|
หัวข้อ: เอกยุทธฟันธง "ยกเลิกกันสำรอง30% .. กำไร2เด้ง ถอนทุนไม่ต่ำกว่าห้าพันล้าน" เริ่มหัวข้อโดย: สมชายสายชม ที่ 01-03-2008, 21:35 http://thaiinsider.info/portal/content/view/6687/20/
ไม่กล้านำมาลง .. เดี๋ยวไอ้พวกนักการเมืองครึ่งบกครึ่งน้ำมันจะฟ้องเรียกเงินพันล้าน :slime_dizzy: ... หัวข้อ: Re: เอกยุทธฟันธง "ยกเลิกกันสำรอง30% .. กำไร2เด้ง ถอนทุนไม่ต่ำกว่าห้าพันล้าน" เริ่มหัวข้อโดย: ดอกฟ้ากับหมาวัด ที่ 01-03-2008, 22:10 มิน่าล่ะ....เปิดตลาดภาคบ่ายวันนั้น
มีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มพลังงานมากจนผิดปรกติ ทั้งที่ตลาดต่างประเทศติดลบ พอหลังปิดตลาดภาคบ่ายก็มีประกาศยกเลิกการสำรอง 30 % แหม.....น่ามีใครมาเข้าฝันเราบ้างนะเนี่ย :slime_cool: หัวข้อ: Re: เอกยุทธฟันธง "ยกเลิกกันสำรอง30% .. กำไร2เด้ง ถอนทุนไม่ต่ำกว่าห้าพันล้าน" เริ่มหัวข้อโดย: ปุถุชน ที่ 01-03-2008, 22:33 มิน่าล่ะ....เปิดตลาดภาคบ่ายวันนั้น มีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มพลังงานมากจนผิดปรกติ ทั้งที่ตลาดต่างประเทศติดลบ พอหลังปิดตลาดภาคบ่ายก็มีประกาศยกเลิกการสำรอง 30 % แหม.....น่ามีใครมาเข้าฝันเราบ้างนะเนี่ย :slime_cool: อดีตนายกฯ จำเลยคดีทุจริตต่าง ๆของคณะกรรมการ คตส.และ ดีเอสไอ. ไม่ต้อง'ฝัน' ขอเพียง'วิเคราะห์'เป็น และมี'เด็กในบริษัทฯ'ดีอย่าง ทนง ลำใย ก็พอแล้ว...... คราวนี้ก็เหมือนกัน มี'เด็กในบริษัทฯ' ดีอย่าง'หมอลดความอ้วน'ก็พอแล้ว.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า หัวข้อ: Re: เอกยุทธฟันธง "ยกเลิกกันสำรอง30% .. กำไร2เด้ง ถอนทุนไม่ต่ำกว่าห้าพันล้าน" เริ่มหัวข้อโดย: ดอกฟ้ากับหมาวัด ที่ 01-03-2008, 22:41 ต่อไปนี้ ความหมายของคำว่า...รวยกระจุก เจ๊งกระจาย
ไม่ต้องตีความแล้ว ได้เห็นชัดๆแน่ค่ะลุงปุฯ หัวข้อ: Re: เอกยุทธฟันธง "ยกเลิกกันสำรอง30% .. กำไร2เด้ง ถอนทุนไม่ต่ำกว่าห้าพันล้าน" เริ่มหัวข้อโดย: login not found ที่ 02-03-2008, 10:32 ผู้ว่าฯ ธปท.ประกาศยกเลิกมาตรการสำรอง 30% แล้ว มีผล 3 มี.ค.นี้
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 กุมภาพันธ์ 2551 17:04 น. คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น ผู้ว่าการ ธปท.ประกาศยกเลิกมาตรการสำรอง 30% แล้ว โดยให้มีผล 3 มี.ค.นี้ หลังข่าวลือสะพัดหนัก “ธาริษา” ยืนยันสาเหตุการยกเลิก เพราะตัวเลข ศก.เริ่มฟื้นตัวขึ้นชัดเจน ขณะที่นักค้าเงิน ชี้ ค่าเงินบาทแข็งขึ้นเร็วมาก โดยแกว่งแตะ 31.40-31.60 บาท/ดอลลาร์ ล่าสุด ธปท.มีการประกาศมีมาตรการต่างๆ รองรับสถานการณ์ ทั้งมาตรการสกัดการเก็งกำไร และมาตรการชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยแล้ว วันนี้ (29 ก.พ.) นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดแถลงข่าวใหญ โดยประกาศยกเลิกมาตรการสำรอง 30% เงินทุนนำเข้าระยะสั้น มีผล 3 มี.ค.นี้ เนื่องจากสถานการณ์แวดล้อมต่างๆ เอื้ออำนวย และมีการเตรียมมาตรการรองรับไว้หมดแล้ว โดยเช้าวันจันทร์ ธปท.จะเชิญผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ เข้ารับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรการ 30% โดยการชี้แจงดังกล่าว จะครอบคลุมถึงเงินที่ธนาคารได้มีการกันสำรอง และนำส่งมายัง ธปท.ว่าจะมีการส่งคืนภายในเมื่อไหร่ อย่างไรด้วย ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวถึงมาตรการรองรับการบริหารจัดการการไหลเข้า-ออกของเงินทุนหลักการยกเลิกมาตรการ รวมทั้งมีมาตรการติดตามข้อมูลและป้องกันการเก็งกำไรค่าเงิน ธปท.ซึ่งได้แก่ การสนับสนุนการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยเพิ่มวงเงินให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นจำนวน 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อจัดสรรให้กับ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) รวมทั้งบุคคลธรรมดาที่ลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคล หรือผ่าน บล.ในการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ สำหรับการปรับปรุงมาตรการป้องปราบการเก็งกำไรค่าเงินบาทที่สำคัญ คือ ปรับเกณฑ์การกู้ยืมเงินบาทของสถาบันการเงินในประเทศจากผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศ โดยลดวงเงินกู้ยืมโดยไม่มีธุรกรรมรองรับทุกอายุสัญญาให้มียอดคงค้างแต่ละสถาบันการเงินไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อกลุ่มผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศ เพื่อจำกัดช่องทางการเก็งกำไร รวมทั้งปรับเกณฑ์การจำกัดการปล่อยสภาพคล่องเงินบาทของสถาบันการเงินในประเทศแก่ผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศ โดยไม่มีธุรกรรมรองรับ ให้มียอดคงค้างแต่ละธนาคารไม่เกิน 300 ล้านบาทต่อกลุ่มผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศเพื่อเพิ่มความต้องการซื้อเงินตราต่างประเทศ ธปท.ยังปรับปรุงโครงสร้างบัญชีผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศ โดยแยกประเภทบัญชีเงินบาทออกเป็นบัญชีเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น และบัญชีเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เพื่อประโยชน์ในการติดตามการไหลเข้า-ออกของเงินทุน โดยเงินบาทในแต่ละประเภทบัญชีสามารถโอนระหว่างประเภทบัญชีเดียวกันได้ แต่ห้ามโอนข้ามประเภทบัญชี นางธาริษา กล่าวว่า ธปท.ยังมีมาตรการชั่วคราวเพื่อสนับสนุนการปรับตัวและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิของผู้ประกอบการรายย่อย (SME) โดยจัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ 3 ปี ด้วยการให้สินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรนผ่านสถาบันการเงินรวม 4 หมื่นล้านบาท และจัดโครงการรับซื้อต่อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าที่ผู้ประกอบการรายย่อยขายผ่านสถาบันการเงิน เป็นเวลา 6 เดือน นางธาริษา กล่าวถึงสาเหตุที่ยกเลิกมาตรการดังกล่าว เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2550 และเดือน ม.ค.51 เห็นถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ ขณะที่กระแสเงินทุนเข้าออกเริ่มมีความสมดุล ด้านปริมาณเงินตราต่างประเทศเข้า-ออก มีควาสสมดุลมากขึ้น จากการเกินดุลการค้าเริ่มชะลอลงในเดือนมกราคม 2551 ประกอบกับปริมาณงินลงทุนของไทยในต่างประเทศได้ปรับตัวสูงขึ้นตามการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการลงทุนในต่างประเทศ รวมทั้งการอนุญาตให้บุคคลในประเทศฝากเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารพาณิชย์ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ในส่วนของภาคการผลิตและภาคการส่งออกได้รับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงค่าเงินได้ดีขึ้นจากการป้องกันควาเมสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นมาก รวมทั้งได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การจัดการ และการกระจายตลาด ทั้งนี้ ธปท.มีเครื่องมือมากขึ้นในการดูแลสภาพคล่องและค่าเงิน ภายใต้ พ.ร.บ.ธปท.ฉบับใหม่ นอกจากนี้ แผนของกระทรวงการคลังในการปรับปรุงโครงสร้างและบริหารหนี้สาธารณะ รวมถึงการใช้ประโยชน์จาก พ.ร.บ.หนี้สาธารณะที่จะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ จะช่วยเพิ่มความสมดุลของเงินทุนเคลื่อนย้าย นอกจากนั้น ในระยะหลังมีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าจะมีการยกเลิกมาตรการดำรงเงินสำรองเงินนำเข้าระยะสั้น ผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ในตลาดก็ได้ปนับเปลี่ยนพฤติกรรมไปตามคาดการณ์ดังกล่าว จนทำให้ประสิทธิผลของมาตรการลดลงตามลำดับ นางธาริษา ยืนยันว่า ธปท.ได้พิจารณาปัจจัยด้านต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรอบคอบแล้ว และเห็นว่า สถานการณ์ขณะนี้เหมาะสม เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวชัดเจน ส่งออกขยายตัวดี บวกกับมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทำให้ความเชื่อมั่นเอกชนเพิ่มขึ้น ปริมาณเงินไหล-เข้าออกสมดุลกัน, เงินลงทุนของไทยในต่างประเทศปรับสูงขึ้น, มีการอนุญาตให้คนไทยไปลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้น ประกอบกับแบงก์ชาติมีเครื่องมือในการดูแลสภาพคล่องมากขึ้น ภายใต้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ จึงได้จังหวะเหมาะสมแล้ว ที่เห็นควรประกาศในวันนี้ ทั้งนี้ ธปท.ได้ประกาศใช้มาตรการกันสำรอง 30% มาตั้งแต่ปลายปี 2549 เพื่อสกัดกั้นเงินทุนระยะสั้นต่างประเทศที่เข้ามาเก็งกำไรเงินบาท และเพื่อชะลอการแข็งขึ้นอย่างรวดเร็วของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ โดยก่อนหน้านี้ มีข่าวลืมสะพัดอย่างหนักว่า ธปท.โดนแรงกดดันทางการเมือง เข้ามาบีบทุกรูปแบบ เพื่อให้เร่งประกาศยกเลิกกันสำรอง 30% เพื่อกระตุ้นการกลับเข้ามาลงทุนของต่างชาติ ซึ่งจะช่วยฟื้นการลงทุนในประเทศหลังการลงทุนภาคเอกชนชะลอลงในปีที่ผ่านมา ด้านนักบริหารเงินจากธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เงินบาทล่าสุดขณะนี้แกว่งตัวอยู่ในช่วง 31.40/60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ ธปท.ประกาศยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา โดยเห็นว่าเงินบาทยังมีโอกาสแข็งค่าได้ต่อ ซึ่งต้องจับตาดูมาตรการเสริมต่อจากนี้ “ถ้ายกเลิกมาตรการนี้ เงินบาทมันก็แข็งค่าขึ้นต่อ แต่คงยังบอกไม่ได้ว่าแข็งค่าต่อไปที่ระดับใด เพราะต้องแล้วแต่ว่า นโยบายที่รองรับออกมา จะมีผลชะรอความร้อนแรงได้เพียงไหน” http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9510000025359 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- นโยบายนี้คงเป็นจริงๆไม่ได้ ถ้าไม่มีนายสั่ง และขี้ข้าพลอยพยัก คนคิดนโยบายไม่ได้คิดถึง ศก.อะไรหรอก เพราะมันก็เป็นแค่วิธี"ขนเงิน" ที่พวกเลวๆบางคนมีจุดประสงค์จะขนเงินหนีไปได้สะดวกๆแบบกำไรสองเด้ง 1. ได้กำไรค่า้เงินเพราะเงินบาทแข็ง 2. ได้อำนวยความสะดวกจากมาตรการสนับสนุนให้ขนเงินออกไปลงทุนใน ตปท. ส่วนประชาชนไทยรับกรรมสองเด้ง 1. ส่งออกไม่ได้เพราะค่าเงินบาทแข็ง 2. โดนโจมตีค่าเงิน คนรวยๆก็ได้กำไรหุ้น/ค่าเงิน คนจนๆก็ได้เงินหาเสียง เงินแจกตามนโยบาย เงินกู้(ที่เตรียมจะชักดาบ) ประชาชนคนชั้นกลาง ผู้ประกอบการก็รับกรรมไป(ทำไมซวยงี้ว๊า) :slime_worship: :slime_worship: หัวข้อ: Re: เอกยุทธฟันธง "ยกเลิกกันสำรอง30% .. กำไร2เด้ง ถอนทุนไม่ต่ำกว่าห้าพันล้าน" เริ่มหัวข้อโดย: An.mkII ที่ 02-03-2008, 10:56 ผมขอออกตัวว่าไม่เก่งเรื่องพวกนี้....
แต่ที่ผมรู้เเละผมเก่ง...คือนิสัยมาตรฐานสองระดับของไอ้คนบางกลุ่ม... คนบางกลุ่มที่ว่า ขิงเเก่ ขิงเน่า มันบริหารจนบาทเเข็ง มันดิ้นนนนน ยังกะปลิงโดนอะไรราด... แต่นี้ยกเลิก๓๐%ปั๊บ บาทเเข็งเท่าไร่ แต่ก็็๋ไม่ยังมีไอ้หน้่าเก่าๆ ที่เคยด่าขิงเเก่ขิงเน่า มาด่ารัฐบาลหมาแก่หัวเน่ากันซักคน :slime_whistle: หัวข้อ: Re: เอกยุทธฟันธง "ยกเลิกกันสำรอง30% .. กำไร2เด้ง ถอนทุนไม่ต่ำกว่าห้าพันล้าน" เริ่มหัวข้อโดย: ดอกฟ้ากับหมาวัด ที่ 02-03-2008, 21:32 พอยกเลิกมาตรการ 30 % จนบาทแข็งได้ที่แล้ว...
อีทีนี้ก็ค่อยๆปล่อยขายดอลล์ที่ตุนไว้ด้วยความใจเย็น ออกมาให้บาทอ่อนแบบเนียนๆ แล้วก็มาคุยทับว่าผลงานของใคร ที่ตัดสินใจถูกต้อง ละครเรื่องนี้เค้าวางแผนไว้เนียนๆแล๊นนน.. ส่วนตลาดหุ้น จะทะยานขึ้นไป อวดว่าความมั่นใจของนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศกลับคืนมา เพราะฝีมือใคร ส่วนรายใหญ่เช็คกระแสเล่นตามน้ำ รวยเละ พวกรายย่อย...กลายเป็นรายละเอียดอีกตามเคย นักวิแคะทั้งหลายที่มีผลประโยชน์ จะขุดหุ้นรายตัวขึ้นมาเชียร์ วันละสามเวลาหลังอาหาร พ่นแต่เรื่องดีๆ ให้นักลงทุนรายย่อยฝันหวานและเชื่อตาม เพราะตอนนี้ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำต้อยติดดิน ส่วนเงินกู้ ก็มีช่องว่างห่างกันแบบมีฝ่ามือพิฆาตมากางกั้น จะลงทุนขายอะไรก็ว้าเหว่วิเวกใจ เพราะมีแต่คนแย่งกันขายเต็มไปหมด กำลังซื้อของผู้บริโภคหดหายเหลือแค่หยิบมือเดียว SME ที่โคสะนาชวนเชื่อกว่าจะผ่านการให้กู้ของแต่ละธนาคาร ก็มีระเบียบยิบย่อยจนถอดใจ เฮ้ออออ.....รอยโคทับรอยควาย ไม่เคยสิ้นสุด อ๊าววว....เราฝันร้ายไปรึเปล่าเนี่ยยย.... หัวข้อ: Re: เอกยุทธฟันธง "ยกเลิกกันสำรอง30% .. กำไร2เด้ง ถอนทุนไม่ต่ำกว่าห้าพันล้าน" เริ่มหัวข้อโดย: mebeam ที่ 02-03-2008, 22:35 ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ก็เห็นด้วยที่จะยกเลิก ด้วยนี่
ถ้าไม่อยากยกเลิก ต้องเลือกรัฐบาลขิงแก่มาบริหารโน่นจ้า :slime_smile: หัวข้อ: Re: เอกยุทธฟันธง "ยกเลิกกันสำรอง30% .. กำไร2เด้ง ถอนทุนไม่ต่ำกว่าห้าพันล้าน" เริ่มหัวข้อโดย: ดอกฟ้ากับหมาวัด ที่ 02-03-2008, 22:45 ท่านผู้นำฝ่ายค้าย ก็เห็นด้วยที่จะยกเลิก ด้วยนี่ ถ้าไม่อยากยกเลิก ต้องเลือกรัฐบาลขิงแก่มาบริหารโน่นจ้า :slime_smile: [/quote ไอ้ตรงนี้คงต้องไปถามใจผู้นำฝ่ายค้านว่า ไม่สามารถทนกับกระแสกดดันทางการเมือง ที่เกี่ยวเนื่องกับการหาเสียงรึเปล่า การยกเลิกสำรอง น่าจะมีวิธีที่นุ่มนวลกว่าโดยปลดล๊อกทีละเสต็ป จาก สิบ ยี่สิบ สามสิบ แล้วค่อยประเมินผลได้เสีย ไม่ใช่นึกอยาก.... ก็ทำตามอำเภอใจ แล้วใครเสียใครได้ คิดเอาเอง คนที่เสียผลประโยชน์จาการกันสำรองครั้งนี้ มีหลายฝ่าย รวมทั้งฝ่ายนายทุนการเมืองด้วยน๊า สิบอกไห่....... หัวข้อ: Re: เอกยุทธฟันธง "ยกเลิกกันสำรอง30% .. กำไร2เด้ง ถอนทุนไม่ต่ำกว่าห้าพันล้าน" เริ่มหัวข้อโดย: Kittinunn ที่ 03-03-2008, 00:54 ประกาศ... มีคนบางคน ได้ไปแล้ว 5 พันล้านในเร็วๆ นี้
เพราะเงินเย็นแช่แข็งจะกลายเป็นเงินร้อนโดยฉับพลัน ถอนทุนคืนทางการเมือง และมีเงินไว้ใช้อำนาจต่อไป |