ทั่วไป => สภากาแฟ => ข้อความที่เริ่มโดย: พิเภกอินเตอร์ ที่ 27-06-2008, 11:11



หัวข้อ: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: พิเภกอินเตอร์ ที่ 27-06-2008, 11:11
นายไบรซ์ คลาเก็ต
นักกฎหมายผู้มีความเชี่ยวชาญพิเศษ
เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ

และ เคยช่วยให้กัมพูชามีชัยชนะเหนือประเทศไทย
ในกรณีพิพาท เขาพระวิหารเมื่อปี 2505

คลาเก็ตมีความเชี่ยวชาญหลายด้าน
รวมทั้งกฎหมายเอกชนและกฎหมายระหว่างประเทศ
การอ้างสิทธิระหว่างประเทศ การรอมชอมระหว่างประเทศ
เขตน่านน้ำแดนดินระหว่างประเทศ
กฎหมายเกี่ยวกับการขนส่งและสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งกฎหมายอิสลามของบรรดาประเทศตะวันออกกลางด้วย

ในปี 2504 นายดีน อาชีสัน (Dean Archeson)
อดีตรัฐมนตรีต่างประทศสหรัฐฯ
ได้ขอร้องให้คลาเก็ตเป็นที่ปรึกษาของคณะ
ผู้แทนรัฐบาล กัมพูชาในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก

ในกรีพิพาทกับราชอาณาจักรไทยเกี่ยวกับเขตแดนด้านเขาพระวิหาร
รัฐบาลของเจ้าสีหนุนายกรัฐมนตรีขณะนั้น
ได้แต่งตั้งนายอาชีสันเป็นประธานคณะผู้แทน
ส่วนคลาเก็ตเป็นหัวหน้าคณะในการว่าความ
จนสามารถทำให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชาไป

ขณะที่ชายแดนส่วนใหญ่ระหว่างสองประเทศ
ยังคงเป็นกรณีพิพาทต่อมาจนทุกวันนี้

คลาเก็ตผ่านการต่อสู้อีกหลายกรณี
รวมทั้งกรณีพิพาทระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐกับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ
เกี่ยวกับสิทธิเหนือทรัพยากรธรรมชาติ
รวมทั้งได้เป็นผู้แทนของรัฐบาลหลายประเทศในการเจรจาไกล่เกลี่ย
หรือแก้ไขกรณีพิพาทต่างๆ

นายไบรซ์ คลาเก็ต เกิดในวอชังตันดีซี
จบไฮสกูลจากเซนต์อัลบานส์ (St Albans) ในปี 2493

เรียนสำเร็จปริญญาตรีกฎหมายด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1
จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน

มหาบัณฑิตนิติศาสตร์เกียรตินิยมสูงสุด (maxima cum laude)
จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ต่อมาคลาเก็ตได้รับทุนโรตารีไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัลลาฮาบัด
(Allahabad) ประเทศอินเดีย

เริ่มเข้าทำงานที่สำนักทนายความคัฟเวอร์ตันแอนด์เบอร์ลิง ปี 2501
และเป็นหุ้นส่วนในอีก 11 ปี
ต่อมาจนกระทั่งเกษียณเมื่อปี 2545

ชาวกัมพูชาในสหรัฐฯ จำนวนไม่น้อย
ได้ไว้อาลัยให้แก่นายคลาเก็ตในฐานะมิตรแท้ของชาวเขมร
ในยามที่ต้องต่อสู้กับประเทศเพื่อนบ้านที่เข้มแข็งกว่าอย่างโดดเดี่ยว

แต่บางคนก็กล่าวว่าสหรัฐฯ มุ่งหวังกอบโกยผลประโยชน์จากกัมพูชา
เพียงแต่ว่ายังไม่มีโอกาส

คลาเก็ตช่วยให้กัมพูชาได้ปราสาทพระวิหารไปครอบครอง
แต่เพียง 2 ปีหลังจาก

นั้นรัฐบาลของเจ้าสีหนุได้เปลี่ยนแปลงนโยบายการต่างประเทศ
และตีตนห่างเหินจากสหรัฐฯ

เริ่มหันไปใกล้ชิดกับคอมมิวนิสต์ปักกิ่ง
สหรัฐฯ ที่เคยหนุนหลังกัมพูชาในกรณีพิพาทเขาพระวิหาร
กลับถูก โดดเดี่ยว และอีกไม่กี่ปีต่อมา

ได้กลายมาเป็นมหามิตรของไทย ต่อสู้กับขบวนการคอมมิวนิสต์
ในคาบสมุทรอินโดจีน

วันนี้สหรัฐฯ เป็นประเทศหนึ่งที่สนับสนุนรัฐบาลกัมพูชาอย่างสุดตัว
ในการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
ขณะที่กรณีพิพาทชายแดนกับไทยในอาณาบริเวณนั้น
ยังไม่ได้รับการแก้ไข...



หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: ริวเซย์ ที่ 27-06-2008, 11:12
ไม่ว่าจะพูดยังไง ไทยก็ต้องทวงเขาพระวิหารคืนครับ


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: -3- ที่ 27-06-2008, 11:16
แล้วมันยังไงต่อล่ะท่านพิเภก

สรุปว่าอเมริกาอยู่เบื้องหลังทั้งหมดสินะ  :slime_bigsmile:


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: พิเภกอินเตอร์ ที่ 27-06-2008, 11:29
ไม่ว่าจะพูดยังไง ไทยก็ต้องทวงเขาพระวิหารคืนครับ

รัฐบาลเผด็จการ สฤษดิ์ ธนะรัชต์
ปลุกปั่นประชาชนให้เชื่อมั่นว่า
เขาพระวิหารนั้นเป็นของไทย
อย่างไร เขาไม่ยอมสูญเสียแผ่นดินไทยไปแม้แต่หนึ่งตารางนิ้ว

กำลังทหารไทยขอปกป้องไว้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต
ครั้งศาลโลกตัดสิน เผด็จการสฤษดิ์ กลับเปลี่ยนสี

ออกวิทยุโทรทัศน์ร่ำไห้ยอมยกให้เขมรไป
กลายเป็นว่าประเทศที่อยู่ติดกันกลายเป็นศัตรูกันยาวไปอีกหลายปี

กัมพูชาในสมัยเจ้านโรดมสีหนุกับสฤษดิ์ ธนะรัชต์
เคยประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยมาแล้ว
เพราะเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของเขาผ่านทางซันง็อกทัน
ที่ต่อมาหนีมาอยู่เมืองไทย

และมีส่วนอยู่ในศูนย์การค้าใหญ่แถวราชประสงค์
คู่กับเผด็จการสฤษดิ์

อยากบอกว่า เผด็จการนั้นไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน
โดยเฉพาะสฤษดิ์ที่อาศัยความสามารถในการปราศรัย
พูดจาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดเรียกความเชื่อมั่นในหมู่ประชาชน

แอบอ้างตลอดเวลาว่าอยู่ข้างฝ่ายก้าวหน้า
แต่หักหลังจับฝ่ายประชาชนเข้าคุกกันเป็นทิวแถวตอน
2501 ปกครองประเทศแบบเผด็จการเต็มรูปแบบ

พอรู้ตัวว่าประชาชนเริ่มรู้ทันไม่พอใจก็เอาน้ำตาและน้ำเสียง
มาออดอ้อนขอความเห็นใจให้ให้อภัย พอได้ทีก็ทำอีก

คนที่มีความคิดเผด็จการนั้นอยู่ในสายเลือด
การกระทำมักใช้ลมปากหลอกลวงประชาชนได้ทุกรูปแบบ

ฮิตเลอร์ก็ตาม สฤษดิ์ก็ตามมีลักษณะเช่นนั้น
ตอแหลพลิกพริ้วชิวหาได้ตลอด
สฤษดิ์ พูดเก่งมาก สมัยเด็ก เชื่อถือขนาดน้ำตาไหลเสียใจสุดสุด

พอ สฤษดิ์ ตาย
กว่าจะรู้ดีรู้ชั่วก็อีกหลายปีต่อมาว่าโกงชาติประชาชนไปเท่าไหร่
เราเสียเขาพระวิหารไปเพราะสฤษดิ์ที่งมงายอยู่กับอำนาจ

ไม่ยอมเดินตามความก้าวหน้าของโลก
อย่าได้ประมาทคนประเภทนี้

เสนีย์ ปราโมช นี่ก็อีกคน ทนายคนนี้จบมาจากอังกฤษ
ได้เนติบัณฑิต อังกฤษ เน้นคอมมอนลอว์แบบอังกฤษ
เหมือนกลุ่มเจ้าทั้งหลายที่ไม่ส่งลูกหลานไปเรียนกฎหมายฝรั่งเศสกัน

เพราะกลัวไปเอาความคิดประชาธิปไตยกลับมา
แต่เราก็ถูกความคิดชาตินิยมที่ปลุกปั่นโดยสฤษดิ์
ผลักดันให้ว่าความ จนตั้งสำนักงานเสนีย์ ปราโมช ให้เป็นปึกแผ่น

เสนีย์เป็นทนายอังกฤษ ติดกับกฎหมายจารีตประเพณี
แต่ฝ่ายเขมรมีที่เชี่ยวชาญกฎหมายแบบฝรั่งเศสที่มีลายลักษณ์อักษร
เขาเอาสนธิสัญญาที่ลงนามในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นข้อยืนยัน

เท่าที่จำความได้เราไม่ได้ต่อสู้ในแง่มุมที่ว่าสัญญานี้เกิดขึ้น
โดยคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกบีบบังคับให้ลงนาม
ถือเป็นสัญญาฝ่ายเดียวขาดความสมบูรณ์

สรุปก็คือ

เราเสียเขาพระวิหารไปเพราะความอ่อนด้อยในทางสากล
และการจมอยู่กับการหลอกลวงว่าเผด็จการทำถูกทุกอย่าง
ด้วยการเป่าหูจากสื่อมวลทั้งหลาย

ที่มอมเมาประชาชนทุกวันในยุคนั้นว่าบ้านเมืองช่างแสนดีมีสุข
ทั้ง ๆ เพื่อนฝูงเจ๊งกันหมดในยุคสฤษดิ์
ยกเว้นพวกที่สนิทกับกลุ่มนายทหาร

แต่ไม่มีใครกล้าพูดว่ารัฐบาลทำให้ประชาชนยากลำบาก
เพราะอำนาจเผด็จการที่กดหัวเราอยู่ ลมปากมาแล้วก็ไป

จิตใจและการกระทำต่างหากที่พิสูจน์ว่าคุณเป็นนักประชาธิปไตย
หรือเผด็จการในคราบนักประชาธิปไตย...



หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: พิเภกอินเตอร์ ที่ 27-06-2008, 11:31
แล้วมันยังไงต่อล่ะท่านพิเภก

สรุปว่าอเมริกาอยู่เบื้องหลังทั้งหมดสินะ  :slime_bigsmile:

อเมริกาต้องการเขมรเป็นกันชน
แต่กลับโดนเขมรเสียเองเป็นผู้หักหลัง...


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: พิเภกอินเตอร์ ที่ 27-06-2008, 11:31
หลังแพ้คดี"เขาพระวิหาร"
ชาวบ้านทั่วไทยต่างก่นด่า"หม่อมเสนีย์"
มีความรู้ แต่ขาดปัญญา ไร้ความสามารถ

เสนอหน้าอาสาทั้งที่ขาดปัญญา และด้อยความรู้
โง่แล้วอวดฉลาด อาสาชาติไปเสียแผ่นดิน
ขึ้นศาลโลกภาษาไม่แตกฉาน ฟังอังกฤษไม่ได้ความ

ถูกฝ่ายตรงข้ามต้อนจนหัวคะมำ น่าช้ำใจ
ชาวไทยรู้ข่าว พูดไม่ออกบอกไม่ถูก มาเสียรู้เพราะอวดรู้
นั้นคือปฐมเหตุแห่งการเสียดินแดน แต่ปิดบังไว้ไม่ให้ใครรู้...


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: พิเภกอินเตอร์ ที่ 27-06-2008, 11:34
สอบถามคนรุ่นหลังที่อายุเกิน 55
ทั่วทั้งแผ่นดินต่างพากันเดินขบวน
ลูกเล็กเด็กแดงออกสตังค์ช่วยชาติ
ควักกันคนละ 1 บาทให้เสนีย์

ฝ่าย"เขมร"จ้างฝรั่งว่าความ
เขาช่ำชองทั้งภาษา และกฏหมาย
จึงเอาชนะควายไทยนาม"เสนีย์"

ต่อจากนี้ไป ขอนำเสนอเบื้องหลัง
ถึงความพลาดพลั่งของ"ศักดินา"ใหญ่
ท่าดี ทีเหลว เก่งกับคนไทย แต่ออกนอกไทยแพ้เรียบ...




หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: -3- ที่ 27-06-2008, 11:47
ท่านพิเภกกำลังจะบอกว่า เพราะระบบเผด็จการใช่มั้ย ทำให้เราเสียเปรียบ  :slime_doubt:

ปล อเมริกาโดนหักหลังไปแล้ว จะมาส่งเสริมกัมพูชาอีกทำไม?


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: login not found ที่ 27-06-2008, 11:55
ตอแห-ลแบบเภกๆ

หม่อมเสนีย์ ไม่ได้รับเงิน
หม่อมเสนีย์ ศึกษาภาษาเชี่ยวชาญทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส
และคณะทนาย นั่นก็ฝรั่งเหมือนกัน


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: พิเภกอินเตอร์ ที่ 27-06-2008, 13:18
ตอแห-ลแบบเภกๆ

หม่อมเสนีย์ ไม่ได้รับเงิน
หม่อมเสนีย์ ศึกษาภาษาเชี่ยวชาญทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส
และคณะทนาย นั่นก็ฝรั่งเหมือนกัน


หุหุ...


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: mebeam ที่ 27-06-2008, 13:36
ฝรั่งเศษไม่รู้แต่ อังกฤษน่าจะดีนะ  :slime_smile:

เริ่มศึกษาที่ โรงเรียนราชินี อัสสัมชัญ เทพศิรินทร์ และ สวนกุหลาบ ตามลำดับ จากนั้นได้เดินทาง ไปศึกษาต่อที่ โรงเรียนเทรนต์ (Trent College) ในเมือง นอตติงแฮมไชร์ ประเทศอังกฤษ และศึกษาต่อ ปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ ที่ วิทยาลัยวอร์สเตอร์ (Worcester College) มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ แล้วสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนระดับ เกียรตินิยมอันดับสอง

หลังจากนั้น ก็เข้าศึกษาต่อที่สำนักเนติบัณฑิตอังกฤษ ณ สำนักเกรย์อินน์ ในกรุงลอนดอน ได้คะแนนเป็นที่หนึ่ง ได้รับรางวัลเป็นเงิน 300 กีนีย์ จากสำนักกฎหมายอังกฤษ  

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%8A


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: พิเภกอินเตอร์ ที่ 27-06-2008, 13:41
ฝรั่งเศษไม่รู้แต่ อังกฤษน่าจะดีนะ  :slime_smile:

เริ่มศึกษาที่ โรงเรียนราชินี อัสสัมชัญ เทพศิรินทร์ และ สวนกุหลาบ ตามลำดับ จากนั้นได้เดินทาง ไปศึกษาต่อที่ โรงเรียนเทรนต์ (Trent College) ในเมือง นอตติงแฮมไชร์ ประเทศอังกฤษ และศึกษาต่อ ปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ ที่ วิทยาลัยวอร์สเตอร์ (Worcester College) มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ แล้วสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนระดับ เกียรตินิยมอันดับสอง

หลังจากนั้น ก็เข้าศึกษาต่อที่สำนักเนติบัณฑิตอังกฤษ ณ สำนักเกรย์อินน์ ในกรุงลอนดอน ได้คะแนนเป็นที่หนึ่ง ได้รับรางวัลเป็นเงิน 300 กีนีย์ จากสำนักกฎหมายอังกฤษ  

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%8A


นายไบรซ์ คลาเก็ต เกิดในวอชังตันดีซี
จบไฮสกูลจากเซนต์อัลบานส์ (St Albans) ในปี 2493

เรียนสำเร็จปริญญาตรีกฎหมายด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1
จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน

มหาบัณฑิตนิติศาสตร์เกียรตินิยมสูงสุด (maxima cum laude)
จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ต่อมาคลาเก็ตได้รับทุนโรตารีไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัลลาฮาบัด
(Allahabad) ประเทศอินเดีย

เริ่มเข้าทำงานที่สำนักทนายความคัฟเวอร์ตันแอนด์เบอร์ลิง ปี 2501
และเป็นหุ้นส่วนในอีก 11 ปี
ต่อมาจนกระทั่งเกษียณเมื่อปี 2545

นายไบรซ์ คลาเก็ต
นักกฎหมายผู้มีความเชี่ยวชาญพิเศษ
เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ

และ เคยช่วยให้กัมพูชามีชัยชนะเหนือประเทศไทย
ในกรณีพิพาท เขาพระวิหารเมื่อปี 2505

คลาเก็ตมีความเชี่ยวชาญหลายด้าน
รวมทั้งกฎหมายเอกชนและกฎหมายระหว่างประเทศ
การอ้างสิทธิระหว่างประเทศ การรอมชอมระหว่างประเทศ
เขตน่านน้ำแดนดินระหว่างประเทศ
กฎหมายเกี่ยวกับการขนส่งและสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งกฎหมายอิสลามของบรรดาประเทศตะวันออกกลางด้วย



หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: mebeam ที่ 27-06-2008, 13:56
ใจเย็นเฮีย แค่ภาษาอังกฤษ น่าจะดี  :slime_smile:


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: fineday ที่ 27-06-2008, 14:05

 :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile:


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: jerasak ที่ 27-06-2008, 16:41
รัฐบาลเผด็จการ สฤษดิ์ ธนะรัชต์
ปลุกปั่นประชาชนให้เชื่อมั่นว่า
เขาพระวิหารนั้นเป็นของไทย
อย่างไร เขาไม่ยอมสูญเสียแผ่นดินไทยไปแม้แต่หนึ่งตารางนิ้ว

กำลังทหารไทยขอปกป้องไว้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต
ครั้งศาลโลกตัดสิน เผด็จการสฤษดิ์ กลับเปลี่ยนสี

ออกวิทยุโทรทัศน์ร่ำไห้ยอมยกให้เขมรไป
กลายเป็นว่าประเทศที่อยู่ติดกันกลายเป็นศัตรูกันยาวไปอีกหลายปี

กัมพูชาในสมัยเจ้านโรดมสีหนุกับสฤษดิ์ ธนะรัชต์
เคยประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยมาแล้ว
เพราะเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของเขาผ่านทางซันง็อกทัน
ที่ต่อมาหนีมาอยู่เมืองไทย

และมีส่วนอยู่ในศูนย์การค้าใหญ่แถวราชประสงค์
คู่กับเผด็จการสฤษดิ์

อยากบอกว่า เผด็จการนั้นไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน
โดยเฉพาะสฤษดิ์ที่อาศัยความสามารถในการปราศรัย
พูดจาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดเรียกความเชื่อมั่นในหมู่ประชาชน

แอบอ้างตลอดเวลาว่าอยู่ข้างฝ่ายก้าวหน้า
แต่หักหลังจับฝ่ายประชาชนเข้าคุกกันเป็นทิวแถวตอน
2501 ปกครองประเทศแบบเผด็จการเต็มรูปแบบ

พอรู้ตัวว่าประชาชนเริ่มรู้ทันไม่พอใจก็เอาน้ำตาและน้ำเสียง
มาออดอ้อนขอความเห็นใจให้ให้อภัย พอได้ทีก็ทำอีก

คนที่มีความคิดเผด็จการนั้นอยู่ในสายเลือด
การกระทำมักใช้ลมปากหลอกลวงประชาชนได้ทุกรูปแบบ

ฮิตเลอร์ก็ตาม สฤษดิ์ก็ตามมีลักษณะเช่นนั้น
ตอแหลพลิกพริ้วชิวหาได้ตลอด
สฤษดิ์ พูดเก่งมาก สมัยเด็ก เชื่อถือขนาดน้ำตาไหลเสียใจสุดสุด

พอ สฤษดิ์ ตาย
กว่าจะรู้ดีรู้ชั่วก็อีกหลายปีต่อมาว่าโกงชาติประชาชนไปเท่าไหร่
เราเสียเขาพระวิหารไปเพราะสฤษดิ์ที่งมงายอยู่กับอำนาจ

ไม่ยอมเดินตามความก้าวหน้าของโลก
อย่าได้ประมาทคนประเภทนี้

เสนีย์ ปราโมช นี่ก็อีกคน ทนายคนนี้จบมาจากอังกฤษ
ได้เนติบัณฑิต อังกฤษ เน้นคอมมอนลอว์แบบอังกฤษ
เหมือนกลุ่มเจ้าทั้งหลายที่ไม่ส่งลูกหลานไปเรียนกฎหมายฝรั่งเศสกัน

เพราะกลัวไปเอาความคิดประชาธิปไตยกลับมา
แต่เราก็ถูกความคิดชาตินิยมที่ปลุกปั่นโดยสฤษดิ์
ผลักดันให้ว่าความ จนตั้งสำนักงานเสนีย์ ปราโมช ให้เป็นปึกแผ่น

เสนีย์เป็นทนายอังกฤษ ติดกับกฎหมายจารีตประเพณี
แต่ฝ่ายเขมรมีที่เชี่ยวชาญกฎหมายแบบฝรั่งเศสที่มีลายลักษณ์อักษร
เขาเอาสนธิสัญญาที่ลงนามในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นข้อยืนยัน

เท่าที่จำความได้เราไม่ได้ต่อสู้ในแง่มุมที่ว่าสัญญานี้เกิดขึ้น
โดยคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกบีบบังคับให้ลงนาม
ถือเป็นสัญญาฝ่ายเดียวขาดความสมบูรณ์

สรุปก็คือ

เราเสียเขาพระวิหารไปเพราะความอ่อนด้อยในทางสากล
และการจมอยู่กับการหลอกลวงว่าเผด็จการทำถูกทุกอย่าง
ด้วยการเป่าหูจากสื่อมวลทั้งหลาย

ที่มอมเมาประชาชนทุกวันในยุคนั้นว่าบ้านเมืองช่างแสนดีมีสุข
ทั้ง ๆ เพื่อนฝูงเจ๊งกันหมดในยุคสฤษดิ์
ยกเว้นพวกที่สนิทกับกลุ่มนายทหาร

แต่ไม่มีใครกล้าพูดว่ารัฐบาลทำให้ประชาชนยากลำบาก
เพราะอำนาจเผด็จการที่กดหัวเราอยู่ ลมปากมาแล้วก็ไป

จิตใจและการกระทำต่างหากที่พิสูจน์ว่าคุณเป็นนักประชาธิปไตย
หรือเผด็จการในคราบนักประชาธิปไตย...



ข้อมูลไม่ถูกต้องในสาระสำคัญครับ ควรไปศึกษาใหม่  :slime_smile:


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: 西施无情 ที่ 27-06-2008, 16:47
สารเลว ไม่รักชาติบ้างหรือไง


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: \(^_^)/ ที่ 27-06-2008, 18:43
เอ๊ะ??..ก่อนหน้านี้ไม่นาน

มีใคร...น๊า??..ที่ป่าวประกาศไปทั่ว..ว่า..

รัฐบาล "ซ่าหมัก" จะไม่มีวันยอมให้มีการ "อภิปาย"...ไม่ไว้วางใจ "รัฐบาลเส็งเคร็ง"..

ใครน๊า...???ที่บอกว่าจะขอเอาหัว (Door) เป็นประกัน...

ได้ข่าวไอ๋ตัวนี้มันชอบ..กินปูอัดอะไรทำนองนี้..ใครน๊า...??!!



 :mrgreen: :slime_dizzy: :slime_dizzy:


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: jnaj1 ที่ 27-06-2008, 18:51
เภกเอ๊ย หาว่า ทีมทนายภาษาไม่แตกฉาน    ดูซะ  ฝรั่งเต็มทีม

ทีมทนายฝ่ายไทย

    * ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช: เนติบัณฑิต
    * อังรี โรแลง (Henry Rolin) : ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยบรัสเซลส์ และทนายความประจำศาลอุทธรณ์ กรุงบรัสเซลส์
    * เซอร์ แฟรงก์ ซอสคีส (Sir Frank Soskice): อดีตแอททอร์นี เยเนราล ในคณะรัฐบาลอังกฤษ
    * เจมส์ เนวินส์ ไฮด์ (James Nevins Hyde) : เนติบัณฑิตแห่งรัฐนิวยอร์ก และทนายความประจำศาลสูงสุดแห่งสหรัฐอเมริกา
    * มาร์เซล สลูสนี (Marcel Slusny) : อาจารย์มหาวิทยาลัยบรัสเซลส์ และทนายความประจำศาลอุทธรณ์ กรุงบรัสเซลส์
    * เจ.จี. เลอ เคนส์ (J. G. Le Quesne) : เนติบัณฑิต


ท่านเสนีย์ไม่ได้รับเงินค่าทนาย เอาใบเสร็จไปดู

โหลดไปดูกันได้เลย ว่าหนึ่งบาทที่ให้ไป ใช้อะไรบ้าง เหลือเท่าไหร่ก็ส่ง ก.คลัง เท่านั้น

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2514/D/098/2551.PDF



หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: \(^_^)/ ที่ 27-06-2008, 18:55
ข้อมูลไม่ถูกต้องในสาระสำคัญครับ ควรไปศึกษาใหม่  :slime_smile:


มันนั่งเทียนเขียนประวัติศาสตร์ใหม่น่ะครับ..
ย้อนยุคไปในอดีตสมัย 2500..
ตอนนั้นมันคงอยู่ใน "รังไข่" ไอ๋หมาเหลี่ยม..
ที่ไม่รู้ว่าเชื้อ "อุบาทว์" ที่ติดตัวมันมาจากรังไข่ของใครกันแน่...
ผมคาดว่าคงไม่ใช่ "รังไข่" อีคุณหญิงกระบังลม" แน่ๆ..
คงเป็นรังไข่ "พนักงานหญิงโชว์รูมรถ" ที่ไหนสักแห่ง..แน่ๆ..
ถึงมีความคิดเหรี้ยๆ..ยกอธิปไตยของชาติให้..ขะแมร์..ไปง่ายๆ..
ไอ๋...ควายขะแมร์...  



 :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: \(^_^)/ ที่ 27-06-2008, 19:57
  @ สรุปย่อคำพิพากษาของศาลโลก (The case concerning the Temple of Preah Vihear (Merits) between Cambodia and Thailand) (ภาษาอังกฤษ) 

อนึ่ง..ใครก็ตามที่เป็นคนไทย(หรือเปล่า??)ก่อนที่จะวิจารณ์เรื่องนี้ขอให้ลองจินตนาการตามไปด้วยนะครับ..สมุติให้ตัวเองเกิดในสมัยเมื่อครั้งที่เราต้องเสียดินแดน..ขณะที่คนไทยทุกคน "รณรงค์" ต่อต้านเจ้าอณานิคมซึ่งในตอนนั้นคือฝรั่งเศษได้นำกองเรือรบมาปิดปากอ่าวของไทย..ถ้าหากว่าเราทำอะไรที่แข็งข้อเกินไปในสายตาคนพวกนี้..พวกมันก็จะอาศัยข้ออ้างบุกประเทศสยามในทันที..ณ.เวลานั้นเรามีกองกำลังพอที่จะต่อกรกับคนพวกนี้หรือเปล่า สาเหตุที่เราจำต้องยอมรับกฏหมาย "ปิดปาก"..ด้วยความขมขื่น..คนไทยทุกคนล้วนผูกใจเจ็บ..แต่ยังมีไอ๋พวกเหรี้ยๆที่ไร้จิตสำนึกยอมแพ้อย่างราบคาบ..ก็เพราะมีไอ๋ "หมาหน้าเหลี่ยม" บิดาพวกมัน..ดันไปผูกไมตรีกับฮุนเซ็น..แค่นั้นมันก็เป็นปลื้มว่าเขมรขะแมร์เป็นพ่อเป็นแม่ง..บังเกิดเกล้าฯของพวกมันไปด้วย..ไอ๋พวก "ริยำ"


(http://images.temppic.com/27-06-2008/images_vertis/1214570310_0.65904300.jpg) (http://www.temppic.com/img.php?27-06-2008:1214570310_0.65904300.jpg)
(http://images.temppic.com/27-06-2008/images_vertis/1214570312_0.35826300.jpg) (http://www.temppic.com/img.php?27-06-2008:1214570312_0.35826300.jpg)
(http://images.temppic.com/27-06-2008/images_vertis/1214570314_0.21643900.jpg) (http://www.temppic.com/img.php?27-06-2008:1214570314_0.21643900.jpg)
(http://images.temppic.com/27-06-2008/images_vertis/1214570315_0.76608900.jpg) (http://www.temppic.com/img.php?27-06-2008:1214570315_0.76608900.jpg)
(http://images.temppic.com/27-06-2008/images_vertis/1214570317_0.44079400.jpg) (http://www.temppic.com/img.php?27-06-2008:1214570317_0.44079400.jpg)
(http://images.temppic.com/27-06-2008/images_vertis/1214571250_0.73494300.jpg) (http://www.temppic.com/img.php?27-06-2008:1214571250_0.73494300.jpg)
(http://images.temppic.com/27-06-2008/images_vertis/1214571252_0.47225900.jpg) (http://www.temppic.com/img.php?27-06-2008:1214571252_0.47225900.jpg)
(http://images.temppic.com/27-06-2008/images_vertis/1214571254_0.17394100.jpg) (http://www.temppic.com/img.php?27-06-2008:1214571254_0.17394100.jpg)


 :( :( :( :( :( :( :( :(



หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: 55555 ที่ 27-06-2008, 20:52
หลังแพ้คดี"เขาพระวิหาร"
ชาวบ้านทั่วไทยต่างก่นด่า"หม่อมเสนีย์"
มีความรู้ แต่ขาดปัญญา ไร้ความสามารถ

เสนอหน้าอาสาทั้งที่ขาดปัญญา และด้อยความรู้
โง่แล้วอวดฉลาด อาสาชาติไปเสียแผ่นดิน
ขึ้นศาลโลกภาษาไม่แตกฉาน ฟังอังกฤษไม่ได้ความ

ถูกฝ่ายตรงข้ามต้อนจนหัวคะมำ น่าช้ำใจ
ชาวไทยรู้ข่าว พูดไม่ออกบอกไม่ถูก มาเสียรู้เพราะอวดรู้
นั้นคือปฐมเหตุแห่งการเสียดินแดน แต่ปิดบังไว้ไม่ให้ใครรู้...


ผมว่าจะไม่แสดงความเห็นเรื่องเขาพระวิหารแล้ว

ลุงเภก นี่ ก็มั่วอีกตามเคย....

สงสัยคงเลิกไม่ได้แล้วนิสัยแบบนี้...

รัฐบาลในขณะนั้น ไปขอให้ หม่อมเสนีย์ เป็นทนายให้....

เงินก็ไม่คิด...ไปถามลุงหมักดิ....อภิสิทธิ์ พูดในสภา ลุงหมักเงียบฉี่

มีแต่ลิวล้อ โง่ ๆ ออกมา บอกเรื่องบริจาค 1 บาท....

ศาลโลก ในยุคนั้นมันเฮงซวย...ใช้กฏหมายปิดปาก ด้วยการกล่าวหาว่า

ไทยยอมรับแผนที่ทีฝรั่งเศส ทำขึ้น.....ทั้งที่ เค้าเอามาให้ดูเฉย ๆ

เราก็ยังไม่ได้บอกว่า ยอมรับ หรือ ไม่ยอมรับ....

ไปอ่านคำพิพากษา ตุลาการเสียงข้างน้อยดูมั่งเถอะ...

แล้วค่อยมาแสดงภูมิปัญญา.....เป็นคนไทยป่าว....


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: พิเภกอินเตอร์ ที่ 27-06-2008, 21:59
เอกสารที่นำมา ไม่มีสาระสำคัญใดแสดงถึงการต่อสู้ที่เป็นต่อ
อ่านไม่ออกแต่อยากโชว์พาว เหมือนเสนีย์ ที่แพ้คดี"พระวิหาร"
ส่วนสำคัญที่แพ้เขาทำไม่ไม่นำมากล่าวให้ครบกระบวนความ

เหนืออื่นใดคือเหตุผล เหนือเหตุผล คือ ความจริง
ความจริงคือแพ้เขา ยังมีหน้ามาเข้าข้าง ไม่ลืมหูลืมตา
เก่งจริงต้องชนะ แพ้ยังมาทำปากกล้า หาว่าไม่รักชาติไปโน่น

ไม่มีกึ๋นไร้ปัญญา แทนที่สำนึก กลับต่อว่าคนข้างหลัง
ความอัปยศแห่งความพ่ายแพ้ แถอย่างไรก็ยังแพ้วันยังค่ำ
ใช้หยาบคายเป็นธงนำ พอขึ้นศาลจึงแพ้เขา พวกคลั่งเจ้า มักเป็นเช่นนั้น

ท่านไม่อาย แต่ เภก อาย รู้บ้างไหม...


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: พิเภกอินเตอร์ ที่ 27-06-2008, 22:05
ภาษาไม่กระดิก ดัดจริตนำมาอ้าง
ข้อความเขาว่ามาอย่างไร ท่านรู้จริงหรือ
นำมาอวดนึกว่าเท่ห์ เฮอะ น่าขัน
ความรู้แค่หางอึ่ง แต่อยากโชว์พาว หน้าไม่อาย...


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: \(^_^)/ ที่ 27-06-2008, 22:58
อุ๊ย??..ด่าตัวเองก็ "เป็น"
^
^
^
^
^
 


(http://images.temppic.com/11-10-2007/images_vertis/1192110908_0.20919100.gif) (http://www.temppic.com/img.php?11-10-2007:1192110908_0.20919100.gif)


หัวข้อ: Re: ประวัติ"นายไบรซ์ คลาเก็ต" หัวหน้าคณะในการว่าความของเขมร กรณีเขาพระวิหาร...
เริ่มหัวข้อโดย: เบื่อไอ้เหลี่ยม ที่ 28-06-2008, 16:13
อ่านไอ้สำนวนขายชาติมาตั้งพักใหญ่ สรุปว่า ถ้าปราสาทและดินแดนเป็นของกำพูชา น่าจะเป็นสิ่งถูกต้องใช่ไหม
มรึงทำไมไม่ดูว่า ไอ้เศษฝรั่งมันชนะได้ เพราะว่ามันเปลี่ยนแผนที่ จากที่เคยตกลงสันปันน้ำ มาขีดบนแผ่นดินไทยแทน
แล้วก้อ้างเรื่อง เคยมีธงฝรั่งเศษเคยปักบนนี้  หรืออ้างว่าไทยเคยเห็นแต่ไม่คัดค้าน จึงยอมรับว่าที่แห่งนี้เป็นของฝรั่งเศษ มรึงไม่คิดว่ามันโกลแบบด้านๆหรือไง
ไอ้เภก ขายชาติ (แม้วพ่อมรึงไง) อย่างนี้กรูถามหน่อยว่า ตอน นาซีเยอรมันเอาธงไปปักในประเทศเศษฝรั่ง แล้วทำไมไอ้เศษฝรั่งไม่ยกให้นาซีวะ  ก็คนฝรั่งเศษเห็นธงนาซีแยะไป ก็เดินกันเฉยๆ ไม่เห็นทำห่าอะไรเลยจริงไหม  จนกระทั่งนาซีพ่ายสงครามจึงเอาธงกลับไปด้วย