|
หัวข้อ: เขย่าองคมนตรีไม่รับรองสถานะ'บทเฉพาะกาล'ฟอกแม้ว เริ่มหัวข้อโดย: 55555 ที่ 22-05-2008, 19:53 http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=22/May/2551&news_id=158898&cat_id=501 22 พฤษภาคม 2551 กองบรรณาธิการ รัฐบาลหน้าบางส่ง ส.ส.โนเนมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ นปก.ให้ "กำนันชัย" แล้ว เขียนหลักการเหตุผลชมระบอบทักษิณสุดยอด จุดชนวนขัดแย้งกำหนดพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ผงะแค้นเก่าต้องชำระ บทเฉพาะกาลไม่รับรองสถานะขององคมนตรี แถมแผนฟอก "ทักษิณ" ยังอยู่ ชาติไทยถอยตั้งหลัก อ้างไม่ให้เกียรติเตรียมกำหนดท่าที เปลี่ยนแผนเล่นเกมยาว "หมัก" ยอมควักเงินภาษีประชาชน 2 พันล้านซื้อความรำคาญ เปิดทำประชามติแก้-ไม่แก้ "แม้ว" เอาด้วย แต่ กกต.ให้รอไปก่อนเพราะกฎหมายยังไม่มี พันธมิตรฯ เตรียมเคลื่อนทัพ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช...ที่สมาชิกรัฐสภา จำนวน 164 คน เข้าชื่อเสนอเป็นญัตติ แบ่งเป็นพรรคพลังประชาชน 123 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 5 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 4 คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย 2 คน และ ส.ว.อีก 30 คน โดยไม่มี ส.ส.พรรคชาติไทยและพรรคประชาราชเข้าชื่อ ถึงมือนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาแล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่าการเข้ายื่นในครั้งนี้มีความพยายามลบภาพรัฐบาลออกไปไม่ให้เกี่ยวข้อง โดยใช้ ส.ส.ซึ่งไม่เป็นที่รู้จักนักคือ นายบุญจง วงศ์ไตรรงค์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน พร้อมคณะ ส.ส.อีสานอีกประมาณ 30 คน เป็นตัวแทน สำหรับขั้นตอนต่อไปนายชัยเผยว่า ต้องตรวจสอบรายชื่อพร้อมทั้งความถูกต้องว่าทำตามขั้นตอนหรือไม่ จากนั้นจะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมภายใน 15 วัน นับแต่วันเปิดประชุมสมัยวิสามัญในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ เขาไม่เชื่อว่าการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่การเผชิญหน้า "ไม่ทราบพันธมิตรเป็นใคร ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยไปมาหาสู่ และขณะนี้ยังไม่เห็นประชาชนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน มีแต่คนบอกให้แก้เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 164 สมาชิกรัฐสภา ให้เหตุผลในการยื่นว่า สังคมไทยขณะนี้มีปัญหาอันเนื่องจากความขัดแย้งของประชาชน 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และออกมาเคลื่อนไหว มีท่าทีจะลุกลามต่อไปอันอาจกลายเป็นความรุนแรง ที่เรียกว่า "วิกฤติทางรัฐธรรมนูญ" ในฐานะเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติเห็นว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยใช้วิธีทางกฎหมาย มิใช่ด้วยการยึดอำนาจล้มล้างการปกครอง ทั้งยังจะเป็นแบบอย่างที่ดีในอนาคตอีกด้วย การยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มิได้เปิดโอกาสให้ภาคการเมืองและประชาชนโดยส่วนใหญ่มีส่วนร่วม เนื้อหาจึงแฝงด้วยอคติต่อพรรคการเมืองและนักการเมือง เป็นเหตุให้องค์กรฝ่ายบริหารมีความอ่อนแอ ปัญหาของบทเฉพาะกาลที่ให้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินที่มาจากการยึดอำนาจมีอำนาจหน้าที่ต่อไป ยกเว้นการใช้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้แก่กลุ่มบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะ ทำให้ผู้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพโดยผลของการยึดอำนาจการปกครองประเทศไม่อาจยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ขึ้นมาปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของตนเองได้ เป็นการทำลายหลักนิติรัฐอย่างรุนแรง อีกทั้งเปิดช่องให้มีการใช้กำลังทำการรัฐประหารอีกต่อไปในอนาต สำหรับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ เป็นร่างของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (คปพร.) ซึ่งแปลงสภาพมาจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ที่ให้การสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีทั้งสิ้น 15 มาตรา รูปแบบการยกร่างเหมือนกับร่างที่พรรคพลังประชาชนเสนอออกสู่สาธารณะก่อนหน้านี้ และถูกโจมตีอย่างหนักว่าเป็นการล้างความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะมีบทเฉพาะกาลที่ล้างบางองค์กรอิสระที่ตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นในรัฐบาลทักษิณ หลักการการเสนอร่างฯ เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ เพราะระบุว่าการนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้บทบัญญัติเป็นไปตามการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นปัจจุบัน และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทำได้ง่ายขึ้น หัวข้อ: Re: เขย่าองคมนตรีไม่รับรองสถานะ'บทเฉพาะกาล'ฟอกแม้ว เริ่มหัวข้อโดย: 55555 ที่ 22-05-2008, 19:56 เหตุผลยกร่างฯ ต้องการทักษิณกลับ
ส่วนเหตุผล ได้โจมตีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ว่าข้ออ้างที่ว่าประชาชนเสื่อมศรัทธาในการบริหารราชการแผ่นดิน ไร้ประสิทธิภาพในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มีการทุจริตและประพฤติมิชอบขึ้นอย่างกว้างขวาง ข้ออ้างเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่ตอลดเวลาในสังคมการเมืองประเทศไทย จนระบอบประชาธิปไตยมีแต่ล้มลุกคลุกคลานไม่ต่อเนื่อง เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แม้การบริหารราชการแผ่นดินในช่วงก่อนวันที่ 19 กันยายน 2549 อาจจะมีข้อบกพร่อง แต่ก็ไม่ใช่จะไม่มีสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเกี่ยวกับการดูแลประชาชนผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้ได้รับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพประสบความเร็จอย่างมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การเข้าถึงยาและหมอ การสร้างโอกาสในการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาให้แก่ประชาชน รวมถึงการลงทุนและการค้าขายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้สภาวะเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นอย่างมาก การยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 และจัดตั้งองค์การต่างๆ ขึ้นมา หรือแต่งตั้งบุคคลเข้าไปอยู่ในองค์กรตามกฎหมายที่มีอำนาจสอบสวน สืบสวน ไต่สวนหรือวินิจฉัย รวมถึงองค์กรที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ก็เป็นการดำเนินการของอำนาจเผด็จการภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ซึ่งผู้ยึดอำนาจเป็นผู้จัดให้มีขึ้น มิได้อยู่บนหลักของการบริหราชการแผ่นดินที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งตรงกันข้ามกับระบบที่ดำรงอยู่ก่อนการยึดอำนาจนั้น รวมทั้งการดำเนินการขององค์กรและบุคคลที่อำนาจเผด็จการ แต่งตั้งขึ้นก็มีเป้าหมายที่จะรองรับเหตุผลในการยึดอำนาจของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มิได้วางตัวเป็นกลางตามหลักกฎหมายภายใต้การปกครองที่เป็นประชาธิปไตย การล้มล้างรัฐธรรมนูญปี 2540 นั้นเป็นความผิดมหันต์ มีโทษอาญา แต่ผู้ยึดอำนาจก็ได้แก้ไขความผิดของตนโดยวิธีการนิรโทษกรรมจนกลายเป็นประเพณีอันเลวร้ายสืบทอดต่อกันมา เพื่อปกปิดและปกป้องการกระทำผิดและความไม่โปร่งใสของอำนาจเผด็จการและพวกพ้องจนเป็นที่เอือมระอาของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ดังนั้น เพื่อไม่ให้ประเพณีเช่นนี้สืบทอดต่อไปในภายภาคหน้า จึงสมควรนำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ซึ่งยกร่างขึ้นในสภาวการณ์และบรรยาการที่เป็นประชาธิปไตยและประชาชนมีความรู้สึกร่วมกันว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนกลับมาใช้อีก หัวข้อ: Re: เขย่าองคมนตรีไม่รับรองสถานะ'บทเฉพาะกาล'ฟอกแม้ว เริ่มหัวข้อโดย: 55555 ที่ 22-05-2008, 20:00 (ต่อ)
15 มาตราในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฯ ได้กำหนดให้คงหมวดพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 เพียงหมวดเดียว แม้จะมีการระบุว่าให้คงหมวด 1 คือหมวดทั่วไปไว้ด้วย แต่ก็มีการแก้ไขในประเด็นที่ยังมีความเห็นขัดแย้งกันสูงในสังคมนั้นคือ มีการระบุลงไปในมาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา 5 ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิด เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน" ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ประชาชนชาวไทยย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน" ทวนความจำพระราชเสาวนีย์ ประเด็นนี้พระนางเจ้าสิริกิตยิ์ พระบรมราชินีนาถ เคยมีพระราชเสานีย์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2550 ตอนหนึ่งความว่า "...แล้วข้าพเจ้าได้พบปะกับนักเรียนไทย ประมาณ 4 พันคน เขาได้ถามอะไรข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไม่คิดว่าจะถูกถามเรื่องพระพุทธศาสนากับรัฐธรรมนูญ ซึ่งข้าพเจ้าไม่คิดเลยที่จะโดนถามอย่างนั้น ข้าพเจ้าก็อธิบายไม่ได้มีกระดาษอะไรเลยต้องอธิบายว่า ข้าพเจ้าคิดเองว่าพระบวรพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดสูงส่งแล้ว และได้รับการสนับสนุนมาตลอด ตั้งแต่สมัยสุโขทัย จากคนไทยทั้งชาติ พระบวรพุทธศาสนาเป็นของที่สะอาดสูงสุด ทุกคนคิดว่าไม่อยากให้เข้าไปพัวพันกับคำว่าการเมือง ข้าพเจ้าพูดเช่นนั้นต่อหน้านักเรียนไทย 4 พันคน ควรเทิดทูนเอาไว้เหนือเกล้าว่า เป็นแสงสว่างในหัวใจของคนไทยทั้งหลาย การเมืองบางครั้งก็มีความผิดพลาด บางครั้งก็มัวหมองได้หลายเรื่อง เพราะฉะนั้นไม่ควรเอาพระบวร พุทธศาสนาไปไว้กับกฎหมายสูงสุดแห่งประเทศไทย คือ รัฐธรรมนูญ ควรจะทิ้งบวรพระพุทธศาสนาไว้เช่นนี้ ที่ถูกเทิดทูนโดยประชาชนทั้งชาติ พอข้าพเจ้าพูดจบ เล่าเหตุผลจบ ข้าพเจ้าได้รับการปรบมือดังสนั่นลั่นไปหมดเลยนาน ในเมืองไทย ข้าพเจ้าได้ทราบว่าพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่คนนับถือมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คงจะไม่ให้ใครมาแตะได้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่า การเมืองบางครั้งมีอะไรหลายอย่าง ไม่ค่อยตรงไปตรงมานัก เพราะฉะนั้นดีแล้วที่พระบวรพระพุทธศาสนาแยกไปเสียให้พ้นจากการเมืองจะดีกว่าไม่ทราบว่าทุกท่านในที่นี้เห็นอย่างเดียว กับข้าพเจ้าหรือเปล่า" สำหรับมาตราอื่นๆเป็นการนำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาเกือบทั้งหมดโดยมีการแก้ไขเล็กน้อย ในประเด็นการเข้าชื่อของส.ส.เพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ในวรรคหนึ่งของมาตรา 185 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 จากจำนวน "ไม่น้อยกว่าสองในห้า" เป็นจำนวน "ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า" และแก้ไขจำนวนส.ส.ที่มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในวรรคหนึ่งของมาตรา 186 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 จากจำนวน "ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า" เป็นจำนวน "ไม่น้อยกว่าหนึ่งในหก" จุดสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมยังอยู่ที่บทเฉพาะกาล พบว่ามีการคุ้มครองสถานะของส.ส.,ส.ว.,รัฐบาลตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ ไม่มีการรับรองสถานะขององคมนตรีเหมือนในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ การไม่ระบุเช่นนี้อาจส่งผล ให้ องคมนตรีที่มาจากการแต่งตั้งโดยพระราชอัธยาศัยของพระมหากษัตริย์ต้องพ้นสภาพไปทั้งคณะ บทเฉพาะกาลยังให้ส.ว.สรรหามีวาระการดำรงตำแหน่งเพียง 3 ปี นับแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2551 หัวข้อ: Re: เขย่าองคมนตรีไม่รับรองสถานะ'บทเฉพาะกาล'ฟอกแม้ว เริ่มหัวข้อโดย: 55555 ที่ 22-05-2008, 20:06 สำหรับประเด็นที่เกรงกันมาตลอดว่าจะมีการฟอกความผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ยังคงมีอยู่ในบทเฉพาะกาลของร่างฯนี้ ซึ่งบัญญัติไว้ใน มาตรา 14 ระบุว่า" บรรดาประกาศ คำสั่ง กฎ หรือการใดที่กระทำโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหาษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือสืบเนื่องจากประกาศ คำสั่ง กฎ หรือการดังกล่าว หรือองค์กรที่จัดขึ้นโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ เป็นอันใช้บังคับไม่ได้"........อ่านกระทู้ ประกอบhttp://forum.serithai.net/index.php?topic=26248.0
มาตราที่เคยสร้างความฉงนว่ามีไว้เพื่อการอะไรในร่างแก้ไขของพรรคพลังประชาชน กลับมาบัญญัติในมาตรา 16 ซึ่งเป็นมาตราสุดท้ายของร่างฯฉบับนี้ ระบุด้วยถ้อยคำเดียวกันว่า " บทบัญญัติใดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กฎหมาย หรือกฎที่อ้างถึงบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าบทบัญญัติที่ถูกอ้างถึงนั้น เป็นการอ้างถึงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ ในบทมาตราที่มีนัยเช่นเดียวกัน" ในประเด็นสถานะภาพขององคมนตรีนั้น ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าของร่างฯ คือนายวิภูมิแถลง พัฒนภูมิไทย คณะกรรมการ (คปพร.)ว่า คนที่ร่างดังกล่าวประกอบด้วยคณะกรรมการคปพร.อาทิน.พ.เหวง โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ที่ไม่เขียนเอาไว้ เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาสู่สภา และจะมีการแปรญัตติเพิ่มเติมในส่วนที่เหมาะสมและจะมีการเขียนในภายหลัง อีกทั้งขณะร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวคณะกรรมการคปพร.ไม่มีนักกฎหมายมหาชนคอยให้คำปรึกษาในเรื่องนี้ "ตุ๊ดตู่"ชุ่ยเซ็นชื่อเสนอโดยไม่อ่าน ขณะที่นายจตพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน อดีตนปก. ที่ร่วมเข้าชื่อเสนอร่างฯ กลับกล่าวว่า ต้องศึกษารายละเอียดอีก 1-2 วันเพราะขณะนี้ยังไม่ทราบร่างดังกล่าวอย่างชัดเจน ด้านนายคมสัน โพธิ์คง อดีตส.ส.ร. ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะขัดแย้งกับองคมนตรีหรือไม่ ซึ่งตามหลักการองคมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ 40 หรือ 50 แม้จะเป็นองคมนตรีเหมือนกัน แต่ก็เป็นองคมนตรีคนละรัฐธรรมนูญ อยู่ภายใต้อำนาจกติกาและโครงสร้างของรัฐธรรมนูญคนละฉบับ ซึ่งต้องเขียนบทเฉพาะกาลรองรับองคมนตรีไว้เหมือนกับนายกฯและส.ส. "การที่ไม่เขียนรองรับสถานะองคมนตรีไว้ แม้จะไม่มีผลต่อการมีอยู่ขององคมนตรีแต่ก็จะถูกตีความว่าเป็นองคมนตรีในรัฐธรรมนูญฉบับใด ซึ่งจะเป็นความตั้งใจหรือพลั้งเผลอก็ไม่ทราบได้"อดีตส.ส.ร.กล่าว ที่เหลือตามไปอ่าน กันก็แล้วกันครับ......ตามลิ้งค์ในทู้ หัวข้อ: Re: เขย่าองคมนตรีไม่รับรองสถานะ'บทเฉพาะกาล'ฟอกแม้ว เริ่มหัวข้อโดย: Aha555 ที่ 22-05-2008, 20:36 :slime_bigsmile: มารเหลี่ยมมัน อยากเป็นนายก จนตัวสั่น... ต้องเร่งล้มรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพราะมันจะได้ไม่ต้องขึ้นศาล คนฉลาด ๆ มักจะรู้ทันเล่ห์มารเหลี่ยม... เห็นจะมีแต่พวกรากโง่...โดนหลอกซ้ำซาก แก๊งมารเหลี่ยมมันบอกจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน ก๊าก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ รากโง่มันก็เชื๊อ เชื่อ :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: เขย่าองคมนตรีไม่รับรองสถานะ'บทเฉพาะกาล'ฟอกแม้ว เริ่มหัวข้อโดย: 55555 ที่ 23-05-2008, 08:58 ที่หมวด 15 ในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เป็นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
แต่ ร่างที่ นำยื่น ต่อ คุณปู่ชิดชัย พ่อ คุณเนวิน แห่ง บุรีรัมย์ นคร....ที่ กำลังจะเป็นเจ้าของประเทศ มันไม่ใช่การแก้ไข รัฐธรรมนูญ แล้ว มั๊งครับ........เพราะ เหลือ มาตรา 1 มาตราเดียว... ผมว่า มันน่า จะเป็นล้มล้างรัฐธรรมนูญ มากกว่ามั๊ง......เพราะ มันเกินกว่า 90 % ไม่น่าจะเรียกว่า แก้ไขแล้ว เอาให้พอเลยเพ่ ...ลูกหลาน ศรีธนนชัย ทั้งนั้น :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: เขย่าองคมนตรีไม่รับรองสถานะ'บทเฉพาะกาล'ฟอกแม้ว เริ่มหัวข้อโดย: เพื่อนร่วมชาติ ที่ 23-05-2008, 09:07 ที่หมวด 15 ในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เป็นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ ร่างที่ นำยื่น ต่อ คุณปู่ชิดชัย พ่อ คุณเนวิน แห่ง บุรีรัมย์ นคร....ที่ กำลังจะเป็นเจ้าของประเทศ มันไม่ใช่การแก้ไข รัฐธรรมนูญ แล้ว มั๊งครับ........เพราะ เหลือ มาตรา 1 มาตราเดียว... ผมว่า มันน่า จะเป็นล้มล้างรัฐธรรมนูญ มากกว่ามั๊ง......เพราะ มันเกินกว่า 90 % ไม่น่าจะเรียกว่า แก้ไขแล้ว เอาให้พอเลยเพ่ ...ลูกหลาน ศรีธนนชัย ทั้งนั้น :slime_bigsmile: ถ้าสังเกตคำพูดของพวกมัน จะเห็นว่าไอ้พวกนี้เป็นพวกมีปมด้อย มีปัญหาทางจิตกันทั้งนั้น สมัยพ่อเหลี่ยมของพวกมัน เห็นประเทศอื่นมีอะไรก็อยากมีกะเค้าบ้าง ทั้งไนท์ซาฟารี แอร์ฟอร์ซวัน ฯลฯ พอพวกมันเห็นพันธมิตรชุมนุมต่อต้าน พวกมันก็อยากมีม็อบมั่ง บอกพันธมิตรทำได้ ทำไมพวกมันจะทำมั่งไม่ได้ พอมาถึงเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ไอ้หมักเมถุนนี่แหละ บอกว่าทีทหารยังฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ แล้วทำไมพวกมันจะแก้รัฐธรรมนูญมั่งไม่ได้ โรคจิต |