|
หัวข้อ: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง เริ่มหัวข้อโดย: An.mkII ที่ 19-12-2007, 17:48 เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอนเงิน 50 ล้านผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง วันที่ 19 ธันวาคม 2550 - เวลา 17:27:54 น. อ่านเพิ่มเติม - เอกสารคำให้การของพยานเพื่อขออนุมัติศาลฯ ออกหมายจับผู้ต้องหา http://www.usdoj.gov/criminal/pr/press_releases/2007/12/12-18-07geralpat-green-affidavit.pdf สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา แจ้งข้อกล่าวหาสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน นายเจอราล์ด กรีน นักธุรกิจชาวอเมริกันในนครลอส แองเจลีส วัย 75 ปี กับนางแพทริเซีย ภรรยาวัย 52 ปี ได้ถูกตำรวจนครลอส แองเจลีส จับกุมตัวในข้อหาจ่ายเงินสินบนมากกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 56 ล้านบาท ให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เพื่อให้ได้สิทธิจัดงานเทศกาลภาพยนต์นานาชาติกรุงเทพฯ ( the Bangkok International Film Festival) กับข้อตกลงอื่นๆรวมมูลค่ามากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 330 ล้านบาท ในข้อหาจ่ายเงินสินบนมากกว่า 1.7 ล้านเหรียญฯ หรือประมาณ 56 ล้านบาท ให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เพื่อให้ได้สิทธิ์จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงเทพฯ(The Bangkok International Film Festival ) ภายใต้การดูแลของททท. และข้อตกลงอื่น รวมมูลค่ามากกว่า 10 ล้านเหรียญฯ หรือประมาณ 330 ล้านบาท โดยทั้งคู่ถูกจับกุมหลังมีการร้องเรียนคดีอาญา เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา แถลงการณ์ของกระทรวงยุติธรรม สหรัฐฯ ระบุว่าสามีภรรยาคู่ดังกล่าว ได้ตั้งบริษัทชื่อ ฟิล์ม เฟสติวัล เมเนจเมนต์ เมื่อปีพ.ศ. 2546 เพื่อประมูลสิทธิ์การจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงเทพฯ และช่วงระหว่างปี พ.ศ.2546-2550 ได้จ่ายค่าคอมมิสชั่นก้อนใหญ่ให้กับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวของททท. ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อในเอกสาร ทั้งนี้หากทั้งคู่ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงตามข้อหา จะมีโทษจำคุกถึง 10 ปี ความตอนหนึ่งจากเอกสารของเอฟบีไอที่ยื่นต่อศาล ระบุคำให้การในชั้นศาลของพยาน ว่า หลักฐานได้ปรากฎขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่าผู้ต้องหาได้จ่ายค่าคอมมิสชั่นก้อนใหญ่ในการทำสัญญากับททท. ต่อมาได้มีการนัดหมายโอนเงินด้วยบริการ Wire Transfer (วิธีชำระเงินผ่านธนาคารล่วงหน้า ก่อนที่จะได้รับสินค้า) และเชคเงินสดไม่ระบุชื่อเจ้าของบัญชี อย่างไรก็ตามจำเลยพยายามปกปิดต้นตอของการติดสินบนทุกวิถีทาง เช่น ก. มีการจ้างเหมางานอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวพัน โดยไม่ระบุต้นตอของบริษัทที่รับเหมา แถมยังไม่มีการระบุทั้งที่อยู่ หรือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ โดยรวบยอดว่าเป็นการจ้างงานในนามของ ททท. เพื่อหมกเม็ดการจ่ายเงินก้อนใหญ่เป็นยอดรวมคราวเดียว ข. การจ่ายเงินค่าคอมมิสชั่นให้เจ้าหน้าที่ของ ททท. โดยใช้วิธีโอนเงินผ่านธนาคารต่างชาติเป็นสื่อกลาง ค. พฤติกรรมของผู้ต้องหาได้พยายามปกปิดพยานหลักฐานที่จะเชื่อมโยงถึงการทุจริต ตั้งแต่ในชั้นสอบสวน อย่างไรก็ตามข้อความในสำนวนสอบสวน ระบุด้วยว่า ในแต่ละปี ททท. จะได้รับงบประมาณหลายล้านบาทในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงเทพฯ ซึ่งทุนดังกล่าวล้วนมาจากเงินภาษีของประชาชน ส่วนบริษัทที่นายเจอราล์ดก่อตั้งได้ประมูลสิทธิ์นี้มายาวนานกว่า 4 ปี จนมาหยุดชะงักเมื่อปลายปี 2549 เมื่อเกิดเหตุรัฐประหารขึ้นในประเทศไทย และผู้บริหารระดับสูงของ ททท. คนดังกล่าวได้พ้นจากตำแหน่ง สำนวนยังระบุด้วยว่า นอกจากคดีทุจริตค่าคอมมิสชั่นดังกล่าว บริษัทย่อยของนายเจอร์ราล์ดอีก 2-3 แห่ง ยังมีสัญญาผูกขาดทางธุรกิจอื่นๆ กับ ททท. อีก ไม่ว่าจะเป็นสัญญาจัดซื้อจัดจ้างทำปฏิทินและหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีโครงการยักษ์อย่าง ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด อีกด้วย เอฟบีไอยังพบหลักฐานที่เชื่อมโยงว่านายเจอร์ราล์ดได้เชื่อมโยงสัญญาที่ทำกับ ททท. และบริษัทอื่นๆ ในสหรัฐมาเกี่ยวพันกับการจ่ายเงินค่าคอมมิสชั่นก้อนนี้ ซึ่งส่วนหนึ่ง กลับเข้าสู่ผู้ว่า ททท. อย่างไรก็ตามเอกสารแนบท้ายสำนวนดังกล่าวของเอฟบีไอ ระบุว่า มีการโอนเงิน Wire Transfer เข้าบัญชีลูกสาวของผู้ว่า ททท. ถึง 41 ครั้ง เริ่มตั้งแต่ วันที่ 30 พฤษภาคม 2546 จนถึง 16 ตุลาคม 2549 โดยชื่อของเจ้าของบัญชีที่รับเงินในแต่ละครั้งมีตัวสะกดต่างกันไป รวมยอดเงินโอนทั้งหมด 1,384,694.80 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ธนาคารที่ลูกสาวของผู้ว่า ททท. ใช้รับเงินโอน มีทั้งในสิงคโปร์ อังกฤษ และในหมู่เกาะเจอร์ซี่ส์ นอกจากนี้ เอกสารดังกล่าวระบุด้วยว่า เอฟบีไอได้พบหลักฐานเป็นลายมือเขียนระบุวิธีการโอนเงิน Wire Transfer เข้าบัญชีธนาคารของลูกสาวผู้ว่า ททท. และลายมือเป็นข้อความสัญลักษณ์ถอดความเป็นชื่อและนามสกุล รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ว่า ททท. ซึ่งเขียนไว้ในชุดเครื่องเขียนสำหรับแขกที่มาพักในโรวแรมโอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ และยังพบซองและสเเตทเม้นต์บัญชีธนาคารในสิงคโปร์ของลูกสาวผู้ว่า ททท. ด้วย ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องนี้ไปยังนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการ ททท. ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงดังกล่าว(ปัจจุบันเป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบสัดส่วนอันดับ 6 พรรคเพื่อแผ่นดินในกลุ่มที่ 6 กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ) ได้รับคำตอบว่า "ได้ข่าวมาเหมือนกัน แต่ยังไม่รู้รายละเอียดว่าเป็นอย่างไร ต้องคุยกับคนที่ถูกจับก่อน" เมื่อถามว่า ตามข่าวระบุว่าา เจ้าหน้าที่ ททท.ที่รับสินบนเป็นผู้บริหารระดับสูงหมายถึงคุณจุฑามาศหรือไม่เพราะเป็นผู้ ว่า ททท.อยู่ในขณะนั้น นางจุฑามาศกล่าวว่า "ยังตอบอะไรตอนนี้ไม่ได้เพราะไม่ทรายรายละเอียด" ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้สอบถามได้อีกเมื่อไหร่ นางจุฑามาศกล่าวว่า "ยังตอบไม่ได้ ตอนนี้ยังติดต่อทางนั้น(หมายถึงสหรัฐอเมริกา)ไม่ได้" ด้าน นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกระทรวงยุติธรรม ประเทศสหรัฐอเมริกา จับกุมเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯที่จ่ายเงินสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการจัดแสดงงานบางกอกฟิล์มเฟสติวัล ว่า เมื่อมีการจับกุมเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทำการทุจริตจ่ายเงินสินบนในประเทศสหรัฐอเมริกา ในส่วนของประเทศไทยจึงอยู่นิ่งไม่ได้ จะต้องสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของไทยที่รับเงินสินบนให ้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข้อเท็จจริงเบื้องต้นระบุว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงินสินบน เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง จึงอยู่ในอำนาจการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งปัจจุบันมีการแก้ไขกฎหมายแล้ว ป.ป.ช.จึงไม่ต้องรอให้ผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ โดยสามารถตั้งต้นดำเนินคดีได้เอง จากนั้นป.ป.ช.อาจมอบหมายให้สำนักงานอัยการสูงสุด ประสานข้อสำนวนการสอบสวนจากกระทรวงยุติธรรม ประเทศสหรัฐฯ และอาจร้องขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษส่งเจ้าหน้าที่ไ ปร่วมสืบสวนสอบสวนกับป.ป.ช.ได้ นายจรัญ กล่าวอีกว่า ในส่วนของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ก็พร้อมจะเข้าตรวจสอบธุรกรรมการเงินของผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ แต่จะต้องรอให้ป.ป.ช.เริ่มต้นคดีก่อน หากป.ป.ง.เข้าตรวจสอบก่อน อาจถูกมองว่าใช้อำนาจกลั่นแกล้ง http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=977 หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนั เริ่มหัวข้อโดย: Şiłąncē Mőbiuş ที่ 19-12-2007, 18:09 เหอๆๆๆ เอาแล้ว :slime_evil:
หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนั เริ่มหัวข้อโดย: drop ที่ 19-12-2007, 18:24 มะเช้า มีสมาชิกเอาข่าวภาษาอังกฤมาแปะ อ่านแล้ว ก็หัวเราะ น้ำลดต่อผุด
แต่ข่าวนี้ละเอียดกว่า เห็นว่า ต้องขึ้นศาลเมกา แล้ว มาแบบเดียวกับ ซีทีเอ็ก แหง เลย จุทามาศ ศิริวรรณ เป็น อะไร กับ ดุสิต ศิริวรรณ ละเนียะ กรรมติดจรวด เพี้ยงๆๆๆๆ ใครโกงชาติ ขอให้มีอันเป็นไป แปดชั่วโ ค ต ร :slime_worship: :slime_worship: หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง เริ่มหัวข้อโดย: ********Q******** ที่ 19-12-2007, 18:28 นักการเมืองแต่ละคนพยายามจะหนีให้พ้น มีทางเดียวต้องหยุดโกง :slime_fighto: หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนั เริ่มหัวข้อโดย: Gun ที่ 19-12-2007, 18:57 ขอให้เอาผิดได้จริงที่เถอะ :slime_worship:
โกงเก่งกันนัก หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง เริ่มหัวข้อโดย: ริวเซย์ ที่ 19-12-2007, 19:03 ถ้า2สามีภรรยาคู่นี้ให้การซัดทอด ศาลสหรัฐพิพากษาว่าสองคนนี้ผิดจริงก็เอาไปเป็นหลักฐานดำเนินคดีจนท.ของไทยได้แน่นอน
กลัวจะเงียบหายเหมือนเรื่องCTXนี่สิ หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง เริ่มหัวข้อโดย: sleepless ที่ 19-12-2007, 19:09 ยังมีบริษัทฝรั่งมาตั้งบริษัทหากินกับ ททท อีกหลายราย บางแห่งจะมาจัดงาน event แถวเมืองท่องเที่ยวหากำไรจาก sponsor อีกทางหนึ่งก็ทำเรื่องของบดำเนินการเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวจาก ททท เวร! เล่นหารายได้สองทางเลย ที่จริงบริษัทเหล่านี้มา exploit การท่องเที่ยวของไทยซึ่งมีธรรมชาติที่ประเทศอื่นไม่มี บริษัทเหล่านั้นควรต้องเสียค่าต๋งให้ ททท ด้วยซ้ำ ดันมาขอเงินไปทำโครงการ แล้ว ททท ก็ดันอนุมัติอีก :slime_bigsmile: เวรกรรม เวรกรรม
หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง เริ่มหัวข้อโดย: ********Q******** ที่ 19-12-2007, 19:15 พรรคใดจะมาก็ขอให้ทำรถไฟรางคู่ให้มันตรงเวลาหน่อย ก็แล้วกัน การท่องเที่ยว การขนส่งจะได้สะดวก.. ส่วนเรืองแอบกินตามน้ำผมว่าอันตราย ข่าวและข้อมูลเปรียบเทียบมันจะฟ้องตัวเอง หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง เริ่มหัวข้อโดย: soco ที่ 19-12-2007, 19:50 พรรคใดจะมาก็ขอให้ทำรถไฟรางคู่ให้มันตรงเวลาหน่อย ก็แล้วกัน การท่องเที่ยว การขนส่งจะได้สะดวก.. ส่วนเรืองแอบกินตามน้ำผมว่าอันตราย ข่าวและข้อมูลเปรียบเทียบมันจะฟ้องตัวเอง ได้ผู้รับเหมาไปแล้วครับสำหรับทางคู่ คงเร่งสปีดกันต่อไป แต่งานนี้ในกระทู้ ผมว่า ต้องมียุทธการ โจรร้องจับโจร ตามมาแน่นอน โปรดรอสักครู่ เพราะคงเห็นกันแล้วว่าใครตัดตอนใคร ประชาชนอย่างเรา คอยเฮอย่างเดียว รอพวกมหาโจร เค้าเล่นกัน หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง เริ่มหัวข้อโดย: Can ไทเมือง ที่ 19-12-2007, 19:59 การทุจริต ในยุค รัฐบาลทักษิณ สาวอีกทั้งชาติก็ไม่จบ เพราะมันเยอะมาก
ที่สังคมสนใจมุ่งไปที่ตัวใหญ่เป็นสำคัญ และนั่นคือการ "ใส่เกียร์ว่าง" มาตลอดของข้าราชการไทย เพราะมันฟอนเฟะกันมานาน ตราบใดที่เชื่อว่า "คอมมิสชั่น ไม่ใช่ คอรัปชั่น" คงต้องแก้ไขกันอีกยาวนาน หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนั เริ่มหัวข้อโดย: Cherub Rock ที่ 19-12-2007, 20:01 เรื่องนี้ท่าทางจะสนุก
น่าจะมาทำเป็นหนังฉายในฟิล์มเฟสได้ :slime_agreed: :slime_bigsmile: หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง เริ่มหัวข้อโดย: soco ที่ 19-12-2007, 20:11 การทุจริต ในยุค รัฐบาลทักษิณ สาวอีกทั้งชาติก็ไม่จบ เพราะมันเยอะมาก ที่สังคมสนใจมุ่งไปที่ตัวใหญ่เป็นสำคัญ และนั่นคือการ "ใส่เกียร์ว่าง" มาตลอดของข้าราชการไทย เพราะมันฟอนเฟะกันมานาน ตราบใดที่เชื่อว่า "คอมมิสชั่น ไม่ใช่ คอรัปชั่น" คงต้องแก้ไขกันอีกยาวนาน ผมยังเซ็งคนต่อคำ คอรัปชั่น >>> คอมมิสชั่น >>> เทรดดิชั่น ดีหน่อยช่วงหลัง จบกันที่ ห้องกรง หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง เริ่มหัวข้อโดย: นทร์ ที่ 19-12-2007, 20:30 เสียดาย คดี CTX ถึงไม่มี รูป แบบคดีนี้
ฝั่งไทยจะทำไงต่อหนอ... หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง เริ่มหัวข้อโดย: Can ไทเมือง ที่ 19-12-2007, 20:36 การตรวจสอบที่มุ่งเน้นที่ตัว ทักษิณ เพียงคนเดียว เป็นเรื่องยากมาก
เพราะมันจะมี "ตัวแทน" แบ่งสรรปันส่วนกันไป หากมุ่งแต่เฉพาะคดีทักษิณ บางทีอาจคว้าน้ำเหลว การทุจริต คอรัปชั่น มันฟอนเฟะทั้งระบบ ถ้าจะล้างกันจริง ๆ ต้องไม่ลูบหน้า ปะจมูก หัวข้อ: Re: "จุฑามาศ" เตรียมแถลงลาออกผู้สมัครสัดส่วน พผ.พรุ่งนี้ เริ่มหัวข้อโดย: นทร์ ที่ 19-12-2007, 20:38 "จุฑามาศ" เตรียมแถลงลาออกผู้สมัครสัดส่วน พผ.พรุ่งนี้
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 ธันวาคม 2550 19:15 น. มีรายงานว่า นางจุฑามาศ ศิริวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) เตรียมแถลงลาออกจากการเป็นผู้สมัคร ส.ส.วันพรุ่งนี้(20 ธ.ค.)เวลา 10.00น. จากกรณีข้อกล่าวหารับสินบน http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9500000150695 อืม.... ไปแล้ว ** นางจุฑามาศ ศิริวรรณ กล่าวถึงสาเหตุของการตัดสินใจที่จะยื่นหนังสือลาออกว่า การที่ตนจะลาออกจากพรรคเพื่อแผ่นดินครั้งนี้ เพื่อยืนยันว่าข่าวที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องที่ตนไปมีส่วนได้เสียกับบริษัทที่ได้รับจัดงานบางกอกฟิล์ม เฟสติวัล สมัยที่ตนเป็นผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) "การลาออก เพื่อให้เกิดความสบายใจ และเพื่อให้การทำงานของพรรคเพื่อแผ่นดินที่สังกดในการทำงานด้านการเมืองไม่ให้เกิดการสะดุด และที่สำคัญไม่อยากให้ประเด็นเรื่องนี้ถูกนำมาเกี่ยวข้องในทางการเมือง" http://www.bangkokbiznews.com/2007/12/19/WW10_WW10_news.php?newsid=213247 หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง เริ่มหัวข้อโดย: Can ไทเมือง ที่ 19-12-2007, 21:32 ผลกระทบจากข่าวโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง
เนชั่นทันข่าว 20:02 น. จุฑามาศเตรียมยื่นหนังสือลาพรรคเพื่อแผ่นดินวันพรุ่งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น. กองงานประชาสัมพันธ์พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้แจ้งหมายข่าวด่วนถึงผู้สื่อข่าวประจำพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่า ในวันพรุ่งนี้(20 ธ.ค.) เวลา 10.00 น.นางจุฑามาศ ศิริวรรณ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และผู้มัครส.ส.ในระบบสัดส่วนกลุ่มที่ 6 ลำดับที่ 6 จะเดินทางมายื่นหนังสือลาออกกับพรรคเพื่อแผ่นดินอย่างเป็นทางการ หลังจากที่สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานข่าวว่า นักธุรกิจสองสามีภรรยาชาวสหรัฐได้ถูกจับกุมในข้อกล่าวหาว่า มีการให้สินบนกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในททท.จำนวน 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ หรือฟิล์ม เฟสติวัล ที่จะขึ้นประจำทุกปีในประเทศไทย นางจุฑามาศ ศิริวรรณ กล่าวถึงสาเหตุของการตัดสินใจที่จะยื่นหนังสือลาออกว่า การที่ตนจะลาออกจากพรรคเพื่อแผ่นดินครั้งนี้ เพื่อยืนยันว่าข่าวที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องที่ตนไปมีส่วนได้เสียกับบริษัทที่ได้รับจัดงานบางกอกฟิล์ม เฟสติวัล สมัยที่ตนเป็นผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทั้งนี้การลาออกของตน เพื่อให้เกิดความสบายใจ และเพื่อให้การทำงานของพรรคเพื่อแผ่นดินที่สังกดในการทำงานด้านการเมืองไม่ให้เกิดการสะดุด และที่สำคัญไม่อยากให้ประเด็นเรื่องนี้ถูกนำมาเกี่ยวข้องในทางการเมือง หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนั เริ่มหัวข้อโดย: Cherub Rock ที่ 19-12-2007, 21:34 ถ้าเจ๊มิ่งมาคุมยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว
เป้าหมายเพิ่มจำนวน 4 เท่า งบประมาณคงไม่น้อยแน่ๆ ต้องเป็นบิ้กแคมเปญแหงๆ :slime_sentimental: หัวข้อ: สกู๊ป-เปิดหลักฐานโอนเงิน45ครั้ง-คำให้การเอฟบีไอกล่าวหา'บิ๊ก'ททท.รับสินบน60ล้าน เริ่มหัวข้อโดย: An.mkII ที่ 20-12-2007, 06:27 สกู๊ป-เปิดหลักฐานโอนเงิน45ครั้ง-คำให้การเอฟบีไอกล่าวหา'บิ๊ก'ททท.รับสินบน60ล้าน
เปิดคำให้การเอฟบีไอพร้อมหลักฐานการโอนเงิน 45 ครั้ง เกือบ 60 ล้านบาทจากบริษัทที่จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานา ชาติกรุงเทพให้ลูกสาวและเพื่อน ที่ใช้กล่าวหาอดีตผู้ว่า ททท.รับสินบน ยื่นต่อศาลนครลอสแองเจลิสเพื่อออกหมายจับ 2 ผัว เมียชาวสหรัฐ หมายเหตุ'มติชนออนไลน์'- ข้อมูลต่อไปนี้คัดย่อมาจากคำให ้การที่จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรของนาง เอลิซาเบธ ริวาส พนักงานสืบสวนสอบสวน ของสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ของสหรัฐอเมริกา จัดทำขึ้นเพื่อประกอบกับคำร้อง กล่าวหา นายเจอรัลด์ และ นาง แพทริเซีย กรีน ว่า ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายเป็นการละเมิดกฎหมายว่าด้วยการกระทำอันเป็นการคอร์รัปชั่นในต่างประเทศ(The Bangkok International Film Festival-เอฟซีพีเอ) ด้วยการจ่ายเงินสินบนเพื่อให้ได้สัญญาว่าจ้างจากอดีตอดีตผู้ว่าการการท่องเท ี่ยวแห่งประเทศไทย(ททท)เพื่อให้ได้สัญญาว่าจ้างจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาต ิกรุงเทพ (บีเคเคไอเอฟเอฟ) และ สัญญาว่าจ้างอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว มูลค่าไม่น้อยกว่า 10 ล้านดอลลาร์ ระหว่างปี 2546-2550 คำให้การความยาว 28 หน้ากระดาษดังกล่าวจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม เพื่อประกอบในคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางนคร ลอสแองเจลิส สำหรับการออกหมายจับกุมบุคคลผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 โดยศาลนครลอสแองเจลิสเปิดคำร้องเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม และอนุมัติให้มีการจับกุมผู้ถูกกล่าวหาทั้งสอง เพื่อดำเนินคดีต่อไป @จุดเริ่มต้นการสอบสวน เอลิซาเบธ ริวาส พนักงานสืบสวนสอบสวนของเอฟบีไอ ระบุไว้ในคำให้การลายลักษณ์อักษรดังกล่าวว่า คดีนี้เริ่ม ต้นขึ้นในราวปลายปี 2549 เมื่อตัวผู้ให้การเองทบทวนรายงานชิ้นหนึ่งซึ่งมีการกล่าวหาการกระทำผิดในคดี นี้ไว้ ในรายงานเบื้องต้นดังกล่าว เอฟบีไอ ได้รับทราบข้อมูล 3 ประการ คือ หนึ่ง นาย เจอรัลด์ กรีน นักธุรกิจสัญชาติอเมริกัน มีถิ่นพำนัก ณ นครลอสแองเจลิส จ่ายเงินสินบนให้กับเจ้า หน้าที่ระดับสูงของไทย ที่รับผิดชอบการบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การจ่ายเงินสินบนดังกล่าวเกี่ยว เนื่องกับสัญญาว่าจ้างที่บริษัทได้รับจากรัฐบาลไทยเพื่อบริหารจัดการ งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพที่จัดขึ้น เป็นประจำทุกปี มีงบประมาณหลายล้านดอลลาร์ เพื่อการบริหารจัดการดังกล่าว โดยเป็นเงินจากคนไทยผู้เสียภาษีทั้งมวล สอง นายเจอรัลด์ กรีน เป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ บริษัท ฟิล์ม เฟสติวอล แมเนจเมนต์ (เอฟเอฟเอ็ม) ได้รับ สัญญาว่าจ้างให้บริหารจัดการเทศกาลบีเคเคไอเอฟเอฟ เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา เอฟเอฟเอ็มได้รับสัญญาว่าจ้างต่อเนื่องในทุกปีจนกระทั่งถึงปี 2549 ที่ไม่มีการต่อสัญญาว่าจ้างให้จัดงานสำหรับปี 2550 เนื่องจากเกิดการรัฐประหารยึดอำนาจในไทย และเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง สุดท้าย นายกรีน เป็นผู้บริหารบริษัทอื่นๆเพิ่มเติม โดยที่มีการระบุไว้ในรายงานเบื้องต้นมีอาทิ "ซาโซ (Saso)", " เฟสโตเฟสติวอล", "ครีเอทีฟอิกนิชั่น", และ "อิกนิชั่น" โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นไปเพื่อปกปิดการได้รับเงินจาก บีเคเคไอเอ ฟเอฟ @คำให้การของพยานบุคคล ผลการสืบสวนเพิ่มเติมของเอฟบีไอ ได้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวนายเจอรัลด์ กรีนว่า อายุ 75 ปี เกิดในเมืองเคปทาวน์ ประเทศ แอฟริกาใต้ ต่อมาเปลี่ยนสัญชาติเป็นพลเรือนเม็กซิโก ก่อนที่จะยื่นคำร้องขอเป็นพลเรือนที่ถูกต้องตามกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ได้สัญชาติอเมริกันเมื่อ ปี 2000 พร้อมกับภรรรยา แพทริเซีย กรีน วัย 52 ปี ที่เดิมถือสัญชาติเม็กซิกัน ชื่อเดิมคือ มาร์ธา แพทริเซีย โทเลโด เดอ กรีน การสอบสวนสืบสวนพบว่าทั้ง 2 เปิดบริษัทขึ้นมามากถึง 9 บริษัท บางบริษัทเปิดกิจการขึ้นก่อนหน้าแต่ส่วนใหญ่แล้วเปิด กิจการขึ้นในช่วงที่ได้ รับสัญญาว่าจ้างจากททท. และมีจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มีตัวตน อาทิ บริษัท ครีเอฟที อิกนิชั่น และ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เฟสติวอล คอนซัลแทนท์ เอฟบีไอ ได้รับความร่วมมือจากบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ 2 คน ในวันที่ 9 กรกฎาคม2550 เอฟบีไอ 2 คน ได้สอบปากคำพยานบุคคลหมายเลข 1 (พยาน1) ซึ่งบริษัท เอฟเอฟเอ็ม ว่าจ้างเพื่อให้ร่วมจัดงานเทศกาล บีเคเคไอเอฟเอฟ ในปี 2546 หลังจากที่ได้สัญญาว่าจ้างให้จัดงานในปี 2547 จากททท. ทั้งที่นายเจอรัลด์ กรีน ไม่ได้มีประสบการณ์ในการจัดเทศกาลภาพยนตร์มาก่อน โดยพยาน1 ได้ทำงานที่เกี่ยวเนื่องกับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ กับเอฟเอฟเอ็มในช่วงระหว่างปี 2547-2549 ตามคำให้การของพยาน1 นายเจอรัลด์ กรีนและอดีตผู้ว่า ททท. มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันอย่างยิ่ง การประชุมทุกครั้งที่ เกี่ยวเนื่องกับรายละเอียดของสัญญาและรายละเอียดทางการ เงินของการจัดงานเทศกาล จะประชุมร่วมกันเพียงลำพังระหว่างนายกรีนและอดีตผู้ว่า ททท. ส่วนพยาน1,เจ้าหน้าที่ของบริษัทอีกราย รวมทั้ง นางแพทริเซีย กรีน ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม @เปิดหลายบริษัทรับงานจาก ททท. พยาน1 ระบุว่า ได้รับคำบอกจากนายกรีนว่า ผู้ว่า ททท.ดังกล่าวมีอำนาจในการอนุมัติเงินเพื่อใช้จ่ายในนามของททท. เพื่อ ว่าจ้างบริษัทต่างชาติในวงเงินที่จำกัด ดังนั้น นายกรีนและนางแพทริเซีย จึงร่วมกันจัดตั้งบริษัท ครีเอทีฟ อิกนิชั่น, ซาโซ่ และ เฟสติวอล แมเนจเมนต์ อิงค์. ขึ้น เปิดบัญชีเงินในนามของบริษัทเหล่านั้น เพื่อให้บริษัทเหล่านี้ดูเหมือนเป็นคนละบริษัทแยกจากกันและแยกจากบริษัท เอฟเอฟเอ็ม ทั้งนี้เพื่อใช้ในการได้รับสัญญาว่าจ้างจากททท. ทั้งนี้อดีตผู้ว่า ททท. ได้อนุมัติให้มีการจ่ายเงินให้กับบริษัทต่างๆเหล่านี้เพื่อบริหารจัดการการจ ัดเทศกาลบีเคเคไอเอฟเอฟ ทั้งนี้พยาน1 ระบุด้วยว่า บีเคเคไอเอฟเอฟ ถือว่า เป็นลูกค้าเพียงรายเดียวของบริษัท เฟสติวอล แมเนจเมนต์ อิงค์. ตามปากคำของพยาน1 ถึงระยะหนึ่งนางแพทริเซียบอกกับพยาน1 ว่า ต้องการบริษัทอีกบริษัทเพื่อดำเนินงานกับบีเคเคไอ เอฟเอฟ นางแพทริเซียขอใช้ชื่อบริษัทของพยาน1 (บริษัท เฟสติวอล ออฟ เฟสติวอลส์-เอฟโอเอฟ) เพื่อเปิดบัญชีสำหรับธุรกิจกับบีเคเคไอเอฟเอฟ เมื่อพยาน1ตกลง ก็ต้องเดินทางไปยังธนาคารกับนางแพทริเซียเพื่อเปิดบัญชีซึ่งพยาน1 ไม่มีอำนาจในการลงนามเบิกถอนแต่อย่างใด ต่อมานางแพทริเซียยังขอใช้ชื่อบริษัทอีกบริษัทของพยาน1 เพื่อเปิดบัญชีไว้รับเงินจาก ททท. สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการ โปรโมตเทศกาลดังกล่าว พยาน1ตกลงและได้รับเช็คสั่งจ่ายจาก ททท.จำนวน 4 ใบรวมเป็นเงินรวมแล้วเกิน 200,000ดอลลาร์ ซึ่งพยาน1 รีบเบิกถอนออกมาในรูปเช็คนำไปเข้าบัญชีของบริษัท เฟสติวอล แมเนจเมนต์ อิงค์. ทันที พยาน1 ให้การด้วยว่า ในตอนเริ่มต้นงานเทศกาลทุกๆปี พยาน1 จะเป็นผู้จัดเตรียมงบประมาณเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายทั้ง หมดที่เกี่ยวเนื่องกั บการจัดงานให้กับ นายกรีน และพบว่า วงเงินงบประมาณสุดท้ายที่นายกรีนนำเสนอต่อ ททท. นั้นรวม เอาวงเงินที่เพิ่มเติมให้สูงขึ้นผิดปกติอยู่ด้วย @คำให้การพยานคนที่2 นอกจากคำให้การพยานบุคคลรายดังกล่าวแล้ว คำให้การเพื่อประกอบคำร้องขออนุมัติจับกุมของเอฟบีไอ ยังมีรายละเอียด ของคำให้การพยานบุคคลรายที่ 2(พยาน2) ซึ่งทำงานอยู่กับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 เป็นเวลานานหลายปี ทำหน้าที่รับผิดชอบเรื่องทางด้านการเงินทั้งหมดของผู้ถูกกล่าวหาและยังกำกับ ดูแลงบประมาณเพื่อการจัดงานเทศกาลบีเคเคไอเอฟเอฟ พยาน1 ให้การว่า จำได้ว่า ในระหว่างการจัดเตรียมงบประมาณเบื้องต้นสำหรับการจัดงานเทศกาล ได้รับคำแนะนำจาก พยาน2 ว่า จะต้องกันวงเงินจำนวนหนึ่งไว้สำหรับเป็น 'ค่าคอมมิสชั่นสำหรับผู้บริหารระดับสูง' ซึ่ง พยาน1 เข้าใจนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาว่า ผู้ว่า ททท.ในเวลานั้นจะได้รับเงินคอมมิสชั่นจากสัญญาทุกๆสัญญาที่มีขึ้นเกี่ยวเนื่องกับเทศกาลบีเคเคไอเอฟเอฟ พยาน2 เป็นผู้จัดเตรียมรายละเอียดทางการเงินเพื่อการทำธุรกิจและจัดทำงบประมาณทั้ง หมดของเทศกาล บีเคเคไอเอ ฟเอฟ และให้ปากคำเพิ่มเติมว่า นางแพทริเซีย ไม่เคยเข้าร่วมในการประชุมใดๆกับผู้ว่า ททท.ก็จริง แต่เป็นผู้รับแผนทั้งหมดจากนายเจอรัลด์ กรีน มา ปฏิบัติ หลังจากมีคำร้องประการหนึ่งประการใดที่เกี่ยวเนื่องกับการเบิกถอนค่าใช้จ่าย เพื่อการจัดงานเทศกาลบีเคเคไอเอ ฟเอฟ มายังพยาน2 นางแพทริเซียจะเป็นผู้ลงนามอนุมัติรายจ่ายใดๆของบริษัท ครีเอทีฟ อิกนิชั่น, ซาโซ่, และ เฟสติวอลแมเนจเมนต์ อิงค์. นางแพทริเซียและพยาน2 ประชุมร่วมกันบ่อยครั้งเพื่อทบทวนบัญชีและเรื่องที่เกี่ยวเนื่องทางการเงินทั้งหลายของบริษัทเหล่านี้ และเป็นผู้ลงนามในเช็คทั้งหมดของบริษัทเหล่านี้ ตามคำให้การของพยาน2 นายเจอรัลด์ กรีน บอกกับพยาน2 ว่า เคยพบกับอดีตผู้ว่า ททท.รายนี้เมื่อหลายปีก่อนขณะเดิน ทางไปทั่วโลก และเมื่อนายกรีนพบกับพยาน2 นั้นก็มีความสนิทสนมกับผู้ว่า ททท.รายนี้อยู่แล้ว ในปี 2543 นายกรีน ได้รับสัญญาว่าจ้างการออกแบบเว็บไซต์ของททท. ซึ่งพยาน2 เชื่อว่าเป็นการได้สัญญาผ่านทางอดีตผู้ ว่า ททท. เมื่อถึงตอนที่พยาน2 เริ่มทำงานกับนายกรีนนั้น สัญญาว่าจ้างดังกล่าวกำลังจะสิ้นสุดลง ใน ตอนปลายปี 2545 นายและนางกรีน เริ่มกิจการบริษัท เอฟเอฟเอ็ม เพื่อทำธุรกิจด้านจัดเทศกาลภาพยนตร์นั้น นายกรีน ได้รับสัญญาว่าจ้างจากททท.เพื่อจัดงานเทศกาลบีเคเคไอเอฟเอฟ ประจำปี 2548 เรียบร้อยแล้ว แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการงานเทศกาลภาพยนตร์มาก่อนก็ตาม นายกรีนบอกกับพยาน2 ว่า ได้รับสัญญาว่าจ้างดังกล่าวนี้โดยผ่านการเจรจาด้วยวาจากับผู้ว่า ททท.และบอกกับ อดีตผู้ว่า ททท.ว่าตนสามารถทำให้เทศกาล บีเคเคไอเอฟเอฟเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ดีกว่าที่ผ่านมา หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนั เริ่มหัวข้อโดย: An.mkII ที่ 20-12-2007, 06:29 @งบประมาณจัดเทศกาลเพิ่มขึ้นเท่าตัว
พยาน2 ทราบดีว่า ไม่มีกระบวนการประมูลเพื่อสัญญาว่าจ้างจัดเทศกาลบีเคเคไอเอฟเอฟ และภายใต้การกำกับดูแลของ นายและนางกรีน การทำงานทั้งหมดมักมีขึ้นล่วงหน้าก่อนที่ทางเอฟเอฟเอ็มจะได้รับสัญญาว่าจ้าง อย่างเป็นทางการที่เป็น ลายลักษณ์อักษรจาก ททท. พยาน2 ให้ปากคำด้วยว่า หลังจากมีการเจรจากับอดีตผู้ว่า ททท. นายกรีนได้รับสัญญาว่าจ้างให้จัดเทศกาล บีเคเคไอเอฟเอฟ ปี 2547 นายกรีนและอดีตผู้ว่า ททท.ตกลงที่จะแยกการทำงานออกเป็น 3 บริษัทแยกจากกัน ประกอบด้วย บริษัท เอ ฟเอฟเอ็ม, บริษัท อาร์ทิสต์ ดีไซน์ และบริษัท ซาโซ่ ซึ่งเป็นของนางแพทริเซียแต่ไม่มีการเปิดเผย ทั้งนี้เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงรายดังกล่าวสามารถอนุมัติเงินงบประมาณได้ ในวงเงินจำกัดในแต่ละครั้ง อย่างไรก็ตาม พยาน2 ระบุว่า งบประมาณสำหรับงานเทศกาลบีเคเคไอเอฟเอฟ ปี 2547 นั้นสูงกว่าปีที่ผ่านมาอย่าง น้อยหนึ่งเท่าตัว โดยงบประมาณของทั้งหมด 3 บริษัท นั้นในปี 2547 มีงบประมาณให้บริษัทละ 600,000 ดอลลาร์ เเม้ว่าบริษัทเหล่านี้จะเป็นของนายและนางกรีน และดำเนินกิจการจากสำนักงานเดียวกัน นายและนางกรีนต้องการให้ทั้ง หมดดูเหมือนแยกออกจากกันเพื่อประโยชน์ในการทำสัญญากับททท. บริษัทเหล่านี้มีบัญชีธนาคาร, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์แตกต่างกัน แต่โทรศัพท์ทั้งหมดจะถูกโอนสายไปยังสำนักงานเดียวกันทั้งหมด ต่อมา นายกรีน ใช้ชื่อของบริษัทอื่นๆอีกเพื่อรับชำระเงินตามสัญญาว่าจ้างจัดงานบีเคเคไอเอฟ เอฟ เริ่มตั้งแต่ปี 2548 นา ยกรีน ใช้บริษัทเอฟโอเอฟของพยาน1 เพื่อการนี้เป็นเวลา 1-2 ปี และใช้บริษัท ไอเอฟซี (อินเตอร์เนชั่นแนล แฟชั่นคอนซัลแทนท์) เพื่อกิจการด้านแฟชั่น ถูกเปลี่ยนเป็น อินเตอร์เนชั่นแนล เฟสติวอล คอนซัลแทนท์ โดยใช้ชื่อย่อเดิมเพื่อประโยชน์ในการจัดงานเทศกาลบีเคเคไอเอฟเอฟในปี 2549 สำหรับปี 2550 ก่อนที่จะมีการเลิกล้มสัญญาในที่สุด นายและนางกรีน ต้องการให้ใช้ชื่อบริษัทอื่นๆอีกเพื่อจัดงาน และกำลัง จะใช้บริษัทชื่อ 'สตราเตจิก โปแกรมมิ่ง' เพื่อการนี้ @ค่า'คอมมิสชั่น10-20%" พยาน2 ให้ปากคำเพิ่มเติมกับเอฟบีไอไว้ด้วยว่า สำหรับสัญญาว่าจ้างที่ได้รับจากทางททท.นั้น นายกรีนได้บอกกับนางแพ ทริเซีย กรีน และพยาน2 ว่า ต้องมีเงินเป็นค่า 'คอมมิสชั่น' ให้กับอดีตผู้ว่า ททท.เป็นจำนวนเท่าใด โดยค่าคอมมิสชั่นดังกล่าวนี้จะแตกต่างกันออกไประหว่าง 10-20 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละสัญญาว่าจ้าง พยาน2 อธิบายกระบวนการในการจัดทำงบประมาณเพื่อสัญญาว่าจ้างจัดเทศกาลบีเคเคไอเอฟเอ ฟไว้ว่า เริ่มต้นด้วย นา ยกรีนและอดีตผู้ว่า ททท. จะตัดสินใจว่าจะกำหนดราคาในสัญญาว่าจ้างเป็นจำนวนเท่าใด นายกรีนจะบอกจำนวนเงิน ดังกล่าวต่อนางแพทริเซียและพยาน2 แล้วจึงจะมีการดำเนินการร่วมกับธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวข้องในละแวกลอสแองเจลิส จากนั้นนายกรีนจะรวบรวมค่าใช้จ่ายที่แท้จริงขึ้นมาเป็นงบประมาณเพื่อการจัดงาน ซึ่งจะยังไม่รวมกำไรในเชิงธุรกิจและ ค่าคอมมิสชั่นของอดีตผู้ว่า ททท. ซึ่งจะถูกเพิ่มเติมเข้าไปภายหลังเมื่อต้องนำเสนอต่อ ททท. นายกรีนจะ เป็นผู้บอกกับนางแพทริเซียและพยาน2 ว่าเมื่อใดจำเป็นต้องจ่ายค่า 'คอมมิสชั่น'จากนั้นนางแพทริเซียและ พยาน2 จะตรวจสอบบัญชีว่ามีบริษัทใด (ในเครือ) มีเงินพอที่จะชำระเงินก้อนดังกล่าวในทันที @ โอนเงินผ่านเข้าบัญชีลูกสาว-เค.ซี.เพื่อนสนิท เดิมที การชำระเงินดังกล่าวใช้การโอนผ่านระบบอีเลคทรอนิกส์ โดยนางแพทริเซีย ไปยังบัญชีธนาคารของ 'หญิงสาว ไทยวัยรุ่น' รายหนึ่งซึ่งมีนามสกุลเดียวกันกับผู้ว่า ททท. และพยาน2 ระบุว่าเป็นที่รู้กันว่า บุคคลดังกล่าวคือบุตรสาวของอดีตผู้ว่า ททท. และในชื่อของบุคคลหนึ่งซึ่งใช้ชื่อย่อว่า เค.ซี. ซึ่งนายกรีนกล่าวว่าเป็น 'เพื่อนของอดีตผู้ว่า ททท.' ต่อมาเมื่ออดีตผู้ว่า ททท.เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งคราว นายและนางกรีน บอกกับพยาน2 ว่า จำเป็นต้องชำระ เงินเป็นเงินสด และบอกให้พยาน2 ออกเช็คเงินสดเพื่อการนี้ การชำระเงินเป็นเงินสดให้ กับอดีตผู้ว่า ททท.ดังกล่าว ถูกระบุไว้ในบัญชีกำไรขาดทุน, บัญชีทางการเงินและการออกใบ เสร็จ หรือรายการเพื่อชำระภาษีของบริษัทว่าเป็น "คอมมิสชั่นเพื่อการขาย" ทั้งหมด @พัวพันถึง'ไทยแลนด์ ไพรวิลลิจ การ์ด-อีลีท การ์ด' ตามคำให้การของพยานบุคคลรายที่ 2 (พยาน2) การชำระค่า 'คอมมิสชั่น' ไปยังอดีตผู้บริหารระดับสูงรายดังกล่าวเหล่านี้ ยังพัวพันไปถึงสัญญาว่าจ้างจ าก ททท. อื่นๆอีกด้วย บริษัท 'ฟลายอิ้ง เพ็น' มีสัญญาว่าจ้างกับททท. เพื่อการผลิตปฏิทินและหนังสือในประเทศไทย, ซาโซ่ และ ดีบีเอ ซาโซ่ ทีพีซี มีสัญญารับจ้างจากททท. เพื่อทำการตลาดให้กับโครงการขนาดใหญ่ชื่อ 'ไทยแลนด์ ไพรวิลลิจ การ์ด'(อีลีท การ์ด) นอกจากนั้น นายกรีน ยังจัดการให้มีสัญญาว่าจ้างระหว่างททท.และธุรกิจอื่นๆในสหรัฐอเมริกา เพื่อรับเงินจากธุรกิจเหล่า นั้นเป็นค่า 'คอมมิสชั่น' จำนวนมหาศาล ซึ่งส่วนหนึ่งถูกส่งผ่านไปยัง อดีตผู้ว่า ททท.เช่นเดียวกัน พยาน2 ให้การกับเอฟบีไอด้วยว่า นายกรีน กำลังก่อสร้างบ้านหลังหนึ่งในประเทศไทยและมีแผนที่จะย้านถิ่นฐานไป พำนักอยู่ ในประเทศไทยภายในปี หรือ 2 ปีข้างหน้า ส่วนนางแพทริเซีย มีบ้านหรือมีส่วนมีผลประโยชน์อยู่ในบ้านหลังหนึ่งในเมืองกัวดาลาจาร่า ประเทศเม็กซิโก @วัตถุพยาน หลักฐานการโอนเงินลูกสาว-เพื่อนผู้ว่า ททท.45ครั้ง ในคำให้การของเอลิซาเบธ ริวาส พนักงานสืบสวนสอบสวนของเอฟบีไอ ระบุว่า ทางเอฟบีไอมีพยานวัตถุอีกหลาย รายการที่เป็นผลมาจากการสืบสวนสอบสวนดังกล่าวนี้ภายใต้การให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ของพยาน1และพยาน2 หลัก ฐานดังกล่าวประกอบด้วย บัญชีธนาคาร 'แบงก์ ออฟ อเมริกา' ของหลายบริษัทที่เกี่ยวเนื่อง, บัญชีแสดงรายการรับเงินระหว่าง 23 มกราคม 2546 ถึง 13 ตุลาคม 2549 ที่แสดงถึงการรับเงินโอนจาก ททท. รวม 88 รายการ ในจำนวนนี้ 71 รายการเป็นเช็คและอีก 17 รายการเป็นการโอนผ่านระบบธนาคาร, หลักฐานการโอนถ่ายเงินระหว่างบริษัทต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับการรับสัญญาว่าจ้างจากททท. หลักฐานการโอนเงินผ่านระบบธนาคาร จากบัญชีของบริษัท เอฟเอฟเอ็ม, ซาโซ่, เวอริเดียน, ไอเอฟซี, เอฟโอเอฟ และ ฟลายอิ้ง เพ็น ไปยังบัญชีของผู้ที่ถูกระบุว่าเป็น 'บุตรสาว' ของผู้ว่า ททท. ซึ่งมีบัญชีอยู่ที่ ประเทศสิงคโปร์, สหราชอาณาจักร และ ไอเซิ่ล ออฟ เจอร์ซีย์ (ดินแดนใต้อาณัติของอังกฤษ อยู่ในช่อง แคบอังกฤษ) จำนวนทั้งสิ้น 41 รายการ ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม 2546 จนกระทั่งถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2549 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,384,694.80 ดอลลาร์ (ราว 47,079,623.20 ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1ดอลลาร์/34 บาท) หลักฐานทางบัญชีของบริษัท เอฟเอฟเอ็ม, ซาโซ่, และ เอฟโอเอฟ แสดงให้เห็นการโอนเงินผ่านระบบธนาคาร 4 ครั้ง และ เช็คเงินสด 1 ครั้ง ให้กับผู้ที่ใช้ชื่อว่า เค.ซี. ระหว่าง 18 ธันวาคม 2546 ถึง 1 เมษายน 2548 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 319,000 ดอลลาร์ (ราว 10,846,000 บาท) รวมเป็นเงิน'คอมมิสชั่น' ทั้งสิ้น 1,703,694.80 ดอลลาร์ (ราว 57,925,623.20 บาท ) หรือเกือบ 58 ล้านบาท! http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=14180&catid=5 หัวข้อ: Re: เปิดเอกสาร 'FBI' กล่าวหาโอน50ล.ผ่านบัญชีลูกสาว 'ผู้ว่าททท.' คดีฮั๊วเทศกาลหนัง เริ่มหัวข้อโดย: THE THIRD WAY ที่ 20-12-2007, 10:18 ในยุคนั้น
ไม่ว่าตำแหน่งไหน ว่ากันเป็นล่ำเป็นสัน ใครจะนึกถึง?... หัวข้อ: พาทองเเท้มาเเย้วววว เริ่มหัวข้อโดย: An.mkII ที่ 21-12-2007, 07:18 สกู๊ป-ฝรั่งผู้ต้องหาคดีสินบน ททท.โผล่ตั้งบ. ในไทย ลูกสาว'จุฑามาศ' นั่ง กก.ผู้จัดการ
วันที่ 20 ธันวาคม 2550 เวลา 21:07:25 น. ส่งข่าวให้เพื่อนส่งข่าว พิมพ์ข่าวพิมพ์ข่าว นอกจากคำให้การและหลักฐานต่างๆที่เอฟบีไอที่นำเสนอต่อศาลลอสแองเจลิส ได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ต้องหาคดีสินบน ททท.กับอดีตผู้ว่าการ ฯแล้ว ยังมีข้อมูลทางธุรกิจในไทยของนายเจอราล์ด กรีนที่บ่งบอกถึงสายสัมพันธ์ระหว่างบุคคลทั้งสองได้ดียิ่งขึ้น ข่าวสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐอเมริกา หรือ เอฟบีไอ จับกุมนายเจอราล์ด และนางแพทริเซีย กรีน ในข้อหาละเมิดกฎหมายว่าด้วยการกระทำอันเป็นการคอร์รัปชั่นในต่างประเทศ(The Foreign Corrupt Practice Act-FCPA) ด้วยการจ่ายเงินสินบนให้อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)เป็นเงินกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเกือบ 60 ล้าน เพื่อให้ได้สัญญาว่าจ้างจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ (The Bangkok International Film Festival บีเคเคไอเอฟเอฟ) สร้างความตื่นตัวให้แก่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบทุจริตเป็นอย่างมาก แต่มีข้อมูลจำนวนหนึ่งที่มิได้อยู่ในคำให้การของเจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่ยื่นต่อศาลนครลอสแองเจลิส โดยเฉพาะเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของนายเจอราล์ดในประเทศไทย กรีนที่ถูกเอฟบีไอจับกุม จาการตรวจสอบ'มติชนออนไลน์'พบว่า นายเจอราล์ด กรีนร่วมก่อตั้งบริษัท คอนซัลเทเชีย จำกัด(Consultasia Ltd) เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2547 ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท ทำธุรกิจที่ปรึกษาและให้คำแนะปัญหาเกี่ยวกับด้านการบริหารงาน สำนักงานเลขที่ 87 อาคารเอ็มไทย ทาวเวอร์ออลซีวั่นส์ เพลส ชั้น 18 ถนนวิทยุ แขวงลุมพีนี เขตปทุมวัน กทม. 10330 กรรมการประกอบด้วย นายชัยยศ ตั้งชัยศักดิ์ เป็นผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท นายเกรียงศักดิ์ ลีละยุทธสุนทร น.ส.พันทิพย์ ชลศิริพงษ์ นายอาคม เวพาสยนันท์ นายวิเชียร ลาภเงิน นางหนูจีน ลาภเงิน และนายเจอราล์ด กรีน(ระบุว่า อยู่ที่ 9017 วิลเซอร์บลูเลอวาร์ด แมซซานี เบเวอรี่ฮิลล์ แคลิฟอร์เนียส์ สหรัฐอเมริกา) สำหรับบริษัท มีผลประกอบการมีกำไรตลอดเวลา 2 ปี ปี 2548 มีรายได้ 9.3 ล้านบาทเศษ มีกำไร 1.17 ล้านบาท มีกำไรต่อหุ้น 78.11 บาท ปี 2549 มีรายได้รวม 22.9 ล้านบาท มีกำไร 2.4 ล้านบาท มีกำไรต่อหุ้น 120.28 บาท เแรกเริ่มบริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยนายชัยยศ ตั้งชัยศักดิ์ เป็นถือหุ้นใหญ่จำนวน 4,000 หุ้น นายกรีนถือหุ้น รองลงไป จำนวน 2,000 หุ้น นายเกรียงศักดิ์ ลีละยุทธสุนทร ,น.ส.พันทิพย์ชลศิริพงษ์ และนายอาคม เวพาสยนันท์ ถือรายละ 1,000 หุ้น นายวิเชียรและนางหนูจีน ลาภเงินถือรายละ 500 หุ้น ต่อมากลางปี 2548 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 2 ล้านบาท นายชัยยศถือหุ้นเพิ่มเป็น 9,000 หุ้น ขณะที่นายกรีนถือเพิ่มเป็น 7,000 หุ้น อย่างไรก็ตามเดือนกันยายน ปีเดียวกัน นายกรีนได้โอนหุ้นให้นายชัยยศ 5,000 หุ้น ทำให้นายกรีนเหลือหุ้น 2,000 หุ้น ขณะที่นายชัยยศมีหุ้นเพิ่มเป็น 14,000 หุ้น จนกระทั่งสิงหาคม 2550 นายเจอราล์ดได้โอนหุ้นทั้งหมดให้ นายสกฤษฎกุล แจ่มสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เดนท์สึ มีเดีย พาเลท(ประเทศไทย)ยักษ์ใหญ่ในวงการโฆษณษและประชาสัมพันธ์ ที่ได้รับงบประมาณจาก ททท.มาอย่างต่อเนื่องตั้งปต่ปี 2544 -2550กว่า 400 ล้านบาท นายสกฤษฎกุลยังรับโอนหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายอื่นมาเกือบทั้งหมด(ยกเว้นจากนายชัยยศ) ทำให้นายสกฤษฎกุล มีหุ้นทั้งหมด 5,995 หุ้น ขณะที่นายชัยยศมีหุ้นเท่าเดิมคือ 14,000 หุ้น นายสกฤษฎกุลยังเป็นบิดาของ นายนันทสิทธิ์ แจ่มสมบูรณ์หรือ 'ป่าน' เพื่อนร่วมก๊วนและหุ้นส่วนในบริษัทฮาวคัม เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ของ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี การที่นายกรีนโอนหุ้นของบริษัทคอนซัลเทเชียให้แก่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เดนท์สึฯ ไม่เพียงบ่งบอกบ่งบอกถึงสายสัมพันธ์กับเอเยนต์ซี่โฆษณายักษ์ใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีข้อมูลที่อาจทำให้เข้าใจได้ว่า นายกรีนมีสายสัมพันธ์กับนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่า การ ททท. ที่เพิ่งลาออกจากรองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินกหมาดๆเพราะตกเป็นข่าวอื้อฉาวถูกกล่าวหาว่า พัวพันกับคดีสิบบน ททท.ด้วย โดยเจ้าตัวยืนยันว่า ถูกใส่ร้ายปายสี เพราะ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ บุตรสาวนางจุฑามาศมีตำแหน่งที่กรรมการผู้จัดการ บริษัทนี้ด้วย และยังหมั้นหมาย นายกฤตพณ ทัพพะรังสี บุตรชายนายกร ทัพพะรังสี รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ซึ่งโดยนายกฤตพณมีตำแหน่งเป็น Chief Financial & Marketing Officer ในบริษัทเดียวกัน (เว็บไซต์เดลินิวส์ 29 ส.ค.2550 เขียนถึงงานหมั้นของบุคคลทั้งสองเมื่อวันที่ 24 ส.ค.50) ขณะที่คำให้การเอฟบีไอที่ยื่นต่อศาลนครลอสแองเจลิสอ้างว่า มีหลักฐานการโอนเงินจากบริษัทของนายกรีน ผ่านบัญชีในบุตรสาวอดีตผู้ว่า ททท.จำนวน 41 ครั้งเป็นเงินกว่า 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐหรือเกือบ 50 ล้านบาท จากนี้ไปจะมีข้อมูลเบื้องลึกมากกว่านี้อีกแค่ไหน ให้ติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=14290&catid=46 พาทองเเท้มาเเย้วววว :slime_v: |