|
หัวข้อ: สงสัยว่าบาปหรือไม่? เริ่มหัวข้อโดย: พระพาย ที่ 31-08-2006, 13:37 ผมสงสัยมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ถามใคร...
เมื่อเรากำลังฝัน... ดูเหมือนว่าเราจะมีความยับยั้งชั่งใจน้อยกว่าปกติ ควบคุมความคิดก็ไม่ค่อยได้ ในขณะที่สิ่งที่กระทำในความฝันจะจริงจังมากเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ คำถามนะครับ... ถ้าเราทำบาปในฝัน เช่น อาจจะฆ่าคน ลักทรัพย์ เป็นชู้ และได้กระทำความผิดสำเร็จแล้วในฝันที่ดูเหมือนจริงจังมาก... เราจะบาปหรือไม่? หัวข้อ: Re: สงสัยว่าบาปหรือไม่? เริ่มหัวข้อโดย: คนในวงการ ที่ 31-08-2006, 16:59 โลกทั้งสองแยกออกจากกัน กระทำผิดในโลกใหนก็บาปในโลกนั้น ครับ
หัวข้อ: Re: สงสัยว่าบาปหรือไม่? เริ่มหัวข้อโดย: ประกายดาว ที่ 31-08-2006, 20:47 บาป ค่ะ
เพราะว่าบาป ในทางธรรม ที่พระพุทธองค์ ลงไว้ ก็คือ บาปหมายถึง ความเสียของจิต รวมไปถึง เกิดที่ตัวคนทำเอง คือเกิดที่ใจของคนทำ ใครไปทำชั่วเข้าบาปก็กัดกร่อนใจของคนนั้น ให้เสียคุณภาพ เศร้าหมอง ขุ่นมัวไป ทำให้เกิดความ ทุกข์ทรมานไป...ประมาณนี้ค่ะ ไม่ว่าจะเกิด ใน ปัจจุบันขณะ หรือ เกิดภายในจิตใต้สำนึก เมื่อจิตใจเศร้าหมอง บั่นทอนจิตฝ่ายดี ก็เป็นบาปทั้งสิ้นค่ะ แต่ ไม่รุนแรงเท่า บาปกรรมภายใต้เจตนา ที่เป็นเครื่องกำหนด พระ องค์ได้ตรัสสรุปเรื่องการเกิดของบาปไว้ อย่างชัดเจนว่า "นตฺถิ ปาปํ อกุนฺนโต" "บาปย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้ไม่ทำบาป" "อตฺตนาว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ" "ใครทำบาป คนนั้นก็บาปเอง" "อตฺตนา อกตํ ปาปํ อตฺตนาววิสุชฺฌติ" "ใครไม่ทำบาป คนนั้นก็บริสุทธิ์" หัวข้อ: Re: สงสัยว่าบาปหรือไม่? เริ่มหัวข้อโดย: ลับ ลวง พราง ที่ 31-08-2006, 20:56 ตายแล้ว บาปเพียบเลยตรู
หัวข้อ: Re: สงสัยว่าบาปหรือไม่? เริ่มหัวข้อโดย: THE THIRD WAY ที่ 31-08-2006, 21:34 บาปหรือกรรมชั่ว
บาปก็คือกรรมชั่ว กรรมไม่ดี ที่เกิดจาก ๓ ทาง ก็คือ ทางกาย ทางวาจา ทางใจ สรุปก็คือบาปเกิดมาจาก ๓ ทาง - บาปทางกาย (๑) บาปทางวาจา (๑) และ บาปทางใจ (๑) บาป คือ สิ่งที่ละเมิดศีลห้าทั้งหลาย ศีลห้านี่ ใช้ได้ทุกสถานการณ์เมื่อเราจะพูดถึงธรรมะ เพราะ ศีลห้านับเป็นบาทเป็นฐานของการมีชีวิตที่ดี เป็นคนดีตาม ธรรมชาติ ไม่แหวกกฏธรรมชาติ ดังนั้นข้อแรกที่จะใช้พิจารณา ได้ง่ายๆ ก็คือ เมื่อความคิด (ใจ) คำพูด (วาจา) หรือการกระทำ (กาย) ใดออกจาก ขอบเขตของศีลห้า ความคิด คำพูดหรือการกระทำนั้นๆ ก็เป็น 'บาป' อย่างไม่ต้องสงสัย อาทิ หากเราคิดจะฆ่าใคร หรือพูดด่าว่าใคร หรือพูดโกหก หรือประพฤติผิดในกาม หรือแม้แต่คิดจะประพฤติผิด อะไรก็ตาม นี่ก็คือบาปเกิดแล้ว (๒) บาป ก็คือ ความไม่สบายกายไม่สบายใจทั้งหลาย (ข้อนี้เป็นบาปอย่างละเอียดลงไป- อ่านไว้เล่นๆ นะคะ :) ไม่ต้องซีเรียส กับข้อนี้มาก) นอกไปจากการล่วงละเมิดศีลห้าแล้ว บาปก็คือความไม่สบายกาย ไม่สบายใจทั้งหลาย อาทิ หากความคิด คำพูด หรือการกระทำใดๆ เมื่อคิดหรือพูดหรือทำแล้ว ก่อให้เกิดความขุ่นมัว ไม่สบายใจ เป็นทุกข์ ทำให้ใจเกิดอารมณ์ด้านลบทั้งหลาย อาทิ ไม่ชอบใจ ไม่พอใจ หงุดหงิดใจ ขุ่นมัว ไปจนถึงโกรธมีโทสะรุนแรง เกิดอาการทุรนทุราย ต่างๆ ใจไม่นิ่ง ไม่เป็นสุข ไม่สงบ ร้อนรนหรือเศร้าหมอง หงุดหงิด รำคาญใจ ไม่ชอบใจ หรือคิดไม่ดี คิดร้าย หรือพูดให้ร้ายกับใคร ฯลฯ ก็นับว่า ความคิด คำพูดหรือการกระทำนั้นๆ 'เป็นบาป' (สรุปก็คือ เมื่อไหร่ใจไม่นิ่ง แต่เกิดความคิดหรือคำพูดหรือการกระทำหรือ อารมณ์ใดๆ ก็ตามที่เป็นไปในทางลบ เป็นทุกข์แม้แต่เพียงน้อยนิด ใจไม่สงบแม้แต่นิด ฯลฯ นั่นก็คือเป็นบาป) ..... ยกตัวอย่างในชีวิตประจำวัน -บาปทางกาย ในชีวิตประจำวันทั่วๆ ไป ง่ายๆ ก็เช่นตบยุง ตีแมลงสาป ฆ่ามด ฯลฯ อันนี้ผิดศีลข้อหนึ่งทั้งหมดเลย ถามว่าก็ยุงจะมากัดลูกซึ่งเป็นเด็กอ่อน ก็ตอบว่า เรามีวิธีป้องกันก่อนได้ไม่ให้มียุง เช่น ติดมุ้งลวด ยุงก็เข้ามาไม่ได้ เรามีวิธีป้องกันก่อนเพื่อไม่ให้มีมดและแมลงสาปและหนู ด้วยการเก็บที่ทาง และสิ่งของให้สะอาดเป็นระเบียบเสมอเสียก่อน อาหารรับประทานแล้ว ก็เก็บล้างภาชนะทันทีไม่ทิ้งไว้ มดก็ไม่ทราบจะมาขึ้นอะไร เราก็ไม่ต้อง ทำบาป ฯลฯ -บาปทางวาจา อันนี้ ครูบาอาจารย์บอกว่าเป็นบาปที่ง่ายที่สุด เพราะอุปกรณ์อย่างเดียว คือปาก พูดออกไปปุ๊บก็บาปปั๊บ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ (ตั้งใจก็บาป มากหน่อย ไม่ตั้งใจจะให้ร้ายหรือทำร้ายใจใคร ก็บาปลดลงหน่อย เพราะ ไม่ได้เจตนา) พูดอย่างไรถึงบาป ก็มี ส่อเสียด เพ้อเจ้อ โปรยประโยชน์ และ มุสา ให้ตนเองหรือผู้อื่น สัตว์อื่น ต้องเดือดร้อน กล่าวคือ พูดเหล่านี้แล้วตัวเอง ก็เดือดร้อนเพราะเป็นบาป แล้วยังอาจทำให้คนอื่นที่ได้ยินได้ฟังเกิดเดือดร้อน เป็นทุกข์หรืออาจไปให้ร้ายให้โทษกล่าวตู่กล่าวโทษกล่าวหาบุคคลที่สาม เข้าให้อีก ก็ทำให้เค้าอาจต้องเดือดร้อนได้รับทุกข์โทษภัยไปด้วย อาทิเรามีอคติอยู่กับคนๆ หนึ่ง แล้วเกิดมีของสำคัญในที่ทำงานหาย เราไม่มีข้อมูลอะไรแต่เราเที่ยวพูดว่าสงสัยคนที่เราไม่ชอบหน้านั้นแหละ จะเป็นคนขโมยไป แล้วจับพลัดจับผลูด้วยคำพูดของเราที่ปกติมีน้ำหนัก น่าเชื่อถือ ก็อาจทำให้คนๆ นั่นถูกสงสัย (ทั้งที่เค้าบริสุทธิ์) อันนี้ก็บาปแล้วค่ะ เพราะเราโกหก (๑) เราทำให้คนๆ นั้นที่เราไม่ชอบต้องเกิดความ ทุกข์ใจและเสียชื่อเสียงเพราะถูกกล่าวหา (๑) เราพลอยทำให้คนอื่นๆ ที่ไม่รู้อะไร เกิดจิตเป็นลบกับคนๆ นั่นที่เรากล่าวหา (๑) และสมมุติหาก คนๆ นั้นถูกจับ ต้องรับโทษ ทั้งที่ไม่ได้ทำ สมมุติถูกตัดสินจำคุกหกเดือน อันนี้ก็เพิ่มอีกบาปใหญ่คือทำให้เค้าต้องเสียอนาคต เสียชื่อ ไปติดคุก ต้องทุกข์ทรมาน ฯลฯ -บาปทางใจ อันนี้ละเอียดมากขึ้นไปอีก อาจมองให้เห็นได้ยาก เพราะใจมนุษย์นั้น เปี่ยมไปด้วยกิเลสและความไม่รู้ แต่ที่จริงก็สามารถดูง่ายๆ ได้เลยค่ะ คือเมื่อไหร่ก็ตามที่เราคิดอะไรที่ให้ผลเป็นอารมณ์ด้านลบ อารมณ์ใดๆ ที่จิตใจเศร้าหมองไม่ผ่องใสแม้แต่เพียงน้อยนิด แม้เพียงเศษเสี้ยว อันนั้นก็บาปทั้งนั้น หรือคิดไม่ดีทั้งกับตัวเอง หรือกับคนอื่นชีวิตอื่นก็บาปทั้งนั้น อาทิ เห็นคนแต่งตัวแบบที่ เราคิดว่าน่าเกลียด ก็เห็นปุ๊บใจก็คิดว่า "ยี้...น่าเกลียดจังยายคนนี้ แต่งตัวไร้รสนิยม" อันนี้ก็บาปเรียบร้อยแล้ว หรือคิดว่าคนโน้นคนนี้ ไม่ดี หรือ รู้สึกเกลียด รู้สึกโกรธ รู้สึกหงุดหงิด ไม่พอใจ อิจฉา อยากได้ของคนอื่น อยากเป็นอย่างคนอื่นที่เราคิดว่าดีกว่าเรา หรือร้อนรน ใจทุรนทุรายในเรื่องต่างๆ ฯลฯ http://www.geocities.com/kratoos/00036.html หัวข้อ: Re: สงสัยว่าบาปหรือไม่? เริ่มหัวข้อโดย: พระพาย ที่ 31-08-2006, 23:01 ชะอุ๋ย... แบบนี้ก็บาปสิ
เอ... หรือจะเลือกเชื่อแบบคุณคนในวงการดีหว่า อิ อิ ทำบาปโลกไหนก็โลกนั้น ...บาปจบในโลกนั้น ถ้าเชื่อแบบนั้น เราก็ต้องเชื่อว่าจิตในฝันกับจิตตอนตื่นเป็นจิตคนละดวง... พอตื่นขึ้นมาจิตในฝันก็ดับไปแย้ววว... (มั่วแล้วตรู) คำตอบของคุณประกายฯ กระชับ... คำตอบของคุณ the third way ก็กระจ่างแจ้งมากครับ... เอาเป็นว่าตอนเราฝันจะทำบาปอะไรไว้ จิตอาจเสียแต่เราคงไม่ได้ใส่ใจมากนัก พอตื่นขึ้นมาก็อย่าไปกังวลถึงมันมาก จิตเราก็จะไม่เสีย... เอ... จิตมันไม่เสียจริงหรือ? ว้า... สงสัยการคิดมากจะเป็นการทำบาปเสียแล้ว... เลิกคิดดีกว่าตรู ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความกระจ่างคับ หัวข้อ: Re: สงสัยว่าบาปหรือไม่? เริ่มหัวข้อโดย: cameronDZ ที่ 01-09-2006, 01:23 อิ อิ เลือกกระทู้ถูกจริตอยู่ตั้งนาน กว่าจะหามาตอบได้
กระทู้แนวอภิปรัชญา (แปลว่าบ้าไปได้เรื่อยๆ) แบบนี้ชอบ ความเห็นในทางส่วนตัวของผมคือ ไม่น่าบาป ครับ เพราะความฝันเป็นมายาคติ เราไม่ได้ "ทำ" ไปจริง ๆ ไม่มีใครเจ็บใครตายจริง ๆ นี่นา ยกตัวอย่างใกล้เคียงกัน (รึเปล่า) เช่น โลกเสมือนแบบอินเตอร์เน็ต ถ้าเกิดผมไปด่าแม่ใคร ไล่กระทืบใคร ในกระทู้ต่าง ๆ หรือไปเซ็กส์แช็ทร่านสวาทกับลูกเขาเมียใคร โดยที่จริง ๆ เขาก็ไม่ได้ "ได้" หรือ "เสีย" อะไรให้กับผมจริง ๆ แม้เท่าปลายนิ้วก้อย ผมก็ "ไม่น่าบาป" นะ เพราะมันเป็นเพียงโลกมายา ไม่งั้น ไอ้อาร์โนลด์ ซวาเซเนกเกอร์ หรือ ไอ้แรมโบ้ ในหนัง มันต้องตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดได้เกิดไปแล้วสิ เพราะผมว่า แค่ไอ้บ้าสองคนนี้ มันฆ่าคนในหนังมากกว่าผมฆ่ามดรวมกันตลอดชีวิตที่ผ่านมาเสียด้วยซ้ำ 555+ ตอบคำถามแบบปลายเปิด หาเสี้ยน แบบนี้ น่าจะสนุก ลับคมปัญญาความคิด มากกว่าตอบว่า "บาป" แล้วก็สบาย ลอยตัว กลายเป็นพระเจ้า ขึ้นมาทันที ละนะ หัวข้อ: Re: สงสัยว่าบาปหรือไม่? เริ่มหัวข้อโดย: พระพาย ที่ 01-09-2006, 01:57 เอาหล่ะสิ... คุณคาเมรอนทำให้ผมคิดมากอีกแว้วววว
ถ้าเรายึดเอาเรื่องจิตเสียเป็นตัววัดการเกิดบาป... ผมอ่านหนังสือจีนกำลังภายในดูหนังอาโนลด์แล้วมีอารมณ์ร่วมถล่มไปกับเขาด้วยผมก็ต้องบาปไปด้วยจิเนี่ย ว้า ว้า ว้า ว้า... สับสนอีกแว้วววววว หัวข้อ: Re: สงสัยว่าบาปหรือไม่? เริ่มหัวข้อโดย: cameronDZ ที่ 01-09-2006, 02:16 555+
โปรดระวัง อภิปรัชญา เป็นสาขาวิชาที่คนจิตไม่แข็งอาจครองสติไม่อยู่ถึงขั้นวิปลาสได้ง่ายๆ เช่น หากยึดเอาเรื่องจิตเสียเป็นตัววัดการเกิดบาป อย่างที่คุณพระพายว่า ก็ได้ แล้ว คนจิตเสื่อม ที่ ไม่มีสภาพ "รับรู้" ทางจิตและสมองหลงเหลืออยู่ เดินไปฆ่าคนตาย 700 คนรวด ถึงคนอื่นจะบอกว่าเขาทำบาป แต่เขาไม่ได้รับรู้ด้วยเลยว่า ตัวเองทำบาป "บาปไม่มี" เพราะมันไม่มีอยู่ในใจเขา ใช่หรือไม่ (เช่นเดียวกับความคิดเรื่องโลกนี้มีอยู่ ของมนุษย์ ที่ส่ำสัตว์ใหญ่น้อยมันไม่รับรู้ด้วยหรอกว่า สิ่งที่มันอาศัยอยู่คือ โลก) สรุปแล้ว บาปมันเป็นของใคร ใครเป็นผู้สร้างนิยามแห่งบาป บาป เป็น Truth เหมือน การ เกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือไม่ หรือ บาป เป็นแค่เครื่องหมายการค้าของศาสนายี่ห้อต่าง ๆ 555+ สรุปแล้วก็คือ ถ้าไม่นับถือศาสนาอะไรเลย ก็อาจไม่บาป (เอาเข้าไป อภิปรัชญวย อันมีรกพงเป็นที่ตั้ง) หัวข้อ: Re: สงสัยว่าบาปหรือไม่? เริ่มหัวข้อโดย: พระพาย ที่ 01-09-2006, 02:25 OH MY DOG เอ๊ย GOD!!
มันต้องเป็นบาปกรรมแต่ชาติปางก่อนของผมแน่ๆ ที่ต้องมาอ่านอะไรน่าปวดหัวเช่นนี้ ผมไม่ใช่จิตเสียเป็นตัววัด แล้วจะเอาอะไรวัดหล่ะเนี่ย?... ไม่รู้บาปอยู่ตรงไหนได้อย่างไร ... ตกลงบาปมีจริงไม๊เนี่ย? อะก๊า ก๊า ก๊าาาา (ขอตามอ่านจนกว่าจะหายงงนะท่าน... รอสายแข็งสายเหยี่ยวมาตอบ อิ อิ) หัวข้อ: Re: สงสัยว่าบาปหรือไม่? เริ่มหัวข้อโดย: ธ.ส. ที่ 01-09-2006, 08:12 กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา
เจตนาเป็นต้นเหตุแห่งกรรม |