|
หัวข้อ: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: cameronDZ ที่ 03-07-2008, 19:31 ไอ้เหล่ซ่า-ไม่ซ่าจริงซะแล้ว
ดิ้นพราด ๆ กลับลำ กลืนน้ำลาย พลิกลิ้นระรัว (กลัวตกเก้าอี้) รีบเรียก ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย เข้าพบ ขอร้อง (บังคับ?) ให้เปลี่ยนคำชี้แจง เรื่องเขาพระวิหาร แบบ พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ตามข่าว "การเมือง "บีบ" ?-ยูเนสโก-กลับลำ" http://www.oknation.net/blog/darknews/2008/07/03/entry-1 ก่อน...จะประชุมเพื่อเคาะเป็นครั้งสุดท้ายว่า กัมพูชาจะได้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่เพียงผู้เดียวหรือไม่ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ความเคลื่อนไหวทวงสิทธิของฝ่ายไทย ก็ดูจะถูกปลุกให้เร่าร้อน รุนแรงและเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ หลังจากที่ ยูเนสโกกรุงเทพ ร่อนจดหมายถึง 350 ชาวไทย นำโดยวุฒิสมาชิก( ส.ว. ) ที่ได้ยื่นเรื่องขอชะลอการจดทะเบียนออกไปเพื่อให้ไทยมีเวลา หายใจ-หายคอ ทำเรื่องขอแจมเป็นเจ้าของมรดกโลกด้วยอีกคน แต่ทางยูเนสโก บอกว่า ฉันไม่สนใจหรอกว่า ประเทศของคุณจะคัดค้านกันมากมายเพียงใด เพราะ "รัฐมนตรีต่างประเทศ "ของคุณ ได้ไปลงนามกับรัฐบาลเขมรเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา และ "ฉัน" ก็จะยึดเรื่องนี้เป็นหลัก และทาง "ฉัน" ก็ได้เอาหลักฐานนี้ยัดใส่แฟ้ม ใส่พานให้คณะกรรมการมรดกโลกตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว ซึ่งข้อชี้แจงยูเนสโกดังกล่าว แสดงนัยยะว่า คนไทยหมดหนทางที่จะทวงคืนสิทธิในการขอ "จดทะเบียนร่วม "แล้ว เพราะรัฐบาลไทยได้ตัดสินใจแทนไปแล้วตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. นั่นทำให้ นพดล ตกเป็นเป้าสำคัญทันที และเป็นการตอกย้ำความ พิรุธ ความเร่งรีบ ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะประเคนเขาพระวิหารให้เขมรมาตั้งแต่ต้น ตามมาด้วยคำถามที่ประดังเข้ามาจากทุกทิศทางว่า รมว.ต่างประเทศ ใช้อำนาจอะไรไปลงนามในเรื่องที่ผลผูกมัดกับประเทศไทย โดยที่ยังไม่ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรีหรือรัฐสภาได้อย่างไร เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีสิทธิถูกถอดจากตำแหน่งและถูกดำเนินคดีอาญาแผ่นดินหรือไม่ ซึ่ง"ข้อหา"เหล่านี้ ล้วนส่งผลต่อชะตากรรมของเขา บนเก้าอี้รัฐมนตรีแทบทั้งสิ้น เพราะหากมันเป็นไปตามจดหมายที่ยูเนสโก ชี้ นพดล จะต้องถูกเอาคอขึ้นไปพาดบนเขียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนั่นเป็นที่มาของอาการดิ้นพล่านเพื่อ ยื้อ สถานการณ์ต่อสู้พลิกเกม เพราะทันที ที่ข่าวนี้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณชน นพดล ได้เรียก เชลดอน เชฟเฟอร์ ผ.อ.ยูเนสโก กรุงเทพ เข้าพบทันที จากนั้น เชฟเฟอร์ ก็ออกมาให้ข่าวว่า ที่ยูเนสโกอ้างข้อตกลงเมื่อ 22 พ.ค.นั้น "ผิดพลาด" ที่จริงแล้ว ยูเนสโกยึดถือคำแถลงการณ์ร่วมไทย-เขมร ในวันที่ 18 มิ.ย.2551ซึ่งผ่านมติ ครม.มาแล้วต่างหาก "การล็อคคอ" ผ.อ.ยูเนสโก กรุงเทพ แบบกระทันหัน จนเป็นที่มาของการเปลี่ยนจุดยืนเพียงข้ามคืนนั้น เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวหนาหูว่า มีการใช้อำนาจรัฐไทยบีบองค์กรแห่งนี้หรือไม่ ? ซึ่งหากฟังจากฟาก ส.ว.กลุ่มที่เคลื่อนไหวเรื่องนี้ วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจยิ่งว่า การออกจดหมายขององค์กรระดับนี้ โดยมีชื่อคนระดับ"ผู้อำนวยการ" ลงนาม ไม่น่าจะมีความผิดพลาดใหญ่โตขนาดนี้ แต่คงเป็นเพราะยูเนสโกไม่ต้องการจะมีเรื่องกับรัฐบาลไทย จึงต้องยอมปรับเปลี่ยนบางถ้อยคำเพื่อไม่ให้มีปัญหา เรื่องนี้ วิมลพรรณ ปิตธวัชชัย ที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมเรียกร้องให้ยูเนสโกชะลอการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก วิเคราะห์ว่า น่าสงสัยว่างานนี้ยูเนสโกทำจดหมายผิดพลาดจริงหรือมีแรงบีบทางการเมือง ทำให้ยูเนสโกต้องออกมารับผิดแทน เพราะทันทีที่จดหมายยูเนสโกออกมาปรากฎเป็นข่าว "นพดล" ก็ร้อนตัวออกมาแถลงข่าวว่า อาจจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จึงเรียก ผ.อ.ยูเนสโก กรุงเทพ มาพบ แล้ว ผ.อ.ยูเนสโก ก็ออกมาบอกว่า มันคลาดเคลื่อนจริงๆ กระบวนการเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร ถ้าคนระดับ ผ.อ.ยูเนสโก กรุงเทพ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผ.อ.ยูเนสโกภาคพื้นเอเชีย ทำสะเพร่าขนาดนี้ ก็ควรลาออกจากตำแหน่ง คุณออกจดหมายผิดพลาดถึงวุฒิสมาชิกประเทศไทย ทำให้เกิดความสับสนให้คนในสังคมไทย คุณจะอยู่ในตำแหน่งได้อย่างไร เนื่องจากยิ่งใกล้วันตัดสินมรดกโลกเท่าไหร่ กรณี ปราสาทพระวิหาร ก็มีแต่จะลุกลามบานปลาย ความไม่ไว้วางใจรัฐบาลลามไปถึงความเคลือบแคลงในท่าทีของยูเนสโก และเลยเถิดไปถึงกลุ่มประเทศมหาอำนาจทั้งหลายที่ให้การสนับสนุนยูเนสโกอยู่เบื้องหลัง เป็นข้อครหาเกี่ยวกับผลประโยชน์ก้อนโตของบรรษัทข้ามชาติ ทั้งธุรกิจท่องเที่ยว พลังงาน เมกะโปรเจ็ค ที่จ้องจะเข้าไปจัดสรรกันในดินแดนที่เป็นมรดกโลก และถูกถามกันหนาหูมากขึ้นว่า ปัจจัยเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการขึ้นทะเบียนมรดกโลกเที่ยวนี้หรือไม่ แต่เค้กก้อนโต ที่รอสับแบ่งกันในอนาคต ยังไม่น่าหวั่นใจเท่าชะตากรรมของ นพดล เพราะหากที่ประชุมควิเบก ทุบโต๊ะเปรี้ยงให้เขมร ได้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียวสำเร็จ ถึงเวลานั้นอย่าคิดไปไกลว่านพดล จะมีที่อยู่ที่ยืนในการเมืองไทยหรือไม่ " เอาแค่พาตัวกลับเข้าประเทศอย่างปลอดภัยให้ได้ ..ก็บุญโขแล้ว " มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับ จักรพวย เล้ยยยย พอจวนตัว จะเป็นจะตาย ก็ตะแบงแก้ตัว ไปน้ำขุ่น ๆ หวังจะให้ตัวเองรอด แต่ให้ดูตัวอย่าง จาก จักรพวย ว่าก็ไม่รอดเหมือนกัน จะเอาอย่างนั้นเร้อออออ นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน ที่แท้ก็ ขี้ขลาดตาขาว รักตัวกลัวตกเก้าอี้ บักโชติศักดิ์ นักไม่เคารพเพลง ยังเจ๋งกว่าซะอีก หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: พรรณชมพู ที่ 03-07-2008, 19:42 นพดล ใช้เทคนิคในการลงนามข้อตกลง โดยจะเอามาอ้างว่าไม่ได้ลงนาม เพียงพูดคุยและทำบันทึกร่วมกัน และกัมพูชานำเอกสารนั้นไปอ้างกับคณะกรรมการมรดกโลก และคณะกรรมการบ้องตื้นที่เชื่อหลักฐานนั้นเอง นพดลไม่ผิด
แต่เมื่อเรื่องไปถึงศาลปกครอง และมีคำพิพากษาคุ้มครอง ให้ยับยั้งมติคณะรัฐมนตรีไว้ก่อน ข้อแก้ตัวกลับกลายเป็นว่า บันทึกร่วมกันที่อ้างก็ไม่มี มีเพียงบันทึกการประชุม และนพดลลงชื่อเพียงกำกับเอกสาร เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงเอกสาร เมื่อมาทำข้อตกลงกันภายหลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ และถ้าคณะกรรมการมรดกโลกขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร ก็ไม่ใช่ความผิดของนพดลเลย เพราะไม่เคยลงนาม ทั้งนี้เป็นเพราะ บ่วงมันรัดคอ เนื่องจากเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญด้วย จึงมีความพยายามแก้ไขบันทึกการตกลงนั้น ให้กลายเป็นเพียงบันทึกการประชุมร่วม และนพดลรีบบินด่วนไปในการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก โดยไม่ยอมประสานงานกับคณะกรรมการมรดกโลกของไทย ที่มีนายปองพลเป็นประธาน ทั้งนี้เพราะ กัมพูชาต้องขึ้นทะเบียนมรดกโลกให้ได้ นี่คือนาคตของฮุนเซนและทักษิณ นพดลต้องไปทำอะไรสักอย่าง และผลออกมาคือกัมพูชาจะต้องได้สิ่งที่ต้องการ และนพดลจะกลับมาเล่นข้อกฏหมาย กับศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเอาตัวและคณะรัฐมนตรีให้รอด จากข้อหาขายชาติ :slime_v: หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: see - u ที่ 03-07-2008, 20:30 * ง่าย ๆ ก็คือ .... ไอ้เหล่ มันกำลังให้ ยูเนสโก เป็นแพะแทนมัน !!!
หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: irq5 ที่ 03-07-2008, 21:30 :slime_whistle:
คดีนี้ไม่หาแพะไม่ไหวครับ ไม่คุ้มค่าจ้าง หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: cameronDZ ที่ 03-07-2008, 21:52 เพิ่งฟังติงเหล่ ให้สัมภาษณ์สด "ข่าวข้นคนข่าว" เมื่อตะกี้
สรุปได้ว่า พวกเราที่ไปด่าทอประณามมัน เอ๊ย ท่าน โง่เขลาเบาปัญญา ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดเอง ที่จริงท่าน ไม่ได้ทำอะไรเล้ยยยยยยยย แค่เซ็นชื่อรับรอง เพื่อป้องกันการเปลี่ยนคำแถลงร่วม เท่านั้นเอง แถมลำเลิกบุญคุณต่อไปอีกว่า ยังลงหมายเหตุต่อท้ายไว้ด้วยว่า คำแถลงร่วมนี้จะไม่มีผลบังคับใช้ใด ๆ ทั้งสิ้น จนกว่าจะมีมติเห็นชอบจาก ครม. (กรูฟังมันพูดในสภา 2 วัน ไม่เห็นมันพูดเรื่องนี้สักคำ) สรุปแล้วท่าน เอ๊ย มัน บริสุทธิ์ผุดผ่อง ขาวสะอาด ยิ่งกว่าซักด้วยโอโม่ซะอีก หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: Cherub Rock ที่ 03-07-2008, 21:55 วันนี้เห็นหลุดปากออกมาด้วยว่าเซ็น "สัญญา" รีบแก้ตาแทบเหล่ :lol: หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: คนไทยคนหนึ่ง ที่ 03-07-2008, 22:09 เอาไว้ไปให้การในชั้นศาลดีกว่านะเหล่
แต่ต้องพยายามพุดให้ศาลท่านเชื่อด้วยละ เพราะท่านจะเชื่อถือในข้อเท็จจริงไม่ใช่โวหารที่พลิกไปวันๆนะ หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: Rule of Law ที่ 03-07-2008, 22:13 ไม่รู้ว่าเดี๊ยนจะคิดมากไปหรือเปล่า
แต่เดี๊ยนว่า นี่คือ กลียุค อย่างแน่แท้ ประชากรโลกถึงจุด 7000 ล้านคน ทรัพยากรลดลงๆๆทุกวัน ข้าวยากหมากแพง คนที่มีอำนาจในบ้านเมืองแล้ว พอถูกจับได้ว่าทำความผิด คำตอบคือ ติ๊กผิด บกพร่องโดยสุจริต มึงเข้าใจผิดเอง ผมทำหนังสือชี้แจงผิดพลาด คนมีอำนาจพวกนี้ ไม่มียางอายเหลือแล้ว แต่ที่แย่กว่านั้น ก็คือยังมีคนมองข้ามความเลวเหล่านี้ แล้วก็สรรเสริญ เลือกพวกมันเข้ามาปกครองตัวเองอีกที ตะกวดผสมพันธุ์กับหมาบูลด๊อก กระโดดตัวลอย คนดีมีแต่จะถอยจม..... :slime_hmm: หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: Rule of Law ที่ 03-07-2008, 22:17 ไอ้การหารือที่ฝรั่งเศสนั่น ถ้าหากเป็นแค่การประชุมเพื่อพิจารณา "ร่าง" ข้อตกลง โดยที่ไม่ได้จะเอาร่างนั้นไปใช้ทำอะไร แล้วมึงจะลงนามป้องกันการแก้ไขเอกสารทำไมวะ ยังไม่ได้เอาไปใช้นี่ หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: ริวเซย์ ที่ 03-07-2008, 22:20 วันนี้พูดอย่าง อีกวันพูดอีกอย่าง
โกหกตอแห-ลไปวันๆจริงๆ หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: z e a z ที่ 03-07-2008, 22:54 หมัก เหลี่ยม เหลิม เหล่ ..... เหล่าเห้ แห่งชาติ :slime_smile2:
หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: z e a z ที่ 03-07-2008, 23:12 ติ๊งเหล่ เป็นลูกเต้า เหล่าใครน้า ... http://www.khonthai.com/Election/Result/SS/1017100160016.html
ชื่อ นาย นพดล ปัทมะ เลขรหัสประจำตัว 3-1002-00891-10-7 เพศ ชาย วัน/เดือน/ปี เกิด 23 เมษายน 2504 อายุ 40 ปี สัญชาติ ไทย ชื่อบิดา บุศย์ สัญชาติบิดา ไทย ชื่อมารดา ปัดทุม สัญชาติมารดา ไทย สถานที่เกิด บ้านเลขที่ 79 ต. สามเมือง อ. กิ่งอำเภอสีดา จังหวัด นครราชสีมา รหัสไปรษณีย์ --- ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 252/395 ถนน รัชดาภิเษก ต. ห้วยขวาง อ. ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10320 สถานที่ติดต่อ 85 ถ.สุโขทัย แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม. โทรศัพท์ 693-3015 โทรสาร 693-3015 หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: (ลุง)ถึก สไลเดอร์ ที่ 04-07-2008, 00:06 ติ๊งเหล่ เป็นลูกเต้า เหล่าใครน้า ... http://www.khonthai.com/Election/Result/SS/1017100160016.html อ้าว....คนอิสานดอกหรือ...บ่เคยเห็นมันเว่าลาวจั๊กเทีย....เอิ้กกกกกชื่อ นาย นพดล ปัทมะ เลขรหัสประจำตัว 3-1002-00891-10-7 เพศ ชาย วัน/เดือน/ปี เกิด 23 เมษายน 2504 อายุ 40 ปี สัญชาติ ไทย ชื่อบิดา บุศย์ สัญชาติบิดา ไทย ชื่อมารดา ปัดทุม สัญชาติมารดา ไทย สถานที่เกิด บ้านเลขที่ 79 ต. สามเมือง อ. กิ่งอำเภอสีดา จังหวัด นครราชสีมา รหัสไปรษณีย์ --- ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 252/395 ถนน รัชดาภิเษก ต. ห้วยขวาง อ. ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10320 สถานที่ติดต่อ 85 ถ.สุโขทัย แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม. โทรศัพท์ 693-3015 โทรสาร 693-3015 :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: login not found ที่ 04-07-2008, 00:24 กรั๊กๆๆๆๆ ตัวคนเดียวเอาตัวไม่รอด
เลยจะลากเอาคณะรัฐมนตรีทั้งคณะไปลงนรกด้วย งานนี้มีลุ้นตายยกฝูง :slime_smile2: หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: คนไทยคนหนึ่ง ที่ 04-07-2008, 01:00 ฝักถั่วในสภา ก้จะถูกลากไปด้วย
หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: ปุถุชน ที่ 04-07-2008, 04:50 ไอ้เหล่ซ่า-ไม่ซ่าจริงซะแล้ว ดิ้นพราด ๆ กลับลำ กลืนน้ำลาย พลิกลิ้นระรัว (กลัวตกเก้าอี้) รีบเรียก ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย เข้าพบ ขอร้อง (บังคับ?) ให้เปลี่ยนคำชี้แจง เรื่องเขาพระวิหาร แบบ พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ตามข่าว "การเมือง "บีบ" ?-ยูเนสโก-กลับลำ" http://www.oknation.net/blog/darknews/2008/07/03/entry-1 ก่อน...จะประชุมเพื่อเคาะเป็นครั้งสุดท้ายว่า กัมพูชาจะได้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่เพียงผู้เดียวหรือไม่ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ความเคลื่อนไหวทวงสิทธิของฝ่ายไทย ก็ดูจะถูกปลุกให้เร่าร้อน รุนแรงและเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ หลังจากที่ ยูเนสโกกรุงเทพ ร่อนจดหมายถึง 350 ชาวไทย นำโดยวุฒิสมาชิก( ส.ว. ) ที่ได้ยื่นเรื่องขอชะลอการจดทะเบียนออกไปเพื่อให้ไทยมีเวลา หายใจ-หายคอ ทำเรื่องขอแจมเป็นเจ้าของมรดกโลกด้วยอีกคน แต่ทางยูเนสโก บอกว่า ฉันไม่สนใจหรอกว่า ประเทศของคุณจะคัดค้านกันมากมายเพียงใด เพราะ "รัฐมนตรีต่างประเทศ "ของคุณ ได้ไปลงนามกับรัฐบาลเขมรเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา และ "ฉัน" ก็จะยึดเรื่องนี้เป็นหลัก และทาง "ฉัน" ก็ได้เอาหลักฐานนี้ยัดใส่แฟ้ม ใส่พานให้คณะกรรมการมรดกโลกตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว ซึ่งข้อชี้แจงยูเนสโกดังกล่าว แสดงนัยยะว่า คนไทยหมดหนทางที่จะทวงคืนสิทธิในการขอ "จดทะเบียนร่วม "แล้ว เพราะรัฐบาลไทยได้ตัดสินใจแทนไปแล้วตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. นั่นทำให้ นพดล ตกเป็นเป้าสำคัญทันที และเป็นการตอกย้ำความ พิรุธ ความเร่งรีบ ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะประเคนเขาพระวิหารให้เขมรมาตั้งแต่ต้น ตามมาด้วยคำถามที่ประดังเข้ามาจากทุกทิศทางว่า รมว.ต่างประเทศ ใช้อำนาจอะไรไปลงนามในเรื่องที่ผลผูกมัดกับประเทศไทย โดยที่ยังไม่ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรีหรือรัฐสภาได้อย่างไร เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีสิทธิถูกถอดจากตำแหน่งและถูกดำเนินคดีอาญาแผ่นดินหรือไม่ ซึ่ง"ข้อหา"เหล่านี้ ล้วนส่งผลต่อชะตากรรมของเขา บนเก้าอี้รัฐมนตรีแทบทั้งสิ้น เพราะหากมันเป็นไปตามจดหมายที่ยูเนสโก ชี้ นพดล จะต้องถูกเอาคอขึ้นไปพาดบนเขียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนั่นเป็นที่มาของอาการดิ้นพล่านเพื่อ ยื้อ สถานการณ์ต่อสู้พลิกเกม เพราะทันที ที่ข่าวนี้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณชน นพดล ได้เรียก เชลดอน เชฟเฟอร์ ผ.อ.ยูเนสโก กรุงเทพ เข้าพบทันที จากนั้น เชฟเฟอร์ ก็ออกมาให้ข่าวว่า ที่ยูเนสโกอ้างข้อตกลงเมื่อ 22 พ.ค.นั้น "ผิดพลาด" ที่จริงแล้ว ยูเนสโกยึดถือคำแถลงการณ์ร่วมไทย-เขมร ในวันที่ 18 มิ.ย.2551ซึ่งผ่านมติ ครม.มาแล้วต่างหาก "การล็อคคอ" ผ.อ.ยูเนสโก กรุงเทพ แบบกระทันหัน จนเป็นที่มาของการเปลี่ยนจุดยืนเพียงข้ามคืนนั้น เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวหนาหูว่า มีการใช้อำนาจรัฐไทยบีบองค์กรแห่งนี้หรือไม่ ? ซึ่งหากฟังจากฟาก ส.ว.กลุ่มที่เคลื่อนไหวเรื่องนี้ วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจยิ่งว่า การออกจดหมายขององค์กรระดับนี้ โดยมีชื่อคนระดับ"ผู้อำนวยการ" ลงนาม ไม่น่าจะมีความผิดพลาดใหญ่โตขนาดนี้ แต่คงเป็นเพราะยูเนสโกไม่ต้องการจะมีเรื่องกับรัฐบาลไทย จึงต้องยอมปรับเปลี่ยนบางถ้อยคำเพื่อไม่ให้มีปัญหา เรื่องนี้ วิมลพรรณ ปิตธวัชชัย ที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมเรียกร้องให้ยูเนสโกชะลอการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก วิเคราะห์ว่า น่าสงสัยว่างานนี้ยูเนสโกทำจดหมายผิดพลาดจริงหรือมีแรงบีบทางการเมือง ทำให้ยูเนสโกต้องออกมารับผิดแทน เพราะทันทีที่จดหมายยูเนสโกออกมาปรากฎเป็นข่าว "นพดล" ก็ร้อนตัวออกมาแถลงข่าวว่า อาจจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จึงเรียก ผ.อ.ยูเนสโก กรุงเทพ มาพบ แล้ว ผ.อ.ยูเนสโก ก็ออกมาบอกว่า มันคลาดเคลื่อนจริงๆ กระบวนการเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร ถ้าคนระดับ ผ.อ.ยูเนสโก กรุงเทพ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผ.อ.ยูเนสโกภาคพื้นเอเชีย ทำสะเพร่าขนาดนี้ ก็ควรลาออกจากตำแหน่ง คุณออกจดหมายผิดพลาดถึงวุฒิสมาชิกประเทศไทย ทำให้เกิดความสับสนให้คนในสังคมไทย คุณจะอยู่ในตำแหน่งได้อย่างไร เนื่องจากยิ่งใกล้วันตัดสินมรดกโลกเท่าไหร่ กรณี ปราสาทพระวิหาร ก็มีแต่จะลุกลามบานปลาย ความไม่ไว้วางใจรัฐบาลลามไปถึงความเคลือบแคลงในท่าทีของยูเนสโก และเลยเถิดไปถึงกลุ่มประเทศมหาอำนาจทั้งหลายที่ให้การสนับสนุนยูเนสโกอยู่เบื้องหลัง เป็นข้อครหาเกี่ยวกับผลประโยชน์ก้อนโตของบรรษัทข้ามชาติ ทั้งธุรกิจท่องเที่ยว พลังงาน เมกะโปรเจ็ค ที่จ้องจะเข้าไปจัดสรรกันในดินแดนที่เป็นมรดกโลก และถูกถามกันหนาหูมากขึ้นว่า ปัจจัยเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการขึ้นทะเบียนมรดกโลกเที่ยวนี้หรือไม่ แต่เค้กก้อนโต ที่รอสับแบ่งกันในอนาคต ยังไม่น่าหวั่นใจเท่าชะตากรรมของ นพดล เพราะหากที่ประชุมควิเบก ทุบโต๊ะเปรี้ยงให้เขมร ได้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียวสำเร็จ ถึงเวลานั้นอย่าคิดไปไกลว่านพดล จะมีที่อยู่ที่ยืนในการเมืองไทยหรือไม่ " เอาแค่พาตัวกลับเข้าประเทศอย่างปลอดภัยให้ได้ ..ก็บุญโขแล้ว " มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับ จักรพวย เล้ยยยย พอจวนตัว จะเป็นจะตาย ก็ตะแบงแก้ตัว ไปน้ำขุ่น ๆ หวังจะให้ตัวเองรอด แต่ให้ดูตัวอย่าง จาก จักรพวย ว่าก็ไม่รอดเหมือนกัน จะเอาอย่างนั้นเร้อออออ นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน ที่แท้ก็ ขี้ขลาดตาขาว รักตัวกลัวตกเก้าอี้ บักโชติศักดิ์ นักไม่เคารพเพลง ยังเจ๋งกว่าซะอีก มันอยากลากคณะรัฐมนตรีลูกกรอกตายทั้งกลมมากกว่า โดยเฉพาะน้องเขยของ'นายผู้ชาย'ที่ร่วมเดินทางไปเซ็นสัญญาด้วย เมื่อ 22 พฤษภาคม... หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: MueKZerO ที่ 04-07-2008, 16:35 เห็นมอบเชียเหล่แล้วสุดย้อดจริงเลย :slime_hitted: หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: 西施无情 ที่ 04-07-2008, 16:55 กลัวโดนประหาร
:slime_sentimental: หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: ฟ้าเข้ม ที่ 04-07-2008, 17:05 งานนี้ก้อนหินหรือดอกไม้ก็คงรู้
ขนาดผลยังไม่ออก ก้อนหินยังเพียบ ไม่ต้องรอผลตัดสินจากยูเนสโก้เลย ไอ้เหล่เอ้ย ดอกไม้คงได้เป็นดอกไม้จันทร์แน่ ไอ้ยำยำขะแมร์เหล่ หัวข้อ: Re: "ตาเหล่" ไม่พอ ยังเสือก "ตาขาว" อีกต่างหาก เริ่มหัวข้อโดย: cameronDZ ที่ 09-07-2008, 13:36 ขุดขึ้นมาหน่อย
เพื่อสรุปผลว่า ไอ้เหล่ "ตาขาว" ไม่กล้าตายคนเดียว ฉุดพวกพ้อง ตายยกรัง |