|
หัวข้อ: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: ปฐม ที่ 17-05-2006, 10:20 ผมเป็นคนหนึ่งที่คาดหวังว่าจะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างมาก เพราะได้ดูจากหนังตัวอย่างแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า หนังเรื่องนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในหลาย ๆ มุขที่นำมาเสนอขับภาพเชิงบวกของภาพยนตร์นี้ยิ่งขึ้น...ความอยากดูก็เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ
แต่มาในวันนี้ผมก็ทำใจไว้อย่างเรียบร้อยแล้วว่า ต้องอดดูแน่ ๆ เพราะทางผู้สร้างได้ออกมาให้คำมั่นเหมาะว่า จะไม่มีการนำภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาเผยแพร่ แม้กระทั่งทำเป็นหนังแผ่น...ก็ไม่ เสียใจไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะครับ...ที่อดดูหนังเรื่องนี้ สาเหตุก็มาจากความไม่พอใจหลังการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ของ เอกอัครรัฐฑูตลาวที่ประจำในไทย และยังความไม่พอใจของคนลาวอีกส่วนหนึ่งที่ได้ยินมาว่า เพียงได้เห็นหนังตัวอย่างก็โห่ไล่แล้ว...โดยไม่สนว่าสนุกหรือไม่ ต้นเหตุแห่งความไม่พอใจนี้มาจากเขาคิดว่า ผู้สร้างหนังเรื่องนี้ได้หมิ่นคนลาวและชาติลาว และยังเจอข้อหาหมิ่นคนไทยด้วยกันเองอีกด้วย หลังจากมีอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยคนหนึ่งออกมาพูดว่า หนังเรื่องนี้ทำกับดูถูกฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นอย่างมากเพราะตั้งแต่แข่งกันมา...เรายังไม่เคยแพ้เขา ผู้กำกับตกเป็นจำเลยทั้งสองกรณี เป็นจำเลยในโทษหมิ่นประมาททางใจจากประชาชนทั้งสองประเทศ ก็ไม่เป็นไร... ถือว่าอดดูหนังเรื่องนี้เพื่อชาติก็แล้วกัน แต่ผมอยากขอแสดงความเห็นส่วนตัวไว้นิดหน่อยนะครับว่า คนไทยอย่างเรา ๆ ไม่อายเขาบ้างเหรอครับ รู้สึกขายขี้หน้าเขาบ้างไหม ประเทศไทยถ้าคะเนจากสายตาและตัวเลขทางเศรษฐกิจแล้วนับว่าเจริญกว่าเขามากมาย เรามีหลายอย่างที่เขาไม่มีแต่สิ่งที่เขามีและเราก็ควรจะมี...เรากลับไม่มี สิ่งนั้นแถวบ้านผมเรียกว่า "ศักดิ์ศรี" ครับ ไม่ว่าใครก็อย่ามาหมิ่นง่าย ๆ ไม่ยอมอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะหมิ่นอย่างจริงจังหรือหมิ่นเพื่อความบันเทิง เขาก็ไม่ยอม แม้ว่าหนังเรื่องนี้ออกจะยกย่องเขาเล็ก เล็กก็ตาม... เขาก็ไม่ยอม เพราะเนื้อหาบางจุดบางฉากบางซีน แต่ในมุมกลับกันคนของเรากลับมีแต่จะเฉยเมยไม่มีการเรียกร้องอย่างที่เขาทำ ศักดิ์ศรีของเราอยู่ตรงไหนหรือครับ ถ้าใครได้ไปดู เบสิค 2 มาก็จะพบว่า มีคุณตัวในเรื่องคนหนึ่งพูดภาษาไทยออกมาอย่างชัดเจน แปลว่า คนไทยไปเป็นคุณตัวที่อังกฤษใช่ไหม... แล้วทำไมภาพนั้นถึงถูกปล่อยออกมา คนของเราได้เรียกร้องอะไรกันบ้างไหมครับ เป็นข่าวครึกโครมอย่างเรื่องหมากเตะนี่ไหม... ไม่เลย เราภูมิใจเหรอครับที่มีคนไทยไปเล่นบท กระหรี่ ในหนังฮอลลี่วู้ด น่าอับอายมากนะครับ... เรื่องนี้ เราเคยมีเรื่องถกเถียงกับทีมงานเรื่อง เดอะคิงส์แอนด์ไอ หรือ แอนนาแอนด์เดอะคิง เพราะเรามีปัญหาเรื่องบทและเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างเป็นไปในทางหมิ่นพระบรมเดชานุภาพขององค์บูรพกษัตริย์ แต่เราทำอะไรกันมั่งครับ... ไม่ให้เขาถ่ายในบ้านเรา แต่เขาก็เข้าไปถ่ายในมาเลเซียและยิงหนังเรื่องนี้ออกไปทั่วโลก นี่ไม่เป็นการหมิ่นน้ำหน้าคนไทยหรอกเหรอ แล้วเราทำอะไรกันบ้างครับ ฑูตเราอยู่ไหนทำไมไม่เรียกร้อง ผู้มีอำนาจบ้านเราอยู่ไหนทำไมไม่ออกไปเจรจาและแสดงความไม่พอใจให้เขาเห็นแล้วถามหาความยุติธรรมบ้างล่ะ ไม่เพียงแต่เท่านี้ ในหนังฮ่องกงก็มีการพูดถึงประเทศไทยในทางที่ไม่ดี เช่น กู๋หว่าไจ๊ (ภาคที่ ว่านจื่อเหลียง เล่น) หนังซีรี่ยส์ พยัคฆ์ร้ายไอซีเอซี ซีรี่ยส์ที่เกี่ยวกับศุลกากรฮ่องกง ประเทศไทยก็ถูกสร้างภาพในทางที่ไม่ดีเช่น มีพ่อค้าขายยาเสพติดเยอะ โสเภณีเยอะ... ทำไมเราไม่เรียกร้องเขาบ้างล่ะครับ หรือว่าเราจะยอมรับความจริงที่เจ็บปวดนี้อย่างเงียบ ๆ แล้วปล่อยให้คนครึ่งโลกมองบ้านเราในทางลบ ในฉากหนึ่งของ อินเฟอร์นอล แอฟแฟร์ (สองคนสองคม) ก็ชี้ชัดให้เห็นว่า พ่อค้ายาเสพติดนั้นเป็นคนไทย นั่นคือภาพลักษณ์ที่ควรปรากฏต่อสายตาประชาคมโลกแล้วหรือ... แล้วคนไทยอยู่ไหน ผู้มีอำนาจอยู่ไหน ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเราอยู่ไหน ทำไมไม่เรียกร้องความยุติธรรมให้กับชาวเราบ้างล่ะ...หรือมัวแต่ติดประชุม ตีกอล์ฟ เดินห้าง ถ้าจะพูดกันตรง ๆ ในมุมมองของผม คนไทยโดนดูถูกอย่างสาหัสมาตลอดในแผ่นฟิล์ม แต่เราไม่ทำอะไรเพื่อปกป้องสิทธ์และเกียรติยศของเราเลย หมากเตะ น่าจะเป็นการแซวเพื่อนบ้านอย่างลาวบ้าง แต่ก็มีหลายมุมที่ได้ยกย่องเขา เขายังไม่ทน... เพราะมันเหมือนกับเราได้หยามศักดิ์ศรีของเขา แต่เราโดนด่าแบบหยาบ ๆ กลับนิ่งเฉย... น่าอนาถนะครับถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ผมอยากให้เราจดจำเรื่องนี้เป็นบทเรียนและเอามาพัฒนาจิตใจของคนในชาติให้ตระหนักถึงหน้าที่พลเมือง รักชาติศาสน์กษัตริย์เป็นสิ่งที่ไม่ควรถูกปล่อยปละละเลย แม้มันจะไม่ได้เป็นดัชนีบ่งชี้ในสายตาคนทั่วไปแต่มันเป็นเครื่องบ่งชี้ตัวเรา ถ้าทุกคนเอาแต่ปล่อยวาง... เราก็คงจะโดนหยามหน้าอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ซึ่งพวกเราอยากให้เป็นอย่างนี้ต่อไปหรือ อายเพื่อนบ้านเราบ้างเถิดครับ แม้เขาจะไม่มีรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดิน (ซึ่งขับวนแต่ในเมือง) แต่จิตใจและสำนึกรักชาติเขาสูงยิ่ง แล้วเราล่ะครับ เจริญกว่าเขาทุกอย่างในแง่ของวัตถุ แต่จิตใจต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างนี้...นับว่าใช้ได้แล้วหรือ หัวข้อ: ไม่เกี่ยวกับ "หมากเตะ" แต่ขอตอบคำถามที่ว่า "เราทำอะไรกันบ้างครับ" เริ่มหัวข้อโดย: snowflake ที่ 17-05-2006, 12:17 ไม่เกี่ยวกับ "หมากเตะ"
แต่ขอตอบคำถามที่ว่า "เราทำอะไรกันบ้างครับ" ตอบ ทำบ้างเล็กน้อยค่ะ จะหายน้อยใจไหมเนี่ย หรือจะถูกด่าว่า "ทำไมไม่ทำให้มากกว่านั้น?" ก็แล้วแต่ท่านจะตัดสินแล้วกัน กรณี เดอะคิงแอนด์ไอ หรือ แอนนาแอนด์เดอะคิง นักเรียนไทยที่อเมริกาได้ทำหนังสือส่งทาง email ให้ช่วยกันลงชื่อ (sign petition) ต่อๆ กัน ไม่จำกัดเฉพาะคนไทยนะคะ ฝรั่งที่ได้อ่านและเห็นควรประท้วงด้วยก็ลง จะด้วยสมัครใจ หมั่นไส้ Hollywood ผู้สร้าง เกรงใจหรือโดนเพื่อนคนไทยคะยั้นคะยอ ก็ไม่ทราบได้ แต่ก็ได้เป็นหลักร้อย ตอนที่เห็นนะคะ และได้ยินว่าทำกันหลายสาย ดังนั้นพอรวมแล้วน่าจะได้มากพอควร เท่าที่จำได้บอกว่าจะส่งถึงสถานทูตไทยที่ DC และบริษัทผู้สร้างที่ CA ที่ฟลอริดา รู้สึกว่าจะมีการรวมตัวกันประท้วงด้วย แต่ที่อื่นไม่ได้ยิน ก็เท่านี้แหละค่ะ ที่ได้ทำ คงไม่มากสมใจเจ้าของกระทู้ แค่บอกให้รู้ว่ามีการกระทำ กรณีที่สอง ที่อังกฤษแย่กว่า เพราะว่าออกทีวี ซึ่งกลุ่มผู้ชมกว้างกว่าภาพยนตร์ แต่พวกเราอาจไม่ทราบเพราะไม่มาถึงเมืองไทย (ไม่รู้ไม่เห็นอาจนับเป็นโชคก็ได้นะคะ คุณ ปฐม) ทำเรื่องสารเลว (ทดสอบเซ็นเซอร์ของเวบบอร์ดหน่อย) เป็น series สัปดาห์ละ 1 ชม. ออกอากาศติดต่อกัน 6 สัปดาห์ ทำคล้ายรายการเปิดโปงของ ITV (ไม่รู้ใครลอกใคร) เรื่องการนำเข้าโสเภณี เริ่มตั้งแต่นายหน้าเดินทางออกจากอังกฤษมาประเทศไทย และไปติดต่อพ่อเล้าแม่เล้าตามที่ต่างๆ ตลอดจนเลือกชม สินค้า ต่อรองราคา จนจบที่การนำ สินค้า ไปถึงที่หมาย ดูแล้วอยากฆ่าคนทำ เพราะรายการออกมาแนวสายลับมีการซ่อนกล้องซ่อนไมค์ หลอกผู้ชมให้คิดว่าเป็นเรื่องจริง เรื่องอื่นๆ ที่ดูก่อนหน้านี้ ก็สนุกดีเพราะบางทีมีมุกเสี่ยงชีวิตขณะถ่ายทำ แต่พอถึงเรื่องของประเทศเรา ที่เคยชอบดูก็ต้องเลิกดูรายการนี้อย่างถาวรไปเลย ก็ตามเคยแค่ประท้วงอย่างสงบ โดยยื่นหนังสือคัดค้าน มีการโทร.คุยกับ สนร.บ้าง จนท. ก็รับปากว่าจะช่วยติดตาม ประสานกับสถานฑูตไทยในลอนดอน แต่ในที่สุดไม่ทราบว่ามีการดำเนินการหรือไม่อย่างไร เพราะเห็นว่ารายการก็ออกอากาศจนจบชุด พวกเราก็ได้แต่สุมหัวกัน สรรเสริญ พวกมันทุกวัน โดยเฉพาะคืนที่ออกอากาศ จบแล้วค่ะ จะส่ง "ก้อนหิน" มาให้ก็ หลบค่ะ ไม่ขอรับไว้ 8) หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: ปฐม ที่ 17-05-2006, 12:33 ผมเข้าใจถึงตรงนี้ครับ "คุณเกล็ดหิมะ" แต่ตรงนี้ผมโยนอุจจาระไปให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองโดยตรงต่างหากครับ
ผมเชื่อว่า เราน่ะทนไม่ได้ แต่คนทนได้ "มี" ครับ และปล่อยให้ศักดิ์ศรีของเราโดนลดทอนลงไปต่างหากครับ หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: (ลุง)ถึก สไลเดอร์ ที่ 17-05-2006, 14:22 ศักดิ์ศรีของคนไทย โดนย่ำยีมานานแล้ว
จะโทษใครดีละครับ ที่คนต่างชาติมักจะมองผู้ชายไทย ว่าเป็นพวกนักค้ายาเสพติด มองผู้หญิงไทยแบบเหมารวมว่าเป็นโสเภณีกันไปเสียหมด ผมเองเคยถูก ตม.ของประเทศประเทศหนึ่งกักตัว ให้ผมถอดเสื้อผ้าช้าๆส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจทีละชิ้นๆ จนเหลือแค่กางเกงในแค่เพียงตัวเดียว กระเป๋าเสื้อผ้า ข้าวของต่างๆถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย พอไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เขาก็โยนเสื้อผ้าให้เราสวมใส่ และก็ต้องมานั่งจัดกระเป่ากันใหม่ ความรู้สึกตอนนั้นยังฝังใจอยู่ไม่มีวันลืม "ศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทยมันหายไปไหนหมด" แว่บหนึ่ง ผมคิดแบบนี้จริงๆ "จับนักค้ายัดยาเสพติดใต้ฐานพระ ร่วมทีมนักการเมืองไทยทอดผ้าป่าอเมริกา" "รวบตัวนักค้ายาเสพติดรายใหญ่จากประเทศไทย ปลอมตัวเป็นพระได้ที่สนามบิน" ถล่มซ่องในประเทศต่างๆ จับขบวนการค้าหญิงข้ามชาติ ผู้หญิงไทยโดนกักขัง หน่วงเหนี่ยว ถูกบังคับให้ขายตัว หาเงินใช้หนี้ ข่าวแบบนี้ก็ยังดำเนินอยู่อีกต่อไป คนไทยโดนหลอกลวงให้ไปเก็บผลไม้ป่าที่ประเทศสวีเดน ก็ยังคงมีอยู่ทุกปี นี่ก็กำลังจะถึงฤดูกาลเก็บผลไม้ป่าในประเทศสวีเดนอีกแล้ว ผลไม้ป่า"บลูเบอรรี่" เป็นไม้พุ่มเตี้ยๆ ขึ้นอยู่ตามป่าทั่วๆไป มีคนจากหลายๆประเทศเดินทางไปเก็บแล้วนำไปขายให้กับ บริษัทรับซื้อ โดยการชั่งขายเป็นกิโล นายหน้าที่ไปติดต่อคนชนบทจากเมืองไทย(ภาคอิสาน) เขาไม่ได้หลอก แต่เขาไม่พูดความจริงทั้งหมด เขาจะบอกชาวบ้านแค่ว่า ไปเก็บผลไม้ป่าแค่3เดือน จะได้เงินเป็นแสน คิดเป็นเงินไทยแล้วมันก็จริงอย่างที่พวกนายหน้ามันบอก แต่ที่นายหน้าไม่ได้บอกคือ ค่าครองชีพที่โน่น มันแพงมากๆ เมื่อหักค่าที่พัก ค่าอาหารออกไปแล้ว คนที่ไปเก็บผลไม้ป่าจะขาดทุนกลับมาคนละไม่น้อย กว่า 2 หมื่นบาท ผมเคยพบเจอและได้พูดคุยกับกลุ่มคนไทยที่ไปเก็บผลไม้ป่าที่สวีเดนหลายครั้ง ช่วงแรกๆถูกลอยแพ ต้องนอนกันในเตนท์ตามป่า หากินผลไม้ป่า เอาเห็ดมาต้มกิน จนหลายๆคนท้องร่วง ต้องพากันเดินทางไปนอนรอ วันกลับเมืองไทยที่สนามบิน ผมเคยส่งข่าวเตือนเพื่อนพี่น้องชาวไทยมาทางสื่อไทย และได้ติดต่อกับนักหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เพื่อที่จะหามาตรการ หยุดขบวนการหลอกลวงแบบนี้กันเสียที ไม่สำเร็จครับ มันมีขบวนการที่ยิ่งใหญ่ มีผลประโยชน์ซับซ้อนมากมายเหลือเกิน กลุมคนไทยที่ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ เขาก็พยายามช่วยกันกู้ศักดิ์ศรีของความเป็นไทยคืนมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฟื้นฟู เรื่องศาสนา ประเพณี และวัฒนธรรม เรื่องการดูถูกรังเกียจคนชาติอื่น ถ้าสังเกตให้ดี ผมว่าคนไทยเราก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าชาติอื่นๆ คนไทยแต่งงานกับคน ต่างชาติ พอมีลูก ก็เรียก"ไอ้ลูกหรั่ง""ลูกแขก""ลูกลาว""ลูกเจ๊ก""ลูกนิโกร"กันไปหมด ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน พอมีการรวมตัวของคนไทยมากขึ้นทีไร ก็จะมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ตั้งหน้าฟาดฟันกันแบบเอาเป็นเอาตายกันไปเสียหมด.....คิดแล้วกลุ้มเว้ย หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: eAT ที่ 17-05-2006, 15:00 ศักดิ์ศรี ไม่ได้เกิดจากการประท้วง
แต่เกิดจากการประพฤติ การวางตัว และ กิริยามารยาท การประท้วง ประท้วงได้เพียงแต่ กระตุ้นจิตสำนึกเท่านั้น แต่หากเราทำตัว ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี มันก็ไร้ประโยชน์ที่จะทำแบบนั้น หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: เสลา ที่ 17-05-2006, 15:12 เรื่องศักดิ์ศรี้นี้เราคงต้องใช้เวลาปลุกจิตสำนึกของคนไทยด้วย ตราบใดที่คนบางกลุ่มยังต้องต่อสู้กับปัญหาปากท้อง โดยที่รัฐหรือ องค์กรไม่มีมาตรการที่จะแนะนำอาชีพ หรือยื่นมือเข้าไปช่วยลดปัญหาให้เขา เขาก็จะคำนึงแต่การเอาตัวรอดเป็นหลัก ค่านิยมทางสังคมที่ผิดๆ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราจะต้องช่วยกันแก้ไข ไม่เช่นนั้นเราก็จะเจอกับการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเช่นนี้อยู่เสมอ แม้แต่การเข้าไปเล่นเกมออนไลน์ในเว็บที่มีคนทั่วโลกเข้าไปเล่น ทางที่ดีต้องไม่บอกว่าเป็นหญิงไทย เพราะฝรั่งจะเริ่มแทะโลมหรือชวนคุยเรื่อง sex ขึ้นมาทันที แต่อย่างไรก็ตาม การสังคมคบหากับเพื่อนต่างชาติ หากเราวางตัวดี เขาก็จะยอมรับและแยกแยะออก ว่าทัศนคติในทางลบที่เขาเคยมีกับคนไทยนั้น จะมาเหมาใช้ไม่ได้กับทุกคน หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: eAT ที่ 17-05-2006, 16:35 ปลุกจิตสำนึกหรือ ยากครับผม
เพราะอะไร ศาสนาพุทธเข้า สุวรรณภูมิ มากว่าพันปี ยังขจัดความงมงาย ยังไม่ได้เลย เอาแค่ คุลฟีเวอร์มากราบไหว้ ก็สุดจะทน นี่ยังเอามากินซะอีก แบบนี้ ปลุกจิตสำนึก ยากยิ่งกว่า จะไปไหวหรือ? เศร้า.................... เมื่อไทย ใหญ่อุดม ทำให้เต็มไปด้วย ฟาย หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: TheBluECaT ที่ 17-05-2006, 16:44 แล้วอย่างงี้ "นเรศวรมหาราช" ของหม่อมเจ้าชาตรี เฉลิมยุคล
จะโดนแบนไหมครับ... เพราะเนื้อหา ก็หมิ่นศักดิ์ศรีของคนพม่าเหมือนกัน หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: Think Earth ที่ 19-05-2006, 08:10 นเรศวรมหาราช, I donot think so.
Mynmar people could not understand Thai Language. :P :P :P หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: มีคณา ที่ 19-05-2006, 23:28 ต้นเดือนนี้ ตอนที่มีเขมรประท้วงหนังไทย ดิฉันไปเที่ยวเสียมเรียบพอดี กลับมาไม่นานก็ได้อ่านข่าวเรื่องหมากเตะ
อย่างแรกที่คิดคือคนไทยจำนวนมาก รู้หรือสนใจจะรู้น้อยมากเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน เราถึง"หลุด"กันบ่อย และเกิดกระทบกระทั่งทางความรู้สึก นึกถึงว่าเราคิดพล็อตเรื่องการทรมานของเขมรแดง ความเจ็บปวดคร้งใหญ่ บาดแผลลึกยังเจ็บ ประวัติศาสตร์อันใกล้ แค่ 30ปีเอง มาทำเป็นการแข่งขันของเรา อย่างที่สองคือเรื่อง ศักดิ์ศรี ที่คุณปฐมพูดถึง เรามีน้อยมากนะคะ ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะเรามุ่งคิดถึงการค้าการขาย มากไป อะไรที่ตีเป็นดอลล่าร์ได้ เราขาย ...... เราเกรงใจใครก็ตามที่เราเห็นทางว่าจะทำเงินจากเขาได้ ดังนั้นเขาจะทำอะไร ไม่ว่าป่าเขา เกาะแก่ง ทะเล ผู้หญิง เด็ก กระเทย ยาเสพติด ฯลฯ เราก็โอเคค่ะ หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: ภูพาน ที่ 21-05-2006, 10:54 ผมเห็นด้วยกับคุณ eAT ครับว่า "ศักดิ์ศรีของเราไม่ใช้อยู่ที่การประท้วง"
ในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ ข่าวที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ ทั่วโลกก็จะได้รับรู้เช่นกัน ประเทศเรามีข่าวมากมาย....ข่มขืน....ชิงทรัพย์.....ฆ่าโหด....โดดตึก.....ยาเสพติด...อื่นๆ ตราบใดที่ยังมีข่าวเช่นนี้ การไปเรียกร้องให้คนอื่นเขามามองว่าเราดีนั้น"จะมีประโยชน์อันใด" ข่าวเกี่ยวกับหนังเรื่องหมากเตะโลกตะลึง สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของคนไทยเช่นกันที่มีต่อเพื่อนบ้าน ต่อไปเป็นบทที่ผมคัดย่อจาก มติชน เขียนโดยคุณ นิธิ เอียวศรีวงศ์ http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=0480050549&srcday=2006/05/12&search=no = = = ความรู้สึกว่าเป็น "ลูกไล่" ไม่ได้เกิดจากการที่เคยทำสงครามกันมาในอดีต เช่น ไทยไม่เคยรู้สึกว่าตัวเป็น "ลูกไล่" ของพม่า ทั้งๆ ที่กษัตริย์พม่าสามารถยึดราชธานีของกษัตริย์ไทยไปได้ไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง และในทางตรงกันข้าม พม่าก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเป็น "ลูกไล่" ของไทย เพราะในสำนึกทางประวัติศาสตร์ของพม่า ไทยไม่ใช่ภัยคุกคามของเขา เช่นเดียวกับเวียดนาม ถึงไทยกับเวียดนามจะรบกันมาหลายหนเพื่อแข่งขันอิทธิพลในลาวและกัมพูชา แต่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้สึกว่าเป็น "ลูกไล่" ของกันและกัน มีเพียงสองประเทศเท่านั้นที่รู้สึกว่าเป็น "ลูกไล่" ของไทย และไทยเองก็เผลอๆ รู้สึกว่าเขาเป็น "ลูกไล่" ของเราด้วย นั่นคือกัมพูชา และลาว = = = เราภูมิใจในความเป็นชาติไทย เราไม่ชอบถูกดูหมิ่น เราไม่ชอบเป็นลูกไล่ของใคร แล้วเราทำอะไรบ้างสำหรับศักดิ์ศรีความเป็นไทย ไปเรียกร้องหาความเป็นธรรม หรือ หันมาปรับปรุงแก้ไขตนเอง หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: Ziggy Stardust ที่ 21-05-2006, 11:23 ต่อไปก็ไม่ต้องสร้างหนังกันแล้วมั้ง
หัวข้อ: เจ๊กิม ไม่น่ารักแล้วหรือ? เริ่มหัวข้อโดย: snowflake ที่ 21-05-2006, 12:45 ต่อไปก็ไม่ต้องสร้างหนังกันแล้วมั้ง อ้าว เกิดอะไรขึ้นกับ เจ๊กิม ล่ะคะ ไม่น่ารักแล้วหรือ? ถึงเปลี่ยนใหม่ แล้ว โก ในที่นี้ คือคำเรียก น้าหรืออา? เห็นบอกว่า หล่อๆ เลยถามซะหน่อย :lol: หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: narong ที่ 21-05-2006, 12:51 ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน พอมีการรวมตัวของคนไทยมากขึ้นทีไร ก็จะมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ตั้งหน้าฟาดฟันกันแบบเอาเป็นเอาตายกันไปเสียหมด.....คิดแล้วกลุ้มเว้ย นิสัยคนไทยคือ ยามศึกร่วมกันรบ ยามสงบเรากัดกันเองครับ :cry: หัวข้อ: Re: เจ๊กิม ไม่น่ารักแล้วหรือ? เริ่มหัวข้อโดย: Ziggy Stardust ที่ 21-05-2006, 13:13 ต่อไปก็ไม่ต้องสร้างหนังกันแล้วมั้ง อ้าว เกิดอะไรขึ้นกับ เจ๊กิม ล่ะคะ ไม่น่ารักแล้วหรือ? ถึงเปลี่ยนใหม่ แล้ว โก ในที่นี้ คือคำเรียก น้าหรืออา? เห็นบอกว่า หล่อๆ เลยถามซะหน่อย :lol: อันนี้ใช้ชั่วคราวครับ รอคำตอบทู้นี้อยู่ http://forum.serithai.net/index.php?topic=2290.0 เจ๊กิมน่ารักเหมือนเดิมครับ แต่ it's time to move on............................ อ้อ โก แปลว่าพี่ชายครับ หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: แนวสกา ที่ 21-05-2006, 15:02 ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน พอมีการรวมตัวของคนไทยมากขึ้นทีไร ก็จะมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ตั้งหน้าฟาดฟันกันแบบเอาเป็นเอาตายกันไปเสียหมด.....คิดแล้วกลุ้มเว้ย นิสัยคนไทยคือ ยามศึกร่วมกันรบ ยามสงบเรากัดกันเองครับ :cry: :mozilla_cry:คิดเหมือนกันครับ แล้วอีกเรื่องสิ่งที่ผิดพลาดควรจำเป็นบทเรียนไม่ค่อยจะจำกัน ไอ้เรื่องประเภทควรละไว้แล้วก้าวต่อไปขยันขุดขึ้นมาจริงๆ :mozilla_cry: หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: ปฐม ที่ 22-05-2006, 03:28 ผมอ่านมาหลายความเห็นเหมือนกันที่เข้าใจทำนองว่า "ผมเรียกร้องศักดิ์ศรีจากการประท้วง"
ผมขอแถลงไขสักนิดแล้วกัน มันมีหลายแบบครับ... การเรียกร้องนั้นเป็นเรื่องอย่างหนึ่งที่เราควรทำเมื่อเราถูกละเมิดซึ่งจะเกิดโดยความพอใจหรือไม่ ด้วยการต่างทางวัฒนธรรมทำให้เขาเกิดความไม่เข้าใจ บางทีเขาก็อาจล่วงละเมิดและเมื่อถึงจุดนี้ เราจะทำอย่างไร จะถอยหรือจะลุย ถ้าเราปล่อยแล้วยอม เราก็ถูกย่ำยี ถ้าเราสู้และเรียกร้อง เราก็ได้ข้อต่อรอง หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: ปฐม ที่ 22-05-2006, 03:34 และขอปิดท้ายหน่อยด้วยเรื่อง ยามสงบเรารบกันเอง
ผมขอเรียนในความเห็นอันต่ำต้อยว่า คงไม่ใช่อย่างนั้นเป็นแน่ครับ เพราะความสงบมันไม่เคยเกิดขึ้น ขึ้นชื่อว่า สังคมแล้วต้องไม่มีคำว่าสงบเพราะทุกองคาพยพของสังคมย่อมมีความแตกร้าวอยู่แต่เราไม่สัมผัสได้ ดังนั้นมันจึงเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ ที่เราไม่รู้สึก... แต่มันอาจเป็นปฐมเหตุที่จะจูงมันไปยังปัญหาต่อ ๆ ไปอย่างไม่มีวันจบสิ้น สิ่งที่ควรทำที่สุดคือ แยกแยะและเข้าใจกับมันให้จงหนัก หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: Ang`sumaLin ที่ 22-05-2006, 18:53 คนละเรื่องกันนะระหว่าง หมากเตะ กะเบสิก 2
ภาพที่ต่างชาติมองหญิงไทยของเราอีกด้านนึง โดยรวมหญิงไทยโดนมอง 2 ด้าน คือ + และลบ ทั้ง 2 อย่างได้รับการยอมรับไปกรายๆซะแล้ว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งเป็นคนใจง่าย ขายตัว จ้องหาสามีฝรั่ง กับหญิงใทยใจดี สุภาพ เรียบร้อย เคร่งเรื่องประเพณี มันอยู่ที่ว่าเค้าจะเสนอมุมไหน ในวาระอะไร ดิฉันเป็นผู้หญิงไทย ไม่รู้สึกโกรธเลยที่ฝรั่งจะมองสาวไทยยังไง เพราะรู้ดีว่ามุมที่เค้ามองมันคืออีกมุมนึงในระหว่าง 2 มุม ถ้าเราไม่ใช่เราก็เฉยๆ แล้วถ้าเราใช่ละ เราควรจะไปโกรธเค้าหรือ? แต่หมากเตะ มันเป็นอีกกรณีที่ไปล้อเลียนในแนวตลกขำขัน ในเรื่องที่อีกฝ่ายไม่ขำ มันเป็นเรื่องกระทบความรู้สึกของอารมณ์ ไม่ใช่เรื่องที่กระทบข้อเท็จจริง หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: Killer ที่ 22-05-2006, 19:21 จากการดูตัวอย่าง ตัดประเด็นเรื่องดูหมิ่นชาติเพื่อนบ้านทิ้งไป
หนังเรื่องนี้ รสนิยมต่ำมากๆ งี่เง่า บางชีนก็ดักดานซ้ำๆซากๆ หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: ปฐม ที่ 22-05-2006, 19:33 ขอบคุณที่พี่ให้เกียรติเข้ามาตอบ แต่พี่ครับเรายังไม่ได้ดูมันทั้งหมดนะครับ อย่าเพิ่งรีบตัดสินเลย
ยังไงคนไทยในยุคนี้ต้องได้รับการเยียวยาจาก "มุขตลกที่ดักดาน" บ้างล่ะครับ ไม่งั้นเยี่ยวเหลืองกันไปเป็นแถบ ๆ หัวข้อ: Re: "หมากเตะ" คือบทเรียนที่น่าจดจำของคนไทย เริ่มหัวข้อโดย: ปฐม ที่ 22-05-2006, 19:41 ถ้าอย่างนั้น คุณพี่ อังศุมาลิน มองฝรั่งที่มาขายตัวบ้านเรายังไงล่ะครับ มีนะครับหลายชาติที่มาขายตัวในบ้านเรา ทำไมเขาไม่เอาความจริงด้านนี้มาพูดล่ะครับ หรือความจริงของเรามันจริงกว่าของเขา
พี่อัง ตอบว่า พี่ไม่ใช่ก็เฉย ๆ แต่ไอ้ที่เขานำเสนอล่ะครับ เราควรยอมแล้วหรือ... มันเป็นเรื่องที่เราต้องออกมาตอบว่า ไม่ใช่และพยายามสร้างในสิ่งที่ดีขึ้น มิใช่ให้เขาเอาคนของเราไปประจาน หรือต่อไป เขาจะประจานเราอย่างไรก็ได้...มันคงไม่ดีมั้งครับ เพราะหลาย ๆ คนก็เคารพศักดิ์ศรีที่พึงจะได้รับการให้เกียรติ คงไม่คิดเหมือนพี่อังเสมอไป ประเด็นคืออะไร เขาด่าเรา แล้วเราต้องยอมรับความจริงเสมอใช่ไหมครับ ยอมให้เขาด่าเราว่า ผู้หญิงเราเป็นอีตัวเสมอ...ใช่ไหม ดังนั้นคำตอบจึงไม่ใช่ ใช่หรือไม่ แต่คำตอบน่าจะออกมาในรูป ควรหรือไม่ ส่วนเรื่องหมากเตะนั้น ผมขอไม่พูดถึงเพราะในมุมของเรามันก็มาจากการดูแค่หนังตัวอย่าง ในหนังอาจมีมุมดี ๆ ซ่อนอยู่ ผมยังคิดอย่างนั้นนะครับ เราทำผิดเราก็รับไม่แปลก แต่อย่าให้ใครมายัดเหยียดจนเกินงาม ผมคิดของผมอย่างนี้นะครับ |