ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
12-10-2026, 04:20
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เอกยุทธฟันธง "ยกเลิกกันสำรอง30% .. กำไร2เด้ง ถอนทุนไม่ต่ำกว่าห้าพันล้าน" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
เอกยุทธฟันธง "ยกเลิกกันสำรอง30% .. กำไร2เด้ง ถอนทุนไม่ต่ำกว่าห้าพันล้าน"  (อ่าน 2200 ครั้ง)
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« เมื่อ: 01-03-2008, 21:35 »

http://thaiinsider.info/portal/content/view/6687/20/

ไม่กล้านำมาลง .. เดี๋ยวไอ้พวกนักการเมืองครึ่งบกครึ่งน้ำมันจะฟ้องเรียกเงินพันล้าน 

...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-03-2008, 21:37 โดย สมชายสายชม » บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #1 เมื่อ: 01-03-2008, 22:10 »

มิน่าล่ะ....เปิดตลาดภาคบ่ายวันนั้น

มีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มพลังงานมากจนผิดปรกติ ทั้งที่ตลาดต่างประเทศติดลบ

 พอหลังปิดตลาดภาคบ่ายก็มีประกาศยกเลิกการสำรอง 30 %

แหม.....น่ามีใครมาเข้าฝันเราบ้างนะเนี่ย
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #2 เมื่อ: 01-03-2008, 22:33 »

มิน่าล่ะ....เปิดตลาดภาคบ่ายวันนั้น

มีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มพลังงานมากจนผิดปรกติ ทั้งที่ตลาดต่างประเทศติดลบ

 พอหลังปิดตลาดภาคบ่ายก็มีประกาศยกเลิกการสำรอง 30 %

แหม.....น่ามีใครมาเข้าฝันเราบ้างนะเนี่ย




อดีตนายกฯ จำเลยคดีทุจริตต่าง ๆของคณะกรรมการ คตส.และ ดีเอสไอ. ไม่ต้อง'ฝัน'
ขอเพียง'วิเคราะห์'เป็น และมี'เด็กในบริษัทฯ'ดีอย่าง ทนง ลำใย ก็พอแล้ว......

คราวนี้ก็เหมือนกัน มี'เด็กในบริษัทฯ' ดีอย่าง'หมอลดความอ้วน'ก็พอแล้ว.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #3 เมื่อ: 01-03-2008, 22:41 »

ต่อไปนี้ ความหมายของคำว่า...รวยกระจุก เจ๊งกระจาย

ไม่ต้องตีความแล้ว ได้เห็นชัดๆแน่ค่ะลุงปุฯ
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #4 เมื่อ: 02-03-2008, 10:32 »

ผู้ว่าฯ ธปท.ประกาศยกเลิกมาตรการสำรอง 30% แล้ว มีผล 3 มี.ค.นี้
โดย ผู้จัดการออนไลน์    29 กุมภาพันธ์ 2551 17:04 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

      
ผู้ว่าการ ธปท.ประกาศยกเลิกมาตรการสำรอง 30% แล้ว โดยให้มีผล 3 มี.ค.นี้ หลังข่าวลือสะพัดหนัก “ธาริษา” ยืนยันสาเหตุการยกเลิก เพราะตัวเลข ศก.เริ่มฟื้นตัวขึ้นชัดเจน ขณะที่นักค้าเงิน ชี้ ค่าเงินบาทแข็งขึ้นเร็วมาก โดยแกว่งแตะ 31.40-31.60 บาท/ดอลลาร์ ล่าสุด ธปท.มีการประกาศมีมาตรการต่างๆ รองรับสถานการณ์ ทั้งมาตรการสกัดการเก็งกำไร และมาตรการชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยแล้ว
       
       วันนี้ (29 ก.พ.) นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดแถลงข่าวใหญ โดยประกาศยกเลิกมาตรการสำรอง 30% เงินทุนนำเข้าระยะสั้น มีผล 3 มี.ค.นี้ เนื่องจากสถานการณ์แวดล้อมต่างๆ เอื้ออำนวย และมีการเตรียมมาตรการรองรับไว้หมดแล้ว โดยเช้าวันจันทร์ ธปท.จะเชิญผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ เข้ารับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรการ 30% โดยการชี้แจงดังกล่าว จะครอบคลุมถึงเงินที่ธนาคารได้มีการกันสำรอง และนำส่งมายัง ธปท.ว่าจะมีการส่งคืนภายในเมื่อไหร่ อย่างไรด้วย
       
       ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวถึงมาตรการรองรับการบริหารจัดการการไหลเข้า-ออกของเงินทุนหลักการยกเลิกมาตรการ รวมทั้งมีมาตรการติดตามข้อมูลและป้องกันการเก็งกำไรค่าเงิน ธปท.ซึ่งได้แก่ การสนับสนุนการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยเพิ่มวงเงินให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นจำนวน 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อจัดสรรให้กับ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) รวมทั้งบุคคลธรรมดาที่ลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคล หรือผ่าน บล.ในการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
       
       สำหรับการปรับปรุงมาตรการป้องปราบการเก็งกำไรค่าเงินบาทที่สำคัญ คือ ปรับเกณฑ์การกู้ยืมเงินบาทของสถาบันการเงินในประเทศจากผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศ โดยลดวงเงินกู้ยืมโดยไม่มีธุรกรรมรองรับทุกอายุสัญญาให้มียอดคงค้างแต่ละสถาบันการเงินไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อกลุ่มผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศ เพื่อจำกัดช่องทางการเก็งกำไร
       
       รวมทั้งปรับเกณฑ์การจำกัดการปล่อยสภาพคล่องเงินบาทของสถาบันการเงินในประเทศแก่ผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศ โดยไม่มีธุรกรรมรองรับ ให้มียอดคงค้างแต่ละธนาคารไม่เกิน 300 ล้านบาทต่อกลุ่มผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศเพื่อเพิ่มความต้องการซื้อเงินตราต่างประเทศ
       
       ธปท.ยังปรับปรุงโครงสร้างบัญชีผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศ โดยแยกประเภทบัญชีเงินบาทออกเป็นบัญชีเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น และบัญชีเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เพื่อประโยชน์ในการติดตามการไหลเข้า-ออกของเงินทุน โดยเงินบาทในแต่ละประเภทบัญชีสามารถโอนระหว่างประเภทบัญชีเดียวกันได้ แต่ห้ามโอนข้ามประเภทบัญชี
       
       นางธาริษา กล่าวว่า ธปท.ยังมีมาตรการชั่วคราวเพื่อสนับสนุนการปรับตัวและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิของผู้ประกอบการรายย่อย (SME) โดยจัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ 3 ปี ด้วยการให้สินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรนผ่านสถาบันการเงินรวม 4 หมื่นล้านบาท และจัดโครงการรับซื้อต่อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าที่ผู้ประกอบการรายย่อยขายผ่านสถาบันการเงิน เป็นเวลา 6 เดือน
       
       นางธาริษา กล่าวถึงสาเหตุที่ยกเลิกมาตรการดังกล่าว เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2550 และเดือน ม.ค.51 เห็นถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ ขณะที่กระแสเงินทุนเข้าออกเริ่มมีความสมดุล
       
       ด้านปริมาณเงินตราต่างประเทศเข้า-ออก มีควาสสมดุลมากขึ้น จากการเกินดุลการค้าเริ่มชะลอลงในเดือนมกราคม 2551 ประกอบกับปริมาณงินลงทุนของไทยในต่างประเทศได้ปรับตัวสูงขึ้นตามการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการลงทุนในต่างประเทศ รวมทั้งการอนุญาตให้บุคคลในประเทศฝากเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารพาณิชย์ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2551
       
       ในส่วนของภาคการผลิตและภาคการส่งออกได้รับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงค่าเงินได้ดีขึ้นจากการป้องกันควาเมสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นมาก รวมทั้งได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การจัดการ และการกระจายตลาด
       
       ทั้งนี้ ธปท.มีเครื่องมือมากขึ้นในการดูแลสภาพคล่องและค่าเงิน ภายใต้ พ.ร.บ.ธปท.ฉบับใหม่ นอกจากนี้ แผนของกระทรวงการคลังในการปรับปรุงโครงสร้างและบริหารหนี้สาธารณะ รวมถึงการใช้ประโยชน์จาก พ.ร.บ.หนี้สาธารณะที่จะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ จะช่วยเพิ่มความสมดุลของเงินทุนเคลื่อนย้าย
       
       นอกจากนั้น ในระยะหลังมีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าจะมีการยกเลิกมาตรการดำรงเงินสำรองเงินนำเข้าระยะสั้น ผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ในตลาดก็ได้ปนับเปลี่ยนพฤติกรรมไปตามคาดการณ์ดังกล่าว จนทำให้ประสิทธิผลของมาตรการลดลงตามลำดับ
       
       นางธาริษา ยืนยันว่า ธปท.ได้พิจารณาปัจจัยด้านต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรอบคอบแล้ว และเห็นว่า สถานการณ์ขณะนี้เหมาะสม เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวชัดเจน ส่งออกขยายตัวดี บวกกับมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทำให้ความเชื่อมั่นเอกชนเพิ่มขึ้น ปริมาณเงินไหล-เข้าออกสมดุลกัน, เงินลงทุนของไทยในต่างประเทศปรับสูงขึ้น, มีการอนุญาตให้คนไทยไปลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้น ประกอบกับแบงก์ชาติมีเครื่องมือในการดูแลสภาพคล่องมากขึ้น ภายใต้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ จึงได้จังหวะเหมาะสมแล้ว ที่เห็นควรประกาศในวันนี้
       
       ทั้งนี้ ธปท.ได้ประกาศใช้มาตรการกันสำรอง 30% มาตั้งแต่ปลายปี 2549 เพื่อสกัดกั้นเงินทุนระยะสั้นต่างประเทศที่เข้ามาเก็งกำไรเงินบาท และเพื่อชะลอการแข็งขึ้นอย่างรวดเร็วของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ
       
       โดยก่อนหน้านี้ มีข่าวลืมสะพัดอย่างหนักว่า ธปท.โดนแรงกดดันทางการเมือง เข้ามาบีบทุกรูปแบบ เพื่อให้เร่งประกาศยกเลิกกันสำรอง 30% เพื่อกระตุ้นการกลับเข้ามาลงทุนของต่างชาติ ซึ่งจะช่วยฟื้นการลงทุนในประเทศหลังการลงทุนภาคเอกชนชะลอลงในปีที่ผ่านมา
       
       ด้านนักบริหารเงินจากธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เงินบาทล่าสุดขณะนี้แกว่งตัวอยู่ในช่วง 31.40/60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ ธปท.ประกาศยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา โดยเห็นว่าเงินบาทยังมีโอกาสแข็งค่าได้ต่อ ซึ่งต้องจับตาดูมาตรการเสริมต่อจากนี้
       
       “ถ้ายกเลิกมาตรการนี้ เงินบาทมันก็แข็งค่าขึ้นต่อ แต่คงยังบอกไม่ได้ว่าแข็งค่าต่อไปที่ระดับใด เพราะต้องแล้วแต่ว่า นโยบายที่รองรับออกมา จะมีผลชะรอความร้อนแรงได้เพียงไหน”

http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9510000025359
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นโยบายนี้คงเป็นจริงๆไม่ได้ ถ้าไม่มีนายสั่ง และขี้ข้าพลอยพยัก
คนคิดนโยบายไม่ได้คิดถึง ศก.อะไรหรอก เพราะมันก็เป็นแค่วิธี"ขนเงิน"
ที่พวกเลวๆบางคนมีจุดประสงค์จะขนเงินหนีไปได้สะดวกๆแบบกำไรสองเด้ง
1. ได้กำไรค่า้เงินเพราะเงินบาทแข็ง
2. ได้อำนวยความสะดวกจากมาตรการสนับสนุนให้ขนเงินออกไปลงทุนใน ตปท.

ส่วนประชาชนไทยรับกรรมสองเด้ง
1. ส่งออกไม่ได้เพราะค่าเงินบาทแข็ง
2. โดนโจมตีค่าเงิน

คนรวยๆก็ได้กำไรหุ้น/ค่าเงิน
คนจนๆก็ได้เงินหาเสียง เงินแจกตามนโยบาย เงินกู้(ที่เตรียมจะชักดาบ)
ประชาชนคนชั้นกลาง ผู้ประกอบการก็รับกรรมไป(ทำไมซวยงี้ว๊า)
บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 02-03-2008, 10:56 »

ผมขอออกตัวว่าไม่เก่งเรื่องพวกนี้....

แต่ที่ผมรู้เเละผมเก่ง...คือนิสัยมาตรฐานสองระดับของไอ้คนบางกลุ่ม...


คนบางกลุ่มที่ว่า ขิงเเก่ ขิงเน่า มันบริหารจนบาทเเข็ง มันดิ้นนนนน ยังกะปลิงโดนอะไรราด...



แต่นี้ยกเลิก๓๐%ปั๊บ  บาทเเข็งเท่าไร่


แต่ก็็๋ไม่ยังมีไอ้หน้่าเก่าๆ ที่เคยด่าขิงเเก่ขิงเน่า มาด่ารัฐบาลหมาแก่หัวเน่ากันซักคน
บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #6 เมื่อ: 02-03-2008, 21:32 »

พอยกเลิกมาตรการ 30 % จนบาทแข็งได้ที่แล้ว...

อีทีนี้ก็ค่อยๆปล่อยขายดอลล์ที่ตุนไว้ด้วยความใจเย็น  ออกมาให้บาทอ่อนแบบเนียนๆ

แล้วก็มาคุยทับว่าผลงานของใคร ที่ตัดสินใจถูกต้อง

ละครเรื่องนี้เค้าวางแผนไว้เนียนๆแล๊นนน..

ส่วนตลาดหุ้น จะทะยานขึ้นไป อวดว่าความมั่นใจของนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศกลับคืนมา


เพราะฝีมือใคร ส่วนรายใหญ่เช็คกระแสเล่นตามน้ำ รวยเละ

พวกรายย่อย...กลายเป็นรายละเอียดอีกตามเคย

นักวิแคะทั้งหลายที่มีผลประโยชน์ จะขุดหุ้นรายตัวขึ้นมาเชียร์ วันละสามเวลาหลังอาหาร

พ่นแต่เรื่องดีๆ ให้นักลงทุนรายย่อยฝันหวานและเชื่อตาม เพราะตอนนี้ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำต้อยติดดิน


ส่วนเงินกู้ ก็มีช่องว่างห่างกันแบบมีฝ่ามือพิฆาตมากางกั้น

จะลงทุนขายอะไรก็ว้าเหว่วิเวกใจ เพราะมีแต่คนแย่งกันขายเต็มไปหมด

กำลังซื้อของผู้บริโภคหดหายเหลือแค่หยิบมือเดียว


 SME ที่โคสะนาชวนเชื่อกว่าจะผ่านการให้กู้ของแต่ละธนาคาร

ก็มีระเบียบยิบย่อยจนถอดใจ

เฮ้ออออ.....รอยโคทับรอยควาย ไม่เคยสิ้นสุด


อ๊าววว....เราฝันร้ายไปรึเปล่าเนี่ยยย....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2008, 21:35 โดย ดอกฟ้ากับหมาวัด » บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #7 เมื่อ: 02-03-2008, 22:35 »

ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ก็เห็นด้วยที่จะยกเลิก ด้วยนี่

ถ้าไม่อยากยกเลิก ต้องเลือกรัฐบาลขิงแก่มาบริหารโน่นจ้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2008, 23:07 โดย mebeam » บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #8 เมื่อ: 02-03-2008, 22:45 »

ท่านผู้นำฝ่ายค้าย ก็เห็นด้วยที่จะยกเลิก ด้วยนี่

ถ้าไม่อยากยกเลิก ต้องเลือกรัฐบาลขิงแก่มาบริหารโน่นจ้า

[/quote




ไอ้ตรงนี้คงต้องไปถามใจผู้นำฝ่ายค้านว่า ไม่สามารถทนกับกระแสกดดันทางการเมือง

ที่เกี่ยวเนื่องกับการหาเสียงรึเปล่า

การยกเลิกสำรอง น่าจะมีวิธีที่นุ่มนวลกว่าโดยปลดล๊อกทีละเสต็ป จาก สิบ ยี่สิบ สามสิบ

แล้วค่อยประเมินผลได้เสีย ไม่ใช่นึกอยาก.... ก็ทำตามอำเภอใจ แล้วใครเสียใครได้ คิดเอาเอง


คนที่เสียผลประโยชน์จาการกันสำรองครั้งนี้ มีหลายฝ่าย

รวมทั้งฝ่ายนายทุนการเมืองด้วยน๊า สิบอกไห่.......
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2008, 22:48 โดย ดอกฟ้ากับหมาวัด » บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 03-03-2008, 00:54 »

ประกาศ... มีคนบางคน ได้ไปแล้ว 5 พันล้านในเร็วๆ นี้
เพราะเงินเย็นแช่แข็งจะกลายเป็นเงินร้อนโดยฉับพลัน
ถอนทุนคืนทางการเมือง และมีเงินไว้ใช้อำนาจต่อไป
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

หน้า: [1]
    กระโดดไป: