|
หัวข้อ: คุณปู่ลูก “ขุนชัย” คนเฝ้าปราสาทพระวิหารเศร้า! ยุคขายชาติตกเป็นมรดกโลก “กัมพูชา” เริ่มหัวข้อโดย: มารุจัง ที่ 08-07-2008, 16:54 ศรีสะเกษ- คุณปู่ “วินัย” วัย 74 ปี ลูกชาย “ขุนชัย” ปลัดขวาผู้ได้รับมอบหมายเฝ้า “ปราสาทพระวิหาร” เศร้า!
ยูเนสโกมีมติขึ้นทะเบียนยกเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว ย้ำแม้เป็นมรดกโลกรัฐบาลไทยต้องผลักดันชาวกัมพูชาออกไปจากเขตแดนไทยที่เชิงเขาพระวิหารให้จงได้ พร้อมเปิดอกช้ำอย่างแสนสาหัสกับความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของชาติไทยจากคำพิพากษาศาลโลก 15 มิ.ย. 2505 สู่ปี 2551 ยุครัฐบาลหุ่นเชิด “ขายชาติ” ครองเมือง วันนี้ (8 ก.ค.) นายวินัย ไชยยะเดชะ อายุ 74 ปี บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ลูกชายของ “ขุนชัย ชโนปกิตต์” ปลัดขวาอำเภอน้ำอ้อม จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่สมัยก่อน และเป็น “ปลัดขวา” ผู้ได้รับมอบหมายให้ไปเฝ้าดูแลปราสาทพระวิหารในช่วงปี 2484-2500 เปิดเผยว่า การที่มีข่าวองค์การยูเนสโกมีมติเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตามขอประเทศกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้น หากเป็นความจริงตนรู้สึกเสียใจมาก ทั้งนี้ เนื่องจากตนและประชาชนชาว อ.กันทรลักษ์ รวมทั้งชาวศรีสะเกษทุกคนมีความผูกพันกับปราสาทพระวิหารแห่งนี้มาช้านาน ตั้งแต่ยังเป็นเด็กตนขึ้นไปวิ่งเล่นอยู่บนปราสาทพระวิหารแทบทุกวัน ฝ่ายกัมพูชาไม่เคยแสดงตัวเป็นเจ้าของ และไม่ได้เข้ามายึดครองในเขตปราสาทพระวิหารแต่อย่างใด มีเพียงนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่านั้นที่เข้าไปเที่ยวชมปราสาทพระวิหาร โดยจะต้องนั่งเกวียนเดินทางเข้าไป ซึ่งใช้เวลานานหลายวันทีเดียวกว่าจะเข้าไปถึงเชิงเขาพระวิหารและขึ้นไปยังตัวปราสาทพระวิหาร นายวินัย กล่าวต่อว่า หากไทยต้องสูญเสียปราสาทพระวิหารให้เป็นมรดกโลกของกัมพูชา แต่เพียงฝ่ายเดียว นับว่าเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มากของไทย กับการต้องมาพ่ายแพ้แก่ประเทศเล็กๆ อย่างกัมพูชาอีกครั้งหนึ่งในยุคสมัยนี้ หลังจากที่ไทยแพ้คดีในศาลโลกมาแล้วในวันที่ 15 มิถุนายน ปี 2505 ทั้งที่ปัจจุบันประเทศเราเต็มไปด้วยผู้คนที่มีความรู้ความสามารถ ขณะที่กัมพูชาวันนี้ยังคงเป็นประเทศ ที่ต้องพึ่งพาอาศัยความช่วยเหลือจากไทยอยู่ในหลายเรื่องแทบทุกด้าน “อย่างไรก็ตาม มาถึงวันนี้แม้ว่าปราสาทพระวิหารจะเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียวก็ตาม ก็ขอให้รัฐบาลไทยได้ดำเนินการผลักดันชาวกัมพูชาที่เข้ามาตั้งชุมชน ร้านค้าอาศัยอยู่ที่เชิงเขาพระวิหารซึ่งเป็นเขตแดนไทยให้ออกไปจากแผ่นดินไทยโดยเร็วที่สุด เพราะหากปล่อยให้ชาวกัมพูชาอยู่บริเวณนี้ต่อไป แผ่นดินไทยบริเวณเชิงเขาพระวิหารก็จะตกเป็นของกัมพูชาอีกอย่างแน่นอน และคนไทยก็จะพบกับความเจ็บช้ำอย่างไม่มีวันจบสิ้น” นายวินัย กล่าว เปิดอกช้ำคุณปู่ลูกปลัดขวา “ขุนชัย” คนเฝ้ามรดกไทย “ปราสาทพระวิหาร” นายวินัย ไชยยะเดชะ วัย 74 ปี ลูกชาย ขุนชัย ชโนปกิตต์ ปลัดขวา อ.น้ำอ้อม จ.ศรีสะเกษ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้ได้รับมอบหมายให้เฝ้าดูแลปราสาทเขาพระวิหาร ห้วงปี 2484-2500 บอกเล่ากับผู้สื่อข่าวอีกว่า สมัยก่อนนั้นเขาพระวิหารรกร้างเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ และมีป่ารกทึบจำนวนมาก ซึ่งบนปราสาทพระวิหารยังไม่มีผู้ใดขึ้นไปแสดงตัวเป็นเจ้าของ มีเพียงกำลังทหารของไทยที่เฝ้ารักษาการณ์อยู่บริเวณเขาพระวิหารเท่านั้น นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแสดงอธิปไตยไทยบนปราสาทพระวิหาร ได้มีการก่อสร้างฐานตั้งเสาธงชาติไทยอยู่ที่บริเวณ “เป้ยตาดี” ซึ่งเป็นจุดสูงที่สุดของประสาทพระวิหาร โดยธงชาติไทยได้โบกสะบัดอยู่บนเป้ยตาดีมานานหลายปี ต่อมาประมาณปี 2488 ได้มีชาวไทยที่ทราบข่าวพากันนั่งเกวียนลุยป่าขึ้นไปเที่ยวชมความสวยงามของปราสาทพระวิหารกันอย่างไม่ขาดสาย โดยทางราชการได้ส่ง “ขุนชัย” ซึ่งเป็นพ่อของตนให้ไปเฝ้ารักษาปราสาทพระวิหาร และต่อมาพ่อได้เกษียณอายุราชการ จึงได้มอบหมายให้ “ขุนศรี” ซึ่งเป็นกำนันบ้านผือ เป็นผู้เฝ้าดูแลปราสาทเขาพระวิหาร ต่อไป โดยมีที่พักอยู่ที่ถ้ำใต้ทางขึ้นปราสาทพระวิหาร ซึ่งเมื่อนักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมปราสาทพระวิหารก็จะพากันแวะพักที่ “ถ้ำขุนศรี” ซึ่งเป็นสถานที่กว้างขวาง สามารถหลบแดดหลบฝนได้เป็นอย่างดี คุณปู่วินัย เล่าต่อว่า ขณะนั้นตนขึ้นไปวิ่งเล่นบนปราสาทเขาพระวิหารเป็นประจำแทบทุกวัน จนกระทั่งต่อมาปี 2502 สมเด็จสีหนุ กัมพูชา ได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลก เพื่อขอมีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วบริเวณปราสาทพระวิหารไม่เคยมีฝ่ายเขมรเข้ามาครอบครองดูแลแต่อย่างใด มีเพียงคนไทยเท่านั้นที่เข้าไปช่วยกันแผ้วถางดูแล อย่างเช่น นายสนอง ห้วยจันทร์ ประธานประชาคมอำเภอกันทรลักษ์ ในขณะนี้ เมื่อสมัยยังหนุ่มแน่นได้นำเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร เข้าไปตรวจสอบดูแลปราสาทเขาพระวิหารด้วย ทำให้ชาวไทยทุกคนมีความรู้สึกตรงกันว่า ปราสาทพระวิหารคือดินแดนและมรดกของไทย มาโดยตลอด แต่เนื่องจากขณะนั้นการต่อสู้ระหว่างลัทธิคอมมิวนิสต์กับโลกเสรีกำลังรุนแรง และพวก “ฝรั่ง” กลัวว่า เขมรจะถูกฝ่ายคอมมิวนิสต์ครอบงำ จึงได้รวมหัวกันหนุนเขมรให้มีสิทธิ์เหนือปราสาทพระวิหาร จนกระทั่งศาลโลกได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ให้เขมรมีอธิปไตยเหนือปราสาทเขาพระวิหาร “ทำให้พวกเราชาวไทยขณะนั้นมีความรู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะเห็นว่าประเทศไทยไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการพิพากษาของศาลโลก” อย่างไรก็ตาม แม้ว่าศาลโลกจะตัดสินให้ซากประสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่ความรู้สึกของเราชาวไทยทั้งชาติก็ยังคงมีความรู้สึกว่า ปราสาทพระวิหารยังคงเป็นของคนไทยตลอดมา “การที่กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ประเทศไทยควรมีส่วนร่วมในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ แต่รัฐบาลไทยกลับไม่ทำเช่นนั้น ทำให้พวกเราชาวศรีสะเกษและชาวไทยทั่วประเทศต้องมาเจ็บช้ำอย่างแสนสาหัสอีกครั้งในวันนี้ กับความสูญเสียเป็นครั้งที่ 2 และคงไม่มีวันทวงคืนได้อีกแล้ว” คุณปู่วินัยกล่าวในตอนท้ายด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ และสุดที่จะกลั้นน้ำตาไว้ได้ หัวข้อ: Re: คุณปู่ลูก “ขุนชัย” คนเฝ้าปราสาทพระวิหารเศร้า! ยุคขายชาติตกเป็นมรดกโลก “กัมพู เริ่มหัวข้อโดย: มารุจัง ที่ 08-07-2008, 16:55 นายวินัย ไชยยะเดชะ วัย 74 ปี ลูกชาย “ขุนชัย ชโนปกิตต์” ผู้ได้รับมอบหมายเฝ้าประสาทพระวิหาร ช่วงปี 2484 -2500
(http://i217.photobucket.com/albums/cc206/pingka/551000008681001.jpg) ฐานที่ตั้งเสาธงชาติไทย เคยโบกสะพัดอยู่บริเวณเปยตาดี จุดสูงสุดปราสาทพระวิหาร (http://i217.photobucket.com/albums/cc206/pingka/551000008681002.jpg) (http://i217.photobucket.com/albums/cc206/pingka/551000008681004.jpg) มีรูปอีกหน่อยที่ http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000080186 ค่ะ หัวข้อ: Re: คุณปู่ลูก ขุนชัย คนเฝ้าปราสาทพระวิหารเศร้า! ยุคขายชาติตกเป็นมรดกโลก กัมพูชา เริ่มหัวข้อโดย: นิรนาม ที่ 08-07-2008, 17:08 เคยโพสต์ไว้ที่ "บันทึกด้วยน้ำตา ๑๘ มิถุนายนฯ"
หลังจากที่ศาลโลกมีคำพิพากษาเมื่อ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ "ซากปราสาทพระวิหาร"ตกเป็นของกัมพูชา "ขุนชัย ชโนปกิตต์" ตำแหน่งปลัดขวา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ (ขณะนั้นเรียกอำเภอน้ำอ้อม) ได้รับคำสั่งจากผู้หลักผู้ใหญ่ใน กทม. ให้นำราษฎรในพื้นที่ไปทำการปักปันแนวเขตบนเขาพระวิหาร โดยใช้หลักไม้แก่นที่หาได้มาทำเป็นเสาและใช้ลวดหนามขึงกั้นตลอดแนว ทั้งนี้ทำแนวรั้วกั้นเฉพาะด้านขวามือของปราสาทพระวิหาร หรือด้านทิศตก(หันหน้าขึ้นเขา)ห่างจากตัวปราสาทหลังที่ ๑ ถึง ๔ ประมาณ ๒๐ เมตร แนวรั้วที่เป็นเส้นกั้นเขตแดนด้านหน้าปราสาทอยู่บริเวณเชิงลานนาคราช คือ บนบันไดขั้นที่ ๑๖๓ รวมพื้นที่ประมาณ ๑๕๐ ไร่ ดังนั้นนับจากบันไดขั้นที่ ๑๖๒ ลงมาจนถึงเชิงเขาจึงเป็นของไทยทั้งหมด ประตูนี้มีตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ เป็นต้นมาจนถึงปี ๒๕๔๒ เมื่อมีการเปิดเขาพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมระหว่างไทย - กัมพูชา ฝ่ายกัมพูชาได้รื้อถอนรั้วออกแล้วนำลงมาไว้ที่เชิงเขาใกล้กับบันไดทางขั้นที่ ๑ แล้วก็นำเอาราษฎรชาวกัมพูชาที่เดิมเคยอยู่บริเวณปราสาทหลังที่ ๒ ลงมาสร้างชุมชนในบริเวณใกล้เคียงกันด้วย ------------- เรื่องการปักปันแนวเขตปราสาทพระวิหารหลังคำพิพากษาของศาลโลก ปัจจุบันคนที่ไปช่วยทำและยังมีชีวิตอยู่ คือ นายวินัย หรือเก๋ ไชยะเดชะ อายุ ๗๖ ปี อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จ.ศรีสะเกษ ลูกชายขุนชัยฯ หลายวันก่อนเห็น NBT ไปสัมภาษณ์ ระหว่างที่ลุงเก๋กำลังจะชี้จุดที่ตั้งของประตูเก่า แม่ก็เล่นตัดภาพข่าวทิ้งไปดื้อ ๆ หัวข้อ: Re: คุณปู่ลูก “ขุนชัย” คนเฝ้าปราสาทพระวิหารเศร้า! ยุคขายชาติตกเป็นมรดกโลก “กัมพู เริ่มหัวข้อโดย: มารุจัง ที่ 08-07-2008, 17:13 ขืนปล่อยให้แกไปชี้จุด
วันนี้ก็ไม่สำเร็จสิคะ พวกนี้ก็ช่วยกันปกปิด ช่วยกันขายชาติ หัวข้อ: Re: คุณปู่ลูก ขุนชัย คนเฝ้าปราสาทพระวิหารเศร้า! ยุคขายชาติตกเป็นมรดกโลก กัมพู เริ่มหัวข้อโดย: นิรนาม ที่ 08-07-2008, 17:31 ขืนปล่อยให้แกไปชี้จุด วันนี้ก็ไม่สำเร็จสิคะ พวกนี้ก็ช่วยกันปกปิด ช่วยกันขายชาติ เออ..ใช่จริง ๆ ด้วยซิ เพราะถ้าวันนั้น "ลุงเก๋" ไปชี้จุดบอก "ตรงนี้แหละประตูทางขึ้นที่ลุงกับคุณพ่อและเพื่อนบ้านมาทำไว้ตอนปี ๒๕๐๕" แล้ว NBT เอาไปออกอากาศ มีหวังนายนพดลไข้รับประทาน หงายหลังตกเก้าอี้ ตั้งแต่ตอนนั้นไปแล้ว หัวข้อ: Re: คุณปู่ลูก ขุนชัย คนเฝ้าปราสาทพระวิหารเศร้า! ยุคขายชาติตกเป็นมรดกโลก กัมพูชา เริ่มหัวข้อโดย: almondflavor ที่ 08-07-2008, 17:51 ...อ่าน แล้ว เศร้า จัง...
เวร กรรม อะไร ของ แผ่นดินนี้ หนอ... หัวข้อ: Re: คุณปู่ลูก ขุนชัย คนเฝ้าปราสาทพระวิหารเศร้า! ยุคขายชาติตกเป็นมรดกโลก กัมพูชา เริ่มหัวข้อโดย: ริวเซย์ ที่ 08-07-2008, 20:08 ตอนนี้ได้แต่เสียใจที่สกัดไอ้พวกขายชาติไม่สำเร็จ
จากนี้ไปเป็นการชำระบัญชีแค้น ใครที่ว่างไปรับไอ้เหล่ที่สุวรรณภูมิขอเชิญเลยนะครับ ไปรับให้สาสมกับที่มันขายชาติหน่อย หัวข้อ: Re: คุณปู่ลูก ขุนชัย คนเฝ้าปราสาทพระวิหารเศร้า! ยุคขายชาติตกเป็นมรดกโลก กัมพูชา เริ่มหัวข้อโดย: KILL...ER ที่ 08-07-2008, 20:14 รีบทำข้อมูลเสนอ กก.มรดกโลกกันจ้าละหวั่น เดี๋ยวตกรถไฟ !!!!
|