*ไม่มีของอะไรมาแลก* อ้าว...แล้วถ้าเกิดผมไม่มีอะไรให้แลกนอกจากฝาบ้านทั้งสี่ล่ะครับ?
ไม่มีปัญหา แค่คุณมี ทักษะความสามารถ ด้านใดก็ได้ คุณก็สามารถใช้มันเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนได้แล้วไม่เคยเห็นมาก่อนทักษะก็เอามาใช้แลกของได้ด้วย ผมนึกประหลาดใจ ไม่ต้องรอให้ผมงงไปอีกสามวัน ชายหนุ่มรู้ทันจึงขยายความให้ฟังต่อ
คือของเราก็แลกกันไปแล้วมากมาย ผมเลยคิดต่อไปว่าพลังงานที่มีอยู่ในตัวเรา มันสามารถทำอะไรได้อีกเยอะแยะ ไอเดียในส่วนนี้ได้มาจากแรงบันดาลใจจากเว็บไซต์ต่างประเทศ จึงหยิบมาดัดแปลงใช้กับเว็บไซต์ของเรา ก็มีคนสนใจมาโพสต์ไว้เยอะ ที่แลกกันไปแล้วคือมีน้องคนหนึ่งเขาตีกลองเป็น สามารถสอนกลองได้ อีกคนหนึ่งพูดญี่ปุ่นได้ สอนภาษาญี่ปุ่นได้ สองคนนี้ก็ตกลงแลกกันไปแล้ว ส่วนอื่นที่เห็นเข้ามาโพสต์เพิ่มเติมจะมีหลากหลายมาก มีทั้งคนที่สามารถดูแลระบบไฟฟ้าภายในบ้านได้ จัดงานแต่งงานได้ สอนการหมุนปากกาได้ (ซึ่งเป็นอะไรที่ฮิตมากที่ประเทศญี่ปุ่น) มีน้องคนหนึ่งน่ารักมาก เขาเก่งภาษาเยอรมัน สอนและแปลให้ได้ กำลังอยากได้คนมาแนะนำเรื่องแฟชั่นให้ อะไรทำนองนี้ ผมว่ามันเป็นกิจกรรมที่สนุก และยังให้อะไรดีๆ แก่สังคมด้วย 
Hot Items จากเว็บไซต์CoolSwop

Skills ที่แห่งนี้ 'ทักษะ' ใช้แลกของได้

Swop Watch เขาแลกอะไรกันไปแล้วบ้าง
นอกจากนี้ โครงการต่อไปที่คิดจะเพิ่มเติมเข้ามามีอยู่หลายโครงการ อันแรกคือ
Celebrity Swop คือจะเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงมาแลกของด้วย โครงการที่ 2 ที่คิดจะทำคือ ให้ไปเลย เช่น ที่บ้านมีโซฟาเก่าๆ ที่ไม่รู้จะไปวางไว้ไหนก็มาโพสต์ไว้ ยกให้คนที่อยากได้ไปเลย เวลาให้มันมีความสุข คนที่รับเขาก็สุข
โครงการต่อไปอาจไปติดต่อกับพวกเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่เขามีสินค้าในสต๊อกเหลือเยอะ อาจจะชวนเขามาทำบุญในลักษณะแบบขอสินค้าเขาสัก 10 ชิ้น จากนั้นเราก็คิดโครงการให้สมาชิกของเว็บไซต์ทำสักโครงการหนึ่ง อย่างเดือนนี้ทางเว็บอยากได้คนอัดเทปนิทานให้คนตาบอด ใครทำมาเราก็ให้สินค้านั้นเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณ และยังได้ทำบุญไปด้วย
...
เหมือนติดลมบน กึ่งๆ ยังไม่หมดสนุก ผมบอกต่อเรื่องราวที่รู้มา รวมถึงเที่ยวตามหากิจกรรมรูปแบบนี้ต่อ เรื่องไปสะดุดลงรูหูของรุ่นพี่คนหนึ่งเข้า
ถ้าสนใจกิจกรรมแบบนี้ มีอีกที่หนึ่งที่เรียกว่า
ตลาดแบ่งปัน ???
ถ้าอยากรู้ลองไปตามดูเอง รุ่นพี่ผู้แสนดีทิ้งท้ายประโยคเดิมแบบนี้ทุกครั้งที่ต้องการให้รุ่นน้องตัวดีอย่างผมรู้จักอะไรให้มากขึ้นด้วยตัวเอง
ไม่เกี่ยงอยู่แล้วครับ ภาวะงานเข้า แต่เพิ่มความรู้ แบบนี้
กิตติชัย งามชัยพิสิฐ สมาชิกกลุ่ม
WE CHANGE ผู้ริเริ่มตลาดแบ่งปัน ตลาดที่มีแต่ให้ ช่วยไขความกระจ่างด้วยการปันคำตอบให้ผม
*อะไรคือตลาดแบ่งปัน? มันเริ่มมาจากแนวคิดของกลุ่ม
WE CHANGE ที่มองว่าเราทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ โครงการจึงเริ่มต้นที่ ตลาดแบ่งปัน แนวคิดแรกของตลาดแบ่งปันคือเราเชื่อกันว่าตลาดมีหลายแบบ แต่เท่าที่ผ่านมามันแทบจะเหลือตลาดแค่รูปแบบเดียวคือตลาดที่นำไปสู่การสร้างกำไร ซึ่งการสร้างกำไรก็จะโยงไปถึงเรื่องการสะสม แล้วก็จะมีเรื่องกำไรขาดทุนเข้ามา ทั้งที่จริงแล้วตลาดมันมีมากกว่านั้น ตลาดที่ให้เฉยๆ ให้เปล่าๆ ก็มี ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเหมือนกัน แต่ไม่ได้คำนึงถึงมูลค่าหรือกำไรขาดทุน จึงคิดอยากจะสร้างตลาดลักษณะนี้ขึ้นใหม่ ชายหนุ่มมาดขรึมเล่าให้ฟัง
ตลาดที่ว่านี้มีแนวคิดที่ว่าคนเราต่างก็มีของที่ไม่ได้ใช้เป็นจำนวนมาก การสะสมมันเป็นทุกข์ ในระยะยาว เริ่มต้นตอนได้มันมาอาจจะสุข แต่หลังๆ จะเริ่มเป็นทุกข์ตอนเก็บรักษา หรือเกิดความปรารถนาที่จะได้มันมาอีก ถ้ามีของที่เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ จะขายก็ไม่มีใครเอา น่าจะเอามาแลกกันให้สิ่งของเหล่านั้นได้ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น กิตติชัยผู้ริเริ่มตลาดแบ่งปันเล่าต่อว่า แนวคิดที่ 2 มองว่าทุกวันนี้เราอยู่ในระบบผลิตสินค้าแบบอุตสาหกรรม แต่มีของจำนวนน้อยชิ้นมากที่เราจะรู้จักถึงผู้ผลิต เพราะส่วนใหญ่มันผลิตออกจากโรงงาน ผ่านการเดินทาง การที่เราจะได้พวกโทรศัพท์มือถือหรือโทรทัศน์สักเครื่อง มันเกิดจากการที่เราหาเงินเพื่อมาซื้อ มันจึงเป็นเรื่องราวระหว่างเรากับสิ่งของเท่านั้น ซึ่งมันส่งเสริมความเป็นปัจเจกชนให้มากขึ้น
อันที่จริงสิ่งของมันมีเรื่องราวของมัน เราอาจไม่รู้ว่าสิ่งของมาจากไหน แต่เรารู้ว่าเราได้มันมาจากใครไม่ใช่จากพ่อค้าที่เราได้เจอหน้าเขาแค่ครั้งเดียว อย่างผมมีย่ามใบหนึ่งได้มาจากค่ายที่เชียงใหม่ ตอนนั้นผมไปสนิทกับน้องคนหนึ่งที่นั่น ซึ่งเขานั่งทอย่ามอยู่ พอเขาทอเสร็จเขาก็ยกให้ผมใบหนึ่ง มันจึงเป็นย่ามที่มีความผูกพันอยู่ ผมก็อยากจะมอบย่ามที่มีความผูกพันนี้ส่งต่อให้คนอื่นต่อไป สิ่งของก็จะมีชีวิตชีวามากขึ้น เราน่าจะหันมาใส่ใจกับที่มาของสินค้าให้มากขึ้น เพราะมันจะโยงไปถึงเรื่องการผลิตว่าผลิตมาอย่างไร กดขี่แรงงานหรือเปล่า ผลิตมาทำลายสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน มันจำเป็นต่อมนุษย์จริงๆ ไหม น่าจะเป็นความจริงที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจประวัติศาสตร์ต้นทางของบางสิ่งบางอย่าง หรือหากจะมีก็คงน้อยคนนัก ผมนึกภาพตาม
แนวคิดที่สามผมได้มาจากงานบุญของไทย งานบุญปีใหม่ งานบุญข้าวจี่ งานบุญกุ้มข้าวใหญ่ คืองานบุญของไทยจะมีเกือบทุกเดือน ทุกภาค งานพวกนี้มันทำให้คนได้มารวมกัน มันช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ได้ทำบุญร่วมกัน ทำงานร่วมกันตามโอกาสต่างๆ เลยยึดแนวคิดนี้ด้วย วางแผนรณรงค์ลักษณะนี้ 3 ครั้งต่อปี เท่ากับ 4 เดือนจัดครั้งหนึ่ง เพื่อให้เราได้เจอกัน กิตติชัยสรุปแนวคิดให้ฟัง
*เปิดตลาดแห่ง การให้* ถ้าเกิดผมอยากร่วมด้วย จะต้องทำอย่างไรบ้าง มือใหม่อยากแบ่งปัน พาปากของตัวเองให้ถามออกไป
ตอนเปิดตลาด เราจะให้คนที่เคยมาร่วมแล้วเป็นคนเปิดก่อน จะให้เขาพูดว่าในความคิดของเขาตลาดแบ่งปันคืออะไร เพราะมันไม่ได้มีนิยามผูกขาด จากนั้นก็ให้เขาเล่าที่มาเล่าเรื่องราวสิ่งของว่าไปได้มาอย่างไร ประโยชน์มีอะไร ถ้ามีคนอยากได้แค่คนเดียวก็ง่ายยกให้เขาได้เลย แต่หากมีหลายคนก็อาจสร้างเงื่อนไขสนุกๆ ที่ไม่ซีเรียสมาตัดสิน เช่น เป่ายิ้งฉุบ โอน้อยออก เล่นกันสนุกๆ แล้วยกให้เขาไป เราไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องได้อะไรกลับคืนมา เพราะมันเป็นตลาดแบ่งปัน ไม่ใช่ตลาดแลกเปลี่ยน จากนั้นคนที่ได้ของเราไป เขาจะเป็นผู้นำเสนอสิ่งของที่เขาเตรียมมาต่อไป ก็เวียนกันไปจนครบวง ไม่ใช่ลักษณะหนึ่งต่อหนึ่ง ชายหนุ่มเสียงขรึมหน้าใจดีตอบ
ตลาดแบ่งปันถูกจัดมาหลายครั้งแล้ว ทำมาได้ 3 ปีเริ่มตั้งแต่ปี 2549 ครั้งล่าสุดจัดตอนช่วงงานสัปดาห์ไม่ซื้อ เปลี่ยนเป็นไม่ต้องซื้อมาแลกกันแทน ช่วงแรกๆ ที่จัดจะใช้วิธีชวนเพื่อนฝูงกันเอง บวกกับการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์
Wechange555.com ทำให้เริ่มมีเด็กนักศึกษามหาวิทยาลัยเข้ามาร่วมด้วย พอช่วงหลังๆ ก็มีนักศึกษาเอาไปจัดกันเอง คือเขาเคยมาร่วมด้วยแล้วเกิดชอบในแนวคิด ก็เอาไปจัดต่อที่มหาวิทยาลัยของเขา รู้สึกจะเป็นที่
มหาวิทยาลัยขอนแก่น แนวคิดนี้ไม่มีลิขสิทธิ์เพราะอยากให้ลองไปใช้กันเองอยู่แล้ว เอาไปออกแบบดัดแปลงสนุกๆ ไม่ต้องซีเรียสว่าจะไม่ตรงกับแนวคิดของตลาดแบ่งปัน อย่ายึดติด เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของ ใครสนใจก็เอาไปใช้ได้เลย ชายหนุ่มต้นความคิดเริ่มแบ่งปันอีกครั้งแล้ว
เด็กมหาวิทยาลัยก็มาร่วมด้วย ผมนึกดีใจที่มีคนรุ่นราวคราวเดียวกันสนใจในกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ปากจึงถามออกไปอย่างรวดเร็ว จัดครั้งต่อไป เมื่อไหร่ครับ?
ครั้งต่อไปที่คิดจะจัดจะเป็นวันที่ 15 มิถุนายน 2551 เรื่องสถานที่ยังไม่แน่นอนเพราะแต่ละครั้งเราก็เวียนจัดหลายที่ อย่าง
สวนเงินมีมา มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ งานสัปดาห์ไม่ซื้อที่
สวนสันติชัยปราการ ไม่มีที่เฉพาะ ใกล้ๆ วันงานน่าจะลงรายละเอียดไว้ที่เว็บไซต์ ชายหนุ่มทิ้งรอยยิ้มเมื่อปิดคำตอบ
*ต้องมีกี่คนถึงจะสนุก* ปัญหาของตลาดแบ่งปันคือพอเป็นกลุ่มใหญ่ มันจะคุยกันได้ไม่ทั่วถึง ขนาดที่เหมาะสมน่าจะสัก 20 คน กำลังสนุก ได้แย่งกันแบบน่ารักๆ หยอกล้อเล่นกันได้ทั่วถึง
บางทีเราเองยังต้องคอยเตือนว่านี่มาแบ่งปันกันนะไม่ได้มาแย่งกัน กิตติชัยเล่าเรื่องแถมเสียงหัวเราะ แต่ถ้ามากันเยอะจริงๆ ก็ไม่มีปัญหาตอนนี้กำลังพยายามคิดรูปแบบอยู่ แบบแรกคือแยกเป็นหลายวง แบบที่ 2 คือถ้ามีคน 40-50 คน เราจะหาผู้ดำเนินรายการคนหนึ่ง พอมีผู้ดำเนินรายการมันจะช่วยรันให้เร็วขึ้น แต่แบบนี้มันจะไม่ค่อยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนเท่ากับพูดคุยกันวงเล็กๆ
คล้ายกับว่าถ้าเชื่อในความสัมพันธ์ระหว่างคน ก็ต้องพึงใจกับขนาดวงที่ต้องเล็กลง
*ระบบ (แบ่ง) ปันนิยม* ตลาดแบ่งปันไม่เน้นการแลกเปลี่ยน มีแต่ให้เขาไปฟรีๆ แบบนี้คนให้ก็เสียเปรียบสิ ใจด้านอกุศลของผมตะโกนออกมา ในหัวพานโยงไปถึงเรื่องกำไรขาดทุน
แนวคิดดั้งเดิมคือไม่เอาทุนนิยมเลย ไม่คิดว่าเงินเป็นสิ่งที่จะนำพาทุกอย่างได้ จะต่อต้านระบบทุนนิยมที่ชอบให้กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล เน้นการสะสม เน้นกำไร แต่พอหลังๆ ได้คุยกับกลุ่มเพื่อนที่ศึกษาด้านพุทธศาสนา จึงได้ยินคำพูดที่ว่า ถ้าเราสู้กับมาร เราจะกลายเป็นมาร คือมันจะทำให้เราสร้างความเกลียดชังขึ้น ถึงแม้จะกับตัวระบบที่ไม่ใช่คนก็ตาม" ผมฝันอยากจะสร้างระบบเศรษฐกิจทางเลือกที่คู่ขนานไปกับเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ซึ่งวันข้างหน้ามันอาจจะกลืนกินระบบทุนนิยมจนหายไปเลยก็ได้ ไม่ต้องไปรบราฆ่าฟัน แค่สร้างพื้นที่แบบนี้ให้มันขยายตัวมากขึ้น ที่ผ่านมาผมไม่ได้ทำแค่ตลาดแบ่งปันอย่างเดียว ผมยังทำสัปดาห์ปิดทีวี สัปดาห์ไม่ซื้อ ซึ่งมันเป็นแนวคิดที่สวนกับทุนนิยมแน่ๆ อยู่แล้ว ในอนาคตยังคิดอยากทำเงินท้องถิ่น สร้างระบบเงินตรา เป็นเศรษฐกิจของการแบ่งปัน แต่เรื่องข้อกฎหมายยังไม่ผ่านอยู่ กิตติชัยบรรยายแนวคิดให้ผมฟัง
ไม่ว่าจะเป็นแนวทางไหน ที่สุดแล้ว มันคงเป็นเพียงช่องทางในการมอบสิ่งดีๆ โดยไม่ใช้ เงิน ที่คนต่างบูชาเป็นพระเจ้ามาเป็นเงื่อนไข
แค่เปลี่ยนเป็น แลก หรือจะเปลี่ยนเป็น แบ่ง มันก็ดีทั้งนั้น .......
ผมรู้สึกได้ว่าหัวผมเบาลงบ้างแล้ว ไม่แน่ว่าการได้รับรู้เรื่องราวดีๆ วันละเรื่องสองเรื่อง
อาจช่วยปลดเปลื้องความเขลาในหัวให้หลุดลอกออกไป...ก็เป็นได้ เรื่อง-วัลย์ธิดา วุฒิยาภิราม ภาพประกอบครับ 
กิตติชัย งามชัยพิสิฐ สมาชิกกลุ่ม WE CHANGE ผู้ริเริ่มตลาดแบ่งปัน

เว็บไซต์ Wechange555.com ของกลุ่ม WE CHANGE

แนวทางของกลุ่ม WE CHANGE

WE CAN CHANGE THE WORLD แนวคิดหัวใจหลักของกลุ่ม WE CHANGE

โครงการตลาดแบ่งปัน ตลาดที่มีแต่ให้

แนวคิดและที่มาของตลาดแบ่งปัน





