|
หัวข้อ: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: soco ที่ 06-02-2008, 11:28 มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบการใช้คำนำหน้านามหญิงเป็นอย่างอื่นตามที่มี กฎหมายบัญญัติ มาตรา ๔ หญิงซึ่งมีอายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้ใช้ คำนำหน้านามว่า นางสาว มาตรา ๕ หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้คำนำหน้านามว่า นาง หรือ นางสาว ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว มาตรา ๖ หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว หากต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงจะใช้ คำนำหน้านามว่า นาง หรือ นางสาว ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมาย ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามตามพระราชบัญญัตินี้ เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ต้นฉบับคลิ๊ก (http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/A/028/72.PDF) :slime_v: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: ใบไม้ทะเล ที่ 06-02-2008, 12:42 หนูฝันไปรึเปล่า :slime_slapped:
ตอนสาวๆๆไม่เป็นไรหรอกค่ะ ใช้ น.ส. ก็โอเค แต่ตอนสูงอายุแล้วยังนางสาวนี่ซิ แต่ถึงเวลานั้นคงชินอ่ะนะ :slime_doubt: ทางทีดีหาคำนำหน้าคำอื่นมาใช้แทนดีกว่า นี่แระสาเหตุที่เรียนเยอะๆๆไว้ ฮี่ๆ ปลอดภัยแล้วเราหลายทางเลือกเหลือเกิน :slime_bigsmile: ขอบคุณมากๆๆค่ะ คาดว่าในอนาคตหลายอย่างคงเท่าเทียมกันมากขึ้นนะค่ะ เพื่อให้ความเท่าเทียมกัน อนาว่า น่าจะเพิ่ม "นายหนุ่ม" สำหรับชายซึ่งมีอายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้ใช้ หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: ********Q******** ที่ 06-02-2008, 12:48 ผู้ชาย อาจจะยิงกันตาย เพราะไม่รู้เมียใครเป็นเมียใคร ไม่ก็คงกลายเป็นกระเทียมหมด.. :slime_smile2: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: นทร์ ที่ 06-02-2008, 12:54 ดีเหมือนกัน เท่าเทียมกันดี
ระวังสับสน ป้องกันให้ดีก็พอ :slime_v: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: ********Q******** ที่ 06-02-2008, 12:56 ดีเหมือนกัน เท่าเทียมกันดี ระวังสับสน ป้องกันให้ดีก็พอ :slime_v: ถ้าเท่าเทียมกันจริงๆ ผมว่าเรียกชือก็พอ.. หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: ใบไม้ทะเล ที่ 06-02-2008, 12:59 สองคนข้างบน ดูเหมือนไม่พอใจนะค่ะ บอกมาตรงๆๆก็ได้ :slime_cool: :slime_p:
หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: grave accent ที่ 06-02-2008, 13:21 ไม่เอาชื่อ นายหนุ่มหรอกครับ เขิน :slime_shy: :slime_shy:
หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 08-02-2008, 20:21 สองคนข้างบน ดูเหมือนไม่พอใจนะค่ะ บอกมาตรงๆๆก็ได้ :slime_cool: :slime_p: คุณอนาครับ ถ้าอายุ 50 + ปี แต่ยังใช้นางสาวหล่ะก็ คนไม่รู้อาจจะนึกว่า สาวขึ้นคานเอานะครับ ทั้งที่ลูกโตเป็นหนุ่มสาวแล้ว :slime_smile2: :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: ใบไม้ทะเล ที่ 09-02-2008, 10:06 คุณอนาครับ ถ้าอายุ 50 + ปี แต่ยังใช้นางสาวหล่ะก็ คนไม่รู้อาจจะนึกว่า สาวขึ้นคานเอานะครับ ทั้งที่ลูกโตเป็นหนุ่มสาวแล้ว :slime_smile2: :slime_bigsmile: ถึงเวลานั้น เรามีคำอื่นนำหน้าแล้วจ้า ถึงบอกเรียนเยอะ เพราะอยากหาอะไรมาแทนที่คำว่า น.ส. ไง :slime_fighto: :slime_fighto: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: Şiłąncē Mőbiuş ที่ 09-02-2008, 10:47 ถึงเวลานั้น เรามีคำอื่นนำหน้าแล้วจ้า ถึงบอกเรียนเยอะ เพราะอยากหาอะไรมาแทนที่คำว่า น.ส. ไง :slime_fighto: :slime_fighto: จุดประสงค์ในการเรียน มีแค่นั้นเองเหรอ อิอิอิ :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: อธิฏฐาน ที่ 09-02-2008, 10:59 หากจะเท่าเทียมกันจริง ๆ จาก ด.ช.เป็น นาย จาก ด.ญ. เป็น นาง ตัดนางสาวทิ้งไปเลยค่ะ กรณี นางสาว..........ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ฟังแล้วทะแม่ง ๆ ทุกที หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: hunter ที่ 09-02-2008, 11:25 :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile:
ถ้าอยากให้เท่าเทียมกันจริง หลังจากอายุ 15 ปี บริบูรณ์ น่าจะใช้คำว่า "คุณ" นำหน้าชื่อให้เหมือนกันทั้งหญิงและชาย ส่วนเพศ หรือ สถานะภาพการสมรสก็ ระบุกันเอาเอง..... :slime_v: :slime_v: :slime_v: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: Şiłąncē Mőbiuş ที่ 09-02-2008, 12:18 :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: ถ้าอยากให้เท่าเทียมกันจริง หลังจากอายุ 15 ปี บริบูรณ์ น่าจะใช้คำว่า "คุณ" นำหน้าชื่อให้เหมือนกันทั้งหญิงและชาย ส่วนเพศ หรือ สถานะภาพการสมรสก็ ระบุกันเอาเอง..... :slime_v: :slime_v: :slime_v: ชิหายแระ แล้วถ้าเป็นพวกเพศที่ 3 ล่ะ มิต้องล้วงให้รู้ก่อนรึไง :slime_doubt: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: ใบไม้ทะเล ที่ 09-02-2008, 12:43 ชิหายแระ แล้วถ้าเป็นพวกเพศที่ 3 ล่ะ มิต้องล้วงให้รู้ก่อนรึไง :slime_doubt: ไม่ต้องล้วงแค่มีเทสเตอร์ น้องโมเบียสจะเป็นเทสเตอร์ไหมอ่า :slime_slapped: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: นายเกตุ ที่ 09-02-2008, 14:53 ท่านศาตราจารย์ ด๊อกเตอร์ นางสาว อนา
แหม โก้ไม่หยอกเนอะ :slime_v: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 09-02-2008, 17:23 ถึงเวลานั้น เรามีคำอื่นนำหน้าแล้วจ้า ถึงบอกเรียนเยอะ เพราะอยากหาอะไรมาแทนที่คำว่า น.ส. ไง :slime_fighto: :slime_fighto: ท่านศาตราจารย์ ด๊อกเตอร์ นางสาว อนาแหม โก้ไม่หยอกเนอะ :slime_v: เห็นจะจริงนะเนี่ย :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: jerasak ที่ 12-02-2008, 19:07 ผมเห็นเรื่องนี้แล้วก็ตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า..
"คนเราควรมีสิทธิปิดบังสถานภาพสมรสของตัวเองหรือไ่ม่?" ที่ผ่านมามีความไม่เท่าเทียมเนื่องจากผู้ชายไ่ม่เคยต้องแสดง สถานภาพสมรสของตนผ่านคำนำหน้าชื่อ และไม่ต้องเปลี่ยน นามสกุลตามคู่สมรส ซึ่งต่อมาในเรื่องนามสกุลมีกฎหมายรับรอง ให้ผู้หญิงสามารถ ใช้นามสกุลเดิม รวมทั้งให้บุตรสามารถใช้นามสกุลของแม่ และผมเห็นด้วยในเรื่องนี้ ... แต่การให้ผู้หญิงแต่งงานแล้วยังสามารถใช้ "นางสาว" ได้อยู่ ผมว่าน่าจะสร้างความสับสน และเหมือนเป็นการจงใจปิดบัง สถานภาพสมรสของตัวเอง ในขณะที่ผมอยากให้ฝ่ายชายถูกบังคับโดยกฎหมาย ให้ต้อง แสดงสถานภาพสมรสเหมือนกับฝ่ายหญิง เช่นระบุชื่อคู่สมรส ไว้ในบัตรประจำตัวประชาชน โดยส่วนตัวผมคิดว่าสถานภาพสมรสเป็นสิ่งที่ควรต้องเปิดเผย ไม่ใช่เปิดโอกาสให้สามารถปิดบังเรื่องนี้ต่อสาธารณะ ... เอาอย่างนี้ไหม ผมอยากเสนอว่าจะใช้คำนำหน้านามว่าอะไร ก็แล้วแต่ หากมีการจดทะเบียนสมรส ก็ควรต้องระบุชื่อคู่สมรส ไว้ในบัตรประจำตัวประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย ชั่วชีวิตคนเราคงไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันบ่อยๆ ใช่ไหมครับ ... ฝากคำถามย้ำเอาไว้ว่า.. "คนเราควรมีสิทธิปิดบังสถานภาพสมรสของตัวเองหรือไ่ม่?" :slime_smile: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 01-04-2008, 07:35 เอ้อ..อยากเรียนถาม ศ.ดร.นส.อนา ครับว่า มี คคห.อย่างไร ? กับการที่ชายเปลี่ยนผ่าตัดเป็นสาว จะเรียกว่าอะไรดีครับ....(อิอิ ดันกระทู้ด้วย) :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: morning star ที่ 03-04-2008, 06:29 ผมอยากให้พอจดทะเบียนแล้วใช้นางน่ะแหละไม่ต้องให้เลือกหรอก ดูดีกว่า ส่วนคุณผู้หญิงถ้ากลัวน้อยหน้า ก็ให้บังคับคุณผู้ชายเปลี่ยนคำนำหน้าด้วยถ้าแต่งงานไป (แก้ปัญหาหญิงโดนหลอกได้อีก) เช่น จาก เด็กชาย พอสิบห้าปุ๊บก็เป็น นาย พอแต่งงานปุ๊บ ก็เปลี่ยนเป็น คุณ หรือ ท่าน ก็ไม่เลวนะ เวลาสาว ๆ เจอหนุ่มเจ้าชู้มาจีบ จะได้รู้ไปเลยว่า หมอนี่มีเมียหรือเปล่า พอหย่าแล้วค่อยเปลี่ยนกลับไปหมือนเดิม แต่สำหรับเพศที่สามก็คงเป็นนายน่ะแหละ แต่ถ้าจำเป็นจริง ๆ คงกำหนดเฉพาะขึ้นมาเลย อาจจะเป็น นายสาว พอแต่งงานแล้วก็เปลี่ยนเป็น นางชาย ส่วนวัยเด็กนี่นึกได้คือ ด.ต...ย่อมาจาก เด็กแต๋ว หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 03-04-2008, 07:23 ผมอยากให้พอจดทะเบียนแล้วใช้นางน่ะแหละไม่ต้องให้เลือกหรอก ดูดีกว่า ส่วนคุณผู้หญิงถ้ากลัวน้อยหน้า ก็ให้บังคับคุณผู้ชายเปลี่ยนคำนำหน้าด้วยถ้าแต่งงานไป (แก้ปัญหาหญิงโดนหลอกได้อีก) เช่น จาก เด็กชาย พอสิบห้าปุ๊บก็เป็น นาย พอแต่งงานปุ๊บ ก็เปลี่ยนเป็น คุณ หรือ ท่าน ก็ไม่เลวนะ เวลาสาว ๆ เจอหนุ่มเจ้าชู้มาจีบ จะได้รู้ไปเลยว่า หมอนี่มีเมียหรือเปล่า พอหย่าแล้วค่อยเปลี่ยนกลับไปหมือนเดิม แต่สำหรับเพศที่สามก็คงเป็นนายน่ะแหละ แต่ถ้าจำเป็นจริง ๆ คงกำหนดเฉพาะขึ้นมาเลย อาจจะเป็น นายสาว พอแต่งงานแล้วก็เปลี่ยนเป็น นางชาย ส่วนวัยเด็กนี่นึกได้คือ ด.ต...ย่อมาจาก เด็กแต๋ว ยังเซ็งอยู่อีกอย่างครับ.. หญิงอยากเป็นชาย ผ่าตัดแปลงเพศก็ไม่ได้ จะใช้อะไรนำหน้าชื่อ :slime_smile2: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: THE THIRD WAY ที่ 03-04-2008, 08:38 ยังเซ็งอยู่อีอย่างครับ.. หญิงอยากเป็นชาย ผ่าตัดแปลงเพศก็ไม่ได้ จะใช้อะไรนำหน้าชื่อ
:slime_smile2: น่าจะใช้นายสาว :slime_bigsmile: หัวข้อ: มีกิ๊กติดคุก 6 เดือน กม.ใหม่คุมผัวเมีย... เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 01-05-2008, 16:55 มีกิ๊กติดคุก 6 เดือน กม.ใหม่คุมผัวเมีย กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เร่งกำหนดคำนิยาม "สามีและภรรยานอกใจ-มีชู้-มีกิ๊ก" ลักษณะใดเข้าข่ายทำร้ายจิตใจตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวบ้าง หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ระบุการกระทำผิดลักษณะดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ด้านเอ็นจีโอจี้พม.เผยแพร่กฎหมายดังกล่าวแจกคู่มือคนทำงาน-ประชาชน เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นางจิตราภา สุนทรพิพิธ รองผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่าความรุนแรงในครอบครัว หมายถึง การกระทำใดๆ โดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพ หรือกระทำโดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพของบุคคลในครอบครัว หรือบังคับ หรือใช้อำนาจครอบงำผิดทำนองคลองธรรมให้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการ ไม่กระทำการ หรือยอมรับการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบ "ดังนั้น กรณีที่ผู้หญิงและผู้ชายถูกสามีหรือภรรยาตัวเองนอกใจโดยไม่เต็มใจ ย่อมถือเป็นการทำร้ายจิตใจด้วย สามารถใช้สิทธิ์ฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายนี้ได้ โดยโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสำนักงานกิจการสตรีฯ จะเร่งหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อกำหนดนิยามของความรุนแรงด้านจิตใจให้ชัดเจนว่าต้องมีระดับความรุนแรงอย่างไร หรือส่งผลกระทบกับผู้ถูกกระทำมากน้อยเพียงใด จึงจะเข้าข่ายตามกฎหมายนี้" รองผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกล่าว ด้านน.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง เปิดเผยว่าระหว่างปี 2548-2550 พบว่ามีผู้หญิงปรึกษาปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 3,496 กรณี ส่วนใหญ่ประสบปัญหามากกว่า 1 กรณีและมักเก็บเงียบ บางรายกลายเป็นผู้ต้องหา พยายามฆ่า หรือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาในที่สุด โดยแอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากที่สุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา มูลนิธิเพื่อนหญิงและมูลนิธิหญิงไทย ได้จัดเสวนาเรื่อง "ไม่ทุกข์ซ้ำ ฟื้นเร็วด้วยกระบวนการที่เป็นมิตร" โดยเชิญผู้แทนกลไกสหวิชาชีพด้านกระบวนการยุติธรรม สังคมสงเคราะห์ และสุขภาพ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 โดยทุกฝ่ายยอมรับว่ายังมีความสับสนไม่ชัดเจนในการใช้กฎหมาย โดยเฉพาะกรณีที่เป็นการทำร้ายจิตใจ ลักษณะใดจึงจะเป็นความผิดตามกฎหมายนี้ จึงเรียกร้องให้กระทรวงพม. เร่งกำหนดกรอบให้ชัดเจน และจัดทำคู่มือการใช้กฎหมายแจกจ่ายให้กับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พนักงานสอบสวน จิตแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ ผู้พิพากษาและประชาชน http://www.saranair.com/ ____________________________________________________________________________ :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: 999 ที่ 02-05-2008, 00:33 พวกเคลื่อนไหวสิทธิสตรี่เห็นส่วนใหญ่มีปัญหาครอบครัวทั้งนั้น สังคมครอบครัวไทยกำลังล่มสลาย แบ่งขั้วเป็นญาติฝ่ายหญิงและญษติฝ่ายชาย ชายหญิงใดคิดมีบุตร พึงเตรียมพร้อมในบทบาทหน้าที่และความรักใคร่อบอุ่นในครอบครัวเล็กๆของตนให้จงหนัก ก่อนอื่นตรวจสอบญาติๆและมือที่สามให้ดี พวกนี้แอ็กทีฟยุ่งเรื่องครอบครัวชาวบ้านมาก เหมือนหวังดี แต่ได้ผลร้าย สรุป หาคู่ที่ชีวิตที่ดี โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ เป็นเรื่องที่ยากมากในสังคมไทย พวกไม่สร้างสรรค์สังคมมีมาก แก้ปัญหาแบบหลงทางด้วย หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: (ลุง)ถึก สไลเดอร์ ที่ 02-05-2008, 01:03 ต้องเอาอย่างประเทศที่เขาพัฒนาแล้วบ้างครับ อย่างประเทศในสแกนฯเป็นต้น
ในบัตรประชาชนไม่ต้องมีคำหน้านาม เพราะเขาคำนึงถึงสิทธิที่เท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ในบัตรประชาชนมีรูป มีวันเดือนปีเกิด ผมจะยกตัวอย่างให้ดู ชื่อ ถึก นามสกุล สไลเดอร์ ปี-เดือน-วันเกิด 520407-2313 ตรงเลข4ตัวที่ต่อจากวันเดือนปีเกิดคือ 2313 หมายเลข1 ถัดไปข้างหน้าเลข3(ตัวเลขหลักที่3) เป็นเครื่องหมายบ่งบอกเพศ เลขคี่คือผู้ชาย เลขคู่คือผู้หญิง หากมีคนเกิด 520407-2324 ก็เป็นผู้หญิง ความจริงดูจากรูปถ่ายก็ได้แล้ว แต่เนื่องจากสมัยนี้ มันวิปริตอาเพทกันไปหมดแล้ว ที่เห็นรูปว่าเป็นผู้หญิงอาจจะเป็นผู้ชายไปก็ได้....เอิ้กกกกกก เลยต้องใช้เลขจากจากบัตรประชาชนเป็นเครื่องบ่งบอกเพศให้ชัดเจนครับ ถ้าทำได้แบบนี้ ก็จะหมดปัญหาเรื่องคำหน้านามอีกต่อไป หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 02-05-2008, 08:18 อิอิ..แล้วคุณลุง ถึก มีกิ๊กบ้างปล่าวครับ... :slime_smile: หัวข้อ: หญิงไทยเฮ! 4 มิ.ย. ใช้ น.ส.- สกุลตัวเองได้ตามใจชอบ เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 03-06-2008, 19:38 หญิงไทยเฮ! 4 มิ.ย. ใช้ น.ส.- สกุลตัวเองได้ตามใจชอบ
(http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/main/7618-245_400.jpg) กทม. พร้อมให้บริการเปลี่ยนคำนำหน้านาม - สกุลเริ่ม 4 มิ.ย. เมื่อวานนี้(2 มิ.ย.) นายยศศักดิ์ คงมาก ผู้อำนวยการสำนักงานปกครองและทะเบียน กรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า เนื่องจาก พ.ร.บ.คำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551 จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มิถุนายน ซึ่งจะทำให้สตรีมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านาม และชื่อสกุลได้ตามความสมัครใจ ทั้งนี้ สำหรับหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้คำนำหน้านามว่า "นาง" หรือ "นางสาว" ได้ตามความสมัครใจ โดยจะต้องนำหลักฐาน ประกอบด้วย ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน ไปยื่นคำร้องขอเปลี่ยนที่สำนักงานเขตตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน สำหรับหญิงที่การสมรสสิ้นสุดลง จะใช้คำนำหน้านามว่า "นาง" หรือ "นางสาว" ได้ตามความสมัครใจเช่นเดียวกัน โดยจะต้องนำใบสำคัญการจดทะเบียนหย่า ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน ไปยื่นคำร้องขอเปลี่ยนที่สำนักงานเขตตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเช่นเดียวกัน ส่วนหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้ชื่อสุกลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ได้ตามที่ตกลงกัน หรือต่างฝ่ายต่างใช้ชื่อสกุลเดิมของตนก็ได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ยื่นคำร้องไปแล้วทางเจ้าหน้าที่จะทำหนังสือรับรองให้ จากนั้นจะต้องไปยื่นคำร้องที่ฝ่ายทะเบียนราษฎร์เพื่อแก้ไขในทะเบียนบ้าน รวมทั้งเพื่อทำบัตรประชาชนใหม่ต่อไป นายยศศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับหญิงที่กำลังจะจดทะเบียนสมรสนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะสอบถามก่อนว่าจะใช้นามสกุลของใคร และจะใช้คำนำหน้านามแบบไหน เพื่อดำเนินการระบุลงไปในทะเบียนสมรสเลย อย่างไรก็ตาม สำหรับหญิงที่ต้องการจะเปลี่ยนคำนำหน้านามก็มีข้อควรพึงระวังด้วยเช่นกัน เพราะจะต้องดำเนินการแก้ไขเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น สมุดเงินฝาก โฉนดที่ดิน หนังสือเดินทาง เป็นต้น ซึ่งอาจจะสร้างความสับสนและวุ่นวายได้ ดังนั้น จึงอยากให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนคำนำหน้านามนั้น พิจารณาและไตร่ตรองให้ดีก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้ จะต้องเดินทางไปเปลี่ยนที่สำนักงานเขตตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเท่านั้น โดยสามารถเดินทางไปเปลี่ยนได้ในวันและเวลาราชการตั้งแต่เวลา 08.30 16.30 น. ข้อมูลจาก (http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/krungtep.jpg) ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต http://hilight.kapook.com/view/24723 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------ นึกแล้วน่าจะสนุกดีนะครับ :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: ใบไม้ทะเล ที่ 05-06-2008, 10:17 คิดว่า แรกๆคงไม่มีใครอยากจะเปลี่ยนหรอก เพราะยังไม่คุ้นเคยหรือชินกัน แต่ต่อไปไม่แน่หรอก
พูดไปแล้วน่าจะมีกฏหมาย หากไม่ได้แต่งงาน ถ้าอยากไปใช้คำนำหน้าว่า "นาง" ก็ได้ มีคนคิดถึงกฏหมายข้อนี้ไหมค่ะ :slime_doubt: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: see - u ที่ 05-06-2008, 10:41 * ดิฉัน เฉย ๆ นะกับคำนำหน้า ......
จะใช้อะไรก็ได้ .... นาง หรือ น.ส. ก็ได้ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย การเปลี่ยนแค่ตัวอักษร ..... ไม่ได้ทำให้ สิทธิสตรี ดูโดดเด่นขึ้นมาหรอกจ้า !!! หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: ScaRECroW ที่ 05-06-2008, 11:49 ที่ผมแปลกใจคือ ทำไมประเทศที่เจริญแล้วเขาถึงไม่ต้องมีกฏหมายแบบนี้ คงเป็นเพราะเขาเจริญทางวัฒนธรรมก่อนจะเจริญทางวัตถุ
หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: Tuba ✿゚✎..✿.。.:。ღ ที่ 05-06-2008, 12:04 เพื่อให้ความเท่าเทียมกัน อนาว่า น่าจะเพิ่ม "นายหนุ่ม" สำหรับชายซึ่งมีอายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้ใช้ !!!!! Are you kiddng krub?????? I would resign from Thai people if I had to use "นายหนุ่ม" for my title name .......... หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: DAWN ที่ 05-06-2008, 12:35 อย่างงี้ ผู้ชายเสียเปรียบ ทำไมถึงเอาเปรียบทั้งนามสกุล ทั้งคำนำหน้าชื่อ
เวลาแนะนำตัวต่อสาธารณะชน ไม่งงแย่หรือครับ แล้วบรรดานางสาวไม่คิดอะไรหรือครับ ต่อไปเวลาเขียนประวัติ ในใบสมัครงาน ในเอกสารราชการ ต้องระบุว่า นางสาว เหนียมจัง ยังโสด (มีผัวแล้ว) เหอ เหอ เหอ เหอ :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: soco ที่ 05-06-2008, 12:57 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2550/A/050/7.PDF
(http://img88.imageshack.us/img88/8479/idcarddp2.png) (http://img88.imageshack.us/img88/3323/idcard1wz0.png) เมื่อทำบัตรใหม่ ก็ต้องกรอก สถานะภาพ เพื่อบันทึกฐานข้อมูลอยู่ดีว่า โสด หรือสด :slime_smile2: บัตรใหม่มีครุฑ แล้วนะครับ :slime_inlove: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 05-06-2008, 15:08 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2550/A/050/7.PDF (http://img88.imageshack.us/img88/8479/idcarddp2.png) (http://img88.imageshack.us/img88/3323/idcard1wz0.png) เมื่อทำบัตรใหม่ ก็ต้องกรอก สถานะภาพ เพื่อบันทึกฐานข้อมูลอยู่ดีว่า โสด หรือสด :slime_smile2: บัตรใหม่มีครุฑ แล้วนะครับ :slime_inlove: คุณ soco จขกท.ครับ บัตรประชาชนนั้น มีครุฑอยู่แล้วนะ ไม่ว่าบัตรของเก่า ของใหม่ อิอิ พรบ.นี้ไงๆก็เริ่มใช้แล้ว ดีไม่ดีก็ต้อง ใช้กันแหละครับ... :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ เริ่มหัวข้อโดย: cameronDZ ที่ 05-06-2008, 15:35 กฎหมายนี้ ข้อดีจริง ๆ ก็มี อาทิเช่น
ทำให้ คนที่เคยพลั้งพลาด "แต่งงาน" สามารถกลับเข้ามาเรียนในสถาบันการศึกษา(ส่วนใหญ่)ที่ระบุว่า ผู้เรียนจะต้องมีสถานะโสดเท่านั้น ข้อดีมาก ๆ อีกอย่างนึง แม้มันอาจค่อนข้างจะอีเดียด แต่ก็ถือว่า "ปลดล็อค" ความห่วยของสังคมไทย ไปได้มากคือ ผู้หญิงไทย หางานได้ง่ายขึ้น เพราะ นายจ้างส่วนใหญ่ ว่ากันว่า ชอบรับแต่ น.ส. (คนโสด) เข้าทำงาน พอเห็นคำว่า "นาง" ก็เมินทันที ไม่รู้มันเป็นค่านิยมอะไรของแม่มัน ส่วนพวกที่อยากเปลี่ยนกลับไปเป็น น.ส. โดยไม่มีสาเหตุ อยากเท่ไปอย่างนั้น ก็น่ารำคาญ สร้างภาระให้เจ้าหน้าที่เขาเฉย ๆ มีผัวอยู่ทนโท่ บางคนอายุก็ใกล้ลงโลงแล้ว ยังจะอยากไปใช้ นางสาว ทำสากกะเบืออะไรอีกเล่า |