|
หัวข้อ: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: เรื่องจริงผ่านจอ ที่ 08-06-2006, 14:00 หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ Tel: (02)312-6300 Fax: (02)312-6237 เรียน ศาสตราจารย์พิเศษประสิทธิ์ โฆวิไลกูล อธิการบดี ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ บางนา สำเนาเรียน ผศ.ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ รักษาการคณบดีคณะศิลปศาสตร์ เรื่อง ขอให้ยกเลิกการรับน้องที่แอบแฝงความอุบาทว์ทั้งหมด และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ด้วยข้าพเจ้าฯได้โทรศัพท์คุยทราบเรื่อง จากบุตรหลานที่เข้าศึกษาปี 1 และ พักอาศัยอยู่ในหอพักของทางมหาวิทยาลัย เรื่องการจัดกิจกรรมรับน้องที่ไม่เหมาะสม ของรุ่นพี่คณะศิลปศาสตร์ พบว่ามีเรื่องที่ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น หลายครั้งในการรับน้องของรุ่นพี่ ที่ทางมหาวิยาลัย มิได้ใส่ใจดูแลอย่างจริงจัง ขอยกตัวอย่าง เช่น 1. เมื่อ คืนวันอังคารที่ 6 มิถุนายน 2549 ที่ผ่านมานี้ ในวันดังกล่าว เป็นวันรับน้อง วันที่ 2 ซึ่งจัดให้มีการรับน้องถึง 5 วันติดต่อกัน ในช่วงเย็นตั้งแต่ 16.00 ถึง 19.00 น. โดยนักศึกษาปี 1 ทุกคน ต้องเข้าพิธีการ รับน้องทุกวัน เพราะรุ่นพี่ที่คณะดังกล่าว ข่มขู่ว่า ไม่มา ไม่ได้!!! เวลาประมาณ 1 ทุ่ม คืนนั้น นักศึกษา ปี 1 ถูกกลั่นแกล้ง ลงโทษ ด้วยการทำลุกนั่ง หลายสิบครั้ง ทั้งเหนื่อยและหิวเพราะมิได้รับทานอาหารเย็น รวมทั้งยังโดนรุ่นพี่คณะ (บางคนแต่งกายคล้ายกุ๊ย ผมฟูยาวรุงรัง ไว้หนวดเครา) ดุด่า ตะคอกเสียงดังตลอดเวลา แบบว้ากเกอร์ ในลักษณะที่ หยาบคายป่าเถื่อน ไร้อารยธรรม ...สลับกับการสั่งให้ร้องเพลงและเต้นท่า "น้ำพุ่ง" ( ให้นักศึกษาหญิงเอามือชักเข้าชักออกเหมือนการสำเร็จความใคร่ กับอวัยวะเพศชาย) ลามกจกเปรต บัดซบสิ้นดี จนเด็กสาวคนหนึ่ง ทนไม่ไหว เป็นลมหมดสติไป พวกรุ่นพี่เหล่านั้นกรูเข้าไปปฐมพยาบาลแต่ไม่ฟื้น..เห็นท่าไม่ดีจึงหามส่งโรงพยาบาล และเลิกการรับน้องคืนนั้น เวลาประมาณ 1 ทุ่มกว่าๆ คำถาม ข้อ 1 *** ทำไม ต้องรับกันนานขนาดนั้น *** 5 วันเลยหรือ? คำถามข้อที่ 2*** ทำไมต้องจัดช่วงเย็นถึงมืด โดยไม่มีเวลาให้เด็ก กินข้าวเย็นและ ต้องกลับที่พัก ดึกดื่น มืดค่ำ ฝนตก เด็กที่ไม่ได้นอนหอพัก จะเดินทางไปกลับอย่างไร? ถึงบ้านกี่โมงกี่ยาม คำถามข้อที่3 *** ถ้าลูกสาวหลานสาว ของท่าน ถูกสั่งให้เต้นท่า น้ำพุ่ง แล้วร้องเพลง "น้ำพุ่งออกมาจริงๆ" มันจะเป็นไง? คำถามข้อที่4 *** มหาวิทยาลัยแห่งนี้ รับกุ๊ย เดนคน เข้าเป็นรุ่นพี่ เป็นแบบอย่างที่ดี แล้วหรือ? คำถามข้อที่ 5*** อาจารย์ ไปทำอะไรอยู่ ไหนว่าจะดูแลอย่างดี ...ที่ว่าจะไม่มีการรับน้องที่ไม่สมัครใจ และหยาบคายแบบนี้ ในปีนี้ ? 2. การรับน้องของวันที่ 7 มิถุนายน 2549 ยังรับกันตั้งแต่บ่ายจนเย็นย่ำค่ำเหมือนเดิม ยังคงมิได้ลด ละ เลิก พฤติกรรมต่ำทรามลงแม้แต่น้อย แต่มีอาจารย์ที่ปรึกษาของคณะมาดูแล ผิดจากวันก่อนๆ และอาจารย์ประกาศแก่รุ่นน้องว่า ใครไม่สมัครใจ รับน้อง ให้ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล อีกทั้งยังให้คำรับรองว่าจะไม่เกิดเรื่องเหมือนคืนวันที่ 6 ที่ผ่านมาอีกแน่ๆ ไม่ว่าความหยาบคายหรือการกระทำใดๆที่ไม่เหมาะสม แต่..ปรากฎว่า.. เมื่อเย็นลงอาจารย์หายไปไหนไม่ทราบ รุ่นพี่ที่รอเวลาอาจารย์เผลอหรืออาจารย์กลับไปแล้ว ก็ได้โอกาส แสดงสันดานดิบเดิมออกมาอีกครั้ง โดยตอนที่รุ่นพี่ปี4 ยืนล้อมเด็กใหม่แล้วมีว้ากเกอร์ตะโกน ถามความสมัครใจว่า ใครไม่อยากเต้นไม่สนุกไม่สมัครใจก็ออกไปนะโว้ย ออกไปเลย พวกพี่มันส์แล้วพวกมึงไม่มันส์กันหรือยังไงวะ ผลก็แน่นอน...เงียบ (ใครจะกล้าหือ ในสถานการณ์แบบนั้น) และนักศึกษาปี 1 ต้องเวียนเล่นเกม บาทเดียวก็เสียวได้ โดยการให้นักศึกษาปี 1 จับคู่กัน เช่น ชายกับหญิง หรือ ชายประเภท 2 กับชายจริง จับผูกตาไว้ทุกคู่ ไม่ให้มองเห็น แล้วให้ผู้ชายนอนหงายลงกะพื้น เอาเหรียญ 1 บาทวางไว้ตามตำแหน่งของร่างกายผู้ชาย ให้ผู้หญิงคลำหาเหรียญให้เจอ ตำแหน่งเหรียญก็มักวางไว้ตรงจุดที่ ใจกลางร่างกายเช่น ตรงอวัยวะเพศ เพื่อให้การคลำมีรสชาติ พูดแล้วอาจจะบรรยายภาพยาก อยากให้ท่านอาจารย์ที่ปรึกษาที่ตกปากรับคำไว้ ไปทดลองทำกันเองกะใครที่ท่านพึงใจได้เลย ลำดับต่อไปก็คือท่าเต้นที่นักศึกษาแทบทุกคณะใช้เป็นท่ามาตรฐานในการ เหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้หญิง ของรุ่นน้องปี 1 สถาบันเดียวกับตนเองคือ ท่ากล้วยฉาบ โดยให้นักศึกษาหญิง นอนหงาย เอามือข้างหนึ่งยันพื้นเพื่อยกตัวให้ลอยขึ้น และให้โยกสะโพก บั้นเอวขึ้นๆลงๆ แอ่นอวัยวะเพศหญิงไปให้กล้วยฉาบ...ท่านอธิการบดี และท่านคณบดี คงเคยฉาบกล้วยมาไม่น้อย หรือไม่ก็คงชอบกล้วยฉาบมากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามใคร่ขอว่าอย่าทำเป็นมองไม่เห็นท่ามาตรฐานนี้ที่รุ่นพี่แทบทุกคณะ สั่งให้นักศึกษาหญิงทำ (ยืนยันว่าวันที่ 7 มิย.นี้คณะอื่นนอกจากศิลปศาสตร์ยังทำกันอยู่ เนื่องจากคณะศิลปะศาสตร์ถูกจับตามองเลยยกเลิกท่านี้ในวันนั้น) ข้าพเจ้าอยากขอถามว่า หากลูกสาวท่านเป็นผู้ที่มีความประพฤติดี กริยามารยาทดี แต่งกายเรียบร้อยถูกระเบียบสมกับที่เป็นนักศึกษาสถาบันอุดมศึกษาทรงเกียรติ และไม่ประสีประสาทางเพศ แต่ต้องถูกพวกรุ่นพี่หญิงหลายคนซึ่งใส่กระโปรงสั้น ผ่าสูง ร่านสวาท ชอบเต้น สั่นอวัยวะบนอกโชว์ และบอกว่ามันคือความมันส์, สอนท่าไก่ย่าง ท่าที่แปลงมาจากการสำเร็จความใคร่ และการร่วมเพศต่างๆได้อย่างไม่อายฟ้าดิน ท่านคิดว่า จะยังมีผู้ปกครองเหลืออีกสักกี่คน ถ้าเขารู้เรื่องเหล่านี้ แล้วยังจะมอบความไว้วางใจให้เข้ามาศึกษาที่มหาลัยแห่งนี้อีก เราเตือนคุณแล้ว (โดยฝากเรื่องผ่านคุณวราพร หน้าห้องอธิการบดีเช้าวันที่ 7 มิย.)แต่คุณไม่ฟังไม่สนใจ ดังนั้นจึงอนุมานได้ว่า ท่านเป็นส่วนหนึ่งของต้นตอ ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ของ นักศึกษา การได้เสียในวัยเรียน..ท้องแล้วไปทำแท้ง ท่านมีส่วนรู้เห็นส่งเสริม เพราะ ท่านมิได้ใส่ใจในคำเตือนของข้าพเจ้าเลย เด็กสาวที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีให้ห่างจากเรื่องไม่บังควรเหล่านี้ ต้องจำใจกระทำต่อหน้าคนหมู่มาก ต้องไปจับลูบคลำอวัยวะเพศชาย ต้องไปเต้นท่ายั่วยวน รูดเสา เขย่าอก กระดกก้น เหมือนท่าร่วมสังวาสเหล่านั้น.... คือประโยชน์ของประเพณีรับน้อง หรือ? ข้าพเจ้าอยากรู้จริงๆว่า ไม่มีหัวจะคิดทำอะไรที่สร้างสรรค์เหมือนมหาลัยอื่นกันหรือ เช่นรับน้องไปเก็บขยะ รักษาความสะอาด ฯลฯ นี่มีแต่จะลงใต้สะดือลูกเดียว สอนปลูกฝังค่านิยมสำส่อนทางเพศ มั่วกาม บ้าตัณหา มุ่งแต่กิจกรรมที่กระตุ้นต่อมกระสันกันเหลือเกิน สอนให้เด็กเคยชินกับการมีเพศสัมพันธ์ สอนให้เด็กแร่ด นี่หรือมหาวิทยาลัยแห่งวิสัยทัศน์ ข้าพเจ้าใคร่ขอเสนอสโลแกนใหม่ให้ท่านพิจารณา คำขวัญของมหาวิทยาลัย เรียนรู้เน้นเรื่องเพศ เพื่อสร้างความทุเรศให้สังคมไทย หรือ ปั้นกระเทยให้เป็นผู้นำ คือภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัย ทางราชการได้ประกาศออกมาแล้วว่า ปีนี้ห้ามมิให้มีการรับน้อง ในแบบที่ไม่เหมาะสมอีก ไม่ทราบว่าทำไมทางมหาวิทยาลัย จึงมิได้กระทำตาม และปล่อยปละละเลยให้เกิดเรื่องดังกล่าวนี้ขึ้นอีกได้ เพราะอะไรขอให้ชี้แจง และประกาศอย่างเป็นทางการในเวบไซด์ของมหาวิทยาลัยด้วย มิเช่นนั้น เรื่องราวเหล่านี้อาจเป็นไปได้ที่จะถูกกล่าวขานกันแพร่หลายจนเป็นตำนานในเวบบอร์ดต่างๆของอินเตอร์เนทได้ เพราะ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และแน่นอน นั่นคือบ่อเกิดของความเสื่อมสลายของชื่อเสียงสถาบัน ที่ท่านคงไม่ต้องการ ข้าพเจ้า ใคร่ขอเรียนให้ท่านผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน เข้าไปตรวจสอบ สอดส่องดูแล และนำตัวผู้กระทำการดังกล่าวลงโทษสถานหนัก เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไปอีก (ไล่ออกไปเถอะ อยู่ก็สร้างความเสื่อมเสียและอาจเป็นปัญหาความปลอดภัยของเด็กปี 1 อีกด้วย) หมายเหตุ ขอเสนอภาษาอังกฤษวันละคำ จากบทเพลงที่นักศึกษาปี 1 ต้องเต้นในวันรับน้องเมื่อร้องเพลงผลไม้รวมมิตร เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ประเพณีนี้อุบาทว์เพียงใด Watermelon = ท่าผู้ชายลูบหน้าอกผู้หญิง Banana = ท่าจับรูดอวัยวะ เพศชาย Raisin = ท่าขยี้เม็ดหัวนมเพศหญิง Rambutan = ท่าถอนขนลูกอัณฑะ อื่นๆอีกมากมาย ที่ท่านอาจต้องการศึกษาขอได้โปรดสอบถามจาก ว๊ากเกอร์ทั้งหลายได้ แทบทุกคณะ (ยังแอบทำกันอยู่ตลอดเวลา) ปล.ขอเรียนให้ท่านอาจารย์ที่ดูแลกิจกรรมรับน้อง ที่ชอบคิดว่า ผู้ปกครองไม่เข้าใจประเพณีรับน้องของนักศึกษาว่า ผู้ปกครองมิใช่ควาย มีปัญญาเรียนจนจบปริญญาได้เช่นเดียวกับท่านเช่นกัน ผ่านประเพณีรับน้องมาเช่นกันและแยกออกระหว่างสิ่งที่เรียกว่า......ความดีงาม กับ ความต่ำช้ากักขฬะ ขอให้พิจารณากิจกรรมที่กล่าวต่อไปนี้ดูว่ารู้สึกอย่างไร การละเล่นที่สร้างความเร้าใจให้แก่รุ่นพี่แต่เป็นที่ผะอืดผะอมของรุ่นน้องโดยเฉพาะที่เป็นหญิงคือ..การเล่นขบวนตุ้กๆ ลักษณะคือ ให้รุ่นน้องยืนเป็นแถวยาวเหมือนขบวนรถไฟ ก้มตัวลง ให้เอามือข้างหนึ่งลอดใต้หว่างขาตนเองไปจับกับมืออีกข้างหนึ่งของคนต่อๆไป และสั่งให้เดินเป็นขบวนตามกันไป ด้วยความแตกต่างระหว่างสัดส่วนร่างกาย ผู้ชายที่มีความเป็นสุภาพบุรุษต้องพยายามสุดชีวิตที่จะก้มตัวลงต่ำเพื่อให้ผู้หญิงจับมือไว้ได้ไม่หลุดจากกัน และพยายามไม่ให้มือตนต้องไปสัมผัสกันกับเนื้อน่องหรือส่วนอื่นของหว่างขาฝ่ายหญิง ความทุเรศ บัดชบเกิดขึ้นช่วงต่อระหว่างนักศึกษาชายและหญิง ขณะที่รุ่นพี่สั่งหยุดขบวนที่ลากกันมาจนตึง และสั่งให้กระตุกๆๆแขน.. ลองหลับตานึกภาพ ขณะที่มือที่อยู่ใต้หว่างขาของผู้หญิงได้สัมผัสกับอวัยวะเพศหญิง ถูไถไปๆมาๆ จากการละเล่นดังกล่าว ท่านคิดว่า สนุกสนาน..หรือ บัดซบ!! ปัจจุบัน ช่องทางการเรียนรู้เรื่องเพศด้วยตนเอง มันมีเกลื่อนอยุ่แล้วในสังคม ไม่จำเป็นต้องสนับสนุนทางอ้อม โดยปล่อยให้มีการโชว์ทุเรศแบบนี้ในมหาวิทยาลัยเลย ต่อหน้าต่อตา ผู้ปกครองที่ยืนดูอยู่มันก็ยังทำกันได้ไม่เคยรู้ร้อนหนาว จริงอยู่เรื่องทางเพศเป็นเรื่องธรรมดา แต่มนุษย์มิใช่สัตว์หน้าขน ที่ต้องมาทำท่าทางให้คนมุงดู ไม่ใช่เหรอ ถ้าคิดว่ามันดีนัก ทำไมไม่เอา CD หนัง X มาฉายให้หมดเรื่องหมดราวไปเลยละ ให้เป็นหลักสูตรบังคับวันรับน้องไปเลยดีไหม -ขอให้พิธีอุบาทว์ เหล่านี้จบลงเป็นวันสุดท้ายและปีสุดท้าย ขอให้อย่ามีสิ่งชั่วช้าไร้ยางอายเหล่านี้เกิดในมหาลัยไหนๆอีกเลย- หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: Can ไทเมือง ที่ 08-06-2006, 14:15 ตัดชื่อมหาวิทยาลัยออก...สงสัยกลัวโดนฟ้อง
หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: เรื่องจริงผ่านจอ ที่ 08-06-2006, 14:27 หนังสือข้างบน ได้จากสำเนาจาก แฟกซ์ ที่มหาวิทยาลัยเอง
มีผู้ปกครอง ร้องเรียนแฟกซ์เข้าไป หลายคณะ เบอร์ก็ลงไว้ให้ เวบมหาลัยคงหาเองได้ และที่สำคัญ เขากำลังจะดำเนินการ ส่งเรื่องทั้งหมดเข้าสื่อมวลชน...หากทางมหาลัยยังไม่ออกมาแถลงการณ์หรือ หยุดการกระทำ ของเหล่านักศึกษา โรคจิต หากคุณ CanCan กลัวกระทั่งความจริง แล้วจะมาต่อสู้หาสิ่งยึดเหนี่ยวอะไรมิทราบ นักศึกษา นับร้อย นับพันที่เจอเรื่องนี้ เห็นเรื่องนี้ หรือคุณจะปิดเวบหนีความจริงเหล่านี้ ก็ตามใจ หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: Can ไทเมือง ที่ 08-06-2006, 14:34 คลับคล้สยคลับคลาว่ามีข่าวแนวหน้า หรือข่าวสดวันนี้ ลองดูดิ
อ้อ...กระทู้คิด ๆ กันนี่ไง... หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: buntoshi ที่ 08-06-2006, 14:37 มันเป็นประเพณี ปลูกฝังกันมาครับ รุ่นน้องที่ชอบกิจกรรม ก็จะรับความรู้สึกและประเพณี ไปถ่ายทอดต่อๆกันไป
บางที่ก็ไม่เหมาะสมจริง แต่บางแห่ง ก็น่าจะอนุรักษ์ไว้ เพราะนักศึกษา คงไม่ใช่แค่ เข้าไปเชคชื่อเข้าเรียน แล้วก็สอบ และก็รับปริญญามา 1 ใบ การมีกิจกรรมทำให้รู้จักกันง่ายขึ้น ได้รู้จักรุ่นพี่ ได้รู้จักคำว่า ส่วนรวม บางครั้งต้องช่วยเหลือกัน ถึงจะทำสำเร็จ บางครั้งได้เจออุปสรรค ต้องร่วมกัน หาทางออก อยู่ที่เราจะมองมุมใหนนะครับ ส่วนตัวผมว่าถ้าใครไม่ชอบ ไม่ต้องเข้าร่วมกิจกรรมก็ได้นะครับ เชื่อผมเถอะไม่มีใครว่าอะไรหรอก หลังจากผ่านพ้นกิจกรรมไปแล้ว ก็ไม่มีใคร มารังเกียจคนที่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมหรอกนะครับ ยังไงก็มีเพื่อน ไม่ต้องห่วง ยังไง กิจกรรมใน มหาวิทยาลัย ก็มีมากกว่าการรับน้อง ค่อยไปร่วมกิจกรรมนั้นก็ได้ ส่วนบางคนอยากรับรู้ อยากสัมผัส ว่ารุ่นพี่เราได้ผ่านอะไรมาบ้าง อยากรู้จักเพื่อนเยอะๆ อยากมีประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต สิ่งเหล่านี้อธิบายไม่ได้ต้องลองเอง เกิดมาครั้งเดียว ถ้าได้เจอประสบการณ์ที่มันตื่นเต้น ซักครั้ง คงเป็นกำไรชีวิตนะครับ หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: Can ไทเมือง ที่ 08-06-2006, 14:49 หลัง ๆเนี่ย...พวกตุ๊ดเข้าไปมีอิทธิพลมาก ท่าทางประหลาด ๆ พวกนี้ แพร่ไปอย่างรวดเร็ว
สมัยผมไม่มีนะ...ว๊ากเสียงดังแต่สุภาพ ไม่มีคำหยาบคาย ไม่มีถูกเนื้อต้องตัว...อย่างว่าอะนะ มัน 30 เกือบ ๆ 40 ปีแล้วที่เป็นน้องใหม่ น้องใหม่คณะผมปีนี้ รุ่นที่ 41....ผมรุ่น 4 ไม่รู้ห่างกันกี่รุ่น หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ทำลาย ที่ 08-06-2006, 14:51 หลัง ๆเนี่ย...พวกตุ๊ดเข้าไปมีอิทธิพลมาก ท่าทางประหลาด ๆ พวกนี้ แพร่ไปอย่างรวดเร็ว สมัยผมไม่มีนะ...ว๊ากเสียงดังแต่สุภาพ ไม่มีคำหยาบคาย ไม่มีถูกเนื้อต้องตัว...อย่างว่าอะนะ มัน 30 เกือบ ๆ 40 ปีแล้วที่เป็นน้องใหม่ น้องใหม่คณะผมปีนี้ รุ่นที่ 41....ผมรุ่น 4 ไม่รู้ห่างกันกี่รุ่น เห็นด้วยๆๆ หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: นายเบียร์ ที่ 08-06-2006, 15:02 หลัง ๆเนี่ย...พวกตุ๊ดเข้าไปมีอิทธิพลมาก ท่าทางประหลาด ๆ พวกนี้ แพร่ไปอย่างรวดเร็ว สมัยผมไม่มีนะ...ว๊ากเสียงดังแต่สุภาพ ไม่มีคำหยาบคาย ไม่มีถูกเนื้อต้องตัว...อย่างว่าอะนะ มัน 30 เกือบ ๆ 40 ปีแล้วที่เป็นน้องใหม่ น้องใหม่คณะผมปีนี้ รุ่นที่ 41....ผมรุ่น 4 ไม่รู้ห่างกันกี่รุ่น เห็นด้วยๆๆ เห็นด้วยเช่นกัน ส่วนตัวของผมสิ่งดีๆควรที่จะรักษาไว้ครับ กิจกรรมเพื่อความบันเทิงและการละลายพฤติกรรมนั้นจะมีก็ดี ไม่มีก็หาอย่างอื่น ใจความสำคัญคือคำว่ายินยอมสมัครใจ ไม่ใช่มาพระเดชข่มเขาโคขืนตั้งแต่แรก หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: The Piggy@u ที่ 08-06-2006, 19:02 เรียน คุณ News
ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะปกปิดเรื่องราวอะไรหรอกนะครับ ถ้าหากว่าเรื่องมันเป็นจริง ผมก็จะสนับสนุนด้วยครับ ไม่ต้องกลัวว่าผมจะมาสนับสนุนสถาบันแบบไม่ลืมหูลืมตาหรอกนะครับ ผมมีวิจารณญานเพียงพอที่จะตัดสินอะไร และไม่ต้องมาแขวะผมด้วย ที่คุณบอกว่าที่นี่รับน้องกัน 5 วันนั้น ถูกต้องที่สุดครับ และทำกันมาทุกปีคือ เปิดเทอมสัปดาห์แรกเท่านั้น หลังจากนั้นห้ามเด็ดขาด ผมไม่อยากจะบอกนะครับว่า ม.ที่อื่นรับกันกี่วันแค่ไหน ถ้าว่าแค่ 5 วันนี่ทำใจไม่ได้ ไปอยู่ม. อื่นคงตรอมใจตายไปแล้ว หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: news ที่ 08-06-2006, 21:29 เรียน The Piggy@u
ขออภัยที่แขวะ(อีกแล้วนะ) ถ้าคุณกำลังพยายามที่จะบอกว่า... การรับน้องแบบต่ำๆทรามๆ อย่างที่เห็นนะ แค่ 5 วัน ถือว่ายังดีกว่าที่อื่นที่รับกัน นานกว่านั้น อยากบอกว่า...แค่ 1 นาที ก็เกินพอแล้ว เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ดีงาม ควรค่าแก่การส่งเสริม ทำชั่วแค่ 1 วินาที ก็ควรละอายใจ มิใช่อวดอ้างว่า ได้เผลอทำชั่วน้อยกว่าคนอื่น ซึ่งทำชั่วมาแรมเดือน แรมปี ไม่มีเหรียญรางวัลจะมอบให้หรอกนะ ขอบอก และอยากเป็นนกำลังใจให้คุณอย่าตรอมใจตาย เพราะที่นี่คือแผ่นดินไทย เห็นอะไรไม่ดีไม่งาม ควรแอ่นอกออกมายอมรับและแก้ไข ไม่ใช่เอาแต่ตรอมใจนะ หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: Can ไทเมือง ที่ 08-06-2006, 21:32 ถ้าเล่าสั้น ๆ ของผมให้ 2 เดือน แต่แค่ซ้อมเชียร์นะ บอกกติการะเบียบคณะ ระเบียบมหาลัย
มีสอนร้องเพลง เล่าวิธีทำตัวในมหาวิทยาลัย เรียนยังไงให้ถูกวิธี..แบ่งเวลายังไง ถ้าบ้ากิจกรรมก็จะมีรุ่นพี่ ๆ มาเตือน มาแนะนำ ว๊ากเค้าแล้วต้องมาจัดกลุ่มติว พาไปเชียร์กีฬา รุ่นพี่ต้องควัก..ค่าน้ำค่าข้าว เชียร์ทุกเที่ยง 45 นาที...1 วันต้องไปซ้อมเชียร์รวมที่หอประชุมใหญ่ แค่นี้แหละ พอถึงวันรับน้อง เช้าถึงเที่ยง ไปรับน้องมหาลัย บ่ายมารับคณะ เย็น ๆ ให้ไปอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวมากินเลี้ยงจบแล้วใครบ้านใกลหารถส่งถึงที่.. แค่เนี้ย...ไม่มีอะไรมากกว่านี้...พอร้องเพลงกันเก่ง บูมได้ไม่ขัดเขิน ใกล้ ๆวันกฬาสี กีฬาประเพณีก็มารวมอีกที เค้าไม่มีแบบบ้า ๆบอ ๆ เพราะ "โซตัส" มันมีคำว่า "Order" ระเบียบ วินัย อยู่แล้ว รุ่นพี่ก็ต้องมีวินัย รุ่นน้องถึงจะทำตาม สถาบันเก่า ๆ เค้าไม่ซีเรียส ทำเล่น ๆ พอให้สนุก...เพราะให้เข้าไปเรียน ไม่ได้ไปเต้นบ้า ๆ บอ ๆ แบบนั้น หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: The Piggy@u ที่ 08-06-2006, 21:45 เรียน The Piggy@u ขออภัยที่แขวะ(อีกแล้วนะ) ถ้าคุณกำลังพยายามที่จะบอกว่า... การรับน้องแบบต่ำๆทรามๆ อย่างที่เห็นนะ แค่ 5 วัน ถือว่ายังดีกว่าที่อื่นที่รับกัน นานกว่านั้น อยากบอกว่า...แค่ 1 นาที ก็เกินพอแล้ว เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ดีงาม ควรค่าแก่การส่งเสริม ทำชั่วแค่ 1 วินาที ก็ควรละอายใจ มิใช่อวดอ้างว่า ได้เผลอทำชั่วน้อยกว่าคนอื่น ซึ่งทำชั่วมาแรมเดือน แรมปี ไม่มีเหรียญรางวัลจะมอบให้หรอกนะ ขอบอก และอยากเป็นนกำลังใจให้คุณอย่าตรอมใจตาย เพราะที่นี่คือแผ่นดินไทย เห็นอะไรไม่ดีไม่งาม ควรแอ่นอกออกมายอมรับและแก้ไข ไม่ใช่เอาแต่ตรอมใจนะ ผมตอบคำถามแรกของคุณไปแล้วคือ ข้อ 1 เรื่องรับน้อง 5 วันครับ ผมไม่ได้บอกว่าการรับน้องแบบนั้นเป็นสิ่งทีดีงาม ผมบอกได้เลยว่า ผก็ไม่ชอบระบบรับน้องแบบลวทรามเหมือนกัน แต่เรื่องคณะศิลป รับน้องวิธีพิสดารอะไรนั่น ผมไม่อาจทราบได้ เพราะผมอยู่คณะอื่น ยังไงถ้าคุณอยากให้เรื่องมันไปเร็วๆ ก็ขอแนะให้ฟ้องสื่อเลยครับ เพราะผมก็อยากรู้เรื่องกันว่าเรืองราวมันเป็นอย่างไร คณะของผม สาขาของผม ไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิดแล้วกันครับ เพราะผมดูอยู่ :o หัวข้อ: เห็นด้วยกะคุณ Can นะ เริ่มหัวข้อโดย: news ที่ 08-06-2006, 21:50 ทั้งหมดนี้ อยากบอกว่า ไม่เคยเขียนสักคำว่า พิธีรับขวัญน้องใหม่ ไม่ดีหรือควรยกเลิก
แต่บังเอิญ สังคมเรามีพวกตีความมั่วแยะเหลือเกิน ฟังกันให้ชัดและอ่านกันให้ดีนะ พิธี รับน้อง นะ ไม่ผิดหรอก แต่ วิธี รับน้องนะ ที่ผิด พิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ ดีงามนะ มันเสื่อมถอยไปเพราะ รุ่นพี่เลวๆที่เอา กิจกาม เข้าไปปนเปื้อนตะหาก ที่บอกว่าอยากให้เลิกซะ รับน้องใหม่ ให้พร ผูกข้อมือ บายศรี สู่ขวัญ ฯลฯ อะไรอีกมากมายที่เค้าทำกันมาแต่โบราณกาล ทำให้รุ่นน้องรักเคารพรุ่นพี่เปรียบประดุจ ญาติผู้ใหญ่ซะด้วยซ้ำไป....มันหายไปไหน หายไปยังไง หายไปแล้วหรือจากสังคมไทย..... ปล. ตอบคุณ The Piggy@u เพิ่มเติม เราว่าเราเขียนบอกตั้งแต่แรกนะว่า มันเป็นเรื่องศิลปศาสตร์ แล้วลูกผู้ชายคนไหนมิทราบที่แอ่นอกเสนอหน้าออกมาว่า จะไปตรวจสอบให้ รับรองไม่มีเรื่องแบบนี้ ยืนยันว่าไม่เคยเกิดขึ้น...ต่างๆนาๆ คาอยู่ใน กระทู้ แถวๆนี้แหละ มาวันนี้คุณพูดว่า ผมไม่อาจทราบได้ เพราะผมอยู่คณะอื่น ขอปรบมือให้ลูกผู้ชายตัวจริง ดังๆสัก 7 หมื่น 3พันล้านครั้งเลย หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: 500 ที่ 08-06-2006, 22:02 :wink:
หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: Kittinunn ที่ 08-06-2006, 22:07 ผมดูสำนวนการเขียนแล้ว ราวกับว่ามหาลัยปล่อยรุ่นพี่เป็นอิสระงั้นแหละ
จริงๆ แล้ว การรับน้องทุกครั้ง ต้องมีอาจารย์คอยควบคุมดูแลไม่ให้เกินเลย นอกเสียจากว่าจะเป็นการแกล้งรุ่นน้องนอกรอบ ซึ่งจะต้องมีการเช็คบิล อย่างไรซะ ถ้าคุณไม่ลำบากพอ ขอแนะนำให้ฟ้องสื่อมวลชนเอาเลย ทางมหาวิทยาลัยจะมีขั้นตอนการสอบสวนเอาผิดเองแหละ ไม่จำเป็นที่คุณต้องมาตั้งกระทู้ และโต้ตอบให้เสียเวลาหรอก หัวข้อ: Re: เห็นด้วยกะคุณ Can นะ เริ่มหัวข้อโดย: The Piggy@u ที่ 08-06-2006, 22:11 ทั้งหมดนี้ อยากบอกว่า ไม่เคยเขียนสักคำว่า พิธีรับขวัญน้องใหม่ ไม่ดีหรือควรยกเลิก แต่บังเอิญ สังคมเรามีพวกตีความมั่วแยะเหลือเกิน ฟังกันให้ชัดและอ่านกันให้ดีนะ พิธี รับน้อง นะ ไม่ผิดหรอก แต่ วิธี รับน้องนะ ที่ผิด พิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ ดีงามนะ มันเสื่อมถอยไปเพราะ รุ่นพี่เลวๆที่เอา กิจกาม เข้าไปปนเปื้อนตะหาก ที่บอกว่าอยากให้เลิกซะ รับน้องใหม่ ให้พร ผูกข้อมือ บายศรี สู่ขวัญ ฯลฯ อะไรอีกมากมายที่เค้าทำกันมาแต่โบราณกาล ทำให้รุ่นน้องรักเคารพรุ่นพี่เปรียบประดุจ ญาติผู้ใหญ่ซะด้วยซ้ำไป....มันหายไปไหน หายไปยังไง หายไปแล้วหรือจากสังคมไทย..... ปล. ตอบคุณ The Piggy@u เพิ่มเติม เราว่าเราเขียนบอกตั้งแต่แรกนะว่า มันเป็นเรื่องศิลปศาสตร์ แล้วลูกผู้ชายคนไหนมิทราบที่แอ่นอกเสนอหน้าออกมาว่า จะไปตรวจสอบให้ รับรองไม่มีเรื่องแบบนี้ ยืนยันว่าไม่เคยเกิดขึ้น...ต่างๆนาๆ คาอยู่ใน กระทู้ แถวๆนี้แหละ มาวันนี้คุณพูดว่า ผมไม่อาจทราบได้ เพราะผมอยู่คณะอื่น ขอปรบมือให้ลูกผู้ชายตัวจริง ดังๆสัก 7 หมื่น 3พันล้านครั้งเลย ผมไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีมีเรื่องนี้จริงจัง ผมสอบถามเบื้องต้นก็ยังไม่มีใครทราบเรื่องนี้นะครับ ผมได้บอกว่า ผมได้สอบถามเบื้องต้นกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ปรากฎว่ายังไม่มีเรื่องนี้ครับ แต่ยังไงก็จะตามสืบให้ครับ และเรื่องนี้ที่ผมบอกว่าไม่ต้องห่วงครับทุกท่าน ยังไง อธิการบดี ต้องดำเนินการเรื่องนี้ถึงที่สุดครับ นั่นคือผมพยายามตอบให้เป็นกลางที่สุด ในเมื่อมหาลัยเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหา ก็ต้องรอให้เค้าดำเนินการสอบสวนและชี้แจงอีกฝ่ายนะครับ การทำหน้าที่ของผมMod ผมก็พยายามที่จะดำเนินการให้เป็นกลางมากที่สุดแล้วครับ ผมก็เอาใจช่วยคณ News นะครับ ว่าขอให้ดำเนินการเรื่องต่อไป เรื่องจะได้ไม่เงียบ แต่ถ้าการตอบและรอให้อีกฝ่ายชี้แจงออกมา มันเป็นการขัดใจคุณ news ผมก็ต้องขออภัยไว้ด้วยครับ หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: MI-6 ที่ 08-06-2006, 22:31 ผมก้อเป็นส่วนหนึ่งของมหาลัยนี้นะครับ เท่าที่รู้ยังไม่มีการแจ้งเรื่องเหตุการณืแบบนี้ขึ้นนะครับ แต่การรับน้อง 5 วัน หรือ อาทิตย์แรกของการเปิดภาคเรียน นั้นเป็นส่วนจริงไม่ได้เถียง แต่ในการรับน้อง ทุกขั้นตอนมี อาจารย์ทั้งส่วนกลาง ที่เกี่ยวข้อง และไม่เกี่ยวข้อง มาเดินดูอยู่ตลอดนะครับ ยังไงช่วยฟังความทั้ง 2 ฝ่ายด้วย เพราะตัวผมเองก้อยังไม่รู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น(ผมคนละคณะนะครับ แต่ก้อเป็นคนคุมรุ่นน้องในสาขาอีกที) ช่วยฟังความก่อนครับ อย่าเพิ่งตัดสิน
หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: The Piggy@u ที่ 08-06-2006, 22:58 แวะมาบอกคุณ News ครับว่า วันที่ 10 วันเสาร์นี้ที่มหาลัยได้สั่งงดรับน้องของมหาลัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
ถ้าเป็นเพราะเรื่องคุณ News ก็แสดงว่าอิทธิฤทธิ์เรื่องของคุณ News จริงๆ สบายใจได้นะครับ ผมมาผูกมิตรและขออภัยหากทำให้คุณ News ไม่สบายใจ เพราะผมก็จะพยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุดครับ หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: GN-001 Exia ที่ 08-06-2006, 23:01 ถ้าเล่าสั้น ๆ ของผมให้ 2 เดือน แต่แค่ซ้อมเชียร์นะ บอกกติการะเบียบคณะ ระเบียบมหาลัย มีสอนร้องเพลง เล่าวิธีทำตัวในมหาวิทยาลัย เรียนยังไงให้ถูกวิธี..แบ่งเวลายังไง ถ้าบ้ากิจกรรมก็จะมีรุ่นพี่ ๆ มาเตือน มาแนะนำ ว๊ากเค้าแล้วต้องมาจัดกลุ่มติว พาไปเชียร์กีฬา รุ่นพี่ต้องควัก..ค่าน้ำค่าข้าว เชียร์ทุกเที่ยง 45 นาที...1 วันต้องไปซ้อมเชียร์รวมที่หอประชุมใหญ่ แค่นี้แหละ พอถึงวันรับน้อง เช้าถึงเที่ยง ไปรับน้องมหาลัย บ่ายมารับคณะ เย็น ๆ ให้ไปอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวมากินเลี้ยงจบแล้วใครบ้านใกลหารถส่งถึงที่.. แค่เนี้ย...ไม่มีอะไรมากกว่านี้...พอร้องเพลงกันเก่ง บูมได้ไม่ขัดเขิน ใกล้ ๆวันกฬาสี กีฬาประเพณีก็มารวมอีกที เค้าไม่มีแบบบ้า ๆบอ ๆ เพราะ "โซตัส" มันมีคำว่า "Order" ระเบียบ วินัย อยู่แล้ว รุ่นพี่ก็ต้องมีวินัย รุ่นน้องถึงจะทำตาม สถาบันเก่า ๆ เค้าไม่ซีเรียส ทำเล่น ๆ พอให้สนุก...เพราะให้เข้าไปเรียน ไม่ได้ไปเต้นบ้า ๆ บอ ๆ แบบนั้น เห็นด้วยกับป๋าแคน SOTUS ไม่มีบ้าๆบอๆงี่เง่า แต่มันมีพวกเลวๆที่ชอบเอาไปอ้างทำร้ายรุ่นน้อง S eniority O rder T redition U nity S prit สิ่งดีๆทั้งนั้น ภูมิใจที่ได้รับมาครับ หัวข้อ: ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย เริ่มหัวข้อโดย: news ที่ 08-06-2006, 23:09 ขออภัยเช่นกัน เพราะได้ ฉะคุณไปแล้วในกระทู้ใกล้ๆกันนี้ เพิ่งมาเจอคุณตอบตรงนี้ ว่า ขอผูกมิตร ..ก็ยินดีที่คุณสำนึกได้
ส่วนเรื่อง งดรับน้อง จะเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ ของใคร ไม่ต้องรู้หรอก แค่ขอยอกย่อง ในความรู้ผิดแล้วแก้ไข ของผู้ใหญ่ ของสถาบันคุณ แค่นี้ก็พอ ส่วนคนที่แนะนำให้ไฟ้องสื่อมวลชนนะ สบายใจได้ จะทำอะไรต่อไปมันคงเป็นสิทธิส่วนบุคคล ของผู้เสียหาย เวทีนี้ เป็นสถานที่ นำเสนอเรื่องราวเล่าสู่กันฟังแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เมื่อปรัชญาของเวบบอร์ดนี้ คือคนไทยที่มีเสรีในความคิดอ่าน มีสิทธิมาใช้ได้ตราบใด ตราบนั้น เราก็จะใช้สิทธิของเราในการพูด สิ่งที่คิดและ รับผิดชอบ สิ่งที่พูด เท่าชีวิต เราไม่ชอบล้ำเส้นใคร ถ้าใครไม่ล้ำเส้นมาเหยียบตีนเราก่อน ขอบคุณ ทุกท่านที่อ่านด้วยใจเป็นธรรม เพราะ ระหว่างความดีและความเลว ความชั่วและธรรมะ ไม่มีคำว่า...เป็นกลาง ได้ คำพูดของบุรุษหนึ่ง ซึ่งจุดเทียนเล่มแรกให้กับสังคมไทย เขามิใช่ฮีโร่ของเรา ..แต่อย่างน้อยเขากล้า..มากกว่าหลายๆคนที่เก่งแต่ปาก หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: The Piggy@u ที่ 08-06-2006, 23:27 :D :D :D ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูกครับ :D :D :D
หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: (ก้อนหิน) ละเมอ ที่ 08-06-2006, 23:54 อ่านมาตั้งนานก็งง...
การที่จะไปด่าว่างานรับน้องมันหรือไม่ดี คงต้องด่าที่ตัวบุคคลหรือคณะุบุคคลที่ทำให้เกิดปัญหา การที่จะเอามหาลัยมาด่า... มันก็ดูไม่เป็นธรรมเท่าไร เพราะอาจจะมีแค่กลุ่มเดียวในหลายๆ กลุ่มที่ทำให้มหาลัยเสียชื่อเสียง คณะแพทย์ที่ผมเรียนก็มีรับน้องเหมือนกัน ทุกปีๆ ก็จะมีคนร้องไห้ บางคนไปร้องเรียนผู้ปกครองโน่นแน่ะ... แต่ว่านะ ผมว่าถ้าหากทนคำประชดประชันจากรุ่นพี่ไม่ได้ (คณะไม่ว๊ากครับ พูดเรียบๆ แต่บาดใจแทน) ก็คงจะไปทนดูแลคนไข้ได้ลำบาก โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่มีความคาดหวังสูงขึ้น แต่การนับถือในฐานะเพื่อนมนุษย์ลดลง (บางคนเห็นเราเป็นคนใช้ซะนี่ อยากได้อะไรก็ต้องได้) หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: (ก้อนหิน) ละเมอ ที่ 08-06-2006, 23:59 หนังสือข้างบน ได้จากสำเนาจาก แฟกซ์ ที่มหาวิทยาลัยเอง มีผู้ปกครอง ร้องเรียนแฟกซ์เข้าไป หลายคณะ เบอร์ก็ลงไว้ให้ เวบมหาลัยคงหาเองได้ และที่สำคัญ เขากำลังจะดำเนินการ ส่งเรื่องทั้งหมดเข้าสื่อมวลชน...หากทางมหาลัยยังไม่ออกมาแถลงการณ์หรือ หยุดการกระทำ ของเหล่านักศึกษา โรคจิต หากคุณ CanCan กลัวกระทั่งความจริง แล้วจะมาต่อสู้หาสิ่งยึดเหนี่ยวอะไรมิทราบ นักศึกษา นับร้อย นับพันที่เจอเรื่องนี้ เห็นเรื่องนี้ หรือคุณจะปิดเวบหนีความจริงเหล่านี้ ก็ตามใจ ขออธิบายให้คุณทราบว่า ทางเว็บบอร์ดขอปกปิดชื่อมหาวิทยาลัยไว้ก่อน เพื่อป้องกันกรณีฟ้องร้องในภายหลัง โดยเฉพาะเรื่องกล่าวหาที่ยังไ่ม่ได้รับการพิสูจน์ เพราะถ้าหากปล่อยไว้ แล้วมีกรณีฟ้องร้องขึ้นมา คนที่ซวยก็ไม่ใช่ใครครับ คุณ Ridkun และ moderator ทั้งหลาย... ส่วนคุณคนโพสต์ ทาง moderator ก็ไม่แน่ใจว่า หากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมาจริงๆ คุณจะกล้ายืดอกออกมารับความผิดเองหรือไม่ (ในฐานะคนที่เอามาโพสต์) ดังนั้น การ "ตัดไฟแต่ต้นลม" จึงเป็นการกระทำที่ผมคิดว่าเป็นการสมควรแก่เหตุครับ หัวข้อ: เรียนคุณ ก้อนหินละเมอ เริ่มหัวข้อโดย: news ที่ 09-06-2006, 07:49 ใคร่ขอให้อ่านดีๆนะ
ข้อ1.เหตุการณ์จริงหรือไม่ มีเบอร์โทร และตัวบุคคล ที่สามารถติดต่อสอบถาม ยืนยันได้ ทำไมไม่โทรไปสอบถามละ ถ้ากลัว คนๆนั้น เป็นถึงหน้าห้องอธิการ และป่านนี้ อธิการคงทราบเรื่องแล้ว จึงมีคำสั่งให้ยกเลิกรับน้อง อย่างที่คุณ piggy มาตอบ ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง ถึง เรื่องที่เกิดคืนวันที่ 6 ตั้งแต่เช้าวันที่ 7ที่ผ่านมา แต่...ทางมหาวิทยาลัย จัดส่งอาจารย์ไปดูแลเพียงชั่วคราว ทั้งยังปล่อยปละละเลยให้เกิดสิ่งที่ไม่เหมาะสมขึ้นต่อเนื่องต่อไปอีก ดังที่เห็นในกระทู้ เรื่องที่เล่าถึงเย็นวันที่ 7 นั้น เป็นสิ่งที่ขอถามว่า.... ข้อ2. การปล่อยปละละเลยทั้งที่มีผู้ร้องเรียน ตักเตือนแล้ว ยังปล่อยให้กระทำ สมควรตำหนิผู้บริหาร หรือทางมหาวิทยาลัย หรือไม่ เมื่อมีไฟ ย่อมมีควัน การดับไฟต้นลม ต้องใช้น้ำเย็น เข้ารดราด มิใช่เอาใบบัวไปช่วยปิดนะ....หวังว่าคงเข้าใจ ***อย่างไร ก็ตามเรื่องนี้ ถือว่ามีข้อยุติแล้ว เมื่อทางมหาวิทยาลัย แสดงออกเป็นสัญญาณในการรับผิด เช่นยกเลิกรับน้องรวมเสาร์นี้ ***ท้ายนี้ขอบอกอีกครั้งว่า มิได้แอนตี้พิธีรับน้อง แต่..ไม่ยินยอมให้มีการเอาพิธีกรรมอุบาทว์เข้าไปในพิธีดีๆแบบนั้น รับน้องได้ แต่ขอให้ มีแต่กิจกรรมที่ดีงาม ชัดพอไหม เขียนมามากมาย เพียงเพื่อแสดงออกให้สังคมช่วยแก้ไข แต่ไม่เข้าใจว่า คุณก้อนหิน ยังไม่ตื่นนอนเลยละเมอต่อไปเรื่อยๆ หรือว่า เผลอตัวเข้าไปใช้ชื่อในส่วนหนึ่งของ เสรีไทย (ไปแต่ตัวหัวใจยังเป็นทาส) หัวข้อ: Re: เรียนคุณ ก้อนหินละเมอ เริ่มหัวข้อโดย: (ก้อนหิน) ละเมอ ที่ 09-06-2006, 08:49 ใคร่ขอให้อ่านดีๆนะ ข้อ1.เหตุการณ์จริงหรือไม่ มีเบอร์โทร และตัวบุคคล ที่สามารถติดต่อสอบถาม ยืนยันได้ ทำไมไม่โทรไปสอบถามละ ถ้ากลัว คนๆนั้น เป็นถึงหน้าห้องอธิการ และป่านนี้ อธิการคงทราบเรื่องแล้ว จึงมีคำสั่งให้ยกเลิกรับน้อง อย่างที่คุณ piggy มาตอบ ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง ถึง เรื่องที่เกิดคืนวันที่ 6 ตั้งแต่เช้าวันที่ 7ที่ผ่านมา แต่...ทางมหาวิทยาลัย จัดส่งอาจารย์ไปดูแลเพียงชั่วคราว ทั้งยังปล่อยปละละเลยให้เกิดสิ่งที่ไม่เหมาะสมขึ้นต่อเนื่องต่อไปอีก ดังที่เห็นในกระทู้ เรื่องที่เล่าถึงเย็นวันที่ 7 นั้น เป็นสิ่งที่ขอถามว่า.... ข้อ2. การปล่อยปละละเลยทั้งที่มีผู้ร้องเรียน ตักเตือนแล้ว ยังปล่อยให้กระทำ สมควรตำหนิผู้บริหาร หรือทางมหาวิทยาลัย หรือไม่ เมื่อมีไฟ ย่อมมีควัน การดับไฟต้นลม ต้องใช้น้ำเย็น เข้ารดราด มิใช่เอาใบบัวไปช่วยปิดนะ....หวังว่าคงเข้าใจ ***อย่างไร ก็ตามเรื่องนี้ ถือว่ามีข้อยุติแล้ว เมื่อทางมหาวิทยาลัย แสดงออกเป็นสัญญาณในการรับผิด เช่นยกเลิกรับน้องรวมเสาร์นี้ ***ท้ายนี้ขอบอกอีกครั้งว่า มิได้แอนตี้พิธีรับน้อง แต่..ไม่ยินยอมให้มีการเอาพิธีกรรมอุบาทว์เข้าไปในพิธีดีๆแบบนั้น รับน้องได้ แต่ขอให้ มีแต่กิจกรรมที่ดีงาม ชัดพอไหม เขียนมามากมาย เพียงเพื่อแสดงออกให้สังคมช่วยแก้ไข แต่ไม่เข้าใจว่า คุณก้อนหิน ยังไม่ตื่นนอนเลยละเมอต่อไปเรื่อยๆ หรือว่า เผลอตัวเข้าไปใช้ชื่อในส่วนหนึ่งของ เสรีไทย (ไปแต่ตัวหัวใจยังเป็นทาส) อ้าว ลงท้ายมีประชดประชันด้วยแฮะ... การมีจดหมายร้องเรียน ยังไม่ถือว่าเป็นการยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แต่ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงแล้ว ทางผู้ที่เกี่ยวข้องจะมาฟ้องร้องเล่นงานเว็บบอร์ดเสรีไทย ก็สามารถทำได้... ที่ทาง moderator เกรงว่า หากเิกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมา จะจับมือใครมาดมไม่ได้ คนที่รับกรรมก็จะเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร อย่างคุณ Ridkun ไม่ว่าจะเป็นการให้การในฐานะจำเลย หรือพยาน ก็ถือว่าเป็นการนำความเดือดร้อนมาให้แก่คนที่ไม่รู้เรื่อง ผมขอยืนยันความคิดผมที่เห็นด้วยในการ censor ชื่อสถาบันการศึกษานั้นครับ หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: ~ GARFIELD ~ ที่ 09-06-2006, 08:53 เห็นใจคุณ pig นะคะ
เข้าใจว่าคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องค่ะ หัวข้อ: หรือว่า ความจริง มันต้องตาย เริ่มหัวข้อโดย: news ที่ 09-06-2006, 09:16 อ้างถึง ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงแล้ว ทางผู้ที่เกี่ยวข้องจะมาฟ้องร้องเล่นงานเว็บบอร์ดเสรีไทย ก็สามารถทำได้... ฟ้องเรื่องอะไรหรือ...ถ้าฟ้องได้ สื่อต่างๆที่ลงข่าวสารต่างๆ มิต้องโดนฟ้องหมดเลยหรือ เวบบอร์ทำหน้าที่เพียง เป็นสื่อกลาง ให้คนติดประกาศ คนทำบอร์ด ผิดด้วยหรือ จับมือคนดมมิได้จริงหรือ คุณน่ามีคำตอบแล้วนะ **เรื่องมันเกิดในรั้ว มหาวิทยาลัย เมื่อแจ้งไปยังไม่ใส่ใจ ปล่อยให้เกิดอีก ไม่ตำหนิ มหาลัย แล้วจะให้ตำหนิ มะหา ที่ไหนละ? ประกาศด้วยสิว่า ..คราวหน้าในเวบนี้ จะเขียนถึงคนชื่อ ทักษิณ คงต้องเขียนว่าคนชื่อใต้ เท่านั้น ไม่ว่าคุณเห็นอะไรกะตา ได้ยินอะไรกะหู เป็นที่ประจักษ์แก่หัวใจ ชัดแจ้งเพียงไหน ก็อย่าได้เอามาเขียนในนี้เด็ดขาด เพื่อป้องกันปัญหาโดนฟ้อง ถ้ากลัวก็อย่าทำ ถ้าทำได้ไม่จริงก็อย่าพูด เสรีไทย เกิดเพื่อปลดแอกไท มิใช่แค่แอบอ้างชื่อมาใช้ The only thing necessary for the triump of evil is for good men to do nothing !! สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย !! หัวข้อ: Re: หรือว่า ความจริง มันต้องตาย เริ่มหัวข้อโดย: (ก้อนหิน) ละเมอ ที่ 09-06-2006, 10:07 อ้างถึง ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงแล้ว ทางผู้ที่เกี่ยวข้องจะมาฟ้องร้องเล่นงานเว็บบอร์ดเสรีไทย ก็สามารถทำได้... ฟ้องเรื่องอะไรหรือ...ถ้าฟ้องได้ สื่อต่างๆที่ลงข่าวสารต่างๆ มิต้องโดนฟ้องหมดเลยหรือ เวบบอร์ทำหน้าที่เพียง เป็นสื่อกลาง ให้คนติดประกาศ คนทำบอร์ด ผิดด้วยหรือ จับมือคนดมมิได้จริงหรือ คุณน่ามีคำตอบแล้วนะ **เรื่องมันเกิดในรั้ว มหาวิทยาลัย เมื่อแจ้งไปยังไม่ใส่ใจ ปล่อยให้เกิดอีก ไม่ตำหนิ มหาลัย แล้วจะให้ตำหนิ มะหา ที่ไหนละ? ประกาศด้วยสิว่า ..คราวหน้าในเวบนี้ จะเขียนถึงคนชื่อ ทักษิณ คงต้องเขียนว่าคนชื่อใต้ เท่านั้น ไม่ว่าคุณเห็นอะไรกะตา ได้ยินอะไรกะหู เป็นที่ประจักษ์แก่หัวใจ ชัดแจ้งเพียงไหน ก็อย่าได้เอามาเขียนในนี้เด็ดขาด เพื่อป้องกันปัญหาโดนฟ้อง ถ้ากลัวก็อย่าทำ ถ้าทำได้ไม่จริงก็อย่าพูด เสรีไทย เกิดเพื่อปลดแอกไท มิใช่แค่แอบอ้างชื่อมาใช้ The only thing necessary for the triump of evil is for good men to do nothing !! สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย !! คุณเคยได้ยินกรณีฟ้องร้องที่เกิดขึ้นในเว็บบอร์ด thaiclinic.com หรือเปล่าครับ เป็นกรณีกล่าวหาโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เป็นใครโพสต์ก็ไม่ทราบ จับมือมาดมไม่ได้สักคน ส่วนคนที่ซวย ก็คือ webmaster ของที่นั่น... คนที่ถูกกล่าวหา หาคนโพสต์ไม่ได้ ก็มาเล่นงาน webmaster แทน... แม้ว่าสุดท้ายจะรอดคดี แต่ก็ต้องเสียเวลาขึ้นโรงขึ้นศาลให้วุ่นวาย อีกทั้งยังต้องจ้างทนายอีก คดีนั้น ถือว่าเป็นบรรทัดฐานให้กับ website ที่มีเว็บบอร์ดด้วย ที่จะต้องตรวจตราดูแลเนื้อหาในเว็บบอร์ดอย่างสม่ำเสมอ moderator ไม่มีปัญญาไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่คุณอ้างว่าจะจริงได้หรอกครับ... ก็ต้องตัดไฟแต่ต้นลมไว้ก่อน ... ส่วนคุณ เป็นใครก็ไม่ทราบ ไม่มีใครทราบ ไม่มีใครรู้ การที่พูดอย่างกล้าหาญอย่างนั้นก็ไม่แปลก แต่เป็นการกล้าหาญในที่มืดเท่านั้น... อยากโพสต์อะไรก็โพสต์ได้ กล้าโพสต์ไปหมด ใช่นี่ครับ... คุณไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย.. มีคนรับผิดชอบแทนคุณเต็มไปหมด ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ถ้าหากเกิดกรณีฟ้องร้องขึ้นจริง "คุณผู้กล้า" จะออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือไม่... นี่แหละ ที่ทาง moderator ทั่วๆ ไปเค้าเกรงกัน หัวข้อ: ละเมอเพ้อพกกันไป เรื่อยๆละกันนะ เริ่มหัวข้อโดย: news ที่ 09-06-2006, 11:04 คนที่ถูกกล่าวหา หาคนโพสต์ไม่ได้ ก็มาเล่นงาน webmaster แทน...
แม้ว่าสุดท้ายจะรอดคดี นั่นไงละบรรทัดฐาน ที่ตัดสินว่าคนให้บริการบอร์ดไม่ต้องรับผิด แต่คนที่เขียนต้องรับผิดชอบเอง (ถ้าจับตัวได้) เทคโนโลยี มันมีที่มาที่ไป ปัญหาก็คือ ประเด็นนั่น เกี่ยวเนื่องกะ ความมั่นคง หรือ..สถาบันสำคัญไหน หรือไม่ คุ้มค่ากับการทุ่มเทเทคโนโลยีเพื่อสืบค้นต้นตอหรือไม่ ตะหากมั้ง เพราะต่อให้ลงชื่อจริง นามสกุลพร้อมเบอร์โทร ก็ยังเป็นไปได้ว่า แอบอ้างมาลง อะไรๆก็เป็นไปได้หมดสำหรับคนที่กลัว ลองให้เขาฟ้องสิ จะได้รู้ว่าใครนะ"คนจริง" การทำใจให้รู้จักคำว่า แพ้ ทำได้ยากกว่าการมุ่งที่จะเอาชนะ เราคงไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้วละนะ ในประเด็นของ คำว่า คนกล้า- เสรีไทย ให้คนอ่านตัดสินกันเองละกัน ว่าประวัติศาสตร์แตกต่างกับปัจจุบันแค่ไหน ไม่กล้าอย่าทำ - ไม่ใช่ความจริง เราไม่พูด หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: Ziggy Stardust ที่ 09-06-2006, 11:09 พี่ๆ mod งานหนักหน่อยนะครับช่วงนี้ :|
หัวข้อ: ไม่ต้องการแตกประเด็น ขอเสนอบล้อกกระทู้นี้ เริ่มหัวข้อโดย: news ที่ 09-06-2006, 11:11 ในเมื่อทางมหาลัย ออกมาสั่งระงับ การรับน้องวันเสาร์นี้แล้ว
ถือว่าน่าเป็นข้อยุติ และขอยกย่อง คุณThe Piggy@u อีกครั้ง ในความเป็นสุภาพบุรุษ รับผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก ขอเสนอให้ บล้อกกระทู้นี้ มิให้เสียบรรยากาศสมานฉันท์ หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: นทร์ ที่ 09-06-2006, 11:28 เข้ามาดู ... 8)
หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: เชือกว่าว ที่ 09-06-2006, 11:43 อย่างน้อยก็ถือว่ากระทู้นี้ ให้ประโยชน์แก่พวกเราบ้างเหมือนกัน
ในแนวทางการทำงาน ให้กำลังใจคุณอู และบรรดาเหล่าMOD นะครับ "สวรรค์เป็นทางรก นรกเป็นทางเตียน" จำเขามา ขออนุญาติ ณ.ที่นี้ด้วย หัวข้อ: Re: ละเมอเพ้อพกกันไป เรื่อยๆละกันนะ เริ่มหัวข้อโดย: (ก้อนหิน) ละเมอ ที่ 09-06-2006, 13:01 คนที่ถูกกล่าวหา หาคนโพสต์ไม่ได้ ก็มาเล่นงาน webmaster แทน... แม้ว่าสุดท้ายจะรอดคดี นั่นไงละบรรทัดฐาน ที่ตัดสินว่าคนให้บริการบอร์ดไม่ต้องรับผิด แต่คนที่เขียนต้องรับผิดชอบเอง (ถ้าจับตัวได้) เทคโนโลยี มันมีที่มาที่ไป ปัญหาก็คือ ประเด็นนั่น เกี่ยวเนื่องกะ ความมั่นคง หรือ..สถาบันสำคัญไหน หรือไม่ คุ้มค่ากับการทุ่มเทเทคโนโลยีเพื่อสืบค้นต้นตอหรือไม่ ตะหากมั้ง เพราะต่อให้ลงชื่อจริง นามสกุลพร้อมเบอร์โทร ก็ยังเป็นไปได้ว่า แอบอ้างมาลง อะไรๆก็เป็นไปได้หมดสำหรับคนที่กลัว ลองให้เขาฟ้องสิ จะได้รู้ว่าใครนะ"คนจริง" การทำใจให้รู้จักคำว่า แพ้ ทำได้ยากกว่าการมุ่งที่จะเอาชนะ เราคงไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้วละนะ ในประเด็นของ คำว่า คนกล้า- เสรีไทย ให้คนอ่านตัดสินกันเองละกัน ว่าประวัติศาสตร์แตกต่างกับปัจจุบันแค่ไหน ไม่กล้าอย่าทำ - ไม่ใช่ความจริง เราไม่พูด ก็นั่นสิ... แม้ว่าสุดท้ายจะพ้นผิด แ่ต่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ติดร่างแห ก็ต้องเดือดร้อน การขึ้นโรงขึ้นศาล การหาเงินจ้างทนาย ใครว่ามันเป็นเรื่องสนุก??? ทั้งเสียเงิน (ค่ารถ ค่าทนาย) เสียเวลาทำมาหากิน.. เสียความรู้สึก ฯลฯ หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: เด็กหอ5ห้อง4 ที่ 09-06-2006, 13:48 ผมเป็นคนหนึ่งที่ผ่านการรับน้องแบบสุดโหดมาเหมือนกัน
ผมเป็นคนหนึ่งที่ตื้นตันใจ ขอบคุณรุ่นพี่ และร้องไห้ ในชั่วโมงสุดท้ายของการรับน้องประชุมเชียร์ ผมเป็นคนหนึ่งที่เคารพในสิทธิเสรีภาพของตัวเองและคนอื่นมาก ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับหลักการและความสำคัญของการรับน้อง ผมเป็นคนหนึ่งที่ ไม่เห็นด้วย กับ วิธีการ รับน้องที่ส่วนใหญ่ทำกันอยู่ในเวลานี้ ประสบการณ์ที่ผมได้มา มีรุ่นพี่มาพูดเสียงดัง แต่สุภาพ เรียกคุณ เรียกผม แม้แต่คำลงท้ายว่า วะ ยังไม่มีให้ได้ยิน ไม่ใช่แบบที่ทำกันอยู่ เรียกมึง เรียกกู อะไรก็ยึดพื้น อะไรก็ลุกนั่ง อะไรก็วิ่ง อันนี้ไม่ถูกต้อง เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ไม่มีท่าเต้นพิสดาร ไม่มีการละเมิดเกียรติของผู้หญิง ฝากไปถึงคนที่เป็นรุ่นพี่ในเวลานี้ที่ทำกิจกรรมรับน้องประชุมเชียร์กันอยู่ ให้คุณคิดว่า วันสุดท้าย เวลาสุดท้ายของการรับน้อง จะเป็นอย่างไร ถ้าคุณสามารถทำให้น้องๆ ร้องไห้ เพราะซึ้ง ตื้นตันและเข้าใจในความดีที่คุณทำ ขอบคุณตัวคุณในสิ่งที่คุณให้ไป ผมชื่มชมด้วยใจจริง แต่ถ้า น้องๆ ร้องไห้ เพราะทนไม่ได้ หรือ ดีใจว่า จบกันซะที ไม่ต้องมาทรมานกันอีกแล้ว ผมขอประนามสิ่งที่คุณทำ ฝากไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกหลานที่เพิ่งจะเข้าปีหนึ่ง และ กำลังอยู่ในช่วงการรับน้องประชุมเชียร์ ดูหลักการและวัตถุประสงค์ของพวกรุ่นพี่ แล้วดูวิธีการ ถ้าวิธีการรับน้องไม่เหมาะสม บอกลูกหลานคุณเถอะครับว่าอย่าไปเข้าร่วมเลย นอกจากจะไม่ได้อะไร แล้วยังต้องมาเสียสุขภาพจิตอีก หัวข้อ: Re: หนังสือร้องเรียนเรื่องรับน้องทุเรศ ที่ม.หัวเฉียว เริ่มหัวข้อโดย: GN-001 Exia ที่ 09-06-2006, 22:18 ที่ ม. พวกผมเตือนกันเองตลอดครับ...
พวกผมเองก็รักน้องๆมาก.... อยากให้เขาได้รับความประทับใจอย่างที่ผมเคยรับมา... ที่เคยโดนว๊ากโดนลงโทษต่างๆกลายเป็นเรื่องที่พวกผมมาคุยกันสนุกสนาน.... ได้เพื่อน ได้เห็นน้ำใจ |