ทั่วไป => สภากาแฟ => ข้อความที่เริ่มโดย: POchrat ที่ 04-04-2006, 17:58



หัวข้อ: โยงหมอมิ้งพัวพันปตท. ปูดตัวเบ้งติดร่างแหอื้อ!
เริ่มหัวข้อโดย: POchrat ที่ 04-04-2006, 17:58
องค์กรผู้บริโภค เตรียมตรวจสอบ"หมอมิ้ง"โยงใยผลประโยชน์ทับซ้อนในปตท.พบพิรุธ ยับยั้งการแยกกิจการท่อก๊าซฯ ไม่ให้เกิดการแข่งขัน หลัง"มนู-วิเศษ"โดนมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการจัดสรรหุ้น ด้าน"เชิดพงษ์-เมตตา"โดนหางเลข ในฐานะเป็นผู้ควบคุมราคาพลังงานแต่มานั่งเป็นกรรมการในปตท. ขณะที่"ปิยสวัสดิ์"รู้เห็นแปลงสภาพปตท.ตลอด แต่ยังปล่อยให้ทรัพย์สินของรัฐตกอยู่ในมือเอกชน



นางสาวรสนา โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิองค์กรผู้บริโภค เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค อยู่ระหว่างการสืบสวนหาข้อมูลในเชิงลึก เพื่อหาช่องทางดำเนินการฟ้องการแปลงสภาพบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่มติคณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบให้ปตท.ดำเนินการแยกกิจการทางท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ออกจากกิจการ ภายใน 1 ปี หลังจากปตท.กระจายหุ้นแล้ว

โดยเฉพาะกรณีการให้ปตท.จัดตั้งและถือหุ้นทั้งหมดในบริษัท ปตท.ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ จำกัด รวมถึงให้ปตท.เปิดบริการขนส่งก๊าซฯทางท่อแก่บุคคลที่ 3 สำหรับระบบท่อในอนาคตและในระบบท่อเดิมของปตท. เพื่อให้ผู้ใช้ก๊าซฯสามารถซื้อก๊าซฯจากผู้ขายก๊าซฯได้โดยตรง และให้มีการตั้งองค์กรกำกับดูแลอิสระขึ้นมา

แต่เนื่องจากระยะเวลาผ่านมา 4 ปี ทางปตท.ไม่ได้ดำเนินการตามมติดังกล่าว โดยอ้างถึงรัฐบาลได้เปลี่ยนนโนยบายโครงสร้างกิจการไฟฟ้าใหม่ จากเดิมที่กำหนดเป็นแบบพาวเวอร์พูล มาเป็นระบบอีเอสบี และรอการแปรรูปบริษัท กฟผ.ให้แล้วเสร็จเสียก่อน ทำให้ปตท.ไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ข้ออ้างดังกล่าวกลับกลายมาเป็นประเด็นที่ผูกมัดถึงการมีผลประโยชน์ทับ ซ้อนที่เกิดขึ้นในเวลานี้

นอกจากนี้เมื่อมีการตรวจสอบข้อมูล พบว่านายแพทย์ พรมมินทร์ เลิศสุริย์เดช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในสมัยนั้น ได้เป็นผู้ยับยั้งการแยกกิจการท่อก๊าซฯออกจากปตท. และการจัดตั้งองค์การอิสระด้านพลังงาน ไม่ให้เป็นไปตามมติครม.ซึ่งเป็นประเด็นที่ทางองค์กรผู้บริโภคจะเข้าตรวจสอบ ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่อย่างไร เพราะเป็นการแทรกแซงของนักการเมือง เนื่องจากนายแพทย์พรมมินทร์ เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่นาน แต่สามารถดึงเรื่องดังกล่าวออกมาพิจารณาใหม่ และภายหลังตั้งนายวิเศษ จูภิบาล มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแทน เพื่อรับผิดชอบในเรื่องนี้แทน

"ที่สำคัญจะต้องมาดูว่า การที่นายแพทย์พรหมินทร์ ยับยั้งการแยกกิจการก่อนนั้น ต้องไปดูว่านโยบายที่กำหนดออกมา เป็นนโยบายที่ให้ประโยชน์กับรัฐหรือให้ประโยชน์กับปตท. ซึ่งหากมองในแง่ของการแปรรูป การดำเนินงานจะต้องมีการแข่งขัน แต่การแปรรูปแล้วกลายเป็นว่ายกอำนาจผูกขาดจากรัฐไปเป็นของเอกชนก็ถือว่าผิด อยู่แล้ว"

"การที่ปตท.อ้างว่า การแยกกิจการท่อก๊าซฯออกมาแล้วจะทำให้หุ้นไม่มีค่า มองว่าเวลานี้จำนวนหุ้นได้ผ่องถ่ายไปเป็นของนักลงทุนแล้วจำนวนมาก กระทรวงการคลังถือหุ้นเพียง 52 % ผลประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่กับภาครัฐแล้ว การไม่แยกกิจการท่อก๊าซฯออกมาเป็นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ของนักลงทุน มากกว่า โดยอาศัยทรัพย์สินของชาติไปแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งการเวนคืนที่ดิน การวางท่อก๊าซผ่านที่ดินชาวบ้าน เป็นการรอดสิทธิ์ จะมาบอกว่าปตท.มีอำนาจในการดำเนินงานไม่ได้ แม้จะอ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินให้ดำเนินการได้ก็ตาม"

นางสาวรสนา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในเบื้องต้นมองว่า คณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งปตท.ที่มีนายมนู เลียวไพโรจน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและประธานบอร์ดสมัยนั้น เข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้ง และหลังจากปตท.กระจายหุ้นแล้ว นายมนูได้มีผลประโยชน์จากการจัดสรรหุ้นไปจำนวนหนึ่ง จำนวนร้อยละ 0. 013584 ซึ่งตาม พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ ได้มีข้อกำหนดให้คณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งจะต้องเว้นวรรคการไม่รับหุ้น หลังจากการกระจาหยุ้น 3 ปี

ขณะที่นายวิเศษ จูภิบาล ผู้ว่าการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยสมัยนั้น ได้เป็นกรรมการเตรียมการจัดตั้งปตท.และได้รับการจัดสรรหุ้นด้วย จำนวนร้อยละ 0.005766 แต่เนื่องจากนายวิเศษ เป็นผู้บริหารถึงกลางปี 2546 แต่ยังถือหุ้นอยู่อีกประมาณ 1 ปี ทำให้ต้องมีการตรวจสอบว่านายวิเศษพ้นจากตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดแล้ว จะยังสามารถถือหุ้นต่อไปได้อีกหรือไม่

นอกจากนี้ ปตท.ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการแปลงสภาพที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ในเรื่องของการจัดทำประชาพิจารณ์ ซึ่งพบว่าปตท.ทำการประกาศสาระสำคัญก่อนการตรา พ.ร.ฎ.เพื่อแปลงสภาพปตท. 2 ฉบับเพียง 1 วันก่อนที่จะมีการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งไม่ถูกต้องตามระเบียบที่กำหนดให้ลงประกาศในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวติด ต่อกัน 3 วัน ทำให้การแปลงสภาพปตท.ขัดกับเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ

ด้านแหล่งข่าวจากองค์กรผู้บริโภค เปิดเผยว่า สำหรับกรณีของนายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นประธานกรรมการ ของปตท.และบริษัท ไทยออยล์ และมีบทบาทในฐานะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ที่ดูแลการกำหนดราคาพลังงาน และ นายเมตตา บันเทิงสุข ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายพลังงานแห่งชาติ(สนพ.) ในฐานะเลขาคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ซึ่งมีส่วนดูแลโครงสร้างราคาด้านพลังงาน แต่มานั่งเป็นกรรมการปตท.ด้วยนั้น

มองว่าบุคคลเหล่านี้สามารถรับรู้ข้อมูลภายในของภาครัฐ และมาบริหารจัดการปตท.ได้ จะเห็นได้จากช่วงที่ผ่านมา ปตท.และโรงกลั่นน้ำมันมีกำไรจำนวนมาก ซึ่งมีปัญหามาจากการที่มีผู้ควบคุมราคาและผู้ที่กำหนดราคาน้ำมันเป็นคน กลุ่มเดียวกัน ซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐกับเอกชน

นอกจากนี้ ในส่วนของนายพละ สุขเวช กรรมการปตท.ยังเข้าไปเป็นกรรมการในกฟผ.ด้วย ทำให้เห็นผลประโยชน์ทับซ้อนของสองหน่วยงานนี้อย่างเห็นได้ชัด ที่จะเอื้อผลประโยชน์ซึ่งกันและกันในการซื้อขายก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะมีผลต่อค่าไฟฟ้าของประชาชนได้

อย่างไรก็ตาม จากที่ตรวจสอบรายงานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งปตท.พบว่า มีนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการ บลจ.หลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ได้เข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง ซึ่งไม่ทราบว่าทำไมถึงปล่อยให้มีการดำเนินงานในลักษณะนี้ออกมา โดยเฉพาะประเด็นการโอนสินทรัพย์ของรัฐไปเป็นของเอกชนปล่อยให้มีการดำเนิน งานได้อย่างไร

ทั้งที่เวลานี้นายปิยสวัสดิ์เองสนับสนุนให้มีการแยกกิจการท่อก๊าซออกจากปตท. เพื่อกำกับดูแลได้ง่ายขึ้น และสามารถเปิดให้บริการผ่านท่อทำได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการไม่ให้อำนาจผูกขาดไปอยู่ในมือของเอกชน

ต่อเรื่องนี้นายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวชี้แจงว่า ตามกฏหมายคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้ง สามารถถือหุ้นได้ เพราะฉะนั้นในส่วนของตนและนายวิเศษ จูภิบาล รักษาการว่าการกระทรวงพลังงาน จะไม่มีปัญหา ซึ่งทุกอย่างมันเป็นไปตามขั้นตอน ไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา เพราะมันมีกฏหมายมาตรา12 มาตรา18 ที่ข้าราชการที่ได้รับแต่งตั้งให้ดูแลเรื่องนี้ สามารถถือครองหุ้นในส่วนนี้ได้ "คำกล่าวหาที่ทำให้ผมเสียหาย ถ้าเล่นกับผมมากๆ ผมคงต้องขออำนาจศาลช่วยเหลือ"นายมนูกล่าว

โยงหมอมิ้งพัวพันปตท. ปูดตัวเบ้งติดร่างแหอื้อ! (http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=T0121014&issue=2101)

อ่านกันรึยังครับ ถ้าอ่านแล้วก็ขออภัย

หุหุ  :lol:


หัวข้อ: โยงหมอมิ้งพัวพันปตท. ปูดตัวเบ้งติดร่างแหอื้อ!
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกเข็มขาว ที่ 04-04-2006, 21:32
ดีจังเลยที่นำมาลงให้อ่าน
วันนี้งานยุ่งมากไม่ได้อ่านอะไรเลย มาอ่านตอนค่ำนี้เอง ขอบคุณมากค่ะ


หัวข้อ: โยงหมอมิ้งพัวพันปตท. ปูดตัวเบ้งติดร่างแหอื้อ!
เริ่มหัวข้อโดย: ปุถุชน ที่ 04-04-2006, 22:58
"การที่ปตท.อ้างว่า การแยกกิจการท่อก๊าซฯออกมาแล้วจะทำให้หุ้นไม่มีค่า มองว่าเวลานี้จำนวนหุ้นได้ผ่องถ่ายไปเป็นของนักลงทุนแล้วจำนวนมาก กระทรวงการคลังถือหุ้นเพียง 52 % ผลประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่กับภาครัฐแล้ว การไม่แยกกิจการท่อก๊าซฯออกมาเป็นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ของนักลงทุน มากกว่า โดยอาศัยทรัพย์สินของชาติไปแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งการเวนคืนที่ดิน การวางท่อก๊าซผ่านที่ดินชาวบ้าน เป็นการรอนสิทธิ์ จะมาบอกว่าปตท.มีอำนาจในการดำเนินงานไม่ได้ แม้จะอ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินให้ดำเนินการได้ก็ตาม"


ข้อมูลนี้ทำให้ประชาชนทั่วไปฉุกใจคิดได้แล้วว่า ผลประโยชน์ที่แท้จริงนั้นตกอยู่กับ'เอกชน' มากกว่ารัฐบาลที่ได้ลงทุนด้วยภาษีประชาชนไปมากมายก่อนหน้านั้น
 รวมทั้งการเวนคืนที่ดินและวางท่อก๊าซผ่านที่ดินของประชาชนไปเป็นของ'เอกชน'(คนไทยและต่างชาติ) ด้วยวิธีฉ้อฉล และเป็นที่ทราบกันดีว่านักธุรกิจการเมืองในรัฐบาลนี้ ถือครองหุ้นและผลประโยชน์อื่นๆ ด้วย......


หัวข้อ: โยงหมอมิ้งพัวพันปตท. ปูดตัวเบ้งติดร่างแหอื้อ!
เริ่มหัวข้อโดย: The Piggy@u ที่ 04-04-2006, 23:32
มิ้งตายแน่ๆ


หัวข้อ: โยงหมอมิ้งพัวพันปตท. ปูดตัวเบ้งติดร่างแหอื้อ!
เริ่มหัวข้อโดย: จูล่ง_j ที่ 05-04-2006, 02:56
ขอบคุณที่เอาลงให้อ่านครับ
ขอให้คุณ รสนา ฟ้องร้องสำเร็จอีกครั้ง และอย่ายอมรับสินบนใดๆ ยุติเรื่องนี้
ให้พวกที่มันขโมยผลประโยชน์ของชาติไปเป็นของตัวเอง ได้รับใช้กรรม


หัวข้อ: โยงหมอมิ้งพัวพันปตท. ปูดตัวเบ้งติดร่างแหอื้อ!
เริ่มหัวข้อโดย: Can ไทเมือง ที่ 05-04-2006, 03:28
ผลงานเข้าตาจริง ๆ คุณรสนา เอาใจช่วยครับ

ให้การเมืองภาคพลเมือง เชื่อมร้อยเป็นเครือข่ายโดยเร็วที่สุด

เพราะสภาเที่ยวนี้ ของเค้าหมดแล้ว

การตรวจสอบนอกสภามันยากเสียยิ่งกว่ายาก