ทั่วไป => สภากาแฟ => ข้อความที่เริ่มโดย: taworn09220 ที่ 01-10-2006, 09:20



หัวข้อ: เปิดงานวิจัย “นโยบายทักษิณ” เอื้อประโยชน์ “กลุ่มชินฯ” อื้อซ่า
เริ่มหัวข้อโดย: taworn09220 ที่ 01-10-2006, 09:20
เปิดงานวิจัย “นโยบายทักษิณ” เอื้อประโยชน์ “กลุ่มชินฯ” อื้อซ่า

 
   เปิดสาระสำคัญ “ดร.วิทยากร เชียงกูล” คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เสนองานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า เรื่อง “นโยบายของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ การทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Conflict of Interest)” ต่อที่ประชุมสัมมนาการเมืองการปกครองไทย 2549 ที่โรงแรมเซ็นทรัล โซฟิเทล เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2549 ที่ผ่านมา
       
       งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์แนวนโยบายและมาตรการของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงปี 2544-2548 ว่ามีกรณีใดบ้างที่ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการทับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจ (Conflict of Interest)กรณีเหล่านั้นส่งผลกระทบต่อกลุ่มทางสังคมกลุ่มต่างๆ และการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศอย่างไร และจะป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างไร
       
       ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) หมายถึง ผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวมของผู้มีอำนาจหน้าที่ที่ต้องตัดสินใจทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ขององค์กรภาคธุรกิจเอกชน และเจ้าหน้าที่ภาคประชาสังคม (Civil Society)
       
       ในงานวิจัยชิ้นนี้จะเน้นเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นนักการเมือง เนื่องจากมีบทบาทก่อให้เกิดปัญหานี้ในระดับสูงกว่าข้าราชการประจำ
       
       ปัญหาการทับซ้อนของผลประโยชน์เกิดขึ้นเมื่อการกำหนดนโยบายพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคม หรือการตัดสินใจทางการเมือง ถูกแทรกแซงด้วยผลประโยชน์เฉพาะของบริษัทธุรกิจเอกชน ทำให้ผลที่ออกมา คือ นโยบายหรือมาตรการที่ให้ผลประโยชน์กับบริษัทธุรกิจเอกชนบางราย บางกลุ่ม แต่สังคมโดยรวมเสียประโยชน์ ผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นรูปแบบใหม่ของการทุจริตคอร์รัปชั่นมีพบมากขึ้นในยุคที่รัฐเข้าไปมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และการหาประโยชน์จากธุรกิจในโลกสมัยใหม่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น มีลักษณะแตกต่างจากการทุจริตคอร์รัปชั่นรูปแบบเก่า คือ กฎหมายอาจจะเอาผิดไม่ได้ หรือกฎหมายอาจยังล้าสมัย มีช่องโหว่อยู่ แต่สหประชาชาติ องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) และประเทศส่วนใหญ่ถือว่า เป็นเรื่องผิดจริยธรรมและขัดต่อหลักความเป็นธรรมและระบบการบริหารงานที่ดี (Good Governance) และถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการทุจริตคอร์รัปชัน
       
       จากข้อมูลของนักวิชาการ วุฒิสมาชิก สมาชิกผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน สื่อมวลชน องค์กร ประชาชนจำนวนมากยืนยันไปในทางเดียวกันว่า มีการดำเนินนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลในหลายด้านที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ระหว่างผลประโยชน์ของสาธารณชน กับผลประโยชน์ของเจ้าของ/ผู้มีตำแหน่งทางการเมือง เครือญาติหรือพรรคพวกของผู้มีตำแหน่งทางการเมือง
       
       นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ และพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีข้อมูลที่มีน้ำหนักว่าเกี่ยวโยงกับปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน อาทิ การที่นายกรัฐมนตรี (รวมทั้งรัฐมนตรีคนอื่นๆ) เลือกใช้วิธีโอนหุ้นให้ลูกและญาติก่อนเข้ารับตำแหน่ง แทนที่จะโอนหุ้นให้นิติบุคคลดูแลบริหารหุ้นแทนโดยไม่เข้าเกี่ยวข้องตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูก
       
       ทั้งนักการเมืองเหล่านั้นยังคงใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตนเอง เช่น บริษัทชินคอร์ปของครอบครัวชินวัตรหลายทาง เช่น นโยบายนำภาษีสรรพสามิตมาใช้กับบริษัทธุรกิจด้านโทรคมนาคม เอื้อประโยชน์แก่บริษัทธุรกิจที่ลงทุนอยู่แล้ว (เช่น เอไอเอส ของชินคอร์ป)
       
       การแก้ไขขอลดค่าสัมปทานสถานโทรทัศน์ไอทีวีลง และเลื่อนเวลาการออกอากาศรายการประเภทบันเทิงจากภาคดึกมาเป็นภาคหัวค่ำ ซึ่งมีผู้ชมมาก (Prime Time) เพื่อจะได้มีรายได้จากการโฆษณาเพิ่มขึ้น เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทที่ได้รับสัมปทานซึ่งมีนักการเมืองที่เป็นรัฐบาลถือหุ้นใหญ่
       
       การให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ยกเว้นภาษีการสั่งเข้าวัสดุอุปกรณ์ให้กับบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ในเครือชินคอร์ป และสนับสนุนให้ธนาคาร EXIM BANK (ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า) ของรัฐให้เงินกู้คิดดอกเบี้ยต่ำกับรัฐบาลพม่า โดยรัฐบาลไทยค้ำประกันเงินกู้ให้พม่า เพื่อจะใช้ซื้อบริการจากบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน)
       
       ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนทำให้ผู้มีอำนาจทางการเมืองเร่งรัดการใช้ทรัพยากรกับแบบใครมีอำนาจใครได้ มุ่งหากำไรสูงสุดของเอกชน และการเติบโตของตัวเลขเศรษฐกิจภาพรวม โดยไม่คำนึงต้นทุน และผลตอบแทนทางสังคม หรือผลกระทบต่อประชาชนส่วนรวม การเร่งรัด การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณสมบัติ งบประมาณ ฯลฯ เพื่อผลิตสินค้าและบริการแสวงหาผลกำไรสูงสุดของเอกชน ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมเติบโต แต่เป็นประโยชน์กับเจ้าของธุรกิจส่วนน้อยมากกว่าประชาชนทั่วไป และทำให้เกิดการทำลายสภาวะแวดล้อม การขาดความสมดุลระหว่างเมืองกับชนบท การกระจายทรัพย์สินและรายได้ที่ไม่เป็นธรรมปัญหาความยากจนและปัญหาสังคมเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจขั้นพื้นฐานอ่อนแอ มีโอกาสนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจสังคมที่รุนแรงยิ่งขึ้นในระยะต่อไป
       
       แนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและผลประโยชน์ทับซ้อน ได้แก่ 1.แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปทางการเมือง ให้ประชาชนมีสิทธิและอำนาจในการจัดตั้งองค์กรที่เป็นฝ่ายประชาชนหรือฝ่ายเป็นกลาง เป็นอิสระ มีขีดความสามารถที่จะตรวจสอบและถอดถอนนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐได้เพิ่มขึ้น 2.ตราพระราชบัญญัติตั้งองค์กรอิสระเพิ่มขึ้น เช่น องค์กรอิสระข้อมูลข่าวสารองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค องค์กรอิสระสภาพแวดล้อมแห่งชาติ องค์กรอิสระเพื่อความโปร่งใส และปฏิรูปกระบวนการได้มาซึ่งคณะกรรมการองค์กร ควรให้ได้คนที่เป็นกลาง เป็นอิสระจากพรรคการเมืองจริงๆ
       
       3.ปฏิรูปและบังคับใช้กฎหมายให้ผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองและครอบครัวต้องโอนหุ้นให้ทรัสต์ และห้ามผู้มีตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องที่จะเอื้อประโยชน์ให้บริษัทที่ตนถือหุ้นอยู่ด้วย 4.ออกกฎหมายกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการระดับสูงและคู่สมรส รายงานและเปิดเผย (DISCLOSURE) สถานะการเป็นเจ้าของทรัพย์สินตอนเริ่มเข้ารับตำแหน่ง และหลังจากพ้นตำแหน่ง หรือต้องรายงานทุกปี
       
       5.การใช้หลักให้ผู้เกี่ยวข้องงดเว้น (Recusal) การเข้าร่วมพิจารณาเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น ถ้าคณะกรรมการของหน่วยงานรัฐกำลังพิจารณาว่าจะจ้างบริษัทที่ปรึกษาเอกชนหรือให้บริษัทเอกชนเข้ามาประมูลรับงาน และมีกรรมการบางคนที่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์กับบางบริษัทกรรมการผู้นั้นต้องงดเว้นไม่เข้าร่วมการพิจารณาครั้งนั้น เป็นต้น
 


.....ผู้จัดการออนไลน์

 


หัวข้อ: Re: เปิดงานวิจัย “นโยบายทักษิณ” เอื้อประโยชน์ “กลุ่มชินฯ” อื้อซ่า
เริ่มหัวข้อโดย: Can ไทเมือง ที่ 01-10-2006, 09:41
คิดว่าไม่เกินอีก 1 เดือนน่าจะมีอายัดทรัพย์รัฐมนตรี


หัวข้อ: Re: เปิดงานวิจัย “นโยบายทักษิณ” เอื้อประโยชน์ “กลุ่มชินฯ” อื้อซ่า
เริ่มหัวข้อโดย: Cherub Rock ที่ 01-10-2006, 10:09
คำว่า "ผลประโยชน์ทับซ้อน" เนี่ย
ดูไปเหมือนสากกะเบือที่คอยทิ่มแทงรูทวารมันมาตลอด

เจอคำนี้ถามเข้าทีไรหน้าเขียวหน้าแดงร้องโอ้กอ้ากทุกที
 :slime_evil:


หัวข้อ: Re: เปิดงานวิจัย “นโยบายทักษิณ” เอื้อประโยชน์ “กลุ่มชินฯ” อื้อซ่า
เริ่มหัวข้อโดย: ริวเซย์ ที่ 01-10-2006, 11:59
ใครทำผิดก็ต้องโดนเช็คบิลไปตามกระบวนการทางกฎหมายครับ แต่ผมสงสัยว่าทำไมพวกลิ่วล้อถึงสนับสนุนคนโกง เอาความชอบมาอยู่เหนือเหตุผล


หัวข้อ: Re: เปิดงานวิจัย “นโยบายทักษิณ” เอื้อประโยชน์ “กลุ่มชินฯ” อื้อซ่า
เริ่มหัวข้อโดย: PJSOFT ที่ 01-10-2006, 13:31
ใจเย็นครับ เดี๋ยวก็โดนเขาสวนกลับมาหรอก....








เขาจะสวนว่า เหตุผลคืออะไร ?