๊กอยู่ 5 ล้านล้านดอลล่าร์

การฉีดเงินเข้าไปอุ้มจะทำให้อเมริกาต้องขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า  เงินดอลล่าร์ที่พิมพ์เพิ่มขึ้นมาจะกดดันให้ค่าเงินดอลล่าร์ร่วงลงอย่างร้ายแรง ทำให้เกิดเงินเฟ้อ และกดดันราคาน้ำมันโลกพุ่งต่อแน่นอน แต่เฟดกลับเลือกใช้วิธีฝืนธรรมชาติ (ทำตรงกันข้ามกับที่ IMF สั่งไทย และตรงกันข้ามกับที่เวียดนามทำ) ด้วยการลดดอกเบี้ยเพื่อหวังซื้อเวลาให้กำลังซื้อของชาวอเมริกันฟื้นกลับขึ้นมา  ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะทุกอย่างมีต้นทุนซึ่งก็คือเงินเฟ้อที่จะย้อนกลับมา

และในที่สุดมันจะทำให้ตลาดการเงินโลกยิ่งไร้เสถียรภาพหนักไปอีก เพราะปริมาณเงินกระดาษที่ล้นอยู่แล้วยิ่งล้นหนัก เกิดเป็นวิกฤติการณ์เศรษฐกิจโลก  เงินร้อนที่เป็นส่วนเกินจะทะลักเข้ามาเอเชีย มาสร้างปัญหาเงินเฟ้อร้ายแรงต่อ ในที่สุดมันจะย้อนไปทำร้ายอเมริกาเอง


งานนี้อเมริกาหมดสิทธิ์บุกอิหร่านแน่นอน ถึงแม้จะทิ้งระเบิดจนอิหร่านตายเกลี้ยงก็แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะปัญหามันใหญ่มากแล้ว เงินดอลล่าร์มันจะทรุดมากเกินกว่าที่จะเอาไปจัดหาทรัพยากรเพื่อมาทำสงครามได้

ดังนั้น ให้ทุกคนเตรียมรับวิกฤติข้าวของแพงทะลุฟ้าได้เลย  ใครยังมีหนี้สินอยู่ ตายอย่างเดียว
บันทึกการเข้า

55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #8 เมื่อ: 14-07-2008, 20:15 »



นี่ยังไม่รู้ว่า จะมีโดมิโน เอฟเฟค อีกหรือปล่าว..

วันนี้ ฟังข่าว เห็นบอกว่า มีการสั่งให้ ธนาคารกลาง สาขานิวยอร์ค เข้าไปอุ้มแล้ว...

คงปั๊ม ดอลล่าห์ ออกมาอื้อเลยเชียว...ชาว เอเชีย เตรียมตัวไว้ได้แล้ว...

ไอ้พวกอีแร้งหิวโซ จะต้องออกอาละวาด เพื่อเสี่ยงตายอีกรอบ....

มีแต่ ไอ้กันนี่แหละ ที่เอาเศษกระดาษมาซื้อของทั่วโลกได้...

ถ้าเป็น ประเทศอื่น ขาดดุลย์ยาวนานขนาดนี้ คนในประเทศต้องกินแกลบกันหมดแล้ว.....
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: