คำต่อคำ:พล.อ.สนธิย้ำรัฐประหารแค่ข่าวลือ จากกลุ่มป่วนเมือง5 มกราคม 2550 11:57 น.
พล.อ.สนธิ ย้ำข่าวรัฐประหารเป็นข่าวปล่อยเพื่อหวังสร้างความวุ่นวาย ยันคมช.ไม่เกิดความแตกแยก ระบุให้ความสำคัญกลุ่มเสียประโยชน์มากสุด อยู่เบื้องหลังวางระเบิด
พล.อ.สนธิ บุญรัตนกลิน ผู้บัญชาการทหารบกและประธานคณะมนตรีความมั่นคง(คมช.) ออกมาชี้แจงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงข่าวรัฐประหารซ้อน ในรายการ "สยามเช้านี้" ทางทีวีช่อง 5 ในช่วงเช้าวันนี้ โดยคุณเทพชัย หย่อง บรรณาธิการเครือเนชั่น มีรายละเอียดดังนี้
ถาม : ได้ยินข่าวลือว่ามีการปฏิวัติซ้ำ หรือซ้อน และท่านถูกควบคุมตัวเมื่อวานนี้ตื่นเต้นกันทั้งเมืองเกิดอะไรขึ้น เป็นแค่ข่าวลือใช่มั๊ยครับ
ตอบ: มีโทรศัพท์เข้ามามากมายเมื่อคืนถาม: แต่ว่ากระบวนการปล่อยข่าวลือนี้ได้ผลมากเลย ผมเองก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน คนรู้จักเป็นสิบๆสาย ผมว่าท่านเองก็คงมีคนโทรมาหาเยอะเหมือนกัน
ตอบ: ผมคิดว่าเป็นเรื่องของกระบวนการในการมุ่งหวังให้ชาติบ้านเมืองเกิดความสับสนวุ่นวาย ในทางทหารเรียกการก่อวินาศกรรมอย่างหนึ่ง ฉะนั้นเป็นเครื่องมือในการดำเนินการของฝ่ายที่ไม่ปราถนาดี คิดว่าการกระทำเหล่านี้มุ่งที่จะทำลายเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมของบ้านเมืองเราได้เป็นส่วนหนึ่ง ก็เป็นสิ่งที่เขาสามารถทำได้ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่คนไทยภาพรวม เป็นคนที่มีความรักสมานสามัคคีอยู่แล้วในพื้นฐานของสังคม เมื่อได้ยินสิ่งเหล่าขึ้นมาก็คงตกใจเป็นเรื่องธรรมดาถาม: แสดงว่าเป้าหมายเขาบรรลุผลพอสมควร ถ้าประชาชนแตกตื่นกันมากมาย
ตอบ: ถ้าพูดถึงผลออกมาก็พอสมควรถาม: มีความเชื่อมโยงกันแค่ไหน ระหว่างเรื่องการปล่อยข่าวลือ การปฏิวัติเมื่อวันสองวันที่ผ่านมาเรือ่งการโทรศัพท์ไปขู่ปล่อยข่าวว่ามีการวางระเบิดที่นั่นที่นี่ และย้อนกลับไประเบิดส่งท้ายปีเก่าก่อนหน้านั้นการเผาโรงเรียนหลายแห่ง ท่านเห็นความเชื่อมโยงเหตุการณ์เหล่านี้ใช่มั๊ย
ตอบ: ผมมองว่ากระบวนการทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน นี่วิเคราะหฺ์ทางทหาร เพราะหลักการในการดำเนินการทั้งหมด มันเป็นหลักการณ์ที่คล้าย 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ หมายถึงว่าทฤษฎีในการปฏิบัติ ไม่ว่าเกิดการเผาโรงเรียน การวางระเบิดก็ตาม เป็นแนวทางที่คล้ายกัน วัตถุประสงค์ก็คล้ายกัน นี่เป็นสิ่งที่ทางทหารกำลังติดตามและตรวจสอบพฤติกรรมอยู่ คิดว่าเรามองเห็นในภาพตรงนี้แล้วเราต้องไปหาดูว่าใครกลุ่มไหนเป็นผู้ทำ ทั้งในทางสืบสวนสอบสวนของตำรวจมาวิเคราะห์ด้วยเช่นกัน ก็คิดว่าเราต้องหาตรงนั้นให้เจอ ให้ชัดเจนและพุ่งเป้าไปสู้ในทางในการแก้ไขถาม: และยังเชื่อว่ากลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า เป็นผู้สูญเสียผลประโยชน์ทางการเมือง ยังเป็นคนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่หรือเปล่า
ตอบ: เราก็วิเคราะห์หลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่คุณเทพชัยพูดเมื่อกี้และกลุ่มอื่นๆเราก็มองพุ่งเป้าไปทั้งหมด เราต้องการวิเคราะห์ออกมาสุดท้ายคือใคร คือเป้าหมายที่เรารันไปอย่างเต็มที่เพื่อให้ถึงจุดนั้นให้ได้ ถาม: แต่น้ำหนักก็อยู่ในกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ทางการเมือง
ตอบ: เราก็มองจุดนั้นด้วย เพราะว่าน่าจะเป็นจุดที่มีความสำคัญ สมเหตุสมผลมากถาม: ถ้าคนกลุ่มนี้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป้าหมายเบื้องต้น สร้างความปั่นป่วน เขย่าความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อ คมช. ต่อรัฐบาล แต่เป้าหมายสุดท้ายเขาคืออะไร เท่าที่ท่านวิเคราะห์ดูเขาต้องการอะไรจริงๆแล้ว
ตอบ: ถ้าพูดถึงการเมือง ตอนนี้ก็คือเห็นแล้วว่าน่าจะเป็นเป้าหมายสุดท้าย ฉะนั้นเราเองยังไม่บอกว่าเป้าหมายสุดท้ายคืออะไร เรายังจับตรงนั้นอยู่ เรากำลังมองกันว่าในปัจจุบันนี้สิ่งที่กำลังเกิดอยู่ น่าจะเป็นปัจจัยที่เราคิดมากกว่า เราไม่อยากเห็นเกิดความเดือดร้อนกับประชาชน เกิดความไม่สบายใจกับประชาชนและสังคม ตรงนี้เป็นปัจจัยที่เรากำลังมองเร่งด่วน
ถาม: ย้อนกลับมาเรื่องข่าวลือเกี่ยวกับปฏิวัติ ถามจริง ในกองทัพ ท่านว่ามีคนคิดมั๊ย ถ้าคิด มีศักยภาพพอมั๊ยที่จะปฏิวัติ
ตอบ: ผมมองในเรื่องการบริหารจัดการในกองทัพ ผมเป็นคนให้ความเป็นธรรมกับการปกครองค่อนข้างมาก เรืท่องความเป็นธรรม ความถูกต้องผมถือว่าเป็นอันดับแรกของการบริหารจัดการ ผมต้องการความรู้รักสามัคคี ภายในกองทัพ การปกครอง ผมปกครองคนทุกคนมีความเท่าเทียมกัน มีความรักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง ณ เวลานี้คนในกองทัพ ผมเชื่อว่า ความเป็นพี่เป็นน้องกัน เจตนารมณ์ อุดมการณ์ของพวกเรามีเหมือนกัน แม้แต่คิดว่าจะปฏิวัติ ผมยังเชื่อว่าไม่มีเวลานี้ถาม: แต่ท่านก็เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า เงิน น่ากลัว กว่าอาวุธ
ตอบ: นี่ไง คือปัจจัยสำคัญ ผมต้องทำให้อุดมการณ์มีอานุภาพมากกว่า ถาม: จนถึงขณะนี้ เงินยังไม่สามารถซื้ออะไรได้
ตอบ: ผมว่าในกองทัพ ยังไม่ได้ถาม: ท่านว่า มีความพยายามมั๊ย
ตอบ: ผมเชื่อว่ามีแน่นอน ผมเชื่อว่าทำไม่ได้ถาม: ในคมช. เองก็ยังยืนยันว่ายังเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่ มีกระแสข่าวว่า มีการแบ่งกันเป็น สองกลุ่ม สามกลุ่ม เวลาประชุมกันก็ทุบโต๊ะทะเลาะกันจริงหรือไม่
ตอบ: ไม่เคยมี ผมยืนยันได้ว่า แนวทางบริหารจัดการที่ผมทำมาตั้งแต่ 19 กันยา คุยกันด้วยเหตุด้วยผล จะขวาก็ขวาหมด จะซ้ายก็ซ้ายหมด ผมยืนยัน ในการประชุมทุกครั้งเป็นไปด้วยความสมานฉันท์ด้วยเหตุด้วยผลทั้งสิ้นถาม: ผมถามตรงๆ ว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งเหตุการณ์ระเบิด ความเคลื่อนไหวที่ติดต่อมา คุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเกี่ยวแค่ไหน
ตอบ: ผมคงจะชี้ลงไปตรงนั้นไม่ได้อย่างที่เรียนเมื่อกี้ว่าเราต้องเดินทางไปหา ว่า ผู้ที่ดำเนินการนั้นคือคนกลุ่มไหน คือสิ่งที่เรากำลังหาตรงนั้นมากกว่า ถ้าได้ออกมาเราจะสามารถวิเคราะห์ออกมาได้ว่า ทิศทางการปฏิบัติในอนาคตมันควรจะเป็นอย่างไรถาม: หมายความว่าข้อมูลจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้โยงใยถึงอดีตนายกฯเลย แม้ว่ากระแสข่าวต่างๆที่ออกมาเชิงลับ ก็ดูเหมือนว่ามีความพยายามจะวาดภาพว่าท่านน่าจะเกี่ยว ถึงขนาดมีข่าวว่ามีคนบางคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นบินไปติดต่อกับท่านถึงต่างประเทศด้วยซ้ำไป ตรงนี้มีข้อมูลในส่วนของคมช.แค่ไหน
ตอบ: สิ่งเหล่านี้มันพิสูจน์และบ่งชี้อย่างนั้นไม่ได้ แต่ทุกเหตุทุกผลเราก็นำมาเป็นส่วนในการวิเคราะห์ในการวิเคราะห์ทิศทางการปฏิบัติของกระบวนการพวกนี้ค่อนข้างมากถาม: ท่านมองอย่างไรที่ กรณีคุณทักษิณ ก็ล่อนจดหมายจากปักกิ่ง เพียง 1-2 วันจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและพยายามจะโยงว่า ทั้งหมดที่เกิดขึ้นท่านไม่เกี่ยวและเป็นเรื่องของภาคใต้ จดหมายถ้าดูเนื้อหา แม้ว่าข้างบนจะเขียนว่า ถึงพี่น้องประชาชนชาวไทย แต่ผมเชื่อว่า 80% ของเนื้อหาของจดหมาย พุ่งเป้าไปยังท่าน และคมช. ท่านมองเนื้อหาของจดหมายแล้วเป็นอย่างไร
ตอบ: มันเป็นทางออกของการชี้แจง เราต้องยอมรับว่าของจริงเป็นอย่างไร ในการชี้แจงอาจจะไปด้วยกันก็ได้ หรืออาจจะไปคนละทางก็ได้ เป็นเรื่องของการชี้แจง แต่ผมอยากให้มองข้อเท็จจริงมากกว่า เวลาที่ผ่านมามันบ่งบอกเลยว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ประชาชนชาวไทยทุกคนผมว่าเข้าใจปัญหา รู้ปัญหา ณ เวลานี้ยังไม่ทำอะไรออกมาเท่านั้นเองถาม:มีประโยคหนึ่งที่ อดีตนายกฯทักษิณ พยามย้ำในจดหมายคือ ความอาฆาตมาดร้าย ซึ่งท่านก็บอกว่านี่เป็นสาเหตุไม่เกิดความสมานฉันท์ในสังคมไทย ท่านบอกว่าเวลาผ่านไป ร้อยวันเศษ ท่านคงนั่งนับวันนับคืน เลยนะ ความสมานฉันท์ก็ยังไม่เกิดขึ้นในสังคมไทย ท่านก็พุ่งเป้าที่ คมช.นั่นแหละที่ไม่สามารถทำให้เกิดความสมานฉันท์ได้ นี่เป็นข้อกล่าวหาที่ท่านต้องชี้แจงว่าจริงมั๊ยที่มีความอาฆาตมาดร้ายต่ออดีตนายกฯ
ตอบ: ถ้าคณะ คมช.มีเจตนาอย่างนั้น ผมคิดว่าต้องมีการยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์ตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะทุกคนทำด้วยความมีเหตุมีผลและความสมานฉันท์ ประชาชนหลายคนต้องการให้ผมอายัดและยึดทรัพย์ ผมบอกไม่ได้ บ้านเมืองเรามีกฎหมาย มีขื่อมีแปร อยู่ทำอะไรทำด้วยเหตุด้วยผล ฉะนั้น เหตุและผลตรงนี้ทำให้หลายสิ่งหลายอย่าง ประชาชนยังไม่พอใจ คมช.ด้วยซ้ำ แต่เมื่อเราทำไป เมื่อมันมีเหตุที่ทางรัฐบาลที่แล้วทำมา ผลก็ออกมาจากคณะกรรมการตรวจสอบให้เห็นว่าเป็นอย่างนี้ มันมีกระบวนการอยู่ เราให้กระบวนการมาทดแทนในการปฏิบัติถาม: โดยส่วนตัวลึกๆ ท่านคิดว่ายึดทรัพย์ได้ ยึดทรัพย์เลยไม่ดีกว่าเพราะประชาชนหลายคนคิดว่าทำไมไม่ยึดสักที สอบสวนใช้เวลานานเหลือเกิน
ตอบ: เราต้องยอมรับว่าในกระบวนของทรัพย์สินทั้งหมดที่มีปรากฎอยู่ต่อสังคม เป็นทรัพย์สินที่ปรากฎตามกฎหมาย สิ่งที่มีนอกเหนือจากนี้ที่ไม่อยู่ในระบบอีกมากมาย ไม่จำเป็นต้องมาหยิบเงินที่อยู่ในบัญชีมาใช้หรอกถาม: ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นถ้าเป้าหมายของกลุ่มที่ก่อการ คือการสร้างความสับสน วุ่นวาย ตื่นตระหนก คงสำเร็จแล้วอย่างที่ท่านว่าระดับหนึ่งจะเห็นว่า วิถีชีวิตคนกรุงเทพหลายส่วนเปลี่ยนไป บางคนไม่กล้าลงรถไฟใต้ดิน บางคนเสาร์-อาทิตย์ซึ่งเคยเดินชอปปิ้งตามห้างฯ เดี๋ยวนี้กล้าๆ กลัวไม่ค่อยจะไป โรงเรียนก็ถูกขู่วางระเบิดหลายแห่ง พ่อแม่ไม่ค่อยมั่นใจ ดูเหมือนว่า เป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อการ ไม่ได้มุ่งเป้ามาที่ คมช.อย่างเดียวแล้วมันไปยังส่วนต่างของสังคมและ สังคมต้องขอความมั่นใจจากคนที่เป็นผุ้นำประเทศแล้วว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น
ตอบ: เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ความตั้งใจของกระบวนการพวกนี้ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้เกิดขึ้นกับประชาชนในรูปแบบต่างที่เขาสามารถทำได้ ผลกระทบตรงนี้ย้อนกลับมาที่รัฐบาลกับคมช. ว่าสามารถให้ความคุ้มครองดูแลประชาชนต่างได้มั๊ย เขาต้องการทำลาย คมช. ต้องการทำลายรัฐบาล อันนี้คือจุดที่เขาต้องการอย่างนั้น เมื่อเรารู้อย่างนี้เราต้องพยายามที่จะทำให้สิ่งที่เขาพยายามทำอยู่ประสบผลสำเร็จให้น้อยลง ทำไมเราต้องใช้ทหาร ตำรวจเข้าไปทำงานในพื้นที่มากขึ้น ทำไมเราต้องให้กทม.จัดระบบมากขึ้น ทำอย่างไรที่เราจะต้องเชิญบริษัท ห้างร้าน ผู้ประกอบกิจการต่างๆมาทำความเข้าใจกับปัญหาต่างเหล่านี้ ว่าเขาจะทำได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร อันนี้เราจะเชิญผู้ประกอบการต่างๆมาทำความเข้าใจตรงนี้เมื่อทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการรับรู้และแก้ปัญหาร่วมกัน ผมคิดว่าใครจะทำอะไรคงไม่ง่ายหนัก อย่างคราวที่แล้วที่มีการระเบิด อย่าลืมว่า มันมีกล้อง ซีซีทีวี ที่ติดอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ก็ปรากฎภาพที่คนที่ปฏิบัติ มีหลายรายที่เราเห็นได้ชัดเจน ตอนนี้ต้องเป็นไปตามขั้นตอนการสืบสวนของตำรวจว่าคนนั้นคือใคร ดั้งนั้นกระบวนการทำงานตรงนี้ต้องร่วมกันทั้งบริษัทห้างร้านต่างๆ และประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมรับรุ้วิธีการปฏิบัติ เมื่อเรารับรู้แล้วไม่มีสิ่งอะไรที่น่ากลัว ชีวิตประจำวันของเรามันเดินได้ สิ่งที่มันแปลกปลอมเข้ามาในชีวิตประจำวันเราสังเกตเหตุ ถาม: ตำรวจก็มีกระแสข่าวมาว่า ทาง รัฐบาล ทางคมช.อาจจะไม่พอใจกับการทำงานของตำรวจมากนักจนกระทั่ง มีวลีใหม่ คือ "เกียร์ว่าง"คือตำรวจเข้าเกียร์ว่างอยู่ ตอนนี้ จะเดินหน้าก็ไม่เดิน จะถอยก็ไม่ถอย จะขัดขวางก็ไม่ขวางเหมือนกับว่าไม่ร่วมมือในการช่วยคลี่คลายปัญหา โดยเฉพาะคดีใหญ่ เช่นเผาโรงเรียน อีดอาดยืดยาดมาก เรื่องระเบิดก็มีกระแสข่าวว่าตำรวจไม่จริงจังในการสืบสวนสอบสวนจนกระทั่งมีข่าวลือว่าอาจจะมีการปลด ผบ.ตร. คุณโกวิท ด้วยซ้ำไป
ตอบ: อันนี้ผมคิดว่าตำรวจทุกท่าน มีอุดมการณ์ กันไม่น้อย เพราะจบจากโรงเรียน ถูกอบรมบ่มสอนมาทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง อันนี้เป็นจุดที่ตำรวจส่วนใหญ่เป็นคนดีแน่นอน ผมเชื่ออย่างนั้น ปัญหาของการชักช้าของการสอบสวนผมคิดว่าเป็นเรื่องของกระบวนการพวกนั้นมีวิธีการทำที่แนบเนียน ทำให้ตำรวจมีความยากลำบาก แต่อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า ขีดความสามารถและประสบการณ์ของตำรวจของเรามีมากอยู่แล้ว ฉะนั้นการสืบสวนสอบสวนในเรื่องต่างไม่ว่าเผาโรงเรียนหรือระเบิดก็ตามผมเชื่อว่าต้องสู่ความสำเร็จแน่นอนในโอกาสข้างหน้า ส่วนพวกที่ปล่อยเกียร์ว่างอะไรต่างๆ เหล่านี้ผมเชื่อว่าตำรวจเองก็รู้ว่าใครเป็นอย่างนั้น ก็คงจะมีบ้างบางส่วน มีหรือไม่มีผมไม่รู้แต่ถ้ามีตำรวจต้องรู้ ฉะนั้นผลกระทบก็กระทบตำรวจเอง ผมเชื่อว่าทุกคนต้องมีความรู้สึกมีเกียรติ์ และศักศรีของความเป็นตำรวจมีอยู่ถาม: ตำแหน่งผบ.ตร.ของ ท่านโกวิท มั่นคงแค่ไหนตอนนี้
ตอบ: ขึ้นอยู่กับตำรวจเองถาม: เมื่อวานนี้ นายกฯสุรยุทธ์ พูดตอนหนึ่งในการกล่าวกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติว่า จากนี้ไปคนไทยควรจะเตรียมตัวเตรียมใจกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เป็นศัพท์ใหม่ที่ได้ยินจากนายกฯ ในระยะนี้ ความหมายท่านมองคืออะไร
ตอบ: ผมให้นิยามกับภัยรูปแบบใหม่ กับทหาร ผมใช้คำว่า "ภัยคุกคามรูปแบบใหม่" ใช้เป็นนิยามศัพท์ที่ใช้กับกำลังพลในกองทัพมาหลายเดือนแล้ว ฉะนั้นภัยที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่าภัยตามชายแดน ภัยยาเสพติด หรือการหลบหนีเข้าเมืองก็ตาม เรารู้จักอยู่แล้ว แต่ภัยในรูปแบบใหม่คือ สิ่งทีเกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่มีในตำรา ในหลักการ ผมก็เลยใช้คำว่า ภัยรูปแบบใหม่ เราก็ต้องกำหนดอีกว่ามันคืออะไรบ้าง ในนิยามศัพท์ตัวนี้ อันหนึ่งที่ผมชี้ให้กำลังพลรับทราบ คือ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเมือง คือภัยรูปแบบใหม่ ในเรื่องของประชาชนที่อยู่ในชนบท ที่มีความเข้าใจต่อระบอบประชาธิปไตยน้อย มีระบบการเลือกตั้งที่มีการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง หรือมีความเข้าใจต่อระบบของเศรษฐกิจพอเพียงน้อย ผมถือว่าการจะสร้างชาติให้เกิดความเจริญขึ้นมา ทั้งระบบต้องมีความเข้าใจร่วมกัน การที่ประชาชนไม่เข้าใจผมเลยคิดว่ามันเป็นส่วนที่ทำให้การที่เราจะให้ความสงบ ก็เลยเอามาอยู่ในงาน ของภาระ ของภัยคุกคามนี้ด้วย อย่างทหารผมขณะนี้ไปในชนบทต้องสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องของยาเสพติดที่เข้ามาในหมู่บ้านว่าจะเข้ามาแบบไหน ในชนบทเราก็มีรูปแบบงานอย่างหนึ่งในเมืองก็มีรูปแบบงานอย่างหนึ่ง อย่างในเมืองก็มีข้อสังเกตุว่า มีชุมชน แต่ละชุมชนมีทิศทางความคิดไม่เหมือนกัน เอาตำรวจทหารเข้าไปในชุมชน ประสานกับกทม. เช่นเอานักเรียนนายร้อย นักเรียนแพทย์ นักเรียนพยาบาล กรมแพทย์ กทม. หน่วยจิตวิทยาเข้าไปในชุมชนคลองเตย เพื่อให้ชุมชนนั้นมีความเข้าใจปัญหาต่างอย่างชัดเจน ซึ่งก็ได้ผลมาก ประชาชนมีความใกล้ชิดกับทหารมากถาม: ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ฟังดูแล้วเหมือนเป็นผลพวงจากรัฐบาลชุดที่แล้วหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่มีการพูดถึงภัยรูปแบบใหม่ที่มีการเมืองเข้ามาเป็นองค์ประกอบอยู่
ตอบ: จะถามว่าอย่างนั้นใช่หรือไม่ ก็คงมีส่วนประกอบอยุ่ถาม:จะถามท่านเกี่ยวกับพล.อ.ชวลิต เพราะท่านออกมาทำให้ตัวเป็นข่าวคึกโครมอยู่วันสองวัน ข้อกล่าวหาที่ชัดเจนและรุนแรงจากอดีตนายกฯท่านนี้ ว่า คมช.เป็นคนทำเองหรือเปล่า ระเบิดที่เกิดขึ้น
ตอบ: ผมเรียนว่า วันที่ 19 คือวันที่ผมตัดสินใจที่จะทำอะไรก็ตาม ถามว่าการตัดสินใจแต่ละครั้งในเรื่องอย่างนี้ คงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ ในสังคมทั่วโลก คนที่ตัดสินใจ เชื่อได้ว่ามันก็เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายพอสมควร ในฐานะที่เรามาร่วมกันตัดสินใจตรงนี้คิดว่าเราต้องร่วมกันรับผิดชอบเหมือนกันหมด เราทำเพื่ออะไร เราทำเพื่อประชาชนใช่มั๊ย ประชาชนเรียกร้องอยากเห็น มีวิถีชีวิตใหม่ๆ เห็นสังคมใหม่ๆ เห็นประเทศชาติในระบอบการปกครองที่ไม่เป็นอย่างนั้น นั่นคือสิ่งที่มันเกิดขึ้นมา เมื่อเราตัดสินใจทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ถ้าถามว่าตอนนี้ผมจะไปวางเพื่อไปทำร้ายประชาชนที่ผมรักที่สุดยิ่งกว่าชีวิตผมเอง ผมจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร มีเหตุผลอันหนึ่งที่ประชาชนทุกคนต้องเข้าใจตรงจุดตรงนี้ถาม: ท่านคิดว่าอะไรที่ทำให้พล.อ.ชวลิต ตกเป็นเป้าของความสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิด ในคมช.มีการเอ่ยชื่อ บิ๊กจิ๋วมาหรือไม่
ตอบ: ในที่ประชุมยืนยันไม่มีการพูดถึงชื่อของท่านเลย อย่างว่า เหตุการณ์อย่างนี้ที่เกิดขึ้น คนที่จะวางระเบิดได้มีอาชีพทำอย่างนี้ได้ไม่กี่คน ก็มี ทหาร ตำรวจ มีเจ้าหน้าที่บางส่วนที่มีความรู้เรื่องนี้ การมองจะมองไปตรงไหนก็ได้ ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน ที่ท่านจะมองถาม: ตั้งแต่ช่วงที่เกิดเหตุระเบิดมาก็มีการเอ่ยชื่อนายทหาร นอกราชการหลายคนว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง หลายคนเป็นที่รู้จักในวงการสื่อมวลชนเป็นอย่างดี และส่วนใหญ่จะถูกโยงใยว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ อดีตนายกฯชวลิตและอดีตนายกฯทักษิณ ด้วยซ้ำไป ชื่อเหล่านี้ที่ปรากฎในหนังสือพิมพ์ใกล้เคียงแค่ไหน ผมไม่ขอเอ่ยชื่อ ท่านคงทราบว่ามีใครบ้าง
ตอบ: อันนี้ผมคงไม่ยืนยันไปตามนั้นถาม: พล.อ.สพรั่ง ผู้ช่วยท่าน ถึงขั้นชี้ได้ว่าบ้านอยู่ไหนด้วยซ้ำไปกับคนที่เกี่ยวข้องในการวางระเบิด
ตอบ: การวิเคราะห์มีหลากหลาย เราจะไปมองว่าเป้าหมายนั้นเป็นใครเราคงตอบไม่ได้ แต่เราจับประเด็นทุกเป้า เป้าไหนก็ตามที่มีความใกล้เคียงที่สุดนั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ถาม: ตอนนี้เข้าใกล้เป้าแค่ไหน
ตอบ: อย่างที่ที่ผมเรียน ภาพที่ปรากฎของผู้ปฏิบัติ มันจะบ่งบอกว่าคนนี้คือใคร มันจะโยงไปสู่ตรงไหน ขีดความสามารถที่ทำตรงนี้ได้มีกี่กลุ่มผมคิดว่ามันก็ไปได้ใกล้พอสมควร และที่ตำรวจแถลงเมื่อวาน ความคืบหน้ามีมากขึ้น คิดว่าเรือ่งของคดีความต่างๆ รุดหน้าไปพอสมควรถาม: ท่านมั่นใจว่าจะโยงใยถึงคนที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ ภาพอาจจะได้ตัวคนวางระเบิดจริงท้ายที่สุดอาจจะมีการตัดตอนจนไม่รุ้ว่าคนบงการตัวจริงเป็นใคร
ตอบ: มันคงเป็นหลักการ ผมเชื่อว่าเขาต้องทำอย่างนั้นอยู่แล้ว อย่างน้อยมันได้เห็น มีความเข้าใจอย่างไรทิศทางมันทำให้เราสามารถวิเคราะห์ได้ถาม: ในจดหมายของ อดีตนายกฯทักษิณ ได้พูดถึงตอนหนึ่งว่า ท่านได้โทรศัพท์มาหาคนบางคนในคมช. ผมเข้าใจว่าหมายถึงท่าน เพราะอดีตนายกฯบอกว่า มีการพูดทางโทรศัพท์ว่าท่านเป็นคนมีน้ำใจนักกีฬา รุ้แพ้ รุ้ชนะซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ท่านเคยพูดสัก 3-4 สัปดาห์ว่า ท่านทักษิณโทรมาหาและบอกว่า ท่านรู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร เป็นคนมีน้ำใจเป็นนักกีฬา จริงๆแล้ว วันที่ท่านทักษิณ โทรมาหา ผบ.ทบ. ท่านพูดว่าอย่างไร
ตอบ: ก็ให้แจ้งมาที่ผม ว่าให้ทำงานให้เต็มที่ ไม่ต้องห่วง ท่านเป็นนักกีฬาก็เท่านั้นเอง ถาม: ประมาณเมื่อไหร่
ตอบ: เป็นเดือนแล้วครับถาม: ท่านเชื่อหรือไม่ว่าคุณทักษิณ เป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะและวางมือจริง
ตอบ: ขั้นแรกต้องเชื่อไว้ก่อน ถาม: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ท่านเชื่อน้อยลงหรือมากขึ้น ว่าท่านจะวางมือจริง ว่าท่านเป็นนักกีฬาจริง
ตอบ: ผมไม่ทราบนะว่าใครทำ ว่าใครเป็นคนดำเนินการ ก็ยังอยากให้มันเป็นสปริตของนักกีฬาที่ท่านพูดถึงกลับมาสู่บ้านเราอีกถาม: มีการวิเคราะห์กันหลายวงการ โดยเฉพาะของวงการสื่อมวลชน และคนที่ติดตามเรื่องการเมือง ว่าจริงวัตถุประสงค์ของผู้ก่อการที่สำคัญ คือสร้างกระแสให้ประชาชนมีความรู้สึกว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นขณะนี้ ความปั่นป่วนและอาจจะมีผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจต่อสังคม วิถีชีวิตคนที่เปลี่ยนไป มีผลพวงมาจาก เหตุ 19 กันยายน ที่มีการปฏิวัติที่มีท่านเป็นผู้นำอยู่ ทำให้คนมีความรู้สึกว่า ถ้าไม่มี 19 กันยา ก็ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้
ตอบ: ผมเห็นด้วยกับคุณเทพชัยที่วิเคราะห์ อันนี้คือเหตุที่มันเกิดทุกวันนี้ ผมมองอดีตนิดหนึ่งว่า อดีตของเราเป็นอย่างไร ประชาชนทั้งประเทศกำลังเกิดอะไรขึ้น ฉะนั้นการที่เรามาถึงวันที่ 19 ถึงทุกวันนี้เรากำลังทำให้ภาพของอดีตหมดไปและสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงของเรา พอมาถึงปัจจุบันสู่อนาคตเราต้องการสร้างรากฐานของระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ตรงนี้แหละทางฝ่ายที่เสียผลประโยชน์ กำลังจะทำให้เห็นว่าการที่ทำวันที่ 19 มันไม่ถูกต้อง ในรูปแบบหลายอย่างมันไม่มีความน่าเชื่อถือ เขาก็เอาตัวนี้มาแสดงให้ประชาชนเห็นว่า เห็นมั๊ยว่าแม้ว่าผ่าน 19 มาแล้วมันน่าจะเรียบร้อย มันไม่เห็นเรียบร้อยเลย เหตุการณ์อย่างนี้มันเป็นส่งที่เกิดขึ้นในสังคม เหมือนกันในกระบวนการของประเทศก่อการร้ายเกิดได้ทั่ว ฉะนั้นการที่เขากำลังทำอยู่ในขณะนี้เพื่อแสดงตรงนี้เป็นหลัก เราต้องยอมรับว่ากระบวนการพวกนี้ ผมอยากจะเรียกกว่า ทำให้ประชาชนได้เห็นว่าความน่าเชื่อของคมช.กับรัฐบาลถาม: แล้วจะรับมืออย่างไรจะแก้สถานการณ์อย่างไรเพราะประชาชนก็เริ่มมีคำถามแล้วว่าจากนี้ไปชีวิตเขาจะเหมือนเดิมหรือเปล่า
ตอบ: ผมยืนยันว่าในข้อเท็จจริงอันหนึ่งซึ่งเราคนไทยด้วยกันเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น 31 ธ.ค.ที่ตัดสินใจในการคิดการดำเนินการมีความรู้สึกเสียใจ ผมคิดอย่างนั้น การกระทำคราวนี้มีผลกระทบกับประชาชนทั้งประเทศ นอกจากจิตใจแล้วมีความรู้สึกอะไรอีกมากมายผมว่า เขาคงจะละอาย ถาม: อะไรทำให้ท่านเชื่อว่าเขาสำนึกผิดเพราะระเบิดที่วางอยู่เป็นที่ชุมชน มีประชาชนเยอะ ต้องมีคนบาดเจ็บและเสียชีวิต ท่านมองเขาในแง่ดีไปหรือเปล่า
ตอบ: เราก็ปราถนาให้เป็นในแง่ดี แง่ร้ายผมไม่อยากจะมอง คนที่ทำรู้สึกละอาย คนที่ทำไม่ใช้คนน้อย หลายสิบจุด แต่ละจุดใช้คนไม่ใช่ 2-3 คน และก่อนจะทำต้องมีกระบวนการอีกมากมาย ฉะนั้นคนที่รับรู้ในเรื่องนี้อย่างน้อยครึ่งร้อยขึ้น ผมเชื่อว่าคนเหล่านี้หลายคนมีจิตสำนึกที่ดี หลายคนละอายต่อบาป ผมเชื่อได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะนำไปสู่ให้กระบวนการเหล่านี้สำนึกได้มากขึ้นถาม: งานวันเด็กปีนี้จะมีหรือเปล่าเพราะจะมีหรือไม่มีจะเป็นเครื่องบ่งบอกอีกอย่างว่าสังคมไทยยังอยู่ในภาวะปกติหรือไม่ คิดว่าอย่างไร
ตอบ: มีหลายท่านมาปรึกษาเรื่องการจัดงานวันเด็กว่าจะมีความปลอดภัยมั๊ย ผมก็เรียนกับทุกคนไปว่า งานวันเด็กปีนี้ ต้องจัดให้ใหญ่กว่าทุกปี เพราะว่าเรามองจากวันที่ 19 กันยา ประชาชนมีความรักกองทัพมากขึ้นและในส่วนของเยาวชนถือว่าเป็นหัวใจหลักในการที่เราจะพัฒนาต่อไปในอนาคต ฉะนั้นเราต้องให้เยาวชนในเวลานี้มีความเชื่อมั่น มีความภูมิใจในความเป็นไทย มีอุดมการณ์ในการรักชาติ และมีความเชื่อมั่นในกองทัพ ฉะนั้นเราจะทำทุกทางให้การจัดงานวันเด็กให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เราได้ประสานกทม.ว่าเราจะจัดงานวันเด็กปีนี้ให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี แม้ทุกจังหวัดถือว่าเป็นสิ่งที่เราต้องทำ ถาม: เพื่อเป็นการพิสูจน์ส่วนหนึ่งหรือสังคมไทยอยู่ในภาวะปกติได้
ตอบ: ผมก็เป็นเครื่องพิสูจน์http://www.bangkokbiznews.com/viewNews.jsp?newsid=145242