ทั่วไป => ห้องสาธารณะ => ข้อความที่เริ่มโดย: ท่านเจ้าคุณ ที่ 22-07-2006, 04:32



หัวข้อ: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ท่านเจ้าคุณ ที่ 22-07-2006, 04:32
ไม่ทำถือว่าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญนะครับ หากยังทำชักช้าอยู่อีกเดี๋ยวจะเสนอเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: cameronDZ ที่ 22-07-2006, 07:26
ครับ
ทักสินก็ "สั่ง" ศาลไปแล้ว แต่ไม่รู้ท่านจะเชื่อรึเปล่า :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ท่านเจ้าคุณ ที่ 22-07-2006, 11:29
ไม่มีใครสั่งได้หรอกครับ แต่เป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

อย่ามั่วว่าห้าคนสรรหาได้ แต่สองคนข้าจะไม่ทำ อย่างนี้เรียกว่า" มั่ว "ครับ

อ้อ...เรื่องนี้ไม่ใช่การพิจารณาคดีน่ะครับ แต่เป็นการใช้อำนาจในการสรรหาบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรของรัฐ

วิจารณ์ได้ครับ ไม่ถือเป็นการละเมิดอำนาจศาล





หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: นายเกตุ ที่ 22-07-2006, 12:48
อ้าวก็เห็นกกตบอก3คนก็ทำกันได้นี่


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: koo ที่ 22-07-2006, 21:22
ไม่มีใครสั่งได้หรอกครับ แต่เป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

อย่ามั่วว่าห้าคนสรรหาได้ แต่สองคนข้าจะไม่ทำ อย่างนี้เรียกว่า" มั่ว "ครับ


ใช่ครับ ตอน ก.ก.ต. เสียชีวิต ประธานส.ว. บอกไม่สามารถสรรหาได้
พอ ก.ก.ต. อีก1คนลาออก ประธาน ส.ว. ส่งเรื่องให้ ศาลฏีกา สรรหามาโดยไว

ไม่ทราบว่า ตอนนั้นคุณได้แหกปากเช่นวันนี้ไหมครับ  :mrgreen:


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: นทร์ ที่ 22-07-2006, 21:23
อ้าวก็เห็นกกตบอก3คนก็ทำกันได้นี่

เหลี่ยมบอก คนเดียวก็ทำได้  :lol:


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Killer ที่ 22-07-2006, 22:09
ก็เห็นเค้าบอกว่า ไม่มีใครอยากจะมาเป็น กกต.ไม่ใช่เหรอ
ทั้งแผ่นดินไม่มีผู้กล้าเลยเชียวหรือไงล่ะ....
บ้านนี้เมืองนี้ มัวแต่ตั้งแง่กันจะเอา 3 คนออกให้ได้
นี่มันแค้นอะไรส่วนตัวกันนักหนาเนี่ย...

หรือว่าเทปลับจะมีจริงหว่าาาา


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ThailandReport ที่ 22-07-2006, 22:12
เราอยากเสนอให้เอาเทปลับที่ สหาย Killer มีแยะเลยอะ
เรื่องฟามจงรักภักดีไปเปิดในรายการ วันเสาร์


แต่....

เรื่องรายการเห่าหอนสัปดาห์ละหน ทุกวันเสาร์นะ
เพื่อน Killerผู้กุมความลับของท่านผู้นำ รีบนั่งทางใน ไปถามท่านว่า
จะ ตระบัดสัตย์ ด้านจัดต่อไป ทำไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนเว้นวรรค แล้วกลับมาใหม่  ดีไหม?

หรือจะทำท่าละอายแก่ใจ ไปเรียกไอ้ยี้ห้อยมากอดสักตั้ง 2ตั้ง บีบน้ำตาอีกสักหนดี
เพราะมีการให้จัดเลือกตั้งแล้ว ก็ตัดใจเลยจัดไป (ทั้งๆที่ชอบ อมไมค์)  :lol:
แหมลำบากใจจริงๆนะ  สหาย Killer ว่ามะ ?


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: จูล่ง_j ที่ 22-07-2006, 22:17
ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวศาลฎีกาก็จะเริ่มการสรรหากกต. แล้วล่ะ

ไม่ใช่ 2 คนนะ เป็น 5 คน

รอ 3 คนเก่าติดคุกก่อน อีกแปปนึง


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: แนวสกา ที่ 22-07-2006, 22:32
คิดเหมือนคุณ"จูล่ง"เลยครับ คงไม่นานเกินรอ


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ท่านเจ้าคุณ ที่ 23-07-2006, 12:15
ขออนุญาตตอบคุณ Koo ครับ

วันนี้...หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสรรหากกต.ตามรัฐธรรมนูญ มีเพียงสององค์กรเท่านั้นคือ " คณะกรรมการสรรหากกต. " กับ " ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา "

คณะกรรมการสรรหาฯคงทำหน้าที่ในตอนนี้ไม่ได้เพราะองค์ประกอบยังไม่ครบ ฉะนั้น จึงเหลือเพียงที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ตีความกฎหมายซึ่งคงรู้กันทั่วไปแล้วว่า ณ เวลานี้ตนเองอยู่ในฐานะที่มีอำนาจจะสรรหากกต.ได้

แต่...ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่ยอมสรรหากกต.ในส่วนที่ยังขาดอยู่สองคน ขอสรรหาพร้อมกันทั้งหมดห้าคน  เหตุผลคือ...เพราะกกต.ชุดนี้ไม่เป็นธรรมและที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีดุลพินิจที่จะทำหรือไม่ทำในเรื่องนี้

ประทานโทษครับ...เหตุผลของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่ใช่เหตุผลทางกฎหมายครับ แต่เป็นเหตุผลทางการเมือง

เพราะอย่างนี้...ผมจึงเรียกว่า " มั่ว " ไงล่ะครับ...มั่วเพราะว่าให้สรรหากกต.ห้าคน...ข้าทำ  แต่สองคน...ข้าไม่ทำ

ไปดูกฎหมายหน่อยเถอะครับว่า...รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอ้างเหตุโดยอาศัย " จำนวนกกต. " มาเป็นเหตุผลต่อ " การใช้อำนาจ " ที่จะสรรหาหรือไม่สรรหากกต.รึเปล่า

หากคุณ Koo หาเหตุผลได้  ผมจะขอเข้ามาตอบคุณอีกครั้งแบบยาวๆ



หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: จูล่ง_j ที่ 23-07-2006, 12:40
ท่านเจ้าคุณ คดีฟ้อง กกต สืบพยานไปเยอะแล้วครับ

เรื่องอะไร ศาลจะต้อง เอา กกต น้ำดี มาปนกับน้ำอะไรไม่รู้ ซึ่งกำลังรอการตัดสินอยู่

รออีกนิดครับ อย่าเพิ่งมาหาเรื่องด่าศาล

ถ้าศาลตัดสิน กกต ไม่ผิด ผมคิดว่า ศาลคงช่วยสรรหา กกต เพิ่มแล้วล่ะ

ถ้าไม่สรรหาเพิ่ม คุณค่อยมาด่าใหม่


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ท่านเจ้าคุณ ที่ 23-07-2006, 13:05
ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ คุณจูล่ง

ตอนนี้...ผมติดที่ต้องไปเลือกสก.สข.

เลือกเสร็จแล้วจะกลับมาขอความรู้จากคุณพร้อมกับคำถามบางข้อครับ



หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: O_envi ที่ 23-07-2006, 14:22
ใจเย็นไม่เกินเดือนนึงคุณ killer ได้ไปเยี่ยมกกต ที่คุกแน่ครับ


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: teera999 ที่ 23-07-2006, 15:34
ที่ในหลวงท่านรับสั่งไม่ทราบว่าเข้าหัวคุณท่านเจ้าคุณบ้างหรือเปล่าครับ

สิ่งที่สมุนต้องการให้ศาลสรรหามาเพื่อนเป้นการยุติความขัดแย้งหรือไม่
หากคุณมองอย่างใจเป็นกลาง
สมมุติว่ากกต.ชุดนี้เป็นพ่อเทพบุตรจริงยุติธรรมดั่งสวรรค์ส่งมาเกิดถามว่าหากปชช.ไม่ให้ความเชื่อถือการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นมันจะสามารถสยบปัญหาได้หรือไม่ครับถ้าศาลท่านสรรหามาเพิ่มความเชื่อถือจะกลับมาอย่างนั้นหรือครับ

คุณสมบัติอย่างแรกของคนที่ทำหน้าที่ กกต. คือความน่าเชื่อถือครับ ไม่ว่าคุณจะเลวชั่วช้าถูกซื้อตัวจริงหรือไม่ก็ไม่สำคัญเท่าคุณมีความน่าเชื่อถือหรือไม่
และโปรดอย่าดันทุรังว่าความน่าเชื่อถือไม่น่าเชื่อถือใครเป็นคนตัดสินผมฟังจนเบื่อแล้วถ้าอยากรู้ลองดูผลโหวตต่างๆหรือโพลก็ได้ลองไปหามาอ่านดูนะครับถ้าไม่อยากจะยอมรับด้วยตนเอง

ส่วนข้อกฎหมายที่คุณอ้างหากศาลท่านจะอ้างบ้างว่าก็ไม่มีกฎหมายมาตราไหนบรรยัติให้ท่านต้องเลือกโดยไม่ใช้ดุลพินิจประกอบเลยท่านก็มีสิทธิจะลงความเห็นไม่สรรหาบ้างเล่าคุณจะตอบว่ายังไง หากคุณบอกว่าท่านไม่มีอำนาจที่จะไม่สรรหาแล้วท่านบอกว่าคุณก็ไม่มีอำนาจจะบังคับท่านเหมือนกันมันจะจบอย่างไร

ประเด็นที่อยากบอกคือลองมองดูปัญหาคุณจะเห็นว่าทางที่จะแก้ได้คือนำความน่าเชื่อถือมาสู่องค์กรอิสระและยกทุกอย่างเข้าสู่การเลือกตั้งที่ทุกคนยอมรับ
อย่าเข้าข้างพรรคพวกถึงขนาดทำให้ชาติเสียหายเพื่อผลประโยชน์ผมไม่เข้าใจพวกที่สนับสนุนให้ศาลสรรหากกต.คิดอย่างไรหรือบ้านเมืองนี้เป็นอย่างไรไม่สนใจ ในหลวงท่านรับสั่งอย่างไรไม่สนใจ ขอให้พวกเราได้ประโยชน์เท่านั้นก็พอ อย่างนั้นหรอ ?



หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: koo ที่ 23-07-2006, 16:28
เพราะอย่างนี้...ผมจึงเรียกว่า " มั่ว " ไงล่ะครับ...มั่วเพราะว่าให้สรรหากกต.ห้าคน...ข้าทำ  แต่สองคน...ข้าไม่ทำ

ไปดูกฎหมายหน่อยเถอะครับว่า...รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอ้างเหตุโดยอาศัย " จำนวนกกต. " มาเป็นเหตุผลต่อ " การใช้อำนาจ " ที่จะสรรหาหรือไม่สรรหากกต.รึเปล่า

หากคุณ Koo หาเหตุผลได้  ผมจะขอเข้ามาตอบคุณอีกครั้งแบบยาวๆ

ฮ่าๆๆๆ ปลาหมอแล้วครับ ขึ้นไปอ่านความเห็นผมข้างบนดูที่ผมถามไว้ซิครับ  :mrgreen:

คุณเลี่ยงที่จะกล่าวถึงเหตการณ์นั้น เพราะว่าคนที่โดนเรื่องนั้นคือ "เหล่าลูกจ้าง"

อย่างนี้เรียกมั่วได้ไหม  :mrgreen:

สำหรับเรื่องของศาลที่คุณโจมตี ขอโทษ ด้อยเรื่องภาษาไปหน่อยนะ

 จำนวนกกต. " มาเป็นเหตุผล ไม่ใช่ที่จำนวนครับอย่ามั่ว  :mrgreen: ที่ความชอบธรรมของ กกต. ต่างหาก
เลือกกกต. เพิ่มให้ชุดนี้ กับเลือกใหม่ทั้งหมด ถ้าไม่**  :mrgreen: น่าจะเข้าใจว่า เลือกชุดนี้ กับเลือกชุดใหม่ มันต่างกับเลือก2หรือ5คนมาก  :D


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ท่านเจ้าคุณ ที่ 24-07-2006, 01:14
ขอบคุณครับสำหรับความเห็น 

ตอบคุณ Koo ก่อน

เริ่มที่คุณขอให้ผมตอบว่าตอนกกต.ท่านหนึ่งเสียชีวิต แล้วประธานสว.บอกว่าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่สามารถสรรหาได้ แต่ตอนนี้ประธานสว.กลับขอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสรรหาโดยเร็ว  ตอนนั้น...ผมได้แหกปากเหมือนอย่างตอนนี้หรือเปล่า ?

ขอตอบให้สบายใจก่อนว่า  ไอ้เรื่องก่อนหน้านี้ผมก็มีความเห็นทางกฎหมายแตกต่างไปจากประธานส.ว. 

ความเห็นผมคือว่า...ในเวลานั้น...เมื่อคณะกรรมการสรรหากกต.มีองค์ประกอบไม่ครบ  เนื่องจากมีตัวแทนพรรคการเมืองที่มีส.ส.ในสภาเพียงแค่สี่คนจากสี่พรรคการเมือง   ขณะที่จำนวนตัวแทนพรรคการเมืองที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้นั้นต้องมีห้าคนจากห้าพรรคการเมือง  กรณีอย่างนี้...ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจที่จะทำการสรรหากกต.ที่ยังขาดอยู่ได้  และเรื่องนี้ผมก็ได้เคยแสดงความเห็นเอาไว้อย่างนั้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องแหกปาก

ในทำนองเดียวกัน ณ เวลานี้...เมื่อคณะกรรมการสรรหากกต.มีองค์ประกอบไม่ครบเหมือนข้อเท็จจริงก่อนหน้านั้น ผมก็มีความเห็นอย่างที่เคยเห็นมาว่าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจหน้าที่ที่จะทำการสรรหากกต.ในจำนวนที่ยังขาดอยู่ได้  ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา...ในกรณีนี้...ก็เห็นว่าตนเองนั้นมีอำนาจหน้าที่ที่จะทำอย่างนั้น

แต่ทีนี้ปัญหามีอยู่ว่า แม้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะเห็นว่าตัวเองมีอำนาจในกรณีอย่างนี้ แต่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาดันกลับไม่ยอมสรรหากกต.สองคน หากจะขอสรรหาทีเดียวทั้งห้าคน  ผมจึงสงสัยยังไงล่ะครับว่าศาลอาศัยเหตุผลทางกฎหมายอย่างไรต่อการให้บทสรุปอย่างนั้น

เอาล่ะ...คุณให้เหตุผลแทนศาลมาว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวน แต่อยู่ที่ความชอบธรรม คำถามของผมก็คือ แล้วความชอบธรรมที่คุณอ้างอยู่ในมาตราไหนของรัฐธรรมนูญครับ ที่ศาลจะอาศัยเพื่อนำมาใช้เป็นเหตุในการไม่ใช้อำนาจหน้าที่ในการสรรหากกต.สองคนที่ยังขาด 

ช่วยหาเหตุผลทางกฎหมายมาให้ผมหน่อย...อย่าตะแบงนะครับ

สำหรับคุณ teera999  ผมเข้าใจความคิดทั้งหมดของคุณ  แต่ก่อนที่ผมจะตอบ  ขอถามก่อนว่าหากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเกิดสรรหากกต.ได้ทั้งห้าคน แต่บรรดาลิ่วล้อไทยรักไทยใช้ตรรกะเช่นเดียวกับคุณคือไม่เชื่อถือกกต.ที่ศาลสรรหามาไม่ว่าจะโดยเหตุผลอะไร  คุณคิดว่าเขามีสิทธิที่จะคิดโดยใช้เหตุผลอย่างที่คุณใช้ได้หรือไม่ ? แล้วคุณคิดว่าปัญหามันจะสงบลงรึเปล่า ?

รบกวนคุณตอบครับ  ผมจะรอตอบกลับ

 




หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Sweet Chin Music ที่ 24-07-2006, 08:47
คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม

เป็นสิ่งที่ คนทุกคนต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักกฎหมายครับ...

เพราะสิ่งเหล่านั้น มันคือ เจตนารมณ์ของกฎหมาย ครับ

แม้จะไม่มีบัญญัติไว้โดยตรงก็ตาม ในบางมาตรา...

- - - - - - - - - -

การตีความกฎหมายนั้น ต้องไม่ตีความตามตัวอักษร

เพราะตัวบทเหล่านั้น อาจไม่สามารถปรับไช้ได้กับสถานะการนั้นๆ

จึงควรอย่างยิ่งที่จะตีความตามเจตณารมณ์ของกฎหมาย เพื่อดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม

ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ท่านเจ้าคุณ ที่ 24-07-2006, 11:09
ตอบ...ความเห็นคุณข้างบน

เอะอะก็อ้างคุณธรรม จริยธรรม...เรื่องนี้ผมไม่ปฏิเสธครับว่ามันมีความสำคัญ

แต่คุณต้องแยกให้ออกว่ากฎหมายที่จะเอาเรื่องนี้มาใช้ประกอบการตีความ  มันเป็นกฎหมายเทคนิคหรือกฎหมายที่มีกรอบพื้นฐานมาจากระบบศีลธรรม

ตามตรรกะของคุณ เกิดศาลสรรหากกต.มาสิบคน วุฒิสภาเลือกมาห้าคน แต่ประธานวุฒิสภา...ในฐานะเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการซึ่งต้องรับผิดชอบแทนพระมหากษัตริย์...ตัดสินใจที่จะไม่นำรายชื่อบุคคลทั้งห้าคนขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อให้ในหลวงทรงลงพระปรมาภิไธย  โดยใช้เหตุผลอย่างเดียวกับที่คุณใช้คือ...บุคคลเหล่านี้มีจริยธรรมไม่สมบูรณ์พอ

คุณจะว่ายังไงครับ ?

หรือคุณจะตอบผมกลับว่าศาลนั้นมีจริยธรรมมากกว่าประธานวุฒิสภา ศาลอ้างได้ ประธานวุฒิสภาอย่าสแล๋นมาอ้าง

เฮ้อ...



หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: koo ที่ 24-07-2006, 13:04
ขอบคุณครับสำหรับความเห็น 

ตอบคุณ Koo ก่อน

เริ่มที่คุณขอให้ผมตอบว่าตอนกกต.ท่านหนึ่งเสียชีวิต แล้วประธานสว.บอกว่าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่สามารถสรรหาได้ แต่ตอนนี้ประธานสว.กลับขอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสรรหาโดยเร็ว  ตอนนั้น...ผมได้แหกปากเหมือนอย่างตอนนี้หรือเปล่า ?

ขอตอบให้สบายใจก่อนว่า  ไอ้เรื่องก่อนหน้านี้ผมก็มีความเห็นทางกฎหมายแตกต่างไปจากประธานส.ว. 

ความเห็นผมคือว่า...ในเวลานั้น...เมื่อคณะกรรมการสรรหากกต.มีองค์ประกอบไม่ครบ  เนื่องจากมีตัวแทนพรรคการเมืองที่มีส.ส.ในสภาเพียงแค่สี่คนจากสี่พรรคการเมือง   ขณะที่จำนวนตัวแทนพรรคการเมืองที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้นั้นต้องมีห้าคนจากห้าพรรคการเมือง  กรณีอย่างนี้...ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจที่จะทำการสรรหากกต.ที่ยังขาดอยู่ได้  และเรื่องนี้ผมก็ได้เคยแสดงความเห็นเอาไว้อย่างนั้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องแหกปาก

โถขนาดเรื่องเลยมาตั้งนานแล้วยัง**อยู่เลย ไม่รู้ว่าทำไมสุชินถึงไม่ส่งให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกาสรรหาครั้งแรก
สาเหตุคือเรื่องนี้ต่างหาก
เมื่อครั้งนายจรัล  บูรณพันธุ์ศรี  อดีต กกต.เสียชีวิต คณะกรรมการสรรหา กกต.แจ้งว่ายังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ  จึงไม่สามารถดำเนินการสรรหา กกต.ได้ภายใน 30 วัน มี ส.ว.หลายคนเสนอให้นายสุชนใช้ช่องทางตามมาตรา  138 (3) นายสุชนกลับไม่เลือกใช้ช่องทางนี้ แต่ได้ทำหนังสือถึงคณะรัฐมนตรี  ขอให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ  มาตรา  173 เรื่ององค์ประกอบคณะกรรมการสรรหา  โดยที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่นายสุชนเสนอ  และอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป)  เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาพิจารณาต่อไป แต่เกิดการยุบสภาวันที่  24 ก.พ. 2549 ทำให้เรื่องตกไป
หาย** ขึ้นมาบ้างยัง ไม่ทราบว่าความเห็นมั่วๆ**ๆอย่างนั้นไปแหกปากที่ไหนมา

ในทำนองเดียวกัน ณ เวลานี้...เมื่อคณะกรรมการสรรหากกต.มีองค์ประกอบไม่ครบเหมือนข้อเท็จจริงก่อนหน้านั้น ผมก็มีความเห็นอย่างที่เคยเห็นมาว่าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจหน้าที่ที่จะทำการสรรหากกต.ในจำนวนที่ยังขาดอยู่ได้  ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา...ในกรณีนี้...ก็เห็นว่าตนเองนั้นมีอำนาจหน้าที่ที่จะทำอย่างนั้น

แต่ทีนี้ปัญหามีอยู่ว่า แม้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะเห็นว่าตัวเองมีอำนาจในกรณีอย่างนี้ แต่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาดันกลับไม่ยอมสรรหากกต.สองคน หากจะขอสรรหาทีเดียวทั้งห้าคน  ผมจึงสงสัยยังไงล่ะครับว่าศาลอาศัยเหตุผลทางกฎหมายอย่างไรต่อการให้บทสรุปอย่างนั้น

เอาล่ะ...คุณให้เหตุผลแทนศาลมาว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวน แต่อยู่ที่ความชอบธรรม คำถามของผมก็คือ แล้วความชอบธรรมที่คุณอ้างอยู่ในมาตราไหนของรัฐธรรมนูญครับ ที่ศาลจะอาศัยเพื่อนำมาใช้เป็นเหตุในการไม่ใช้อำนาจหน้าที่ในการสรรหากกต.สองคนที่ยังขาด 

ช่วยหาเหตุผลทางกฎหมายมาให้ผมหน่อย...อย่าตะแบงนะครับ

รัฐธรรมนูญมาตรา 136
มาตรา 136 คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกอบด้วยประธาน กรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกสี่คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรง แต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากผู้ซึ่งมี ความเป็นกลางทางการ เมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
ศาลเห็นว่า กกต. ไม่เหมาะสมจะทำหน้าที่ จึงไม่สรรหาเพิ่มให้ กกต.ชุดนี้ พ่อปลาหมอพอจะเข้าใจไหม

สำหรับคุณ teera999  ผมเข้าใจความคิดทั้งหมดของคุณ  แต่ก่อนที่ผมจะตอบ  ขอถามก่อนว่าหากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเกิดสรรหากกต.ได้ทั้งห้าคน แต่บรรดาลิ่วล้อไทยรักไทยใช้ตรรกะเช่นเดียวกับคุณคือไม่เชื่อถือกกต.ที่ศาลสรรหามาไม่ว่าจะโดยเหตุผลอะไร  คุณคิดว่าเขามีสิทธิที่จะคิดโดยใช้เหตุผลอย่างที่คุณใช้ได้หรือไม่ ? แล้วคุณคิดว่าปัญหามันจะสงบลงรึเปล่า ?

เหตุและผลเดียวกันยังไงละคุณปลาหมอ กกต.ชุดใหม่ตั้งคูหาหันตูดออกเหมือนชุดนี้  :mrgreen: ชุดใหม่ให้เวียนเทียนสมัครได้  :shock: มั่วจังเลยปลาหมอ

รบกวนคุณตอบครับ  ผมจะรอตอบกลับ

 





หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: koo ที่ 24-07-2006, 13:10
ชักรู้สึกลื่นๆละ  :mrgreen: เดี๋ยวว่างๆไปหาแถลงการณ์ของที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกามาอ่านก่อนดีกว่า  :mrgreen:


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Sweet Chin Music ที่ 24-07-2006, 18:33
ตอบ...ความเห็นคุณข้างบน

เอะอะก็อ้างคุณธรรม จริยธรรม...เรื่องนี้ผมไม่ปฏิเสธครับว่ามันมีความสำคัญ

แต่คุณต้องแยกให้ออกว่ากฎหมายที่จะเอาเรื่องนี้มาใช้ประกอบการตีความ  มันเป็นกฎหมายเทคนิคหรือกฎหมายที่มีกรอบพื้นฐานมาจากระบบศีลธรรม

ตามตรรกะของคุณ เกิดศาลสรรหากกต.มาสิบคน วุฒิสภาเลือกมาห้าคน แต่ประธานวุฒิสภา...ในฐานะเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการซึ่งต้องรับผิดชอบแทนพระมหากษัตริย์...ตัดสินใจที่จะไม่นำรายชื่อบุคคลทั้งห้าคนขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อให้ในหลวงทรงลงพระปรมาภิไธย  โดยใช้เหตุผลอย่างเดียวกับที่คุณใช้คือ...บุคคลเหล่านี้มีจริยธรรมไม่สมบูรณ์พอ

คุณจะว่ายังไงครับ ?

หรือคุณจะตอบผมกลับว่าศาลนั้นมีจริยธรรมมากกว่าประธานวุฒิสภา ศาลอ้างได้ ประธานวุฒิสภาอย่าสแล๋นมาอ้าง

เฮ้อ...



ถ้า ประธานวุฒิสภาจะไม่นำขึ้นทูลเกล้า ก็ต้องดูเหตุผลประกอบครับว่า ที่ไม่นำขึ้นทูลเพราะอะไร ?

ไม่ใช่อยู่ๆ จะไม่ทูลเกล้าฯ ก็ไม่ทูลเกล้าฯ ซะงั้นนะ อันนี้สมควรโดนด่าครับ

ส่วนเรื่องศาลนั้น ศาลท่านก็ออกมาบอกแล้วว่า หามาเพิ่มมันก็ไร้ประโยชน์ เพราะ...

กกต. ทั้ง3 ท่าน ไม่อาจจัดการเลือกตั้งด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมแล้ว ถ้าดันทุรังอยู่ต่อไป

ก็อาจจะเกิดผลกระทบใหญ่หลวงต่อประเทศได้.. 8)


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: No_Tuky ที่ 24-07-2006, 18:55
มาดูสุราจับกรอกพรุ่งนี้กันดีกว่า เย่ !!! :mozilla_wink: :mozilla_wink: :mozilla_wink:


หัวข้อ: Re: ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องเริ่มการสรรหากกต.อีกสองคนแล้วล่ะครับ
เริ่มหัวข้อโดย: teera999 ที่ 24-07-2006, 22:25
เท่าที่อ่านจากการตอบของคุณท่านเจ้าคุณผมพอจะรู้สึกได้ว่าไม่ใช่พวกลิ่วล้อชอบตะแบง
อย่างนี้ค่อยน่าคุยหน่อย ตรรกะคุณคล้ายอาจารย์ วรเจตน์ ที่ผมเคยวิจารณ์ไปแล้ว
เมื่อคุณถามมาผมก็จะตอบนะครับ

หากคุณพูดว่าเข้าใจที่ผมพูดผมจะไม่ย้อนนะครับถือว่าเราเข้าใจตรงกันแต่คุณมองว่า
ความน่าเชื่อถือของกกต.ไม่ควรนำมาคิดเพราะหากศาลเลือกมาทรท.เกิดไม่ยอมรับบ้าง
ปัญหาก็ไม่จบ ถูกมั้ยครับ ?

ตรรกะอันนี้ผิดครับ

ตรรกะของคุณมีจุดบอดอยู่ 2 แห่ง

1. คือคุณเข้าใจว่าความน่าเชื่อถือถูกตัดสินโดยศาล ซึ่งจริงๆนั้นไม่ใช่หากกกต.บริสุทธิ์จริง
ใครไปบอกว่าเขาไม่น่าเชื่อถือก็ย่อมโดนกระแสกดดันครับยิ่งศาลท่านรับพระราชดำรัส
มาจากในหลวงหากท่านทำสิ่งใดที่คนส่วนใหญ่มองว่าขัดต่อพระราชดำรัสรับรองว่าศาลท่านก็คงต้องลำบากใจ

2. คุณไม่เข้าใจเรื่อง ต้นทุนทางสังคม   ไม่ต้องกลัวจะเกิดการต่อต้านจากผู้เสียประโยชน์ครับเพราะหากกระแสส่วนใหญ่
เชื่อว่ากกต.เที่ยงธรรมมีต้นทุนทางสังคมพอใครก็มาค้านลำบากครับคุณ วาสนาที่ออกมาไล่กันก้มีเหตุครับไม่ใช่อยู่ดีๆใครอยากไล่ก็ออกมาไล่ได้

ตรรกะของคุณจะถูกก็ต่อเมื่อ ศาลท่านสรรหาตัวเลือกที่ไม่น่าเชื่อถือมาเป็น กกต.
เช่น เอานายสมัครมาเป็น กกต. หรือเอานายชวนมาเป็น แต่หากท่านเลือกคนที่เหมาะสม
ลองนึกตามนะครับเช่น คุณหญิง จารุวรรณ หรือบุคคลที่มีต้นทุนที่น่าเชื่อถือ
ผมอยากรู้เหมือนกันว่า ฝ่ายตรงข้ามทั้ง ปชป. กับ ทรท จะกล้าโหนกระแสค้านหรือไม่ ?

อย่าลืมว่าพวกนี้คือนักการเมืองนะครับ


ดังนั้นประเด็นจะอยู่ที่ ศาลท่านสามารถสรรหาบุคคลที่มี " ความน่าเชื่อถือ " เข้ามาได้หรือไม่?

ถามว่าใครคือคนตัดสินว่า บุคคลนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ ?
ผมตอบให้ครับ " สังคม "ครับ

ต่อให้ทรท.ไม่พอใจบอกว่าคนที่ศาลสรรหาไม่เป็นกลาง
ในความเป็นจริงมันก็ไม่ง่ายอย่างนั้น
ลองนึกภาพ จำเลย ชี้หน้าศาลแล้วบอกว่า

" ผมไม่ไว้ใจศาลคนนี้ผมไม่ยอมให้เขาตัดสิน
แล้วคนอื่นจะบอกว่าโอเคเปลี่ยนคนตัดสินกันเถอะ
 มันเป็นไปได้ในความเป็นจริงหรือครับ
"

ความน่าเชื่อถือมันเป็นกระบวนการที่มีความต่อเนื่องครับ   ไม่ใช่อยู่ดีๆใครจะบอกว่าคนนี้น่าเชื่อถือ
คนนี้ไม่น่าเชื่อถือสมมุติฐานของคุณมันไม่อยู่บนพื้นฐานของความจริงเลยครับ

ถ้าทรทไม่พอใจก็ต้องหาหลักฐานมาหักล้างให้ "สังคม" เชื่อให้ได้และสังคมต้องเชื่อด้วย
ว่าคนๆนี้ไม่เป็นกลางซึ่งศาลท่านก็มีดุลยพินิจและคงไม่เลือกตาสีตาสามาหรอกครับประเด็นนี้คุณไม่ต้องห่วง

สำหรับปัญหานี้ต่อให้กกต.เอียงจริงแต่หากสังคมยอมรับปัญหาก็จบครับแต่หากคุณยังดึงดัน
เอาคนที่สังคมไม่ยอมรับมาเป็นกกต.ปัญหามันจะจบได้อย่างไรครับ ??