ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
10-10-2026, 14:03
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
 |  ทั่วไป  |  ห้องสาธารณะ  |  อยากทราบรายชื่อผู้เกือบล้มละลายในปี 2540 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
อยากทราบรายชื่อผู้เกือบล้มละลายในปี 2540  (อ่าน 4508 ครั้ง)
เด็กอยากรู้
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 14-07-2006, 22:56 »

เห็นบอกว่าบางคนยังเป็นรัฐมนตรีอยู่
คอยนั่งมองประชาชนตาดำๆกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโต

โดยที่ผมไม่ทราบเลยว่าท่านเหล่านั้นจะรู้สึกผิดกับหนี้ที่ตัวเองก่อ
แล้วประชาชนทั้งประเทศกลายเป็นบุคคลล้มละลาย แทนที่จะเป็นบุคคล(ในรัฐบาล)เพียงไม่กี่คน

ถ้าใครมีข้อมูลก็ขอขอบพระคุณมากครับ
เพราะผมหาข้อมูลในส่วนนี้ไม่เจอจริงๆ

ตอนนั้น(2540) ผมอายุ 9 ขวบ
มาถึงตอนนี้ผมเริ่มสนใจข้อมูลในส่วนนี้
ที่ทำไมคนธรรมดาอย่างผมต้องคอยชดใช้กรรมแทนพวกมัน

เท่าที่ทราบนะครับ เกาหลีไม่มีการยกฟ้องบุคคลล้มละลายในตอนนั้น

ผมหาเนื้อความคร่าวๆในข่าวได้อย่างนี้ครับ

ครม.ปล่อยผีลูกหนี้เน่าสุจริต พ้นล้มละลาย 3 ปี ทันที - แต่พวกล้มบนฟูก 10 ปี
 
โดย ผู้จัดการรายวัน 1 ตุลาคม 2546 08:24 น.
 
 
              ผู้จัดการรายวัน - ปล่อยผีลูกหนี้เอ็นพีแอล บุคคลล้มละลาย หากไม่ใช่ล้มบนฟูก เพราะทุจริตหรือฉ้อโกงได้เฮ หลัง ครม. ผ่านร่าง พ.ร.บ.ล้มละลายฉบับกฤษฎีกาตรวจ แก้และผ่านกลั่นกรองแล้ว เนื้อหาสำคัญ เน้นแก้ไขบุคคล ล้มละลายให้พ้นจากล้มละลายใน 3 ปีทันที จากเดิมที่ต้องร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ขณะที่คนขี้โกง ล้มบนฟูก ให้ ยืดเวลาล้มละลาย 10 ปี
        น.ต.ศิธา ทิวารี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วานนี้ (30 ก.ย.) เห็นชอบให้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ล้มละลาย (ฉบับที่..) พ.ศ. .. และร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย (ฉบับที่..) พ.ศ. .. รวม 2 ฉบับ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนสภาต่อไป
        ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลายที่ผ่านการ ตรวจแก้จากคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไข พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 สาระสำคัญ เช่น ปลดจากการล้มละลายของบุคคลธรรมดา กฎหมายเดิม ต้องปลด โดยร้องขอต่อศาล ให้ศาลมีคำสั่งในเวลา 3 ปี
        แต่ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลายฉบับใหม่ เพิ่มเติมให้พ้นจากการล้มละลายโดยผลของกฎหมาย เนื่องจาก ที่ผ่านมา เป็นปัญหาว่า บุคคลที่ตกเป็น บุคคลล้มละลาย ไม่อาจพ้นจากการล้มละลายในเวลาที่เหมาะสมได้ ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อลูกหนี้ เพราะแม้แต่บุคคลต้องโทษคดีอาญายังกำหนดระยะเวลาการลงโทษที่แน่นอน
        ดังนั้น ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลายฉบับใหม่ มาตรา 81/1 จึงกำหนดให้บุคคลธรรมดา ซึ่งศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว ให้ปลดบุคคลนั้นจากล้มละลายทันทีที่พ้น 3 ปี นับแต่วันที่ศาลพิพากษาให้ล้มละลาย เว้นแต่บุคคลนั้น เคยถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลายมาก่อน และยังไม่พ้น 5 ปี นับจากถูกพิพากษาครั้งก่อน หรือบุคคลที่ล้มละลายโดยทุจริต หรือล้มละลายเนื่องจากกระทำความผิด ลักษณะกู้ยืมเงินที่เป็นการโกงประชาชน
        เพราะการปลดการล้มละลาย ไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ถูกอายัด และเพื่อให้โอกาสลูกหนี้ มีโอกาสกลับมาประกอบธุรกิจใหม่อีกครั้ง โดยระบุในมาตรา 13 ว่าบุคคลธรรมดาที่ถูกศาลพิพากษาล้มละลาย ก่อนกฎหมายฉบับนี้จะประกาศใช้ และครบกำหนดตามมาตรา 81/1 ให้ปลดจากล้มละลาย แต่ไม่ครอบคลุมคดีที่ยังอยู่ระหว่างฟ้อง
      
       คนขี้โกงล้มบนฟูกเจอล้มละลาย 10 ปี
        สำหรับบุคคลธรรมดาที่ถูกพิพากษาล้มละลาย แต่เป็นบุคคลที่ล้มละลายทุจริต หรือล้มละลายโดยเข้าข่ายการกู้ยืมเงินที่ฉ้อโกงประชาชน กฎหมายเห็นว่า เป็นบุคคลที่ไม่สมควรได้รับการปลดจากการล้มละลายตามเวลาปกติ จึงให้ขยายเป็น 10 ปี
        นอกจากนี้ กฎหมายร่าง พ.ร.บ.ล้มละลายฉบับใหม่ ยังให้อำนาจของศาลครอบคลุมถึงการสั่งผู้ประกอบการเกี่ยวกับไปรษณีย์โทรเลข หรือการสื่อสารอื่นใด ที่ส่งโทรเลข ไปรษณียภัณฑ์ จดหมาย หนังสือ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือข้อมูลทางสื่อสารอื่นใดที่มีถึงลูกหนี้ ไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อให้ครอบคลุมถึงการสื่อสารอื่นๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการรวบรวมทรัพย์สินลูกหนี้ หลังจากลูกหนี้ถูกสั่งพิทักษ์ทรัพย์
        สำหรับร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลาย เพิ่มเติมหลักเกณฑ์อุทธรณ์คำพิพากษา หรือคำสั่งศาลล้มละลาย โดยเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ที่ศาลฎีกาจะพิจารณาคดีที่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยกำหนดเหตุต้องห้ามอุทธรณ์ ทั้งคดีล้มละลาย และคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ไว้ที่เดียวกัน
        โดยห้ามอุทธรณ์คำพิพากษา หรือคำสั่งศาลล้มละลาย เว้นแต่เป็นคำพิพากษายกฟ้อง เป็นคำสั่งยกคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ หรือคำร้องขอให้ล้มละลาย เป็นคำสั่งอนุญาต หรือไม่อนุญาต ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน และเป็นคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้
      
       กม.ล้มละลาย
        น.ต.ศิธา ทิวารี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วานนี้ (30 ก.ย.) เห็นชอบให้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ล้มละลาย (ฉบับที่..) พ.ศ. .. และร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย (ฉบับที่..) พ.ศ. .. รวม 2 ฉบับ ที่สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว
        โดยมอบหมายผู้แทนสำนักคณะกรรมการกฤษฎีการับร่าง พ.ร.บ.ล้มละลายดังกล่าว แก้ไขเพิ่ม เติมตามประเด็นอภิปรายของคณะกรรมการกลั่นกรอง เกี่ยวกับการเพิ่มเติมบทเฉพาะกาล เรื่องค่าธรรมเนียม แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
        ร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายดังกล่าว สาระสำคัญ ดังนี้ 1. ยกเลิกบทบัญญัติที่กำหนดให้ลูกหนี้พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายโดยผลของกฎหมายเมื่อครบ 3 ปี นับแต่ศาลมีคำพิพากษาเป็นบุคคลล้มละลาย 2. กำหนดให้บุคคลภายในของลูกหนี้ หมายความรวมถึงคู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของลูกหนี้ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วย 3.กำหนดให้บุคคลล้มละลายทุจริต หมายความรวมถึงกรณีเป็นบุคคลล้มละลายเนื่องจากการทำความผิด อันมีลักษณะเป็นการกู้ยืมเงินที่ฉ้อโกงประชาชน
        4. กำหนดให้ศาลมีอำนาจ สั่งให้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับไปรษณีย์โทรเลข หรือการสื่อสารอื่นใด ส่งโทรเลขไปรษณียภัณฑ์ จดหมาย หนังสือ ข้อมูล อิเล็กทรอนิส์ หรือข้อมูลการสื่อสารอื่นใดที่มีถึงลูกหนี้ ไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
        5. แก้ไขเพิ่มเติมการปลดจากล้มละลายโดยคำสั่งศาล จะเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการปลดจากล้มละลาย เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่กำหนด 6.ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับการอุทธรณ์คำสั่งศาลล้มละลายส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย 7. ปรับปรุงค่าธรรมเนียมล้มละลายให้เหมาะสม
        สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย สาระสำคัญ ดังนี้
        1. เพิ่มกรณีห้ามอุทธรณ์คำพิพากษา หรือคำสั่งของศาล คดีล้มละลาย เพื่อรวมวิธีอุทธรณ์ และกรณีต้องห้ามอุทธรณ์ ทั้งกรณีล้มละลาย และกรณีฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ ไว้ที่เดียวกันโดยห้ามอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาของศาลเว้น แต่คำพิพากษานั้นจะถูกยกฟ้อง
        คำสั่งยกคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ หรือคำร้องขอให้ล้มละลาย คำสั่งให้อนุญาต หรือ ไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้ ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน และคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้
        2.กรณีที่ศาลฎีกาจะไม่รับอุทธรณ์คดีที่ไม่รับอุทธรณ์คดีที่ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามกฎหมาย หากเห็นว่าข้อที่อุทธรณ์นั้นไม่สมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ซึ่งในกรณีนี้ มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดขอบเขตการใช้ดุลพินิจของศาลฎีกา เพราะเป็นคดีที่ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามกฎหมาย อย่างไรก็ดี กรณีนี้จะไม่นำมาใช้บังคับคดีอาญาที่ศาลล้มละลายเป็นผู้พิจารณาเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อคู่กรณีในคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับคดีล้มละลาย ซึ่งในอนาคตอาจมีการขยายขอบเขตของศาลล้มละลายให้พิจารณาคดีอาญาด้วย
        3.ให้นำบทบัญญัติของส่วนที่ 1 วิธีพิจารณาในศาลชั้นต้นในหมวด 3 วิธี พิจารณาคดีล้มละลาย และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาและการชี้ขาดตัดสินคดีที่มีการอุทธรณ์ตามมาตรา 24 ในศาลฎีกาโดยอนุโลม 4. กำหนดบทเฉพาะกาลให้บรรดาคดีล้มละลายที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลอุทธรณ์ ในวันที่ พ.ร.บ.นี้ ใช้บังคับ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไปจนเสร็จ และให้คู่ความมีสิทธิ์ฎีกาต่อไปได้ตามกฎหมาย ในกรณีที่ศาลชั้นต้น หรือ ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษา หรือ มีคำสั่งไปก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
        แต่คดียังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกา และคู่ความยังไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ หรือฎีกา ให้คู่ความยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.นี้ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ
 


http://www.google.co.th/search?hl=th&q=%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%9F%E0%B8%B9%E0%B8%81&meta=

บันทึกการเข้า
ยามเฝ้าแผ่นดิน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 386


รักพ่อ อย่าพายเรือให้โจรนั่ง


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 20-02-2007, 15:51 »

หัวอกเดียวกัน ตอนวิกฤตเศรษฐกิจไอ้หน้าเหลี่ยมเคยเอาเงินบาทให้จอร์จ โซรอสโจมตีค่าเงินบาทไทยด้วย
บันทึกการเข้า


จงอย่าเกรงกลัวทรราช เพราะทรราชกลัวเกรงพลังประชาชน
[email protected]
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #2 เมื่อ: 20-02-2007, 17:09 »

หายาก
ไม่มีใครบอกหรอกว่า "กูเจ๊ง"

เอาง่่าย ๆ แค่เหล่าแมงโลภในตลาดหุ้นทุกวันนี้
มีแต่บอกว่า "ได้ ๆๆ" กันทั้งนั้น
แต่พอ "ฟองสบู่แตก" ด้วยเหตุที่ "ไม่มีมือตีฟอง" หรือ "ไม่มีน้ำสบู่ใหม่ ๆ เติมเข้าไป"
ไอ้พวกแมงโลภพวกนี้ต่างบ่นอุบ ไปจนถึง "โวยวาย" ราวกับพ่อพวกมันทิ้งแมพวกมัน่ไปอยู่กับหมา
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
    กระโดดไป: