เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอนเงิน 50 ล้านผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง
วันที่ 19 ธันวาคม 2550 - เวลา 17:27:54 น. อ่านเพิ่มเติม - เอกสารคำให้การของพยานเพื่อขออนุมัติศาลฯ ออกหมายจับผู้ต้องหา
http://www.usdoj.gov/criminal/pr/press_releases/2007/12/12-18-07geralpat-green-affidavit.pdfสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา แจ้งข้อกล่าวหาสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง
ซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน นายเจอราล์ด กรีน นักธุรกิจชาวอเมริกันในนครลอส แองเจลีส วัย 75 ปี กับนางแพทริเซีย ภรรยาวัย 52 ปี
ได้ถูกตำรวจนครลอส แองเจลีส จับกุมตัวในข้อหาจ่ายเงินสินบนมากกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 56 ล้านบาท
ให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท.
เพื่อให้ได้สิทธิจัดงานเทศกาลภาพยนต์นานาชาติกรุงเทพฯ ( the Bangkok International Film Festival)
กับข้อตกลงอื่นๆรวมมูลค่ามากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 330 ล้านบาท
ในข้อหาจ่ายเงินสินบนมากกว่า 1.7 ล้านเหรียญฯ หรือประมาณ 56 ล้านบาท
ให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)
เพื่อให้ได้สิทธิ์จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงเทพฯ(The Bangkok International Film Festival )
ภายใต้การดูแลของททท. และข้อตกลงอื่น รวมมูลค่ามากกว่า 10 ล้านเหรียญฯ หรือประมาณ 330 ล้านบาท
โดยทั้งคู่ถูกจับกุมหลังมีการร้องเรียนคดีอาญา เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา
แถลงการณ์ของกระทรวงยุติธรรม สหรัฐฯ ระบุว่าสามีภรรยาคู่ดังกล่าว
ได้ตั้งบริษัทชื่อ ฟิล์ม เฟสติวัล เมเนจเมนต์ เมื่อปีพ.ศ. 2546 เพื่อประมูลสิทธิ์การจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงเทพฯ
และช่วงระหว่างปี พ.ศ.2546-2550 ได้จ่ายค่าคอมมิสชั่นก้อนใหญ่ให้กับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวของททท.
ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อในเอกสาร ทั้งนี้หากทั้งคู่ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงตามข้อหา จะมีโทษจำคุกถึง 10 ปีความตอนหนึ่งจากเอกสารของเอฟบีไอที่ยื่นต่อศาล
ระบุคำให้การในชั้นศาลของพยาน ว่า หลักฐานได้ปรากฎขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
พบว่าผู้ต้องหาได้จ่ายค่าคอมมิสชั่นก้อนใหญ่ในการทำสัญญากับททท.
ต่อมาได้มีการนัดหมายโอนเงินด้วยบริการ Wire Transfer (วิธีชำระเงินผ่านธนาคารล่วงหน้า ก่อนที่จะได้รับสินค้า)
และเชคเงินสดไม่ระบุชื่อเจ้าของบัญชี
อย่างไรก็ตามจำเลยพยายามปกปิดต้นตอของการติดสินบนทุกวิถีทาง เช่น
ก. มีการจ้างเหมางานอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวพัน โดยไม่ระบุต้นตอของบริษัทที่รับเหมา
แถมยังไม่มีการระบุทั้งที่อยู่ หรือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ โดยรวบยอดว่าเป็นการจ้างงานในนามของ ททท.
เพื่อหมกเม็ดการจ่ายเงินก้อนใหญ่เป็นยอดรวมคราวเดียว
ข. การจ่ายเงินค่าคอมมิสชั่นให้เจ้าหน้าที่ของ ททท. โดยใช้วิธีโอนเงินผ่านธนาคารต่างชาติเป็นสื่อกลาง
ค. พฤติกรรมของผู้ต้องหาได้พยายามปกปิดพยานหลักฐานที่จะเชื่อมโยงถึงการทุจริต ตั้งแต่ในชั้นสอบสวน
อย่างไรก็ตามข้อความในสำนวนสอบสวน ระบุด้วยว่า ในแต่ละปี ททท.
จะได้รับงบประมาณหลายล้านบาทในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงเทพฯ ซึ่งทุนดังกล่าวล้วนมาจากเงินภาษีของประชาชน
ส่วนบริษัทที่นายเจอราล์ดก่อตั้งได้ประมูลสิทธิ์นี้มายาวนานกว่า 4 ปี
จนมาหยุดชะงักเมื่อปลายปี 2549 เมื่อเกิดเหตุรัฐประหารขึ้นในประเทศไทย และผู้บริหารระดับสูงของ ททท. คนดังกล่าวได้พ้นจากตำแหน่งสำนวนยังระบุด้วยว่า นอกจากคดีทุจริตค่าคอมมิสชั่นดังกล่าว
บริษัทย่อยของนายเจอร์ราล์ดอีก 2-3 แห่ง ยังมีสัญญาผูกขาดทางธุรกิจอื่นๆ กับ ททท. อีก
ไม่ว่าจะเป็นสัญญาจัดซื้อจัดจ้างทำปฏิทินและหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีโครงการยักษ์อย่าง ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด อีกด้วย เอฟบีไอยังพบหลักฐานที่เชื่อมโยงว่านายเจอร์ราล์ดได้เชื่อมโยงสัญญาที่ทำกับ ททท.
และบริษัทอื่นๆ ในสหรัฐมาเกี่ยวพันกับการจ่ายเงินค่าคอมมิสชั่นก้อนนี้ ซึ่งส่วนหนึ่ง กลับเข้าสู่ผู้ว่า ททท.
อย่างไรก็ตามเอกสารแนบท้ายสำนวนดังกล่าวของเอฟบีไอ ระบุว่า
มีการโอนเงิน Wire Transfer เข้าบัญชีลูกสาวของผู้ว่า ททท. ถึง 41 ครั้ง เริ่มตั้งแต่ วันที่ 30 พฤษภาคม 2546 จนถึง 16 ตุลาคม 2549 โดยชื่อของเจ้าของบัญชีที่รับเงินในแต่ละครั้งมีตัวสะกดต่างกันไป รวมยอดเงินโอนทั้งหมด 1,384,694.80 ดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ธนาคารที่ลูกสาวของผู้ว่า ททท. ใช้รับเงินโอน มีทั้งในสิงคโปร์ อังกฤษ และในหมู่เกาะเจอร์ซี่ส์นอกจากนี้ เอกสารดังกล่าวระบุด้วยว่า
เอฟบีไอได้พบหลักฐานเป็นลายมือเขียนระบุวิธีการโอนเงิน Wire Transfer เข้าบัญชีธนาคารของลูกสาวผู้ว่า ททท.
และลายมือเป็นข้อความสัญลักษณ์ถอดความเป็นชื่อและนามสกุล รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ว่า ททท.
ซึ่งเขียนไว้ในชุดเครื่องเขียนสำหรับแขกที่มาพักในโรวแรมโอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
และยังพบซองและสเเตทเม้นต์บัญชีธนาคารในสิงคโปร์ของลูกสาวผู้ว่า ททท. ด้วย ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องนี้ไปยังนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการ ททท.
ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงดังกล่าว(ปัจจุบันเป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบสัดส่วนอันดับ 6 พรรคเพื่อแผ่นดินในกลุ่มที่ 6 กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ)
ได้รับคำตอบว่า
"ได้ข่าวมาเหมือนกัน แต่ยังไม่รู้รายละเอียดว่าเป็นอย่างไร ต้องคุยกับคนที่ถูกจับก่อน"เมื่อถามว่า ตามข่าวระบุว่าา เจ้าหน้าที่ ททท.ที่รับสินบนเป็นผู้บริหารระดับสูงหมายถึงคุณจุฑามาศหรือไม่เพราะเป็นผู้ ว่า ททท.อยู่ในขณะนั้น
นางจุฑามาศกล่าวว่า
"ยังตอบอะไรตอนนี้ไม่ได้เพราะไม่ทรายรายละเอียด"ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้สอบถามได้อีกเมื่อไหร่
นางจุฑามาศกล่าวว่า
"ยังตอบไม่ได้ ตอนนี้ยังติดต่อทางนั้น(หมายถึงสหรัฐอเมริกา)ไม่ได้"ด้าน นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกระทรวงยุติธรรม ประเทศสหรัฐอเมริกา
จับกุมเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯที่จ่ายเงินสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการจัดแสดงงานบางกอกฟิล์มเฟสติวัล ว่า
เมื่อมีการจับกุมเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทำการทุจริตจ่ายเงินสินบนในประเทศสหรัฐอเมริกา
ในส่วนของประเทศไทยจึงอยู่นิ่งไม่ได้ จะต้องสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของไทยที่รับเงินสินบนให ้ได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข้อเท็จจริงเบื้องต้นระบุว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงินสินบน
เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง จึงอยู่ในอำนาจการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ซึ่งปัจจุบันมีการแก้ไขกฎหมายแล้ว ป.ป.ช.จึงไม่ต้องรอให้ผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ โดยสามารถตั้งต้นดำเนินคดีได้เอง จากนั้นป.ป.ช.อาจมอบหมายให้สำนักงานอัยการสูงสุด
ประสานข้อสำนวนการสอบสวนจากกระทรวงยุติธรรม ประเทศสหรัฐฯ
และอาจร้องขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษส่งเจ้าหน้าที่ไ ปร่วมสืบสวนสอบสวนกับป.ป.ช.ได้
นายจรัญ กล่าวอีกว่า
ในส่วนของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.)
ก็พร้อมจะเข้าตรวจสอบธุรกรรมการเงินของผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
แต่จะต้องรอให้ป.ป.ช.เริ่มต้นคดีก่อน หากป.ป.ง.เข้าตรวจสอบก่อน อาจถูกมองว่าใช้อำนาจกลั่นแกล้งhttp://www.matichon.co.th/news_title.php?id=977