ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
14-10-2026, 02:55
378,182
กระทู้ ใน
21,926
หัวข้อ โดย
9,412
สมาชิก
สมาชิกล่าสุด:
MAN4U
หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
|
ทั่วไป
|
ห้องสาธารณะ
|
ลากไส้'สนธิลิ้ม-ผจก.' ตัวการสร้างแตกแยก
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า:
[
1
]
ส่งหัวข้อนี้
พิมพ์
ลากไส้'สนธิลิ้ม-ผจก.' ตัวการสร้างแตกแยก (อ่าน 1936 ครั้ง)
้้hi-thaksin.org
บุคคลทั่วไป
ลากไส้'สนธิลิ้ม-ผจก.' ตัวการสร้างแตกแยก
«
เมื่อ:
14-03-2008, 03:48 »
คงต้องบอกว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าใจจริง ๆ และถือเป็นเวรกรรมของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศที่มีคนอย่างนายโกตั๊บ แซ่ลิ้ม หรือปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันดีในนาม ‘สนธิ ลิ้มทองกุล' ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาอยู่อาศัยร่วมแผ่นดินไทย
วันนี้ หากเอ่ยถึงนาย ‘สนธิ' แล้ว เชื่อได้ว่า น้อยคนนักจะไม่รู้จักจอมอหังการที่ใช้สื่อต่าง ๆ เป็นเครื่องมือในการใส่ร้ายป้ายสีสารพัดเรื่องต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงการกล่าวหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูงที่คนไทยให้ความเคารพเพื่อประโยชน์ของตนเอง และพวกพ้องจนนำไปสู่เหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน ปี 2549
แน่นอน ความสำเร็จของนายสนธิต้องจารึกเอาไว้ประวัติศาสตร์ชาติไทยถึงอานุภาพของสื่อในยุคสมัยใหม่ และอัจฉริยะภาพส่วนตัวของนายสนธิเองที่มีส่วนสำคัญยิ่งในการโค่นล้มพ.ต.ท.ทักษิณทั้งทางตรง และทางอ้อม แต่ในเวลาเดียวกัน ผลดีที่ได้รับก็คือ ทำให้คนไทยได้หูตาสว่างมากขึ้นจากความจริงต่าง ๆ หลังจากที่มืดบอดมานาน
การเดินหน้าถล่มโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์หลังจากลี้ภัยในต่างประเทศนานร่วม 18 เดือนนับตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน ปี 2549 แต่กลับไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนกำลังบ่งชี้อย่างชัดเจนถึงความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของนายสนธิ และพวกพ้อง
ด้วยเหตุนี้เอง การใช้กลยุทธ์เดิม ๆ ของนายสนธิ โดยเฉพาะการยัดเยียดข้อกล่าวหาในเรื่องหมิ่นสถาบันเบื้องสูงของพ.ต.ท.ทักษิณจึงย้อนกลับมาให้เห็นอีกครั้ง โดยเชื่อว่าอาจจะมีประชาชนหน้าโง่อีกนับหมื่นนับแสนที่หลงเชื่อคำพูดตนเอง
และมาถึงวันนี้ นายสนธิยังไม่เลิกสันดานชั่วช้าของตนเองที่พยายามจะทำเช่นนั้นอีก ดังจะเห็นได้จากความพยายามโยงใยไปถึงสถาบันเบื้องสูงอีกครั้ง โดยหยิบยกมาจากข้อความตอนหนึ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์นิตยสารไฟแนนเชียล ไทม์เมื่อวันจันทร์ที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมาเกี่ยวกับสถานการณ์ต่าง ๆ และภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่ถูกทำลายจนยับเยินจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
นี่แหละฝีมือของนายสนธิ ที่ใช้สื่อแทบทุกชนิดทุกประเภทเป็นเครื่องมือในการใส่ร้ายป้ายสีทำลายคนอื่น และยังใช้เป็นเครื่องมือในการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
อันที่จริงแล้ว การแสดงความเห็นของพ.ต.ท.ทักษิณในนิตยสารไฟแนนเชียล ไทม์เป็นเพียงแค่ในฐานะพลเมืองคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีตำแหน่ง หรือฐานะใหญ่โตอันใดในคณะรัฐบาลชุดปัจจุบันภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และที่สำคัญการแสดงความเห็นดังกล่าวเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย....ไม่ใช่เผด็จการ
หากใครก็ตามที่ได้อ่านจากต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษ หรือที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์แล้ว สิ่งที่ต้องยอมรับก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณพยายามชี้ให้เห็นความจริงที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน ปี 49
แน่นอน ความเสียหายจากเหตุการณ์รัฐประหารในวันนั้นจนถึงวันนี้ ยากที่จะประเมินผลกระทบได้ทั้งด้านเศรษฐกิจ หรือสังคม และการเมือง แต่ที่เห็นชัดเจนก็คือ ประเทศไทยต้องก้าวถอยหลังไปหลายปี ความเชื่อมั่นทั้งในประเทศ และต่างประเทศลดวูบจนแทบไม่มีใครอยากจะคบค้าสมาคมกับประเทศไทย กระทั่งย้อนกลับมาส่งผลร้ายต่อประชาชนชาวไทยทุกคนในที่สุด
ในบทสัมภาษณ์ยังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบต่าง ๆ จากการก่อรัฐประหารจนตกมาสู่รัฐบาลชุดปัจจุบัน คำแนะนำในการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าเข้ามา ความตั้งใจจริงของอดีตนายกฯทักษิณที่ยังคงห่วงชาติบ้านเมือง ต้องการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ
ที่สำคัญที่สุดก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณต้องการรักษา และธำรงไว้ซึ่งสถาบันกษัตริย์ให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยตราบนานเท่านานท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ที่ยังคงโหมแรงทุกขณะ
หากพิจารณาให้ดีแล้ว สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณพูดอย่างชัดเจนในการให้สัมภาษณ์ไฟแนนเชียล ไทม์ก็คือ สถานการณ์ประเทศไทยจากเหตุการณ์รัฐประหารที่ผ่านมาจะเลวร้ายลงยิ่งกว่านี้หากไม่มีสถาบันกษัตริย์ของเมืองไทยที่มีความเข้มแข็ง และได้รับความเคารพอย่างมากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้เอง จึงไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะสนับสนุนข้อกล่าวหาของนายสนธิได้
หากจำกันได้ ศาลอาญารัชดาเคยพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 3 ปีโดยไม่รอลงอาญาต่อนายสนธิกรณีแอบอ้างสถาบันกษัตริย์ รวมทั้งใช้เลห์เพทุบายเพื่อประโยชน์ในการยุยงปลุกปั่นประชาชนให้แตกแยกเป็น 2 ฝ่ายหวังโค่นล้มอดีตนายกฯทักษิณที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าไม่มีความจงรักภักดี แต่นายสนธิยังถือว่าโชคดีที่ศาลท่านเมตตาอนุญาตให้ประกันตัวไปสู้คดีกันต่อไป
ดังนั้น จึงถือได้ว่า เหตุการณ์ และบทเรียนต่าง ๆ ที่ผ่านมามิได้ทำให้นายสนธิเข็ดหลาบ หรือสำนึกกับความผิดของตนเองแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับเพิ่มความหยิ่งผยองพองขนโดยไม่สนใจหลักกฎหมายของชาติบ้านเมือง
ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ชะตากรรมของนายสนธิจะเป็นเช่นใดก็ขึ้นอยู่กับผลกรรมของนายสนธิที่ก่อเอาไว้นั่นแหละ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ตอนจบไม่น่าจะแฮปปี้ เอ็นดิ้ง แน่นอน
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
ออฟไลน์
เพศ:
กระทู้: 3,523
Re: ลากไส้'สนธิลิ้ม-ผจก.' ตัวการสร้างแตกแยก
«
ตอบ #1 เมื่อ:
14-03-2008, 09:45 »
เฮ้อ...ทีไอ้ที่มันทำผิด มันไม่เคยมองเห็น
พอคนอื่นมาชี้ว่ามันทำผิดละบ่ายเบี่ยงโยนความผิดให้คนอื่นเชียว
ของแบบนี้มันเป็นสันดานคนพาลแท้ๆ
บันทึกการเข้า
skl98
ขาประจำ
ออฟไลน์
เพศ:
กระทู้: 227
เป็นเสือในป่า ดีกว่าเป็นหมาในกรุง
Re: ลากไส้'สนธิลิ้ม-ผจก.' ตัวการสร้างแตกแยก
«
ตอบ #2 เมื่อ:
14-03-2008, 10:39 »
เจ้าของบทความ
หากเกิดเป็นสุนัข ก็คงเป็นสุนัขพันธ์ดี ที่มีความจงรักภักดีกับเจ้านาย
แต่เผอิญได้เจ้านายเป็นโจรปล้นชาติก็เท่านั้น ไม่สนใจใด ๆ ทั้งสิ้น
พระ ตำรวจ ยาม หรือ แม้แต่เผ่าพันธ์สุนัขด้วยกัน ก็อย่าได้ข้องแวะ
กับเจ้านายของมัน
เวรกรรมประเทศไทยมากกว่า ที่มีสุนัขพันธ์ดีอย่างเจ้าของบทความ
กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ บนแผ่นดินไทยมากเป็นพิเศษ เลยมิสามารถ
แยกแยะ ดี - ชั่ว, ขาว - ดำ, ผลประโยชน์ของชาติ - อาหารโปรดของตน
บันทึกการเข้า
บรรพบุรุษ ของไทย แต่โบราณ ปกบ้าน ป้องเมือง คุ้มเหย้า เสียเลือด เสียเนื้อ มิใช่เบา หน้าที่เรา รักษา สืบไป
ลูกหลาน เหลนโหลน ภายหน้า จะได้มี พสุธา อาศัย อนาคต จะต้องมี ประเทศไทย มิยอมให้ ผู้ใด มาทำลาย
ถึงขู่ฆ่า ล้างโคตร ก็ไม่หวั่น จะสู้กัน ไม่หลบ หนีหาย สู้ตรงนี้ สู้ที่นี่ สู้จนตาย ถึงเป็นคน สุดท้าย ก็ลองดู
บ้านเมืองเรา เราต้อง รักษา อยากทำลาย เชิญมา เราสู้ เกียรติศักดิ์ ของเรา เราเชิดชู เราสู้ ไม่ถอย จนก้าวเดียว.....
..::ZuOToMe::..
น้องใหม่
ออฟไลน์
กระทู้: 1
Re: ลากไส้'สนธิลิ้ม-ผจก.' ตัวการสร้างแตกแยก
«
ตอบ #3 เมื่อ:
14-03-2008, 11:25 »
บทความอะไรของใคร เอามาจากไหน ไม่เห็นมีที่มาที่ไป เขียนโดยใช้อารมณ์ส่วนตัว ไม่เห็นมีค่าแก่การพัฒนาบ้านเมืองเลยซักนิด แล้วก็ยังมีคนเขียนและคนเอามาลงตามเว็บบอร์ดอยู่ได้ น่าเบื่อจริงๆ
บันทึกการเข้า
</b><font color=red>"โกงก็ได้ แต่ขอให้ทำงาน" เป็นมิจฉาคติที่นักการเมืองสายพันธุ์โกงใช้กำบังเอาตัวรอด - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (๙ ส.ค.๕๐)</font></b>
หน้า:
[
1
]
ส่งหัวข้อนี้
พิมพ์
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
ทั่วไป
-----------------------------
=> ห้องสาธารณะ
=> สภากาแฟ
=> ชายคาพักใจ
=> ร้อยรักษ์กวีวรรณ
=> ตะกร้าข่าว
-----------------------------
ด้านเทคนิค
-----------------------------
=> ปัญหาการใช้งาน
-----------------------------
ทั่วไป
-----------------------------
=> สโมสรริมน้ำ
-----------------------------
ด้านเทคนิค
-----------------------------
=> ห้องทดสอบ
===> ทดสอบบอร์ดย่อย
Powered by SMF 1.1.20
|
SMF © 2005, Simple Machines
|
Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.08 วินาที กับ 23 คำสั่ง