ทั่วไป => สภากาแฟ => ข้อความที่เริ่มโดย: ปุถุชน ที่ 16-08-2006, 12:15



หัวข้อ: ทักษิณ ไม่คุยราคาลิ้นจี่ ลำใย และข้าว เหมือนคุยเรื่อง"ยาง"......!
เริ่มหัวข้อโดย: ปุถุชน ที่ 16-08-2006, 12:15
ราคาข้าวตลาดโลกมาแรง...ไฉนชาวนาไทยยังจน?

15 สิงหาคม 2549 18:41 น.
ข่าวดีสำหรับข้าวไทย...ราคาในตลาดโลกกำลังจะสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ก็ได้...และจะขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีก 3 ปีข้างหน้านี้
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :      แต่เราก็กำลังเจอกับการแข่งขันในตลาดสากลอย่างคึกคักเช่นกัน...ฉะนั้นจึงต้องมีการบริหารวางแผนและประสานงานกันตั้งแต่ชาวไร่ชาวนา, เจ้าของโรงสี, พ่อค้าคนกลาง, ผู้ส่งออกและรัฐบาล

หากตลาดโลกดีขึ้นก็ควรจะให้ชาวไร่ชาวนาของเราได้ประโยชน์เต็มที่ มิใช่ถูกพ่อค้าคนกลางหรือนักการเมืองโกงกินปล้นไปเสียกลางทาง

ราคาข้าวในตลาดโลกวันนี้อยู่ที่ 9.90 เหรียญต่อ 100 ปอนด์ ประเมินกันว่าราคาจะกระโดดไปถึง 20 เหรียญต่อ 100 ปอนด์ในอีกสองปีข้างหน้า

นี่คือคำพยากรณ์ของบริษัทค้าพืชผลเกษตรรายใหญ่ที่ชื่อ Diapason Commodities Management อยู่ที่เมืองโลซานแห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกกระเตื้องขึ้นอย่างมากในช่วงหลังก็เพราะประเทศจีนซึ่งกินข้าวเป็นหลักกลับปลูกข้าวน้อยลง

เพราะท้องนาที่เมืองจีนถูกแปรสภาพเป็นโรงงาน, ถนน  และที่อยู่อาศัย แต่ประชากรจีนเพิ่มขึ้นไม่หยุดยั้ง และก็ยังกินข้าวเป็นอาหารหลักประจำวันอยู่

สำนักข่าวบลูมเบิร์กบอกว่ากระทรวงเกษตรสหรัฐ รายงานว่าสต็อกข้าวทั่วโลกวันนี้ลดไปอยู่ที่จุดต่ำสุดใน 26 ปี และทำท่าว่าจะหดลงไปอย่างต่อเนื่องอีก

ชาวนาปลูกข้าวน้อยลงเพราะราคาน้ำมันแพงขึ้น ทำให้ราคาปุ๋ยและน้ำจากระบบชลประทานแพงขึ้น...จึงทำให้คนปลูกข้าวทั่วโลกหันไปปลูกพืช, ผักและผลไม้ หรือธัญพืชอื่นที่มีค่าใช้จ่ายในการปลูกต่ำกว่า

เราติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบที่กำลังขยับตัวสูงขึ้นเพราะสงครามระหว่างอิสราเอลกับเฮซบอลเลาะห์อย่างใกล้ชิด แต่มักจะไม่มีใครพูดถึงราคาข้าวในตลาดโลกที่กำลังพุ่งขึ้นไปเช่นกัน

ข้าวที่ซื้อขายกันสัปดาห์ที่ผ่านมาที่หอการค้าชิคาโก (Chicago Board of Trade) สำหรับการส่งมอบเดือนพฤศจิกายน กระโดดขึ้นไปถึง 4.8 เปอร์เซ็นต์ไปอยู่ที่ 9.85 เหรียญต่อ 100 ปอนด์...เป็นราคาข้าวที่สูงที่สุดใน 2 ปี

เฉพาะ 1 ปีที่ผ่านมา ราคาข้าวในตลาดโลกพุ่งสูงไปถึง 48 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับสินค้าเกษตรอย่างอื่นแล้ว โดดเด่นกว่าใครๆ เพราะราคาข้าวสาลีในตลาดล่วงหน้าเดียวกันเพิ่มไป 19 เปอร์เซ็นต์ และข้าวโพดก็ขยับขึ้นไปแค่ 8.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

สำนักข่าวบลูมเบิร์กบอกว่าราคาข้าวในตลาดล่วงหน้าที่เคยพุ่งไปสูงสุด ก็คือเมื่อปี ค.ศ.1993 หรือเมื่อ 13 ปีก่อนหน้านี้

รายงานนี้บอกว่าประเทศส่งข้าวออกมากที่สุดของโลกคือไทย, เวียดนาม และอินเดีย ตามลำดับ

ประเทศที่สั่งเข้าข้าวสูงสุดคือ ฟิลิปปินส์, ไนจีเรีย และอิรัก ขณะที่จีนเป็นประเทศที่บริโภคข้าวมากที่สุดในโลก

แม้จะมีการประเมินกันว่าผลผลิตข้าวทั่วโลกปีนี้จะสูงสุดในประวัติการณ์ (อาจสูงถึง 634 ล้านตัน) แต่วงการข้าวบอกว่าจะไม่ทำให้ราคาข้าวลดลงจากแนวโน้มที่กระเตื้องขึ้นอย่างรวดเร็วได้ เพราะความต้องการข้าวยังสูงอยู่และจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ

เหตุหนึ่งเป็นเพราะจีนเสียพื้นที่นาข้าวไปมาก เฉพาะ 10 ปีที่ผ่านมา, จีนลดเนื้อที่เพาะปลูกข้าวไปไม่น้อยกว่า 19.8  ล้านเอเคอร์ หรือเกือบ 50 ล้านไร่

และหากมีปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือฝนแล้งอย่างรุนแรงจากนี้ไป, ผลผลิตข้าวก็จะลดลง และราคาก็จะเพิ่มมากขึ้นกว่าที่คาดการณ์เอาไว้อีก

ผลผลิตข้าวของสหรัฐอเมริกาก็ลดลงเช่นกัน ประเมินกันว่าปีนี้จะหดตัวลงประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ (ไปอยู่ที่ 197.2 พันล้านปอนด์)

ผู้เชี่ยวชาญในวงการข้าวของอเมริกาบอกว่าตราบใดที่ราคาน้ำมันดิบยังสูงเกินกว่าบาร์เรลละ 40 เหรียญ, ราคาข้าวในตลาดล่วงหน้าก็จะยังสูงถึง 13 เหรียญต่อน้ำหนัก 100 ปอนด์

ถ้าราคาน้ำมันดิบสูงถึง 100 เหรียญต่อบาร์เรล ราคาข้าวในตลาดโลกก็อาจจะกระโดดไปที่ 20 เหรียญต่อน้ำหนัก 100 ปอนด์...ดังนั้น ถ้าราคาน้ำมันดิบอยู่ที่บาร์เรลละ 74 เหรียญอย่างวันนี้ ก็พอจะประเมินได้ว่าราคาข้าวน่าจะยังอยู่ในระดับสูงพอสมควร

 รัฐบาลตอบได้ไหมว่าเมื่อตลาดโลกเป็นใจอย่างนี้แล้ว เหตุไฉนชาวนาไทยยังยากจนอยู่และยังต้องถูกรัฐบาลหลอกอยู่ตลอดเวลาว่า "ราคาข้าวและราคายางสูงขึ้นเพราะฝีมือทักษิณ?"

http://www.bangkokbiznews.com/2006/08/16/u001_129249.php?news_id=129249



อ่านบทความของคุณ"กาแฟดำ" แล้ว อนาคตชาวนาไทยน่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ เพราะความต้องการบริโภคยังสูงขึ้นตลอดเวลา แม้จะไม่เพิ่มมากมายนัก แนวโน้มพื้นที่เพาะปลูกจะน้อยลงเรื่อยๆ ในประเทศจีนและอินเดียที่กำลังจะเป็นประเทศอุตสาหกรรมแทน....

แต่ราคาข้าวกลับไม่มีราคาสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบโลก และราคายางสูงขึ้นที่ทักษิณและแกนนำพรรคฯ คุยโม้ว่าเป็น"ฝีมือ"พรรคไทยรักไทย ทั้งที่เป็นที่รับรุ้ในประชาชนที่ได้รับรู้ข่าวสารทั่วโลกว่า จีนผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องผลิตยางรถยนต์เพิ่มขึ้น และสินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องใช้ยางเป็นวัตถุดิบ....

ข้าวเป็นสินค้าที่ต้องบริโภคทุกวัน ไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่กำลังจะเสียตำแหน่งให้เวียตนามไม่นานนี้ ไม่สามารถขายราคาสูงขึ้นได้ตามสัดส่วนสินค้าอื่นๆ เช่นน้ำมัน และยาง เป็นต้น.... :?:


ไม่เพียงแต่ข้าวที่รัฐบาลทักษิณไม่สามารถสร้างราคาสูงขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อชาวนาไทยเท่านั้น ผลผลิตการเกษตรอื่นๆ เช่น ลำใย ลิ้นจี้ เงาะ เป็นต้น ก็ไม่สามารถทำให้เกษตรกรไทยขายผลผลิตได้กำไรตามสมควร... :!:


1-2 ปีที่ผ่านมา จีนและอินเดียที่เป็นสองประเทศในกลุ่มผู้ใช้ยางมากที่สุด ได้ขยายพื้นที่ปลูกยางพาราเพิ่มขึ้น จะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นใน 3-5 ปีข้างหน้า ผลผลิตคาดว่าจะล้นตลาดอีก ราคายางอาจจะตกต่ำลงกว่านี้ (โดยสัมพันธ์กับราคาน้ำมันดิบ).....

รัฐบาลขณะนั้นจะถูกกล่าวหาจากทักษิณหรือคนรักทักษิณหรือไม่ว่า ทำให้ราคายางตกต่ำลง :?:



หัวข้อ: Re: ทักษิณ ไม่คุยราคาลิ้นจี่ ลำใย และข้าว เหมือนคุยเรื่อง"ยาง"......!
เริ่มหัวข้อโดย: Yodyood ที่ 16-08-2006, 12:50
ขนาดที่ปากพล่อยๆออกไปยังไม่เคยกล่าวขอโทษ แล้วคนแบบนั้นจะมีความกล้าออกมายอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองหรือ?

ปกติเห็นแต่มันหมกๆๆๆ  :twisted:


หัวข้อ: Re: ทักษิณ ไม่คุยราคาลิ้นจี่ ลำใย และข้าว เหมือนคุยเรื่อง"ยาง"......!
เริ่มหัวข้อโดย: แนวสกา ที่ 16-08-2006, 12:55
ถ้ารัฐจัดระบบการซื้อข้าวจากเกษตรกรให้ดีกว่าปัจจุบันแนวโน้ม เกษตรกรไทยไปรุ่งแน่

ไม่ต้องมาแบบมือขอพักชำระหนี้จากการปลุกปั่นกระตุ้นการกู้ยืม ส่วนนี้แนวโน้มดีแล้ว

แต่ที่ลุง"ปุถุชน"ว่าราคา ลำไย ลิ้นจี่ กำลังมีปัญหาเพราะ FTA ก็คงต้องเป็นปัญหาให้แก้ของรัฐบาลต่อไป

ยังไงก็อย่าทำแบบรัฐบาลเดิม ของดีผลงานตัวเอง สิ่งที่ทำให้แย่กลับหูตาฝ้าฟาง


หัวข้อ: Re: ทักษิณ ไม่คุยราคาลิ้นจี่ ลำใย และข้าว เหมือนคุยเรื่อง"ยาง"......!
เริ่มหัวข้อโดย: พรรณชมพู ที่ 16-08-2006, 15:20
ดูเหมือนพ่อค้าข้าวส่งออกรายใหญ่ จะไปดูธนาคารของรัฐอยู่แห่งหนึ่ง  ไปถามแถวธนาคารเด็กนั้นก็คงจะได้ค่ะ

ราคาข้าวในประเทศ ถูกกดราคานับตั้งแต่หน้าโรงสี และจะว่าไปตามจริง ถูกกดราคามาตั้งแต่การตกเขียวแล้ว  การปลูกข้าวในระบบทาสที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ชาวนาต้องกู้เงินไปซื้อพันธ์ข้าว ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และรอเทวดาหาน้ำมาให้  เมื่อข้าวเกี่ยวได้ ก็ใช้หนี้จนหมดสิ้น แต่ส่วนใหญ่จะขาดทุน และต้องขายที่นา หรือนำเงินจากที่ลูกหลานไปขายแรงงานกลับมาจุนเจือ

อยากให้ประเทศไทยกลับเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ต้องนำรับบเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ สนับสนุนระบบสหกรณ์ ส่งเสริมการปลูกพืชไร้สารพิษไร้ยาฆ่าแมลง คุ้มครองชาวนาจากนักเลงอันธพาลท้องถิ่น ที่เรียกตัวเองว่านักการเมือง

คุยเรื่องข้าวล้วนๆดีกว่าค่ะ อย่าไปเอาเรื่องเศษมนุษย์ที่มันคิดร้ายทำลายชาติมาปนเลย เดี๋ยวต้องด่าอีกค่ะ


หัวข้อ: Re: ทักษิณ ไม่คุยราคาลิ้นจี่ ลำใย และข้าว เหมือนคุยเรื่อง"ยาง"......!
เริ่มหัวข้อโดย: HILTON (ปาล์มาลี) ที่ 16-08-2006, 16:54
ไอ้ที่คุยก็ยงคุยแบบถูกๆผิดๆเลย 


หัวข้อ: Re: ทักษิณ ไม่คุยราคาลิ้นจี่ ลำใย และข้าว เหมือนคุยเรื่อง"ยาง"......!
เริ่มหัวข้อโดย: 55555 ที่ 16-08-2006, 20:06
อาจารย์ป ฯ ก็ใจร้อนจริง.......เด๋วรอ ให้คนทั้งโลกมาติดลำใย ลิ้นจี่ ก่อนดิครับ แล้วค่อยโม้ วันหลัง......วันนี้ขอโม้เรื่องหุ้นก่อน


หัวข้อ: ประชัย'พบสมาคมผู้ค้าข้าวโชว์นโยบายอุดหนุนเงินช่วยทั้งระบบ
เริ่มหัวข้อโดย: แนวสกา ที่ 17-08-2006, 14:16
 :mrgreen:มาแล้วครับผู้ทันกระแสโลก งานนี้ใครดีใครได้(หน้ากันไป)
 :mrgreen:

ประชัย'พบสมาคมผู้ค้าข้าวโชว์นโยบายอุดหนุนเงินช่วยทั้งระบบ

http://www.norsorpor.com/go2.php?u=http%3A%2F%2Fwww.bangkokbiznews.com%2F2006%2F08%2F16%2Fc001_129592.php%3Fnews_id%3D129592